“พี่ธัญญ่าคิดถึงจังเลยค่ะ” บัวบงกชวิ่งเข้าสวมกอดกับธัญวดีเมื่อเข้ามาในบ้านแล้วเห็นพี่สาวยืนรออยู่กลางห้องรับแขก
“พี่ก็คิดถึงบัวเหมือนกัน เป็นไงบ้างอยู่หอสนุกไหม”
“สนุกมากๆ เลยค่ะบัวมีเรื่องจะเล่าให้พี่ฟังเยอะแยะไปหมดเลย”
“ไปกินข้าวกันก่อนดีกว่าไหม ถ้าให้บัวเล่าสงสัยว่าคงไม่ได้กินข้าวกันแน่คืนนี้
“พี่เธียรก็พูดเกินไป” ธัญวดีค้อนพี่ชายก่อนจะจูงมือบัวบงกชเดินเข้าไปในห้องครัว
“น่ากินจังเลยค่ะพี่ธัญญ่า”
“กับข้าวที่หออร่อยไหมล่ะบัว”
“อร่อยอยู่ค่ะแต่บัวยังไม่ได้ลองกินครบกร้านเลยค่ะ”
“ถ้าอยากกินอะไรที่ไม่ได้อยู่ในหอพักเราสั่งข้างนอกเข้าไปกินได้ไหม”
“ได้ค่ะบัวเห็นเพื่อนหลายคนก็สั่งเดลิเวอรี่เข้าไป บัวก็คิดว่าถ้าเบื่ออาหารของโรงอาหารแล้วก็น่าจะต้องสั่งมากินบ้าง”
“อยากกินอะไรก็ซื้อกินเลยนะอย่าอดจนผอมล่ะ เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ชอบอดอาหารกัน”
“แต่ไม่ใช่บัวแน่ค่ะคุณเธียรเพราะบัวชอบกิน”
“แต่แปลกนะบัวชอบกินแต่ทำไมบัวไม่อ้วนเลยพี่นี่สิแค่กินนิดหน่อยก็เริ่มจะอ้วน” ธัญวดีบ่น
“พี่ธัญญ่าไม่อ้วนซะหน่อยแบบนี้ดีมากๆ บัวยังอยากหุ่นดีเหมือนพี่ธัญญ่าเลยค่ะ”
“สองคนนี้รีบกินข้าวกันได้แล้วจะได้รีบเข้านอน พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า”
“เดินทางไปไหนคะพี่เธียร”
“ก็เราจะไปทำบุญร้อยวันให้ยายพิกุลที่นครสวรรค์ไงล่ะ พี่บอกธัญญ่าไปแล้วนะ”
“จริงสิ พี่ขอโทษนะบัว”
“พูดแบบนี้แสดงว่าพรุ่งนี้จะไม่ไปกับพี่เหรอ”
“ใช่ค่ะ ธัญญ่ามีนัดกับเพื่อนแล้ว เอายังไงดีล่ะเดี๋ยวโทรไปยกเลิกนัดก็ได้”
“คะไม่เป็นไรหรอกค่ะ บัวไปกับคุณเธียรก็ได้”
“แต่พี่ก็อยากไปทำบุญให้ยายพิกุลด้วย”
“ถ้าอยากทำบุญจริงๆ เอาไว้เราไปทำบุญวัดใกล้ๆ บ้านอีกครั้งก็ได้”
“เดี๋ยวเรากินข้าวบัวรีบอาบน้ำนะคืนนี้ไปนอนห้องพี่เราจะได้นอนคุยกัน”
“ไปนอนคุยกันแบบนั้นพรุ่งนี้ตื่นสายขึ้นมาไปเลี้ยงเพลพระไม่ทันจะมาโทษฉันไม่ได้นะบัว”
“ไม่ตื่นสายหรอกค่ะ ตอนที่บัวอยู่หอตื่นตีห้าครึ่งทุกวันเลย”
“เขาให้ตื่นเช้าแบบนั้นเลยเหรอเหรอบัว”
“เปล่าค่ะ บัวกลัวอาบน้ำแต่งตัวไม่ทันค่ะก็เลยตื่นก่อนเพื่อน”
“แต่อาทิตย์หน้าก็คงจะตื่นซักหกโมงค่ะ เพราะเริ่มจะปรับตัวได้แล้วค่ะ”
หลังจากรับประทานอาหารค่ำแล้วเธียรธวัชก็แยกเข้าห้องตนเอง ส่วนบัวบงกชก็รีบอาบน้ำจากนั้นก็หอบตุ๊กตาที่คุณยายเคยซื้อให้เขามานอนกับธัญวดีในหัอง
“บัวไม่ได้มารบกวนพี่ธัญญ่าใช่ไหมคะ”
“ไม่ได้รบกวนอะไรเลย พี่อยากรู้ว่าบัวอยู่ที่หอพักเป็นยังไงบ้างถึงแม้ว่าจะโทรมาคุยกับพี่ทุกวันแต่มันก็ไม่เหมือนกับการได้คุยกันต่อหน้าหรอก”
ระหว่างที่เล่าเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ในหอพักให้กับธัญวดีฟังเจ้าของห้องก็ขนเครื่องสำอางและครีมต่างๆ มาวางอยู่บนเตียงเต็มไปหมด
“ครีมพวกนี้มันคืออะไรคะ”
“ก็พี่จะให้บัวออกไปใช้ที่หอพักไง”
“ทำไมมันเยอะจัง”
“บัวเป็นสาวแล้วนะต้องดูแลตัวเองของพวกนี้มันเป็นของจำเป็นสำหรับผู้หญิงอย่างเราเอาไว้ถ้าใช้หมดแล้วก็บอกพี่นะพี่จะซื้อให้เพราะเรื่องสวยสวยงามแบบนี้พี่เธียรเขาไม่รู้เรื่องไรหรอก แล้วไปอยู่หอพักขาดเหลืออะไรไหม”
“ไม่ค่ะ ที่โรงเรียนมีขายทุกอย่างเลยตอนที่บัวออกไปเที่ยวกับเพื่อนวันเสาร์บัวก็ซื้อขนมแล้วก็ของใช้มาเพิ่มด้วย พี่ธัญญ่าคะ บัวไม่อยากรบกวนเรื่องค่าใช้จ่ายเลยค่ะ พี่ธัญญ่าช่วยพูดกับคุณเธียรให้หน่อยได้ไหม บัวไม่อยากรับเงินรายเดือนเลย เงินที่ได้มาจากคุณยายก็พอจะมีอยู่บ้างบัวอยากรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เอง”
