“เสือเย็น”เป็นวิชากลายร่างจากมนุษย์แปลงเป็น เสือ ตำนานสมิงร้ายแห่งล้านนาที่อยู่คู่กับเรื่องเล่าของชาวบ้านมานาน
“เสือเย็น" วิชากลายร่างจากมนุษย์แปลงเป็น "เสือ" ถึงวิชาคล้ายกับ "เสือสมิง" เสือเย็น จะเป็นวิชาอาคมที่ใช้แปลงร่างเป็นเสือ แต่สามารถควบคุมสติของตนเองและไม่อาละวาดฆ่าคนได้ แต่ถ้าเป็นเสือสมิงจะไม่สามารถควบคุมสติของตนเองได้เมื่อกลายร่าง ……………………………………………… ดาวเหนือ…. ต่อ… พรึบ “แผลเอ็งพรุ่งนี้ก็น่าจะหายแล้ว…”พี่เข้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาใส่ยาสมุนไพรให้ผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็นั่งมองพี่เข้มสุดหล่อตาไม่กระพริบด้วยความปลื้มปริ่มใจยังไงบอกไม่ถูก นี่ผมกำลังชอบเขาคนนี้แล้วใช่ไหม? พี่เข้มใช้ผ้าผืนใหม่พันรอบๆเอวผมเพื่อปิดบาดแผลผมให้อย่างนุ่มนวลและเบามือ ผมก็จ้องมองพี่เข้มตลอดระยะเวลาที่เขาทำแผลให้ผม แต่น่าแปลกใจว่าผมนึกว่าจะโดนยิงจนตัวพุนซะอีกทีไหนได้โดนแค่นัดเดียวแต่ก็น่าแปลกอีกว่าทำไมเวลาแค่สามวันแผลผมถึงได้หายเร็วอย่างนี้ เพราะมันเกือบปิดจนสนิทแล้ว แผลสมานกันจนจะหายอยู่แล้วหรืออาจจะเป็นเพราะยาสมุนไพรของพี่เข้มก็ได้ ความรู้สึกที่คุ้นเคยกับเขาคนนี้ มันคืออะไรกันนะ “เรา…เคยเจอกันมาก่อนไหมครับ..?”ผมเอ่ยถามพี่เข้มไปอย่างสงสัย พี่เข้มที่ทำแผลเสร็จแล้วก็ทำท่าจะยันตัวลุกขึ้นยืนก็หันมามองหน้าผม ด้วยแววตาที่เรียบเฉย “ใช่…เอ็งกับข้าเคยเจอกัน” “แต่มันมานานแล้ว…”พี่เข้มตอบผมเสียงเรียบแววตาเรียบเฉยก่อนจะหันหลังและเดินออกจากห้องนี้ไป ปล่อยให้ผมงุนงงกับคำพูดของเขาอยู่เพียงคนเดียว เคยเจอกันมานานแล้วเหรอ…? ไม่นะ…ผมกับเขาเราไม่เคยเจอกันมาก่อนหนิ… แต่ทำไมเขากลับพูดแบบนั้นล่ะ…? ผมจมปรักอยู่กับคำพูดที่แสนจะกำกวมของพี่เข้มทั้งวันทั้งคืน นั่งก็แล้ว นอนก็แล้ว ผมก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าเคยเจอเขาคนนี้ที่ไหนมาก่อน แต่ความรู้สึกของผมมันบอกว่าผมคุ้นเคยและผูกพันกับเขามาก่อนแน่ๆ เช้าวันต่อมา…. “อื้ออออ”ผมบิดขี้เกียจไปมาอย่างหลับสบายเพราะอากาศตอนกลางคืนที่นี่ค่อนข้างเย็นสบายมากๆ ว่าแต่แถวหุบเขาภูดาวมีหมู่บ้านด้วยเหรอ? ผมไม่ยักรู้มาก่อนแหะ…ตอนที่ผมสำรวจพื้นที่กับกรมป่าไม้ก็ไม่เคยเจอหมู่บ้านเลยนะ หรือคนพวกนี้จะเป็นพวกเพื่อนบ้านของผม แต่ก็ไม่น่าใช่นะเพราะเขาพูดภาษาไทยหนิ ผมฟังพี่เข้มเข้าใจและหน้าตาพี่เข้มก็หล่อเข้มสมเป็นชายชาติไทยสมบูรณ์ทุกอย่างเลยด้วย หรือว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะตกสำรวจ ใช่ต้องเป็นอย่างนี้แน่ๆ วันนี้ผมจะเดินสำรวจเพื่อจะกลับบ้านให้ได้และก็จะถามพี่เข้มด้วยว่าเจอผมที่ไหน ผมจะให้เขาไปส่งผมกลับบ้าน พรึบ ผมยันตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนอย่างช้าๆเพราะยังคงงัวเงียกับการนอนหลับสบายอยู่ แต่ที่น่าแปลกใจในร่างกายของผมนั่นคือแผลจากการถูกยิงของผม ซึ่งตอนนี้มันไม่เจ็บแล้ว ไม่เจ็บเลยสักนิด เหมือนมันไม่เคยถูกยิงหรือมีแผลมาก่อนด้วยซ้ำ พรึบ ว่าแล้วอย่างสงสัยผมก็ใช้มือปลดผ้านิ่มที่พี่เข้มใช้พันแผลให้ผมออกจากเอวสอบของผมทันทีและทันใดนั้นก็ต้องทำให้ผมถึงกับอ้าปากค้้างด้วยความตกใจกับภาพเบื้องหน้าที่เห็น “ไม่มีแม้กระทั่งรอยของแผลเป็น…” “มันเป็นไปได้อย่างไง?”