เขาจับเธอมากอดและกัดไปที่ไหล่ของเธอ แม้ว่าจะโกรธแต่เขาก็ไม่อยากเสียเธอไปและไม่อยากเห็นเธออยู่กับคนอื่นแม้แต่อยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่ได้ เขาไม่ยอม“หมอคะ เนยเจ็บนะ”เขาปล่อยเธอแต่ก็ไม่ยอมคลายกอดที่กอดเธอเอาไว้แน่น เนยเริ่มเข้าใจแล้วว่าหมอเรย์ไม่พอใจเรื่องนี้ เขาอาจจะบังเอิญไปเห็นเธอและธเนศคุยกันระหว่างทำงาน แต่เนยกับหมอเรย์ในตอนนี้ไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย“ปล่อยเนยก่อนค่ะ”“ไม่ ผมไม่ปล่อย รับปากมาก่อนสิว่าจะไม่ไปสุงสิงกับเขาอีก”“ไม่ค่ะ”“เนย!! คุณอยากให้ผมโกรธจนเป็นบ้าเหรอ”“แต่เนยต้องทำงาน ที่นั่นเป็นที่ทำงาน เขาเป็นเพื่อนร่วมงานและเป็นแค่เจ้านายอีกอย่างเนยก็….ไม่ได้คิดอะไรกับเขา”“พูดจริงเหรอ แล้วเขา....”เนยไม่ตอบแต่หันไปมองสภาพชุดทำงานที่ถูกเขาดึงจนขาดอยู่ที่พื้นนั่นแทน หมอเรย์เองก็หันไปมองเช่นกันแม้จะรู้สึกผิดแต่เขาก็ไม่อยากให้เธอไปทำงานที่นั่นอีกแล้ว“ไม่ทำงานที่นั่นไม่ได้เหรอ”“หมอคะ เรื่องนี้มันอยู่เกินขอบเขตข้อตกลงระหว่างพวกเรานะคะ เกือบสองเดือนที่ผ่านมานี้เนยทำหน้าที่บกพร่องเหรอคะ”“คุณถามแบบนี้ทำไม”“เนยถามคุณก็ตอบมาเถอะค่ะ”“ไม่ คุณ..ทำได้ดีไร้ที่ติ”“แล้วทำไมหมอถึงไม่ทำบ้างละคะ”
“กินยาแก้ไข้ค่ะ”“เนย…..”“เดี๋ยวไปเทน้ำมาให้นะคะ”“ไม่เอา ถ้าไม่ยกโทษให้พี่ก็ไม่ต้องกิน ปล่อยตายไปเลย”เอากอดหลังเธอเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอลุกออกไป ถ้าปล่อยไปก็ไม่รู้ว่าเธอจะแอบออกไปเมื่อไหร่ เขาไม่อยากนอนคนเดียวและไม่อยากให้เธอทิ้งเขาเอาไว้ที่ห้องนี้คนเดียวอีก“ไม่กินยาแล้วจะหายได้ยังไงล่ะคะ”“ไม่อยากหายเดี๋ยวไม่มีคนดูแล”“แล้วคนไข้อีกเป็นพันที่รอคุณหมออยู่ล่ะคะ”“ก็ยกโทษให้พี่เสียทีสิถ้าเห็นแก่คนไข้เป็นพันของพี่ที่รออยู่นั่นละก็....”“แล้วใครไปโกรธอะไรคุณหมอเมื่อไหร่กันล่ะคะ”เขานิ่งไปนิดหน่อยเมื่อเธอพูดคำนี้ออกมา เธอพูดจริง ๆ ใช่ไหมที่บอกว่าไม่ได้โกรธเขาแล้ว “จริงเหรอ หายโกรธพี่แล้วจริง ๆ เหรอ”“ปล่อยได้หรือยังคะจะได้ไปเอาน้ำมาให้ จะได้กินยา”“หันมาคุยกันดี ๆ สิ พี่ป่วยอยู่นะ อย่าใช้เสียงดุแบบนี้ได้ไหม”เธอกำลังจะแพ้เสียงออดอ้อนนี้อีกครั้งทั้ง ๆ ที่เคยบอกกับตัวเองเอาไว้ว่าจะไม่กลับมาอีก แต่สุดท้ายแล้วเธอก็แพ้เขาอีกจนได้ ครั้งนี้อาจจะทำให้เธอเจ็บมากกว่าเขาแต่เธอก็จะยอมรับมันเพราะคำพูดของเขาเมื่อกี้นี้“เมียไม่ยอมให้เข้ามานอนด้วย!!”“นอนพักนะคะ เนยจะไปเทน้ำมาให้”“อืม ๆ ก็ได้”เมื
