ดวงตาคู่สวยค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมามองรอบๆห้องนอนของตนเอง เธอขมวดคิ้วยุ่ง แปลกใจที่ตนเองขึ้นมายังห้องนอนได้ยังไง?
“ตื่นแล้วเหรอครับ?” ประตูบานเล็กเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงที่ถือแก้วนมมาให้
“คุณเจย์” เสียงสะลึมสะลือเอ่ยถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าห้อง
เธอมองแก้วนมที่เขาใส่มาก่อนจะเบิกตาโต เพราะว่านมที่ชรัณถือมันคือนมผงสำหรับคนท้องที่ต้องกินก่อนนอนเท่านั้น
“คุณต้องดื่มนี่ทุกวันถูกไหม?” เขานั่งลงมองใบหน้าที่แตกตื่นของเธอ มือหนายกแก้วขึ้นมาก่อนจะยิ้มบางๆ
“อันนี้.. คุณไปชงมาจากไหนคะ?” พราวมุกเอียงหน้ามอง ทำตาใสแจ๋วอย่างมึนงง
“คุณเจย์ไม่มาแล้วเหรอพราว?” จันทราภาเอ่ยถามหลานสาวที่ขับรถอยู่ พราวมุกตั้งแต่ออกจากบ้านก็ไม่เอ่ยคำพูดใดเลย เอาแต่นิ่งเงียบมาตลอดทาง เขาบอกไม่ใช่หรือไงว่าจะไปโรงพยาบาลด้วยเหตุใดถึงไม่มีแม้แต่วี่แววสักนิด? “ไม่จ่ะป้าภา เขาติดงานด่วน” เธอตอบสั้นๆ แล้วตั้งใจขับรถต่อไป หลังจากตื่นมาก็ไม่เจอชรัณเลยแม้แต่เงา เธอนั่งรอคิดว่าเดี๋ยวเขาหายโกรธก็คงกลับมาตอนเช้าๆ แต่รอจวนจะแปดโมงแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา เธอจึงตัดสินใจมากับจันทราภาเพียงสองคน พราวมุกพาจันทราภาเข้ามาตรวจสุขภาพตั้งแต่เช้าจนบ่าย พอเสร็จทุกอย่างแล้วจึงพาคนป่วยเดินทางกลับบ้าน แต่พอถึงบ้านใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอมอง
1 เดือนต่อมา “เปิดร้านอาหารตามสั่งที่บ้านก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย” พราวมุกยืนยิ้มให้กับผลงานใหม่ของตนเอง เธอได้ก่อสร้างร้านเล็กๆที่หน้าบ้าน ติดป้ายไวนิลประกาศบอกว่ามีอาหารตามสั่งและข้าวแกงรสชาติดั้งเดิมของป้าภา ก็มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาแต่เช้าแล้ว “สองแฝดพายายทำกำไรได้งามทุกอย่างเลยนะ” จันทราภาวางมือลงบนหน้าท้องโตๆของหลานสาว “หลานๆอยากให้คุณยายมีขาเทียมไวๆเลยต้องรีบหาทางทำงานช่วยแม่จ้ะ” ใบหน้าสวยเปื้อนยิ้มมองหน้าท้องสลับกับหญิงพิการ “อดใจไม่ไหว อยากเจอหน้าหลานๆแล้ว” คนมากอายุยิ้มกว้าง&nbs
“ที่นี่ใช่บ้านเจ้าสัวใจภักดิ์ไหมคะ?” เสียงใสเอ่ยถามแม่บ้านที่วิ่งมาต้อนรับแขก “ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงมาหาใครคะ?” แม่บ้านวัยชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียเป็นมิตร “ถ้าไม่เป็นการรบกวน ช่วยเรียนคุณเจย์ลูกเจ้าของบ้านว่ามีเพื่อนมาหาได้ไหมคะ?” พราวมุกพูดเสียงเบา “ให้เรียนว่าเพื่อนชื่ออะไรดีคะ?” “พราวค่ะ” “ได้เลยค่ะ รอสักครู่นะคะ” แม่บ้านวัยกลางคนเดินเข้าบ้านก่อนจะออกมาในเวลาต่อมา “เชิญคุณพราวไปรอด้านในก่อนค่ะ”&n
