ร่างอรชรกระตุกวูบเมื่อถูกจังหวะแห่งรักที่มีคนตัวโตช่วยหนุนส่งให้ไปถึงฝั่งฝันในที่สุด หญิงสาวกอดร่างแกร่งกำยำของบุรุษแปลกหน้าไว้แน่น ปล่อยน้ำตาแห่งความสุขรินอาบแก้มอย่างไม่อาย ยามที่เขาสอนให้เธอรู้จักรสชาติแห่งรักเป็นครั้งแรกในชีวิตสาวใบหน้างามเงยขึ้นรับจุมพิตรางวัลสุดหวามจากชายหนุ่มผู้ประคองเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม เธออยากจะอยู่ในอ้อมกอดของเขาตลอดไป เสียงกระซิบคำหวานแว่วมาปลอบประโลม เธอคงเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกหากได้เป็นเจ้าของอ้อมกอดนี้ และเป็นผู้หญิงของคนตรงหน้าแต่เพียงผู้เดียวแต่จะเป็นไปได้ยังไง“ไงคนเก่ง เหนื่อยแล้วหรือ” เสียงนุ่มหูแต่เซ็กซี่กระซิบถาม พลางกดจูบที่ไหล่มนแรงๆ อย่างมันเขี้ยว ใช่แต่เธอที่ประทับใจ เขาเองก็รู้สึกดีที่ได้เป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ครอบครองเรือนกายอันหอมหวานนี้เช่นกัน และเขาจะไม่ยอมให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปง่ายๆ เขายังมีบทเรียนรักที่อยากสอนให้เธออีกมากมาย และเขาจะทำให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนครั้งแรกของผู้หญิงตรงหน้าที่เขาได้พบอย่างบังเอิญคนนี้ให้คุ้มค่าที่สุดอย่างน้อยในวันข้างหน้าหากเธอได้พบกับผู้ชายที่รัก เธอจะได้ระลึกว่าครั้งหนึ่งเขาเป็นคนแรกที่มอบความสุขจ
หญิงสาวลืมตามองเพดานห้องสวยอย่างสับสน ความฝันแสนหวานผ่านไปแล้วพร้อมกับอารมณ์ใคร่ที่รุนแรงในร่างกายของเธอก็เช่นกัน สิ่งที่หลงเหลือคือความมึนเบลอ อ่อนเพลีย และปวดร้าวไปทั้งร่างกาย เธอนอนในอ้อมแขนแข็งแรงของผู้ชายที่พาเธอไปเยือนวิมานฉิมพลีทั้งคืน ใบหน้าหล่อเหลาซบซุกที่ซอกคอของเธอ มือของเขาพาดผ่านทรวงอกอิ่ม และจมอยู่ในนิทราแสนสุขหากเป็นในละครหลังข่าว นางเอกที่เพิ่งเสียสาวให้พระเอกด้วยความไม่ตั้งใจก็ควรจะต้องร้องไห้ฟูมฟายคร่ำครวญกับสิ่งที่เสียไปจนน้ำตาท่วมจอ หรือไม่ก็อาละวาดทุบตีอีกฝ่ายที่พรากความบริสุทธิ์ผุดผ่องไป แต่รุจารินกลับไม่เป็นเช่นนั้น เธอไม่ใช่นางเอก และคนที่นอนกอดเธอไว้ในอ้อมแขนก็ไม่ใช่พระเอก เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญอยู่ผิดที่ผิดทางเท่านั้นมันคงจะดีกว่านี้หากสิ่งที่เกิดขึ้นมีพื้นฐานจากความรัก ไม่ใช่ความใคร่ที่นำพาให้เธอมาพบเขา อารมณ์อันอ่อนหวานปนเร่าร้อนยังวนเวียนในร่างกายทุกอณูสัมผัส ผิวเนื้ออุ่นๆ แนบชิดโดยไร้กำแพงขวางกั้นยิ่งทำให้หญิงสาวสำเหนียกได้ถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชีวิตเธอ หากแม่รู้เข้าว่าลูกสาวสุดที่รักและทะนุถนอมมาคนนี้มีรอยมลทินเสียแล้ว ท่านคงจะเสียใจ พอคิด
“อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนคุณไม่รู้สึกอะไรเลย ในเมื่อตอนนี้คุณยังไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายทุบตีผมที่ทำลายพรหมจรรย์แล้วเรียกร้องให้ผมรับผิดชอบเหมือนนางเอกในนิยายเลยนี่นา”ทำไมจะไม่รู้สึกเล่า เธอยิ่งกว่ารู้สึกเสียอีก แต่ต้องข่มมันไว้“ถ้าฉันตอบว่าไม่รู้สึกล่ะคะ” คนฟังผงะไปนิดๆ “ถ้าฉันขอร้องให้คุณช่วยลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน คุณจะช่วยลืมมันไปได้ไหมคะ อย่าจำ ลืมให้หมดทุกอย่าง ทำเหมือนเราไม่เคยพบกันเลยได้ยิ่งดี”“แล้วคุณไม่เสียดายเหรอที่โดนผมเปิดซิงแบบนั้น ถ้าจะเรียกร้องเป็นเงินทองผมก็ยินดีให้นะ ที่จริงเมื่อคืนผมก็ออกจะติดใจคุณอยู่เหมือนกัน” คำนั้นทำเอาคนฟังรู้สึกหน้าชาไปทั้งแถบ“เราคุยกันได้นะ หากคุณต้องการให้ผมรับผิดชอบคุณตามที่บอกเมื่อคืน อยากได้เท่าไหร่คุณเรียกมาได้เลย...” คนพูดบอกอย่างใจป้ำ แต่คนฟังกลับรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่“งั้นคุณจะรับผิดชอบฉันในฐานะอะไรดีล่ะคะ นางบำเรอ หรือผู้หญิงแก้ขัดของคุณงั้นเหรอ”“นั่นก็แล้วแต่คุณจะคิด ฐานะอะไรก็ได้ทั้งนั้น ที่จริงผมไม่ได้สนใจฐานะหรอก แค่พอใจจะอยู่ อยู่แล้วมีความสุขก็พอแล้วนี่ ไม่ต้องมีข้อผูกมัด เบื่อก็แยกย้ายกันไป...” “แต่ฉันไม่ได้ต้องการ ที่
“โอเค...งั้นก็ตามใจคุณแล้วกัน ขอบคุณนะที่กรุณาให้กินของดีฟรีๆ ทั้งคืน”รุจารินฟังแล้วสะอึกแต่พยายามทำหูทวนลมกับคำเหน็บแนมแกมประชดอย่างเจ็บแสบนั่น ก่อนที่จะพยุงร่างกายอันชอกช้ำด้วยรอยที่อีกฝ่ายฝากไว้ ตามเก็บเศษซากอาภรณ์ที่ถูกโยนเกลื่อนห้องขึ้นมาสวมใส่ทีละชิ้นๆ โดยที่มีสายตาเข้มๆ มองตามเงียบๆ ในบรรยากาศที่มาคุ แต่ตอนที่เห็นหญิงสาวพยายามจัดการกับกระดุมเสื้อที่ขาดวิ่นอย่างทุลักทุเล เขาก็อดไม่ได้ จึงหันไปคว้าเสื้อสูทของตัวเองที่พื้นยื่นให้“เสื้อคุณมันขาดหมดแล้ว สวมนี่คลุมไว้ดีกว่า” พอเห็นอีกฝ่ายมองอย่างลังเลไม่ยอมรับ เขาจึงกระแทกลมหายใจแรงๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นไปสวมให้เสียเอง “ไม่ต้องห่วง นี่ไม่ใช่ค่าตัวคุณหรอกน่า”หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามเบือนสายตาไปมองทางอื่นที่ไม่ใช่เรือนร่างเปลือยเปล่าที่แสนจะล่ำสันเซ็กซี่ของอีกฝ่าย ถึงจะเคยเห็นมาทุกซอกทุกมุมทั้งคืน แต่นี่มันสว่างแล้ว เธอไม่อยากเสี่ยงเป็นตากุ้งยิง แอบขัดใจคนชอบโชว์ ทำไมเขาไม่อายเธอบ้างนะ“แล้วนี่คุณจะกลับยังไง” คำถามนั้นทำให้หญิงสาวสะดุ้งใจหายวาบ คิดได้ว่าตอนมาเธอมาตัวเปล่าไม่มีกระเป๋าถือติดมือมาด้วย มันคงตกที่ไหนสักแห่งตอนที่ถูกพาตัวไปส
เสียงประตูเปิดปิดเบาๆ ทำให้เจ้าของแผ่นหลังกว้างหันขวับมาด้วยสีหน้าปั้นยาก“ห้า...สี่...สาม...สอง...หนึ่ง...