(ย้อนกลับไปตอนที่การปะทะจบลง)ซีเจสกับปีเตอร์เดินลงจากดาดฟ้าหลังทำภารกิจสำเร็จ ความเงียบปกคลุมบรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งคู่ ซีเจสเองก็เห็นเหตุการณ์ผ่านจากกล้องส่องทางไกล แน่นอนว่าในใจเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ทว่าเขาไม่อาจย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ หากเอดิสันยอมเจรจาด้วยดีแต่แรกมันก็คงไม่เกิดการสูญเสียที่หนักหน่วงขนาดนี้ ปีเตอร์เองก็เช่นกัน เขาเป็นคนเหนี่ยวไกและที่ไม่ได้ใส่ที่เก็บเสียงก็เพราะเขาอยากให้ลูกรักเป็นคนปิดฉากสงครามนี้ แต่กลับกลายเป็นอเล็กซานเดอร์ที่เป็นคนจบมัน“เฮ้อ...” ทั้งสองถอนหายใจออกมาพร้อมกัน หันมองหน้ากันแล้วหัวเราะเบา ๆ พอเดินมาหยุดหน้าลิฟต์ก็ต้องชะงักก่อนหันไปทางมุมที่พัก ที่จัดไว้สำหรับให้ลูกค้านั่งพักผ่อนระหว่างรอลิฟต์มา พวกเขาเห็นเอ็มมานูเอลนอนหลับอยู่บนโซฟา ขาข้างหนึ่งยกพาดบนพนักพิง ส่วนขาอีกข้างเหยียดยาว มือข้างหนึ่งที่ตกลงบนพื้นคีบบุหรี่ที่ยังไม่ดับ ส่วนมืออีกข้างพาดอยู่บนอกพร้อมกล้องส่องทางไกล‘ลอบฆ่าดีไหมหัวหน้า?’ ปีเตอร์กระซิบถามก่อนถูกซีเจสตบหัวไปหนึ่งที โทษฐานพูดอะไรไม่คิด ถึงเอ็มมานูเอลจะนอนอยู่แต่ซีเจสมองไม่เห็นช่องว่างให้ทำแบบนั้นเลย กลับกันปล่อยไปจะด
สมาชิกโรนัลเดลถูกเข็นเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นท่ามกลางความตกใจและความสนใจของใครหลายคน รวมถึงตัวเอเวอร์เร็ตต์และเหล่าทายาทที่เดินเข้ามาพร้อมกัน อิดอนที่กำลังจะออกเวรถูกเรียกตัวกะทันหัน เขาลังเลเพราะมีนัดกับภรรยาแต่อิดอนก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เขาส่งข้อความไปบอกกับภรรยาว่าจะกลับช้าจากที่บอกไว้เล็กน้อย จากนั้นอิดอนก็ถูกส่งไปรักษาคนของโรนัลเดล ส่วนผู้นำตระกูลกับเหล่าทายาทถูกเหล่าแพทย์ตำแหน่งสูงแย่งกันรักษาเพื่อเอาหน้า‘ไปตีกับใครที่ไหนมาล่ะนั่น’ อิดอนคิดในใจขณะไล่สายตามองคนที่นอนเรียงรายอยู่บนเตียง อิดอนดูคนที่สาหัสก่อนแล้วสอบถามประวัติคร่าว ๆ จากนั้นตามด้วยตรวจร่างกายและสอบถามที่มาของบาดแผล อิดอนทำหน้าที่ของตนอย่างดีแต่ในใจกลับเป็นกังวลว่าตอนนี้ภรรยาเขาจะหัวเสียแค่ไหน มันเป็นนัดที่เขารับปากกับภรรยาว่าจะรีบกลับบ้านแล้วช่วงสายของวันจะออกไปข้างนอกด้วยกันทั้งครอบครัว ก็เหมือนกับเที่ยวพักผ่อนนั่นแหละนะอิดอนถอนหายใจก่อนเร่งมือให้เร็วที่สุดแต่ต่อให้พยายามรีบเร่งยังไง อิดอนก็ไม่สามารถตรวจคนห้าสิบกว่าคนครบได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ทุก ๆ การตรวจต้องตรวจอย่างละเอียดเพื่อตัวคนไข้เอเวอร์เร็ตต์ให้เหล่าลูก ๆ