ผมอุทานออกมาอย่างตกใจกับบาดที่หน้าท้องผม ไม่สิ เมื่อคืนตอนที่พี่เข้มเข้ามาทำแผลให้ผมมันยังมีร่องรอยของบาดแผลอยู่เลยแต่ทำไมตอนนี้กลับไม่มี ไม่หลงเหลือแม้กระทั่งรอยแผลเป็นเสียด้วยซ้ำ “เห้ย!”ผมทำหน้าตกใจกับสิ่งที่ผมไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว “น่าเหลือเชื่อ…”ผมพูดขึ้นพร้อมกับเลิกให้ความสนใจบาดเเผลที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยของผมและลุกขึ้นยืนเดินเปลือยท่อนบนออกมาจากห้องนอนแห่งนี้ด้วยท่าทางปกติไม่เหมือนคนเจ็บอีกต่อไป “พี่เข้มครับ…”ผมตะโกนเรียกหาเจ้าของบ้านแต่ก็ไร้วี่เเววของเขา ทำให้ผมขมวดคิ้วงุนงงว่าเขาไปไหนกันนะ ผมจึงเลือกที่จะเดินมาที่ชานบ้านพักและเดินลงบันไดสามขั้นมาพร้อมกับมองไปรอบๆเพื่อหาพี่เข้มแต่ก็ยังคงไร้วี่แววเช่นเดิม“อ้าว…เป็นยังไงบ้างล่ะพ่อหนุ่ม?”เสียงเข้มทุ้มอย่างคนมีอายุของผู้ชายเอ่ยทักทายผม ผมที่กำลังมองซ้ายมองขวาเพื่อหาร่างของพี่เข้มอยู่ก็ต้องหันกลับไปมองยังต้นเสียงของผู้ชายนั้นทันที“คุณลุง?”ผมเอ่ยขึ้นเรียกเขาไปที่น่าพอจะเป็นคุณลุงได้แล้ว เพราะเขาก็อายุอานามน่าจะปาเข้าไปเลขเจ็ดแล้วล่ะมองท่า เขานั่งอยู่บนแคร่ด้านหน้าบ้านหลังติดๆกับพี่เข้มนี่เอง โดยที่เขาสวมใส่เสื้อม่อฮ้อมสีซีดกำลังนั่งเคี้ยวหมากอยู่ในปากของเขาอย่างเพลิดเพลินที่ผมรู้ว่าเขากำลังกินหมากอยู่นั้นเพราะผมเห็นเขาห่อหมากน่ะ“มานี่สิ….”เขาเอ่ยเชื้อชวนพร้อมกับกวักมือเรียกผมให้เข้าไปหาเขา ผมก็คลี่ยิ้มบางๆให้เขาก่อนจะเดินไปหาชายคนนั้น ที่จะว่าชราภาพก็ไม่น่าใช่เพราะเขายังคงดูแข็งแรงอยู่เลยนะ“สวัสดีครับ…”ผมยกมือไหว้คุณลุงไปอย่างสุภาพอ่อนน้อมเขาก็ยิ้มอย่างใจดีให้ผมก่อนจะยกมือรับไหว้ผม“ไหว้พระๆๆเถอะ…นั่งลงสิ…”“ขอบคุณครับ…”ผมเอ่ยขอบคุณเขาไปพร้อมกับก้มศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะนั่งลงบนแคร่หน้าบ้านของคุณลุงเขาโดยยิ้มแหยๆให้เขาไปเขาก็ผมจ้องมองผมด้วยสายตาเอ็นดู ใช่สายตาเอ็นดูแน่นอน ผมเป็นตำรวจ ผมจับผิดนักโทษบ่อยผมมั่นใจว่าผมมองคนไม่ผิดแน่“แผลขอ
ประตูเมืองภูดาว….หรือประตูมิติที่ชาวบ้านแถวบ้านไร่สวนนฤมลเรียกขาน ประตูมิติภูดาวจะเปิดต้อนรับพวกคนไม่ดี ที่คิดร้ายกับป่า คิดร้ายกับสัตว์สงวน พวกที่ชอบตัดไม้ทำลายป่าแต่แท้ที่จริงแล้ว….มันไม่ใช่ประตูมิติภูดาวกลืนกินคนใจบาปอย่างที่ถูกเล่าขานกันต่อๆมา แต่มันคือประตูมรณะที่พรายเสือสมิงร่ายมนตร์สร้างประตูนี้ขึ้นมาเพื่อหาเหยื่อมาให้มันกลืนกินนั่นเอง…..ประตูมิตินี้จะถูกเปิดออกเฉพาะวันพระใหญ่เท่านั้น นั่นคือวันขึ้น15ค่ำและแรม15ค่ำ โดยในวันพระใหญนั่นต้องมีวันสำคัญทางศาสนาประกอบอยู่ด้วย ได้แก่ วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา และวันออกพรรษาหนึ่งปี 365วันหรือ366วัน ประตูมิติจะถูกเปิดออกและถูกปิดแค่5ครั้งต่อหนึ่งปีเท่านั้น……และประตูมิติภพนี่จะถูกทำลายและสูญสิ้นไปก็ต่อเมื่อ คนที่ร่ายมนต์เปิดประตูมิติภพได้ตายลงไปแล้ว….…………………………………………………“ไอ้เข้มมันออกไปล่าสัตว์…เย็นๆค่ำๆนู้นถึงจะกลับมา…”“เอ็งก็อยู่ที่บ้านกับข้านี่แหละ…”“อย่าเที่ยวออกไปเดินเพ่นพ่าน…”“ถ้าไม่อยากโดนเสือขย้ำตาย…”สิ้นเสียงขำขันอย่างทีเล่นทีจริงของลุงสิงห์ผมก็ยิ้มแหยๆให้เขาไปและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่เขาพูดมาเมื
