การเรียนในช่วงสัปดาห์แรกแม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้างเพราะบงกชยังปรับตัวกับการสอนของอาจารย์ไม่ค่อยได้ เนื่องจากอาจารย์สอนค่อนข้างจะเร็วมากๆ แต่ก็โชคดีว่ามีเพื่อนคอยช่วยให้คำแนะนำอีกอย่างเธอก็พอจะมีพื้นฐานจากการเรียนพิเศษมาในช่วงปิดเทอม
เย็นวันศุกร์บัวบงกชโทรศัพท์ไปหาธัญวดีเพื่อขออนุญาตออกไปเที่ยวกับเพื่อนในบ่ายวันเสาร์แต่ธัญวดีก็ไม่กล้าอนุญาตเธอจึงต้องโทรศัพท์ไปหาเธียรธวัชเอง
“สวัสดีค่ะคุณเธียร บัวโทรมารบกวนหรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอกว่าแต่ไปอยู่หอแล้วเป็นยังไงบ้างพอจะอยู่ได้ไหม” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้คุยกับบัวบงกชตั้งแต่เธอไปอยู่หอพัก แต่ก็แอบถามน้องสาวอยู่ตลอดเพราบัวบงกชจะสนิทกับธัญวดีมากกว่าตนเอง
“อยู่ได้ค่ะ ที่นี่สบายกว่าอยู่บ้านเดเมเยอะเลยค่ะ”
“แล้วโทรหาฉันมีอะไรหรือเปล่า หรือว่าอยากกลับบ้าน” เขาถามเพราะนี่เป้นเย็นวันศุกร์
“ไม่ใช่หรอกค่ะ ศุกร์นี้ไม่ใช่กำหนดกลับบ้าน”
“ถ้าไม่ใช่กำหนดแต่ถ้าเธออยากจะกลับก็ทำเรื่องไว้ฉันจะให้คนไปรับ” ชายหนุ่มรู้สึกเป็นห่วงและกลัวว่าเด็กสาวจะปรับตัวกับการอยู่หอและเพื่อนใหม่ไม่ได้ แต่ถ้าจะให้เธออยู่ที่บ้านก็จะลำบากในการเดินทางไปโรงเรียน อีกอย่างเขาเองก็ไม่ค่อยมีเวลาดูแลเธอเพราะอีกไม่กี่เดือนธัญวดีก็จะต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษ การไปอยู่หอพักของบัวบงกชจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
เรื่องนี้เธียรธวัชคุยกับคุณยายของเธอไว้ล่วงหน้าแล้ว ยายพิกุลก็เห็นด้วยแต่ตอนนั้นเขาไม่ได้บอกยายของเธอว่าจะให้เข้าเรียนที่โรงเรียนเอกชนเพราะรู้ว่ายายจะต้องเกรงใจและไม่เห็นด้วยแน่ๆ
“บัวอยากกลับตามกำหนดมากกว่าค่ะ ที่บัวโทรมาหาคุณเธียรวันนี้ก้อยากขออนุญาตออกไปเที่ยวกับเพื่อนค่ะ”
“เที่ยวเหรอ”
“ค่ะบ่ายวันเสาร์เพื่อนจะออกไปเที่ยวที่ศูยย์การค้าใกล้ๆ โรงเรียนค่ะ”
“ครูเขาให้ออกไปได้เหรอ”
“ได้ค่ะ แต่ต้องกลับมาก่อนเวลาหกโมงเย็นค่ะ”
“แล้วจะกันยังไงให้รถที่บ้านไปรับไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ พวกเราจะเรียนรถมารับที่หอค่ะ”
“ไปกันหลายคนไหม”
“หลายคนค่ะ กลุ่มของบัวมีกันสี่คนส่วนกลุ่มอื่นก็ไปกันอีกหลายคน คุณเธียรให้บัวไปกับเพื่อนได้ไหมคะ”
“ได้สิ เดี๋ยวฉันโอนเงินไปเพิ่มให้นะเผื่อมีของอะไรที่อยากได้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะที่คุณเธียรให้มาก็เยอะแล้ว” หญิงสาวรู้สึกเกรงใจเขามากเพราะตอนเปิดเทอมเขาก็โอนเงอนมาให้เธอแล้ว
“ฉันไม่รู้ว่าเด็กวัยรุ่นเขาต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง โอนไว้เยอะๆ มันก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอถ้าอยากได้เพิ่มก็โทรมาบอกฉันหรือไม่ก็บอกคุณชุก็ได้ เธอไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรอกนะบัว”
“แต่มันมากเกินไปเงินหนึ่งหมื่นนั่นบัวใช่ได้หลายเดือนเลย”
“เธอคิดว่าที่ฉันให้เธอตอนเปิดเทอมนั้นคือให้เธอใช้หลายเดือนเหรอ”
“ค่ะ”
“นั้นมันคือเงินเดือนนะบัว ตอนนี้เธออยู่หอพักฉันให้เธอหนึ่งหมื่นแต่ถ้าออกมาเรียนมาหาวิทยาลัยก็จะให้เท่ากับที่เพิ่ม”
“มันเยอะไปแล้วค่ะคุณเธียร ค่าข้าวที่โรงอาหารมื้อหนึ่งก็แค่ห้าสิบบาทเองค่ะ”
“แต่เธอจะกินแค่ข้าวอย่างเดียวเหรอบัว ฉันว่าเด็กอย่างเธอต้องกินเยอะๆ”
“แต่บัวก็มีเงินแต่เงินที่ได้จากคุณยายตั้งสองแสนนะคะ”