หมอเรย์เป็นฝ่ายตกใจอีกครั้งที่เนยร้องไห้และโผเข้ากอดเขาแบบนี้ เขาไม่เคยบอกใครแม้แต่แม่ของเขาเองเพราะเรื่องเมื่อห้าปีก่อนมีผลทำให้เขาป่วยมาจนถึงตอนนี้ แต่อาการก็เริ่มดีขึ้นจนเขาไม่ต้องกินยาหลังจากที่พบเธออีกครั้ง“เนย…พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องตกใจนะ”“เนยผิดเองค่ะ เนยผิดเอง ฮือ!!”“เนย….อย่าไปไหนอีกได้ไหม”เนยร้องไห้พลางพยักหน้ากับไหล่ของเขาแทนคำตอบเพราะเธอสะอื้นจนไม่อาจพูดออกมาได้ หมอเรย์กอดเธอเอาไว้จนแน่น ครั้งนี้นับว่าพวกเขาได้โอกาสคืนดีกันได้อย่างสมบูรณ์เสียทีหลังจากที่หมอเรย์ตัดสินใจทำตามที่เพื่อนหมอที่รักษาอาการนี้ให้เขาแนะนำ“นายรู้ต้นเหตุของโรคนี้ดี ในเมื่อเธอกลับมาแล้วแบบนี้ก็ลองหาเรื่องพาเธอมาอยู่ใกล้ ๆ อีกครั้ง ถ้าอาการนายดีขึ้นฉันจะสั่งหยุดยาแต่ถ้าไม่ดีขึ้นแสดงว่าเธออาจจะไม่ใช่สาเหตุในการป่วยของนาย”“แต่ว่า ทำไมเวลาฉันได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ กลิ่นตัวเธอแล้วรู้สึกใจสั่นแต่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวแต่รู้สึก…”“เหมือนกับได้รับความอบอุ่นจากคนที่รัก คุ้นเคยและปลอดภัย ใช่ไหม?”“ใช่”“อืม ฉันว่าฉันเดาไม่ผิดหรอก นายลองหาวิธีพาเธอมาอยู่ใกล้ ๆ อาการของนายไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น มีโอกาสที่จะหายข
“พ่อ!!…”“ฉันพูดเรื่องจริง คนเฮงซวยแบบนั้นมันมีอะไรดีสู้ตาพีร์ก็ไม่ได้”“เราเลิกคุยเรื่องนี้เถอะนะคะ คุยไปให้ได้อะไรขึ้นมาเดี๋ยวความดันก็ขึ้นหรอก”“หึ พูดถึงไม่ได้เลยออกตัวปกป้องตลอดนี่ถามจริง ๆ เถอะ แกยัง…”“พ่อคะ…”“ก๊อก ก๊อก”“พะ….คุณหมอ!!”หมอเรย์เดินเข้ามาพร้อมกับพยาบาลอีกคนเพื่อวัดความดันให้พ่อเธอตามปกติ แต่สีหน้าของเธอทำให้เขานึกสงสัยแต่ว่าพ่อของเธอกลับปรับสีหน้าได้ไวกว่าเธอ“อ้าวคุณหมอมาพอดีเลย กินแอปเปิลหน่อยไหมครับเนยพึ่งจะปอกเสร็จ”“ไม่เป็นไรครับคุณพ่อ วัดความดันหน่อยนะครับ”“อ้อ ได้ครับ ๆ”เนยทำสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อหันไปมองพ่อของเธอจนหมอเรย์สงสัยว่าก่อนหน้านั้นพ่อลูกสองคนนี้คุยอะไรกันทำไมแฟนสาวของเขาถึงได้ทำหน้าแปลก ๆ เนยรีบหนีเอาเปลือกผลไม้และมีดไปเก็บ พยาบาลหันไปแจ้งคุณหมออีกครั้ง“คุณหมอคะ ความดันคนไข้เริ่มสูงขึ้นอีกแล้วค่ะ”“อะไรนะ คุณพ่อครับผมขอตรวจนิดหนึ่งนะครับ”“อ้อ ครับ ๆ ได้ครับ”หมอเรย์ใช้หูฟังเพื่อตรวจอีกครั้งเพื่อตรวจการทำงานของปอดและหัวใจ เนยรีบหันมาเมื่อพบว่าพ่อของเธอความดันไม่ปกติอีกครั้ง“อืม ก่อนหน้านี้ทำอะไรมาหรือเปล่าครับ ไม่เป็นไรน่าจะแค่อารมณ์ไม่
