Home / LGBTQ+ / จะลูปไหนก็รักเธอ / บทที่ 4 เกลี่ยกล่อมให้กลับไปเรียน

Share

บทที่ 4 เกลี่ยกล่อมให้กลับไปเรียน

Author: Me.Daisy
last update Last Updated: 2025-02-28 17:27:33

              เขียนโดยเพนนี  เมื่อ 3 วันก่อน

              "สวัสดีค่ะ  ดิฉันพริมา  ภัทรโสภณ  เป็นอาจารย์แนะแนวที่โรงเรียนน้องเรวัชค่ะ"

              ฉันแนะนำตัวแก่ผู้ปกครองของเด็ก  เธอดูวุ่นอยู่ในครัวก่อนที่จะออกมาคุยกับฉัน  คิ้วขมวดน้อยๆ ด้วยความสงสัย

              "แล้วมีธุระอะไรคะ"

              "น้องไม่ได้ไปโรงเรียนมาหนึ่งเดือนแล้ว  ดิฉันอยากทราบว่าน้องมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ"  ฉันพูดตามสคริปต์อย่างเบื่อหน่าย  ไม่เคยชอบเลยจริงๆ ที่จะต้องไปหานักเรียน  เกลี่ยกล่อมให้เด็กกลับเข้ามาในระบบ  เพราะเด็กพวกนี้ตัดสินใจแล้วว่า  โรงเรียนไม่เหมาะกับเขา  และฉันก็เชื่อว่าการศึกษาสำหรับคนแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป  ใครใคร่เรียนเองก็เรียน  ใครใคร่เรียนกับคนเป็นๆ ก็เรียน  และวิธีเรียนไม่จำกัดแค่ในห้องเรียนด้วยนี่นา

              "เข้ามาก่อนสิคะ  อาจารย์...เอ่อ..อาจารย์ชื่อเล่นว่าอะไรคะ"

              "เพนนีค่ะ" 

              ฉันทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องรับแขก  แม่ของเด็กขึ้นไปตามนายเรวัชลงมา  เขาดูง่วงงุน  ผมชี้โด่ชี้เด่  หน้าม้ายาวจนแทบปิดตา  นี่คงอยู่แต่ในบ้าน  ไม่ได้กระทั่งจะออกไปตัดผมเลยสินะ

              เขากล้าสบตาฉัน  เข้าใจล่ะ  นานๆ คนอยู่ติดบ้านก็ชอบเข้าสังคมเหมือนกัน  แต่บรรยากาศรอบตัวเขาบอกฉันว่า  เด็กคนนี้มีดีกว่าที่เห็น  ถ้าลองทำงานเกี่ยวกับเด็กมาแบบนับไม่ถ้วน  จะแยกแยะได้เอง  ว่าใครมีของหรือไม่มีของ  และฉันก็แยกแยะได้

              เขาทักฉัน  และแม่ของเขาก็ขอตัวไปทำภารกิจต่อ  ปล่อยให้เราคุยกันตามลำพัง  ฉันต้องเกลี่ยกล่อมให้เขาเห็นประโยชน์จากการไปโรงเรียนให้ได้  นั่นคือหน้าที่ที่ฉันต้องทำในวันนี้

              "นายเรวัช  อยู่ม.หกแล้ว  อาจารย์พูดถูกไหมคะ"

              "ครับ  ผมเป็นหนุ่มแล้ว  ชอบคนอายุมากกว่าด้วย"

              ถึงเขาจะโปรยเสน่ห์  แต่ขอโทษเถอะ  มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่ทำให้ฉันหวั่นไหวได้

              นึกถึงอ้อยอิ่งขึ้นมาทำไมไม่รู้

              "เธอซ้ำชั้นมาสามปีแล้วถูกไหมคะ"

              เขาลอบถอนหายใจ  ก็ยังดีที่มีความเกรงใจกันอยู่บ้าง  ไม่แสดงออกเต็มร้อยว่าเบื่อการเรียนในระบบ 

              "ครับ"

