“พี่ขอบใจเจ้ามากนะ อย่าคิดมากเลยท่านแม่กับท่านพ่อใจดี”“ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านนั่นแหละอย่าคิดมาก ข้าไปเตรียมของก่อนนะเจ้าคะ”ลี่อินปลีกตัวออกมาเพื่อจัดหาของขวัญให้กับที่บ้านของสามี ร่างบางตรงไปยังห้องแต่งตัวที่เก่าที่เดิม เพื่อจะได้นำสิ่งของในกระเป๋าสารพัดนึกออกมา หลังจากที่ปิดประตูอย่างแน่นหนามั่นใจแล้วว่าไม่มีผู้ใดจะมาเห็น ก่อนจะเริ่มหาของที่อยากจะได้หญิงสาวกางผ้าผืนใหญ่ไว้ตรงกลางห้อง นั่งคิดอยู่เพียงครู่จึงได้นำเอาสิ่งของที่ตนคิดว่าดีที่สุดออกมา วางเรียงบนผ้าผืนใหญ่ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย มีทั้งของกินของใช้เครื่องประดับยาสมุนไพร เมื่อได้ของตามที่ต้องการแล้ว ลี่อินจึงได้จับมุมผ้ามัดเข้ากันพันจนแน่นหนา ขั้นตอนสุดท้ายนางได้ผูกเป็นหูหิ้วไว้คล้องไหล่เหตุที่ลี่อินไม่ใช้เป็นกระเป๋าที่สามารถใส่และสะพายหลังได้สะดวก นั้นก็เพราะว่ามันจะดูแปลกเกินไปสำหรับคนยุคสมัยโบราณ เพราะพวกเขานิยมใช้การห่อด้วยผ้า หรือไม่ก็เป็นใส่หีบไม้แทน แต่หากจะใส่หีบไม้ก็จะดูเป็นภาระสำหรับผู้ที่นำกลับไป ถ้าจะต้องขนทั้งสิ่งของด้วยตัวคนเดียว ลี่อินจึงใช้ห่อด้วยผ้าแทนการใส่หีบกว่าจะหอบห่อผ้าออกมาได้ก็เล่นเอาเหงื่
ถึงยามฤดูหนาวจะรู้สึกหนาวมากจนถึงกระดูก แขนขาอ่อนแรงในบางครั้งหากอากาศหนาวมากก็จะไม่สามารถเดินได้ ดังนั้นในยามเข้าฤดูหนาวหิมะตก บุตรชายคนเล็กของพวกเขาก็จะกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้เลย หรือแม้แต่ช่วยตัวเองก็ไม่ได้เช่นกัน ท่านหมอหลวงฮั่วฉายาหมอเทวดายังต้องส่ายหน้า ตัวยาสำคัญที่จะต้องใช้คือโสมร้อยปีที่สักหนึ่งร้อยปีจะเกิดขึ้นหนึ่งต้นเท่านั้น โสมร้อยปีว่าหายากแล้วจำเป็นจะต้องมีเห็ดหลินจือแดง ที่ต้องมีอายุร้อยปีขึ้นไปจึงจะสามารถนำมาใช้ได้ เป็นส่วนผสมคู่กันกับโสมจึงจะช่วยให้ฤทธิ์ยามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเห็ดหลินจือนั้นมีอยู่เพียงหนึ่งดอกเท่านั้นในแคว้นโจว ตอนนี้มันอยู่ในท้องพระคลัง ผู้ครอบครองก็คือฮ่องเต้ผู้ครองแคว้น ของชั้นเลิศและหายากเช่นนี้มีหรือพระองค์จะยอมยกให้ แม้แต่องค์รัชทายาทผู้เป็นสหายตั้งแต่วัยเยาว์ของฮุ่ยหมิ่น ยังไม่สามารถทูลขอหลินจือดอกนั้นได้แต่ในทางกลับกันแม้จะทูลขอมาได้สำเร็จแล้วอย่างไร ก็ยังคงมีโสมร้อยปีที่ไม่ว่าจะพลิกแผ่นดินหาอย่างไรก็ไม่พบ และไม่มีแม้แต่ข่าวคราวให้ได้ตามสืบค้นหาหมอหลวงฮั่วได้กล่าวไว้ว่าหากไม่สามารถได้ทั้งสองสิ่งนี้มาในปีนี้ โรคท