“ไม่เป็นไรครับคุณหมอ ผมกับบัวก็พึ่งจะมาถึงได้ไม่นาน ไม่คิดว่าคุณหมอจะจองห้องข้างบนเอาไว้ สวยเหมือนที่บอกเอาไว้เลยครับ”“ผมพูดไม่ผิดใช่ไหมล่ะครับ มานั่งทางนี้สิเนย”“พี่ธเนศกับบัวคือ…”“ใช่ คนที่พี่นัดมาวันนี้ยังไงล่ะ รีบนั่งก่อน สั่งอาหารแล้วค่อย ๆ คุย เชิญครับ”ธเนศดึงเก้าอี้ให้บัวหลังจากที่หมอเรย์ดึงเก้าอี้ให้เนยนั่งข้าง ๆ เขา เนยต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าหมอเรย์กับคุณธเนศ เจ้าของร้านกาแฟที่เธอทำงานอยู่รู้จักกัน ไม่สิถึงขั้นมานั่งทานข้าวด้วยกันนี่มันไม่ปกติแล้วแต่เมื่อเธอหันไปมองหน้าบัว เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องก็หันมายิ้มและพยักหน้าให้เธอเท่านั้น“เอาตามนี้ครับ อ้อ ขอไวน์ที่ผมสั่งเอาไว้ด้วย”“ครับคุณผู้ชาย”“เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลยดีไหมครับดูเหมือนว่าผมจะรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ กับสายตาคนข้าง ๆ ผมแล้วครับคุณธเนศ”ธเนศหันมามองเนยแล้วขำเมื่อคุณหมอพูดออกมา นั่นยังน้อยไปด้วยซ้ำกับที่พวกเขาเห็นอาการของเนยที่เดินเข้ามาแล้วเจอพวกเขาในนี้ ธเนศดื่มน้ำและวางก่อนจะเริ่มพูด“ก่อนอื่น พี่ต้องขอโทษเนยด้วยที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้ก่อนว่าจะมาพบเนยที่นี่”“นั่นสิคะ เนยเองก็แปลกใจ พี่เรย์นี่หมายความว่ายังไงคะ”“เฮ้
เนยยิ้มค้างเมื่อหมอเรย์พูดจบ เธอหันไปมองหน้าธเนศและบัวหวังจะให้ใครสักคนตะโกนออกมาว่า “สุขสันต์วันโกหก”แต่ทั้งคู่กลับยิ้มให้เธอและเมื่อเนยหันไปมองหน้าหมอเรย์ที่ยื่นเอกสารบางอย่างมาให้ เนยก็แทบจะร้องไห้ออกมา“เอกสารหุ้นส่วนคนใหม่ เซ็นสัญญานี้เราก็จะเป็นหุ้นส่วนอย่างเป็นทางการแล้วนะเนย”“พี่เรย์…นี่หมายความว่ายังไงคะ”“พี่กับหมอเรย์เห็นว่าเนยรักอาชีพบาริสต้านี้จริง ๆ และใส่ใจกับร้านเรามากแค่ไหน ดังนั้นพี่เลยคุยกับหมอเรย์ สุดท้ายหมอเรย์จึงอยากจะซื้อหุ้นของที่ร้านเพื่อให้เนยมีส่วนในการช่วยบริหารด้วย”“พี่เนยคะ จากนี้ไปบัวต้องขอฝากตัวกับเถ้าแก่เนี้ยคนใหม่ด้วยนะคะ”“อะไรกันล่ะน้องบัว เราก็เป็นไม่ใช่เหรอ”“อย่างบัวน่ะเขาเรียกว่าแฟนเจ้าของร้านต่างหาก เอาเป็นว่ายินดีต้อนรับหุ้นส่วนคนใหม่อย่างเป็นทางการนะครับเนย”“ระ…เรื่องจริงเหรอคะ เนยไม่ได้ฝันไป”“นี่ปากกาครับคนสวย เซ็นสิเดี๋ยวอาหารจะยกมาแล้วนะ”หมอเรย์ยื่นปากกาของเขาให้เธอเพื่อนำไปเซ็นเอกสารตรงหน้าที่เขาและธเนศเป็นคนร่างขึ้นมา กรรมสิทธิ์ที่หมอเรย์ซื้อให้ชนิตาคือสี่สิบเปอร์เซ็นต์ และของเขาอีกสิบเปอร์เซ็นต์เท่ากับตอนนี้พวกเขากับธเนศถือหุ้นคนล
โรงพยาบาล“ความดันลดลงเป็นปกติแล้ว ไม่ต้องห่วงนะครับหลังจากนี้แค่พักผ่อนให้มาก ๆ รอการผ่าตัดก็พอ”“ขอบคุณครับคุณหมอ”“คุณหมอคะ ท่านรองประธานเรียกค่ะ”“อะไรนะ ทำไมคุณแม่เข้ามาที่นี่ด้วยล่ะ”“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะพึ่งโทรมาแจ้งที่แผนกค่ะเห็นบอกว่าคุณหมอไม่รับสาย”“รู้แล้ว คุณเอาแฟ้มกับผลตรวจนี่ส่งไปที่ห้องแล็บที อีกเจ็ดวันรอผ่าตัดจองห้องไว้ให้ด้วย”“ค่ะ ๆ”หมอเรย์เดินไปกดลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นยี่สิบที่เป็นส่วนของห้องผู้บริหารของโรงพยาบาล ซึ่งพักหลัง ๆ เขาไม่ค่อยได้ขึ้นมาที่นี่เท่าไหร่นักเพราะไม่ใช่ที่ทำงานโดยตรงของเขา แม้ว่าพ่อของเขาจะนั่งเป็นประธานบอร์ดก็ตามห้องท่านรองประธาน“เชิญค่ะคุณหมอ”“แม่มี…..