เหมือนผมเป็นพวกสิ่งแปลกประหลาดที่ผิดแปลกไปจากพวกเขาอย่างงั้นแหละผมก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มแหยๆให้เขากลับไปและรีบเดินออกไปทางป่าไม้ที่เป็นแปลงผักสวนครัวของชาวบ้านที่นี่อยู่หลายแปลงอย่างรวดเร็วชาวบ้านที่นี่ก็แปลกเหมือนกันนะ ใช้ชีวิตเหมือนคนหนึ่งร้อยกว่าปีก่อน ใช้ม้าใช้เกวียนเป็นยานพาหนะแทนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในสมัยนี้หรือว่าหมู่บ้านนี่จะเป็นหมู่บ้านที่ตกสำรวจจริงๆ ว่าแต่ที่หมู่บ้านนี่มันอยู่ตรงส่วนไหนของภูมิประเทศกันล่ะกลับไปคราวนี้ผมจะสืบดูและให้ทางการเข้ามานำพาความเจริญให้คนพวกนี้เพราะที่นี่ไม่มีน้ำไฟฟ้าเข้าถึงเลย“หรือว่า…คนพวกนี้จะเป็นชาวบ้านที่หนีเข้าประเทศ?”ผมพึมพำออกมาอย่างสงสัย เพราะถ้าเป็นพวกที่ลับลอบเข้าประเทศของผมผิดกฏหมายและคนพวกนี้จะต้องโดนทางการจับและส่งตัวกลับประเทศของพวกเขาเป็นแน่แต่พี่เข้มกับลุงสิงห์พวกเขาใจดีอุตส่าห์ช่วยชีวิตผมให้รอดพ้นจากเสือใหญ่ตัวนั้น ผมจะทรยศพวกเขาได้เหรอพรึบซ่าาาาาาาาาา“น้ำตก?”ผมพึมพำออกมาก่อนจะหยุดมองภาพเบื้องหน้าอย่างตกตะลึงให้ความสวย น้ำตกที่ไหลรินลงมาจากยอดภูเขาสองลูกที่อยู่ติดกันลงสู่พื้นน้ำหนองด้านล่างน้ำสีใสมองเห็นตัวปลา ทำให้ผมละสายต
“รักมานานแล้ว…”เสียงหวานของเธอเปล่งออกมาพร้อมกับร่างเล็กที่อวบอั๋นที่ขาวโพลนของเธอเดินไปซ้อนหลังของพี่เข้มพลางใช้หน้าอกที่ใหญ่โตของเธอถูเสียดสีไปกับแผ่นหลังกว้างของพี่เข้ม ทำไมผมรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจแบบนี้ ทำไมผมรู้สึกหวงพี่เข้มอย่างงั้นเหรอ “อีเดือน…เอ็งอย่าทำแบบนี้…” “ทำไมล่ะจ้ะ…ฉันยินดีที่จะเป็นเมียของพี่…” “ยอมเป็นของพี่เข้มแค่คนเดียว…” ร่างเล็กใช้หน้าอกของเธอถูเสียดสีไปกับร่างเปลือยท่อนบนของพี่เข้มไปอย่างยั่วยวนพร้อมครวญครางเสียงกระเส่านั่นออกมา ผมรีบหันหลังให้สองคนนั้นอย่างไว ผมทำใจดูแบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว…. ผมเจ็บ ผมเจ็บเหลือเกิน…. เมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนที่จะมีบ้านปูนบ้านไม้สองชั้น ตึกรามบ้านช่อง โรงแรม คอนโดหรูหราหลายสิบชั้นเหมือนเช่นทุกวันนี้ เคยมีป่ารกทึบต้นไม้ใบเขียวขึ้นเต็มต้นไม้ใหญ่มีอายุยืนยาวหลายร้อยปี มีบ้านเรือนมีหมู่บ้านที่สุขสงบ คนสมัยก่อน ใช้การเดินท้าวและเกวียนในการขนย้ายสัมภาระและการเดินทางไปยังที่ไกล ใช้ม้าวัวควายเป็นยานพาหนะ แต่ปัจจุบันมองไปทางไหนก็มีแต่บ้านเมือง ตึกสูงถนนคอนกรีต รถเหล็กวิ่งตามราง รถยนต์ที่ใช้น้ำมันในการเดินเครื่องทั่วทั้งป
“ใครกัน…ที่บังอาจมาแย่งพี่เข้มไปจากข้า!!!”แสงเดือนหญิงสาวชาวบ้านวัยยี่สิบห้าปีเศษยืนดีดดิ้นอยู่ในน้ำลำธารสีใสอย่างไม่พอใจ ที่ชายคนที่สาวชาวบ้านทุกคนหมายตาหมายปองกลับปฏิเสธรักกับเธอแถมเขายังปฏิเสธร่างกายของเธออีก เขาเป็นใครกันถึงกล้าปฏิเสธลูกสาวผู้ใหญ่บ้านอย่างเธอได้!!“เอ็งไม่ต้องฟูมฟายไปหรอก…”เสียงเข้มของชายร่างสูงกำยำที่เรือนร่างเต็มไปด้วยหมัดกล้ามที่แข็งแกร่งร่างกายบึกบึนกำลังยืนกอดอกมองร่างเปลือยของหญิงสาวอยู่บนโขนหินเหนือที่หญิงสาวยืนอยู่“เอ็งเป็นใคร!!”