Share

บทที่ 11

Author: อู๋ซิน
last update Last Updated: 2023-11-21 11:48:08
ในขณะเดียวกัน ประตูคฤหาสน์ก็เปิดออกโดยมีสวีอู่ยืนอยู่ตรงประตูด้วยสีหน้าหม่นคล้ำ ดวงตากลัดเลือดและมีแววอาฆาตแค้น! แต่กลับให้ความรู้สึกซูบซีดอิดโรยมากกว่า...

สี่ราชันย์สวรรค์ยืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว เมื่อเห็นพี่ใหญ่ของพวกเขาเป็นเช่นนี้ ก็ทำให้โทสะในใจของทั้งสี่คนเริ่มที่จะค่อย ๆ ปะทุขึ้นมา...

ขวางเสออดไม่ได้ที่จะถามว่า "นายท่านอู่! ไอ้หมอนั่นมันมาจากที่ไหนกัน!"

สวีอู่ยังคงมีสีหน้าหม่นคล้ำและน้ำเสียงแหบแห้งอยู่บ้าง "อย่าห่วงไปเลย พวกเรามากันครบแล้วใช่ไหม? เข้ามาสิ ฉันอยากให้พวกนายรู้อะไรบางอย่าง!"

หลังจากสวีอู่พูดจบก็หันหลังเดินกลับไป สี่ราชันย์สวรรค์พร้อมบรรดาพี่น้องของพวกเขาจึงเดินตามเข้าไปในบ้านด้วย

มีบรรยากาศชวนให้อึดอัดจนถึงขีดสุดในคฤหาสน์ขนาดใหญ่!

ทุกคนต่างรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย พวกเขาติดตามสวีอู่มาหลายปี ยังมีเหตุการณ์อะไรที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนบ้างล่ะ? แต่ก็ไม่เคยเห็นสวีอู่เป็นแบบนี้มาก่อน!

เขาโกรธจัด!

เมื่อสวีอู่มาถึงห้องโถงแล้ว เขาก็หันกลับมานั่งเก้าอี้พลางค่อย ๆ หลับตาลงแล้วสูดหายใจลึก ๆ จากนั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "เฮยหลาง พาตัวมันมาทีสิ"

"รับทราบ"

เฮยหลางผงกศีรษะแล้วเดินเข้าห้องที่อยู่ข้างใน ไม่นานก็เข็นเตียงโรงพยาบาลออกมา

คนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาลคือต้าหู่ที่ยังคงมีลมหายใจเฮือกสุดท้ายหลงเหลืออยู่!

ทันทีที่ทุกคนเห็นต้าหู่ ม่านตาของพวกเขาก็หดวูบทันที! พวกเขามีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตกใจและโกรธแค้น!

ต้าหู่ไม่ควรถูกเรียกว่ามนุษย์อีกต่อไป!

กระดูกทุกท่อนในร่างของเขาหักหมดแล้ว เขาเป็นแค่เนื้อบดชิ้นหนึ่งเท่านั้น!

ไม่มีใครนึกออกเลยว่าทั้ง ๆ ที่เขาเป็นแบบนี้ แต่ยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกัน?

ต้าหู่กำลังนอนอยู่ตรงนั้นโดยมีสายและหน้ากากออกซิเจนเสียบเข้าไปในร่างกาย มีเพียงแค่เสียงเครื่องมือดังขึ้นถี่ ๆ เท่านั้นที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่...

สวีอู่ตาแดงราวกับโลหิตและหางตาสั่นระริก...

เขาค่อย ๆ เอ่ยขึ้นมาว่า "พี่น้องทั้งหลาย ฉันสวีอู่ท่องไปทั่วมณฑลทั้งสามมาหลายสิบปี คนที่เชื่อฟังย่อมรุ่งเรืองและคนที่ต่อต้านย่อมพินาศวอดวาย! ในโลกใต้ดินของมณฑลทั้งสามนี้ ฉันเป็นผู้ดำรงอยู่ ณ จุดสูงสุด!"

"ไม่มีใครกล้าขัดเจตนารมณ์ของฉันและไม่มีใครต้านทานโทสะของฉันได้!"

ทันทีที่เขาพูดจบ ทุกคนก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง "นายท่านอู่มีชีวิตอยู่ยั่งยืนนาน!"

"นายท่านอู่ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์!"

สวีอู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประดุจดั่งเทพเจ้าที่ผู้คนนับพันต่างสักการะบูชา!

เขาชี้ไปทางต้าหู่ที่อยู่ข้าง ๆ ตนเองด้วยสีหน้าเย็นชา "ตอนนี้น้องชายของฉันถูกหลี่ชิงเฟิงถลกหนังเลาะกระดูก! มีชีวิตอยู่มิสู้ตาย!"

"นี่มันเป็นการท้าทาย!"

"เป็นการท้าทายฉัน!"

"นี่คือสาส์นท้ารบต่อขุมกำลังใต้ดินแห่งมณฑลทั้งสาม!"

"พี่น้องทั้งหลาย มองดูต้าหู่แล้วบอกฉันที! พวกนายควรจะทำยังไงดี!"

ตอนนี้สวีอู่ได้จุดประกายความรุนแรงขึ้นในใจของทุกคนเรียบร้อยแล้ว! ทุกคนลุกขึ้นทันทีพลางหยิบอาวุธที่เหน็บเอาไว้ตรงเอวออกมาโดยไม่ลังเล จากนั้นก็ชูขึ้นฟ้าแล้วแผดเสียงคำรามลั่น!

"ตาต่อตาฟันต่อฟัน!"

"ตาต่อตาฟันต่อฟัน!"

"ตาต่อตาฟันต่อฟัน!"

ผู้คนรู้สึกกระตือรือร้นและร้องตะโกนเสียงดัง!

"เอาล่ะ!" สวีอู่โบกมือ "ตามที่ฉันได้คาดการณ์เอาไว้! วันนี้ฉันจะทำให้หลี่ชิงเฟิงรู้ว่าความโกรธหน้าตามันเป็นยังไง! ฉันอยากให้มันรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นจอมราชันย์! มันทนราชันย์พิโรธไม่ไหวหรอก!”

"นายท่านอู่! คุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ไอ้สารเลวคนนี้มันอยู่ที่ไหนล่ะ? ไปหามันเดี๋ยวนี้เลย!"

"ใช่แล้ว นายท่านอู่ รีบบอกผมมาเร็ว ๆ เถอะ! พี่น้องทั้งหลายทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!"