“มันแค่สสองแสนเองนะบัว เงินจำนวนนั้นฉันว่าเธอเก็บไว้ใช้สาวนตัวเถอะ ส่วนค่าใช่จ่ายเรื่องเรียนในชีวิตประจำวันฉันจะจัดการเอง เอาล่ะเดี๋ยวฉันจะโอนเงินเพิ่มให้นะ”
“ขอบคุณค่ะคุณเธียร” เมื่อวางสายแล้วบัวบงกชก็เดินมาหาเพื่อนที่ห้องดูทีวีของหอพักซึ่งในห้องมีเพื่อนมานั่งดูทีวีอยู่หลายกลุ่ม กลุ่มของเธอกำลังนั่งกินขนมอยู่ที่มุมห้อง
“ว่าไงบ้างบัวผู้ปกครองให้ออกไปกับพวกเราไหม”
“อือ พรุ่งนี้เราจะไปทำอะไรกันบ้าง”
“โอปออยากไปกินอาหารญี่ปุ่นมีใครจะกินกับเราไหม”
“ได้สิแล้วบัวล่ะจะกินกับพวกเราไหม ขอโทษนะบัวผักบุ้งขอถามได้ไหมว่าคุณเขาให้เงินบัวใช่เดือนละเท่าไหร่ ที่ถามไม่ใช่จะดูถูกบัวนะ แต่เราเป็นเพื่อนกันถ้าบัวไม่พร้อมจ่ายเราพวกเราอีกสามคนจะเลี้ยงบัวเอง”
“เขาให้เดือนละหมื่นนะแต่เมื่อกี้ตอนนี้บัวโทรไปบอกว่าจะออกมาเที่ยวกับเพื่อนเข้าก็ให้เพิ่มมาอีกหมื่นหนึ่ง”
“บัวได้เท่ากับใยไหมเลย”
“ใยไหมใช้หมดไหม”
“ถ้าซื้อแค่อาหารที่โรงเรียนก็ไม่หมดหรอกแต่ถ้าซื้อของออนไลน์ด้วยก็เกือบไม่พอ” ใยไหมพูดแล้วหัวเราะเพราะบางครั้งเธอก็เอาเงินไปซื้อของจนแทบไม่เหลือตอนสิ้นเดือน
“พวกเราได้เงินเท่าๆ กันเลยแบบนี้เวลาจะซื้อของหรือกินอะไรก็ต้องเตือนกันหน่อยนะ เดี๋ยวพอสิ้นเดือนจะมาลำบากอดข้าวกันอีก” เมื่อโอปอพูดจบเพื่อนทั้งสี่คนพากันหัวเราะ
บัวบงกชเคยคิดว่าการมาอยู่ที่นี่จะทำให้ตนเองนั้นแตกต่างจากคนอื่นเพราะไม่ได้มากจากครอบครัวที่ร่ำรวยแต่เธียรธวัชก็มาทำให้ช่องว่างของความแตงต่างนั้นลดลง ข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นหญิงสาวมีเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ การเรียนออนไลน์เสริมก็ได้เรียนเหมือนเพื่อนหลายคนในห้อง แม้กระทั่งค่าใช่จ่ายรายเดือนเขาก็ให้เธอเท่ากับคนอื่น
“ผู้ปกครองของบัวเขาใจดีมากเลยนะ”
“บัวก็คิดว่าชื่อคุณเธียรเขาใจดีมากแต่บัวกับเขาไม่ค่อยสนิทกันหรอก บัวจะสนิทกับพี่ธัญญ่าน้องสาวของเขามากกว่า”
“แล้วตอนนี้บัวเริ่มชินกับการอยู่หอหรือยัง” ผักบุ้งถามเพราะตอนที่ตนเองมาอยู่ก็ใช้เวลาปรับตัวไม่กี่วันก็คุ้นเคยกับเพื่อนจนแทบไม่อยากจะกลับบ้าน
“เริ่มชินแล้วล่ะ บัวต้องขอบคุณทุกคนมากเลยที่ทำให้บัวไม่เหงา ตอนแรกบัวกังวลมากเลยเพราะบัวมาจากบ้านนอก บัวกลัวว่าจะไม่มีคนคุยกับบัว”
“พวกเราไม่เคยคิดแบบนั้นเลย”
“บัวโชคดีมากที่ได้เจอเพื่อนที่ดีๆ”
“พวกเรารีบเก็บของเข้านอนกันเถอะจะได้เก็บแรงไว้เดินเที่ยวพรุ่งนี้”
วันนี้บัวบงกชดีใจที่จะได้กลับบ้านเพราะนอกจากจะได้กลับไปเล่าเรื่องการใช้ชีวิตในหอพักให้กับธัญวดีและเธียรธวัชฟังแล้ว ชายหนุ่มยังบอกกับเธอว่าเขาจะพาเธอไปทำบุญให้กับยายพิกุล“สวัสดีค่ะคุณเธียร” บัวบงกชดีใจมากที่คนมารับเธอวันนี้เป็นเธียรธวัชหญิงสาว“อือ เอาของมาครบแล้วใช่ไหม”“ใช่ค่ะ แล้วพี่ธัญญ่าล่ะคะคุณเธียร” บัวบงกชถามเมื่อขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้วเพราะวันที่มาส่งธัญวดีบอกกับเธอว่าจะเป็นคนมารับเธอที่นี่“ถ้ารอให้ธัญญ่ามารับเธอเธอคงอยู่หอเป็นคนสุดท้ายแน่ๆ เย็นวันศุกร์แบบนี้รถค่อนข้างจะติดมาก กว่าธัญญ่าจะออกมาจากมหาวิทยาลัยขับรถมารับเธอที่นี่ก็คงมืดค่ำกันพอดี อดใจอีกนิดเดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้ว”“ค่ะคุณเธียร”“ฉันซื้อขนมมาให้ด้วยนะ อยู่เบาะหลังเธอกินรองท้องไปก่อนกว่าจะถึงบ้านก็คงเกือบจะหนึ่งทุ่มนั่น แหละปกติแล้วเธออยู่ที่หอกินข้าวเร็วไม่ใช่เหรอ”“ปกติบัวจะกินข้าวประมาณห้าโมงครึ่งเพราะต้องรีบเข้าหอก่อนหกโมงเย็นค่ะ ขอบคุณนะคะ”หญิงสาวหยิบถุงขนมที่วางอยู่บนเบาะหลังมาแกะมาเปิดดูแล้วก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าด้านในเป็นขนมปังร้านที่เธอเคยบอกว่าอร่อย“คุณเธียรกินด้วยกันไหมคะ”“ไม่ล่ะฉันยังไม่หิว”“แต่คุณเ