ผู้หญิงบ้า!” เสียงเข้มสบถลอดไรฟันอย่างหัวเสียที่สิ่งที่คาดไม่เป็นไปตามที่คิดไว้เมื่อแม่สาวนิรนามไม่ได้หวนกลับเข้ามาเพื่อขอโอกาสจากเขาอีกครั้งตามที่คิดไว้เขาไม่เคยเจอใครที่หัวดื้อแบบนี้ ทั้งที่เขายื่นข้อเสนอให้ชนิดที่ไม่เคยเสนอให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน แทนที่จะดีใจ แม่ตัวดีนี่กลับปฏิเสธแถมเผ่นหนีไปจริงๆ เสียนี่ แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าถ้าท้องจะเลี้ยงลูกเองคนเดียวโดยไม่ให้เขายุ่งเกี่ยวอีก ที่จริงเขาก็ควรจะสบายใจที่อีกฝ่ายไม่ทำตัวเป็นปลิงเกาะเขาหวังรวยทางลัด แต่ทำไมนะใจเจ้ากรรมถึงได้หงุดหงิดงุ่นง่านแบบนี้เขาจะปล่อยเธอไปจริงๆ หรือ ทั้งๆ ที่เมื่อคืนเขาติดใจรสสวาทจากเธอขนาดนั้น กลิ่นกายหอมหวานของแม่สาวคนนั้นยังติดจมูกด้วยซ้ำ ใบหน้าสดสวยมีเสน่ห์ที่ปนความรั้นน่าปราบ หากเมื่อกี้เธอเรียกร้องเงินค่าเลี้ยงดูและรับข้อเสนอจากเขา ชายหนุ่มก็พร้อมจะทุ่มไม่อั้นและตอบรับโดยไม่ต่อรองด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ยักทำ ตอนนี้ในหัวเขามีแต่คำถาม...ทำไมๆ...เต็มหัวไปหมดหรือนี่จะเป็นการเล่นตัวเพื่อเรียกร้องค่าตัวเพิ่ม? บาง
มือน้อยยังกำเงินที่อีกฝ่ายอุตส่าห์ให้ตอบแทนค่าตัวเธอแน่น หากนี่คือเงินจากน้ำพักน้ำแรงที่เธอทำงานหามาอย่างสุจริตหญิงสาวก็คงภาคภูมิใจ แต่มันไม่ใช่! มันคือเงินที่แลกกับความสาว มันคือสิ่งที่บ่งบอกว่าเธอนอนกับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นจริงๆ ถึงมันจะสุขสมตอนที่เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วพาล่องลอยไปในห้วงอารมณ์พิศวาส แต่หลังจากนั้นมันคือหนามแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจซ้ำไปซ้ำมา นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมชีวิตเธอต้องมาเจอเรื่องบ้าบอแบบนี้ด้วยนะทุกอย่างเป็นเพราะ...พ่อ...ผู้ชายคนนั้นคือผู้ให้กำเนิดเธอจริงเหรอ ทำไมเขาถึงผลักเธอตกนรกได้ลงคอแบบนั้นยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจจนแทบอยากจะปล่อยโฮออกมาให้สาแก่ใจ แต่มันจะมีประโยชน์อะไรที่ต้องมาเสียน้ำตาให้คนที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งเลือดเนื้อเชื้อไขตัวเองอย่างเลือดเย็นคนนั้น เธอร้องไห้มามากพอแล้ว และเคยสัญญาว่าจะไม่ร้องอีก แต่ตอนนี้มันเกินจะรับไหวเข้มแข็งไว้สิยายจ๋า! เข้มแข็งไว้ แล้วทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี เหมือนทุกครั้งที่เธอเจอปัญหานั่นไงหญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ถึงจะบอกให้ตัวเองเข้มแข็งมากเท่าไหร่แต่ก็อดหวาดหวั่นไม่ได้อยู่ดี“ถึงแล้วครับคุณ” คนขับแท็กซี่หันมาบอกผู้โดยส
‘แต่หมออยากให้พักดูอาการที่โรงพยาบาลให้แน่ใจ’ แววตาคนพูดแลดูเป็นกังวลจนคนฟังจับสังเกตได้‘แน่ใจ? แน่ใจอะไรเหรอคะหมอ’‘คือหมอสงสัยว่าคุณแม่ของคุณอาจจะมีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบน่ะครับ แต่คงต้องขอตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อน ถึงจะบอกได้ ระหว่างนี้ก็ให้น้ำเกลือและพักดูอาการที่โรงพยาบาลไปก่อน’ร่างระหงนิ่งงันไปตั้งแต่ได้ยินชื่อโรคที่แม่ของเธออาจเป็นอยู่ เธอเคยได้ยินว่าตอนนี้โรคที่ว่านั่นมีทางรักษาได้ แต่ค่าใช้จ่ายก็แพงเอาเรื่องอยู่ ลำพังเงินเก็บที่มีรวมกับเงินเดือนพนักงานที่เพิ่งเริ่มทำงานไม่นานเธอคงไม่อาจจ่ายไหวพอคิดถึงเรื่องเงินก็ยอกแสยงหัวใจ รุจารินหยิบธนบัตรในกระเป๋าเสื้อสูทตัวโคร่งออกมา พร้อมก้มมองฝ่ามือตัวเองที่ตอนนี้มีรอยปากกาติดอยู่ แม้จะตัวเลขบางตัวจะเลือนจางไปบ้าง แต่สมองเธอยังไม่ลบเลือนคำพูดของเจ้าของเงินได้‘จะคิดว่าเป็นค่าสึกหรอก็ได้ หรือจะคิดว่าผมให้ยืมก็ตามใจ หากลำบากใจจะเอาเบอร์โทรผมไว้ก็ได้นะ ถ้ามีเมื่อไหร่ก็เอามาคืน หรือจะไม่คืนก็แล้วแต่คุณแล้วกัน’'ค่าตัว' ที่เธอจำใจรับมา มันอาจจะมีค่าน้อยสำหรับคนให้ แต่กับเธอตอนนี้มันมีค่ามากเหลือเกินเมื่อต้องใช้แลกกับชีวิตของแม่ อ
รุจารินส่ายหน้าเบาๆ “จ๋าเดาไม่ถูกหรอกค่ะพี่หวาน”“จะมีใครเสียอีก ก็ยายนุสบาอดีตผู้ช่วยเลขาท่านรองประธานคนก่อนที่ถูกพักงานเพราะใช้เต้าไต่อยากเป็นสะใภ้เจ้าของบริษัทยังไงล่ะ ตอนนี้คนเขาเมาท์กันสนุกปากทั้งบริษัท...” คนพูดหรี่เสียงลง ตามองซ้ายขวาระมัดระวัง“น้องจ๋ารู้แล้วก็อย่าเอ็ดไปล่ะ เขาว่ากันว่านางพลาดหวังจากคนพี่เลยคิดจะฮุบตำแหน่งสะใภ้เล็กของท่านประธานแทนน่ะสิ”รุจารินฟังแล้วนึกปลง จริงๆ เรื่องที่เพื่อนรุ่นพี่ซึ่งปกติไม่ใช่คนช่างเมาท์เล่าให้ฟังนั้น เธอเองก็ได้ยินมาบ้าง แต่ก็ยังไม่เคยรู้จักคนที่ตกเป็นข่าว เพราะอีกฝ่ายโดนพักงานก่อนที่เธอจะมาเริ่มทำงานเสียอีก“แต่รู้อะไรไหม พี่ว่างานนี้ยากหน่อย เพราะคุณภูเบศน่ะไม่โง่ให้จับง่ายๆ แถมเขาก็มีคู่หมั้นอยู่แล้วด้วย พี่เคยเห็นเธอตามคุณพ่อมาที่บริษัทอยู่ครั้งหนึ่ง รายนั้นทั้งสวยทั้งเพียบพร้อมสมกับท่านรองฯ สุดๆ งานนี้มีหวังยัยนุสบากินแห้วทั้งไร่แน่ๆ”ตลอดเวลารุจารินฟังนิ่งโดยไม่ออกความเห็น ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องการคืออยู่อย่างสงบ ทำงานหาเงินค่ารักษาแม่ก็เท่านั้น เรื่องคนอื่นเธอไม่อยากก้าวก่ายให้วุ่นวายไปมากกว่านี้ แต่ทว่าหญิงสาวหารู้ไม่ว่าสิ่งที่วุ่
“จะเป็นไรไปคะ เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้ว แต่จ๋าอยากเก็บความทรงจำดีๆ กับครอบครัวของเราไว้มากๆ นี่คะ อีกอย่างตอนนี้จ๋าไม่ได้ตัวคนเดียวแล้วด้วย นั่งเครื่องบินคงลำบาก”ประโยคนั้นทำให้คนฟังแอบกลืนน้ำลายฝืดคอ“แต่น่าแปลกนะคะ ถึงเดี๋ยวนี้จ๋าไม่เห็นมีอาการแพ้ท้องเลย พี่เบสไม่เห็นว่ามันแปลกเหรอคะ”“อะ อ๋อ จ๋าคงแข็งแรงไงคะ พี่ว่าลูกเราคงไม่อยากให้แม่ต้องเหนื่อยแพ้ท้องละมั้ง”“จริงเหรอคะ” จู่ๆ สายตาหญิงสาวก็เปลี่ยนไปจนภูเบศแอบเสียววูบ “พี่เบสว่าอย่างนั้นเหรอคะ”“จ๋ามีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำเสียงแบบนี้ พี่ชักจะกลัวแล้วนะที่รัก”“จ๋าจะให้โอกาสพี่เบสอีกที มีอะไรที่พี่ยังบอกจ๋าไม่หมดหรือเปล่าคะ ถ้าบอกตอนนี้จ๋ารับปากว่าจะไม่โกรธ แต่ถ้าไม่บอกแล้วจ๋ามารู้ทีหลังอันนี้ไม่รับประกันสวัสดิภาพนะคะ”ภูเบศนิ่วหน้ามองว่าที่เจ้าสาวอย่างชั่งใจ ก่อนที่จะสุดลมหายใจเข้าลึกๆ“สัญญามาก่อนว่าถ้าพี่บอกอะไรไป งานแต่งของเราจะไม่ล้มเลิกและจ๋าจะไม่หนีพี่ไปไหน”รุจารินมองสบตาชายหนุ่ม ก่อนพยักหน้ารับ“ค่ะ จ๋าสัญญา”คนฟังมีสีหน้าโล่งใจ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเผยความจริงออกมา“ที่จริงจ๋าไม่ได้ท้อง...” แทนที่หญิงสาวจะตกใจแต่เป็นภู
ข่าวด่วน! ตำรวจบุกทลายบ่อนการพนันและซ่องเถื่อนใจกลางกรุงครั้งใหญ่ พบเหยื่อถูกทารุณทางเพศอย่างน่าอนาถ มากกว่าครึ่งเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ถูกกักขังและบังคับให้ค้าประเวณีอย่างป่าเถื่อน มีบางรายถูกพบเป็นศพหลังโดนทารุณกรรมจนเสียชีวิตคาซ่อง ส่วนเจ้าของบ่อนถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรมพร้อมลูกสมุนหลังพบกำลังจะหลบหนี!ข่าวใหญ่และรูปที่ลงว่อนในสื่อโซเชียลรวมถึงในโทรทัศน์ทุกช่องตลอดทั้งวันสร้างความสะเทือนขวัญรุจารินปิดปากอย่างตกตะลึง เมื่อมองเห็นภาพเด็กสาวที่ถูกพบเป็นศพในข่าวอย่างจำได้ แม้จะพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เธอก็จำได้ว่าเด็กคนนั้นก็คือน้องสาวต่างมารดาที่บิดาบอกว่าถูกจับตัวไปนั่นเอง เด็กสาววัยใสที่ควรใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข ต้องมารับกรรมจากการกระทำของบุพการีจนพบจุดจบที่น่าอนาถตัวเธอเองหากไม่ได้ภูเบศช่วยไว้วันนั้นก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหยื่อเคราะห์ร้ายไปแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานพักใหญ่ แต่เธอก็ยังฝันร้ายถึงคืนนั้น ภาพเด็กสาวที่ถูกทารุณจนตายไปต่อหน้าต่อตายังคงหลอนเธออยู่ เพียงคิดถึงใจก็สั่นรัวหญิงสาวมองผ่านรูปในข่าวก่อนจะไปสะดุดตากับรูปของบ่อจระเข้ที่เสี่ยอำพลผู้เป็นเจ้าของเลี้ยง
“คุณรับปากผมได้ไหม ชะ...ช่วยลูกจ๋าด้วย อย่าให้ลูกผมเป็นอะไร”“คุณอย่าเพิ่งพูดดีกว่า เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว”“ไม่! ผมไม่มีเวลาแล้ว แฮ่กๆ” คนเจ็บหอบหายใจ รู้ชะตากรรมตัวเองดี“พี่ยะ!”จู่ๆ เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากกลุ่มไทยมุง นางดารินที่เพิ่งเดินลงมาจากตึกตะโกนลั่นอย่างตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อเห็นอดีตสามีนอนจมกองเลือด แล้วพอหันไปเห็นร่างลูกสาวในอ้อมแขนของภูเบศ นางก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที“ลูกจ๋า! ลูกแม่เป็นอะไรไป”“แม่คะ...”“คุณจ๋าไม่เป็นอะไรครับแม่ เธอปลอดภัยดี แต่ว่า...” ภูเบศปรายตามองไปที่บิดาของรุจาริน “พ่อของคุณจ๋าเอาตัวเองบังกระสุนให้ เขาเลยถูกยิงบาดเจ็บสาหัสครับ”นางดารินฟังแล้วแทบล้มพับทั้งยืน นางทรุดกายลงแล้วประคองศีรษะอดีตสามีมาวางไว้ที่ตักตัวเองด้วยมืออันสั่นเทา“ดา...ริน พะ...พี่ขอโทษ”“พี่ยะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้” นางเอ่ยถาม น้ำตานองหน้าเมื่อเห็นสภาพอดีตสามีที่นอนหายใจรวยริน“พี่ผิดเอง ผิดที่ทำร้ายเธอกับลูกจ๋า พี่สมควรตายแล้ว”“ไม่นะพี่ ฉันไม่ได้อยากให้พี่ตายแบบนี้ แข็งใจไว้นะพี่” คำนั้นจากปากคนที่เคยรักกันทำให้คนเจ็บน้ำตาไหลออกมา นายปิยะมองใบหน้าของอดีตภรรยาที่เขาเคยทำ