รุ่งเช้านายท่านจางได้เร่งรีบออกจากจวน สั่งพลขับรถม้ามุ่งตรงไปยังวังขององค์รัชทายาท เมื่อวานหลังจากที่ได้โสมร้อยปีที่เป็นหนึ่งในตัวยาที่สำคัญแล้ว เขาได้ส่งคนไปแจ้งแก่หมอหลวงฮั่วและองค์รัชทายาทว่าตนต้องการเข้าพบเป็นการด่วน ทั้งยังได้นัดแนะเพื่อมาพบปะกันที่วังองค์รัชทายาทนั่นเองเมื่อรถมาได้มาจอดยังหน้าวังขององค์รัชทายาทแล้ว จางเต๋อหรือนายท่านจางได้รีบเร่งลงจากรถม้า และเดินเข้าไปภายในตำหนักอย่างรวดเร็ว จางเต๋อยอมรับว่าเรื่องนี้เขาใจร้อน เพราะไม่สามารถชักช้าต่อไปได้อีกแล้ว บุตรชายคนเล็กเหลือเวลาอยู่บนโลกใบนี้อีกเพียงแค่สามปีเท่านั้น เขาจะไม่ยอมพลาดโอกาสนี้แน่“ถวายบังคมองค์รัชทายาท” จางเต๋อยกมือขึ้นประสานกันพร้อมกับโค้งคำนับเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปทักทายท่านหมอเช่นกัน“ท่านหมอฮั่ว”“ไม่ต้องมากพิธีหรอกท่านลุงจาง เชิญนั่งเถิด” จ้าวหรงหรือองค์รัชทายาทองค์ปัจจุบันกล่าวอย่างเป็นกันเอง ทั้งตัวเขาและท่านหมอหลวงอยากจะรู้แล้วว่า เรื่องที่ท่านลุงต้องการจะคุยด้วยเป็นเรื่องอะไรกันแน่ เหตุใดจึงได้ดูรีบร้อนเช่นนี้“ท่านจางมีเรื่องอะไรหรือขอรับ ถึงได้ดูเร่งรีบนัก” ท่านหมอฮั่วเป็นผู้เปิดประเด็นก่อนใ
“ข้าให้คนไปสืบประวัติมาแล้ว นางเป็นคนธรรมดาเป็นเพียงบุตรสาวของนายกองผู้หนึ่ง ที่สละชีพในสนามรบคราวศึกที่ชายแดนฝั่งเหนือ จากนั้นได้หนีตายมาอยู่ที่อำเภอฉงชิ่ง และยังมีลูกติดมาด้วยหนึ่งคน” ในคราแรกที่รู้ว่าเป็นเพียงบุตรสาวนายกองธรรมดาผู้หนึ่ง จางเต๋อก็ไม่ได้คิดอะไรมากมาย เพราะเขาไม่ได้มีอคติกับเรื่องสะใภ้ที่มีฐานะต่ำต้อย หากบุตรชายรักชอบกับใครเขากับภรรยาก็พร้อมจะรักด้วยเช่นกัน ขอเพียงแค่เป็นคนดีก็พอแต่ที่คาดไม่ถึงคือนางยังมีลูกติดมาด้วยหนึ่งคน ทั้งยังไม่ทราบที่ไปที่มาพ่อของเด็กน้อยคนนั้นอีกด้วย ไม่มีผู้ใดรู้ว่านางแต่งงานมาก่อนแล้ว รู้เพียงแต่ว่าในตอนที่หนีตายมาอยู่ที่หมู่บ้านหงชุน สตรีนางน้อยก็ได้หอบเอาบุตรสาวมาอยู่ด้วยแล้ว“อืม ช่างน่าสนใจ เป็นเพียงสตรีธรรมดาแต่กลับมีของล้ำค่าไว้ในมือ ทั้งยังไม่นึกหวงแหนหรือเสียดายให้ท่านลุงมาได้ง่าย ๆ ข้าชักอยากจะเห็นภรรยาหน้าของเขาแล้วสิ” จ้าวหรงยกมือขึ้นเกาคาง พลางนึกจินตนาการไปว่า ภรรยาของฮุ่ยหมิ่นจะหน้าตาเป็นเช่นไร และมีนิสัยอย่างไรแต่ที่แน่ใจแล้วคือคงจะเป็นสตรีที่รักสามีมากคนหนึ่ง หากเป็นเช่นนี้แล้วเขาก็วางใจได้สหายรักจะมีคนดูแลเสียทีเมื่อก่อนจ้
และแล้ววันที่ฮุ่ยหมิ่นรอคอยก็มาถึง คือวันที่เขาจะได้นอนกับภรรยาตามลำพัง แต่งงานกันมาจะครบหนึ่งเดือน ไม่เคยมีเลยสักคืนที่สามีดีเด่นอย่างเขาจะได้ทำหน้าที่สามีเลยสักครั้ง เพราะบุตรสาวตัวแสบอย่างเสี่ยวเหลียนที่ไม่ยอมนอนคนเดียว นางจะต้องได้นอนกับเขากับภรรยาทุกคืน โอกาสที่จะจับภรรยาสุดที่รักกินนั้นจึงเป็นอันล่มไปทุกคราแต่วันนี้โอกาสของเขาได้มาถึงแล้ว เพราะเสี่ยวเหลียนน้อยที่เล่นทั้งวันจนหมดแรง หลังจากกินอาหารเย็นจนอิ่มแล้ว