“พี่ธัญญ่าคิดถึงจังเลยค่ะ” บัวบงกชวิ่งเข้าสวมกอดกับธัญวดีเมื่อเข้ามาในบ้านแล้วเห็นพี่สาวยืนรออยู่กลางห้องรับแขก “พี่ก็คิดถึงบัวเหมือนกัน เป็นไงบ้างอยู่หอสนุกไหม” “สนุกมากๆ เลยค่ะบัวมีเรื่องจะเล่าให้พี่ฟังเยอะแยะไปหมดเลย” “ไปกินข้าวกันก่อนดีกว่าไหม ถ้าให้บัวเล่าสงสัยว่าคงไม่ได้กินข้าวกันแน่คืนนี้ “พี่เธียรก็พูดเกินไป” ธัญวดีค้อนพี่ชายก่อนจะจูงมือบัวบงกชเดินเข้าไปในห้องครัว “น่ากินจังเลยค่ะพี่ธัญญ่า” “กับข้าวที่หออร่อยไหมล่ะบัว” “อร่อยอยู่ค่ะแต่บัวยังไม่ได้ลองกินครบกร้านเลยค่ะ” “ถ้าอยากกินอะไรที่ไม่ได้อยู่ในหอพักเราสั่งข้างนอกเข้าไปกินได้ไหม” “ได้ค่ะบัวเห็นเพื่อนหลายคนก็สั่งเดลิเวอรี่เข้าไป บัวก็คิดว่าถ้าเบื่ออาหารของโรงอาหารแล้วก็น่าจะต้องสั่งมากินบ้าง” “อยากกินอะไรก็ซื้อกินเลยนะอย่าอดจนผอมล่ะ เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ชอบอดอาหารกัน” “แต่ไม่ใช่บัวแน่ค่ะคุณเธียรเพราะบัวชอบกิน” “แต่แปลกนะบัวชอบกินแต่ทำไมบัวไม่อ้วนเลยพี่นี่สิแค่กินนิดหน่อยก็เริ่มจะอ้วน” ธัญวดีบ่น “พี่ธัญญ่าไม่อ้วนซะหน่อยแบบนี้ดีมากๆ บัวยังอยากหุ่นดีเหมือนพี่ธัญญ่าเลยค่ะ” “สองคนนี้รีบกินข้าวกันได้แล้วจะได้
เช้าวันใหม่บัวบงกชรีบตื่นมาแต่เช้าเธออาบน้ำแต่งตัวและลงมารอเธียรธวัชที่บริเวณห้องรับประทานอาหาร “ทำไมนั่งอยู่คนเดียวล่ะแล้วธัญญ่าไปไหน” “พี่ธัญญ่ายังไม่ตื่นค่ะ บัวไม่อยากปลุกเมื่อคืนเราคุยกันค่อนข้างดึก” “แต่เธอก็ยังตื่นไหวนี่” “ก็บัวกลัวไม่ทันไปทำบุญให้ยายค่ะ” “ถ้างั้นรีบกินข้าวกันเถอะจะได้รีบออกแต่เช้าฉันเองก็กลัวจะไปไม่ทันเลี้ยงเพลพระเหมือนกัน” ทั้งสองคนรีบรับประทานอาหารอย่างรวดเร็วจากนั้นก็พากันไปที่รถ “เราไปกันแค่สองคนเหรอคะ” หญิงสาวรู้สึกเกร็งที่จะต้องนั่งรถทางไกลกับเธียรธวัชแค่สองคนเพราะครั้งแรกที่เดินทางจากนครสวรรค์มากรุงเทพก็มีลุงอ่ำคนขับรถและคุณชุติมาเลขาของชายหนุ่มนั่งมาด้วย “ก็มีแค่เราสองคนนั่นแหละ แต่ถ้าไปถึงที่วัดแล้วก็คงจะมีคนรออยู่ ฉันบอกผู้ใหญ่ไปแล้วว่าให้ช่วยจัดเตรียมอาหารเพื่อเลี้ยงเพลและอาหารเลี้ยงชาวบ้านไว้ด้วย” “ค่าใช้จ่ายในการจัดงานทำบุญร้อยวันของคุณยายเท่าไหร่คะ” “ถามทำไม” “บัวอยากเป็นคนจ่ายเองทั้งหมดค่ะ” “ได้ยังไงล่ะเธอยังเป็นเด็กอยู่นะ” “แต่บัวก็มีพอมีเงินเก็บนะคะให้บัวจ่ายเถอะค่ะ” บัวบงกชเกรงใจชายหนุ่มมาก “ถ้าอยากทำบุญก็เอาเงินใส่ซอง
“ฉันว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างกับบ้านของเธอแล้วนะ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้มันน่าจะรกแล้วโทรมลงเรื่อยๆ” “คุณเธียรจะทำอะไรกับบ้านของบัวคะ บัวไม่ขายบ้านนะคะ นี่มันเป็นสมบัติของคุณยายถึงแม้บ้านมันจะหลังเล็กและที่ดินจะมีแค่นิดเดียวก็ตาม” “ฉันยังไม่ได้พูดเลยว่าจะให้เธอขายบ้าน แต่ฉันคิดว่าเราน่าจะจ้างคนมาทำความสะอาดจากนั้นก็น่าจะปล่อยให้เช่าดีไหม” “แต่แถวนี้จะมีคนเช่าเหรอคะมันไม่ได้อยู่ในตัวเมืองสักหน่อย” “เราต้องทำความสะอาดก่อนจากนั้นก็ฝากผู้ใหญ่บ้านประกาศให้คนเช่า ถ้าไม่มีใครเช่าก็ต้องหมั่นจ้างคนให้เขาเข้ามาทำความสะอาด” “เดี๋ยบัวฝากป้าจวนไว้ก็ได้ค่ะ ถ้ามีใครสนใจผู้เช่าป้าจวนจะได้ติดต่อบัวไป