‘พ่อคะ จ๋ารักพ่อที่สุดในโลกเลย’“เดี๋ยว!”“อะไรของมึงอีกวะ เดี๋ยวกูไปช้า เสี่ยก็ได้ฆ่ากูพอดี”“เสี่ยจะไม่เอาลูกสาวฉันถึงตายใช่ไหม”“ใครจะไปรู้วะ ทางที่ดีมึงปล่อยมือนังนี่เสียทีก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้าแล้วจะพาพวกกูซวยกันหมด”“ฉันไปด้วย” จู่ๆ อะไรบางอย่างก็ดลใจให้นายปิยะเอ่ยออกมา“มึงจะไปทำไมให้เกะกะ กลับไปรอลูกเมียมึงที่บ้านดีกว่า ถอยไป เสียเวลากูชิบหาย”“ไม่ๆ ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันขอคุยกับเสี่ยก่อน”“ไอ้เวรนี่วอนตายเสียแล้ว ปล่อยกู!”นายปิยะรีบยื้อตัวลูกสาวไว้แน่น“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว!”“ไอ้เวรนี่ไม่รู้จักที่ตายเสียแล้ว ปล่อยกู”แล้วความชุลมุนก็เกิดขึ้นเมื่อต่างฝ่ายต่างยื้อยุดร่างของหญิงสาวที่เกือบจะสิ้นไร้สติอย่างไม่มีใครยอมกัน โดยทั้งสองฝ่ายไม่ทันเห็นรถคันหนึ่งที่ขับปราดเข้ามาจอดภูเบศที่ย้อนกลับมาเพื่อเอาโทรศัพท์มือถือที่หญิงสาวลืมไว้ในรถมาคืน ต้องหรี่ตามองภาพความชุลมุนตรงหน้าอย่างแปลกใจ แต่แล้วเขาต้องใจหายวาบ ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อได้เห็นหญิงสาวที่คุ้นตาอยู่กลางวงนั้น“จ๋า!”ไวเท่าใจคิด ชายหนุ่มรีบเหยียบคันเร่งรถพุ่งเข้าไปที่กลางจุดเกิดเหตุทันที“เฮ้ย!” ได้ผล กลุ่มคนที่กำลังยื้อแย่งหญิงสาวว
“ที่พูดแบบนี้ พี่เบสไม่ได้ทำอะไรผิดมาใช่ไหมคะ” คนมีชนักติดหลังแอบเสียวสันหลังวาบ“พี่ก็แค่พูดรวมๆ น่ะ เผื่อๆ ไว้ก่อนไง”“อันนี้ก็ต้องดูตามความผิดก่อนค่ะ แต่...” รุจารินพลิกฝ่ามือกุมมือใหญ่ไว้ “ถ้าพี่เบสไม่ปล่อยมือจ๋าก่อน จ๋าก็จะไม่ปล่อยมือพี่เหมือนกันค่ะ”สองหนุ่มสาวประสานสายตากันด้วยความเข้าใจหลังจากทานอาหารเสร็จ ภูเบศก็ขับรถมาส่งว่าที่เจ้าสาวถึงที่พัก“ขอบคุณที่มาส่งจ๋านะคะ กลับบ้านดีๆ นะคะพี่เบส”“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งไป จ๋าลืมอะไรหรือเปล่า”“ลืมอะไรคะ” หญิงสาวงุนงง แต่ก็มาถึงบางอ้อ เมื่ออีกฝ่ายยื่นใบหน้าหล่อๆ เข้ามาใกล้“Good Night Kiss”ใบหน้าใสแดงเรื่อ ก่อนหันไปมองรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใคร จึงขยับไปใกล้และประทับริมฝีปากที่ข้างแก้มเขาเบาๆ แต่อีกฝ่ายกับทำเสียงในลำคอแบบขัดใจ“ฝันดีนะคะพี่เบส”“จะรีบไปไหน มานี่เลย”“อุ้ย!” เสียงร้องอุทานถูกปิดทับด้วยเรียวปากร้อนระอุที่ทาบทับลงมา จูบที่แสนคุ้นเคยทำให้รุจารินราวกับต้องมนต์สะกดของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเมื่ออีกฝ่ายเพิ่มดีกรีความเร่าร้อนในรอยจูบที่แสนโหยหานั้น จนเขาพอใจจึงถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง“ชักไม่อยากปล่อยให้จ๋ากลับบ้านแล้วสิ พี่
