แล้วเธอควรทำยังไงดีเล่า ไหนจะเรื่องแม่อีก หากได้ออกจากโรงพยาบาลจะไปอยู่ที่ไหน หากจะกลับไปอยู่ที่เก่าก็คงพอทำได้ แต่เธอไม่อยากให้ภูเบศหรือพ่อตามเจออีก เธออยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ไม่อยากรบราแย่งชิงกับใครอีกแล้ว หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แต่แล้วจู่ๆ ใบหน้าของใครคนหนึ่งก็แว่บเข้ามาในสมอง รุจารินจึงรีบคว้ากระเป๋าถือมาเปิดออกและควานหาทางรอดที่เธอเพิ่งคิดออกสดๆ ร้อนๆหญิงสาวมองนามบัตรที่ตติยะเคยให้เธอมาอย่างมีความหวัง ก่อนที่จะกดโทรศัพท์หาเขาทันที รอเพียงไม่นานนักเจ้าของนามบัตรก็กดรับสาย“สวัสดีค่ะคุณตติยะ จ๋าเองนะคะที่เราพบกันในงานเลี้ยงที่พัทยา”“ครับคุณจ๋า ผมจำได้ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”“พอดีจ๋าจะโทรมาถามคุณว่าตำแหน่งเลขาที่คุณเคยบอกไว้ยังว่างไหมคะ”“ครับ ผมกำลังหาคนมาแทนเลขาคนปัจจุบันที่จะลาคลอดอยู่ อย่าบอกนะว่าเบื่อทำงานกับเจ้าเบสแล้วเปลี่ยนใจมาทำงานกับผมแทน” ปลายสายสัพยอกอย่างอารมณ์ดี“แล้วถ้าจ๋าบอกว่าใช่ล่ะคะ คุณจะรับจ๋าเข้าทำงานหรือเปล่าคะ”“แน่นอนสิครับ ถ้าคุณจ๋าไม่ติดปัญหาอะไรมะรืนนี้สักสิบเอ็ดโมง เข้ามาที่ฝ่ายบุคคลของโรงแรมผมได้ไหม จะได้มาเขียนใบสมัครไว้และคุยตกลงเรื่องงานและเงินเดือน
กว่าที่ภูเบศจะได้กลับมาที่เพนท์เฮ้าส์ก็ล่วงเข้าสายๆ ของอีกวัน ชายหนุ่มหาวหวอดอย่างง่วงงุน ใบหน้าอิดโรยเพราะอดหลับอดนอนช่วยกันตามหาสลิลดาทั้งคืน ทั้งคุณราณีและคุณสรไกรพ่อแม่ของสลิลดาก็เป็นทุกข์ร้อนใจที่ลูกสาวหายไป จนแทบหมดความหวังแต่แล้วในที่สุดก็มีโทรศัพท์จากสถานีตำรวจว่ามีพลเมืองดีพบสลิลดาเดินไปเรื่อยๆ และไปเป็นลมอยู่ข้างถนนจึงรีบพาตัวส่งโรงพยาบาลให้ แม้สภาพร่างกายของหญิงสาวจะไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าเดิม แค่อ่อนเพลีย แต่สภาพจิตใจของสลิลดานั้นน่าเป็นห่วงมากภูเบศไม่คิดเลยว่าความผิดหวังจากเขาจะทำให้หญิงสาวบอบช้ำมากมายขนาดนี้ แต่ครั้นจะให้เขายกเลิกเปลี่ยนใจไม่ถอนหมั้นและมาแต่งงานกับเธอ เขาก็ไม่อาจฝืนใจตัวเองให้มารักอีกฝ่ายได้มากไปกว่าน้องสาวคนหนึ่ง คุณราณีจึงขอร้องให้เขาช่วยไปๆ มาๆ จนกว่าลูกสาวของเธอจะทำใจและตัดใจจากเขาได้ ภูเบศจึงได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ไป เขาไม่อยากให้ความหวังใดๆ กับสลิลดา เพราะมันอาจจะทำให้เธอเสียใจมากไปกว่าที่เป็น และตอนนี้เขามีสิ่งที่สำคัญกว่าต้องทำป่านนี้รุจารินคงกำลังรอฟังว่าทำไมเขาถึงหายไปทั้งคืน เธอคงจะเป็นห่วงเขาไม่น้อย อยากรู้จังว่าเธอจะคิดถึงเขาเหมือนที่เขาคิดถึ