ส่วนเรื่องจ้างคนมาทำความสะอาดบัวจจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองนะคะ” “ได้สิ นี่มันบ้านของเธอเธอจะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าลืมนะว่าเธอยังไม่ได้ทำงานไม่มีเงินเดือน” “ใครว่าบัวไม่มีเงินเดือนล่ะ บัวได้เงินเดือนจากคุณเธียรเดือนละตั้งหนึ่งหมื่น ถ้าใช้จ่ายอย่างประหยัดก็มีเงินเก็บเยอะเลย” “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องประหยัดมาก ใช้จ่ายในแบบที่วัยรุ่นเขาใช้กัน ว่าแต่เงินที่ให้มันพอใช้จริงๆ ใช่ไหม” เด็กสาวยังไม่ทัน
เมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าการกลับบ้านของบัวบงกชก็ต้องเปลี่ยนไปจากที่เคยกลับบ้านสองสัปดาห์ครั้งก็กลายเป็นกลับแค่เดือนละครั้งเพราะตอนนี้ธัญวดีไปเรียนต่อต่างประเทศ เธียรธวัชเลยไม่ค่อยมีเวลาดูแลบัวบงกชเท่าไหร่ ส่วนในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ เขาก็ยังสนับสนุนเธอเหมือนเดิม ในการกลับมาบ้านแต่ละครั้งบัวบงกชแทบจะไม่เคยเจอเธียรธวัชเลย ส่วนใหญ่คนที่ไปรับบัวบงกชที่หอพักจะเป็นคุณชุติมาหรือไม่ก็ลุงอ่ำคนขับรถมากกว่า และพอเธอชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกบัวบงกชก็เลยคุยกับชายหนุ่มว่าขออยู่ที่หอยาวและให้รับเธอกลับบ้านแค่ตอนปิดเทอมก็พอ “เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่าทำไมถึงไม่อยากกลับบ้านล่ะบัว” “บัวไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกค่ะแต่บัวกลับไปก็ไม่เจอใครอยู่ดี พี่ธัญญ่าก็ไม่อยู่คุณเธียรก็ทำงานกลับไปบัวก็เหงาคนเดียว” “ฉันขอโทษนะที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอเลย น้อยใจใช่ไหม” “เปล่าหรอกค่ะบัวเข้าใจดีว่าคุณเธียรต้องทำงาน บัวก็ไม่มีสิทธิ์ไปน้อยใจแบบนั้นหรอกค่ะบัวรู้ว่าคนเราก็ต้องมีภาระหน้าที่ของตัวเอง ตอนนี้บัวกำลังตั้งจใจเรียนและเทอมหน้าก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว” “เธอคิดหรือยังว่าจะเรียนอะไรปรึกษาพี่ธัญญ่าแล้วใช่ไหม” “ค
“เป็นอะไรวะเธียรหน้าเครียดตั้งแต่เข้ามาแล้วนะ” เพื่อนของเธียรธวัชที่นัดออกมาดื่มเหล้าด้วยกันถามเพราะเห็นว่าตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านเธียรธวัชก็ถอนหายใจและนั่งดื่มโดยไม่คุยกับใครเลย “มีเรื่องเครียดนิดหน่อย” “เรื่องงานเหรอ” “เปล่าหรอก” “นอกจากเรื่องงานแล้วเรายังจะมีเรื่องอะไรเครียดอีกเหรอ” เพื่อนคนหนึ่งถามด้วยความแปลกใจ “หรือว่าเครียดเรื่องผู้หญิงช่วงนี้ฉันไม่เห็นนายควงกับใครอย่างจริงจังเลยแต่ละคนคบกันไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำมีอะไรหรือเปล่า” “ไม่หรอกก็แค่เบื่อๆ น่ะแล้วพวกนายล่ะชีวิตเป็นยังไงบ้าง” “ก็เรื่อยๆ นะตอนนี้ฉันมีแฟนใหม่แล้ว” “อะไรวุฒิฉันไม่เจอนายแค่หนึ่งเดือนนายมีแฟนใหม่แล้วเหรอ” “อือ คนนี้จริงจังเลย” “ฉันก็เห็นว่านายพูดแบบนี้ทุกครั้งคราวนี้ไปหลอกผู้หญิงที่ไหนมาอีล่ะ” “ไม่ได้หลอกนะน้องเขาเข้ามาหาเอง” “ถ้าจริงจังก็แต่งเลยสิ” “ยังแต่งไม่ได้หรอกน้องเขาเพิ่งเรียนมหาลัยปีหนึ่งเอง" “เฮ้ยไอ้วุฒิระวังติดคุกนะ” ชินรีบเตือนเพื่อน “ติดคุกที่ไหนล่ะ น้องเขาอยู่ปีหนึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว” “มีแฟนเด็กแบบนั้นไม่ปวดหัวตายเหรอวะ เด็กนะทั้งขี้อ้อนทั้งเอาแต่ใจ” “ฉันว่าน่ารักดี