สวีอู่โบกมือพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "มันเป็นใครกันพวกเราถึงต้องไปตามหา? อย่าห่วงไปเลย ฉันมีสิ่งสำคัญที่สุดของมันอยู่ ฉันอยากจะให้มันเป็นฝ่ายเข้ามารนหาที่ตายเอง!"

หลังจากสวีอู่พูดจบก็ส่งสายตาให้แก่เฮยหลาง ตัวเฮยหลางเข้าใจดีแล้วเดินไปยังห้องที่อยู่ข้างใน ตอนที่เขาออกมาได้หิ้วเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้ในมือ เป็นโต้วโต่วนั่นเอง!

โต้วโต่วมองพวกเขาด้วยสีหน้าหวาดกลัว คนพวกนี้เต็มไปด้วยเจตนาสังหาร! ต่อให้ยังไม่ได้ลงมือทำอะไร โต้วโต่วก็รู้สึกกลัวแทบตายแล้ว!

"อย่านะ...โฮโฮโฮ..."

"พ่อคะ! แม่คะ! พ่อกับแม่อยู่ที่ไหนคะ..."

ทุกคนมองโต้วโต่วด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม! ตอนนี้โต้วโต่วราวกับลูกแกะน้อยที่โดนฝูงหมาป่าตะครุบเอาไว้!

สวีอู่แสยะยิ้ม "แค่มีนังเด็กคนนี้ ฉันก็ไม่ต้องกลัวว่าหลี่ชิงเฟิงจะไม่มา!"

ขวางเสอยิ้มเยาะ "นายท่านอู่ ฆ่านังเด็กไม่มีพ่อคนนี้เพื่อระบายแค้นให้ทุกคนก่อนเถอะ!"

"ฉันจะถลกหนังของนังเด็กไม่มีพ่อคนนี้ให้ดีเลยเชียวล่ะ!"

สวีอู่มองดูโต้วโต่วที่ตกอยู่ในเงื้อมมือตนเองแล้วยิ้มเหี้ยมเกรียม "ไม่ต้องห่วงหรอกน่า! ฉันอยากให้หลี่ชิงเฟิงได้เห็นฉันทรมานลูกสาวของมันจนตายกับตาตัวเอง! ฉันอยากให้มันสำนึกเสียใจที่ทำแบบนี้! "

…….

ในขณะนั้น หลี่ชิงเฟิงยังอยู่ในโรงแรมหอแปดเซียน

เขาดูคลิปวิดีโอบนโทรศัพท์จนจบ

เมื่อคลิปวิดีโอตอนสุดท้ายจบลง หลี่ชิงเฟิงก็มือไม้สั่นเทิ้มและหัวใจก็ราวกับจะหลั่งเลือดได้!

เขากำหมัดแน่นพร้อมดวงตากลัดเลือด!

พรวด!

หลี่ชิงเฟิงกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งด้วยความโกรธแค้นอย่างเห็นได้ชัด!

"จอมอสูร!"

"จอมอสูร คุณเป็นยังไงบ้างครับ!"

เมื่อเห็นหลี่ชิงเฟิงถึงกับแค้นใจมากเสียจนกระอักเลือด ทุกคนก็รีบวิ่งเข้ามาหา! แต่หลี่ชิงเฟิงกลับยื่นมือออกมาห้ามไว้!

"ฉันไม่เป็นไร"

หลี่ชิงเฟิงสูดหายใจลึก ๆ พลางสะกดกลั้นโทสะในใจ จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาเช็ดเลือดตรงมุมปากแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง

โต้วโต่ว! เซียนอิน รอก่อนเถอะ ฉันจะต้องให้คำอธิบายกับพวกเธอแน่!

มีเมฆฝนและความกดอากาศต่ำอยู่นอกหน้าต่าง...

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!

ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็พลันดังขึ้นมา!

หลี่ชิงเฟิงควักโทรศัพท์มือถือออกมาดูเลยหมายที่ไม่คุ้นเคยบนนั้น จากนั้นเขาก็รับสายด้วยท่าทีสงบนิ่ง

ณ ปลายสายอีกด้านหนึ่ง สิ่งแรกที่ดังขึ้นก็คือเสียงร้องไห้ของเด็กหญิง!

ในช่วงเวลานั้น! หลี่ชิงเฟิงใจเต้นโลด! เสียงร้องไห้เป็นของโต้วโต่วชัด ๆ เลย!

"แม่คะ! พ่อคะ! ช่วยหนูด้วยค่ะ..."

หลี่ชิงเฟิงตัวสั่น โทสะในใจพุ่งทะยานถึงขีดสุดขึ้นมาทันที!

"แกเป็นใคร!!" หลี่ชิงเฟิงกัดฟันถามด้วยน้ำเสียงหฤโหด

จู่ ๆ เสียงร้องไห้ตรงปลายสายโทรศัพท์ก็หยุดลง จากนั้นเสียงแหบแห้งของสวีอู่ก็ดังขึ้นมาอีกว่า "หลี่ชิงเฟิงเอ๋ย ตอนที่แกฆ่าน้องชายของฉัน แกเคยนึกไหมว่าพี่ชายของเขาเป็นใคร?"

"แกคือสวีอู่งั้นรึ?!"

สวีอู่เอ่ยขึ้นพลางยิ้มเหี้ยมเกรียม "ถูกต้องแล้ว! ฉันคือราชันย์โลกใต้ดินแห่งมณฑลทั้งสามและมีสมญานามว่านายท่านสวีอู่จอมหมื่นพิฆาต! นับตั้งแต่ฉันปรากฏตัว แกเป็นคนแรกที่กล้ายั่วโมโหฉันแบบนี้!"

"แกน่าจะดีใจที่ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ เพราะแกจะได้มีโอกาสรู้ว่าราชันย์พิโรธและวิบัติถล่มฟ้าที่แท้จริงคืออะไรกันแน่!"

"ฉันจะทำให้แกได้รู้ถึงระยะห่างระหว่างเศษสวะอย่างแกกับราชันย์ที่แท้จริง!"

"แก! แกมันก็แค่มดปลวกตัวหนึ่ง!"

"ถ้าแกอยากให้ลูกสาวของแกมีชีวิตรอดล่ะก็! ฉันจะให้เวลาแกมาที่คฤหาสน์ชิงสุ่ยคืนนี้ก่อนรุ่งสาง..."

"แล้วปลิดชีพตัวเองซะ!"

ทั่วทั้งโรงแรมหอแปดเซียนเงียบมากเสียจนได้ยินเสียงเข็มตก มีเพียงแค่เสียงหัวเราะด้วยความโอหังของสวีอู่ที่ดังผ่านโทรศัพท์!

ราชันย์พิโรธ? !

วิบัติถล่มฟ้า? !

มดปลวก? !

ปลิดชีพตัวเอง? !

เมื่อเขาพูดคำสุดท้ายจบ เจตนาสังหารที่ปะทุขึ้นทั่วร่างของจอมอสูรผู้แกร่งกล้าราวกับกระบี่ก็แหวกนภาแล้วพุ่งทะยานสู่ฟ้าด้วยพลังอันน่าพรั่นพรึง!

หลี่ชิงเฟิงคือจอมราชันย์ของพวกเขา!

เป็นทั้งศรัทธาและเทพเจ้าของพวกเขา! ความเป็นความตายล้วนขึ้นอยู่กับ "จอมราชันย์" ที่พิชิตทั่วทุกสารทิศด้วยมือเดียวและสร้างความหวาดกลัวให้แก่ศัตรูต่างชาติ!

ก็เพื่อให้พวกเขาสามารถรอดพ้นจากความตายและกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง! ทั้งยังทำให้ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ทั่วทั้งอาณาจักรต้าเซี่ยไม่มีศัตรูต่างชาติกล้าปรารถนาแม้แต่ครึ่งส่วน!

วันนี้ "จอมราชันย์" ผู้นั้นก็แค่อยากจะทวงความเป็นธรรมให้ลูกเมียของตัวเอง แต่เขากลับโดนข่มขู่ดูถูกและแม้แต่...

สั่งให้ "จอมราชันย์" ปลิดชีพตัวเอง? ! !

รนหาที่ตายชัด ๆ! ! !
Comments (2)
goodnovel comment avatar
Sanit Ronnatee
การแย่คนรอบตัวยังป้องกันไม่ได้ไม่น่าเป็นคนเก่งเลยเวพ่ามาก
goodnovel comment avatar
Panchanok Pochaithong
ประสาท ไม่มีคนเฝ้าลูกเหรอไอ้โง่เอ้ย
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 12

    หลังจากสวีอู่กล่าวคำพูดอาจหาญมาจนถึงตรงนี้ เขาพบว่าอีกฝ่ายกลับไม่ตอบอะไรเลยสักคำจึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "ทำไมเล่า แกกลัวหรือไง?" "เศษสวะเอ๊ย! งั้นก็รอเก็บศพลูกสาวของแกได้เลย!" คราวนี้มีเสียงดังขึ้นมาจากทางนั้นบ้าง "ไม่จำเป็นต้องก่อนรุ่งสางหรอก ฉันทนรอนานขนาดนั้นไม่ไหว!" "ฉันจะปรากฎตัวภายในหนึ่งชั่วโมง" เสียงนี้ราวกับดังขึ้นมาจากขุมนรกชั่วกัลป์ผสานกับหิมะเดือนเก้าที่ชวนให้หนาวไปถึงกระดูกสันหลัง! เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไม่มีคำพูดข่มขู่สักคำ แต่กลับทำให้เขาตื่นตะลึงไปหลายวินาที! สวีอู่กลับโมโหจัดแล้วพูดจากระโชกโฮกฮากขึ้นมาว่า "ได้! ฉันหวังว่าตอนที่แกเจอฉันจะยังกล้าพูดแบบนี้อยู่ก็แล้วกัน! ฉันจะฆ่าแกให้ตายในชั่วโมงเดียว!" เปรี้ยง! ! ! ฟ้าผ่าบนฟากฟ้าและนภามืดมิดราวกับจุดสิ้นสุดของโลกกำลังจะมาเยือน! ภายในโรงแรมหอแปดเซียน บรรยากาศชวนอึดอัดยิ่งนัก จากนั้นหลี่ชิงเฟิงก็ยืนอยู่ตรงหน้าของหน้าต่างบานหนึ่ง โทรศัพท์ในมือแหลกละเอียดทันที! เมฆฝนในฟากฟ้าไกลสุดลูกหูลูกตาราวกับว่าจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น! สายลมที่จู่ ๆ ก็รุนแรงขึ้นมาทำให้สายฝนนอกหน้าต่างส่งเสียงดังกรอบแกรบ! ในยามนี้ชั้นล่

    Last Updated : 2023-11-21
  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 13

    ในขณะนั้นเอง ณ คฤหาสน์ชิงสุ่ย คฤหาสน์ชิงสุ่ยปลูกสร้างอยู่บนหุบเขา มันเป็นบ้านพักตากอากาศที่สวีอู่เปิดสู่โลกภายนอกเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนสัปดาห์ละครั้ง แต่ยามที่จำเป็นก็จะเป็นพระราชวังฤดูร้อนของสวีอู่ด้วย ฝนฟ้าชักจะเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ และเมฆดำทะมึนในเมืองก็คล้อยต่ำลงมาทุกที ๆ ตอนนี้คฤหาสน์ชิงสุ่ยได้ถูกปิดตายและหยุดการติดต่อกับโลกภายนอก สวีอู่ที่มาถึงที่นี่พร้อมเหล่าพี่น้องทั้งหลายที่กำลังรอคอยให้หลี่ชิงเฟิงมาถึง ในตอนนี้เอง ชายหนุ่มที่อยู่ข้างนอกก็วิ่งเข้ามาในห้องแล้วบอกว่า "นายท่านอู่! มีข่าวจากข้างนอกว่าไอ้เด็กหลี่ชิงเฟิงเองก็ระดมกำลังพลด้วยครับ" เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ พวกเขาก็อดไม่ได้ที่หัวเราะออกมา! เฮยหลางยิ้มเย็นชา "ให้ตายสิวะ! ไอ้เด็กนี่มันไม่กลัวตายจริง ๆ! มันคิดจะหาคนมาช่วยงั้นรึ? ฉันก็อยากจะรู้นักว่าเมื่อกวาดสายตามองไปทั่วมณฑลทั้งสาม จะมีใครกล้าช่วยมันบ้าง!" "ใครมันจะไปมีคนเยอะกว่านายท่านอู่ของพวกเราอีกเล่า? ฉันคิดว่าไอ้เด็กนี่มันโง่เง่าสิ้นดี!" "ในมณฑลทั้งสามแห่งนี้มีใครบ้างที่ไม่รู้ว่านายท่านอู่คือจอมราชันย์!" เมื่อสวีอู่ได้ยินเช่นนี้ แววตาก็ฉายประกา

    Last Updated : 2023-11-21
  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 14