แสงเดือนแผดเสียงใส่ชายผู้มาใหม่ที่ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่าอย่างไม่พอใจพร้อมกับยกมือเล็กของเธอขึ้นมาปิดของสงวนของเธอไว้อย่างหวงแหนที่เธอเฝ้าเก็บรักษามันไว้อย่างดีเพื่อให้พรานหนุ่มเข้มได้เชยชมเพียงคนเดียว“หึ…ข้าเป็นใครไม่สำคัญ…มันสำคัญแค่ว่า…”“เอ็งชอบไอ้เข้ม…และอยากได้มันเป็นผัวใช่หรือไม่!”เสียงเหี้ยมเปล่งออกมาจากริมฝีปากดำคล่ำทำให้แสงเดือนขมวดคิ้วอย่างสงสัยและแอบหวาดกลัวกับชายแปลกหน้าตรงหน้าเธอคนนี้เพราะเธอไม่เคยเห็นเขามาก่อน เขาไม่ใช่คนในหมู่บ้านนี่เป็นแน่ เพราะหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆเราอยู่กันแบบพี่น้องรู้จักมักจี่กันทุ
“ใช่พ่อ…ข้าไปในวันที่ปลามันขึ้นพอดี…”พี่เข้มตอบลุงสิงห์แต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาจากการง่วนอยู่กับการชำแระเนื้อปลาของเขาอยู่อย่างตั้งอกใจ ผมก็พยายามที่จะไม่มองไปที่พี่เข้ม “อ้าว…ไอ้เหนือ…มานั่งนี่สิ…”เสียงของลุงสิงห์ที่เรียกผมทำให้ผมสะดุ้งสุดตัวพี่เข้มที่เมื่อกี้ยังคงให้ความสนใจกับการแล่เนื้อปลาก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าผมเช่นกัน แต่ผมก็ไม่มองหน้าแกกลับหันมามองหน้าลุงสิงห์แทน “รอไอ้เข้มมันทำปลาให้เสร็จก่อน..แล้วเอ็งกับข้าค่อยกิน…” “ครับ…ลุง…”ผมตอบรับคำลุงสิงห์ไปก่อนจะเดินไปตามคำชวนของแก โดยมีสายตาคมเข้มคู่สวยของพี่เข้มจ้องมองมาที่ผมด้วยความสงสัยอยู่ “รีบๆทำสิวะ..ข้าหิวแล้ว…” “ได้พ่อ!”พี่เข้มตอบรับคำลุงสิงห์ก่อนจะก้มหน้าลงไปทำปลาต่อ ผมก็หันมายิ้มแหยๆให้ลุงสิงห์แอบดูพี่เข้มเป็นระยะๆพี่เข้มเองก็เงยหน้าขึ้นมามองผมเป็นระยๆเช่นกัน แต่ผมรู้ตัวว่ากำลังถูกเขาจ้องมองอยู่ เขาก็รีบก้มหน้าหลบสายตาผมทันที แล้วทำไมผมต้องไม่กล้าสู้หน้าเขาด้วย เขาจะรักจะมีอะไรกับใคร…มันก็เรื่องของเขาสิ… ผมแค่มาอาศัยอยู่บ้านเขาแค่ไม่กี่วัน พรุ่งนี้ มะรืนนี้ผมก็จะหาทางกลับบ้านของผมแล้ว(ไสยศาสตร์ ไสยเวท มนตร์ดำ เป
“เหล้าที่นี่รุนแรงจังเลยนะครับ…เอือก…”ผมบอกไปพลางส่งไหดินกลับคืนพี่เข้มไป แกก็ยื่นมือมารับไหดินไปจากผมและยกขึ้นกระดกดื่มต่อผมก็ดื่มและเราสามคนก็ต่างพากันร้องเพลงที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนจากลุงสิงห์และพี่เข้มเราสังสรรค์กันนานสองนาน นานจนผมไม่สามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้วเพราะที่นี่ไม่มีนาฬิกาสิ่งเดียวที่จะบอกเวลาเราได้คือ พระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกกับพระจันทร์…ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมที่นี่ถึงได้ทุรกันดารแบบนี้ ขาดความเจริญไปเสียหมด………………………………ชายหนุ่มหน้าหล่อคมเข้มมีนามว่าเข้มหิ้วปีกของสารวัตรหนุ่มดาวเหนือที่หลับใหลเพราะพิษจากของน้ำเมาที่หนุ่มชาวบ้านที่นี่ดื่มกินยามเย็นเป็นประจำเข้ามายังในบ้านของเขาเข้มวางร่างของดาวเหนือนอนลงไปบนที่เตียงนอนไม้ไผ่ของเขาอย่างเบามือ โดยที่เขาไม่ค่อยเมาเท่าไหร่ เพราะเขาดื่มกินจนชาชินไปแล้ว เหล้าแค่นี้ไม่ละคายคอทองคำของเขาเลยสักนิดแต่ดูหนุ่มหน้าหล่อนี่สิ เมาแอ๋เลยทำให้เข้มหัวเราะออกมาก่อนจะส่ายศีรษะไปให้กับความน่าเอ็นดูของชายหนุ่มแปลกประหลาดที่เขาพบเจอคนนี้เขานั่งทางในสื่อกระแสจิตถึงที่มาของชายคนนี้ ก็พบว่าเขาเป็นจากดินแดนที่อยู่ห่างไกลจากที่เขา