ธุระอะไรกับผมเหรอครับ”เขาเดินเข้ามาในห้องและไม่ทันที่จะได้ถามแต่ก็พอจะรู้คำตอบเมื่อเห็นผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่ที่โซฟารับแขกในห้องของท่านรองประธาน เธอเป็นผู้หญิงที่แม่เขาชื่นชม เป็นนักบริหารไฟแรงที่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลมาหลายปี“กิ่งแก้ว ไม่รู้ว่าคุณกลับมาเมืองไทยแล้ว”“ไม่รู้หรือว่าแกไม่สนใจ หนูกิ่งกลับมาได้สองวันแล้วตามกำหนดการณ์แต่แกไม่แม้แต่จะส่งคนไปรับ”“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า หมอมีหน้าท
สายตาของทั้งสองที่ยืนมองจ้องหน้ากันแต่ต่างความรู้สึกนี้ทำให้หมอเรย์บอกไม่ถูกจริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้ใกล้บ้า หรือว่าเธอบ้าไปแล้วจริง ๆ กันแน่“ผมทำไม่ได้ ผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว และจะแต่งงานกับเธอคนเดียว”“แย่จังนะคะที่กิ่งกำลังจะบอกว่ากิ่งคงไม่มีทางปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้แน่ ๆ เพราะกิ่งจะแย่งคุณกลับมา”“แย่จังเลยนะครับที่ต้องบอกว่า ผมไม่สนใจที่คุณพูดเอาเสียเลยแล้วอีกอย่างหนึ่งนะ ผมพึ่งจะรู้จักคุณจริง ๆ ก็วันนี้นี่เอง”กิ่งแก้วมองเขาแล้วยิ้มกระตุกเล็กน้อย แต่เธอไม่เคยแพ้ในสนามธุรกิจ ผู้ชาย และทุกอย่างที่เธออยากได้แม้ว่าเธอจะไม่เคยเอาชนะใจหมอเรย์ได้เลยก็ตาม นี่เป็นสิ่งเดียวที่เธอปรารถนามาทั้งชีวิต“คุณจะต้องเปลี่ยนใจค่ะเรย์”“เสียใจด้วยนะ ผมไม่มีทางเปลี่ยนใจเป็นอันขาด”“กิ่งจะทำให้คุณพูดคำนั้นออกมาไม่ได้อีก คุณป้าทิพย์ต้องเข้าข้างกิ่งอยู่แล้ว”“นี่สินะแผนการของคุณ กิ่งแก้วตลอดเวลาผมคิดว่าคุณเอาชนะทุกอย่างได้ด้วยความสามารถของคุณเอง แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เลย”“เรย์!! พูดแบบนี้คุณหมายความว่ายังไง”“ไม่ขอร้องให้คนอื่นช่วยโดยใช้มารยาและคำปลิ้นปล้อนที่ปั้นแต่งขึ้น ก็ใช้อิทธิพลของพ่อที่เป็นเจ้าของธุ
เนยไม่คุยกับหมอเรย์อีกเลยในคืนนั้นไม่ว่าเขาจะพยายามทำยังไงเธอก็เงียบ ชวนดูหนังก็เงียบแล้วยังหนีไปนอนห้องลูกสาวคนเล็กโดยอ้างว่าจะเล่านิทานให้ฟัง มิลินเลยเชื่อ คืนนี้หมอเรย์เลยถูกทิ้งให้นอนคนเดียว“อะไรกัน ก็ไม่ได้จะให้ทำเลยสักหน่อยนี่นา”ชาร์ลอตคาเฟ่“จริงเหรอคะ ตายจริงไม่คิดว่าพี่หมอจะอยากได้ลูกแฝดจริง ๆ”“เห็นวันก่อนพี่พีร์คุยโทรศัพท์ตั้งนาน ที่แท้คุยกับพี่หมอเรย์หรอกเหรอคะเนี่ย”“เฮ้อ….