“เด็กๆ จ๊ะตื่นกันได้แล้วจ้ะลูก ถึงโรงแรมแล้ว” มารดาของผักบุ้งปลุกเด็กสาวทั้งสี่คนที่หลับไปพร้อมกันตั้งแต่ออกจากกรุงเทพได้ไม่นาน “โอ้โห...โรงแรมใหญ่มากเลยนะคะ คุณแม่สวยมากๆ ด้วยค่ะ” โอปอที่เปิดประตูลงมาก่อนชมโรงแรมที่พวกเธอมาพักนั้นบิดามารดาของผักบุ้งเป็นเจ้าของซึ่งมีห้องพักทั้งหมดเกือบจะสองร้อยห้องนักท่องเที่ยวก็มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ “สวยกว่าที่ผักบุ้งให้ดูในรูปอีกนะคะ” บัวบงกชที่เดินตามลงมาคนที่สองมองไปรอบๆ และพูดขึ้น “ก็ผักบุ้งถ่ายรูปไม่เก่งนี่” “เดี๋ยวไปรับกุญแจห้องที่ล็อบบี้นะ แม่จัดห้องพักห้องใหญ่ไว้ให้พวกเราแล้วพวกเราทั้งสี่คนห้องเดียว” “จริงเหรอคะแม่” ผักบุ้งหันไปถามมารดาของตนเอง “ใช่จ้ะ แม่รู้ว่าถ้าให้นอนแยกห้องเดี๋ยวพวกหนูสี่คนก็มานอนรวมกันอยู่ดีก็แม่ก็เลยให้พักห้องใหญ่ไปเลยดีกว่า” “ขอบคุณมากๆ นะคะแม่ พวกหนูจะทำตัวน่ารักๆ จะไม่ทำให้โรงแรมของคุณแม่ให้วุ่นวาย” “ดีมากจ้ะ แม่ฝากดูแลกันเองด้วยนะจะไปเที่ยวที่ไหนก็เรียกคนขับรถของโรงแรมให้ไปส่ง ถ้าจะลงไปเล่นน้ำตรงชายหาดหน้าโรงแรมก็ให้บอกพนักงานหน้าล็อบบี้ไว้ด้วยเผื่อแม่จะตามหาไม่เจอ” “ได้ค่ะแม่ แม่คะเย็นนี้มีตลาดโต
เธียรธวัชต้องพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้กดรับสายจากบัวบงกชเพราะตอนนี้ชายหนุ่มกำลังขับรถตามเธอมาบริเวณตลาดโต้รุ่งและถ้ากดรับบรรยากาศรอบข้างก็น่าจะทำให้หญิงสาวรู้ว่าเขาอยู่ที่เดียวกับเธอ ชายหนุ่มเดินตามทั้งสี่สาวอยู่ห่างๆ บัวบงกชเวลาอยู่กับเพื่อนหญิงสองจะสดใสร่าเริงมากเสียงหัวเราะและความช่างพูดของหญิงสาวมันทำให้เขารู้สึกดีและทุกครั้งที่เธอโทรศัพท์มาหา การได้คุยกับบัวบงกชนั้นทำความเหนื่อยล้าจากการทำงานจางหาย ความสดใสของเธอทำให้เขายิ้มได้ จริงๆ แล้วชายหนุ่มอยากจะไปหาเธอทุกสัปดาห์และอยากโทรศัพท์คุยกับบัวบงกชในทุกวันแต่สถานะผู้ปกครองมันทำให้เขาทำแบบนั้นไม่ได้ บางครั้งเขาก็ต้องบอกให้คุณชุติมาเลขาของเขาโทรไปถามสารทุกข์สุกดิบกับบัวบงกชเพราะถ้าหากเขาโทรไปถามเธอบ่อยๆ ก็กลัวว่าจะผิดสังเกต เธียรธวัชเดินตามบัวบงกชและเพื่อนไปเรื่อยๆ เขาไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนและตอนนี้กำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นโรคจิตที่คอยเดินตามผู้หญิง แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะแค่อยากรู้ว่าบัวบงกชเที่ยวอย่างสนุกและปลอดภัยดีแค่นั้นก็พอ เขาตามจนกระทั่งหญิงสาวและเพื่อนขึ้นรถตู้กลับไปยังโรงแรมชายหนุ่มยังไม่ขับตามไปในตอนนี้เพราะกลัวว
เย็นวันศุกร์เธียรธวัชมารับบัวบงกชที่มหาวิทยาลัยจากนั้นก็ตรงไปที่บ้านระหว่างทางชายหนุ่มก็จับมือของเธอไว้แน่น“บัวทำไมมือเย็นเจี๊ยบแบบนี้ล่ะ”“บัวกลัวนี่คะ”“ฉันก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไรต้องกลัว กินขนมก่อนนะ”บัวบงกชยิ้มก่อนจะหยิบขนมด้านหลังรถขึ้นมากินอย่างเคย“คุณเธียรรู้มั้ยว่าบัวหลงรักคุณเธียรตั้งแต่ตอนไหน”“ตอนไหนล่ะ”“ตอนที่คุณเธียรมารับบัวและคุณเธียรซื้อขนมมาให้บัวค่ะ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มันทำให้บัวรู้สึกว่าคุณเธียรใส่ใจบัว บัวมีความสุขมากๆ”“แต่นั่นมันตั้งแต่เธอเรียนอยู่ม. 4 แล้วนะ แก่แดดเกินไปหรือเปล่าเนี่ย”“บัวยอมรับค่ะ ว่าแก่แดดจริงๆ แล้วคุณเธียรล่ะชอบบัวตั้งแต่ตอนไหน”“ถ้าถามว่าตั้งแต่ตอนไหนมันก็ตอบไม่ได้หรอกรู้แค่ว่าเวลาเธอคุยกับฉันตอนที่นั่งรถมาด้วยกันมันทำให้ฉันผ่อนคลายน่ะ เธอช่างพูดทำให้ฉันยิ้มได้และคิดว่าถ้ามีเธออยู่ข้างๆ แบบนี้ไปตลอดก็คงจะดีมากๆ คิดไม่ผิดเลยที่ฉันรับเธอมาอุปการะ ถ้าคุณยายของเธอมองลงมาท่านก็อาจจะโกรธนะที่ฉันทำเกินเลยกับเธอ แต่ฉันเชื่อว่าในอนาคตท่านจะดีใจถ้าเห็นเราสองคนรักใคร่กันไปแบบนี้ตลอด”“บัวขอบคุณนะคะคุณเธียรที่รับบัวมาเลี้ยงดูตั้งแต่วันนั้น จากนี้