บ้านพรานเข้มดาวเหนือ ณทภัทร…..พรึบ“อื้อออ”สิ้นเสียงคำพูดของพี่เข้ม ผมก็คราญครางออกมาเมื่อปลายลิ้นสากของพี่เข้มตวัดเลียไปรอบๆซอกคอของผมพร้อมดูดดื่มอย่างหื่นกระหาย ผมก็หลับตาพริ้มรับสัมผัสของพี่เข้มก่อนที่ผมจะไม่ยอมแพ้เขาโดยการใช้มือทั้งสองข้างรูดดึงโจงกระเบนของพี่เข้มให้หลุดพ้นไปจากท่อนร่างของของเขาอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้มือกอบกุบลำกายใหญ่ของเขาที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารกว่าของผมมาก ผมว่าผมใหญ่แล้วนะ…เจอของพี่เข้มไปใหญ่กว่าผมอีก….“อื้อออ”ผมร้องครางกระเส่าออกมาเมื่อพี่เข้มลากปลายลิ้นสากของเขามาตวัดเลียรอบๆยอดปทุมถันสีชมพูสดของผมที่มันกำลังเเข็งท้าทายปลายลิ้นของพี่เข้มอยู่ในขณะนี้“อ๊าาาาาห์…ซี๊ดดดด…พี่เข้มของผม…”ผมครางกระเส่าออกมาพร้อมกับแอ่นหน้าอกสู้ปลายลิ้นสากของพี่เข้มเขาก็ตวัดเลียจนผมรับรู้ได้ถึงความเปียกแฉะที่บริเวณหัวนมของผมแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผมสั่นสะท้านไปทั้งร่างคือตอนที่พี่เข้มขบกัดยอดผมอย่างหยอกเย้านี่แหละผมก็ไม่รอช้าเริ่มรูดมือขึ้นลงไปกับแก่นกายของพี่เข้มอย่างนุ่มนวลจนผมรับรู้ได้ถึงความเปียกแฉะที่ออกมาจากรอยแยกส่วนปลายของหัวบานใหญ่นั่น“อ๊าาาาาห์…..”พี่เข้มครางเสียงกระเส่
"ครับ....ผมรับปาก"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มไปแทบจะทันทีโดนไม่ต้องคิด เพราะสายตาที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองของพี่เข้ม มันช่างดุเหลือเกินน่ะสิครับ"ที่พิธีในค่ำคืนนี้ข้าร่ายมนต์บังตาไว้....จะไม่มีใครหาปรัมพิธีของข้าเจอ....เพราะฉะนั้นเอ็งไม่ต้องห่วงข้า""เข้านอนนะคนดีของข้า"*พี่เข้มเอ่ยขึ้นและลดเสียงเข้มลงเป็นเสียงอ่อน ก่อนจะยื่นมือมาจับแก้มผมและยิ่มบางๆให้ผมผมก็ยิ้มให้เขาก่อนจะพยักหน้าเป็นอันเข้าใจและรับรู้ทุกเรื่อง"ข้าต้องไปก่อน....ใกล้จะได้ฤกษ์แล้ว""ครับ""เอ็งเข้าบ้านได้แล้ว""ครับ"ผมเอ่ยบอกพี่เข้มเสร็จและก็กำลังจะหันหลังเดินเข้าบ้านอีกครั้งตามคำสั่งของพี่เข้มแต่คราวนี้ร่างของผมก็โดนพี่เข้มคว้าเอวสอบของผมไปให้หันไปหาเขาโดยที่ผมตั้งตัวไม่ทันอีกครั้งรู้ตัวอีกที ริมฝีปากของผมก็โดนครอบครองด้วยริมฝีปากขอพี่เข้มเป็นที่เรียบร้อยแล้วพรึบเขาดันร่างของผมจนแผ่นหลังของผมแนบชิดไปกับไม้ฝาของบ้านพี่เข้มและเขาก็มอบจุมพิตที่เร้าร้อนและร้อนแรงให้ผมจนผมเริ่มเคลิ้มตามและจูบตอบเขาเราสองคนเกี่ยวตวัดปลายลิ้นหยอกเย้ากันไปมาโดยที่ผมเองก็ใช้ปลายลิ้นตวัดเลียน้ำลายและชิมความหวานละมุนในโพรงปากของพี่เข้มราวกับว่ามันเป
กลับมาที่ ภูดาวในปี พุทธศักราช 2466Part.ดาวเหนือ "เอ็งเดินให้มันดีๆหน่อยได้ไหม!!!"พี่เข้มตะโกนเสียงดังใส่ผม จนผมที่เดินนำหน้าเข้าอยู่ต้องหันกลับไปหาเขาอย่างเอาเรื่อง"นี่ผมก็เดินดีแล้วและมันไม่ดีตรงไหน?!"ผมเอ่ยถามเขาไปด้วยท่าทางจริงจังพลางยกมือขึ้นมาเท้าเอวจ้องหน้าพี่เข้มอย่างไม่วางตาพี่เข้มที่ถือตะเกียงอยู่ในมือก็เดินมาถึงตัวผมพอดี"ถ้าเอ็งยังไม่เลิกยั่วโมโหข้า....ข้าจะจับเอ็งกินเดี๋ยวนี้!!!"เสียงเข้มพร้อมหน้าตาดุๆมองจ้องผมอย่างไม่วางตาและสายตานั่นของพี่เข้มทำให้ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอดังอึกใหญ่อย่างยากลำบาก"ใช่สิ....