    เมฆฝนในท้องฟ้าอันห่างไกลที่รวมตัวกันก่อตัวเป็นพายุหมุนไปทั่วเมืองเซี่ยชวน! ราวกับว่ากำลังจะมีพายุลูกใหญ่มาเยือน... รถยนต์สีดำสนิทสองคันเร่งความเร็วไปตามท้องถนน จนในที่สุดก็มาหยุดนิ่งอยู่ตรงที่เปิดโล่งห่างจากคฤหาสน์ชิงสุ่ยไม่กี่ร้อยเมตร ประตูรถเปิดออกแล้วหลี่ชิงเฟิงก็ค่อย ๆ ลงจากรถ เย่เซียวที่อยู่ข้างหลังกำลังถือร่มคันสีดำคอยคุ้มศีรษะให้หลี่ชิงเฟิง... หลี่ชิงเฟิงไม่พูดอะไรสักคำ เขากำลังมองดูคฤหาสน์หลังใหญ่ในหุบเขาที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ตอนนี้เย่เซียวค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเขา "จอมอสูร ยอดฝีมือของอสูรรัตติกาลมารวมตัวกันและกำลังรอคำสั่งของพี่อยู่นะ" หลี่ชิงเฟิงพยักหน้าโดยไม่เอ่ยสิ่งใด จากนั้นหันกลับไปขึ้นรถแล้วมองเซี่ยเซียนอินที่ยังคงหลับใหลอยู่ข้าง ๆ ตัวเขา แม้จะหลับอยู่ ทว่าเซี่ยเซียนอินก็ยังมีหยดน้ำตาที่ใสราวกับผลึกแก้วแขวนค้างอยู่ตรงหางตา ชวนให้ดูน่าสงสาร... หลี่ชิงเฟิงยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้เธอแล้วเอ่ยเสียงเบาขึ้นมาว่า "เซียนอิน พอขึ้นฟื้นตื่นขึ้นมา โต้วโต่วก็จะกลับมาหาคุณโดยไร้ซึ่งรอยขีดข่วนและไอ้พวกที่รังแกคุณก็จะหายไปจากโลกใบนี้" "ผมให้สัญญา" หลังจากหลี่ชิงเฟิงพูดจบ

    Last Updated : 2023-11-21
  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 15

    ณ ลานกว้างของคฤหาสน์ชิงสุ่ย มีคนกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ตรงนั้น! สวีอู่กับสี่ราชันย์สวรรค์กำลังนั่งดื่มชาพลางมองดูนาฬิกาอยู่ในห้อง... เฮยหลางที่รอจนชักจะเริ่มหมดความอดทนถึงกับเอ่ยขึ้นมาว่า "ให้ตายเถอะ! คงไม่ใช่ว่าไอ้เศษสวะนั่นไม่มาหรอกนะ? ฉันอยากจะรู้นักว่ามันจะหาใครมาช่วย!" ในตอนนี้เอง ชายคนหนึ่งที่อยู่ตรงประตูด้านนอกก็วิ่งพรวดเข้ามา "นายท่านอู่! คนมาแล้วครับ!" สวีอู่ลุกขึ้นทันทีพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "มีคนมากันเท่าไรล่ะ?" "สะ...สี่..." ชายหนุ่มกล่าว สวีอู่กับสี่ราชันย์สวรรค์มองหน้ากันแล้วหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังพร้อมกัน! "สี่คน! ฉันบอกแล้วยังไงล่ะว่าในมณฑลทั้งสามไม่มีใครกล้าช่วยมันหรอก! ฮ่าฮ่า!" "สี่คนนี้มารนหาที่ตายถึงที่นี่เลยเชียวรึ?" สวีอู่โบกมือแล้วยิ้มพลางกล่าวว่า "จับตัวนังเด็กไม่มีพ่อคนนั้นไปขังเอาไว้ซะ! ออกไปดูไอ้ขี้แพ้สี่คนนี้กันเถอะ!" เมื่อสวีอู่เดินออกจากประตู เขาก็มาอยู่ตรงหน้าลานกว้างของคฤหาสน์ชิงสุ่ย ลานกว้างมีขนาดใหญ่โตจนสามารถบรรจุผู้คนได้นับหมื่นคน! ตอนนี้ลานกว้างเต็มไปด้วยผู้คนจนดำมืดไปหมด! กินเนื้อที่ส่วนใหญ่ของลานกว้างเข้าไปแล้ว! ขวางเสอเ

    Last Updated : 2023-11-21
  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 16

    เปรี้ยง——! ! ! เมฆฝนขนาดมหึมาก่อตัวอยู่บนท้องฟ้า! ในที่สุดระเบิดพลังอันแกร่งกล้าของเขาออกมา! บังเกิดสายฟ้าฟาดขึ้นมาทันที! ทันใดนั้นทั่วทั้งคฤหาสน์ชิงสุ่ยก็สว่างราวกับยามกลางวัน! ทุกคนต่างเห็นว่าสายฟ้าที่ผ่าฟาดลงมานี้แหวกท้องนภาออกจากกัน! ทำให้เมฆฝนดำทะมึนแยกออกเป็นสองส่วน! ระหว่างเมฆฝนทั้งสองส่วน! มีลำแสงสายหนึ่งสาดส่องลงมา! สวีอู่หรี่ตามองก็เห็นเงาดำที่ราวกับดาวตกพากันหลั่งไหลเข้ามา! ตู้ม! ปัง ปัง! ! ตู้ม! ! ! เงาดำพวกนี้ต่างพุ่งตัวมาอยู่ข้างหลังหลี่ชิงเฟิงและพื้นก็พลันยุบลงทันที! มีเพียงแค่สวีอู่ที่เห็นได้ชัดเจนว่าเงาดำทุกสายล้วนแล้วแต่เป็นคนผู้หนึ่ง! ระ...เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกน่า! ในเวลาเพียงชั่วไม่กี่อึดใจ! ก็มีคนเกือบพันคนอยู่ข้างหลังหลี่ชิงเฟิง! "หน่วยรบสี่จอมอสูรรายงานตัว! ใครมันกล้าอวดดี!" "หน่วยรบแปดพญามัจจุราชมาช่วยล่าช้าเกินไป! ได้โปรดยกโทษให้ด้วยครับ!" "หน่วยรบสิบหกอาชาโลหิต! ผมได้รับคำสั่งให้มาเข่นฆ่าเจ้าพวกโจรชั่ว! โปรดบัญชามาได้เลย!" "หน่วยรบสามสิบหกปรมาจารย์วิญญาณรายงานตัว! โปรดบัญชามาได้เลย!" ในยามนี้ สีหน้าสวีอู่ที่ก่อนหน้านี้ยั

    Last Updated : 2023-11-21
  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 17

