ซูลี่แม้หมั้นหมายกับแม่ทัพหยางอี้เทียนแล้ว แต่นางเกลียดเขา ไม่อยากจะแต่งงานกับเขา แม้ลึกๆในใจจะยังรักเขาอยู่ แต่นางแค้นเขา เกลียดความใจร้ายของเขาที่ฆ่านางให้ตายอย่างทรมาน ในใจของเหลียงซูลี่หรืออดีตหวังหมิ่นเอ๋อนั้นมันผสมปนเปไปทั้งความรักและความแค้นจนแยกกันแทบไม่ออก นางจึงไม่ได้สนใจว่าตนเองหมั้นหมายแล้ว กลับยังนัดกับคุณชายเหยาและบุรุษอีกหลายๆคน โดยเฉพาะแกล้งมีใจให้กับรองแม่ทัพตงหลี่เหวินที่หล่อเหลาและยังหนุ่มๆ รุ่นราวคราวพี่ชายของนาง ไม่ได้สนใจว่าคู่หมั้นของตนเองจะรู้เรื่องนี้หรือไม่ นางนัดคุณชายเหยาที่ก็เกรงใจแม่ทัพหยางไม่น้อยมาพบที่จวน นางยืนคุยกับทหารหนุ่มๆหลายคนที่นางรู้จักพวกเขา และแม้มารดาจะให้นางไปกินอาหารกับแม่ทัพหยาง นางก็แกล้งทำเป็นลืม หรือไม่เที่ยวเตร่นอกจวนจนเลยเวลาอาหารนั้น แม่ทัพหนุ่มนั้นแสนจะอดทน เขารู้ว่านางแกล้งเขา นางเหมือนจะเกลียดเขา ไม่อยากจะพบเขา วันหนึ่งนั้นขณะที่ซูลี่เดินกลับเข้ามาในจวนแม่ทัพโดยมีสหายของนางมาส่งที่หน้าจวน วันนี้นางรู้ว่ามารดาจะให้ไปกินอาหารเย็นกับแม่ทัพหนุ่มอีกแล้ว นางจึงแกล้งเถลไถลเที่ยวเตร่ข้างนอกจนค่ำมืดถึงจะยอมกลับมาที่จวนแม่ทัพ นางคิดว่
ฮูหยินหวังถูกโทษประหารชีวิต หย่งหลันสาวใช้คนสนิทถูกโทษจำคุก ฟางหลิวบุตรสาวของนางกลายเป็นคนบ้า ตั้งแต่ถูกคุมขังเอาไว้ในคุกหลายๆเดือนเข้า และทางการปล่อยตัวให้กลับมาอยู่ที่จวน บิดาของนางจำเป็นต้องรับไว้เพราะอย่างไรนางก็เป็นเชื้อไขของเขา และให้นางพักที่เรือนของนาง โดยการติดลูกกรงเอาไว้ และให้สาวใช้และบ่าวชายคอยดูแลนางเพราะนางเสียสติไปแล้ว ไม่รับรู้อะไร มีแค่พร่ำเพ้อเรื่องเก่าๆไปวันๆ หลายปีผ่านมามารดาของแม่ทัพหยางเสียชีวิตไป แม่ทัพหยางไม่ยอมแต่งงานกับสตรีใดๆทั้งนั้น เขาครองตัวเป็นโสดอย่างที่ใครๆก็แทบไม่เชื่อว่าบุรุษรูปหล่อสง่าผ่าเผยเช่นเขา หน้าที่การงานก็สูงส่งมีอนาคตไกลจะไม่ยอมแต่งงานรับฮูหยินเข้าจวน เขาไม่มีแม้แต่อนุในจวนเลยสักคนเขาคร่ำเคร่งทำแต่งานราชการและออกศึกในบางครั้งเพียงเท่านั้น ในจวนแม่ทัพแม่มีลานฝึกที่กว้างขวางทางด้านหลัง มีการฝึกทหารอยู่บ่อยๆเพราะเสริมสร้างความแข็งแรงและฝึกทหารใหม่ๆ และแม่ทัพหนุ่มนั้นมักจะคร่ำเคร่งฝึกฝนวิทยายุทธ์หลังจากตะวันตกดินเป็นประจำเพียงผู้เดียวในลานฝึกกว้างนั้น เพราะเขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจมากทุกครั้งเมื่อเวลาพลบค่ำ เพราะอดีตเคยนัดพบกับคนรักที่เสียชีวิต