เสี่ยวเหลียนน้อยก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลียทันที เกาอี้ฝานก็เหมือนจะรู้งานพอคุณหนูน้อยหลับ นางก็ได้อาสาพาเข้านอน แต่ไม่ได้พามาที่ห้องใหญ่เกาอี้ฝานพาเสี่ยวเหลียนน้อยกลับไปนอนที่ห้องเล็กของคุณหนูแทน เพื่อช่วยเป็นการเปิดทางให้กับคู่สามีภรรยาได้มีเวลาส่วนตัวบ้างลี่อินเองก็เหมือนจะเข้าใจถึงสายตาในยามสามีมองมา รู้สึกขนลุกไม่น้อยยามเมื่อมองสบตาคมคู่นั้น วันนี้นางคงจะหนีไม่รอดแล้วสินะ หญิงสาวไม่ได้รังเกียจที่จะทำหน้าที่ภรรยา แต่นางแค่รู้สึกประหม่าเสียมากกว่า เป็นครั้งแรกของลี่อินเลยเชียวนะจึงได้รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะปล่อยมันออกมาเพื่อเป็นการผ่อน
“เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ เรายังคุยกันไม่จบเลยนะเจ้าคะ” หญิงสาวพยายามหยุดมือที่คอยเอาแต่ยุ่มย่ามกับเนื้อตัวของนาง ไม่อยากให้มันเลยเถิดไปมากกว่านี้หากยังคุยกันไม่รู้เรื่อง“พี่บอกเจ้าไปหมดแล้ว เจ้ามีอะไรคาใจอีกหรือ” แม้จะยอมหยุดมือ แต่ทว่าเขาก็ยังคงวนเวียนหอมแก้มไม่หยุด“โรคของท่านไม่มีทางรักษาเลยหรือเจ้าคะ”“มี แต่ว่าส่วนผสมของยาเป็นสมุนไพรที่หายากมาก แม้แต่ฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่มีไว้ครอบครอง” ถึงจะสามารถรักษาได้แต่ก็เหมือนกับรักษาไม่ได้“ขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ” มันต้องหายากมากแค่ไหน แม้แต่ผู้ครองแผ่นดินยังไม่มี ลี่อินมัวแต่คิดเรื่องยารักษาอาการป่วยของชายหนุ่ม โดยไม่รู้เลยว่าสายผูกเสื้อด้านข้างได้ถูกชายหนุ่มคลายมันออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อมือของฮุ่ยหมิ่นขย้ำเบา ๆ ที่ทรวงอกคู่งามนั่นแหละ ลี่อินถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทันที“ท่านทำอะไร ข้ายังคุยกับท่านไม่จบเลยนะเจ้าคะ” หญิงสาวดึงมือชายหนุ่มออกจากหน้าอกของนางอย่างเขินอาย“เช่นนั้นหากคุยจบแล้วทำได้ใช่หรือไม่” แม้จะยอมรามือจากทรวงอกคู่งาม แต่ก็ไม่วายลูบคลำบั้นท้ายของนางอยู่ดี“คนลามก” ลี่อินส่งสายตาค้อนขวับไปให้ เขาคิดเรื่องอื่นบ
ฮุ่ยหมิ่นตื่นเช้ามาเขาก็ยังไม่ยอมลุกออกจากที่นอน ชายหนุ่มนอนมองหน้าภรรยาอยู่เช่นนั้นตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ที่เมื่อคืนเขาไม่ทำอะไรนางนั้นก็เพราะว่า เขาคิดว่านางยังไม่พร้อมสำหรับการร่วมเตียงระหว่างสามีภรรยา และอีกอย่างเขาก็ไม่แน่ใจในตนเองว่าหากมีสัมพันธ์อันลึกซึ้งขึ้นมาจริง จะทำใจได้หรือไม่หากถึงเวลาที่ต้องจากกันจริงอยู่ว่าตนเองเห็นแก่ตัวมากไปสักหน่อย แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อมันรักไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขาคิดผิดหรือคิดถูกที่เหนี่ยวรั้งให้ลี่อินอยู่กับเขา