“คุณเธียรกินของบัวไปแล้วอยากให้บัวกินของคุณเธียรไหม” บัวบงกชถามพลางยิ้มยั่ว“ได้สิเธอรู้ใจฉันที่สุดเลยนับ”เธียรธวัชตอบด้วยเสียงแหบต่ำก่อนจะขึ้นมานั่งบนโซฟาจับให้คนรักคุกเข่าอยู่ตรงหน้าบัวบงกชเงยหน้าขึ้นมองมือเล็กจับความแข็งร้อนที่ตั้งตระหง่านตรง ค่อยๆ ประคองอย่าเบามือ“อื้อ...อ้าห์..บัวจ๋าดีมากมันดีมากจริงๆ”เขามองคนที่เงยหน้าสบตาแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าบัวบงกชนี่แหละคือผู้หญิงที่เขาตามหาและจะใช้ชีวิตกับเธอตลอดไปคิดไม่ผิดเลยที่รับเธอมาอุปการะและไม่มีทางจะปล่อยให้เธอออกไปจากชีวิตของเขาอย่างเด็ดขาด“กินฉันเลยสิบัวอย่าช้า”ชายหนุ่มเร่งเร้าทำให้หญิงสาวยิ้ม“อย่าใจร้อนสิคะ”เธอมองหน้าเขาก่อนจะก้มลงใช้ปลายลิ้นสัมผัสรอยบุ๋มตรงกลางแท่งร้อน“อ้าห์......”เพียงแค่นี้เขาก็ครางสะท้านตาคมมองภาพหญิงสาวตวัดปลายลิ้นเลียวนมาส่วนปลายหยักคอดก่อนจะลากต่ำลงมาหยอกเย้ากับลูกตุ้มสองเม็ดดูดมันเข้าปากจนเกิดเสียงดังน่าเกลียดหากแต่กระตุ้นอารมณ์ของทั้งสองได้เป็นอย่างดีบัวบงกชหยอกล้อกับพวงสวรรค์จนพอใจก็ลากปลายลิ้นขึ้นมาก่อนจะครอบครองความเป็นชายของเขาเข้าปากจนมิด เธอรู้สึกว่ามันชนคอหอยแต่ก็เต็มใจที่จะทำให้เขาเรียวล
หลังจากคุยกับน้องสาวแล้วเธียรธวัชก็รู้สึกสบายใจขึ้นเพราะธัญวดีดูเหมือนจะเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ ชายหนุ่มรีบโทรศัพท์ไปหาบัวบงกชเพื่อบอกให้เธอรู้เรื่องนี้“อะไรนะคะคุณเธียรไหนเราคุยกันแล้วไงว่าเราจะบอกเรื่องนี้กับพี่ธัญญ่าหลังจากบัวเรียนจบแล้ว”“แต่อีกตั้งหนึ่งปีเลยนะบัวถึงจะเรียนจบ ฉันไม่อยากเก็บความลับไว้แบบนี้หรอก ตั้งแต่ธัญญ่ามาเราไม่เคยไปนอนค้างด้วยกันเลย บัวไม่คิดถึงฉันเลยเหรอ”“คิดถึงสิคะบัวคิดถึงคุณเธียรมากๆ”“ฉันอยากไปหาเธอนะบัว อยากไปนอนกอด สองเดือนแล้วมันทรมานมากๆ ฉันก็เลยคิดว่าน่าจะบอกเรื่องนี้กับธัญญ่าจากนั้นเราสองคนก็จะได้มีเวลาให้กันมากขึ้น”“แต่บัวกลัวค่ะ คุณเธียรบัวกลัวว่าพี่ธัญญ่าจะโกรธ”“อย่ากลัวไปเลย”“ถ้าพี่ธัญญ่าโกรธขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะบัวคงไม่เหลือใครอีกแล้ว”“บัวก็รู้จักธัญญ่ามาก็น่าจะรู้นะว่าพี่ธัญญ่าของบัวน่ะเป็นคนคนจิตใจดีและเข้าใจอะไรง่ายๆ ฉันเชื่อว่าถ้าเขารู้ว่าเราสองคนคบกันเขาอาจจะดีใจก็ได้”“มันไม่เหมือนกันนะคะตอนนี้พี่ธัญญ่ารักและเอ็นดูบัวเหมือนน้องสาว แต่ถ้าเกิดเราคบกันสถานะมันก็เปลี่ยนไปบอกตรงๆ นะคะคุณเธียรว่าบัวกลัวมากๆ ค่ะถ้าพี่ธัญญ่าโกรธบัวขึ้นมาบัวก็ไ
ตั้งแต่ธัญวดีกลับมาอยู่ที่บ้านเธียรธวัชก็ไม่มีโอกาสไปค้างที่คอนโดเลยสักครั้งไม่ว่าจะเป็นคอนโดของเขาเองหรือคอนโดของบัวบงกชเพราะไม่อยากให้น้องสาวต้องสงสัยแต่ชายหนุ่มก็รู้สึกอึดอัดมากๆ แม้บัวบงกชจะมาค้างที่บ้านของเขาแต่เธอก็นอนกับธัญวดีทุกคืนเขาไม่ได้ใกล้ชิดหญิงสาวมานานเกือบสองเดือนแล้ว นอกจากจะไม่ได้ชิดกับบัวบงกชแล้วธัญวดียังพยายามชวนเพื่อนๆ มาทานข้าวที่บ้านและแนะนำให้เขารู้จักอยู่หลายคนเขาก็ปฏิเสธไปทุกครั้งและไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนผู้หญิงที่ธัญวดีพามาแนะนำให้เขารู้จักแต่เธอยังพาเพื่อนผู้ชายมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านและดูเหมือนว่าเพื่อนของธัญวดีมีความสนใจในตัวของบัวบงกชมากๆ ถ้าหากเขาไม่ทำอะไรเรื่องมันก็อาจจะเลยเถิดไปกันใหญ่เพราะบัวบงกชก็ไม่กล้าปฏิเสธเวลาที่ธัญวดีชวนออกไปทานข้าวกับเพื่อน เขากลัวเหลือเกินว่าผู้ชายคนนี้จะเข้ามาแทรกกลางระหว่างความสัมพันธ์ของเขากับบัวบงกชแต่สำหรับเขาเองไม่เคยคิดกับเพื่อนของธัญวดีเลยไม่ว่าจะเป็นเพื่อนคนไหนก็ตามและวันนี้เธียรธวัชก็ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องพูดกับน้องสาวให้รู้เรื่อง ชายหนุ่มถือโอกาสที่วันนี้บัวบงกชไม่ได้มาค้างที่บ้าน ตอนนี้ในห้องนั่งเล่นจึงเหลือแค่
หลังจากวางสายจากธัญวดีแล้วบัวบงกชก็รีบโทรศัพท์ไปหาเธียรธวัชอีกครั้ง “ว่าไงจ๊ะ บัวคิดถึงฉันใช่ไหมเปลี่ยนใจจะให้ฉันไปหาตอนนี้ก็ยังทันนะ” “เปล่าค่ะคุณเธียรบัวมีเรื่องจะเล่าให้คุณเธียรฟัง” “เรื่องอะไร” “เมื่อกี้พี่ธัญญ่าโทรมาบัวค่ะ” “เธอสองคนก็คุยกันเป็นปกติอยู่แล้วนะไม่แปลกตรงไหนเลย” “ครั้งนี้ไม่ปกติค่ะ พี่ธัญญ่ากำลังสงสัยว่าคุณเธียรพาผู้หญิงที่ไหนไปอยู่ในห้อง” “แล้วธัญญ่ารู้ได้ยังไงล่ะ” “คุณเธียรจำได้ไหมวันนั้นบัวซักชุดนักศึกษาไว้ในเครื่องแล้วลืมเอาออกแม่บ้านก็เลยโทรไปหาพี่ธัญญ่าเพราะคิดว่าพี่ธัญญ่ากลับมาแล้วค่ะ เราจะเอายังไงกันดีคะคุณเธียรบัวกลัวพี่ธัญญาจะรู้แล้วจะโกรธบัว” “บัวอย่าคิดมากสิอีกเป็นปีกว่าธัญญ่าจะกลับ เธอน่ะคิดมากเกินไปจนไม่เป็นตัวของตัวเองแล้วอย่าแคร์คนอื่นให้มากเลย” “เราไม่ควรเจอกันอีกนะคะคุณเธียรบัวกลัวว่านอกจากพี่ธัญญ่าจะสงสัยแล้วคนที่คอนโดคุณเธียรก็จะสงสัยถ้าเกิดเขาเอาเรื่องไปบอกพี่ธัญญ่าขึ้นมาบัวต้องซวยแน่ๆ บัวคิดว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปบัวจะไม่ไปที่คอนโดของคุณเธียรเด็ดขาด” “เธอไม่มาคอนโดของฉันก็ไม่เป็นไรฉันไปหาเธอที่นั่นเองก็ได้” “คุณเธียรเรา
บัวบงกชรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากเมื่อเช้าวันจันทร์เธอตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองมีรอบเดือน หญิงสาวไปเรียนได้ใช้ชีวิตตามปกติพอตอนเย็นก็โทรศัพท์คุยกับเธียรธวัช ซึ่งตอนนี้เขามักจะโทรศัพท์หาเธอทุกวัน การไม่ได้เจอกันแต่ได้คุยกันมันก็ทำหายคิดถึงไปได้มากๆ บัวบงกชไม่เคยคิดมาก่อนว่าเมื่อมีความสัมพันธ์กับเขาแล้วตนเองจะคิดถึงเขามากขนาดนี้เธียรธวัชเองก็ไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่ ตอนนี้เขาโทรหาเธอตอนเช้าส่วนตอนกลางวันก็ไลน์มาหาและโทรอีกครั้งในตอนเย็น วันนี้หญิงสาวกลับมาถึงคอนโดมิเนียมในเวลาห้าโมงเย็นก็มีพัสดุมาถึงเธอหนึ่งกล่อง เมื่อขึ้นมาถึงบนห้องหญิงสาวก็รีบเปิดกล่องออกด้านไหนเป็นที่คาดผมแต่มันไม่ใช่ที่คาดผมธรรมดาเพราะเธอเคยเห็นรีวิวตามโซเชียลแล้วว่าที่คาดผมอันนี้มันเป็นที่คาดผมแบรนด์ดังราคาไม่ต่ำกว่าหมื่นบาทซึ่งหญิงสาวคิดว่ามันแพงเกินไปเธอจึงรีบโทรศัพท์ไปหาเธียรธวัชทันที “คุณเธียรคะที่คาดผมนี่มันคืออะไร” “ฉันเห็นว่ามันสวยดีก็เลยซื้อมาให้เธอ” “คุณเธียรไปซื้อเองเหรอ” “วันนี้ฉันมีโอกาสไปตรวจสินค้าที่ห้างเห็นมันกำลังลดราคาก็ ก็เลยเข้าไปซื้อ” “แล้วใครเป็นคนเอามาให้บัวที่คอนโดพี่ชุหรือเปล่า” หญิงสาวถาม
ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องบัวบงกชและเธียรธวัชสั่งอาหารขึ้นมาทานบนห้องจากนั้นหญิงสาวก็อ่านหนังสือทบทวนบทเรียนขณะที่เธียรธวัชก็เอาแท็ปเล็ตขึ้นมานั่งทำงานจนกระทั่งถึงเวลาเย็นชายหนุ่มชวนเธอออกไปทานอาหารข้างนอกเพราะไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่ในห้องแบบนี้ “อยากดูหนังไหม” “คุณเธียรอยากดูเหรอคะ” “ฉันยังไงก็ได้ แล้วเธอล่ะอยากดูหรือเปล่า” “ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่อยากดูค่ะ เอาไว้มีเรื่องที่น่าสนใจบัวจะบอกคุณเธียรแต่คุณเธียรจะไปดูหนังกับบัวได้จริงๆ เหรอ” “ได้สิ” “แล้วถ้าคนอื่นเจอเราอยู่ด้วยกันล่ะคะ” “มันก็ไม่แปลกอะไรนี่บัวฉันกับเธอไม่ใช่คนอื่นคนไกลการจะไปไหนมาไหนด้วยกันมันก็เรื่องธรรมดาอยู่แล้วนะ ว่าแต่วันนี้อยากกินอะไร” “อยากไปกินอาหารร้านที่คุณเธียรเคยไปค่ะ แต่มันอยู่นอกเมือง” “ร้านอาหารเหนือใช่ไหม” “ค่ะ บัวไม่ได้กินอาหารเหนือนานแล้วคุณเธียรพาบัวไปกินได้ไหม” “ได้สิถ้าอยากไปก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า” “บัวไปชุดนี้ไม่ได้เหรอหญิงสาวมองชุดตัวเองที่เป็นกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดตัวเล็ก” “ฉันว่าเปลี่ยนกางเกงหน่อยดีกว่าไหม ฉันไม่อยากให้ใครมองขาสวยๆ ของเธอนอกจากฉันคนเดียว” “รอแป๊บหนึ่งนะคะ”
เช้าวันเสาร์ฝนตกอย่างหนักทำให้บัวบงกชแทบไม่อยากจะลุกจากที่นอนเลยสักนิดเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสามหญิงสาวขยับกายซุกหาไออุ่นของชายหนุ่มแขนแข็งแกร่งกอดเธอไว้แน่นปลายจมูกโด่งกดจูบบนหน้าผากด้วยความรักใคร่ “ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้จังฝนตกอากาศเย็นละมีเธออยู่ด้วยมันทำให้รู้สึกอุ่นมากๆ เลยนะบัวเธอล่ะอุ่นไหม” “อุ่นค่ะคุณเธียร” หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นทั้งกายและใจเวลาที่อยู่ในอ้อมกอดเขาแบบนี้ “เธอหิวหรือยังบัว” “ยังไม่หิวค่ะขอนอนต่อได้ไหม วันนี้คุณเธียรจะรีบไปที่ไหนหรือเปล่าคะ” “ไม่มีธุระไปไหนเลยวันหยุดฉันให้เวลากับเธอเต็มที่นะบัว” “ถ้าแต่ก่อนคุณเธียรมีเวลาให้บัวแบบนี้ก็น่าจะดีมากๆ” “เธอคงน้อยใจมากใช่ไหมที่ฉันไม่มีเวลาให้เธอเหมือนผู้ปกครองคนอื่น” “ช่วงที่บัวมาอยู่หอใหม่ๆ ก็ไม่คิดอะไรหรอกค่ะแต่พอขึ้น ม.5 พี่ธัญญ่าไม่อยู่คุณเธียรก็ไม่ว่างตอนนั้นบัวก็เลยรู้สึกน้อยใจมากๆ” “เธอก็เลยขออนุญาตกับกลับบ้านแค่เดือนละครั้งใช่ไหม” “ใช่ค่ะเพราะกลับมาก็ไม่เจอใครอยู่ดี เจอคุณเธียรแต่ละครั้งไม่เคยถึงครึ่งชั่วโมง ทำไมตอนนั้นคุณเธียรต้องหลบหน้าบัวด้วย ทั้งที่รู้ว่าบัวกลับบ้านแต่บางครั้งคุณเธี
เธียรธวัชอยากจับเธอกดลงบนโต๊ะหินอ่อนแต่ก็กลัวว่าพื้นที่แข็งจำเธอเจ็บตัวจึงเปลี่ยนใจอุ้มเธอลงมาจากโต๊ะทำให้บัวบงกชหน้าเสียเพราะคิดว่าเขาจะหยุดทุกอย่างอยู่แค่นี้ “คุณเธียร....” “หันหลังให้ฉันนะถ้านอนบนนั้นเธอจะเจ็บมองมุมไหนเธอก็สวยนะบัว” เขาพูดแล้วจัดท่าให้หญิงสาวหันหน้าหลังให้ดึงสะโพกของหญิงสาวให้แอ่นโค้งสองมือหญิงสาวเท้าไปบนโต๊ะ เธอหันมายิ้มยั่ว “ยั่วเก่งจริงๆ แต่ฉันชอบแบบนี้นะ” ชายหนุ่มมองอย่างพอใจเขาจับแท่งร้อนลากขึ้นลงกลางกลีบสวยกดเน้นไปบนเกสรสวาททำให้เธอสั่นสะท้าน หญิงสาวหันหน้ามาแล้วเขาก็จูบเธออีกครั้งอย่างหนักหน่วง สองลิ้นหยอกล้อก่อนแก่นกายจะสอดเข้าหาทีละนิด เข้าได้เพียงส่วนปลายหยักร่องรักของเธอก็ตอดจนเขาแทบจะปริแตก “อ่าห์...บัวจ๋าใจเย็นอย่าเพ่งตอดสิ ฉันยังไม่อยากแตกตอนนี้หรอกนะ” “อ๊ะ!......” หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเขากระแทกท่อนเอ็นเข้าหาเธอทีเดียวจนสุดทางรักบัวบงกชทั้งจุกทั้งเจ็บแต่ก็ไม่ปริปากเพราะรู้ว่าไม่นานนักทุกอย่างมันจะสวยงาม “แน่นมากนะบัวทั้งลึกทั้งตอดฉันจะคลั่งตายอยู่แล้ว อ่าห์....” เมื่อเข้าไปสุดทางก็ค้างไว้สักพักก่อนที่สะโพกจะขยับไปตามใจปรารถหนา เขาสวนสะโพ