              "โรงเรียนมันน่าเบื่อว่าไหม"  ฉันกระซิบกับเขา  ให้รู้ไปเลยว่าฉันก็เบื่อเหมือนกัน  "สมัยก่อนครูก็เกเรไปเรื่อย  เคยถูกจับไปขายด้วยล่ะ"

              "หรือครับ?  ผมก็ว่า  อย่างอาจารย์เดบิวต์ไปเป็นเกิร์ลกรุ๊ปได้สบายๆ" 

              ฉันยิ้มเขินอายแบบนี้ทุกครั้งที่มีคนชม  ก็พอรู้ว่าปากนิดจมูกหน่อยแบบนี้  มันน่ารักอะนะ

              "ก่อนหน้านั้น  เล่าให้ครูฟังก่อน  ว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมไปโรงเรียน"

              "ผม...ผมคิดว่าการประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้มีแค่ทางเดียว  เหมือนกับที่เด็กเรียนไม่ใช่เด็กที่ประสบความสำเร็จที่สุดในรุ่นครับ"

              ว่าแล้วเชียว  เขามีของ  มีทัศนคติและมีวิธีคิดเป็นของตัวเอง  ถ้าได้รับการสนับสนุนอย่างถูกต้อง  และพยายามให้มากพอ  เขาจะเป็นดาวของรุ่นได้เลย

              ฉันเชียร์เต็มที่  ไอ้ลูกศิษย์เจ้าชู้เอ้ย!

              "แล้วทางที่เธออยากไป  เป็นทางไหนเหรอเรวัช"

              "เรียกผมว่าเรย์ก็ได้ครับ  อาจารย์เพนนี"  เขาแนะนำชื่อเล่นออกมา  เมื่อคิดว่าเจอคนที่เข้าใจ  "อาจารย์รู้จัก VR ไหมครับ"

              "รู้จักสิ  โลกเรามาถึงทางแยกอยู่พอดี"

              ฉันเอ่ยสั้นๆ เพื่อให้รู้ว่าได้ยินข่าวมาบ้างอยู่เหมือนกัน  ข่าวที่ว่าการใช้แว่นและเสื้อสูทเพื่อใช้ชีวิตในโลกเสมือนกำลังจะกลายเป็นของล้าสมัย  เพราะต้องออกจากระบบมากินนอนหรือถ่าย  ไม่สามารถจะอยู่ในโลกเสมือนตลอดทั้งวันได้  มีคนคิดจะผ่าตัดฝังอุปกรณ์เข้าไปในสมอง  ให้เราใช้ชีวิตได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งร่างกายในชีวิตจริงอีก 

              "ผมคิดว่าจะผ่าตัดเพื่อฝังอุปกรณ์เข้าไปในตัว  ปล่อยร่างกายให้คนช่วยรักษาชีวิตไว้ด้วยการป้อนอาหารทางสายยาง  แล้วใช้ชีวิตในโลกเสมือนแทน"

              "ทำไมล่ะ  โลกนี้ไม่ดีพอสำหรับเธอเหรอ"

              "ผมหาทางร่ำรวยในโลกเสมือนได้  แล้วผมก็รู้จักโลกเสมือนทุกซอกทุกมุม  อีกอย่างมันแฟนตาซี กว่าเยอะ  อาจารย์เคยไหมที่จะกระโดดสูงกว่าสองเมตร  โหนตัวข้ามตึก  หรือกระทั่งกินยาต่อชีวิตในโลกของเราได้"

              ฉันเถียงไม่ออก  แต่ฉันก็รักโลกแห่งความเป็นจริงมากกว่า

              "แต่กฎหมายเราไม่อนุญาตให้เด็กต่ำกว่ายี่สิบปี  ตัดสินใจผ่าตัดเองได้  ต้องให้ผู้ปกครองรับรอง  แล้วพ่อแม่เธอว่าอย่างไร"

              "อีกอาทิตย์เดียวผมจะจัดการเรื่องนี้อย่างถูกต้อง  ผมกับแฟนจะอยู่ในโลกเสมือนจนกว่าร่างกายเราจะหมดลมหายใจ  มันไม่ต่างอะไรเลยกับโลกแห่งความเป็นจริง  แถมดีกว่าทุกอย่าง"