แทนที่จะปล่อยให้นางไปเจอกับคนที่ดีและพร้อมจะอยู่ปกป้องนางไปตลอดชีวิต แต่เขาก็ทำใจไม่ได้จริง ๆ ที่จะยอมปล่อยคนที่รักไปเมื่อจ้องมองภรรยาตัวน้อยจนพอใจแล้ว ฮุ่ยหมิ่นจึงได้ลุกออกจากเตียงไปแต่งตัว และเริ่มสะสางงานที่คั่งค้างไว้ตั้งแต่เมื่อวานให้แล้วเสร็จ แต่ก่อนออกจากห้องไปก็มิวายหอมแก้มนุ่มฟอดใหญ่ เพื่อเติมพลังในการทำงาน“ท่านพี่เจ้าคะ” ลี่อินเดินเข้ามาหาสามีที่กำลังนั่งทำงานอยู่ตรงมุมโปรดของเขา หญิงสาวนำเก้าอี้ที่สามารถปรับเอนหลังและมีล้อเลื่อนได้ พร้อมกับมีเบาะรองนั่งอย่างดีไว้ให้เขาได้นั่งทำงานอย่างสบายถึงแม้นางจะนำสิ่งของแปลกตามาใช้ภายในบ้าน
“จ้า ๆ แม่รู้แล้ว สวยได้ใครก็ไม่รู้” ลี่อินแกล้งเย้าแหย่เจ้าเด็กน้อย ไม่ว่าจะเรื่องหลงตนเองหรือแม้แต่ความเอาแต่ใจ มันช่างดูคุ้น ๆ เหมือนใครบางคนเหลือเกิน ไม่ใช่ว่าแอบไปไข่ทิ้งไว้ที่อื่นก่อนที่จะมาเจอกับนางหรอกนะ“เหลียนสวยเหมือนท่านแม่” พูดเอาอกเอาใจมารดาไม่พอ เสี่ยวเหลียนน้อยกอดขามารดาพร้อมกับเอาหน้าแนบถูไถไปมาอย่างออดอ้อน“อ้อนขนาดนี้ อยากได้อะไร หืม.. ไหนบอกแม่ซิ” ลี่อินเดินจูงมือเสี่ยวเหลียนออกไปด้านนอก พร้อมกับถามถึงสิ่งที่เด็กน้อยต้องการ อ้อนกันขนาดนี้ต้องมีของที่อยากได้แน่“เหลียนอยากได้ตุ๊กตาองค์หญิงเหมือนเหมยเหมย เจ้าค่ะ” เหมยเหมย ก็คือบุตรสาวของนายทหารเฝ้ายามที่ว่าการอำเภอ เสี่ยวเหลียนไปเล่นที่ทำงานกับท่านพ่อบ่อย ๆ และมักจะเจอกับเหมยเหมย นางสองคนจึงเป็นเพื่อนเล่นกันโดยปริยาย เพราะยามไปเจอกันเหมยเหมยมักเอาตุ๊กตาผ้าองค์หญิงมาเล่นด้วย เสี่ยวเหลียนก็อยากมีไว้ไปเล่นกับสหายเช่นกัน“ได้สิแม่จะหาให้ แต่เสี่ยวเหลียนต้องดูแลรักษาของให้ดีเข้าใจไหมลูก” ลี่อินอยากให้เสี่ยวเหลียนโตขึ้นมาเป็นคนรู้จักรักษาสิ่งของ รู้ค่าของสิ่งที่ได้รับไม่อยากให้นางได้ของมาง่าย ๆ แล้วไม่เห็นคุณค่าของสิ่งนั้น
“ไหนดูสิว่าเรตติ้งจะดีไหม” ร่างบางเปิดคอมพิวเตอร์เครื่องมือทำมาหากินคู่กาย ได้แอบลุ้นว่ายอดวิวจะดีไหม“ยอดวิวห้าหมื่นในหนึ่งวัน ไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเนี่ยฉัน” แต่พอลองตบหน้าตัวเองดูมันก็เจ็บ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีคนสนใจมากขนาดนี้ ปกติแล้วในความทรงจำของอ้อมแอ้ม นิยายของเธอหนึ่งวันยอดวิวหลักสิบ ครึ่งหนึ่งจากแฟนคลับเดนตายของเธอ อีกครึ่งคือคนที่แวะเข้ามาด่าหญิงสาวรีบกดรีเฟรชหน้าเว็บดูอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าระบบนิยายไม่ได้รวน แต่กดเท่าไหร่ก็มียอดเท่าเดิม ไม่สิมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่างหาก‘ฮือออ ไรท์คะ นางเอกกับลูกสาวสู้ชีวิตมาก’‘ติดตามเลยค่า