    ดวงตาของหลี่ชิงเฟิงฉายแววเย็นชาอาฆาตแค้น จากนั้นเจตนาสังหารของเขากลับยิ่งแรงกล้ามากขึ้น! เขาจ้องมองสวีอู่แล้วค่อย ๆ เอ่ยขึ้นว่า "แกบอกว่าพวกเราอาศัยว่ามีคนมากกว่าใช่ไหม?" สวีอู่แผดเสียงพร้อมดวงตาแดงฉาน "อีกอย่างฉันก็ต้องยอมรับว่าแกแข็งแกร่งกว่าคนอื่น! วันนี้ฉันขอยอมแพ้ แต่ก็ใช่ว่าจะยอมรับหรอกนะ!" "ดี ดีมาก" หลี่ชิงเฟิงหันหน้ามามองบรรดาพี่น้องที่อยู่ข้างหลังแล้วพูดว่า "พวกเราอสูรรัตติกาลนับถือผู้แกร่งกล้าเสมอมา! พวกเราจะไม่อาศัยคนมากรังแกคนอ่อนแอหรืออาศัยอำนาจมากรังแกคนอ่อนแอ! ในเมื่อสวีอู่ร้องขอมา ผมจะสนองให้มันเองก็แล้วกัน" "พวกเราอสูรรัตติกาลจะประลองกับสวีอู่ด้วยความ 'ยุติธรรม' งั้นเหรอ?" หลี่ชิงเฟิงจ้องมองสวีอู่พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "พวกเราอสูรรัตติกาลจะส่งใครสักคนขึ้นมาต่อสู้ พวกคุณสี่พันคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ ถ้ามีใครหลบหลีกพ้นหรือฆ่าเขาได้ก็จะได้ออกไปจากที่นี่" "หลี่ชิงเฟิงจะไม่แก้แค้นหรือคิดบัญชีกับใครทั้งนั้น! ว่ายังไงล่ะ?" เมื่อทุกคนในกลุ่มของสวีอู่ได้ยินเช่นนี้เข้า ก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก... แบบนี้มันยุติธรรมยังไงกันเล่า? เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าหลี่ชิง

    Last Updated : 2023-11-21
  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 18

    เมื่อเห็นการคัดเลือกคนแล้ว เย่เซียวที่อยู่อีกด้านก็ส่ายหน้าอย่างจนใจด้วยสายตาผิดหวัง... อย่างไรเสียเขาก็เป็นนายพลหนุ่ม ย่อมไม่มีคนใหญ่คนโตคนไหนรู้สึกอับอายขายหน้าที่ถูกช่วงชิงความสนใจ ยิ่งไปกว่านั้นหลี่ชิงเฟิงยังเป็นคนที่เรียกชื่อเขาออกมาอีกต่างหาก ดังนั้นพวกเขาจึงไม่กล้าพูดอะไรอีก เมื่อเห็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง มีแต่กูหวนที่ยิ้มเสียจนปากแทบฉีกถึงรูหู "เฉาเจิ้ง พยายามให้สุดความสามารถล่ะ! ถ้านายทำได้ดี ฉันจะฝึกพักตร์ภูตสิบแปดหมัดขั้นหนึ่งให้!" เฉาเจิ้งพยักหน้าอย่างเอาจริงเอาจัง "ผมต้องปฏิบัติภารกิจสำเร็จลุล่วงแน่นอน!!!" หลังจากเขาพูดจบก็เดินเข้าไปหาสวีอู่ ดูเหมือนว่าคนกว่าสี่พันคนจะไม่อยู่ในสายตาของเขาเลย เขาจึงจ้องมองสวีอู่พลางยิ้มเยาะ "ตาแก่เอ๊ย แกมันตาบอดจริง ๆ แกช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ กล้าดียังไงถึงได้สร้างความขุ่นเคืองให้จอมอสูร? !” สวีอู่โมโหเสียจนหางตากระตุกพลางกัดฟันพูดว่า "แกเป็นบ้าอะไรวะ! เมื่อตัดสินจากพละกำลังของแกแล้ว ก็ไม่ได้มากมายขนาดนั้น! ยังไม่แน่ว่าใครจะแพ้ใครจะชนะเลย! ฉันมีถึงสี่พันคน แต่แกมีเพียงแค่คนเดียว!" "ฆ่าทั้งสี่พันคนของแก ลำพังแค่ฉันค

    Last Updated : 2023-11-21
  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 19

    ห้านาทีต่อมา เหล่ายอดฝีมือของอสูรรัตติกาลมารวมตัวกันอยู่ตรงประตูคฤหาสน์ชิงสุ่ย เพื่อรอฟังคำสั่งต่อไปของหลี่ชิงเฟิง หลี่ชิงเฟิงมองพวกเขาแล้วพูดว่า "เย่เซียวกับฉันจัดการเรื่องที่เหลือกันเองได้ พวกนายอยู่ห่างจากพื้นที่ของตัวเองมานานเกินไปแล้ว ฉันเกรงว่าอาจจะมีปัญหาได้ งั้นก็แยกย้ายเถอะ" เมื่อยอดฝีมือทั้งหลายมองหลี่ชิงเฟิง พวกเขาก็มองหน้ากันด้วยสายตาลังเลใจอยู่บ้าง หลี่ชิงเฟิงหันหลังกลับไปหาพวกเขาแล้วโบกมือ "ไปได้แล้ว" "รับทราบ!" ตอนที่ผู้คนมาถึงว่าเร็วแล้ว ยามที่แยกย้ายกลับรวดเร็วยิ่งกว่า! หลี่ชิงเฟิงออกคำสั่งแล้วทุกคนก็สลายตัวราวกับกระแสน้ำไหล ในเวลาเพียงชั่วพริบตาเดียว ก็เหลือเพียงหลี่ชิงเฟิง เย่เซียว หม่าคุนและจ้าวเทียนชื่อยืนอยู่ตรงประตู หลี่ชิงเฟิงหันกลับมามองหม่าคุนแล้วขมวดคิ้ว "ทำไมคุณยังไม่กลับไปอีกล่ะ?" หม่าคุนยิ้มให้ "จอมอสูร ผมมีธุระในเมืองเซี่ยชวนก็เลยกลับไม่ได้ ทำไมคุณไม่ให้ผมช่วยตามหาเซี่ยอิ่งล่ะครับ!" "นังแพศยานั่น! หล่อนต้มผมเสียเปื่อยเลย! ผมหม่าคุนจะไม่ปล่อยหล่อนไปแน่!" ในยามนี้เอง ก็มีทหารนายหนึ่งรีบเข้ามาพูดอะไรสองสามคำอยู่ข้างหูของหม่าคุน ทำให้หม่าค