              "เมื่อเธอตายในเกม  ทรัพย์สินทุกอย่างจะหายไป  แล้วเธอต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่"

              "ก็จริง  แต่ผมมียาต่อชีวิตนี่ครับ"

              "อาจารย์เข้าใจ  ไหนเธอลองบอกสิ  เธอลิ้มรสชาติอาหารได้อร่อยเท่านี้ในโลก VR หรือเปล่า" 

              "ไม่ครับ  แต่ภาพในนั้นสวยกว่ามาก  ได้กลิ่น  ได้สัมผัสสมจริงด้วยเทคโนโลยีล้ำโลกที่เรามี  และในนี้เรามีอวตาร  ต่อให้หน้าตาธรรมดาแค่ไหน  ก็เสกสรรค์ให้สวยหล่อได้  เบื่อเมื่อไหร่ก็เปลี่ยนรูปลักษณ์ได้  จนคนที่ตามล่าเรา  อาจหาเราไม่เจออีกเลย"

              ฉันแปลกใจกับประโยคที่ล่าเรื่อง'ตามล่า'  แต่ไม่ได้ถามออกไป

              ฉันเก็บประวัติการเรียนของเขาใส่กระเป๋าผ้า  การสัมภาษณ์จบแค่นี้  เพราะฉันไม่มีความสามารถ  จึงไม่อาจเกลี่ยกล่อมอะไรได้อย่างที่ควรจะเป็น 

              “อาจารย์ยอมแพ้  คุยกับเธอแล้วก็คิดว่าไปเดบิวต์ยังง่ายกว่า  แต่ถ้าเธออยากจะคุยเรื่องทางเลือกอื่นๆ  เธอสามารถโทรหาอาจารย์ได้  สัมผัสในโลกจริงอาจดีกว่านี้  ถ้าเธอเปิดใจ  อาจารย์ทิ้งเบอร์โทรไว้ให้นะ"

              ฉันขอให้เกิดปาฎิหารย์ภายในเจ็ดวันนี้ด้วยเถิด

Related chapters

  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 5 แล้วผมจะพาไปสู่อนาคตที่งดงาม

    เขียนโดยฮาริส เมื่อ 10 ปีก่อน ผมเดินเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่งของเมืองเรา ภายในร้านมีไฟสลัว เต็มไปด้วยโต๊ะอาหาร แต่มีผู้คนเพียงเล็กน้อย กระทั่งเมื่อเลยเวลาบ่ายสองไป ชาวเมืองเราก็ทยอยเดินเข้าไปในร้าน พวกเขาล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญกับอนาคตของเมืองเรา ผมเดินเลยเข้าไปในห้องลับของร้าน บัดนี้มีคนเกือบเต็มแล้ว จากนั้นผมก็นั่งลงบนเก้าอี้ว่าง มองไปรอบๆ ตัว พวกเราแต่งตัวด้วยชุดโด๊ปหรือชุดอาหรับแบบปอนๆ นั่งมองหน้ากัน ไม่ว่าจะตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน เราก็แทบไม่มีเงินพอๆ กัน น่าสงสารมั้ยครับ พวกเรานั่งกระซิบกระซาบกัน รอให้อีกฝ่ายเปิดประเด็นพูดอะไรก่อน “ยินดีต้อบรับทุกท่าน” พิธีกรเอ่ยก่อน ผมติดต่อเขาเอาไว้ก่อนแล้ว เขายืนขึ้นโบกไม้โบกมือให้พวกเราเงียบและหันมาสนใจเขา “ผมขอเป็นตัวแทนเพื่อนำเราเข้าสู่กระบวนการการเลือกผู้นำ” คนที่เหลือปรบมือให้เขา เขาดูหล่อไม่เบาเลย ผมเองขนาดเป็นชายแท้ ยังละสายตาไม่ได้ ในใจมันร่ำร้องว่า สนใจมาแชร์ดีเอ็นเอกับตระกูลเราไหม ผมมีญาติผู้หญิงทางฝั่งพ่อและแม่อีกหลา