“ ท่านลุงเจ้าคะ ข้าขอตัวก่อน ข้าออกมาเดินเล่นนานแล้ว ป่านนี้ท่านแม่คงจะเป็นห่วงข้ามาก ” นางหันไปบอกกับชายชราที่ยืนนิ่งงันอยู่ด้านหลังพวกเขาทั้งสอง แล้วจึงได้ก้าวผ่านชายหนุ่มใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้านางไปทันทีดุจไม่สนใจไยดีเขา ว่าเขาจะยืนจ้องนางอยู่แทบจะไม่วางตา แม่ทัพหนุ่มหันหลังกลับไปและยืนมองนางจนลับสายตา นางเดินเข้าไปในจวนของเขา และเมื่อครู่เขาได้ยินนางบอกว่านางคือบุตรสาวของรองแม่ทัพเหลียง รองแม่ทัพที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเขานั่นเอง ทำไมเขาไม่เคยสังเกตุเห็นนางมาก่อน หรืออาจเป็นเพราะหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยจะสนใจผู้ใด ไม่ออกไปที่ชายแดน ก็ไปราชการต่างเมือง หรือไม่ก็ไปพักที่จวนอีกหลังของเขาที่เมืองหลวง เพราะเขาเจ็บปวด เจ็บปวดเกินกว่าที่จะกลับมาที่จวนหลังนี้ เพราะมันทำให้เขาคิดถึงอดีต คิดถึงใครบางคนที่เขาแสนจะคิดถึงนาง แต่่วันนี้เขารู้สึกมีความหวังขึ้น หัวใจแกร่งเต้นแรงจนรู้สึกได้ เหมือนพบกับหญิงสาวที่ถูกใจ เหมือนดังเช่นหนุ่มน้อยที่พบรักกับหญิงงามเป็นครั้งแรก ใบหน้าหล่อเหลาสดใสขึ้นทันที แม่ทัพหนุ่มยกยิ้ม หมิ่นเอ๋อ เจ้าหวนกลับมาหาพี่แล้ว มันเป็นปาฎิหารย์ เจ้ากลับมาแล้วพี่เชื่อเช่นนั้นแ
พ่อบ้านเหยาตัดสินใจเดินไปหานายท่านในเรือนหลัก “ นายท่านขอรับ ข้าเห็นท่านเดินวนเวียนอยู่ในสวนตั้งเกือบสองชั่วยามเข้าไปแล้ว และสายตาก็คอยมองไปทางศาลาริมน้ำอยู่บ่อยครั้ง ข้าขอถามท่านตามตรงนะขอรับ ท่านเกรงว่าคุณชายเหยากับซูลี่จะตกลงปลงใจกันหรือขอรับ หากท่านเกรงว่าจะมีชายอื่นมาหมั้นหมายนาง ทำไมท่านไม่หมั้นหมายนางเอาไว้เสียก่อน จะได้ไม่ต้องกังวลเช่นนี้ขอรับข้ารักนายท่านดังเช่นบุตรชายเพราะเห็นท่านมาตั้งแต่เด็ก ข้ารู้ทุกข์สุขของนายท่านและคนในตระกูลหยางมาเกือบชั่วชีวิต บัดนี้ท่านก็เหลือตัวคนเดียว ยังไม่มีทายาทสืบทอดสกุล ขอให้ท่านรีบทาบทามคุณหนูเหลียงเถิดขอรับ ก่อนที่จะมีชายอื่นมาสู่ขอนาง รองแม่ทัพเหลียงคงจะมิขัดข้องหรอกขอรับ เชื่อผู้เฒ่าคนนี้เถิด นายท่านจะได้มีความสุขกับเขาเสียที ตระกูลหยางก็จะได้มีผู้สืบทอดต่อไปขอรับ ” พ่อบ้านเหยาเอ่ยสิ่งที่เขาครุ่นคิดมาตลอดบ่ายนั้นให้แม่ทัพหนุ่มฟัง แม่ทัพหยางนิ่งฟังแล้วก็ครุ่นคิดว่า เขาก็คงจะต้องทำตามที่พ่อบ้านหยางแนะนำเสียแล้ว ก่อนที่เรื่องทุกอย่างจะสายเกินไปอีกครั้ง “ ข้าไม่หมั้น ข้าไม่ค่อยชอบท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ ” ซูลี่เอ่ยปากบอกบิดาและมารดาตามตรง ทั้งสอง
ซูลี่แม้หมั้นหมายกับแม่ทัพหยางอี้เทียนแล้ว แต่นางเกลียดเขา ไม่อยากจะแต่งงานกับเขา แม้ลึกๆในใจจะยังรักเขาอยู่ แต่นางแค้นเขา เกลียดความใจร้ายของเขาที่ฆ่านางให้ตายอย่างทรมาน ในใจของเหลียงซูลี่หรืออดีตหวังหมิ่นเอ๋อนั้นมันผสมปนเปไปทั้งความรักและความแค้นจนแยกกันแทบไม่ออก นางจึงไม่ได้สนใจว่าตนเองหมั้นหมายแล้ว กลับยังนัดกับคุณชายเหยาและบุรุษอีกหลายๆคน โดยเฉพาะแกล้งมีใจให้กับรองแม่ทัพตงหลี่เหวินที่หล่อเหลาและยังหนุ่มๆ รุ่นราวคราวพี่ชายของนาง ไม่ได้สนใจว่าคู่หมั้นของตนเองจะรู้เรื่องนี้หรือไม่ นางนัดคุณชายเหยาที่ก็เกรงใจแม่ทัพหยางไม่น้อยมาพบที่จวน นางยืนคุยกับทหารหนุ่มๆหลายคนที่นางรู้จักพวกเขา และแม้มารดาจะให้นางไปกินอาหารกับแม่ทัพหยาง นางก็แกล้งทำเป็นลืม หรือไม่เที่ยวเตร่นอกจวนจนเลยเวลาอาหารนั้น แม่ทัพหนุ่มนั้นแสนจะอดทน เขารู้ว่านางแกล้งเขา นางเหมือนจะเกลียดเขา ไม่อยากจะพบเขา วันหนึ่งนั้นขณะที่ซูลี่เดินกลับเข้ามาในจวนแม่ทัพโดยมีสหายของนางมาส่งที่หน้าจวน วันนี้นางรู้ว่ามารดาจะให้ไปกินอาหารเย็นกับแม่ทัพหนุ่มอีกแล้ว นางจึงแกล้งเถลไถลเที่ยวเตร่ข้างนอกจนค่ำมืดถึงจะยอมกลับมาที่จวนแม่ทัพ นางคิดว่า
วันหนึ่งที่ด้านหน้าจวนแม่ทัพ ซูลี่กำลังจะอ้อนวอนขอตามรองแม่ทัพตงไปด้วย เพราะเขากำลังจะขี่ม้าออกไปเที่ยวเล่นที่นอกเมือง ความจริงรองแม่ทัพหนุ่มนั้นก็มีใจให้กับซูลี่ แต่เมื่อนางกลายเป็นคู่หมั้นของแม่ทัพหยางไปเสียแล้ว เขาก็ได้แต่ตัดใจ และพยายามเลิิกยุ่งเกี่ยวกับนาง แต่ซูลี่ก็ยังพูดคุยและยิ่งเหมือนนางจะทำตัวสนิทสนมและพยายามเข้าหาเขายิ่งกว่าเมื่อก่อนด้วยซ้ำไป รองแม่ทัพหนุ่มเองก็ไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดกัน แต่เมื่อเขาและนางต่างกำลังยื้อยุดกันว่านางอยากจะไปเที่ยวเล่นด้วย แต่รองแม่ทัพหนุ่มนั้นไม่อยากจะให้นางไปเพราะเกรงใจแม่ทัพหยาง แต่เมื่อตัวของแม่ทัพหยางปรากฏขึ้นที่หน้าประตูใหญ่เหมือนเขารู้ว่าคู่หมั้นจอมดื้อของเขานั้นกำลังจะหว่านเสน่ห์บุรุษอีกแล้ว จึงได้เดินออกมาเหมือนรู้จังหวะ แถมบ่าวชายก็จูงม้าของเขาออกมา เหมือนเขาเองก็จะขี่ม้าออกไปด้านนอกเช่นกัน เมืื่อแม่ทัพตงที่กำลังจะใจอ่อนอยู่แล้วเห็นแม่ทัพหยางเข้า เขาก็รีบปฏิเสธซูลี่เสียงแข็งขึ้น แล้วเอ่ยปากทักทายแม่ทัพหยางขึ้นทันที“ ท่านแม่ทัพ ข้ากำลังจะออกไปขี่ม้าเล่น คู่หมั้นของท่านก็บอกว่านางอยากจะขี่ม้าเล่นเช่นกัน ในเมื่อท่านมาแล้วก็พานางไปขี่ม้
เขาเอ่ยปากชมม้า แต่มองเข้ามาในตาของนางอย่างหวานฉ่ำเหลือเกิน ใบหน้าของซูลี่แดงก่ำ นางรู้ว่าเขาหยอกเย้านาง พอตกเป็นของเขาแล้ว ซูลี่ยังตั้งรับความรู้สึกของตนเองไม่ได้ นางทั้งอับอายเหลือเกิน เมื่อภาพที่นางครวญครางปานจะขาดใจ และโยกสะโพกอวบถูไถลำกายอวบใหญ่ของเขาอย่างร่านร้อน ใบหน้าหวานแดงก่ำอย่างอับอายยิ่งนัก นางจ้องมองร่างล่ำสันของเขาที่จูงม้าเดินเข้าไปในประตูจวน