“ขอบใจมากนะดาด้า พี่ขอให้เธอได้พบคนที่ดีที่รักเธอและเธอก็รักเขาในเร็ววันนี้นะ”“คงอีกนานค่ะ เพราะดาด้าคงเข็ดจากพี่เบสไปอีกพักใหญ่เลย เธอน่ะก็ระวังด้วยล่ะ พี่เบสน่ะเจ้าชู้มาก...” รุจารินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะเห็นรอยยิ้มขันของสลิลดา“ฉันล้อเล่นน่ะ! ที่มานี่นอกจากจะมาแสดงความยินดี ฉันอยากจะขอโทษเธอในเรื่องที่ผ่านมาด้วย ขอโทษนะ”ใจจริงก็อยากจะโกรธกับสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไป แต่เมื่อมองสบตาของสลิลดาที่วันนี้เปลี่ยนไปมาก ก็ทำให้ความโกรธที่มีก็พลันเลือนหาย“ช่างมันเถอะค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว เราลืมๆ มันไปดีกว่านะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างจริงใจ “จ๋าก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน”สองสาวส่งยิ้มให้แก่กัน“งั้นดาด้าไม่กวนดีกว่า ขอให้พวกคุณโชคดีนะคะ ลาก่อน”สลิลดาส่งยิ้มให้คนทั้งสอง หัวใจรู้สึกโล่งเหมือนยกภูเขาออกจากอก ต่อไปนี้เธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่มีอะไรติดค้างอีกต่อไปรุจารินหันมามองหน้าชายหนุ่มอย่างแปลกใจ“พี่เบสไปทำอีท่าไหนคะ คุณสลิลดาถึงยอมตัดใจแล้วกลายเป็นแบบนี้”“เปล่านี่ พี่ก็แค่บอกเขาว่าพี่รักจ๋า และจะแต่งงานกับใครไม่ได้นอกจากแม่ของลูกพี่ แค่นี้เอง”วาบ! แก้มสาวร้อนผ่าวกับคำพู
“เอ๊ะ นั่นมันอดีตคู่หมั้นเก่าแกไม่ใช่เหรอดาด้า” สลิลดาเม้มปากแน่น มองคนทั้งสองที่เดินควงแขนกันอย่างหวานชื่นเข้ามาอย่างปวดใจ“ได้ข่าวว่าเขาจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันแล้วนี่” คนพูดไม่ทันสังเกตสีหน้าคนฟังที่เปลี่ยนไป “อ้าว แล้วนั่นแกอิ่มแล้วเหรอ”“อืม ฉันอิ่มแล้ว เรากลับกันเถอะ”“นี่ ถามจริงเถอะ แกไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ทั้งๆ ที่แกมาก่อนยัยนั่นแท้ๆ”ไม่รู้สึกเหรอ หึ เธอยิ่งกว่ารู้สึกอีก ทั้งผิดหวังเสียใจ แค้นเคือง หรือแม้แต่รู้สึกเกลียดชังหญิงสาวอีกคนจนตัดสินใจทำอะไรบ้าๆ อย่างขับรถพุ่งชนฝ่ายนั้น หรือแม้แต่ทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจจากภูเบศ แต่ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเจ็บปวดใจของครอบครัว พ่อกับแม่ของเธอและคนรอบข้าง แม่เธอต้องร้องไห้เพราะเสียใจกับการกระทำของเธอ ส่วนพ่อนั้นก็รู้สึกไม่ต่างกัน จริงอยู่ที่เธอสามารถทำให้ภูเบศกลับมาดูแลเธอยามป่วยได้ แต่ทว่า...เขาก็มาแต่ตัวตามหน้าที่เท่านั้น ไม่ได้มาเพราะรักใคร่พิศวาสอะไร นานวันเข้าเธอก็จำใจต้องยอมรับความจริงที่ไม่อยากยอมรับว่าสำหรับภูเบศแล้ว เธอไม่อาจพัฒนาความสัมพันธ์นี้ให้ไปถึงฝั่งฝันได้ เพราะหัวใจเขามีคนอื่นที่ไม่ใช่เธอครอบครองแล้ว