    Last Updated : 2023-11-21

Latest chapter

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 286

    "พ่อไม่ไปนะ!" จู่ ๆ เซี่ยเทาก็แผดเสียงร้องพลางกระโดดข้ามโซฟาแล้ววิ่งไปที่ประตูหลัง! เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายตอบสนองว่องไว! เพียงก้าวเดียวก็ประชิดตัวพลางจับเขากดลงกับพื้นแล้วบังคับสวมกุญแจมือ สิบนาทีต่อมา ภายในห้องสอบสวน เสี่ยวอิ๋งนั่งหน้าเครียดอยู่ตรงนั้นพร้อมด้วยความคิดมากมาย ตำรวจที่อยู่ฝั่งตรงข้ามดูวิดีโอแล้วถามว่า "เท่าที่พวกเราทราบมา คนที่อยู่ในวิดีโอคือเซี่ยเทาพ่อของคุณ ตอนนี้เขาอยู่ห้องข้าง ๆ คุณจะอธิบายสิ่งที่เขาพูดว่ายังไงล่ะ?" เสี่ยวอิ๋งสูดลมหายใจลึก ๆ พลางผุดรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้า "ฉันไม่รู้หรอกค่ะ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไร ทำไมคุณถึงไม่ถามเขาเองล่ะคะ?" "แน่นอนว่าพวกเราย่อมต้องถามเขาอยู่แล้ว แต่คุณเป็นลูกสาวของเขา คุณจะไม่รู้เรื่องนี้เลยเชียวเหรอ?" เซี่ยอิ่งลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างรอบคอบแล้วจู่ ๆ ก็พูดขึ้นมาว่า "จริงด้วยสิ! ดูเหมือนเขาจะเคยบอกว่าทำความผิดร้ายแรงบางอย่างแล้วอยากจะหนีไป! ฉันถามเขาว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่เขาก็ไม่ยอมบอกอะไรเลยแถมยังบอกว่ายิ่งฉันรู้ให้น้อยเท่าไรก็ยิ่งดี! วันหน้าให้ฉันดูแลตัวเองให้ดี ๆ..." "พูดต่อไปสิ" "จากนั้น

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 285

    "จะวิธีอะไร ฉันก็อยากลองดูทั้งนั้น!" เสี่ยวอิ๋งเอ่ยโดยไม่ลังเล "ขอเพียงคุณช่วยให้ฉันไม่ต้องติดคุก! วิธีไหนฉันก็อยากจะลองดู!" เย่เจี้ยนเหอเงยหน้ามองเธอแล้วพูดเสียงเย็นชาว่า "โยนความผิดเรื่องทั้งหมดนี้ให้พ่อของเธอแบกรับไว้!" เมื่อเสี่ยวอิ๋งได้ยินเช่นนี้ ศีรษะของเธอก็ส่งเสียงอื้ออึง! ตอนแรกสังเวยคุณย่าไปแล้ว ตอนนี้ถึงทีพ่อของเธอแล้วงั้นเหรอ? เย่เจี้ยนเหอจ้องมองเธอ "ไม่มีเวลาคิดแล้ว จะตกลงหรือจะติดคุก!" "ฉันตกลง! ฉันตกลงค่ะ! ขอเพียงคุณช่วยให้ฉันไม่ต้องติดคุก คุณอยากให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!" เสี่ยว อิ๋งผงกศีรษะซ้ำไปซ้ำมา เย่เจี้ยนเหอจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า "เดี๋ยวฉันจะเรียกทนายเข้ามา พวกเขาจะบอกเธอว่าต้องพูดหรือทำอะไร จากนั้นเธอก็แค่รอให้ตำรวจเรียกตัว" เสี่ยวอิ๋งผงกศีรษะ "ฉะ...ฉันเข้าใจแล้วค่ะ" พอกลับมาถึงบ้าน เสี่ยวอิ๋งก็เจอพ่อของเธอ เมื่อทั้งสองคนสบตากัน ดวงตาของเสี่ยวอิ๋งก็ฉายแววน่าหวาดกลัว เซี่ยเทาก็รู้ได้โดยไม่ต้องคิดเลย ลูกสาวของเขารู้เรื่องแล้ว "เสี่ยวอิ๋ง พ่อทำอาหารให้ลูกกินด้วยนะ ดูสิ..." "กินบ้าอะไรเล่า!" เสี่ยวอิ๋งพลันควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ขึ้นมาทันที! เธอร

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 284

    ในสถานการณ์เช่นนี้ ขืนเสี่ยวอิ๋งมัวแต่เข้าไปพัวพันคงได้จบเห่กันพอดี การเก็บเธอไว้น่าจะยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง เสี่ยวอิ๋งเองก็เป็นคนฉลาดจึงผงกศีรษะแล้ววิ่งออกทางประตูหลัง... เย่เซียวคิดจะเข้าไปขวาง แต่กลับถูกหลี่ชิงเฟิงห้ามเอาไว้ "ไม่ต้องไล่ตามหรอก วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของหวังเจิ้น อย่าทำอะไรน่าเกลียดเกินไปเท่านี้ก็พอแล้ว" เย่เซียวพยักหน้าแล้วยืนอยู่ข้างหลังโดยไม่พูดอะไรสักคำ ในตอนนี้เอง ปี้ไห่เทาก็เดินยิ้มเข้ามา "เหล่าหวัง วันนี้ฉันต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะ! ทั้ง ๆ ที่เป็นงานเลี้ยงวันเกิดดี ๆ ที่นายควรจะมีความสุขแท้ ๆ แต่กลับลงเอยแบบนี้เสียได้..." หวังเจิ้นถอนหายใจ "ช่างเถอะ" "เหล่าหวัง ตระกูลเย่ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกหอการค้าเทียนเหมินของพวกเรา เย่เจี้ยนเหอดันพานังคนชั้นต่ำแบบนั้นมาเสียได้ กลับไปเมื่อไหร่ฉันย่อมต้องตำหนิเขาแน่! ฉันจะทำให้เขาจำให้ขึ้นใจเชียวล่ะ! เมื่อพวกเรากลับถึงเมืองหลวงเมื่อไหร่ ไห่เทาย่อมต้องมาขอขมาของแน่นอน" หวังเจิ้นโบกมือ "คุณเกรงใจเกินไปแล้ว ช่างมันเถอะ ผมไม่ถือสาหรอก" ปี้ไห่เทาพยักหน้าพลางขยิบตาให้เย่เจี้ยนเหอ จากนั้นพวกเขาสองคนก็ก้าวเดินจากไป ขณ