    Last Updated : 2025-02-28
  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 6 เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้ง

    เขียนโดยเพนนี เมื่อ 18 ปีก่อน นานมาแล้ว ฉันถูกทิ้งไว้ที่นี่ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ถ้าให้เดาแง่บวก ชีวิตข้างนอกนั้นคงแย่กว่าในนี้ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ ฉันมีข้าวกินครบสามมื้อ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์จะมีคนใจบุญมาเยี่ยมพวกเรา เอาอาหาร ขนม ไอศครีม และร้องเพลงให้พวกเราฟัง ตอนแรกฉันก็ตื่นเต้นและปลื้มปริ่มใจทุกครั้งที่มีคนมาเยี่ยม แต่นานๆ ไป ก็เกิดคำถามในใจ แล้วพ่อแม่ของฉันไปไหน ทำไมต้องทิ้งเราไว้ให้คนอื่นมาสงสารด้วย ฉันเคยเห็นนะ เคยเห็นตอนที่พวกลูกๆ กอดพ่อแม่ของเขา ร้องจะเอาโน่นนี่ แต่พวกเราล่ะ มีใครให้อ้อนแบบนั้นบ้าง ฉันยอมแลกช็อกโกแลตที่จะได้กินตลอดชีวิต กับครอบครัวที่จะอยู่กับฉันตลอดไปเลยล่ะ ฉันมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ชื่อนิวตัน นิวตันเป็นเด็กผู้ชายอายุเก้าขวบเท่าฉัน ตัดผมทรงนักเรียน ถ้าจะพูดให้ถูกเพราะครูแก้วตัดผมได้แต่ทรงนี้ เขาตัวอวบอ้วน ผิวขาวนวลเหมือนมีเชื้อสายจีน จมูกเล็กๆนั่นทำให้หน้าตาน่ารัก ตากลมโตนั้นพร้อมที่จะถามคำถามทุกครั้งที่สงสัย สมกั

    Last Updated : 2025-02-28
  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 1 แค่ขโมยตามที่คาดไว้

    เขียนโดยเรย์ เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน ผมตื่นตั้งแต่ตีสี่ เวลานี้มีคนบอกผมว่าผู้ร้ายไม่ค่อยมี ทำไมเหรอ เพราะว่าเป็นเวลาที่ผู้ร้ายยังไม่ตื่น ผมกระแอมนิดหนึ่งเพื่อเรียกสติตัวเอง ก่อนเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ ท่ามกลางตึกสูง ตึกพวกนี้ถูกจับจองไว้หมดแล้ว ในโลกตอนนี้แค่มีความพยายาม ทุกคนจะมีที่อยู่ราคาแพง ล้อมรอบไปด้วยทัศนียภาพอันน่าหลงใหล ผมหยิบอุปกรณ์ปีนตึกออกมา มันเป็นจุกดูดที่แข็งแรงพอจะจับยึด แค่กดมันลงไปบนผนังตึกที่เป็นกระจก จากนั้นดึงตัวเองขึ้นไป จนสูงขึ้นเรื่อยๆ แรงโน้มถ่วงไม่อาจทำอะไรผมได้นัก ผมใช้เวลาเพียงห้านาทีก็มาถึงชั้นที่หนึ่งร้อยหนึ่ง แล้วเจาะกระจกด้วยอุปกรณ์ที่อยู่ในเป้ ในห้องไม่มีคน ส่วนใหญ่ในเวลาอย่างนี้ คนไม่ค่อยอยู่ห้องกัน เขาหลับอยู่ในบ้านซะมากกว่า คนอะไร หาข้อมูลมาละเอียดสิ้นดี ในเพนท์เฮาส์มืดสลัว ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงอย่างช้าๆ ผมมองไปรอบๆ เห็นตู้กระจกตั้งอยู่กลางห้อง ไม่บอกก็รู้ว่าการรักษาความปลอดภัยคงดีมากแน่ๆ ผมหยิบรีโมทออกมา แล้วกดปุ่มสีแดง เสียงระเบิดดังมาจากชั้นหนึ่งของตึกหลังนี