นิยายสนุกมาก’‘อู๊ยยย พระเอกคือดีงาม’‘น้อนน่าร๊ากกก’‘ไรท์เปลี่ยนแนวนิยายแล้วหรือคะ นิยายเรื่องเก่าของไรท์ประสาทแดกมากค่ะ’และยังมีอีกหลายคอมเมนต์แต่ก็มาในทิศทางที่ดี แสดงว่าตัวเธอมาถูกทางแล้ว ที่เหลือก็รอยอดอีบุ๊กอีกสองวัน เปิดขายวันแรกจะเป็นอย่างไรก็ต้องมาวัดกันแล้ว ว่าเธอควรจะสามารถยึดอาชีพนักเขียนต่อไปไหม ถ้าไม่โอเคก็จะหาอย่างอื่นทำเสริมสองวันผ่านไป“ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง” อ้อมแอ้มกำลังนับถอยหลัง เธอกำลังลุ้นกับยอดขายอีบุ๊กเรื่องแรกในฐานะอ้อมแอ้มคนใ
ย้อนกลับไปเมื่อปลายปีที่แล้ว โลกใบนี้ช่างตื่นตาตื่นใจเสียจริง ลี่อินฟื้นขึ้นมาในห้องที่ดูแปลกประหลาดไม่คุ้นตา กับใบหน้าของเธอที่ยังคงเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ในตอนแรกลี่อินก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีเรื่องน่าอัศจรรย์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองได้ลี่อินฟื้นขึ้นมาในวันหนึ่งพบว่าตัวเองอยู่ในห้องสีขาว มีเครื่องมือแปลกประหลาด มีสายอะไรต่อมิอะไรห้อยระโยงระยางตามตัวเธอเต็มไปหมด ความทรงจำเดิมเริ่มกลับมากเป็นสาย เรื่องราวมากมายไหลเวียนเข้ามาภายในหัวไม่หยุดอ้อมแอ้มหรือก็คือชื่อใหม่ของเธอ ไม่เพียงแค่ความทรงจำเดิมของเจ้าของร่าง แต่ยังมีอีกอย่างที่เธอได้ อ้อมแอ้มตัวจริงสลับไปเป็นลี่อิน พวกเธอทั้งสองต่างสลับกันอยู่ในโลกต่างมิติของกันและกัน ไม่สิไม่ใช่เธอสองคนแต่เป็นคนเดียวกันต่างหาก คนหนึ่งเป็นมิติอนาคตส่วนอีกคนเป็นมิติโบราณ มิติที่ควรจะเป็นไปตามครรลองของกาลเวลาที่มันควรจะเป็น มันกลับเปลี่ยนสลับเธอให้กลับไปในมิติต่างเวลาหลังจากพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลในประเทศจีนจนหายดีแล้ว อ้อมแอ้มก็ได้เดินทางกลับประเทศไทย ต่อจากนี้ไปเธอคืออ้อมแอ้ม และจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามใจของตัวเอง ที่แห่งนี้มีทั้งอิสระไม่มีกฎระเบีย
“หนูซื้อหมดเลย คุณยายขายเท่าไหร่คะ” อ้อมแอ้มรับของมาถือไว้ ก่อนที่หญิงสาวจะล้วงเอากระเป๋าเงินออกมา เพื่อจะจ่ายเงินค่าโสมให้กับคุณยาย“หนึ่งร้อยหยวนลูก” เห็นไหมหลานของนางน่ารักถึงเพียงนี้ ตาแก่นั้นทำหลานสาวนางได้ลงคอ“นี่ค่ะคุณยาย แต่ทำไมขายถูกนักล่ะคะ” เธอคิดว่ามันถูกมากเกินไป เงินหนึ่งร้อยหยวนเทียบกับเงินไทยแล้วเป็นเงินแค่ห้าร้อยยี่สิบห้าบาทเอง ถูกกว่าร้านอาหารบางที่ที่เธอเข้าไปทานมาอีก โสมสามต้นเธอก็เปิดดูแล้ว หากเอาไปขายก็คงจะได้ราคาดีอยู่ ถึงจะไม่มีความรู้เรื่องโสมแต่หญิงสาวก็มั่นใจว่ามันจะต้องแพงกว่านี้“ยายคิดแค่นี้ หนูก็เก็บใส่กระเป๋าไว้ให้ดี มันจำเป็นหนูจะต้องได้ใช้มัน”“คุณยายคะ อะอ้าว