“อย่าคิดมากสิบัวผู้ใหญ่เขาให้ของเราก็ควรรับไว้”
“มันไม่มากเกินไปเหรอคะพี่ธัญญ่า คุณเธียรให้เงินเดือนบัวเดือนละตั้งหนึ่งหมื่นเลยนะคะ”
“สมัยที่พี่เรียนมัธยมพี่ก็ได้ประมาณนั้นแหล่ะและพี่ยังกินข้าวเช้ากับข้าวเย็นที่บ้านด้วยนะแต่บัวต้องกินอาหารที่โรงเรียนถึงสามมื้อ มื้อหนึ่งก็น่าจะหลายบาทอยู่เฉลี่ยแล้วบัวได้วันละสามร้อยกว่าบาทเองนะจะพอใช้หรือเปล่า”
“พอใช้ค่ะพี่ธัญญ่า เหลือเฟือด้วยซ้ำอาหารมื้อหนึ่งก็ไม่ถึงห้าสิบบาทบัวมีเงินเก็บอีกวันละร้อยห้าสิบเลยนะคะ แล้วตอนที่บัวโทรไปขออนุญาตคุณเธียรออกไปเที่ยวกับเพื่อนคุณเธียรก็โอนเงินเพิ่มให้อีกบอกว่าขาดเหลืออะไรก็ให้บัวซื้อเอา ปกติแล้วเขาเป็นคนใจดีแบบนี้เหรอคะ”
“ใช่พี่เธียรเป็นคนที่ใจดีมากๆ ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยมีเวลาให้เรา เพราะเอาแต่ทำงานแต่ถ้าเราโทรหาหรือขอความช่วยเหลือเขาก็พร้อมที่จะช่วยเรา เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่พี่ไม่อยากให้บัวต้องคิดมากเรื่องนี้”
“แบบนี้บัวคงเป็นหนี้คุณเธียรหัวโตแน่”
“พี่ก็เพิ่งบอกไงว่าเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะฉะนั้นไม่ต้องสนใจหรอกพี่เธียรเขารับปากยายของบัวไว้แล้ว เขาก็ต้องดูแลบัวจนเรียนจบนั่นแหละถ้าอยากจะตอบแทนบุญคุณจริงๆ ก็ตั้งใจเรียนให้จบและเข้ามาทำงานที่บริษัทสิ บัวเคยคิดหรือเปล่าว่าเรียนจบมาอยากจะทำงานอะไร”
“บัวเคยคุยกับคุณยายไว้ค่ะว่าอยากจะเป็นครูสอนคณิตศาสตร์หรือไม่ก็ทำงานบัญชีค่ะเพราะบัวชอบวิชาคณิตศาสตร์มากๆ” หญิงสาวพูดถึงวิชาที่ตัวเองชอบแล้วก็ยิ้มเธอเป็นคนหัวไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็เรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้ดีกว่าวิชาอื่นหญิงสาวเรียนแผนกศิลป์คำนวนในโรงเรียนเอกชนแห่งซึ่งจะเน้นไปทางคณิตศาสตร์และภาษามากกว่ามาทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งที่บัวบงกชไม่ได้ฉลาดเลยสักนิด
“เรียนบัญชีก็ดีเหมือนกันนะ จบแล้วจะได้เข้ามาช่วยงานที่บริษัทไง แต่ถ้าบัวอยากจะเป็นครูพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกแต่ก่อนจะเลือกคณะเรียนปรึกษาพี่เธียรเขาก่อนนะรู้ไหม"
“ค่ะ พี่ธัญญ่าบัวคงต้องปรึกษาทั้งพี่ธัญญ่าและคุณเธียรเพราะทั้งสองคนก็คือผู้ปกครองของบัว”
“บัวปรึกษาพี่กับพี่เธียรได้ตลอดนะ”
คืนนี้กว่าบงกชกับธัญวดีจะเข้านอนก็เกือบจะตีหนึ่งเพราะมีเรื่องที่ต้องคุยกันมากกว่าปกติ
เช้าวันใหม่บัวบงกชรีบตื่นมาแต่เช้าเธออาบน้ำแต่งตัวและลงมารอเธียรธวัชที่บริเวณห้องรับประทานอาหาร “ทำไมนั่งอยู่คนเดียวล่ะแล้วธัญญ่าไปไหน” “พี่ธัญญ่ายังไม่ตื่นค่ะ บัวไม่อยากปลุกเมื่อคืนเราคุยกันค่อนข้างดึก” “แต่เธอก็ยังตื่นไหวนี่” “ก็บัวกลัวไม่ทันไปทำบุญให้ยายค่ะ” “ถ้างั้นรีบกินข้าวกันเถอะจะได้รีบออกแต่เช้าฉันเองก็กลัวจะไปไม่ทันเลี้ยงเพลพระเหมือนกัน” ทั้งสองคนรีบรับประทานอาหารอย่างรวดเร็วจากนั้นก็พากันไปที่รถ “เราไปกันแค่สองคนเหรอคะ” หญิงสาวรู้สึกเกร็งที่จะต้องนั่งรถทางไกลกับเธียรธวัชแค่สองคนเพราะครั้งแรกที่เดินทางจากนครสวรรค์มากรุงเทพก็มีลุงอ่ำคนขับรถและคุณชุติมาเลขาของชายหนุ่มนั่งมาด้วย “ก็มีแค่เราสองคนนั่นแหละ แต่ถ้าไปถึงที่วัดแล้วก็คงจะมีคนรออยู่ ฉันบอกผู้ใหญ่ไปแล้วว่าให้ช่วยจัดเตรียมอาหารเพื่อเลี้ยงเพลและอาหารเลี้ยงชาวบ้านไว้ด้วย” “ค่าใช้จ่ายในการจัดงานทำบุญร้อยวันของคุณยายเท่าไหร่คะ” “ถามทำไม” “บัวอยากเป็นคนจ่ายเองทั้งหมดค่ะ” “ได้ยังไงล่ะเธอยังเป็นเด็กอยู่นะ” “แต่บัวก็มีพอมีเงินเก็บนะคะให้บัวจ่ายเถอะค่ะ” บัวบงกชเกรงใจชายหนุ่มมาก “ถ้าอยากทำบุญก็เอาเงินใส่ซอง