หากภูเบศได้รู้ว่าคนที่เขากำลังตามหาอย่างบ้าคลั่งกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนและอยู่กับใครตอนนี้ เกรงว่าชายหนุ่มคงไม่พอใจแน่“ตกลงครับ ผมรับคุณเข้าทำงาน ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับคุณเลขาคนใหม่”คำนั้นทำให้รุจารินถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางยกมือไหว้เจ้านายคนใหม่สดๆ ร้อนๆ ของตน“ขอบคุณมากนะคะคุณตติยะ”“ตอนทำงานกับนายเบสคุณเรียกเขาว่าอะไรครับ”“ก็ เรียกท่านรองฯ บ้าง หรือไม่ก็เรียกบอสค่ะ แต่ถ้าอยู่ข้างนอกก็เรียกคุณภูเบศ ไม่ก็คุณเบสค่ะ”“งั้นก็เรียกผมว่าพี่เต้หรือไม่ก็คุณเต้แล้วกัน หรือจะเรียกว่าบอส แบบที่เรียกนายเบสก็ได้นะ” “ได้ค่ะคุณเต้” หญิงสาวเลือกที่จะไม่เรียกอีกฝ่ายเหมือนกับที่เธอเรียกอดีตเจ้านาย แต่ก็ไม่ทำตัวตีสนิทกับตติยะจนเกินงาม“แล้วนี่คุณพร้อมจะมาเริ่มงานได้เมื่อไหร่ครับ”“เร็วที่สุด พรุ่งนี้เลยก็ได้ค่ะ จ๋าจะได้มาเรียนรู้งานก่อน”“ดี ผมชอบคนที่ทำงานไว เข้าใจอะไรง่ายๆ และตั้งใจเรียนรู้”ตติยะจ้องดวงหน้าใสที่ดูสวยเป็นธรรมชาติแต่ก็แฝงด้วยความแกร่งในแววตาคู่นั้น ผู้หญิงสวยๆ น่ะเขาเจอมานักต่อนักแล้ว แต่คนที่สวยแต่เป็นธรรมชาติแบบหญิงสาวตรงหน้านั้นนานๆ จะพบสักที มิน่าเล่า เจ้าเพื่อนรุ่นน้องของ
ภูเบศนอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงด้วยความอ่อนล้า หลังจากที่ออกตามหาหญิงสาวไปทุกที่ที่คิดว่าเธอจะไป กระทั่งจ้างนักสืบช่วยตามหา แต่ก็ยังไม่ได้เบาะแสของสองแม่ลูกว่าไปอยู่ที่ไหนเขาไม่คิดเลยว่าเวลาเพียงไม่นานจะทำให้เขารู้สึกผูกพันกับรุจารินมากมายถึงเพียงนี้ ยามที่มองไปรอบๆ เพนท์เฮ้าส์ที่เขาและเธออยู่ด้วยกัน ตอนนี้บรรยากาศมันแสนจะอ้างว้างหดหู่ มองไปทางไหนก็เหมือนเห็นเธอยังอยู่ทุกมุมของห้อง ทั้งที่ที่ผ่านมาเขาก็อยู่คนเดียวมาตลอด แล้วก็คิดว่าพอใจในชีวิตสันโดษของตนจนไม่อยากให้ใครรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่นี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนทุกอย่างมันเปลี่ยนไปดูเหมือนเงาที่เคยอยู่ข้างๆ หัวใจมันได้คืบคลานเข้ามาครอบครองพื้นที่ในหัวใจของเขาเสียแล้วนี่เขากำลังจะเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม หรือเป็นเวรกรรมที่กำลังตามสนองโทษฐานที่เขาใจร้ายกับสลิลดา จนทำให้ฝ่ายนั้นเสียศูนย์เหมือนที่เขากำลังเป็น“จ๋า...คุณไปอยู่ที่ไหนกัน ผมคิดถึงคุณ...”ความเพลียทำให้เขาเผลอหลับไป และมาสะดุ้งตื่นอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ ไม่อยากรับก็ต้องรับเพราะเป็นสายจากนักสืบที่เขาให้ตามเรื่องของพี่ชายบุญธรรม“ท่านครับ คุณอติกรแวะไปที่บ่อนอีกแล้วครับ และ
“ถ้าพี่ไม่เคยเห็นว่าผมเป็นน้อง เหมือนที่ผมรักพี่เป็นพี่ชายของผมมาตลอด งั้นก็เอาเลยครับ” ภูเบศถอดหัวใจพูด “ถ้าผมตาย พี่ก็ติดคุก พ่อกับแม่ก็จะเสียใจ ถ้าพี่คิดว่านี่เป็นทางออกที่ดี งั้นก็เอาเลยครับ ยิงเลย”อติกรชะงัก เหมือนจะคิดตามสิ่งที่อีกฝ่ายพูด“คิดว่าฉันไม่กล้าเหรอเจ้าเบส ลาก่อนไอ้น้องนอกไส้” เขาพูดพลางเล็งปืนไปทางคนตรงหน้าด้วยมือที่สั่นเทา แต่ทว่าก่อนที่เขาจะลั่นไกปืน ทันใดนั้นเองก็มีเสียงดังแทรกขึ้นมากจากด้านหลังเสียก่อน“หยุดนะเจ้าอาร์ต!” อติกรหันขวับ ก่อนหน้าถอดสีเมื่อเห็นคนที่โผล่เข้ามาห้าม“คุณพ่อ!”