หายไปไหนแล้วล่ะ” เธอแค่ก้มเก็บของใส่กระเป๋าแป๊บเดียวเอง จะว่าคุณยายเดินเร็วก็คงจะไม่ใช่ เวลาแค่ไม่ถึงนาทีจะหายตัวไปได้อย่างไรกัน อย่าบอกนะว่าเป็น...? ยิ่งอยู่ในวัดด้วย วิ่งสิคะรออะไร“อ๊ากกกกกกกก”อีกหนึ่งโลกมิติ‘ลี่อินเอ๊ย’ลี่อินที่วันนี้นอนซมเพราะพิษไข้ นอนอยู่บนเตียงทำจากไม้ไผ่กลางเก่ากลางใหม่ ตัวนางที่ดูเหมือนจะหลับลึกตั้งแต่หัวค่ำ แต่ตอนนี้หูกลับได้ยินเสียงของใครบางคนแว่วอยู่ข้างหู หญิงส
ผู้เฒ่าดวงชะตาแทบจะนั่งไม่ติด เดินวกไปวนมาคิดจนหัวแทบจะระเบิด แต่ก็ยังไม่สามารถคิดหาวิธีแก้ไขความผิดของตนเองได้ สองวันที่แล้วในขณะกำลังทำหน้าที่ของตนอยู่นั้น ด้วยเพราะความเผอเรอทำให้เขาขีดเขียนเส้นดวงชะตาสลับกันทำให้คนอีกช่วงเวลาแห่งมิติที่ถึงเวลาตายกลับไม่ตาย ส่วนคนที่ชะตายังไม่ถึงฆาตกลับสลับดวงวิญญาณเป็นคนที่ต้องตายแทน ตอนนี้วงล้อแห่งดวงชะตาของพวกนางทั้งสองได้หมุนสลับมั่วกันไปหมด ผู้เฒ่าดวงชะตาไม่รู้จะทำเช่นไรดี คนที่ต้องตายแต่ไม่ตายก็ช่างเถิด แต่คนที่ยังไม่ถึงชะตานี่สิคือปัญหาใหญ่เหลือเวลาอีกเพียงน้อยนิด ก็จะเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงตามวงล้อแห่งชะตาแล้ว หากจะขีดเขียนเส้นดวงชะตาขึ้นใหม่ก็ต้องใช้เวลาอีกสักพัก เวลานี้ตาเฒ่าหัวหงอกเช่นเขาก็ยังคิดวิธีไม่ออกจะแก้เช่นไรได้ทันกัน“ตาเฒ่าเหตุใดถึงหน้าไม่สู้ดีนักเล่า” แม่ซื้อเห็นเฒ่าดวงชะตามีสีหน้าไม่สู้ดีมาหลายวันแล้ว นางรู้สึกเป็นห่วงจึงได้ลองมาถามไถ่ถึงสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายลำบากใจ“คือว่า เรื่องมันเป็นอย่างนี้นะยายเฒ่า” เฒ่าดวงชะตาตัดสินใจเล่าให้กับแม่ซื้อฟัง เขาพยายามคิดแก้ปัญหาเรื่องนี้คนเดียวมาหลายวันแล้ว คิดอย่างไรก็คิดไม่ตกเสียทีโป๊ก
“อะแฮ่ม ท่านแม่ของพวกเจ้ากำลังจะมีน้อง” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืดออก พูดอย่างภูมิใจแจ้งข่าวดีให้กับลูก ๆ ทั้งสาม ส่วนใบหน้าหรือก็ยิ้มไม่หุบ“ข้าไม่เอาน้องสาวนะเจ้าคะ” อี้หลานฮวา“ข้าก็ไม่ชอบน้องสาว” หวงหลานฮวา พร้อมกับเหล่ตาไปทางน้องเล็กสุด ที่มือไม่เคยว่างเว้นกัดกินหมั่นโถวเต็มปาก จากนั้นก็เคี้ยวจนแก้มตุ่ย“ข้าจะได้เป็นพี่” ไป๋หลานฮวา ต่อไปนางก็ไม่ต้องคอยทำตามคำสั่งของใครแล้ว นางจะได้เป็นผู้สั่งบ้างเสียที แค่คิดก็มีความสุขแล้วนางจะใช้น้องเล็กไปเอาของกินในครัวมาให้ ยามที่ถูกท่านแม่จำกัดมื้ออาหารเด็ก ๆ ทั้งสามเมื่อรู้ว่าท่านแม่จะมีน้อง ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขอเป็นน้องชายบ้าง เพราะว่าท่านพี่หลี่เจี๋ยบุตรชายของท่านป้าเฟยฮวาทั้งฉลาดและเก่งกาจ พวกนางก็อยากจะได้น้องชายแล้วเก่งดั่งเช่นท่านพี่หลี่เจี๋ยบ้าง ด้วยตนเป็นสตรีต้องทำตามขนบธรรมเนียม บางอย่างก็ไม่สามารถทำได้ จึงอยากจะให้น้องที่กำลังจะเกิดมาเป็นชายมากกว่าสตรี“ท่านพี่แล้วเสี่ยวเหลียนไปไหนเจ้าคะ ไม่เห็นสองสามวันแล้ว” ลี่อินถามถึงบุตรสาวอีกคนเสี่ยวเลียนพอโตเป็นสาวรูปโฉมงดงามไม่แพ้หญิงงามอันดับหนึ่ง เป็นถึงท่านหญิงมู่ตานผู้เลื่องชื่อ ใน