นังพราว วันนี้แกตายแน่! ลืมความเจ็บช้ำของทั้งห้าปีไปให้หมด แล้วมาเจ็บกีแค่วันนี้วันเดียวพอ! “ตัวจริงคุณแซ่บกว่าในรูปเยอะ” เธอมองเขาตาละห้อย มือบางลูบไล้เรือนร่างตัวเองด้วยความต้องการเมื่อเห็นเขาจับสไลด์หนอนยักษ์ด้วยตนเอง “แซ่บกว่า ดุกว่า แถมใหญ่กว่าของแฟนคุณไหม?” เขาเลิกคิ้วถาม เอาให้เธอทรมานก่อนที่เขาจะเข้าไปใกล้ “เรื่องใหญ่ฉันไม่เถียง แต่เรื่องดุ.. ต้องลองก่อน” เรียวปากแดงยกยิ้มแสนเย้ายวน ไม่น่าเชื่อ สายตาของชรัณจะมองผิดไป นี่มันแม่เสือสาวชัดๆ ไม่ใช่แมวน้อยสุดเชื่องเหมือนที่เคยวาดฝันเอาไว้เลยสักนิด “ถ้างั้นอย่าส่งเสียงดังไปนะครับ” มือหนาหยิบเอาซองสีเงินขึ้นมาก่อนจะใช้ปากฉีก “คุณจะไม่บอกใครเรื่องของเราใช่ไหม?” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาอย่างแหบแห้งเมื่อเห็นท่าทางสุดร้ายกาจของเขา ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายเมื่อเห็นเรือนร่างจริงของชายหนุ่มตรงหน้า “ถ้าคุณสั่งผม ผมจะไม่พูด” ร่างกำยำโน้มตัวลงมาใกล้ชิดกับความนุ่มนิ่มของร่างบาง มือหนาลูบไล้ส่วนเว้าโค้งของหญิงสาวอย่างช้าๆ หวังปลุกเร้าอารมณ์คนขี้สงสัย
มีใครหลายๆคนบอกว่าเวลาผู้หญิงกับผู้ชายรักใครสักคน พวกเขามักจะให้ความรักได้ไม่เท่ากัน เพราะผู้ชายนั้นเริ่มต้นจากร้อยตั้งแต่แรก พอนานวันเข้ารักก็เริ่มลดหย่อนลง ไม่มีคำว่าเต็มร้อยอย่างวันแรกๆที่อยากมีอยากได้ แต่ผู้หญิงบางคนกลับเริ่มจากศูนย์และค่อยๆเติมเต็มกับพฤติกรรมของฝ่ายชายช่วงแรกๆ และเช่นเดียวกันกับพราวมุก หญิงสาววัยยี่สิบเจ็ด เธอคบกับแฟนหนุ่มมาตั้งแต่ใกล้จบมหาวิทยาลัย ผ่านมาวันนี้ก็ห้าปีเต็มที่เธอได้เข้ามาใช้ชีวิตอยู่กับเขา คอนโดเล็กๆที่มีเพียงเขาและเธออยู่ด้วยกัน ทั้งเธอและเขาต่างวาดฝันอนาคตที่ดีไว้ด้วยกัน ผ่านเรื่องราวมากมายหลายอย่างทั้งความสุขและความทุกข์ พราวมุกเองก็เป็นหญิงสาวที่ถูกคนในครอบครัวแฟนหนุ่มไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไหร่ แต่เธอก็พยายามเข้าหาทั้งแม่และน้องของเขา จนทุกวันนี้เริ่มคุยกันดีขึ้นบ้าง แต่สุดท้ายแล้วสิ่งที่เธอทำก็เปล่าประโยชน์ทั้งหมด.. เมื่อสองเดือนก่อนเธอก็เริ่มเห็นข้อความแปลกๆได้เด้งขึ้นที่หน้าเจอโทรศัพท์มือถือของแฟนหนุ่มระหว่างที่ทั้งคู่นั่งทานข้าวด้วยกันเป็นกิจวัตรประจำวันทุกวัน “ใ
ความเสียใจทำให้พราวมุกต้องออกมานั่งปรับทุกข์กับเพื่อนสาวคนสนิทเพียงคนเดียวอย่างไอริ คนนึงร้องอีกคนนึงปลอบ คนนึงระบาย อีกคนคอยลูบหลัง... “ไม่เข้าใจว่ะ ฮึก ฉันผิดมากเหรอวะ?” เธอพยายามที่จะเข้าใจแฟนหนุ่มอย่างทิม แต่ยิ่งพยายามทำความเข้าใจหนักแค่ไหน ก็หาคำตอบเหมือนที่เขาพูดไม่ได้อยู่ดี “ฉันจะบอกอะไรให้นะพราว คนทำผิดเขาไม่คิดว่าตัวเองทำผิดหรอก ข้อแก้ต่างง่ายๆที่ทำให้แกต้องมาจมปลักแบบนี้มันสมเหตุสมผลที่ไหน?” ไอริถอนหายใจ ถ้าใครฟังก็ดูรู้เลยในทีเดียวว่ามันเป็นเหตุผลที่โคตรจะน่าเกียจ เหตุผลที่เอาแต่ได้ของผู้ชายทั้งนั้น “ฮึก ฮือๆ ฉันเหมือนจะขาดใจเลยแก ฮือๆ” เสียงร้องไห้ของพราวมุกช่างบาดใจเพื่อนสนิทแบบเธอเหลือเกิน สองแขนเรียวประคองกอดเพื่อนสาวจนแน่น ไอรินึกถึงภาพที่เห็นทิมกระทำทุกอย่างด้วยความรักให้กับเพื่อนเธอมาตลอด ดีมาตั้งแต่ต้นอย่างไร ตอนนี้ก็ไม่ได้แย่ เขาเปิดตัวของพราวมุกทุกอย่าง โซเซียลไหนไม่มีที่ว่างให้ผู้อื่น แต่มาวันนี้ เพื่อนเธอมาร้องไห้แทบเป็นแทบตาย เพราะความเลว และโยนตราบาปมาให้ผู้หญิงตัวเล็กๆที่ดูแลเขามาอย่างดีตลอด “เขาไม่ไ
“โอ้ยๆ ตายแล้ว” ชายแก่วัยกลางคนแสร้งทำเป็นเดินเซไปมาคล้ายจะเป็นลม คนที่มีความรู้สึกไวอย่างพราวกมุกจึงรีบเด้งตัวออกมาแล้วประคองเจ้าสัวทันที ด้วยความตกใจ “คุณลุง เป็นอะไรไหมคะ?” น้ำเสียงใสๆที่ฟังดูว่าเป็นห่วงทำให้คนแก่พึงพอใจเป็นอย่างมาก ไอ้ลูกคนนี้นับว่ามันเลือกผู้หญิงได้ดีจริงๆ เสียงใส หน้าสวย แถมมีน้ำใจ เตี่ยคนนี้ให้ผ่านแถมยักโรงเหล้าให้อีกห้าที่ไปเลย “โอยย ตายแล้ว อยู่ๆจะลุกไปเข้าห้องน้ำซักหน่อย หน้าลุงก็มืดขึ้นมา ขอบคุณนะหนูที่มาช่วยประคอง” คนมากเล่ห์เลี่ยมทำเหมือนจะหมดแรงก่อนจะถูกร่างบางพยุงไปนั่งที่เก้าอี้ สายตาคมที่มองมาตลอดยังคงไม่แปรทิศทาง เขาเองก็อยากรู้ว่าพ่อเขาจะเล่นไม้ไหน แม้ทั้งร่างกายจะสั่นรัวไปด้วยความอิจฉาบิดาที่ถูกเธอได้ประคองก็เหอะ “ให้หนูเรียกพยาบาลไหมคะ? ดูท่าคุณลุงอาการไม่ค่อยดี” เธอเองก็รอพรรณีแม่ของทิมอยู่เหมือนกัน อาจจะพอมีเวลาพาคุณลุงท่านนี้ไปได้ “ไม่ๆ อย่าลำบากเลยหนูเอ้ย ลุงแค่นั่งพักสักหน่อยก็หายแล้ว ว่าแต่หนูเถอะยังสาวยังแซ่มาแผนกอายุรกรรมกับใครงั้นหรือ?” เจ้าสัวใจภักดิ์รีบเปิดป
IEJJ : ถ้ากลับไปคบกันอีก แน่ใจเหรอครับ ว่าเขาจะไม่เอาโรคแปลกๆมาติดคุณ? Praw : แต่เขาก็ป้องกันกับเราตลอดนะคะ JJ : แต่เขาไม่ป้องกันกับผู้หญิงคนอื่น พอได้เห็นประโยคถัดมาเธอจี๊ดที่หัวใจจนไปต่อไม่ถูก JJ : ผู้ชายถ้ามันได้นอกลู่นอกทางแล้ว ยังไงก็ไม่กลับมาแน่นอนครับ อาจจะมีบางคนคิดได้ แต่ส่วนใหญ่ถ้าได้ติดสัตว์แล้วไม่ค่อยคิดกันครับ ตรงทุกดอกแล้วบอกว่าจะให้คำปรึกษา.. IE Praw : คุณเจย์อายุเท่าไหร่คะเนี้ย รู้สึกว่าโชกโชนจังเลย? JJ : อายุเป็นเพียงตัวเลขครับ แต่ที่ผมให้คำปรึกษาไปกับ หวังว่าคุณจะรับมันได้ Praw : แต่อันที่จริง เราก็อายุ 27 แล้ว สมควรที่จะไปหางานทำอย่างที่เขาบอกจริงๆนั่นแหละค่ะ ถึงแม้ว่าป้าแท้ๆของเธอจะเปิดร้านขายของในตลาด แต่มันก็คงไม่ได้มีเงินมากมายถึงขนาดจะซื้อคอนโดแบบทิมได้เลย IE JJ : ถ้าอยู่กับผมคุณไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นแน่นอนครับ ผมจะไม่ทำให้คุณต้องอด Praw : คุณถึงขั้นจะเลี้ยงดูฉันเลยเหรอคะ? พราวมุกเผลอยิ้มให้กับข้อความของผู้ชายแปลก