คุณอาทิตย์มองบุตรชายบุญธรรมที่เขารักไม่ต่างจากลูกแท้ๆ อย่างผิดหวัง“หยุดก่อเรื่องและโทษคนอื่นเสียที”“เจ้าเบสมันไปฟ้องอะไรคุณพ่อเหรอครับ อย่าไปฟังมันนะครับ ผมถูกใส่ร้าย คุณพ่อก็รู้ว่าผมไม่มีวันทำผิดต่อคุณพ่อหรือบริษัท...”“น้องไม่ได้ฟ้องพ่อ แต่ทุกอย่างพ่อรู้มานานแล้ว!”อติกรถึงกับตะลึงงัน“ไม่จริง!”“ทีแรกพ่อแค่สงสัย เลยขอให้ตาเบสช่วยสืบหาหลักฐานให้อีกแรง น้องแกต่างหากที่เป็นฝ่ายช่วยแก้ต่างให้ เขาไม่เชื่อว่าพี่ชายของเขาจะทำผิดแบบนั้นได้ จนกระทั่งเห็นหลักฐานทั้งหมด” คุณอาทิตย์เอ่ยด้
สองเดือนต่อมาหลังจากที่เริ่มต้นใหม่ ตอนนี้นางดารินอาการดีขึ้นมากจนเกือบหายเป็นปกติแล้ว และตอนนี้เริ่มหยิบจับงานเบาๆ ได้มากขึ้น แต่กระนั้นลูกสาวของเธอก็คอยห้ามไม่ให้หักโหมเพราะกลัวแม่จะทรุดหนักอีกรอบส่วนชีวิตของรุจารินก็เริ่มเข้าที่เข้าทางและกลับมาเป็นปกติมากขึ้น แม้ว่าหัวใจเธอมันยังไม่เหมือนเดิมเต็มร้อย งานที่บริษัทก็เป็นไปได้ด้วยดี เพราะหญิงสาวเป็นคนเรียนรู้ไว ทำงานละเอียดรอบคอบ แถมยังใจเย็น ทำให้ตติยะพอใจมาก“อืม ตั้งแต่มีคุณมาเป็นเลขาให้นี่งานผมง่ายขึ้นเยอะเลย”บอสหนุ่มชมเปราะ หลังจากที่หญิงสาวเข้ามารับงานแทนเลขาคนเก่าที่ลาคลอดเต็มตัว แม้จะพูดน้อย ท่าทางเงียบๆ นิ่งๆ แต่รุจารินกลับทำงานได้ดีมาก คิดแล้วก็น่าเสียดายแทนเจ้านายเก่าของเธอที่ปล่อยเพชรเม็ดงามหลุดมาถึงมือของเขาได้ พูดถึงภูเบศ ก็เลยคิดได้“จริงสิ นี่คุณได้ข่าวอดีตบอสเก่าของคุณหรือยัง”คำถามนั้นทำให้หญิงสาวมีอาการสะดุดลมหายใจนิดๆ แม้จะไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้ว แต่ทว่าเธอก็ยังคงแอบตามข่าวของเขาแบบเงียบๆทั้งเรื่องที่ภูเบศถูกแต่งตั้งให้เป็นประธานบริษัทแทนคุณอาทิตย์ผู้เป็นพ่อ หรือเรื่องที่เขาถูกพูดถึงในฐานะนักธุรกิจเนื้อหอมที่น่า
“ไปครับ”“ตาเบส แม่ถามจริงๆ เถอะนะ ลูกไม่นึกชอบหรือมีใจให้หนูดาด้าเขาบ้างเลยหรือ” ความสงสารเป็นบ่อเกิดแห่งความรัก การที่สลิลดารักลูกชายของเธอมากจนทำร้ายตัวเอง มันก็ควรที่ภูเบศต้องรู้สึกอะไรบ้าง อีกอย่างแม่เลขาคนเก่าก็ลาออกไปพักใหญ่แล้วด้วย ความหลงที่บุตรชายของนางมีก็ควรจะจางลงไปบ้าง แต่ทว่า...“ไม่ครับ ความรู้สึกผมยังเหมือนเดิม ผมเห็นดาด้าเป็นแค่น้อง ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่นครับแม่”คำตอบนั้นทำให้คนฟังถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง“แล้วแม่จ๋าที่เคยพาไปที่บ้านล่ะ แม่ได้ข่าวว่าเขาหายตัวไปตั้งเป็นเดือนแล้วนี่ ลูกยังไม่เลิกคิดถึงเขาอีกเหรอ”ชายหนุ่มนิ่งไม่ตอบคำถามนั้น คิดถึงเหรอ...เขาเคยคิดจะถอดใจหลายครั้ง เมื่อตามหาอีกฝ่ายไม่พบ แต่แล้วเขาก็ตัดใจไม่ได้ ต่อให้ลองพยายามหาอะไรทำให้ตัวเองไม่ว่างคิด แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อหัวใจมันไม่ยอมปล่อยให้เธอหายไปจากความคิดสักทีตอนนี้เธออยู่ไหน ทำอะไรอยู่ เป็นยังไงบ้าง เธอจะมีใครอื่นไปหรือยัง เธอจะคิดถึงเขาบ้างไหม ถ้าสิ่งเหล่านี้เรียกว่าความคิดถึง งั้นเขาก็คงคิดถึงเธอสินะ“ตาเบส ลูกรักเด็กคนนั้นจริงๆ เหรอ” คำถามเมื่อกี้ว่าหนักแล้ว คำถามนี้เหมือนหมัดหน