(ก่อนพิธีฝังศพ 3 วัน)ห้องทำงานของเอดิสันในตอนนี้ได้กลายเป็นห้องทำงานของมาเวอริคชั่วคราว เขาลงมือเคลียร์เอกสารที่บิดาทำค้างไว้จนเสร็จภายในเวลาสิบกว่าชั่วโมง เรียกว่าไม่ได้หยุดพักเลยก็ว่าได้ มาเวอริคกินยาแก้ปวดเข้าไปก่อนนั่งรอเหล่าน้องชายและน้องสาวที่เขาบอกให้มาหา มาเวอริคไม่รู้ว่าจะพอคุยกันรู้เรื่องไหม โดยเฉพาะเอ็มมานูเอลที่ไม่คิดจะฟังใครนอกจากตัวเองนั้น เป็นน้องตัวปัญหามากที่สุดสำหรับเขาก๊อก ๆประตูห้องถูกเคาะก่อนมันจะเปิดเข้ามาพร้อมแวนด้า อูรีเอล อิการาชิและเอ็มมานูเอลที่หน้าตาไม่รับแขกเท่าไหร่ มาเวอริคมองลงไปที่เท้าของเอ็มมานูเอลก็พบว่าทำแผลเรียบร้อยแล้ว ทั้งสี่คนเดินเข้ามาแล้วหามุมนั่งของตัวเองแต่ไม่ได้ไกลจนฟังพี่ชายไม่รู้เรื่อง มาเวอริคไล่สายตาหน้าน้องทีละคนแล้วถอนหายใจ พอมาคิดว่าต้องทำหน้าที่พี่ชายบ้าง มันก็น่าปวดหัวจริง ๆ“เนวิตาคุยกับนายแล้วใช่ไหม?” เอ่ยถามน้องเล็กเป็นคนแรก“ครับ แม่บอกผมแล้วว่าพี่จะพาผมไปรันเซียด้วย เอ่อ ขอบคุณครับพี่!” อูรีเอลยืนตัวตรงแล้วก้มหัวขอบคุณพี่ชาย ภาพลักษณ์ที่เห็นเป็นเด็กชอบกร่างหายไปจากหัวมาเวอริคทันที“แต่แกต้องกลับไปเรียนไฮสคูลใหม่หรือจะสอบเที
ห้องโถงของคฤหาสน์หลักประกอบไปด้วยสมาชิกหลักของโรนัลเดลและทีมสไนเปอร์ที่นำทีมโดยพี่ใหญ่อย่างซีเจส รามิเอลที่ได้รับรายงานคร่าว ๆ มาก่อนหน้าแล้วนั้น เขากำลังกุมขมับ หลังจากกลับจากร้านอาหาร ซีเจสก็ได้ขอเข้าพบเอเวอร์เร็ตต์พร้อมกับทีมสไนเปอร์ รามิเอลจึงเรียกซีเจสมาคุยเป็นการส่วนตัวและเขาก็ได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด“มีเรื่องอะไรกันครับ?” เมอร์ลินกระซิบถามคนข้างกายขณะมองแรนดี้ที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางห้องโถง ด้านหน้ามีเอเวอร์เร็ตต์นั่งสูบซิการ์ที่ไม่ได้จุดอยู่บนโซฟาบุหนัง ข้างกายขนาบด้วยภรรยาทั้งสอง“ไม่รู้เหมือนกัน ซีเจสไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรแต่เหมือนพี่รามิเอลจะรู้ ให้ฉันไปถามไหม?” โจไซอาห์กระซิบตอบกลับ เมอร์ลินส่ายศีรษะแทนคำตอบแล้วทอดสายตามองไปยังแรนดี้แรนดี้นั่งคุกเข่า สองมือประสานบนตัก ก้มหน้ามองเข่าตัวเองแทนที่จะมองหน้านายเหนือหัว ส่วนคนพี่อย่างซีเจส ปีเตอร์ นิกซ์และอินเนลที่ตามมาเพราะเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์ ต่างไม่มีใครช่วยเหลือน้องเล็กกันเลย ก็นะ ในเมื่อทำผิดก็ต้องยอมรับผิดด้วยตัวเอง“ว่าไง มีเรื่องอะไรถึงมากันยกทีม?” เอเวอร์เร็ตต์เอ่ยถามแล้วมองแรนดี้ที่ดูหวาดกลัว “มีอะไร