“ยินดีด้วยขอรับ ฮูหยินน้อยตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้ว ประเดี๋ยวข้าจะจัดเทียบยาบำรุงครรภ์ให้นะขอรับ” ท่านหมอประจำตระกูลกล่าวแสดงความยินดี“ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ”ลี่อินที่มีสีหน้าซีดเซียวนอนดมยาดมอยู่บนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน หญิงสาวคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ ก็ในเมื่อสามีตัวดีไม่เคยว่างเว้นเลยสักวัน นี้ก็ผ่านมาสิบปีแล้วสามีก็ยังคงตัวติดกันมิได้ห่าง เมื่อก่อนเป็นเช่นไร ผ่านไปสิบปีแล้วก็ยังคงเป็นเช่นเดิมนางก็อุตส่าห์กินยาคุมกำเนิดมิได้ขาดแล้วเชียวนะ ก่อนกินยังตรวจดูให้ดีเสียก่อนจะกินทุกครั้ง ด้วยกลัวว่าสามีตัวดีจะแอบเปลี่ยนเม็ดยาคุมกำเนิดอีก ก็ระวังตัวดีแล้วเชียวเหตุใดถึงได้ตั้งครรภ์อีกจนได้เอ๊ะ!หรือว่านางเองที่เป็นคนลืมกินยาคุมกำเนิดกันนะ แล้วจะเป็นตอนไหนกัน หรือว่าจะเป็นตอนที่แอบหนีไปท่องเที่ยวกันสองคน หรือจะเป็นตอนแอบหนีลูก ๆ ไปเที่ยวงานประจำเมือง หรือจะเป็นตอนที่สามีกลับจากทำภารกิจตึง ตึงปัง“ภรรยารักเจ้าเป็นเช่นไรบ้าง พี่ดีใจเหลือเกินที่เรากำลังจะมีลูกเพิ่มอีกแล้ว” แม้เวลาจะเปลี่ยนไปกว่าสิบปี แต่ทว่ากาลเวลาก็ไม่อาจทำให้ชายหนุ่มดูแก่ลงเลย เขายังคงดูหนุ่มแน่นทั้งยังดูสง่างามยิ่งกว่
งานเลี้ยงฉลองภายในครอบครัวเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนต่างกล่าวยินดีและคุยกันอย่างสนุกสนาน ลี่อินที่คอยดูแลสามีเพราะเจ้าตัวเอาแต่นั่งกระแอมเสียงดังไม่ได้หยุด มองจ้าวหรงตาขวางทุกครั้งที่อีกฝ่ายป้อนอาหารให้กับเสี่ยวเหลียน จนตนเองก็หลงลืมที่จะเอาใจภรรยา แต่ก็มีบางครั้งที่เขาจะหันกลับมาคีบอาหารให้กับลี่อินบ้างเป็นบางครา“อุ๊บ!” ลี่อินที่กำลังจะคีบปลาหมึกย่างเข้าปาก นางกลับรู้สึกเหม็นคาวและคลื่นไส้อยากจะอาเจียนขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่ไม่ว่าจะพยายามกลืนก้อนที่จุกอยู่ตรงคอลงไปเท่าไหร่ เมื่อได้กลิ่นอาหารทะเลมันกลับตีรวนขึ้นมาอยู่ร่ำไป“น้องหญิงเจ้าไม่สบายหรือ” ฮุ่ยหมิ่นรีบวางถ้วยกับตะเกียบลงทันที ที่เห็นว่าภรรยาเอามือปิดปากใบหน้าซีดเซียว“ข้าไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ คงจะเหม็นกลิ่นคาวอาหารทะเล” หญิงสาวรีบเอามือผลักถ้วยปลาหมึกออกห่างตัว เพียงแค่ได้กลิ่นเล็กน้อยก็ทำให้นางแทบจะอาเจียนออกมาเสียให้ได้“พี่ว่าเชิญท่านหมอมาตรวจดูดีหรือไม่” ภรรยาเขาคงจะไม่สบายเป็นแน่ อาหารทุกอย่างก็ไม่ได้มีกลิ่นเหม็นจนถึงขั้นต้องอาเจียน เหมือนดั่งเช่นที่ภรรยาเขาบอก ฮุ่ยหมิ่นรีบสั่งให้บ่าวชายไปเชิญท่านหมอทันทีไม่รั้งรอคำตอบ