“ให้มันจริงเถอะย่ะ เพื่อนแม่คนอื่นๆ เขาได้อุ้มหลานกันสองคนสามคนเข้าไปละ มีแต่แม่เนี่ยแหละยังไม่มีให้อุ้มซักที สงสัยจะตายก่อนได้อุ้มหลานเสียล่ะมั้ง” คุณมัศยาบ่นกระปอดกระแปดใส่คนที่หวงความโสดแบบไม่รู้จักเวล่ำเวลา“ได้อุ้มสิครับ ขอเวลาให้ผมได้ตามหาแม่ของหลานให้เจอก่อน รับรองว่าแม่ได้อุ้มหลานแน่ ไม่แน่นะครับ ตอนนี้หลานคุณแม่อาจจะกำลังฟักเป็นตัวแล้วก็ได้” ภูเบศเอ่ยติดตลก แต่ใจคิดถึงใครบางคน“ฟักเป็นตัวเนี่ยนะ นั่นคนหรือลูกไก่กันแน่” คุณมัศยาได้แต่ค้อนปะหลับปะเหลือก“เป็นไงบ้างจ๊ะน้องจ๋า” หัวหน้าฝ่ายกรูมมิ่งของโรงแรมถามหญิงสาวที่เดินหน้าซีดกลับเข้ามาหลังออกไปอาเจียนในห้องน้ำนานสองนานรุจารินยื่นมือไปรับยาดมจากเพื่อนร่วมงานรุ่นพี่มาดมอย่างเพลียๆ“แล้วนี่จะออกงานกับเจ้านายคืนนี้ไหวเหรอ หน้าหนูดูซี๊ดซีด”“ไหวสิคะ ขอจ๋าพักสักครู่เดี๋ยวคงดีขึ้น พอดีเมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อยเลยหน้ามืดน่ะค่ะ”“งั้นก็แล้วไป ดีนะหนูยังไม่มีแฟน ไม่งั้นไอ้อาการหน้ามืด คลื่นไส้อาเจียนโอ้กอ้ากแบบนี้ พี่คงสันนิษฐานว่าจะมีข่าวดีมีน้องเหมือนคุณผึ้งเลขาเก่าแน่ๆ โอ้ย! รายนั้นพอรู้ว่าตัวเองท้องก็แทบกรี๊ดลั่นโรงแรมเลย”รุจารินตัว
“จะเป็นไรไปคะ เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่จ๋าอยากเก็บความทรงจำดีๆ กับครอบครัวของเราไว้มากๆ นี่คะ อีกอย่างตอนนี้จ๋าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วด้วย นั่งเครื่องบินคงลำบาก”ประโยคนั้นทำให้คนฟังแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ“แต่น่าแปลกนะคะ ถึงเดี๋ยวนี้จ๋าไม่เห็นมีอาการแพ้ท้องเลย พี่เบสไม่เห็นว่ามันแปลกเหรอคะ”“อะ อ๋อ จ๋าคงแข็งแรงไงคะ พี่ว่าลูกเราคงไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยแพ้ท้องละมั้ง”“จริงเหรอคะ” จู่ๆ สายตาหญิงสาวก็เปลี่ยนไปจนภูเบศแอบเสียววูบ “พี่เบสว่าอย่างนั้นเหรอคะ”“จ๋ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงแบบนี้ พี่ชักจะกลัวแล้วนะที่รัก”“จ๋าจะให้โอกาสพี่เบสอีกที มีอะไรที่พี่ยังบอกจ๋าไม่หมดหรือเปล่าคะ ถ้าบอกตอนนี้จ๋ารับปากว่าจะไม่โกรธ แต่ถ้าไม่บอกแล้วจ๋ามารู้ทีหลังอันนี้ไม่รับประกันสวัสดิภาพนะคะ”ภูเบศนิ่วหน้ามองว่าที่เจ้าสาวอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะสุดลมหายใจเข้าลึกๆ“สัญญามาก่อนว่าถ้าพี่บอกอะไรไป งานแต่งของเราจะไม่ล้มเลิกและจ๋าจะไม่หนีพี่ไปไหน”รุจารินมองสบตาชายหนุ่ม ก่อนพยักหน้ารับ“ค่ะ จ๋าสัญญา”คนฟังมีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเผยความจริงออกมา“ที่จริงจ๋าไม่ได้ท้อง...” แทนที่หญิงสาวจะตกใจแต่เป็นภู