เอ๊ะอ๊ะก็จะกิน....คิดว่าผมกลัวเสืออย่างพี่เหรอไง?"แต่ปากของผมกลับพูดในสิ่งที่ใจผมไม่ได้คิดแบบนั้น และเพราะไอ้น้ำเมานี่ทำให้ผมมีความกล้ามากกว่าเดิม และปากไวมากขึ้นอีกด้วยนี่สินะของมึนเมาทำให้คสเราขาดสติสัมปชัญญะน่ะไอ้เหนือนะไอ้เหนือ"ไม่ใช่ว่าข้าเป็นเสือแล้วจะกินเอ็ง....แต่ที่กล้าหมายถึงคือ"พี่เข้มว่าทิ้งท้ายก่อนจะทำสายตากะลิ้มกะเหลี่ยมองร่างกายของผมที่เขามองนานที่สุดก็คงจะเป็นพรึบ"อย่าเก่งแต่พูดครับ.....อยากโดนกินจะแย่"ผมล่ะอยากจะเอาหัวตัวเองไปกระแทกกับต้นไม้ที
"สะเสือสมิง?"คุณหญิงพรทิพย์เอ่ยเสียงสั่นออกมาพลางหายใจไม่ทั่วท้องแข่งขาอ่อนแรงจนโยรินจึงรีบถลามาประคองคุณหญิงไว้ในอ้อมแขนเธออย่างรวดเร็ว"ไร้สาระน่ะ....ถ้าคุณไม่หยุดพูดเรื่องโกหกผมจะแจ้งความจับคุณข้อหาป่วนการทำงาาของเจ้าหน้าที่!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศษ์เอ่ยเสียงเข้มหน้าตาจริงจังอย่างโกรธจัดชี้หน้าพรานโต พรานโตก็ยิ้มอ่อนให้พงศพัศษ์"ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะมาป่วน....แต่แค่จะมาชี้ทางสว่างให้กับคุณและคุณ"พรานโตว่าพลางชี้นิ้วไปที่พลตำรวจเอกพงศพัศษ์และคุณหญิงพรทิพย์"พวกคุณลองคิดดีๆ....ว่าถ้าไม่ใช่อย่างที่ผมบอก...ลูกของพวกคุณและพวกโจรจะเดินไปทางไหน....""ในเมื่อรอยเท้าพวกนี้ยังอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินออกไปจากที่ตรงนี้.....ถ้าพวกเขาไม่ได้บินขึ้นฟ้าไป""เลิกพูดจาไร้สาระสักที....นี้มันยุคสมัยไหนแล้วมันจะมีเรื่องแบบที่คุณว่าเกิดขึ้นได้ยังไง!!!"พลตำรวจเอกพงศพัศคำรามเสียงดังลั่น อย่างข่มใจตัวเอง เพราะเขาเองก็เริ่มที่จะคิดตามคำพูดของพรานโตไปแล้ว เพราะร่องรอยรองเท้า ของคนนับสิบคนมันบ่งบอกแบบนั้นจริงๆ"คุณนั้นแหละค่ะที่ต้องหยุด!!!"เป็นคุณหญิงพรทิพย์ที่ตะโกนเสียงเข้มใส่พงศพัศษ์สามีที่ดำรงตำแหน่งเป็นถึงผู้บังค
กลับ ปัจจุบันพุทธศักราช 2566หุบเขาภูดาว"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนหลายคนหายไปจะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้!!"เสียงเข้มที่ทรงอำนาจเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจและดุดันจากผู้บัญชาการใหญ่ที่มีดาวสีทองประดับอยู่เต็มบ่าทั้งสองข้าง ที่ติดยศพลตำรวจเอกพงศพัศษ์ที่ยืนเท้าเอวสั่งลูกน้องหลายสิบรายให้ไล่หาลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่หายไปนับสัปดาห์พวกเขาปูพรมค้นหาทั่วทั้งหุบภูดาวมาเป็นอาทิตย์แต่ยังก็ไร้วี่เเววของคนอีกหลายสิบคนที่หายไปอยู่ดีเหลือเพียงแค่เต็นท์หนึ่งหลังใหญ่และของกลางมากมายที่มีทั้งยาเสพติดผงเฮโรอีนและอาวุธสมครามมากมายถูกวางจัดเรียงไว้เป็นอย่างดีแต่ไร้ซึ่งคนสักคนเดียว"ฮืฮๆๆๆๆๆ"เสียงร่ำไห้โฮที่ร้องไห้ไม่ขาดติดต่อกันมาเป็นเวลานับชั่วโมงตั้งแต่ที่เธอมาถึงที่นี่ เธอคือภริยาของผู้บังคับบัญชาการใหญ่ข้างกายเธอมีหญิงสาวรูปร่างผอมเพียวหุ่นบางอยู่ในชุดเดรสสีขาวแขนตุ๊กตาผมยาวสยายของเธอพัดปลิวไหวไปด้านข้างตามกระแสของลมมือของเธอก็โอบกอดร่างของคุณหญิงพรทิพย์เพื่อทำการปลอบโยนเธอ"ไม่เป็นไรนะคะคุณป้า....พี่เหนือเป็นคนเก่งค่ะ...พี่เขาต้องเอาตัวรอดได้อยู่แล้วเชื่อโยนะคะ"เสียงหวานไพเราะเอ่ยขึ้นอย่างปลอบประโยนคนข้า