“ฉันว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างกับบ้านของเธอแล้วนะ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้มันน่าจะรกแล้วโทรมลงเรื่อยๆ” “คุณเธียรจะทำอะไรกับบ้านของบัวคะ บัวไม่ขายบ้านนะคะ นี่มันเป็นสมบัติของคุณยายถึงแม้บ้านมันจะหลังเล็กและที่ดินจะมีแค่นิดเดียวก็ตาม” “ฉันยังไม่ได้พูดเลยว่าจะให้เธอขายบ้าน แต่ฉันคิดว่าเราน่าจะจ้างคนมาทำความสะอาดจากนั้นก็น่าจะปล่อยให้เช่าดีไหม” “แต่แถวนี้จะมีคนเช่าเหรอคะมันไม่ได้อยู่ในตัวเมืองสักหน่อย” “เราต้องทำความสะอาดก่อนจากนั้นก็ฝากผู้ใหญ่บ้านประกาศให้คนเช่า ถ้าไม่มีใครเช่าก็ต้องหมั่นจ้างคนให้เขาเข้ามาทำความสะอาด” “เดี๋ยบัวฝากป้าจวนไว้ก็ได้ค่ะ ถ้ามีใครสนใจผู้เช่าป้าจวนจะได้ติดต่อบัวไป ส่วนเรื่องจ้างคนมาทำความสะอาดบัวจจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตรงนี้เองนะคะ” “ได้สิ นี่มันบ้านของเธอเธอจะทำอะไรก็ได้ แต่อย่าลืมนะว่าเธอยังไม่ได้ทำงานไม่มีเงินเดือน” “ใครว่าบัวไม่มีเงินเดือนล่ะ บัวได้เงินเดือนจากคุณเธียรเดือนละตั้งหนึ่งหมื่น ถ้าใช้จ่ายอย่างประหยัดก็มีเงินเก็บเยอะเลย” “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องประหยัดมาก ใช้จ่ายในแบบที่วัยรุ่นเขาใช้กัน ว่าแต่เงินที่ให้มันพอใช้จริงๆ ใช่ไหม” เด็กสาวยังไม่ทัน
เมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ห้าการกลับบ้านของบัวบงกชก็ต้องเปลี่ยนไปจากที่เคยกลับบ้านสองสัปดาห์ครั้งก็กลายเป็นกลับแค่เดือนละครั้งเพราะตอนนี้ธัญวดีไปเรียนต่อต่างประเทศ เธียรธวัชเลยไม่ค่อยมีเวลาดูแลบัวบงกชเท่าไหร่ ส่วนในเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ เขาก็ยังสนับสนุนเธอเหมือนเดิม ในการกลับมาบ้านแต่ละครั้งบัวบงกชแทบจะไม่เคยเจอเธียรธวัชเลย ส่วนใหญ่คนที่ไปรับบัวบงกชที่หอพักจะเป็นคุณชุติมาหรือไม่ก็ลุงอ่ำคนขับรถมากกว่า และพอเธอชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกบัวบงกชก็เลยคุยกับชายหนุ่มว่าขออยู่ที่หอยาวและให้รับเธอกลับบ้านแค่ตอนปิดเทอมก็พอ “เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่าทำไมถึงไม่อยากกลับบ้านล่ะบัว” “บัวไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกค่ะแต่บัวกลับไปก็ไม่เจอใครอยู่ดี พี่ธัญญ่าก็ไม่อยู่คุณเธียรก็ทำงานกลับไปบัวก็เหงาคนเดียว” “ฉันขอโทษนะที่ไม่ค่อยมีเวลาให้เธอเลย น้อยใจใช่ไหม” “เปล่าหรอกค่ะบัวเข้าใจดีว่าคุณเธียรต้องทำงาน บัวก็ไม่มีสิทธิ์ไปน้อยใจแบบนั้นหรอกค่ะบัวรู้ว่าคนเราก็ต้องมีภาระหน้าที่ของตัวเอง ตอนนี้บัวกำลังตั้งจใจเรียนและเทอมหน้าก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว” “เธอคิดหรือยังว่าจะเรียนอะไรปรึกษาพี่ธัญญ่าแล้วใช่ไหม” “ค