ทีนี้งานเลยมาเข้าเนยสิคะ ลูกแฝดเลยนะ”ทั้งเมย์และบัวต่างให้กำลังใจเธอ เนยออกมาที่ร้านเพื่อจะมาระบายอารมณ์สักหน่อย พอบัวรู้เรื่องจึงโทรชวนเมย์ที่มาตรวจงานที่โรงพยาบาลมาที่ร้านด้วย ทั้งสามเลยมานั่งคุยกัน แต่ไม่คิดว่าจะมีไส้ศึกอยู่ข้างในร้าน“ใช่ ๆ อยู่นี่หมดเลยหมอเรย์ออกเวรหรือยังล่ะ ร้านจะปิดแล้วนะ”“ผมก็รออยู่ หมอเรย์บอกว่าแค่เซ็นเอกสารแป๊บเดียว มาแล้ว ๆ ผมจะพาไปเลยนะ”“คุณพีร์อย่าลืมนะว่าเราไม่รู้เรื่อง”“ไม่รู้เรื่อง ผมจะไปรับเมียผม หมอเรย์ก็…แค่ขับไปรับเมียไง”“โอเค ๆ ผมวางก่อนล่ะเดี๋ยวเมียผมสงสัย”ธเนศรีบวางหูและเดินเอาเครื่องดื่มออกมาวางให้สามสาวที่นั่งคุยกันอยู่ที่ร้านพร้อมกับหันไปสังเกตสีหน้าขอ
สามปีต่อมา“พี่วินทร์เอาคืนมานะ ไม่งั้นมิลินจะฟ้องคุณย่า"“ยัยคนขี้ฟ้องเอะอะอะไรก็ฟ้องคุณย่า แค่ของเล่นนิดเดียวทำหวงไปได้”“ก็อันนั้นไมค์ให้มิลินมานี่!! เอาคืนมานะ”“ไม่!! ไอ้ไมค์มันเป็นใคร เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมเล่นของแบบนี้”“กวินทร์!!”“คุณแม่!! ฮือ….”มิลินวิ่งไปหาชนิตาในทันที หมอเรย์กับเนยเดินลงมาเพราะได้ยินเสียงเถียงกันของเด็ก ๆ ข้างล่างเมื่อกลับมาจากโรงเรียนก็มักจะทะเลาะกันแบบนี้ตลอด“คุณแม่ คุณพ่อสวัสดีครับ”“คุณแม่ พี่วินทร์เอาของเล่นมิลินไป”“กวินทร์ ทำอะไรน้องอีกละครับ พ่อบอกว่ายังไงต้องปกป้องน้องไม่ใช่เหรอ”“พ่อครับ ไอ้ไมค์”“กวินทร์!! แม่เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามพูดคำหยาบคาย”“แต่ไมค์เป็นเด็กไม่ดีนะครับ เอาของแบบนี้มาให้มิลินเล่น วินทร์ก็แค่ยึดมาเท่านั้นเอง”“อะไร ไหนเอามาให้พ่อดูหน่อย”ปรเมศวร์เดินมาหาลูกชายที่ตอนนี้เรียนอยู่ชั้นประถมสอง และลูกสาวที่ยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาลที่ยืนทะเลาะกันอยู่ชั้นล่าง“นี่อะไร ตุ๊กตา เฮ้ย!!”"พี่เรย์ ตะโกนทำไมตกใจหมด"มันเป็นตุ๊กตาลามกที่เป็นตัวละครแต่เมื่อเปิดผ้าที่เป็นเคราออกก็จะเห็นของด้านในซึ่งมิลินไม่รู้ว่าตุ๊กตานี้เล่นแบบนั้นได้“มิลิน คร
โรงพยาบาล“เร็ว ๆ เข้า ตาเรย์บอกว่าจะคลอดตอนเก้าโมงไม่ใช่เหรอคุณตอนนี้น่าจะขึ้นไปที่ห้องพักฟื้นแล้ว กว่าจะประชุมเสร็จกินเวลาไปนานเลย”“ผมก็รีบอยู่นี่ยังไงล่ะ คุณอย่าเป็นห่วงไปเลยน่าผมต้องย้ำรอบที่ร้อยสิบไหมว่าลูกชายคุณเป็นหมอ”คุณระรินทิพย์และคุณอภิวัฒน์ พ่อแม่สามีของเนยรีบวิ่งมาที่ชั้นสิบสองที่เป็นส่วนของห้องพักฟื้นสำหรับคุณแม่ที่พึ่งคลอดบุตร เมื่อมาถึงก็พบหมอเรย์ที่ยืนอยู่ข้างนอกห้องกระจกและมองดูเด็กน้อยที่นอนอยู่ในเปลที่ถูกเตรียมเอาไว้ให้ในชุดไทยสีชมพูเนื่องจากวันนี้เป็นวันมหาสงกรานต์นั่นเอง“พ่อครับทำไมน้องไม่พูด น้องเอาแต่นอนอย่างเดียว”“กวินทร์ น้องพึ่งจะคลอดออกมายังพูดไม่ได้นะครับ”“แล้วเมื่อไหร่ผมจะคุยกับน้องได้กั๊บ”“ต้องรอให้น้องโตก่อนนะครับ”“พ่อคับ ผมมองเห็นไม่ชัดเยย”"มานี่เจ้าตัวแสบ พ่อจะอุ้มทีนี้เห็นชัดหรือยัง"“ทำไมน้องตัวเล็กจังเยยคับ”“ก็น้องพึ่งออกมาจากท้องคุณแม่ไงครับก็เลยตัวเล็ก ทำไมวันนี้ถามมากจัง”“พ่อ น้องจะย้องไห้แย้ว”“เดี๋ยวพี่พยาบาลก็มาอุ้มเองครับ แม่ยังไม่มาที่ห้อง วันนี้แม่ต้องพักฟื้นกวินทร์อย่าเสียงดัง อย่ากวนคุณแม่ด้วยเข้าใจไหมครับเดี๋ยวคุณปู่คุณย่าก็มา
อเดลโยนแฟลชไดรฟ์ตัวเล็กมาให้หมอเรย์ ตอนนี้เนยยังนอนพักอยู่ข้างในเพราะช่วงนี้เธอเหนื่อยง่ายและมักจะนอนบ่อย หากมานั่งฟังพวกเขาคุยกันก็คงไม่มีประโยชน์จึงปล่อยให้หมอเรย์รับแขกไปคนเดียว “ว่าแต่แกเถอะ แต่งงานแล้วเป็นยังไงบ้างคนนี้เหรอที่ยัยกิ่งแก้วสกัดเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน”“ใช่ คนนี้แหละ”“ในตอนนั้นถ้าฉันรู้ว่ายัยกิ้งก่านั่นจะให้ฉันปลอมเอกสารเพื่อมาหลอกนายฉันจะไม่ทำให้มันโดยเด็ดขาดเลย ขอโทษจริง ๆ ว่ะเรย์ ฉันไม่รู้ว่ากิ่งแก้วมันจะทำเรื่องแบบนี้”“ไม่เป็นไรหรอก ตอนนั้นนายสนิทกับเธอมากกว่าฉันนี่แล้วคนอย่างกิ่งแก้วก็ต้องมีวิธีสารพัดที่จะโน้มน้าวให้นายช่วยอยู่ดี”“ทำให้พวกนายเสียเวลาไปหลายปี แทนที่จะได้ลงเอยกันถ้าตอนนั้นไม่เกิดเรื่องขึ้นป่านนี้ฉันคงมีลูกหลายคนแล้ว”“ว่าไปนั่น ถ้าตอนนั้นแต่งกันไปอาจจะเลิกกันก็ได้ใครจะรู้ ต่างคนต่างก็ยังเด็กด้วยกันทั้งคู่ แค่เรื่องเอกสารใบเดียวที่กิ่งแก้วทำขึ้นมาก็ทำให้ร้าวฉานได้ขนาดนี้แล้ว”“อืม ก็จริงแต่ตอนนี้ก็เป็นช่วงที่ดีแล้วล่ะ นายเองก็เข้ามาบริหารโรงพยาบาลเต็มตัวแล้วนี่ เรื่องระบบความปลอดภัยไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันสั่งให้คนดูแลอย่างดีแล้ว เซิร์ฟเวอร์อยู่ที่เ
“แต่ว่า เนยกำลังท้องอยู่นะ อาา!!!”แต่เนยไม่ได้สนใจเขาและยังร่อนเอวกระแทกจนเขาแทบจะทนความเสียดเสียวข้างในนั้นไม่ไหว ตอนนี้เองที่อารมณ์ของเขาถูกจุดขึ้นมาและไม่อาจจะทนต่อไปไหวได้“ในเมื่อเริ่มเองก็รับผิดชอบให้ได้ก็แล้วกัน”“อ๊าา อื้อ…รุนแรงจัง ชอบ อ๊าา ดูดแรงกว่านี้อีกหน่อย พี่เรย์ อีาา”เสียงที่ดังในห้องน้ำของคู่บ่าวสาวพร้อมกับเสียงน้ำที่กระเซ็นออกยังคงดังอยู่อีกพักใหญ่ว่าที่สงครามจะสิ้นสุดลงและคู่บ่าวสาวหมาด ๆ ต้องมานั่งเช็ดผมให้กันข้างนอก“เป็นไงล่ะ แทนที่จะได้นอนเลยต้องรอให้ผมแห้งก่อน”“ก็เป็นเพราะพี่เรย์ไม่ใช่เหรอคะที่จับเนยไม่อยู่เองแล้วลื่นจนทำเนยจมน้ำ”“ยังดีนะที่ไม่ล้มไปก่อน วันหลังไม่ทำแบบนี้แล้วนะอาบคืออาบ นอนคือนอนเข้าใจไหมมันอันตรายมาก”เนยหันมามองท่าหมอเรย์ที่ยืนท้าวเอวและชี้หน้ามาต่อว่าเธอ ท่านี้ไม่ต่างกับท่านรองระรินทิพย์แม่ของเขาเลยตอนที่ชี้นิ้วให้คุณพ่อซึ่งเป็นท่านประธานยกของชำร่วยเข้าไปในบ้านเมื่อหลายวันก่อน“ขำอะไรเดี๋ยวเถอะ”“โอ๊ย ๆ ไม่ขำก็ได้ เอาไดร์มาเป่าให้ทีสิคะง่วงแล้วจริง ๆ จะนอนแล้ว”“อยู่เฉย ๆ สิมืออย่าซน”“ก็แค่ช่วยดึงชุดคลุมเท่านั้นเอง”กว่าเขาจะเป่าผมให้เ