“พี่ว่าจ๋ากับแม่ต้องย้ายที่อยู่แล้วล่ะ อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยพี่เป็นห่วง” ภูเบศเอ่ยขึ้น เขารู้สึกระแวงคำพูดของบิดาของรุจารินที่เพิ่งปึงปังออกไปอย่างไรก็บอกไม่ถูก“จ๋าเห็นด้วยค่ะ แต่นี่เราก็เพิ่งย้ายมาอยู่ไม่นานเอง จะหาที่อยู่ใหม่ก็คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยก็สองสามวัน”“งั้นก็ไปอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์พี่ก่อนดีไหมที่นั่นปลอดภัยกว่า มีรปภ.ด้วย พาคุณแม่ไปด้วย จนกว่าจะได้ที่อยู่ใหม่ค่อยว่ากัน”นางดารินมองความห่วงใยที่ว่าที่ลูกเขยแสดงออกมาอย่างซึ้งใจ แต่กระนั้นนางก็ไม่อยากรบกวนเขา ตอนนี้มารดาของภูเบศเพิ่งรู้สึกดีกับลูกสาวของเธอ หากทำตามที่เขาเสนอ ไม่แน่ว่าแม่อีกฝ่ายนั้นอาจแคลงใจว่าไม่ทันไรเธอกับลูกก็คิดจะเกาะลูกเขยกินก็ได้“อย่าลำบากขนาดเลยค่ะคุณเบส แม่ไม่อยากรบกวน ขอเราหาทางกันก่อนดีกว่า”รุจารินหันไปสบตากับชายหนุ่ม เธอเองก็เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี และเธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน“งั้นจ๋าขอเวลาหาที่อยู่ใหม่ดูสักวันสองวันก่อนแล้วกันนะคะ ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที”“งั้นก็ตามใจคุณ แต่ระยะนี้พวกคุณคงต้องระวังตัวให้มากๆ หน่อยแล้วกัน หรือให้ผมมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนดีกว่ามั้ย” รุจารินฟังแล้วทำตาโต
“ไม่เอาน่า ก็แค่สิบล้านเอง เธออย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ ลูกเขยเราน่ะรวยจะตาย เป็นถึงเจ้าของบริษัทใหญ่ เงินแค่นี้ขนหน้าแข้งเขาไม่ร่วงหรอกจริงไหม” ชายมากวัยพูดคล่อง“เธออย่ามาใจแคบคิดจะฮุบสินสอดลูกคนเดียวสิดาริน พี่กำลังเดือดร้อน แบ่งกันใช้นิดใช้หน่อยอย่าขี้เหนียวเลยนะ ยังไงยัยจ๋ามันก็ลูกพี่เหมือนกัน เขาให้สินสอดเท่าไหร่ล่ะ”“คุณมาทางไหนกลับไปทางนั้นเลยนะ” นางดารินเค้นเสียงเอ่ยอย่างโมโห รุจารินที่รู้สึกไม่ต่างกันต้องรีบเข้ามาประคองมารดาไว้อย่างเป็นห่วง“ว่าไงพ่อลูกเขย เงินนิดๆ หน่อยๆ แค่นี้ คงไม่ขัดข้องใช่ไหม”“นี่!” รุจารินฟังแล้วหน้าม้าน ไม่คิดว่าบิดาจะเห็นแก่ตัวขนาดนี้“ไม่หรอกครับ”“พี่เบสคะ” รุจารินเรียกอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาดุๆ ของเขาก็นิ่งไป เขาคงจะสมเพชเธอหรือไม่ก็โกรธที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้“เห็นไหมดาริน ลูกเขยเราว่าง่ายจะตายไป งั้นก็โอนสินสอดเข้าบัญชีพ่อตอนนี้เลยก็ได้ใช่ไหมลูก” นายปิยะกระหยิ่มยิ้มย่องไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายแบบนี้“คงไม่ได้ครับ เพราะสินสอดนั่นผมเคยบอกแล้วว่าจะให้กับคนที่คู่ควรจะได้รับเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือคุณแม่ของจ๋าที่เลี้ยงดูเธอมา แต่สำหรับคุณท