“เป็นอะไรวะเธียรหน้าเครียดตั้งแต่เข้ามาแล้วนะ” เพื่อนของเธียรธวัชที่นัดออกมาดื่มเหล้าด้วยกันถามเพราะเห็นว่าตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านเธียรธวัชก็ถอนหายใจและนั่งดื่มโดยไม่คุยกับใครเลย “มีเรื่องเครียดนิดหน่อย” “เรื่องงานเหรอ” “เปล่าหรอก” “นอกจากเรื่องงานแล้วเรายังจะมีเรื่องอะไรเครียดอีกเหรอ” เพื่อนคนหนึ่งถามด้วยความแปลกใจ “หรือว่าเครียดเรื่องผู้หญิงช่วงนี้ฉันไม่เห็นนายควงกับใครอย่างจริงจังเลยแต่ละคนคบกันไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำมีอะไรหรือเปล่า” “ไม่หรอกก็แค่เบื่อๆ น่ะแล้วพวกนายล่ะชีวิตเป็นยังไงบ้าง” “ก็เรื่อยๆ นะตอนนี้ฉันมีแฟนใหม่แล้ว” “อะไรวุฒิฉันไม่เจอนายแค่หนึ่งเดือนนายมีแฟนใหม่แล้วเหรอ” “อือ คนนี้จริงจังเลย” “ฉันก็เห็นว่านายพูดแบบนี้ทุกครั้งคราวนี้ไปหลอกผู้หญิงที่ไหนมาอีล่ะ” “ไม่ได้หลอกนะน้องเขาเข้ามาหาเอง” “ถ้าจริงจังก็แต่งเลยสิ” “ยังแต่งไม่ได้หรอกน้องเขาเพิ่งเรียนมหาลัยปีหนึ่งเอง" “เฮ้ยไอ้วุฒิระวังติดคุกนะ” ชินรีบเตือนเพื่อน “ติดคุกที่ไหนล่ะ น้องเขาอยู่ปีหนึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว” “มีแฟนเด็กแบบนั้นไม่ปวดหัวตายเหรอวะ เด็กนะทั้งขี้อ้อนทั้งเอาแต่ใจ” “ฉันว่าน่ารักดี
“เด็กๆ จ๊ะตื่นกันได้แล้วจ้ะลูก ถึงโรงแรมแล้ว” มารดาของผักบุ้งปลุกเด็กสาวทั้งสี่คนที่หลับไปพร้อมกันตั้งแต่ออกจากกรุงเทพได้ไม่นาน “โอ้โห...โรงแรมใหญ่มากเลยนะคะ คุณแม่สวยมากๆ ด้วยค่ะ” โอปอที่เปิดประตูลงมาก่อนชมโรงแรมที่พวกเธอมาพักนั้นบิดามารดาของผักบุ้งเป็นเจ้าของซึ่งมีห้องพักทั้งหมดเกือบจะสองร้อยห้องนักท่องเที่ยวก็มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ “สวยกว่าที่ผักบุ้งให้ดูในรูปอีกนะคะ” บัวบงกชที่เดินตามลงมาคนที่สองมองไปรอบๆ และพูดขึ้น “ก็ผักบุ้งถ่ายรูปไม่เก่งนี่” “เดี๋ยวไปรับกุญแจห้องที่ล็อบบี้นะ แม่จัดห้องพักห้องใหญ่ไว้ให้พวกเราแล้วพวกเราทั้งสี่คนห้องเดียว” “จริงเหรอคะแม่” ผักบุ้งหันไปถามมารดาของตนเอง “ใช่จ้ะ แม่รู้ว่าถ้าให้นอนแยกห้องเดี๋ยวพวกหนูสี่คนก็มานอนรวมกันอยู่ดีก็แม่ก็เลยให้พักห้องใหญ่ไปเลยดีกว่า” “ขอบคุณมากๆ นะคะแม่ พวกหนูจะทำตัวน่ารักๆ จะไม่ทำให้โรงแรมของคุณแม่ให้วุ่นวาย” “ดีมากจ้ะ แม่ฝากดูแลกันเองด้วยนะจะไปเที่ยวที่ไหนก็เรียกคนขับรถของโรงแรมให้ไปส่ง ถ้าจะลงไปเล่นน้ำตรงชายหาดหน้าโรงแรมก็ให้บอกพนักงานหน้าล็อบบี้ไว้ด้วยเผื่อแม่จะตามหาไม่เจอ” “ได้ค่ะแม่ แม่คะเย็นนี้มีตลาดโต
เธียรธวัชต้องพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้กดรับสายจากบัวบงกชเพราะตอนนี้ชายหนุ่มกำลังขับรถตามเธอมาบริเวณตลาดโต้รุ่งและถ้ากดรับบรรยากาศรอบข้างก็น่าจะทำให้หญิงสาวรู้ว่าเขาอยู่ที่เดียวกับเธอ ชายหนุ่มเดินตามทั้งสี่สาวอยู่ห่างๆ บัวบงกชเวลาอยู่กับเพื่อนหญิงสองจะสดใสร่าเริงมากเสียงหัวเราะและความช่างพูดของหญิงสาวมันทำให้เขารู้สึกดีและทุกครั้งที่เธอโทรศัพท์มาหา การได้คุยกับบัวบงกชนั้นทำความเหนื่อยล้าจากการทำงานจางหาย ความสดใสของเธอทำให้เขายิ้มได้ จริงๆ แล้วชายหนุ่มอยากจะไปหาเธอทุกสัปดาห์และอยากโทรศัพท์คุยกับบัวบงกชในทุกวันแต่สถานะผู้ปกครองมันทำให้เขาทำแบบนั้นไม่ได้ บางครั้งเขาก็ต้องบอกให้คุณชุติมาเลขาของเขาโทรไปถามสารทุกข์สุกดิบกับบัวบงกชเพราะถ้าหากเขาโทรไปถามเธอบ่อยๆ ก็กลัวว่าจะผิดสังเกต เธียรธวัชเดินตามบัวบงกชและเพื่อนไปเรื่อยๆ เขาไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนและตอนนี้กำลังรู้สึกว่าตัวเองเป็นโรคจิตที่คอยเดินตามผู้หญิง แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะแค่อยากรู้ว่าบัวบงกชเที่ยวอย่างสนุกและปลอดภัยดีแค่นั้นก็พอ เขาตามจนกระทั่งหญิงสาวและเพื่อนขึ้นรถตู้กลับไปยังโรงแรมชายหนุ่มยังไม่ขับตามไปในตอนนี้เพราะกลัวว