แล้วเดินตามเขาเข้าไปในจวนร้างแห่งนั้น เมื่อแม่ทัพหนุ่มผูกม้าเรียบร้อยแล้ว เขารินน้ำใส่ในอ่างเคลือบใบเก่าที่มีรอยบิ่นที่เขาค้นพบในครัวหลังบ้าน มาวางไว้ตรงหน้าม้าหนุ่ม แล้วเดินออกไปเกี่ยวหญ้าที่ขึ้นรกด้านนอกมาหอบใหญ่วางลงตรงหน้าม้าหนุ่ม เดินไปหยิบกระถางต้นไม้ที่ทำจากดินเผาเก่าๆใบใหญ่ที่กลิ้งอยู่ตรงทางเข้า มาหักกิ่งไม้ใส่ลงไปแล้วเดินกลับไปหยิบดุ้นฟืนในครัวมาจุดไฟในกระถางเก่านั้นให้ลุกขึ้นแล้วยกไปวางไม่ห่างจากม้ามากนัก เขาต้องการจุดเอาไว้ไล่ยุงให้มัน เมื่อยืนมองดูว่ามันจะไม่ลุกไหม้จนเกินไปแล้ว ก็เดินกลับไปหาซูลี่ที่นั่งรออยู่ที่ห้องโถง เห็นนางนั่งอยู่ที่โต๊ะกลมกลางห้องนั่น เขาจึงได้เดินเลยนางเข้าไปในห้องนอนด้านหลัง แล้วเปิดหน้าต่า
” อู๊ยยยย อูยยย ท่านแม่ทัพ ท่าน อ๊าา อูยยยย อูยย “ ” โอ้ววว โอ้ววว แน่นมาก แน่นมากเมียรัก เสียว เสียวเหลือเกิน โอ้ววว โอ้วววว “ แม่ทัพหนุ่มแทงลำกายใหญ่ที่แข็งขึงของเขาเข้าไปจนมิดด้าม และแช่เอาไว้เพียงครู่ แล้วค่อยๆขยับบั้นเอวสอบด้วยจังหวะช้าๆ แล้วค่อยๆเร่งความเร็วขึ้นเรืื่อยๆ ” ลึกมากเจ้าค่ะ ลึก อูยย อูยยยย ท่านแม่ทัพ ลึกมากไปแล้วเจ้าค่ะ อูยยย “ เอวสอบของแม่ทัพหนุ่มโยกขยับเหมือนมีชีวิตของมันเอง มันโยกอย่างบ้าคลั่งและลึกสุดใจ ปากหนาก็ร้องครวญครางเสียกระเส่า ผสานไปกับเสียงครางหวานหูของเมียรัก ตับ ตับ ตับ ตับ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องในห้องหนังสือนั้น ” โอ้ววว โอ้ววว เสียว เสียววว โอ้ววว “ แม่ทัพหนุ่มสุขสมจนใบหน้าหล่อเหลาบิดเบ้ไปหมด เสียวแบบที่เขาไม่เคยมาก่อนในชีวิตหนุ่ม สมกับที่เขารอคอยนางมาแสนนาน “ โอ้ววววว หมิ่นเอ๋อ ยอดรัก หมิ่นเอ๋อเมียรัก โอ้ววววว โอ้วววว โอ้วววว เสียว โอ้ววววว ” แม่ทัพหนุ่มร้องครวญครางและร้องเรียกชื่อของหมิ่นเอ๋อเสียงกระเส่าไม่ขาดปาก ” โอ้ววว โอ้ววว ไม่ไหวแล้ว เจ้าตอดข้าแรงเกินไป ข้าจะเสร็จแล้ว จะเสร็จ โอ้ววว โอ้วววววว “ ร่องอวบซูลี่ของตอดลำกายที่ร้อนผ่าว
หลายเดือนต่อมาสถานการณ์ในจวนแม่ทัพก็ปกติดีไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ซูลี่วางใจแล้วเพราะคิดว่าฟางหลิวคงจะคิดได้จริงๆแล้ว คงจะไม่ก่อเรื่องขึ้นอีก เพราะนางเองนอกจากห่วงตนเองและบุตรที่เพิ่งจะคลอดแล้ว ก็เป็นห่วงบิดาเมื่ออดีตชาติที่ต้องอยู่ในจวนเดียวกับฟางหลิวด้วย เพราะท่านชราลงมากแล้ว นางอยากจะเห็นน้องสาวคิดได้จริงๆ วันหนึ่งซูลี่ให้สาวใช้ออกไปซื้อหาผลไม้เชื่อมมาหลายๆอย่างและขนมหวานแห้งที่ใส่ขวดโหลเอาไว้กินได้นานมาด้วยอีกสองสามอย่าง แล้วนางแบ่งให้สาวใช้นำไปให้ฟางหลิวที่จวนข้างๆ บอกว่านางฝากมาให้ ผ่านไปครู่ใหญ่สาวใช้กลับมาบอกว่าคุณหนูหวังฝากขอบคุณและตอนนี้นางกำลังนั่งปักผ้าอยู่ที่ศาลาริมบึง“ ข้าว่าคุณหนูหวังน่าจะหายดีแล้วนะเจ้าค่ะ บัดนี้นางแต่งกายดูดีขึ้นมาก สวมอาภรณ์สะอาดสะอ้านมีสาวใช้ดูแลสองคน กำลังนั่งปักผ้าอยู่ในศาลาริมบึงบัว นางบอกว่าขอบคุณมากที่พี่สาวยังคิดถึงนาง นางกำลังอยากจะกินผลไม้เชื่อมอยู่พอดี และจะแบ่งขนมหวานไว้ให้ท่านพ่อกินกับน้ำชาด้วยเจ้าค่ะ ” สาวใช้ที่กลับมารายงานดังนี้ ทำให้ซูลี่สบายใจขึ้น นางยกพัดขึ้นพัดวีตนเองแล้วยิ้มออกมาอย่างสุขใจตอนนี้นางเอนกายพักผ่อนและให้สาวใช้บีบนวดอยู่
ซูลี่จ้องมองใบหน้าของฟางหลิวนิ่งนาน และนางก็ค่อยๆเดินไปตรงหน้าของฟางหลิวอย่างไม่เกรงกลัวว่านางจะทำร้ายหรือคลุ้มคลั่งขึึ้นมา มือบางของซูลี่วางลงบนศีรษะของฟางหลิวเบาๆ แล้วลูบศีระษะของฟางหลิว แล้วเอ่ยว่า “ ฟางหลิว พี่ไม่ได้เกลียดเจ้า ไม่ได้ริษยาเจ้า พี่รักเจ้าเช่นดังน้องสาวของพี่จริงๆ ไม่ได้คิดจะแย่งยื้อสิ่งใดจากเจ้าทั้งนั้น เจ้าลองทบทวนดู เจ้าเติบใหญ่ขึ้นมาด้วยการเอาใจและการเลี้ยงดูที่ดีกว่าพี่มากนัก เจ้าเติบใหญ่่มามีพร้อมทั้งบิดาและมารดาที่คอยเลี้ยงดูเจ้า เงินทองข้าวของเจ้าก็มีมากมายกว่าพี่ เจ้าได้ใส่อาภรณ์ใหม่ๆดีๆ แต่พี่ต้องใช้ของเหลือจากเจ้า เจ้าได้เครื่องประดับของมีราคามากกว่าพี่จนนับไม่ถ้วน แต่พี่ไม่เคยมีสิ่งเหล่านั้น เจ้าลองทบทวนดูสิ ครั้งอดีตเมื่อท่านพ่อกลับมากจากนอกเมืองก็มักจะมีของมาฝากเสมอและของฝากของเจ้าก็มากกว่าพี่เสมอ เจ้าลองทบทวนความทรงจำดูสิ แล้วเจ้าจะพบว่าเจ้ามีสิ่งต่างๆล้นเหลือในขณะที่พี่แทบจะไม่มี แล้วเจ้าจะบอกว่าพี่แย่งทุกอย่างไปจากเจ้าได้อย่างไรกัน ” ซูลี่เอ่ยกับฟางหลิวเบาๆ จ้องมองนางอย่างให้อภัยและมีความรักใคร่เอ็นดูปนอยู่ในนั้น ฟางหลิวนิ่งฟังคำของซูลี่ แล้ว
ทั้งบนม้าหนุ่มตัวสูงใหญ่ของเขาที่ซูลี่ติดใจจังหวะการกระแทกของสามีเวลาม้าออกวิ่ง มันทั้งเสียวซ่านทั้งเร้าใจนางยิ่งนัก นางมักจะชวนเขาออกไปขี่ม้าเล่นกันเสมอ ทั้งสองคนแค่สบตาก็รู้แล้วว่านางและเขาต้องการกันและกันมากแค่ไหนคืนนี้วิวาห์นี้ซูลี่จึงสมใจยิ่งนัก นางร่อนสะโพกอวบรับเขาได้ทุกท่วงท่ายิ่งกว่าหญิงนางโลมที่ต้องบำเรอชาย ซูลี่คิดว่านางทำให้เขาถึงขนาดนี้แล้ว หากเขาแอบไปมีหญิงอื่นนางจะจัดการสามีผู้นี้ให้หนักทีเดียว คืนนั้นเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นระยะ เตียงวิวาห์หลังใหญ่ที่ไหวโยกอย่างรุนแรงหากเป็นเตียงไม้หยาบๆ ของชาวบ้านธรรมดาคงจะหักกลางไปเสียแล้ว เสียงร้องครวญครางผสานกันอย่างสุขสมของทั้งสองบ่าวสาว ดังขึ้นเป็นระยะจนกระทั่งเช้าวันใหม่เสียงทั้งหลายจึงได้เงียบสงบไป ขณะที่จวนแม่ทัพนั้นเต็มไปด้วยความสุขความสมหวัง และบรรยากาศที่ชื่นมื่นของคนในจวนที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบหลายปี จวนหวังที่อยู่ข้างๆก็พลอยมีบรรยากาศที่ดีขึ้น ทุกคนดูเป็นสุขนายท่านหวังก็เริ่มเป็นสุขมาก เขามักไปเยี่ยมซูลี่ที่จวนแม่ทัพบ่อยๆและรอคอยหลานที่อีกไม่นานคงจะมาเกิดแล้วหญิงผู้หนึ่งที่ซ่อนตัวในคราบของคนบ้ามาหลายปีแล้ว ใช่
หลังจากนั้นอีกไม่กี่วันก็ถึงวันแต่งงานของแม่ทัพหยางอี้เทียนกับคุณหนูเหลียงซูลี่แล้ว งานแต่งงานครั้งนี้ก็ยิ่งใหญ่เช่นกันเพราะเป็นการแต่งงานของแม่ทัพใหญ่ แขกเหรื่อได้รับเชิญเป็นจำนวนมาก ทุกคนวิ่งวุ่นวายจัดเตรียมงานและในวันงานกันวุ่นวาย บ่าวไพร่และสาวใช้หลายๆคนของจวนคหบดีหวังก็มาช่วยงานนี้ด้วยตัวของคหบดีหวังและพ่อบ้านหวังก็มาร่วมงานและช่วยเหลืองานหลายๆอย่างดังเช่นเป็นเจ้าภาพอีกคน และทุกคนก็ยินดีที่จะให้ท่านคหบดีหวังมาเป็นบิดาบุญธรรมของซูลี่อีกคน ทำให้เขามีความสุขมากที่นางเอ่ยปากเรียกเขาว่าท่านพ่อ วันงานแต่งแขกเหรื่อก็มากมายเกือบจะเป็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่มากอีกงานของเมืองนี้ งานแต่งนี้ก็มีราชวงศ์มาร่วมงานหลายคน ขุนนางและพ่อค้าคหบดีก็มากมาย งานเลี้ยงมีทั้งอาหารและสุราเลี้ยงไม่อั้น ทหารต่างก็มาร่วมงานกันมากมายและช่วยงานกันคึกคักเต็มหน้าลานกว้างของจวนแม่ทัพ เมื่อเสร็จพิธีไหว้ทั้งสี่แขกเหรื่อต่างก็ร่ำสุราและสนทนากันอย่างออกรส และฟังการบรรเลงพิณไปด้วย ที่เป็นสตรีก็จับกลุ่มคุยกัน อาหารนั้นแทบจะยกเหลามาไว้ที่นี่ เพราะมีการสั่งปิดภัตตาคารถึงสองที่เพื่อยกมาจัดเลี้ยงฉลองแต่งงานนี้โดยเฉพาะ ผลไม้แล
นิ้วแกร่งสอดเข้าไปในร่องอวบของนางช้าๆ เขางอข้อนิ้วแหย่ที่รูสวาทของนางไปมา เขี่ยเมล็ดดอกไม้ของนางจนสะโพกอวบโยกไปมาอย่างเสียวซ่าน น้ำรักของนางเริ่มไหลรินออกมาอีก เขาจึงได้ก้มลงไล้เลียร่องอวบของนางไปมา ขณะที่นิ้วแกร่งก็ขยับเข้าออกถี่ ๆ แหย่เข้าออกที่รูสวาทของนาง ปากหนาก็ดูดเมล็ดดอกไม้ของนางอย่างรุนแรงจนมันบวมเป่ง “ อ๊าา ซี๊ดดดดด ท่านพี่เจ้า ท่านพี่ อ๊าาา ข้า…ไม่ไหวแล้ว ซูลี่เสียวเหลือเกิน เสียวววว อ๊าาา ” ยิ่งเขาดูดเมล็ดดอกไม้ของนาง ยิ่งทำให้นางเสียวจนทนแทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว อี้ชิงสั่นเกร็งอย่างรุนแรง น้ำหวานทะลักทะลายออกมาอย่างมากมาย จนเปื้อนขาอวบไปหมด คุณชายเฟยหลงก้มลงมองร่องอวบที่บัดนี้มันตอดตุบๆ และฉ่ำไปด้วยน้ำรักของนาง เขาทนไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหว เขาต้องเลีย ต้องเลียร่องอวบของนางในตอนนี้ และเขาก็ก้มลงซุกใบหน้าหล่อเหลาลงที่ร่องอวบของนางทันที น้ำหวานของนางไหลรินไม่ขาดสาย เมื่อลิ้นสากที่ร้อนรุ่มของเขาสัมผัสกับเมล็ดดอกไม้ที่บวมเป่งจนร้อนผ่าวของนาง เสียงครวญครางของนางก็ดังกระเส่านางครวญครางแทบจะขาดใจ ร่อนสะโพกอวบโยกเข้าหาใบหน้าหล่อคมและก็แตกคาปากร้อนรุ่มของเขาไปทันทีสองครั้งติดๆกัน แม่ทั