ข่าวด่วน! ตำรวจบุกทลายบ่อนการพนันและซ่องเถื่อนใจกลางกรุงครั้งใหญ่ พบเหยื่อถูกทารุณทางเพศอย่างน่าอนาถ มากกว่าครึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ถูกกักขังและบังคับให้ค้าประเวณีอย่างป่าเถื่อน มีบางรายถูกพบเป็นศพหลังโดนทารุณกรรมจนเสียชีวิตคาซ่อง ส่วนเจ้าของบ่อนถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพร้อมลูกสมุนหลังพบกำลังจะหลบหนี!ข่าวใหญ่และรูปที่ลงว่อนในสื่อโซเชียลรวมถึงในโทรทัศน์ทุกช่องตลอดทั้งวันสร้างความสะเทือนขวัญรุจารินปิดปากอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นภาพเด็กสาวที่ถูกพบเป็นศพในข่าวอย่างจำได้ แม้จะพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เธอก็จำได้ว่าเด็กคนนั้นก็คือน้องสาวต่างมารดาที่บิดาบอกว่าถูกจับตัวไปนั่นเอง เด็กสาววัยใสที่ควรใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข ต้องมารับกรรมจากการกระทำของบุพการีจนพบจุดจบที่น่าอนาถตัวเธอเองหากไม่ได้ภูเบศช่วยไว้วันนั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้ายไปแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานพักใหญ่ แต่เธอก็ยังฝันร้ายถึงคืนนั้น ภาพเด็กสาวที่ถูกทารุณจนตายไปต่อหน้าต่อตายังคงหลอนเธออยู่ เพียงคิดถึงใจก็สั่นรัวหญิงสาวมองผ่านรูปในข่าวก่อนจะไปสะดุดตากับรูปของบ่อจระเข้ที่เสี่ยอำพลผู้เป็นเจ้าของเลี้ยง
“คุณรับปากผมได้ไหม ชะ...ช่วยลูกจ๋าด้วย อย่าให้ลูกผมเป็นอะไร”“คุณอย่าเพิ่งพูดดีกว่า เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว”“ไม่! ผมไม่มีเวลาแล้ว แฮ่กๆ” คนเจ็บหอบหายใจ รู้ชะตากรรมตัวเองดี“พี่ยะ!”จู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากกลุ่มไทยมุง นางดารินที่เพิ่งเดินลงมาจากตึกตะโกนลั่นอย่างตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นอดีตสามีนอนจมกองเลือด แล้วพอหันไปเห็นร่างลูกสาวในอ้อมแขนของภูเบศ นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที“ลูกจ๋า! ลูกแม่เป็นอะไรไป”“แม่คะ...”“คุณจ๋าไม่เป็นอะไรครับแม่ เธอปลอดภัยดี แต่ว่า...” ภูเบศปรายตามองไปที่บิดาของรุจาริน “พ่อของคุณจ๋าเอาตัวเองบังกระสุนให้ เขาเลยถูกยิงบาดเจ็บสาหัสครับ”นางดารินฟังแล้วแทบล้มพับทั้งยืน นางทรุดกายลงแล้วประคองศีรษะอดีตสามีมาวางไว้ที่ตักตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา“ดา...ริน พะ...พี่ขอโทษ”“พี่ยะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้” นางเอ่ยถาม น้ำตานองหน้าเมื่อเห็นสภาพอดีตสามีที่นอนหายใจรวยริน“พี่ผิดเอง ผิดที่ทำร้ายเธอกับลูกจ๋า พี่สมควรตายแล้ว”“ไม่นะพี่ ฉันไม่ได้อยากให้พี่ตายแบบนี้ แข็งใจไว้นะพี่” คำนั้นจากปากคนที่เคยรักกันทำให้คนเจ็บน้ำตาไหลออกมา นายปิยะมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่เขาเคยทำ