    Last Updated : 2025-02-28
  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 2 ฉันเองครูแนะแนว

    เขียนโดยเพนนี เมื่อ 4 วันก่อน อพาร์ทเม้นท์ฉันอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเท่าไหร่นัก ภายในตกแต่งธรรมดา แต่ที่แปลกออกไปคือมีแม่บ้านเอไอคอยเป็นผู้ช่วยฉัน เอไอต่างจากหุ่นยนต์ปกตินิดหน่อย ตรงที่เธอคิดและเรียนรู้ได้ อันที่จริงจะให้จำกัดความเอไอก็ไม่ง่ายนัก เพราะมันแทบจะทำได้อย่างไม่มีขอบเขต ยกเว้นต้องทำตามบรรทัดฐานที่รัฐกำหนด แม่บ้านเอไอของฉัน เธอมีหน้าตาคล้ายคนทุกอย่าง รวมทั้งยังสวมผ้ากันเปื้อนขณะทำอาหารเช้าให้ฉันด้วย กลิ่นข้าวต้มกุ้งหอมไปทั่วห้อง ทำให้ฉันน้ำลายสอ ฝีมือของเธอไม่เลวเลย จนฉันแทบจะกินข้าวนอกบ้านไม่ได้ แต่อย่าบอกเธอล่ะ คนคงไม่ค่อยรู้ว่าแม่บ้านเอไอก็มีความภาคภูมิใจในตัวเอง "สวัสดีค่ะ เจ้านาย" เธอทักฉัน "สวัสดี เอไอ" "ดิฉันมีชื่อ ชื่อที่เจ้านายตั้งให้" นับวันเธอจะยิ่งมีอารมณ์เหมือนมนุษย์ขึ้นทุกที นี่คงจะน้อยใจสินะ "สวัสดีอ้อยอิ่ง ถ้าอย่างนั้นก็เรียกชื่อฉันด้วย" "ค่ะ คุณเพนนี" "สรุปข่าวให้ฟังหน่อย" "วันที่ 10 ม

    Last Updated : 2025-02-28
  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 3 ผมถูกเขาป้อยอ

    เขียนโดยฮาริส เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ความสามารถพิเศษของผมคือการสแกนคนด้วยสายตา เพียงแค่ผมมองเข้าไปในตาของคนไหนก็ตาม ผมจะรู้จักว่าเขาเป็นคนเช่นไร ผมรู้ว่าไอ้เรวัชหรือเรย์ มันไม่ใช่แค่วัยรุ่นตัวกวน ที่มาขโมยอย่างเล่นๆ มันทำการบ้านมาดี ทั้งตอนหาข้อมูลจากผม ใช้คำป้อยอ แล้วก็เข้ามาขโมยเพชรตอนที่ผมนอนหลับไปแล้ว อาจเป็นเพราะผมไม่ได้มองตามัน ผมจึงบอกข้อมูลไปอย่างง่ายดาย ผมเป็นหลานปู่ของกษัตริย์คนเก่า แต่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองมานานแล้ว คนนับถือผม เพราะความสามารถและวิสัยทัศน์ของผม จนยกย่องให้ผมเป็นผู้นำประเทศเราในตอนนี้ เสียดายเวลาที่สอนมัน รู้งี้เอาเวลาไปจำสูตรอบเค้กให้ลูกสาวดีกว่า “ตามหาให้ทั่วว่ามันเป็นใคร” ผมสั่งแฮกเกอร์ของเรา “แต่ว่า” แฮกเกอร์คนหนึ่งอ้าปาก “ฉันรู้จักมัน แต่ไม่รู้ว่ามันมาจากประเทศอะไร และทำไมต้องขโมยเพชรที่สำคัญของเราด้วย เพชรที่มันขโมยไป เป็นเพชรของปู่ฉัน” “ครับท่านฮาริส” เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังขึ้นหลังจากนั้น