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 283

    เสี่ยวอิ๋งโมโหจนคิดอะไรไม่ออกแล้ว เธอชี้นิ้วใส่หลี่ชิงเฟิงแล้วด่ากราดว่า "แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน! คู่ควรที่จะมอบของขวัญให้ฉันแล้วงั้นเหรอ?" "หุบปากไปซะ พ่อตาของแกโดนซ้อมขนาดนั้น เขยอย่างแกไม่กล้าแม้แต่จะผายลมเสียด้วยซ้ำไป! แกยังกล้ามาก่อเรื่องที่นี่อีกงั้นรึ?" "ถ้าฉันเป็นแกล่ะก็ คงได้โหม่งเสาโทรศัพท์ตายไปแล้ว!" "ไร้ยางอายสิ้นดี!" เมื่อเห็นเสี่ยวอิ๋งหน้าแดงก่ำและลำคอแข็ง หลี่ชิงเฟิงกลับยิ่งขบขันพลางกล่าวว่า "ฉันคิดว่าเธอต่างหาก มั้งที่น่าจะเป็นฝ่ายโหม่งเสาโทรศัพท์?" ทันทีที่เขาพูดจบ หน้าจอขนาดยักษ์ข้างหลังล็อบบี้ก็พลันสว่างขึ้น! หลังจากนั้นไม่กี่วินาที แสงก็สลัวลงแล้ววิดีโอก็เริ่มฉายบนหน้าจอขนาดยักษ์ เมื่อเสี่ยวอิ๋งหันหน้าไป สิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือเซี่ยเทาที่กำลังนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง โดยมีสาวสวยอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธออยู่ข้างกาย! หึ่ง! เสี่ยวอิ๋งศีรษะจวนจะระเบิดอยู่แล้ว! เธอได้แต่ยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น! มันเป็นวิดีโอที่ก่อนหน้านี้หลี่ชิงเฟิงถ่ายเอาไว้นั่นเอง! เมื่อเห็นเสี่ยวอิ๋งนิ่งงันไป หลี่ชิงเฟิงก็นิ้มแล้วพูดเสียงดังขึ้นมาว่า "ทุกท่าน ผู้ชายที่อยู่ในวิดี

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 282

    เงินหลายล้านบาทไม่ได้จ่ายไปโดยไร้ประโยชน์แล้ว! ศาสตราจารย์เฒ่าโดนเขาหลอกเข้าแล้วจริง ๆ! เสี่ยวอิ๋งเองก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทันใดนั้นก็ยิ้มพลางชี้นิ้วมาที่หลี่ชิงเฟิง "ตอนนี้แกจะว่ายังไงเล่า? เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าแจกันของแกมันเป็นของปลอม!" "น่าตลกชะมัดเลย! ฉันเสนอทางออกให้ แต่แกกลับยืนกรานที่จะขุดหลุมฝังตัวเองให้ได้! ไม่มีใครห้ามแกได้เลย!" เมื่อหลี่ชิงเฟิงได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มจาง ๆ แล้วหันมามองศาสตราจารย์หลี่พลางพูดว่า "ศาสตราจารย์หลี่ ช่วยดูขอองผมอีกสักครั้งเถอะครับ" คาดไม่ถึงว่าศาสตราจารย์หลี่จะส่ายหน้าแล้วยิ้มพลางกล่าวว่า "ไม่ต้องดูหรอก" เซี่ยอิ่งหัวเราะพลางกล่าวว่า "แจกันใบนั้นของแกมันปลอมชัดเจนเกินไป! ศาสตราจารย์หลี่ไม่มองให้เสียสายตาหรอก!" ในยามนี้เอง ศาสตราจารย์หลี่ก็เหลือบมองเธอแล้วสายหน้า "สาวน้อย ฉันไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย ฉันยังพูดไม่ทันจบเลย ถึงแม้ว่าแจกันใบนี้จะฝีมือยอดเยี่ยมจนเกือบจะสมบูรณ์แบบ แต่มันเป็นของปลอมจริง ๆ" "ส่วนแจกันของคุณหลี่ ทันทีที่เข้ามาผมก็เห็นแล้วล่ะ มันเป็นของจริง ดังนั้นผมจึงไม่ต้องตรวจดูเลย" หลังจากศาสตราจารย์หลี่พูดจบ ทั้งห้องก็เ

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 281

    ไม่มีใครคาดคิดว่าหลี่ชิงเฟิงจะมีท่าทีแข็งกร้าวเช่นนั้น! ปี้ไห่เทาที่คอยสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ แอบรู้สึกว่าชักไม่ได้การเสียแล้ว หลี่ชิงเฟิงคนนี้ดูไม่เหมือนเขยไร้ประโยชน์อย่างที่ข่าวร่ำลือกันเอาไว้เลยสักนิด การที่ยังสามารถสงบนิ่งได้ในภาวะคับขันเช่นนั้น มิหนำซ้ำยังพูดจาเสียคล่องปากและท่าทีเจ้าแผนการของอีกฝ่าย เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนแบบนี้จะเป็นเขยไร้ประโยชน์ไปได้ สิ่งที่น่าสงสัยมากที่สุดคือ ต่อให้อีกฝ่ายจะก่อเรื่องเช่นนั้น แต่หวังเจิ้นที่อยู่ข้าง ๆ กลับไม่มีวี่แววที่จะโมโหเลยสักนิด พวกเขาต่างอาศัยอยู่ในเมืองหลวง เขาเองก็รู้นิสัยของหวังเจิ้น อีกฝ่ายไม่ใช่ตาเฒ่าที่นิสัยดิบดีอะไรเลย พอปี้ไห่เทานึกได้เช่นนี้ เขาก็ทอดสายตามองเย่เจี้ยนเหออีกครั้ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสายตาหลุกหลิกอยู่บ้าง เขาก็พอจะเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ดูเหมือนว่าแจกันลายครามสมัยราชวงศ์หยวนใบนี้จะมีบางอย่างผิดปกติจริง ๆ เสียด้วย ตอนนี้เย่เซียวยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมเจตนาสังหารอันแรงกล้า! เย่เจี้ยนเหอกับเสี่ยวอิ๋งหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับตัวไปชั่วขณะ ไม่นานปี้ไห่เทาก็ลุกขึ้นแล้วมองหลี่ชิงเฟิงด้วยสายตาเย็นชา "ทำแบบนี้