จนวิชาในตัวผมเสื่อมและหมดไปดีไม่ดีผมอาจจะกลายเป็นเสือสมิงขึ้นมาอีกตัวก็ได้เพราะผมร่ำเรียนวิชาเสือเย็นมา เสือเย็นก็ไม่ต่างจากเสือสมิงแต่เสือเย็นไม่กินเนื้อของสัตว์และของคนรักษาศีลห้าอยู่เสมอและผมเองก็เป็นคนอยู่ในศีลด้วย "เอ็งเลิกเซ้าซี้ข้าเสียที.....ข้าไม่มีทางรักเอ็ง""ข้ามีคนรักอยู่แล้ว.....ซึ่งคนนั้นไม่ใช่เอ็งเเน่นอน"ผมยื่นคำขาดน้ำเสียงจริงจังบอกเเสงเดือนไป เธอก็หน้าเสียและซีดสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเธอทำสีหน้าที่ตกใจและไม่พอใจ แต่ทำไงได้ ในเมื่อผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้วที่ผมรักเธอหรือรักคนอื่นไม่ได้เพราะมันเหมือนผมรอคอยใครสักคนมานานแสนนาน คนที่ผมคุ้นเคยกับเขามานาน เหมือนเราเคยพบเจอกันมาก่อน และเหมือนมีบางอย่างมันสั่งให้ผม รอคนคนนั้น ในใจผมบอกเองว่า เมื่อเขามา ผมจะรู้ได้เอง และมันก็จริงเมื่อผมพบเจอหน้าดาวเหนือหัวใจที่ไม่เคยหวั่นไหวกับหญิงหรือชายใด ก็เต้นวูบวาบขึ้นมา มันตื่นเต้นทุกครั้งเวลาที่เห็นหน้าเขาหรือได้แตะสัมผัสตัวเขามันอยากกอดอยากหอมทุกครั้งที่ได้กลิ่นกายเขาหรือเขาอยู่ใกล้ๆนี่สิน่ะ ที่ผมรอคอยมาเกือบครึ่งชีวิต......"ถึงพี่เข้มจะไม่มีวันรักฉันแต่ยังไงๆเราก็ต้องแต่งงานกันอยู
เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นPart พรานเข้ม.....พรึบ"ฟอดดดดดด ฟอดดดดด"ผมหลับตาพร้อมกับเอาขาเกี่ยวกอดร่างของดาวเหนือและพรมจูบหอมไปทั่วบนพวงแก้มของเขาอย่างรักใคร่แต่สิ่งที่ทำให้ผมต้องแปลกใจและรีบลืมตาเบิกดูทันทีว่าคนที่ผมกำลังกอดก่ายร่างของเขาและเอาหน้าซุกไซ้หอมไปเมื่อกี้นี้ไม่ใช่ดาวเหนือเพราะเป็นร่างเล็กเนื้อตัวนุ่มนิ่มและอรชรมันเป็นร่างของผู้หญิงแน่นอน"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"และยิ่งเสียงนี้ก็ทำให้ผมมั่นใจทันทีว่าคนที่ผมเผลอจูบหอมไปนั้นไม่ใช่ดาวเหนือแน่นอน"อีเดือน!!"ผมร้องตะโกนชื่อของผู้หญิงที่ผมกอดก่ายไปเมื่อครู่เพราะคิดว่าเป็นดาวเหนือที่เขาบอกผมเขาจะไปเอาข้าวมาให้ผมกิน พอกินเสร็จก็จะเช็คตัวให้ผม ผมที่เห็นว่าดาวเหนือไปนานแล้วก็เลยคิดว่าต้องเป็นเขาแน่ๆที่เป็นคนมาเปิดประตูและเข้ามาในบ้านของผมแต่ทำไมกลับเป็นแสงเดือนไปได้ล่ะพรึบตุ๊บ"โอ้ย!!!ฉันเจ็บนะพี่เข้มไม่เห็นต้องโยนร่างฉันออกมาแบบนี้เลย"แสงเดือนที่นั่งอยู่บนพื้นไม้แคร่ของบ้านผมร้องโอดครวญขึ้นมาพร้อมทำใบหน้าที่เหยเกและเอามือลูบบั้นท้ายของตัวเองไปด้วยผมที่มีสีหน้าแตกต่างและตกใจและนึกโกรธตัวเองที่ไม่รอบคอบทำอะไรที่น่
แสงเดือนได้รับข่าวว่าพี่เข้มบาดเจ็บหนัก เธอจึงอาสามาดูแล และค่ำคืนนี้ เธอก็คงจะนอนเฝ้าพี่เข้มแน่นอน เห็นแสงดาวบอกผมแบบนั้นนะเพราะพ่อของเธอหรือผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านนี้ หมายตาอยากให้พี่เข้มเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนแกต่อไป เพราะในหมู่บ้านนี้พี่เข้มเป็นคนมีฝีมือและเชี่ยวชาญวิชาไสยเวทย์และคาถาอาคมมากกว่าใครเพื่อนผมเองก็เพิ่งรู้ว่าผู้ชายในหมู่บ้านนี้ทำอาชีพเป็นพรานออกล่าสัตว์เอาเนื้อไปขายในเมือง ทุกคนล้วนมีวิชาอาคมติดตัว แต่ไม่ได้เก่งเท่าพี่เข้มสักคนเห็นแสงดาวบอกว่า พี่เข้มเป็นคนมีพรสวรรค์ เขาเลยเป็นพรานที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านและหล่อที่สุดด้วยและสาวๆในหมู่บ้านนี้ก็หมายตาพี่เข้มไว้เยอะเหมือนกัน แต่แสงเดือนยื่นคำขาดว่าห้ามใครยุ่งกับพี่เข้มของเธอเด็ดขาด ไม่งั้นจะได้เห็นดีกับเธอแน่และความที่เธอเป็นลูกสาวของผู้ใหญ่บ้าน จึงไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าท้าทายกับเธอและขัดคำสั่งของเธอเวลาโพล้เพล้ผมทอดสายตามองเหม่อไปทั่วน้ำตกแห่งนี้ แววตาคุ้นคิดและไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ผมมาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามชั่วโมงแล้ว ก็ตั้งแต่แสงดาวขอตัวกลับบ้านไปหุงหาทำกับข้าวเย็นให้กับพ่อแม่ของเธอที่บ้าน ผมก็เห็นว่าแสงเดือนยังไม่ออกม
"พี่เข้มอื้อออออย่าสิจ๊ะฉันจั๊กกะเดียมนะ"เสียงหวานครางกระเส่าดังออกมาจากในบ้านของพี่เข้ม ผมที่มือกำลังจะเอื้อมมือไปเปิดประตูบ้านก็ต้องหยุดชะงักลงอย่างตกใจและยืนตัวแข็งทื่ออยู่แบบนั้นอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูกมือเท้ามันชาไปหมดรวมถึงใบหน้าเองก็ด้วยคำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวผม แต่ก่อนที่ผมจะได้คิดอะไรเองไปมากกว่านี้เสียงของใครอีกคนก็ดังขึ้นข้างหลังผมมา"พี่คงจะเป็นญาติของลุงสิงห์สินะจ๊ะ"เสียงหวานไพเราะของผู้หญิงเอ่ยขึ้น ทำให้ผมต้องหันไปมองยังต้นตอของเสียงก็พบเข้ากับผู้หญิงผมยาวสวยสยายสีดำสนิทคิ้วหนาตาโตจมูกโด่งริมฝีปากสีชมพูแต่งกายด้วยเสื้อสีขาวแขนตุ๊กตาและสวมใส่ผ้าถุงสีเขียวยาวปิดถึงตาตุ่ม เธอกำลังยืนมองผมด้วยความสงสัยก่อนที่เธอจะคลี่ยิ้มให้ผมเป็นรอยยิ้มที่หวานละมุน ผมก็ยิ้มตอบเธอไป"อ้อใช่ครับ""พี่คงมาจากในเมืองสินะจ๊ะ....""ก็ก็คงงั้นมั้งครับ"ผมตอบเธอไปอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่นัก เพราะผมกำลังโกหกเธออยู่หนิครับ และผมก็ไม่ชอบการโกหกซะด้วยสิ แต่กลับต้องมาโกหกเสียเองว่าแต่เธอคนนี้เป็นใครกันล่ะเนี่ย ทำไมถึงมาอยู่ที่บ้านของพี่เข้มได้อีก"อ้อข้าชื่อแสงดาวจ้ะเป็นน้องสาวของพี่แสงเดือนน่ะจ้
"ที่ข้าไม่หายใจเพราะว่าวิญญาณข้าหลุดออกจากร่าง""แล้วนั้นไม่เรียกตายเหรอครับ!!!"ผมเสียงดังใส่พี่เข้มอย่างคนที่ตกใจและไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องการตายได้หน้าตาเฉยไร้ความรู้สึกแบบนี้ได้ยังไง ผิดกับผมที่พอรู้ว่าเขาไม่หายใจผมแทบจะบ้าตาย"หึ....ข้าดีใจนะที่เอ็งกลัวข้าตายจนอารมณ์เสียแบบนี้""ยังจะมาเล่นอีกนะครับ"ผมพูดเสียงเข้มหน้าตาเข้มขรึมบ่งบอกว่าผมไม่ตลกด้วยกับสิ่งที่พี่เข้มกำลังพูดอยู่ในตอนนี้"อ่ะๆๆข้าอธิบายก็ได้....ที่วิญญาณของข้าออกจากร่างทำให้ร่างกายของข้าหยุดหายใจไปชั่วขณะเพราะข้าร่ายมนต์ถอดจิตเพื่อให้ร่างกายของข้าไม่ตายเพราะบาดแผลที่ฉกรรจ์แบบนั้น""ให้ร่างกายของข้าทนพิษและรับบาดแผลไหวข้าถึงต้องถอดจิตออกมา""เอ็งรู้ไหมว่าเวลานั้นที่ข้ายืนมองเอ็งร้องไห้และกดหน้าอกช้าเพื่อช่วยชีวิตข้าพร้อมกับที่เอ็งร้องไห้ไปด้วยมันทำให้หัวใจข้าเจ็บแทบจะขาด"พี่เข้มเอ่ยออกมาพร้อมกับทำสีหน้าที่เจ็บปวดแววตาของเขาสั่นไหว ผมก็จ้องหน้าเขานิ่ง เพราะมันจริงอย่างที่เขาว่า ผมร้องไห้อย่างคนบ้าใจผมเองก็แทบจะขาดเหมือนกัน"ข้าเพิ่งจะเข้าใจในวันนี้ที่เขาบอกว่ามันเจ็บแทบใจจะขาดมันเป็นแบบนี้นี่เอง"พี่เข้มเอ่ยออกมาด้