‘พ่อคะ จ๋ารักพ่อที่สุดในโลกเลย’“เดี๋ยว!”“อะไรของมึงอีกวะ เดี๋ยวกูไปช้า เสี่ยก็ได้ฆ่ากูพอดี”“เสี่ยจะไม่เอาลูกสาวฉันถึงตายใช่ไหม”“ใครจะไปรู้วะ ทางที่ดีมึงปล่อยมือนังนี่เสียทีก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้าแล้วจะพาพวกกูซวยกันหมด”“ฉันไปด้วย” จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ดลใจให้นายปิยะเอ่ยออกมา“มึงจะไปทำไมให้เกะกะ กลับไปรอลูกเมียมึงที่บ้านดีกว่า ถอยไป เสียเวลากูชิบหาย”“ไม่ๆ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันขอคุยกับเสี่ยก่อน”“ไอ้เวรนี่วอนตายเสียแล้ว ปล่อยกู!”นายปิยะรีบยื้อตัวลูกสาวไว้แน่น“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว!”“ไอ้เวรนี่ไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว ปล่อยกู”แล้วความชุลมุนก็เกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อยุดร่างของหญิงสาวที่เกือบจะสิ้นไร้สติอย่างไม่มีใครยอมกัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งที่ขับปราดเข้ามาจอดภูเบศที่ย้อนกลับมาเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่หญิงสาวลืมไว้ในรถมาคืน ต้องหรี่ตามองภาพความชุลมุนตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่แล้วเขาต้องใจหายวาบ ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่คุ้นตาอยู่กลางวงนั้น“จ๋า!”ไวเท่าใจคิด ชายหนุ่มรีบเหยียบคันเร่งรถพุ่งเข้าไปที่กลางจุดเกิดเหตุทันที“เฮ้ย!” ได้ผล กลุ่มคนที่กำลังยื้อแย่งหญิงสาวว
“ที่พูดแบบนี้ พี่เบสไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหมคะ” คนมีชนักติดหลังแอบเสียวสันหลังวาบ“พี่ก็แค่พูดรวมๆ น่ะ เผื่อๆ ไว้ก่อนไง”“อันนี้ก็ต้องดูตามความผิดก่อนค่ะ แต่...” รุจารินพลิกฝ่ามือกุมมือใหญ่ไว้ “ถ้าพี่เบสไม่ปล่อยมือจ๋าก่อน จ๋าก็จะไม่ปล่อยมือพี่เหมือนกันค่ะ”สองหนุ่มสาวประสานสายตากันด้วยความเข้าใจหลังจากทานอาหารเสร็จ ภูเบศก็ขับรถมาส่งว่าที่เจ้าสาวถึงที่พัก“ขอบคุณที่มาส่งจ๋านะคะ กลับบ้านดีๆ นะคะพี่เบส”“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป จ๋าลืมอะไรหรือเปล่า”“ลืมอะไรคะ” หญิงสาวงุนงง แต่ก็มาถึงบางอ้อ เมื่ออีกฝ่ายยื่นใบหน้าหล่อๆ เข้ามาใกล้“Good Night Kiss”ใบหน้าใสแดงเรื่อ ก่อนหันไปมองรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงขยับไปใกล้และประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มเขาเบาๆ แต่อีกฝ่ายกับทำเสียงในลำคอแบบขัดใจ“ฝันดีนะคะพี่เบส”“จะรีบไปไหน มานี่เลย”“อุ้ย!” เสียงร้องอุทานถูกปิดทับด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ทาบทับลงมา จูบที่แสนคุ้นเคยทำให้รุจารินราวกับต้องมนต์สะกดของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนในรอยจูบที่แสนโหยหานั้น จนเขาพอใจจึงถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง“ชักไม่อยากปล่อยให้จ๋ากลับบ้านแล้วสิ พี่