“พี่พีร์ มาแล้วเหรอคะทำไมมาช้าจังเลย”“พี่ติดงานนิดหน่อยน่ะแต่ก็ยังทันใช่ไหม”“ทันค่ะ งานเลี้ยงพึ่งจะเริ่มเอง งั้น มานั่งคุยทางนี้เถอะค่ะ ทางนั้นเสียงดัง”หมอเรย์หันมามองเห็นว่าเนยกับพีรพัตน์ยืนคุยกันข้างนอก ธเนศดึงแขนหมอเรย์เอาไว้เพราะคิดว่าเขาจะเดินออกไปขวางไม่ให้สองคนนั้นคุยกัน“หมอครับ ผมเชิญพี่พีร์มาเอง เขาเป็นคนออกแบบและตกแต่งร้านนี้ให้น่ะครับ”“ครับ ผมไม่ได้ว่าอะไรเนยบอกเรื่องนี้ให้ผมรู้แล้วครับ ไม่ต้องห่วงผมไม่ออกไปขัดจังหวะพวกเขาหรอก”เขาพูดพลางหันออกไป เนยเห็นเขาอยู่ข้างในและโบกมือให้เขา หมอเรย์เองก็โบกมือกลับและยิ้มคืนไปให้เธออย่างเข้าใจ แม้ว่าเขาอยากจะเดินออกไปและขอโทษอีกฝ่ายที่เคยชกหน้าไปเมื่อหลายเดือนก่อนก็ตาม“ดูเหมือนจะเข้าใจกันดีแล้วสินะเนี่ย”“คะ? อ๋อ พี่พีร์ ที่จริงพี่เรย์เองก็อยากจะขอโทษพี่พีร์ เรื่องที่…”“อ๋อ บอกคุณหมอว่าพี่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นหรอกนะไม่ต้องห่วง พี่ขอแค่ให้เขาดูแลน้องสาวพี่ให้ดีก็พอแล้ว จากนี้พี่จะได้…ปล่อยมือจริง ๆ เสียที”“พี่พีร์ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ถ้าเนยกับพ่อไม่ได้พี่พีร์ช่วยเอาไว้ในหลาย ๆ เรื่องคงไม่อยู่มาได้ถึงวันนี้หรอกค่ะ”“พูดแบบนั้นไม
สีหน้าและแววตาโกรธของพ่อเนยทำเอาทุกคนเริ่มกังวล เนยหันไปเอารูปอัลตร้าซาวด์ออกมาให้พ่อเธอดู“พ่อคะ เนยกับพี่เรย์ไปฝากครรภ์มาแล้ว เนยท้องได้เกือบสองเดือนแล้วค่ะ”“นี่แก….ปล่อยตัวขนาดนี้เลยเหรอเนย แล้วยัง…”“พ่อครับ ยังไงผมก็รักเนยผมไม่ยอมเสียเนยไปเหมือนเมื่อห้าปีที่แล้วอีกแล้ว ผมสาบานกับพ่อว่าผมจะรักและดูแลเนยและลูกและจะไม่มีทางทำผิดกับเนยอีกทั้งชีวิตนี้ พ่อยกเนยให้ผมนะครับ”สมชาติหันไปมองหน้าหมอเรย์ที่พูดจาฉะฉานและถึงกับกล้าสาบานต่อหน้าเขา แม้แต่คนเป็นพ่อแม่ก็หันไปมองลูกชายอย่างคาดไม่ถึงเพราะไม่คิดว่าลูกชายจะกล้าทำแบบนี้มาก่อน พ่อของเขาถึงกับพยักหน้ายิ้ม“ลูกชายเราโตแล้ว”“ค่ะ”“หมอครับ ถึงกับสาบานเลยเหรอครับ ฟ้าเมืองไทยแรงนะครับหมอ คิดให้ดี ๆ”“ครับ ผมไม่กลัวแต่ถ้าคุณพ่อไม่ยอม ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน ผมกับเนย…เราจดทะเบียนสมรสกันนานแล้วนะครับ”“อะไรนะ!!”""จดทะเบียนสมรส""สามพ่อแม่ต่างก็ตกใจและอุทานขึ้นมาพร้อมกัน หมอเรย์ดึงเนยเข้ามากอดและมองพวกผู้ใหญ่ที่จะไม่ยอมให้พวกเขาแต่งงานกันราวกับจะมาแย่งของรักของเขาไป“ใช่ครับ เราแอบไปจดทะเบียนสมรสกันมาแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้มีคนมาแย่งเนยไปจากผมได้อ