บนเตียงขนาดหกฟุตที่นำมาแทนเตียงของทางโรงพยาบาล เมอร์ลินนอนตะแคงข้างพร้อมกับฝ่ามือซ้ายวางแนบบนหน้าท้องแปดเดือน คอยลูบท้องแผ่วเบาในขณะที่มืออีกข้างหยิบแอปเปิลชิ้นพอดีคำที่ถูกหั่นด้วยฝีมือของสามีเข้าปาก ชิ้นแล้วชิ้นเล่าอย่างอร่อย โจไซอาห์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงมองคนท้องที่กินเอา ๆ อย่างนึกทึ่ง แต่มือก็คอยปอกแอปเปิลหั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำวางลงบนจานให้ตามเดิม“พรุ่งนี้ผมต้องงดอาหารนี่ครับ ขอกินหน่อยไม่ได้หรือไง?” เมอร์ลินปรายตาถามคนที่นั่งขยับมือปอกแอปเปิล ที่ถามก็เพราะรับรู้ถึงสายตาที่มองมาน่ะนะ“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนายเลยสักคำ?” โจไซอาห์เกิดความงงงวยขึ้นขณะ แต่เมอร์ลินทำเป็นไม่สนใจกินต่อไป กินจนอิ่มก็บอกให้สามีเอาน้ำมาให้กิน โจไซอาห์ก็ทำตามที่ภรรยาต้องการ จริง ๆ ก็ทำอะไรตามใจเมอร์ลินมาตลอดเวลาอยู่แล้วล่ะนะ เพียงแต่มีขัดใจบ้างเป็นบางคราว ทว่า ครั้งนี้เขาไม่เคยขัดใจเลย อยากได้อะไรก็บอก อยากกินอะไรก็บอก เพราะในวันพรุ่งนี้นับแต่ 6 A.M. เป็นต้นไป เมอร์ลินจะต้องอดอาหารเป็นเวลา 8 ชั่วโมงก่อนผ่าคลอด“พรุ่งนี้คุณพ่อกับคุณแม่จะมาตอนไหนครับ? แล้วพวกพี่ ๆ กับฝาแฝดล่ะ” เมอร์ลินเอ่ยถามก่อนอ้าปากงั
การเลี้ยงเด็กทารกมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสำหรับผู้ชายสองคน ในช่วงที่เมอร์ลินกำลังพักฟื้นร่างกายรวมถึงดูแลแผลผ่าคลอด โจไซอาห์จะต้องเป็นคนรับบทหนักในการเลี้ยงลูกสาว หน้าที่นั้นถูกมารดาทั้งสองสอนสั่ง แม้ในช่วงสัปดาห์แรกจะเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่พอสัปดาห์ที่สองของการเลี้ยงลูกสาว โจไซอาห์ทำได้ดีมาก เลี้ยงลูกดีขึ้นจนเมอร์ลินแปลกใจ ทางเมอร์ลินเองก็รู้สึกว่าหายเจ็บแล้ว ขยับตัวได้ดีขึ้นแต่ยังต้องระวัง แม้แผลภายนอกดูไม่เป็นอะไรแต่ภายในนี่สิ ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าหายดี เพราะฉะนั้นก็ยังคงต้องระมัดระวังต่อไป“สรุปเพื่อนคุณลาออกจริง ๆ งั้นเหรอครับ?” เมอร์ลินเอ่ยถามขณะนั่งมองโจไซอาห์เปลี่ยนแพมเพิร์สให้ลูกสาว ตัวเขาก็ช่วยหยิบจับนั่นนี่ตามที่สามีบอก“อา คงจะจริงเพราะมันนัดคุยเรื่องหมอใหม่ที่จะมารับผิดชอบแทนในวันพรุ่งนี้” โจไซอาห์ตอบพลางนึกถึงวันที่เขาไปเป็นพยานการหย่าให้กับเพื่อน แน่นอนว่าเขาไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ แต่ก็ไม่บีบบังคับให้อิดอนเป็นหมอต่อไป อิดอนตัดสินใจลาออกเพราะอยากใช้ชีวิตกับลูกชาย แล้วเรื่องนัดเขาก็เพิ่งได้รับข้อความมาเมื่อวานตอนเย็น โจไซอาห์หวังว่าหมอใหม่ที่จะรับผิดชอบแทนอิดอน จะเป็น