“เมื่อกี้คุณเธียรโทรมาเหรอบัว” “อือ” “เขาอยู่ที่นี่หรือเปล่า” “ไม่นะ เขาอยู่ที่บ้านน่ะ บัวน่าจะตาฝาดไปจริงๆ นั่นแหละ” “น่าเสียดายจังโอปอนึกว่าพวกเราจะได้เจอคุณเธียร” “โอปออยากเจอเขาเหรอ” “ผักบุ้งก็อยากเจอนะ อยากขอบคุณเข้าด้วยที่ส่งขนมมาให้กินตลอด แต่ยังไม่เคยได้ขอบคุณเขาเลย” “คงยากเพราะเขางานยุ่งมาก” “แต่ถึงเขายุ่งเขาก็ยังให้เลขาส่งขนมมาให้ตลอด บัวโชคดีมากที่เขาใส่ใจแม้ตัวเองจะยุ่ง” “บัวก็คิดว่าโชคดีมากตอนแรกก็เคยคิดว่าเขาจะส่งมาอยู่โรงเรียนประจำแล้วก็จะไม่สนใจเลยแต่เขาก็ให้เลขามาคอยดูแลตลอด” บัวบงกชเคยคิดน้อยใจว่าที่เขาเธอมาอยู่โรงเรียนประจำเพราะไม่อยากจะรับผิดชอบแต่เขาก็อธิบายให้เธอฟังว่าเขาเป็นผู้ชายและคงดูแลเธอได้ไม่ดีเท่าไหร่การมาอยู่หอพักทีทมีกฎระเบียบและเพื่อนวัยเดียวกันน่าจะทำให้เธอมีความสุขและได้ใช้ชีวิตตามแบบวัยรุ่นซึ่งตอนนี้บัวบงกชก็เข้าใจชายหนุ่มเป็นอย่างดี “ตอนที่ใยไหมถูกส่งมาอยู่โรงเรียนประจำครั้งแรกใยไหมร้องไห้เลยนะ เพราะคิดว่าพ่อกับแม่ไม่รักแต่พอผ่านไปก็เข้าใจมากขึ้น ถ้าใยไหมอยู่ที่บ้านก็มีแค่แม่บ้านคอยดูแลใยไหมคิดว่าอยู่หอกับเพื่อนๆ สนุกกว่าเยอะเลย
บัวบงกชกลับมาจากหัวหินในบ่ายวันอาทิตย์เมื่อมาถึงหอพักครูประจำหอก็เดินเข้ามาบอกว่าผู้ปกครองของเธอฝากของมาให้นอกจากจะมีขนมออกใหม่ที่เธียรธวัชบอกไว้แล้วก็ยังมีช็อกโกแลตและขนมอย่างอื่นอีกด้วย “คุณชุติมาเป็นคนเอามาฝากให้เหรอคะครู” เด็กสาวถามคุณครูประจำหอพักเพราะปกติแล้วคนที่จะเอาขนมมาฝากให้มักจะเป็นคุณชุติมาหรือไม่ก็คนขับรถของเธียรธวัช “ไม่หรอกจ้ะ ครั้งนี้เป็นคุณเธียรธวัชน่ะ น่าเสียดายนะที่เขามาในจังหวะที่บัวไม่อยู่” “คุณเธียรเป็นคนเอามาให้เหรอคะ” เมื่อได้ยินว่าคนที่เอามาให้คือเธียรธวัชบัวบงกชก็ดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกันเพราะเธอพลาดที่จะเจอเขา ตั้งแต่ขึ้นชั้นมัธยมปีที่หกเธอก็ยังไม่เคยเจอเขาเลยสักครั้ง “ใช่จ้ะ เขาบอกว่าผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะมา ผู้ปกครองของเธอไม่ค่อยมีเวลามารับหรือมาหาเธอแต่เขาก็ไม่เคยลืมที่จะส่งของกินของใช้มาให้เธอเลยครูดีใจนะที่เขาไม่ได้ละเลยเธอเหมือนกับผู้ปกครองบางคน” “ค่ะ หนูโชคดีมาก” “ครูมีโอกาสได้คุยกับเขา เขาบอกว่าวันศุกร์หน้าจะมารับเธอออกจากหอพักใช่ไหม” “ใช่ค่ะวันเสาร์เป็นวันเกิดของหนูคุณเธียรเลยอยากจะพาไปทำบุญค่ะ” “อย่าลืมส่งเอกสารมาให้ครูก่อนวันพุธนะบัว
เย็นวันศุกร์เธียรธวัชมารับบัวบงกชที่มหาวิทยาลัยจากนั้นก็ตรงไปที่บ้านระหว่างทางชายหนุ่มก็จับมือของเธอไว้แน่น“บัวทำไมมือเย็นเจี๊ยบแบบนี้ล่ะ”“บัวกลัวนี่คะ”“ฉันก็บอกแล้วว่าไม่มีอะไรต้องกลัว กินขนมก่อนนะ”บัวบงกชยิ้มก่อนจะหยิบขนมด้านหลังรถขึ้นมากินอย่างเคย“คุณเธียรรู้มั้ยว่าบัวหลงรักคุณเธียรตั้งแต่ตอนไหน”“ตอนไหนล่ะ”“ตอนที่คุณเธียรมารับบัวและคุณเธียรซื้อขนมมาให้บัวค่ะ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มันทำให้บัวรู้สึกว่าคุณเธียรใส่ใจบัว บัวมีความสุขมากๆ”“แต่นั่นมันตั้งแต่เธอเรียนอยู่ม. 4 แล้วนะ แก่แดดเกินไปหรือเปล่าเนี่ย”“บัวยอมรับค่ะ ว่าแก่แดดจริงๆ แล้วคุณเธียรล่ะชอบบัวตั้งแต่ตอนไหน”“ถ้าถามว่าตั้งแต่ตอนไหนมันก็ตอบไม่ได้หรอกรู้แค่ว่าเวลาเธอคุยกับฉันตอนที่นั่งรถมาด้วยกันมันทำให้ฉันผ่อนคลายน่ะ เธอช่างพูดทำให้ฉันยิ้มได้และคิดว่าถ้ามีเธออยู่ข้างๆ แบบนี้ไปตลอดก็คงจะดีมากๆ คิดไม่ผิดเลยที่ฉันรับเธอมาอุปการะ ถ้าคุณยายของเธอมองลงมาท่านก็อาจจะโกรธนะที่ฉันทำเกินเลยกับเธอ แต่ฉันเชื่อว่าในอนาคตท่านจะดีใจถ้าเห็นเราสองคนรักใคร่กันไปแบบนี้ตลอด”“บัวขอบคุณนะคะคุณเธียรที่รับบัวมาเลี้ยงดูตั้งแต่วันนั้น จากนี้