ทั้งระรินทิพย์และหมอปรเมศวร์ตาโตขึ้นพร้อมกันและหันไปมองเนยที่กำลังยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ “เมื่อกี้หมอบอกว่ายังไงนะครับ…บอกว่าเนย….บอกว่าเมียผมกำลังท้อง!!”“เอ่อ…ครับคุณหมอแต่ว่าผมแนะนำให้พาเธอไปตรวจกับหมอสูติฯอีกทีนะครับเพื่อความมั่นใจแต่ผมว่าผลตรวจเลือดนี่น่าจะชัดเจนนะครับ ยินดีด้วยนะครับ”“ยอดไปเลยลูกสะใภ้แม่!! เดี๋ยวก่อนนะแม่ต้องโทรบอกพ่อแกให้รีบกลับมาและต้องรีบบอกข่าวดี ฉันจะมีหลานแล้ว!!!”“เนย ที่รัก….ได้ยินหรือเปล่า เรากำลังจะมีลูก”“พี่เรย์คะ เนย…ฝันไปเหรอคะ เนย…กำลังท้อง!!”หมอเรย์เดินไปกอดเนยเอาไว้แน่น เขาแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้วหากไม่เกรงใจหมอวัชระที่ยืนอยู่และกระแอมเพื่อแจ้งเขาอีกครั้ง“การใช้เครื่องซีทีสแกนกับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่เป็นอันตรายและค่อนข้างเสี่ยง ผมก็เลยรีบมาแจ้งคุณหมอก่อนครับเพื่อจะได้เลี่ยงไปตรวจอย่างอื่นก่อน ส่วนอาการผมคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรร้ายแรงดังนั้นเรื่องการสแกนก็ยังไม่ต้องก็ได้”“ครับ ๆ ขอบคุณมาก ๆ เลยครับหมอวัชระที่มาบอกเรื่องนี้ เกือบไปแล้วนะคืนนี้นอนพักผ่อนให้เต็มที่ก่อนพรุ่งนี้เราจะไปตรวจกันอีกครั้ง”“ค่ะพี่เรย์”“เรย์!! พ่อแกเลื่อนไฟล
เนยกับระรินทิพย์แทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินเพราะจินตนา หรือ “พี่จิน” ที่เนยรู้จักไม่น่าจะใช่คนแบบนั้น แต่เมื่อมองหน้าหมอเรย์อีกครั้งเขาก็เริ่มอธิบายเพราะเห็นว่าทั้งคู่ต่างก็ตกใจจนพูดไม่ออก“ครับ แต่ว่ากิ่งแก้วไม่ได้จะเข้ามาคุยและสั่งให้จินตนาช่วยอะไรนะครับ และที่สำคัญ จินตนาเองก็พึ่งจะรู้ตัวเมื่อไม่นานมานี้เหมือนกัน”“พี่เรย์พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงกันแน่คะ เนยไม่เข้าใจเลยสักนิด”“นั่นสิฟังแล้วไม่เข้าใจ ช่วยแต่ไม่รู้ตัวคืออะไร กิ่งแก้วใช้สายลับหรือว่าสะกดจิตจินตนาหรือยังไงแกพูดอะไรของแกตาเรย์แม่ยิ่งฟังยิ่งงง”“คืออย่างนี้ครับแม่ กิ่งแก้วใช้ให้โปรแกรมเมอร์ของเธอแฮกระบบเข้ามารีโมทคอมพิวเตอร์ของคุณจินตนา ในนั้นมีบันทึกข้อความและทุกอย่างเกี่ยวกับตารางงานในโรงพยาบาลทั้งหมด รวมถึงตารางการผ่าตัดและทุก ๆ งานของผมที่คุณจินตนาดูแลอยู่”“หมายความว่าเรื่องนี้พี่จินไม่ทราบมาก่อนว่ามีการแฮกระบบเข้ามางั้นเหรอคะ แล้วทำไมฝ่ายไอทีของโรงพยาบาลตรวจจับไม่เจอล่ะคะ หรือว่า…”“ใช่ เธอใช้คนของเธอในการแฮกระบบเข้ามา ฝ่ายไอทีคิดว่าเป็นการทำงานระหว่างแผนกก็เลยไม่เข้ามายุ่ง แต่เรื่องนี้จินตนาไม่เคยรู้เรื่องมาก่อ