“ก่อนอื่นให้เอามันหมูวางไว้ส่วนบนสุดของกระทะนะเจ้าคะ พอน้ำมันเริ่มออกก็ถูมันหมูให้ทั่วกระทะเสียก่อน เวลาเราเอาเนื้อลงย่างจะได้ไม่ติดกระทะเจ้าค่ะ” ลี่อินจัดการสาธิตทำเป็นตัวอย่างให้กับทุกคนดู เพียงแค่นำมันหมูถูไปจนทั่วกระทะที่กำลังร้อน ก็เกิดเสียงฉ่าออกมาทันทีทุกคนเห็นทำตามลี่อินทุกขึ้นตอน เสียงมันหมูดังฉ่าเมื่อถูกกับความร้อนของกระทะ กับเนื้อที่เอาลงไปย่างจนสุกส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ แต่ละคนที่ตั้งตารอต่างก็กลืนน้ำลายดังอึกกันถ้วนหน้า อยากจะลิ้มลองเสียเต็มประดา“ระหว่างรอเนื้อสุก เราก็จะนำผักข้าวโพดหรือเห็ดที่ชอบลงต้นในน้ำซุปด้วยเจ้าค่ะ พอเนื้อสุกได้ที่แล้ว เราก็นำมาจิ้มกับน้ำจิ้ม จากนั้นก็กินได้เลยเจ้าค่ะ” ลี่อินนำเนื้อที่นางย่างแล้วจิ้มน้ำจิ้มที่ปรุงรสมาอย่างดี กระเทียม พริกสับ ผักชีหั่นฝอย ใส่น้ำมะนาวอีกนิด เป็นอันว่าเลิศรสที่สุดแล้วเนื้อสุกกำลังดีจิ้มกับน้ำจิ้มเลิศรสถูกส่งเข้าปากของฮุ่ยหมิ่นเป็นคำแรก ชายหนุ่มได้แต่นั่งยิ้มหน้าบาน ที่ภรรยาเอาอกเอาใจตนเอง ท่ามกลางสายตาของทุกคนทั่วทั้งจวนเช่นนี้“องค์รัชทายาทเสด็จ”ทุกคนที่กำลังกินหมูกระทะกันอย่างเอร็ดอร่อยจึงได้หยุดชะงัก พ
หลังจากจบเรื่องราวอันแสนวุ่นวาย ความสงบสุขก็ได้กลับมาอีกครั้ง ไม่นานมานี้ลี่อินได้มีโอกาสกลับไปที่หมู่บ้านหงชุน บ้านหลังเล็กของนางในตอนนี้มันไม่เล็กอีกต่อไปแล้ว ไม่รู้ว่าฮุ่ยหมิ่นให้คนไปต่อเติมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ตัวบ้านถูกขยายเต็มพื้นที่ มิหนำซ้ำยังซื้อที่ขยายเพิ่มออกไปอีกท่านน้าทั้งสองที่เป็นผู้ดูแลบ้าน พวกเขาก็ได้มีสมาชิกเพิ่มทั้งบุตรชายบุตรสาว เพียงเท่านี้ลี่อินก็มีความสุขมากแล้วจากนั้นหญิงสาวจึงได้แวะไปดูร้านขนมเซียงเจียว มันได้กลายเป็นร้านขนมขึ้นชื่อของอำเภอไปแล้ว หากผู้ใดได้มาอำเภอฉงชิ่งเป็นต้องแวะซื้อขนมที่ทำจากกล้วยเพื่อเป็นของฝาก ไม่เช่นนั้นจะถือว่ามาไม่ถึงอำเภอฉงชิ่งสถานที่สุดท้ายที่ทั้งสามคนพ่อแม่ลูก ได้แวะไปที่ว่าการอำเภอก่อนกลับเมืองหลวง เพราะเสี่ยวเหลียนน้อยไม่ได้พบกับเหมยเหมยนานนับปีแล้ว และเสี่ยวเหลียนเองก็บ่นหาสหายรักอยู่เสมอ ฮุ่ยหมิ่นจึงได้พาบุตรสาวมาพบกับเพื่อนเก่า จนเสี่ยวเหลียนยิ้มไม่หุบก็ว่าได้“เหมยเหมย ข้ามีของฝากมาให้เจ้าเยอะแยะเลย” เสี่ยวเหลียนที่ตัวสูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน เห็นสหายแล้วก็ได้แต่คิดถึงช่วงเวลาที่ได้เล่นด้วยกัน“ขอบใจนะเสี่ยวเหลียน เจ้าตัวสูงขึ