“ขอบใจมากนะดาด้า พี่ขอให้เธอได้พบคนที่ดีที่รักเธอและเธอก็รักเขาในเร็ววันนี้นะ”“คงอีกนานค่ะ เพราะดาด้าคงเข็ดจากพี่เบสไปอีกพักใหญ่เลย เธอน่ะก็ระวังด้วยล่ะ พี่เบสน่ะเจ้าชู้มาก...” รุจารินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มขันของสลิลดา“ฉันล้อเล่นน่ะ! ที่มานี่นอกจากจะมาแสดงความยินดี ฉันอยากจะขอโทษเธอในเรื่องที่ผ่านมาด้วย ขอโทษนะ”ใจจริงก็อยากจะโกรธกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไป แต่เมื่อมองสบตาของสลิลดาที่วันนี้เปลี่ยนไปมาก ก็ทำให้ความโกรธที่มีก็พลันเลือนหาย“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราลืมๆ มันไปดีกว่านะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ “จ๋าก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”สองสาวส่งยิ้มให้แก่กัน“งั้นดาด้าไม่กวนดีกว่า ขอให้พวกคุณโชคดีนะคะ ลาก่อน”สลิลดาส่งยิ้มให้คนทั้งสอง หัวใจรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก ต่อไปนี้เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรติดค้างอีกต่อไปรุจารินหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ“พี่เบสไปทำอีท่าไหนคะ คุณสลิลดาถึงยอมตัดใจแล้วกลายเป็นแบบนี้”“เปล่านี่ พี่ก็แค่บอกเขาว่าพี่รักจ๋า และจะแต่งงานกับใครไม่ได้นอกจากแม่ของลูกพี่ แค่นี้เอง”วาบ! แก้มสาวร้อนผ่าวกับคำพู
“เอ๊ะ นั่นมันอดีตคู่หมั้นเก่าแกไม่ใช่เหรอดาด้า” สลิลดาเม้มปากแน่น มองคนทั้งสองที่เดินควงแขนกันอย่างหวานชื่นเข้ามาอย่างปวดใจ“ได้ข่าวว่าเขาจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันแล้วนี่” คนพูดไม่ทันสังเกตสีหน้าคนฟังที่เปลี่ยนไป “อ้าว แล้วนั่นแกอิ่มแล้วเหรอ”“อืม ฉันอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”“นี่ ถามจริงเถอะ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ทั้งๆ ที่แกมาก่อนยัยนั่นแท้ๆ”ไม่รู้สึกเหรอ หึ เธอยิ่งกว่ารู้สึกอีก ทั้งผิดหวังเสียใจ แค้นเคือง หรือแม้แต่รู้สึกเกลียดชังหญิงสาวอีกคนจนตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ อย่างขับรถพุ่งชนฝ่ายนั้น หรือแม้แต่ทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากภูเบศ แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดใจของครอบครัว พ่อกับแม่ของเธอและคนรอบข้าง แม่เธอต้องร้องไห้เพราะเสียใจกับการกระทำของเธอ ส่วนพ่อนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่เธอสามารถทำให้ภูเบศกลับมาดูแลเธอยามป่วยได้ แต่ทว่า...เขาก็มาแต่ตัวตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มาเพราะรักใคร่พิศวาสอะไร นานวันเข้าเธอก็จำใจต้องยอมรับความจริงที่ไม่อยากยอมรับว่าสำหรับภูเบศแล้ว เธอไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ไปถึงฝั่งฝันได้ เพราะหัวใจเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่เธอครอบครองแล้ว