“ ข้าทิ้งท่านเอาไว้ที่นี่ถึงสองวัน กินอาหารและน้ำก่อนเถิดเจ้าค่ะ แล้วค่อยอาบน้ำอีกสักหน่อย ข้าให้สาวใช้หยิบอาภรณ์มาให้ท่านผลัดเปลี่ยนแล้ว ” แม่ทัพหนุ่มที่ยังกอดนางเอาไว้ในอกรีบเอ่ยว่า “ ถ้าพี่ยอมกินอาหารและอาบน้ำแล้ว เจ้าจะให้อะไรเป็นรางวัลกับพี่เล่า ”แม่ทัพหนุ่มยังไม่วายมีข้อแม้เพราะเขาดีใจมากที่นางเปลี่ยนใจกลับมาช่วยเขา และคิดว่านางเองก็ยังมีเขาในหัวใจของนางอยู่ไม่น้อย จึงได้รีบอ้อนคนในอ้อมกอดใหญ่ “ ก็ได้ หากท่านยอมกินอาหารและอาบน้ำเสร็จแล้ว ท่านต้องการส่ิงใดข้าจะทำให้ท่าน ” ซูลี่ตัดสินรับปากกับเขาโดยไม่มีข้อแม้ แม่ทัพหนุ่มยกยิ้มอย่างพอใจ “ ถ้าเช่นนั้น เจ้ามีอะไรให้พี่กินบ้างล่ะ เราออกไปนั่งกินข้างนอกดีกว่า ในนี้อากาศมันไม่ถ่ายเท ” เขาจูงมือของนางกลับออกไปที่ด้านนอก แล้วไปทรุดนั่นที่โต๊ะกลมที่เขาทำความสะอาดทิ้งเอาไว้วันก่อนในห้องโถงหน้าเรือนนั่น ซูลี่แกะห่อผ้าออก แล้วค้นหาห่อข้าวที่นางให้สาวใช้ห่อให้นางแกะแล้ววางไว้ตรงหน้าคนร่างหนา แล้วหยิบกระบอกไม้ไผ่ที่บรรจุน้ำเอาไว้จนเต็มยื่นให้เขา “ ดื่มน้ำก่อนนะเจ้าคะ แล้วค่อยกินข้าว ข้าจะนั่งเป็นเพื่อนท่าน กินให้เยอะๆนะเจ้าคะ ” แม่ทัพหนุ่่ม
ซูลี่เร่งฝีเท้าให้เดินผ่านเรือนหลักของแม่ทัพหนุ่มให้เร็วที่สุด เพื่อมุ่งหน้าไปยังจวนข้างๆ เพื่อพบคนผู้หนึ่ง เมื่อไปถึงหน้าประตูนางบอกกับบ่าวชายที่ยืนอยู่นั่นว่านางมาขอพบพ่อบ้านหวัง บ่าวชายให้นางเดินตามเขาไป ซูลี่ไปหยุดรีรออยู่ที่สวนหน้าเรือนหลักจนกระทั่งพ่อบ้านชราเดินออกมาจากเรือนแล้วเดินมุ่งตรงมาหานาง ใบหน้าชรานั้นมีรอยยิ้มอย่างยินดี“คุณหนูเหลียง ท่านมาพบข้าน้อยด้วยเรื่องอันใดขอรับ ” พ่อบ้านหวังเอ่ยถามนางอย่างกังขา แม้เขาจะยินดีที่พบหน้านางในจวนนี้ แต่ก็อดใจหายไม่ได้ว่านางนั้นไม่ใช่คุณหนูใหญ่ แต่เป็นคุณหนูเหลียงบุตรสาวของรองแม่ทัพเหลียงที่อยู่จวนข้างๆ “ ข้ามีบางอย่างจะสอบถามท่าน มีที่นั่งคุยกับเงียบๆหรือไม่ ” พ่อบ้านหวังผายมือออกไปด้านหน้า“ เชิญคุณหนูเหลียงที่ในศาลาที่ริมบึงบัวดีกว่าขอรับ ที่นั่นอากาศดี” ขณะนั้นสาวใช้ก็เดินออกมาจากเรือนหลักพอดี “ มุ่ยเอ๋อ เอาน้ำชากับขนมหวานมาเลี้ยงคุณหนูเหลียงสักหน่อยนะ ข้าจะไปนั่งที่ศาลาริมบึง ” เขาหันไปบอกสาวใช้ผู้นั้น เมื่อนางรับคำสั่งแล้วก็เดินกลับเข้าไปในเรือน ทั้งสองคนจึงได้เดินตรงไปที่ศาลาริมบึงบัวตามที่พ่อบ้านหวังเชื้อเชิญจนเมื่อทรุดนั่งล