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 280

    "ฉุดเศรษฐกิจให้ดิ่งลงเหวงั้นรึ? ถ้าทุกคนทำตัวเป็นไอ้เศษสวะชอบหลอกกินข้าวนิ่มอย่างแก ประเทศชาติก็คงจะพินาศไปตั้งนานแล้ว!" "ช่างน่าหัวเราะสิ้นดี! แกมันก็แค่มดปลวกตัวหนึ่งแท้ ๆ กล้าดียังไงถึงได้มาหัวเราะเยาะใส่พวกเรา?" ในตอนนี้เอง จู่ ๆ หวังเจิ้นที่เอาแต่เงียบมาจนถึงตอนนี้ก็ตบโต๊ะ! ทุกคนพลันหุบปากฉับ! หวังเจิ้นแววตามืดมน เขาเหลือบมองทุกคนแล้วเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาว่า "พวกคุณหมายความว่ายังไงกัน? คิดจะก่อจลาจลในงานเลี้ยงวันเกิดของผมรึไง? พวกคุณไม่เห็นแก่หน้าผมเลย! คิดจะทำอะไรกันแน่!" เมื่อหวังเจิ้นโกรธขึ้นมา แม้แต่ปี้ไห่เทาก็ยังไม่กล้าล่วงเกิน นับประสาอะไรกับพวกเขากันเล่า "เหล่าหวัง ได้โปรดใจเย็นลงก่อนเถอะ เอาแบบนี้เป็นยังไง เพื่อจะได้รู้ว่าแจกันลายครามสมัยราชวงศ์หยวนใบไหนเป็นของจริงใบไหนเป็นของปลอม คุณก็แค่เชิญผู้เชี่ยวชาญให้มาประเมินก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?" "คุณเองคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงของเก่ามานานหลายปี เช่นนั้นก็น่าจะรู้จักผู้เชี่ยวชาญในวงการนี้เยอะอยู่บ้างใช่ไหมล่ะ?" หวังเจิ้นถอนหายใจพลางพยักหน้าแล้วพูดว่า "ก็ได้! ในเมื่อพวกคุณอยากเถียงกันดีนัก งั้นก็มาทำให้เรื่องนี้กระจ่างกันไปเลย

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 279

    หลังจากหลี่ชิงเฟิงพูดจบ ทุกคนก็ตะลึงงันไปชั่วขณะแล้วหัวเราะลั่น! เสี่ยวอิ๋งกับเย่เจี้ยนเหอหัวเราะอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง จากนั้นพวกเขาก็ชี้นิ้วใส่หลี่ชิงเฟิงแล้วพูดว่า "แกมันขี้โม้จนไม่เลือกเวลาจริง ๆ พับผ่าสิ! ลำพังแค่คุยโวโอ้อวดต่อหน้าพ่อตาโง่ ๆ ของแกไม่พอ แต่ยังจะมาคุยโวโอ้อวดต่อหน้าพวกเราอีกงั้นเหรอ?" ปี้ไห่เทาที่อยู่อีกด้านเองก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยแววดูถูกดูแคลน "ลำพังแค่พวกเราคนใดคนหนึ่งก็ผ่านโลกมามากกว่าแกถึงสิบชาติภพรวมกันเสียอีก แกกล้าพูดแบบนั้นออกมาได้ คิดว่าพวกเราโง่หรือไงกัน?" "ผ่านโลกมามาก? คุณคิดว่าตัวเองผ่านโลกมามากแล้วงั้นรึ?" หลี่ชิงเฟิงยิ้มเหยียดหยันพลางเอ่ยเสียงทุ้มลึก "วันนี้ผมจะช่วยเปิดโลกทัศน์ของคุณเองก็แล้วกัน เย่เซียว เอาของขวัญของพวกเราออกมา" เย่เซียวผงกศีรษะ จากนั้นเขาก็หยิบแจกันลายครามสมัยราชวงศ์หยวนออกมาจากกล่องแล้ววางลงต่อหน้าทุกคน ทันทีที่พวกเขาเห็นแจกันลายครามสมัยราชวงศ์หยวน ทุกคนก็ถูกแจกันใบนั้นดึงดูดความสนใจเข้าแล้วจริง ๆ เย่เจี้ยนเหอหน้าถอดสีแล้วตรวจสอบแจกันลายครามสมัยราชวงศ์หยวนโดยละเอียดถี่ถ้วนแล้วให้รู้สึกสับสน ฝีมือช่างวิจิตรประณีตนัก!

  • จอมอสูรคลั่งอันดับหนึ่ง   บทที่ 278

    เย่เจี้ยนเหอยิ้มเหยียดหยัน "แกคิดจะแข่งกับฉันงั้นรึ? ก็ได้ ฉันจะเอาออกมาให้แกได้เปิดหูเปิดตาก็แล้วกัน ฉันขอพนันเลยว่าชั่วชีวิตแกน่าจะได้เห็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแหละ" หลังจากเย่เจี้ยนเหอพูดจบก็ดีดนิ้ว จากนั้นผู้ช่วยคนงามที่อยู่ข้างหลังก็รีบเดินเข้ามา ของขวัญของอีกฝ่ายเองก็อยู่ในกล่อง มิหนำซ้ำยังมีขนาดพอ ๆ กับของเขาอีกต่างหาก เย่เจี้ยนเหอยิ้มอวดดีแล้วพูดว่า "มหาเศรษฐีหวัง ผมได้ยินมาว่าคุณชอบสะสมของเก่ามากทีเดียว ดังนั้นผมจึงสั่งให้เพื่อนที่อยู่ต่างประเทศประมูลของสิ่งนี้มาให้คุณเป็นพิเศษ เชิญดูเอาเองเถอะครับ!" หลังจากพูดจบ ผู้ช่วยสาวก็เปิดกล่องแล้วสายตาของทุกคนก็ทอดมองมาที่มือของผู้ช่วยสาว! แจกันลายครามใบหนึ่งค่อย ๆ เผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงออกมา! เมื่อหลี่ชิงเฟิงเห็นแจกันใบนี้ก็ถึงกับตะลึงงัน... ช่างเหมือนกับแจกันลายครามที่เขาซื้อมาไม่มีผิดเพี้ยนเลย! เขาเหลือบมองเย่เซียวที่อยู่ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว จากนั้นเย่เซียวก็เอ่ยกระซิบข้างหูว่า "เป็นของปลอมแน่ ๆ ครับ" ในยามนี้เอง เย่เจี้ยนเหอก็หยิบแจกันขึ้นมาแล้วเดินมาอยู่ตรงหน้าทุกคนแล้วพูดเสียงดังว่า "แจกันลายครามสมัยราชวงศ์ห

DMCA.com Protection Status