การเดินทางสู่ประเทศอิงเกรเซียนได้กำหนดแผนการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยที่ตัวเมอร์ลินส่งข้อความหาพี่ชายเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน เพื่อปรึกษาเรื่องการเข้าไปยังคฤหาสน์คาร์ลอฟ มาเวอริคเลยทำการเรียกพี่น้องคาร์ลอฟกลับมายังอิงเกรเซียนเป็นการชั่วคราว ก็เพื่อให้เอ็มมานูเอลนำทัพน้อง ๆ เตรียมการรับเมอร์ลินและหลานสาว แน่นอนว่าส่วนหนึ่งคือความปลอดภัยของเมอร์ลินและเรเธเซีย ถึงจะมีโจไซอาห์และคนของโรนัลเดลตามมา แต่ทางที่ดี มาเวอริคอยากให้พี่น้องในคาร์ลอฟเป็นคนคุมสถานการณ์ทางตระกูลเก่ามากกว่า“อีกเดี๋ยวคุณพ่อคงพาเซียกลับมาแล้ว คุณลงไปรอรับลูกมาก็ได้นะครับ” เมอร์ลินบอกกับโจไซอาห์ขณะสองมือตระเตรียมกระเป๋าเดินทาง เรเธเซียที่อายุครบหนึ่งขวบถูกคุณปู่พาไปฉีดวัคซีนโดยที่เมอร์ลินและโจไซอาห์รีบเร่งเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้ แถมรอบนี้เอมี่ไม่ได้ไปด้วยเพราะเมอร์ลินไม่อยากเห็นพี่สามีอย่างพอร์ชทำหน้าหมาหงอย ใจจริงอยากพาเอมี่เที่ยวบ้านเกิดมาก ๆ แต่ก็เข้าใจพอร์ชเพราะในตอนที่เมอร์ลินท้องและต้องอยู่คนเดียว ตัวเขาก็หมาหงอยไม่ต่างกัน“ยังไม่กลับมาในเร็ว ๆ นี้หรอก” คำตอบของโจไซอาห์ทำเมอร์ลินหันมองและรอยยิ้
วันเวลามักผ่านไปเร็วเสมอเฉกเช่นเดียวกับเวลาของครอบครัวโรนัลเดล ในระยะเวลาที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย แต่หนึ่งในนั้นคงเป็นพัฒนาการของ เรเธเซีย โรนัลเดล และอีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันเกิดปีที่ 3 ของเรเธเซียแล้ว ปีนี้ก็ตั้งใจว่าจะจัดงานวันเกิดที่คฤหาสน์เรเธเซีย เมืองเมอร์ลิน แต่แน่นอนว่านี่คือแผนการในหัวของโจไซอาห์เท่านั้น สายตาคู่คมทอดมองภรรยาที่นอนอวดแผ่นหลังขาว ๆ โดยมีผ้าห่มปิดช่วงสะโพกลงไปอย่างหมิ่นเหม่ก่อนมุมปากจะกระตุกยิ้มยามเห็นรอยสีกุหลาบที่ทำไว้เมื่อคืนพวกเขาจัดกันอย่างหนักโดยหวังว่าท้องสองจะติดในเร็ว ๆ นี้ แถมโจไซอาห์ก็มีแพลนบางอย่างที่วางไว้ก่อนแล้ว ทว่า เงื่อนไขของแพลนนั้นคือเมอร์ลินจะต้องท้องก่อน โจไซอาห์ลุกขึ้นยืนก่อนรวบเชือกของเสื้อคลุมอาบน้ำที่สวมอยู่มามัดลวก ๆ แล้วเดินตรงไปยังประตูห้องยามได้ยินเสียงเคาะเบา ๆ พอเปิดประตูออกมา“ดาดี๊” ก็เจอกับลูกสาวที่จะครบสามขวบในเร็ว ๆ เอ่ยทักทายด้วยเสียงหวาน ๆ ก่อนสองแขนจะชูขึ้นหมายให้ดาดี๊อุ้ม โจไซอาห์โน้มตัวลงแล้วอุ้มเรเธเซียขึ้นมาก่อนฟัดแก้มไปหลายฟอด“คิกๆๆๆ ดาดี๊เจบบ”(ดาดี๊เจ็บ) เรเธเซียหัวเราะคิกคักก่อนยกมือดันหน้าบิดาพร้อมบ