“พี่ว่าจ๋ากับแม่ต้องย้ายที่อยู่แล้วล่ะ อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยพี่เป็นห่วง” ภูเบศเอ่ยขึ้น เขารู้สึกระแวงคำพูดของบิดาของรุจารินที่เพิ่งปึงปังออกไปอย่างไรก็บอกไม่ถูก“จ๋าเห็นด้วยค่ะ แต่นี่เราก็เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นานเอง จะหาที่อยู่ใหม่ก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยก็สองสามวัน”“งั้นก็ไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์พี่ก่อนดีไหมที่นั่นปลอดภัยกว่า มีรปภ.ด้วย พาคุณแม่ไปด้วย จนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ค่อยว่ากัน”นางดารินมองความห่วงใยที่ว่าที่ลูกเขยแสดงออกมาอย่างซึ้งใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่อยากรบกวนเขา ตอนนี้มารดาของภูเบศเพิ่งรู้สึกดีกับลูกสาวของเธอ หากทำตามที่เขาเสนอ ไม่แน่ว่าแม่อีกฝ่ายนั้นอาจแคลงใจว่าไม่ทันไรเธอกับลูกก็คิดจะเกาะลูกเขยกินก็ได้“อย่าลำบากขนาดเลยค่ะคุณเบส แม่ไม่อยากรบกวน ขอเราหาทางกันก่อนดีกว่า”รุจารินหันไปสบตากับชายหนุ่ม เธอเองก็เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“งั้นจ๋าขอเวลาหาที่อยู่ใหม่ดูสักวันสองวันก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที”“งั้นก็ตามใจคุณ แต่ระยะนี้พวกคุณคงต้องระวังตัวให้มากๆ หน่อยแล้วกัน หรือให้ผมมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนดีกว่ามั้ย” รุจารินฟังแล้วทำตาโต
“ไม่เอาน่า ก็แค่สิบล้านเอง เธออย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ลูกเขยเราน่ะรวยจะตาย เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอกจริงไหม” ชายมากวัยพูดคล่อง“เธออย่ามาใจแคบคิดจะฮุบสินสอดลูกคนเดียวสิดาริน พี่กำลังเดือดร้อน แบ่งกันใช้นิดใช้หน่อยอย่าขี้เหนียวเลยนะ ยังไงยัยจ๋ามันก็ลูกพี่เหมือนกัน เขาให้สินสอดเท่าไหร่ล่ะ”“คุณมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ” นางดารินเค้นเสียงเอ่ยอย่างโมโห รุจารินที่รู้สึกไม่ต่างกันต้องรีบเข้ามาประคองมารดาไว้อย่างเป็นห่วง“ว่าไงพ่อลูกเขย เงินนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ คงไม่ขัดข้องใช่ไหม”“นี่!” รุจารินฟังแล้วหน้าม้าน ไม่คิดว่าบิดาจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้“ไม่หรอกครับ”“พี่เบสคะ” รุจารินเรียกอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาดุๆ ของเขาก็นิ่งไป เขาคงจะสมเพชเธอหรือไม่ก็โกรธที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้“เห็นไหมดาริน ลูกเขยเราว่าง่ายจะตายไป งั้นก็โอนสินสอดเข้าบัญชีพ่อตอนนี้เลยก็ได้ใช่ไหมลูก” นายปิยะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายแบบนี้“คงไม่ได้ครับ เพราะสินสอดนั่นผมเคยบอกแล้วว่าจะให้กับคนที่คู่ควรจะได้รับเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือคุณแม่ของจ๋าที่เลี้ยงดูเธอมา แต่สำหรับคุณท