    Last Updated : 2025-02-28

Latest chapter

  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 6 เด็กกำพร้าที่ถูกทิ้ง

    เขียนโดยเพนนี เมื่อ 18 ปีก่อน นานมาแล้ว ฉันถูกทิ้งไว้ที่นี่ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ถ้าให้เดาแง่บวก ชีวิตข้างนอกนั้นคงแย่กว่าในนี้ ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ ฉันมีข้าวกินครบสามมื้อ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์จะมีคนใจบุญมาเยี่ยมพวกเรา เอาอาหาร ขนม ไอศครีม และร้องเพลงให้พวกเราฟัง ตอนแรกฉันก็ตื่นเต้นและปลื้มปริ่มใจทุกครั้งที่มีคนมาเยี่ยม แต่นานๆ ไป ก็เกิดคำถามในใจ แล้วพ่อแม่ของฉันไปไหน ทำไมต้องทิ้งเราไว้ให้คนอื่นมาสงสารด้วย ฉันเคยเห็นนะ เคยเห็นตอนที่พวกลูกๆ กอดพ่อแม่ของเขา ร้องจะเอาโน่นนี่ แต่พวกเราล่ะ มีใครให้อ้อนแบบนั้นบ้าง ฉันยอมแลกช็อกโกแลตที่จะได้กินตลอดชีวิต กับครอบครัวที่จะอยู่กับฉันตลอดไปเลยล่ะ ฉันมีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ชื่อนิวตัน นิวตันเป็นเด็กผู้ชายอายุเก้าขวบเท่าฉัน ตัดผมทรงนักเรียน ถ้าจะพูดให้ถูกเพราะครูแก้วตัดผมได้แต่ทรงนี้ เขาตัวอวบอ้วน ผิวขาวนวลเหมือนมีเชื้อสายจีน จมูกเล็กๆนั่นทำให้หน้าตาน่ารัก ตากลมโตนั้นพร้อมที่จะถามคำถามทุกครั้งที่สงสัย สมกั

  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 5 แล้วผมจะพาไปสู่อนาคตที่งดงาม

    เขียนโดยฮาริส เมื่อ 10 ปีก่อน ผมเดินเข้าไปในร้านอาหารแห่งหนึ่งของเมืองเรา ภายในร้านมีไฟสลัว เต็มไปด้วยโต๊ะอาหาร แต่มีผู้คนเพียงเล็กน้อย กระทั่งเมื่อเลยเวลาบ่ายสองไป ชาวเมืองเราก็ทยอยเดินเข้าไปในร้าน พวกเขาล้วนแต่เป็นบุคคลสำคัญกับอนาคตของเมืองเรา ผมเดินเลยเข้าไปในห้องลับของร้าน บัดนี้มีคนเกือบเต็มแล้ว จากนั้นผมก็นั่งลงบนเก้าอี้ว่าง มองไปรอบๆ ตัว พวกเราแต่งตัวด้วยชุดโด๊ปหรือชุดอาหรับแบบปอนๆ นั่งมองหน้ากัน ไม่ว่าจะตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน เราก็แทบไม่มีเงินพอๆ กัน น่าสงสารมั้ยครับ พวกเรานั่งกระซิบกระซาบกัน รอให้อีกฝ่ายเปิดประเด็นพูดอะไรก่อน “ยินดีต้อบรับทุกท่าน” พิธีกรเอ่ยก่อน ผมติดต่อเขาเอาไว้ก่อนแล้ว เขายืนขึ้นโบกไม้โบกมือให้พวกเราเงียบและหันมาสนใจเขา “ผมขอเป็นตัวแทนเพื่อนำเราเข้าสู่กระบวนการการเลือกผู้นำ” คนที่เหลือปรบมือให้เขา เขาดูหล่อไม่เบาเลย ผมเองขนาดเป็นชายแท้ ยังละสายตาไม่ได้ ในใจมันร่ำร้องว่า สนใจมาแชร์ดีเอ็นเอกับตระกูลเราไหม ผมมีญาติผู้หญิงทางฝั่งพ่อและแม่อีกหลา