แต่ต่อหน้าท่านคหบดีหวังนางก็ทำตัวเป็นแม่เลี้ยงที่ดี ทำให้ท่านคหบดีวางใจนาง และเมื่อบุตรสาวคนเล็กที่เป็นบุตรของนางเกิดหลงรักท่านแม่ทัพหยางเข้าด้วยเรื่องมันจึงได้ยุ่งขึ้นมา สองแม่ลูกใส่ไฟให้มารดาท่านแม่ทัพหยางเกลียดคุณหนูใหญ่จนไม่อยากจะได้มาเป็นสะใภ้ทำให้การสู่ขอยืดเยื้อออกไปอีกจนท่านแม่ทัพที่มีราชการต่างเมืองจึงได้เดินทางไป หลังจากนั้นคุณหนูใหญ่ก็หายตัวไป หลายวันจนกระทั่งบิดาของนางกลับมาจากการค้าขายนอกเมืองจึงได้ให้คนตามหานางไปจนทั่ว แถมยังมีจดหมายทิ้งเอาไว้ว่านางหนีตามบุรุษไป แต่โชคดีท่านคหบดีหวังไม่เชื่อสั่งให้คนค้นหานางให้ทั่ว และภายในจวนก็ให้ค้นหาทุกซอกทุกมุมจนพบร่างของนางในห้องเก็บฟืนสำรองที่เอาไว้ใช้สำหรับฤดูหนาวที่ไม่ค่อยมีคนเข้าไปใช้งานมันเพราะยังไม่ถึงฤดูหนาว และยังไม่ได้สั่งฟืนมาเก็บเอาไว้ ท่านแม่ทัพกลับมาถึงจวนในวันที่มีการพบร่างของนางนั้นและเขาเองก็ไปที่จวนท่านคหบดีในตอนนั้นพอดีจึงได้ทันเห็นคนรักของตนเองที่เหลือเพียงร่างกายที่เสียชีวิตไปหลายวันแล้วของคนรัก ได้ยินว่าเขาร้องไห้น้ำตาแทบจะเป็นสายเลือด ทั้งๆที่เขาเป็นชายชาติทหาร เห็นความตายมาก็มาก แต่บัดนี้คนที่ตายนั้นกลับกลาย
หลังจากนั้นซูลี่ก็ออกไปอาบน้ำที่บ่อน้ำด้านหลังเรือนนั้นจนเสร็จเรียบร้อย น้ำในบ่อน้ำไสสะอาดและไม่มีกลิ่นใดๆ ทั้งๆที่บ้านหลังนี้ถูกทิ้งร้างเอาไว้น่าจะนานพอสมควรทีเดียว เมื่อเสร็จแล้วนางก็แต่งตัวจนแล้วเสร็จ ถึงได้เดินไปบอกแม่ทัพหนุ่มให้ออกมาอาบน้ำบ้าง “ พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ ซูลี่ก็เก็บข้าวของรอเอาไว้นะ พี่กลับมาแล้วจะได้ออกเดินทางกันเลย ” ซูลี่แกล้งทำเป็นคืนดีกับแม่ทัพหนุ่ม นางทำเหมือนเข้าใจเขาและยอมทำตามที่เขาบอกอย่างเชื่อฟัง เมื่อแต่งกายกันแล้วเสร็จแม่ทัพหนุ่มก็ออกไปเตรียมม้าของเขา แล้วผูกอานจนเรีียบร้อยแล้วจึงได้เดินมาเพื่อบอกซูลี่ว่าพร้อมจะออกเดินทางแล้ว “ ท่านพี่เมื่อครู่ข้าพบสิ่งหนึ่งมันประหลาดมาก อยากจะให้ท่านดูว่าสิ่งที่ว่านั้นคืออะไร เราไปดูกันก่อนแล้วค่อยกลับนะเจ้าคะ ” แม่ทัพหนุ่มทำสีหน้ากังขาแต่เขาก็ยอมเดินตามนางไปแต่โดยดี เมื่อถึงหน้าห้องเล็กๆที่ในห้องครัวที่เอาไว้สำหรับเก็บผักดอง หรือเหล้าดองที่ภายในทำจากหินชนิดหนึ่งที่มันเย็นจัด “ ท่านพี่เข้าไปดูให้ข้าหน่อยเจ้าค่ะ ว่ามันคืออะไร ” แม่ทัพหนุ่มทำสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่เขาก็ยอมเดินเข้าไปในห้องนั้นแต่โดยดี แม้จะรู้ว่าสิ่งที่น