“คุณเธียรกินของบัวไปแล้วอยากให้บัวกินของคุณเธียรไหม” บัวบงกชถามพลางยิ้มยั่ว“ได้สิเธอรู้ใจฉันที่สุดเลยนับ”เธียรธวัชตอบด้วยเสียงแหบต่ำก่อนจะขึ้นมานั่งบนโซฟาจับให้คนรักคุกเข่าอยู่ตรงหน้าบัวบงกชเงยหน้าขึ้นมองมือเล็กจับความแข็งร้อนที่ตั้งตระหง่านตรง ค่อยๆ ประคองอย่าเบามือ“อื้อ...อ้าห์..บัวจ๋าดีมากมันดีมากจริงๆ”เขามองคนที่เงยหน้าสบตาแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าบัวบงกชนี่แหละคือผู้หญิงที่เขาตามหาและจะใช้ชีวิตกับเธอตลอดไปคิดไม่ผิดเลยที่รับเธอมาอุปการะและไม่มีทางจะปล่อยให้เธอออกไปจากชีวิตของเขาอย่างเด็ดขาด“กินฉันเลยสิบัวอย่าช้า”ชายหนุ่มเร่งเร้าทำให้หญิงสาวยิ้ม“อย่าใจร้อนสิคะ”เธอมองหน้าเขาก่อนจะก้มลงใช้ปลายลิ้นสัมผัสรอยบุ๋มตรงกลางแท่งร้อน“อ้าห์......”เพียงแค่นี้เขาก็ครางสะท้านตาคมมองภาพหญิงสาวตวัดปลายลิ้นเลียวนมาส่วนปลายหยักคอดก่อนจะลากต่ำลงมาหยอกเย้ากับลูกตุ้มสองเม็ดดูดมันเข้าปากจนเกิดเสียงดังน่าเกลียดหากแต่กระตุ้นอารมณ์ของทั้งสองได้เป็นอย่างดีบัวบงกชหยอกล้อกับพวงสวรรค์จนพอใจก็ลากปลายลิ้นขึ้นมาก่อนจะครอบครองความเป็นชายของเขาเข้าปากจนมิด เธอรู้สึกว่ามันชนคอหอยแต่ก็เต็มใจที่จะทำให้เขาเรียวล
หลังจากคุยกับน้องสาวแล้วเธียรธวัชก็รู้สึกสบายใจขึ้นเพราะธัญวดีดูเหมือนจะเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายๆ ชายหนุ่มรีบโทรศัพท์ไปหาบัวบงกชเพื่อบอกให้เธอรู้เรื่องนี้“อะไรนะคะคุณเธียรไหนเราคุยกันแล้วไงว่าเราจะบอกเรื่องนี้กับพี่ธัญญ่าหลังจากบัวเรียนจบแล้ว”“แต่อีกตั้งหนึ่งปีเลยนะบัวถึงจะเรียนจบ ฉันไม่อยากเก็บความลับไว้แบบนี้หรอก ตั้งแต่ธัญญ่ามาเราไม่เคยไปนอนค้างด้วยกันเลย บัวไม่คิดถึงฉันเลยเหรอ”“คิดถึงสิคะบัวคิดถึงคุณเธียรมากๆ”“ฉันอยากไปหาเธอนะบัว อยากไปนอนกอด สองเดือนแล้วมันทรมานมากๆ ฉันก็เลยคิดว่าน่าจะบอกเรื่องนี้กับธัญญ่าจากนั้นเราสองคนก็จะได้มีเวลาให้กันมากขึ้น”“แต่บัวกลัวค่ะ คุณเธียรบัวกลัวว่าพี่ธัญญ่าจะโกรธ”“อย่ากลัวไปเลย”“ถ้าพี่ธัญญ่าโกรธขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะบัวคงไม่เหลือใครอีกแล้ว”“บัวก็รู้จักธัญญ่ามาก็น่าจะรู้นะว่าพี่ธัญญ่าของบัวน่ะเป็นคนคนจิตใจดีและเข้าใจอะไรง่ายๆ ฉันเชื่อว่าถ้าเขารู้ว่าเราสองคนคบกันเขาอาจจะดีใจก็ได้”“มันไม่เหมือนกันนะคะตอนนี้พี่ธัญญ่ารักและเอ็นดูบัวเหมือนน้องสาว แต่ถ้าเกิดเราคบกันสถานะมันก็เปลี่ยนไปบอกตรงๆ นะคะคุณเธียรว่าบัวกลัวมากๆ ค่ะถ้าพี่ธัญญ่าโกรธบัวขึ้นมาบัวก็ไ
ตั้งแต่ธัญวดีกลับมาอยู่ที่บ้านเธียรธวัชก็ไม่มีโอกาสไปค้างที่คอนโดเลยสักครั้งไม่ว่าจะเป็นคอนโดของเขาเองหรือคอนโดของบัวบงกชเพราะไม่อยากให้น้องสาวต้องสงสัยแต่ชายหนุ่มก็รู้สึกอึดอัดมากๆ แม้บัวบงกชจะมาค้างที่บ้านของเขาแต่เธอก็นอนกับธัญวดีทุกคืนเขาไม่ได้ใกล้ชิดหญิงสาวมานานเกือบสองเดือนแล้ว นอกจากจะไม่ได้ชิดกับบัวบงกชแล้วธัญวดียังพยายามชวนเพื่อนๆ มาทานข้าวที่บ้านและแนะนำให้เขารู้จักอยู่หลายคนเขาก็ปฏิเสธไปทุกครั้งและไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนผู้หญิงที่ธัญวดีพามาแนะนำให้เขารู้จักแต่เธอยังพาเพื่อนผู้ชายมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านและดูเหมือนว่าเพื่อนของธัญวดีมีความสนใจในตัวของบัวบงกชมากๆ ถ้าหากเขาไม่ทำอะไรเรื่องมันก็อาจจะเลยเถิดไปกันใหญ่เพราะบัวบงกชก็ไม่กล้าปฏิเสธเวลาที่ธัญวดีชวนออกไปทานข้าวกับเพื่อน เขากลัวเหลือเกินว่าผู้ชายคนนี้จะเข้ามาแทรกกลางระหว่างความสัมพันธ์ของเขากับบัวบงกชแต่สำหรับเขาเองไม่เคยคิดกับเพื่อนของธัญวดีเลยไม่ว่าจะเป็นเพื่อนคนไหนก็ตามและวันนี้เธียรธวัชก็ตัดสินใจแล้วว่าจะต้องพูดกับน้องสาวให้รู้เรื่อง ชายหนุ่มถือโอกาสที่วันนี้บัวบงกชไม่ได้มาค้างที่บ้าน ตอนนี้ในห้องนั่งเล่นจึงเหลือแค่