  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 4 เกลี่ยกล่อมให้กลับไปเรียน

    เขียนโดยเพนนี เมื่อ 3 วันก่อน "สวัสดีค่ะ ดิฉันพริมา ภัทรโสภณ เป็นอาจารย์แนะแนวที่โรงเรียนน้องเรวัชค่ะ" ฉันแนะนำตัวแก่ผู้ปกครองของเด็ก เธอดูวุ่นอยู่ในครัวก่อนที่จะออกมาคุยกับฉัน คิ้วขมวดน้อยๆ ด้วยความสงสัย "แล้วมีธุระอะไรคะ" "น้องไม่ได้ไปโรงเรียนมาหนึ่งเดือนแล้ว ดิฉันอยากทราบว่าน้องมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ" ฉันพูดตามสคริปต์อย่างเบื่อหน่าย ไม่เคยชอบเลยจริงๆ ที่จะต้องไปหานักเรียน เกลี่ยกล่อมให้เด็กกลับเข้ามาในระบบ เพราะเด็กพวกนี้ตัดสินใจแล้วว่า โรงเรียนไม่เหมาะกับเขา และฉันก็เชื่อว่าการศึกษาสำหรับคนแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป ใครใคร่เรียนเองก็เรียน ใครใคร่เรียนกับคนเป็นๆ ก็เรียน และวิธีเรียนไม่จำกัดแค่ในห้องเรียนด้วยนี่นา "เข้ามาก่อนสิคะ อาจารย์...เอ่อ..อาจารย์ชื่อเล่นว่าอะไรคะ" "เพนนีค่ะ" ฉันทิ้งตัวลงบนโซฟาในห้องรับแขก แม่ของเด็กขึ้นไปตามนายเรวัชลงมา เขาดูง่วงงุน ผมชี้โด่ชี้เด่ หน้าม้ายาวจนแทบปิดตา นี่คงอยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้กระทั่งจะออกไปตัดผมเลยสินะ

  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 3 ผมถูกเขาป้อยอ

    เขียนโดยฮาริส เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ความสามารถพิเศษของผมคือการสแกนคนด้วยสายตา เพียงแค่ผมมองเข้าไปในตาของคนไหนก็ตาม ผมจะรู้จักว่าเขาเป็นคนเช่นไร ผมรู้ว่าไอ้เรวัชหรือเรย์ มันไม่ใช่แค่วัยรุ่นตัวกวน ที่มาขโมยอย่างเล่นๆ มันทำการบ้านมาดี ทั้งตอนหาข้อมูลจากผม ใช้คำป้อยอ แล้วก็เข้ามาขโมยเพชรตอนที่ผมนอนหลับไปแล้ว อาจเป็นเพราะผมไม่ได้มองตามัน ผมจึงบอกข้อมูลไปอย่างง่ายดาย ผมเป็นหลานปู่ของกษัตริย์คนเก่า แต่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองมานานแล้ว คนนับถือผม เพราะความสามารถและวิสัยทัศน์ของผม จนยกย่องให้ผมเป็นผู้นำประเทศเราในตอนนี้ เสียดายเวลาที่สอนมัน รู้งี้เอาเวลาไปจำสูตรอบเค้กให้ลูกสาวดีกว่า “ตามหาให้ทั่วว่ามันเป็นใคร” ผมสั่งแฮกเกอร์ของเรา “แต่ว่า” แฮกเกอร์คนหนึ่งอ้าปาก “ฉันรู้จักมัน แต่ไม่รู้ว่ามันมาจากประเทศอะไร และทำไมต้องขโมยเพชรที่สำคัญของเราด้วย เพชรที่มันขโมยไป เป็นเพชรของปู่ฉัน” “ครับท่านฮาริส” เสียงรัวแป้นพิมพ์ดังขึ้นหลังจากนั้น