หลังจากวางสายจากธัญวดีแล้วบัวบงกชก็รีบโทรศัพท์ไปหาเธียรธวัชอีกครั้ง “ว่าไงจ๊ะ บัวคิดถึงฉันใช่ไหมเปลี่ยนใจจะให้ฉันไปหาตอนนี้ก็ยังทันนะ” “เปล่าค่ะคุณเธียรบัวมีเรื่องจะเล่าให้คุณเธียรฟัง” “เรื่องอะไร” “เมื่อกี้พี่ธัญญ่าโทรมาบัวค่ะ” “เธอสองคนก็คุยกันเป็นปกติอยู่แล้วนะไม่แปลกตรงไหนเลย” “ครั้งนี้ไม่ปกติค่ะ พี่ธัญญ่ากำลังสงสัยว่าคุณเธียรพาผู้หญิงที่ไหนไปอยู่ในห้อง” “แล้วธัญญ่ารู้ได้ยังไงล่ะ” “คุณเธียรจำได้ไหมวันนั้นบัวซักชุดนักศึกษาไว้ในเครื่องแล้วลืมเอาออกแม่บ้านก็เลยโทรไปหาพี่ธัญญ่าเพราะคิดว่าพี่ธัญญ่ากลับมาแล้วค่ะ เราจะเอายังไงกันดีคะคุณเธียรบัวกลัวพี่ธัญญาจะรู้แล้วจะโกรธบัว” “บัวอย่าคิดมากสิอีกเป็นปีกว่าธัญญ่าจะกลับ เธอน่ะคิดมากเกินไปจนไม่เป็นตัวของตัวเองแล้วอย่าแคร์คนอื่นให้มากเลย” “เราไม่ควรเจอกันอีกนะคะคุณเธียรบัวกลัวว่านอกจากพี่ธัญญ่าจะสงสัยแล้วคนที่คอนโดคุณเธียรก็จะสงสัยถ้าเกิดเขาเอาเรื่องไปบอกพี่ธัญญ่าขึ้นมาบัวต้องซวยแน่ๆ บัวคิดว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปบัวจะไม่ไปที่คอนโดของคุณเธียรเด็ดขาด” “เธอไม่มาคอนโดของฉันก็ไม่เป็นไรฉันไปหาเธอที่นั่นเองก็ได้” “คุณเธียรเรา
บัวบงกชรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากเมื่อเช้าวันจันทร์เธอตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองมีรอบเดือน หญิงสาวไปเรียนได้ใช้ชีวิตตามปกติพอตอนเย็นก็โทรศัพท์คุยกับเธียรธวัช ซึ่งตอนนี้เขามักจะโทรศัพท์หาเธอทุกวัน การไม่ได้เจอกันแต่ได้คุยกันมันก็ทำหายคิดถึงไปได้มากๆ บัวบงกชไม่เคยคิดมาก่อนว่าเมื่อมีความสัมพันธ์กับเขาแล้วตนเองจะคิดถึงเขามากขนาดนี้เธียรธวัชเองก็ไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่ ตอนนี้เขาโทรหาเธอตอนเช้าส่วนตอนกลางวันก็ไลน์มาหาและโทรอีกครั้งในตอนเย็น วันนี้หญิงสาวกลับมาถึงคอนโดมิเนียมในเวลาห้าโมงเย็นก็มีพัสดุมาถึงเธอหนึ่งกล่อง เมื่อขึ้นมาถึงบนห้องหญิงสาวก็รีบเปิดกล่องออกด้านไหนเป็นที่คาดผมแต่มันไม่ใช่ที่คาดผมธรรมดาเพราะเธอเคยเห็นรีวิวตามโซเชียลแล้วว่าที่คาดผมอันนี้มันเป็นที่คาดผมแบรนด์ดังราคาไม่ต่ำกว่าหมื่นบาทซึ่งหญิงสาวคิดว่ามันแพงเกินไปเธอจึงรีบโทรศัพท์ไปหาเธียรธวัชทันที “คุณเธียรคะที่คาดผมนี่มันคืออะไร” “ฉันเห็นว่ามันสวยดีก็เลยซื้อมาให้เธอ” “คุณเธียรไปซื้อเองเหรอ” “วันนี้ฉันมีโอกาสไปตรวจสินค้าที่ห้างเห็นมันกำลังลดราคาก็ ก็เลยเข้าไปซื้อ” “แล้วใครเป็นคนเอามาให้บัวที่คอนโดพี่ชุหรือเปล่า” หญิงสาวถาม
ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องบัวบงกชและเธียรธวัชสั่งอาหารขึ้นมาทานบนห้องจากนั้นหญิงสาวก็อ่านหนังสือทบทวนบทเรียนขณะที่เธียรธวัชก็เอาแท็ปเล็ตขึ้นมานั่งทำงานจนกระทั่งถึงเวลาเย็นชายหนุ่มชวนเธอออกไปทานอาหารข้างนอกเพราะไม่อยากให้อุดอู้อยู่แต่ในห้องแบบนี้ “อยากดูหนังไหม” “คุณเธียรอยากดูเหรอคะ” “ฉันยังไงก็ได้ แล้วเธอล่ะอยากดูหรือเปล่า” “ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่อยากดูค่ะ เอาไว้มีเรื่องที่น่าสนใจบัวจะบอกคุณเธียรแต่คุณเธียรจะไปดูหนังกับบัวได้จริงๆ เหรอ” “ได้สิ” “แล้วถ้าคนอื่นเจอเราอยู่ด้วยกันล่ะคะ” “มันก็ไม่แปลกอะไรนี่บัวฉันกับเธอไม่ใช่คนอื่นคนไกลการจะไปไหนมาไหนด้วยกันมันก็เรื่องธรรมดาอยู่แล้วนะ ว่าแต่วันนี้อยากกินอะไร” “อยากไปกินอาหารร้านที่คุณเธียรเคยไปค่ะ แต่มันอยู่นอกเมือง” “ร้านอาหารเหนือใช่ไหม” “ค่ะ บัวไม่ได้กินอาหารเหนือนานแล้วคุณเธียรพาบัวไปกินได้ไหม” “ได้สิถ้าอยากไปก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า” “บัวไปชุดนี้ไม่ได้เหรอหญิงสาวมองชุดตัวเองที่เป็นกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดตัวเล็ก” “ฉันว่าเปลี่ยนกางเกงหน่อยดีกว่าไหม ฉันไม่อยากให้ใครมองขาสวยๆ ของเธอนอกจากฉันคนเดียว” “รอแป๊บหนึ่งนะคะ”
เช้าวันเสาร์ฝนตกอย่างหนักทำให้บัวบงกชแทบไม่อยากจะลุกจากที่นอนเลยสักนิดเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็เกือบจะตีสามหญิงสาวขยับกายซุกหาไออุ่นของชายหนุ่มแขนแข็งแกร่งกอดเธอไว้แน่นปลายจมูกโด่งกดจูบบนหน้าผากด้วยความรักใคร่ “ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้จังฝนตกอากาศเย็นละมีเธออยู่ด้วยมันทำให้รู้สึกอุ่นมากๆ เลยนะบัวเธอล่ะอุ่นไหม” “อุ่นค่ะคุณเธียร” หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นทั้งกายและใจเวลาที่อยู่ในอ้อมกอดเขาแบบนี้ “เธอหิวหรือยังบัว” “ยังไม่หิวค่ะขอนอนต่อได้ไหม วันนี้คุณเธียรจะรีบไปที่ไหนหรือเปล่าคะ” “ไม่มีธุระไปไหนเลยวันหยุดฉันให้เวลากับเธอเต็มที่นะบัว” “ถ้าแต่ก่อนคุณเธียรมีเวลาให้บัวแบบนี้ก็น่าจะดีมากๆ” “เธอคงน้อยใจมากใช่ไหมที่ฉันไม่มีเวลาให้เธอเหมือนผู้ปกครองคนอื่น” “ช่วงที่บัวมาอยู่หอใหม่ๆ ก็ไม่คิดอะไรหรอกค่ะแต่พอขึ้น ม.5 พี่ธัญญ่าไม่อยู่คุณเธียรก็ไม่ว่างตอนนั้นบัวก็เลยรู้สึกน้อยใจมากๆ” “เธอก็เลยขออนุญาตกับกลับบ้านแค่เดือนละครั้งใช่ไหม” “ใช่ค่ะเพราะกลับมาก็ไม่เจอใครอยู่ดี เจอคุณเธียรแต่ละครั้งไม่เคยถึงครึ่งชั่วโมง ทำไมตอนนั้นคุณเธียรต้องหลบหน้าบัวด้วย ทั้งที่รู้ว่าบัวกลับบ้านแต่บางครั้งคุณเธี
เธียรธวัชอยากจับเธอกดลงบนโต๊ะหินอ่อนแต่ก็กลัวว่าพื้นที่แข็งจำเธอเจ็บตัวจึงเปลี่ยนใจอุ้มเธอลงมาจากโต๊ะทำให้บัวบงกชหน้าเสียเพราะคิดว่าเขาจะหยุดทุกอย่างอยู่แค่นี้ “คุณเธียร....” “หันหลังให้ฉันนะถ้านอนบนนั้นเธอจะเจ็บมองมุมไหนเธอก็สวยนะบัว” เขาพูดแล้วจัดท่าให้หญิงสาวหันหน้าหลังให้ดึงสะโพกของหญิงสาวให้แอ่นโค้งสองมือหญิงสาวเท้าไปบนโต๊ะ เธอหันมายิ้มยั่ว “ยั่วเก่งจริงๆ แต่ฉันชอบแบบนี้นะ” ชายหนุ่มมองอย่างพอใจเขาจับแท่งร้อนลากขึ้นลงกลางกลีบสวยกดเน้นไปบนเกสรสวาททำให้เธอสั่นสะท้าน หญิงสาวหันหน้ามาแล้วเขาก็จูบเธออีกครั้งอย่างหนักหน่วง สองลิ้นหยอกล้อก่อนแก่นกายจะสอดเข้าหาทีละนิด เข้าได้เพียงส่วนปลายหยักร่องรักของเธอก็ตอดจนเขาแทบจะปริแตก “อ่าห์...บัวจ๋าใจเย็นอย่าเพ่งตอดสิ ฉันยังไม่อยากแตกตอนนี้หรอกนะ” “อ๊ะ!......” หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเขากระแทกท่อนเอ็นเข้าหาเธอทีเดียวจนสุดทางรักบัวบงกชทั้งจุกทั้งเจ็บแต่ก็ไม่ปริปากเพราะรู้ว่าไม่นานนักทุกอย่างมันจะสวยงาม “แน่นมากนะบัวทั้งลึกทั้งตอดฉันจะคลั่งตายอยู่แล้ว อ่าห์....” เมื่อเข้าไปสุดทางก็ค้างไว้สักพักก่อนที่สะโพกจะขยับไปตามใจปรารถหนา เขาสวนสะโพ