  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 2 ฉันเองครูแนะแนว

    เขียนโดยเพนนี เมื่อ 4 วันก่อน อพาร์ทเม้นท์ฉันอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนเท่าไหร่นัก ภายในตกแต่งธรรมดา แต่ที่แปลกออกไปคือมีแม่บ้านเอไอคอยเป็นผู้ช่วยฉัน เอไอต่างจากหุ่นยนต์ปกตินิดหน่อย ตรงที่เธอคิดและเรียนรู้ได้ อันที่จริงจะให้จำกัดความเอไอก็ไม่ง่ายนัก เพราะมันแทบจะทำได้อย่างไม่มีขอบเขต ยกเว้นต้องทำตามบรรทัดฐานที่รัฐกำหนด แม่บ้านเอไอของฉัน เธอมีหน้าตาคล้ายคนทุกอย่าง รวมทั้งยังสวมผ้ากันเปื้อนขณะทำอาหารเช้าให้ฉันด้วย กลิ่นข้าวต้มกุ้งหอมไปทั่วห้อง ทำให้ฉันน้ำลายสอ ฝีมือของเธอไม่เลวเลย จนฉันแทบจะกินข้าวนอกบ้านไม่ได้ แต่อย่าบอกเธอล่ะ คนคงไม่ค่อยรู้ว่าแม่บ้านเอไอก็มีความภาคภูมิใจในตัวเอง "สวัสดีค่ะ เจ้านาย" เธอทักฉัน "สวัสดี เอไอ" "ดิฉันมีชื่อ ชื่อที่เจ้านายตั้งให้" นับวันเธอจะยิ่งมีอารมณ์เหมือนมนุษย์ขึ้นทุกที นี่คงจะน้อยใจสินะ "สวัสดีอ้อยอิ่ง ถ้าอย่างนั้นก็เรียกชื่อฉันด้วย" "ค่ะ คุณเพนนี" "สรุปข่าวให้ฟังหน่อย" "วันที่ 10 ม

  • จะลูปไหนก็รักเธอ   บทที่ 1 แค่ขโมยตามที่คาดไว้

    เขียนโดยเรย์ เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน ผมตื่นตั้งแต่ตีสี่ เวลานี้มีคนบอกผมว่าผู้ร้ายไม่ค่อยมี ทำไมเหรอ เพราะว่าเป็นเวลาที่ผู้ร้ายยังไม่ตื่น ผมกระแอมนิดหนึ่งเพื่อเรียกสติตัวเอง ก่อนเดินเข้าไปในซอยเล็กๆ ท่ามกลางตึกสูง ตึกพวกนี้ถูกจับจองไว้หมดแล้ว ในโลกตอนนี้แค่มีความพยายาม ทุกคนจะมีที่อยู่ราคาแพง ล้อมรอบไปด้วยทัศนียภาพอันน่าหลงใหล ผมหยิบอุปกรณ์ปีนตึกออกมา มันเป็นจุกดูดที่แข็งแรงพอจะจับยึด แค่กดมันลงไปบนผนังตึกที่เป็นกระจก จากนั้นดึงตัวเองขึ้นไป จนสูงขึ้นเรื่อยๆ แรงโน้มถ่วงไม่อาจทำอะไรผมได้นัก ผมใช้เวลาเพียงห้านาทีก็มาถึงชั้นที่หนึ่งร้อยหนึ่ง แล้วเจาะกระจกด้วยอุปกรณ์ที่อยู่ในเป้ ในห้องไม่มีคน ส่วนใหญ่ในเวลาอย่างนี้ คนไม่ค่อยอยู่ห้องกัน เขาหลับอยู่ในบ้านซะมากกว่า คนอะไร หาข้อมูลมาละเอียดสิ้นดี ในเพนท์เฮาส์มืดสลัว ดวงอาทิตย์เริ่มทอแสงอย่างช้าๆ ผมมองไปรอบๆ เห็นตู้กระจกตั้งอยู่กลางห้อง ไม่บอกก็รู้ว่าการรักษาความปลอดภัยคงดีมากแน่ๆ ผมหยิบรีโมทออกมา แล้วกดปุ่มสีแดง เสียงระเบิดดังมาจากชั้นหนึ่งของตึกหลังนี

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status