“ที่นี่ใช่บ้านเจ้าสัวใจภักดิ์ไหมคะ?” เสียงใสเอ่ยถามแม่บ้านที่วิ่งมาต้อนรับแขก “ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงมาหาใครคะ?” แม่บ้านวัยชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียเป็นมิตร “ถ้าไม่เป็นการรบกวน ช่วยเรียนคุณเจย์ลูกเจ้าของบ้านว่ามีเพื่อนมาหาได้ไหมคะ?” พราวมุกพูดเสียงเบา “ให้เรียนว่าเพื่อนชื่ออะไรดีคะ?” “พราวค่ะ” “ได้เลยค่ะ รอสักครู่นะคะ” แม่บ้านวัยกลางคนเดินเข้าบ้านก่อนจะออกมาในเวลาต่อมา “เชิญคุณพราวไปรอด้านในก่อนค่ะ”&n
1 เดือนต่อมา “เปิดร้านอาหารตามสั่งที่บ้านก็ดีเหมือนกันนะเนี่ย” พราวมุกยืนยิ้มให้กับผลงานใหม่ของตนเอง เธอได้ก่อสร้างร้านเล็กๆที่หน้าบ้าน ติดป้ายไวนิลประกาศบอกว่ามีอาหารตามสั่งและข้าวแกงรสชาติดั้งเดิมของป้าภา ก็มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาแต่เช้าแล้ว “สองแฝดพายายทำกำไรได้งามทุกอย่างเลยนะ” จันทราภาวางมือลงบนหน้าท้องโตๆของหลานสาว “หลานๆอยากให้คุณยายมีขาเทียมไวๆเลยต้องรีบหาทางทำงานช่วยแม่จ้ะ” ใบหน้าสวยเปื้อนยิ้มมองหน้าท้องสลับกับหญิงพิการ “อดใจไม่ไหว อยากเจอหน้าหลานๆแล้ว” คนมากอายุยิ้มกว้าง&nbs
“คุณเจย์ไม่มาแล้วเหรอพราว?” จันทราภาเอ่ยถามหลานสาวที่ขับรถอยู่ พราวมุกตั้งแต่ออกจากบ้านก็ไม่เอ่ยคำพูดใดเลย เอาแต่นิ่งเงียบมาตลอดทาง เขาบอกไม่ใช่หรือไงว่าจะไปโรงพยาบาลด้วยเหตุใดถึงไม่มีแม้แต่วี่แววสักนิด? “ไม่จ่ะป้าภา เขาติดงานด่วน” เธอตอบสั้นๆ แล้วตั้งใจขับรถต่อไป หลังจากตื่นมาก็ไม่เจอชรัณเลยแม้แต่เงา เธอนั่งรอคิดว่าเดี๋ยวเขาหายโกรธก็คงกลับมาตอนเช้าๆ แต่รอจวนจะแปดโมงแล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา เธอจึงตัดสินใจมากับจันทราภาเพียงสองคน พราวมุกพาจันทราภาเข้ามาตรวจสุขภาพตั้งแต่เช้าจนบ่าย พอเสร็จทุกอย่างแล้วจึงพาคนป่วยเดินทางกลับบ้าน แต่พอถึงบ้านใจก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เธอมอง
ดวงตาคู่สวยค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมามองรอบๆห้องนอนของตนเอง เธอขมวดคิ้วยุ่ง แปลกใจที่ตนเองขึ้นมายังห้องนอนได้ยังไง? “ตื่นแล้วเหรอครับ?” ประตูบานเล็กเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงที่ถือแก้วนมมาให้ “คุณเจย์” เสียงสะลึมสะลือเอ่ยถามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าห้อง เธอมองแก้วนมที่เขาใส่มาก่อนจะเบิกตาโต เพราะว่านมที่ชรัณถือมันคือนมผงสำหรับคนท้องที่ต้องกินก่อนนอนเท่านั้น “คุณต้องดื่มนี่ทุกวันถูกไหม?” เขานั่งลงมองใบหน้าที่แตกตื่นของเธอ มือหนายกแก้วขึ้นมาก่อนจะยิ้มบางๆ “อันนี้.. คุณไปชงมาจากไหนคะ?” พราวมุกเอียงหน้ามอง ทำตาใสแจ๋วอย่างมึนงง
ชรัณเดินทางไปกลับบ้านของพราวมุกและโรงแรมของตนเองทุกวัน วันไหนที่งานเขาไม่เยอะเขาก็สามารถปลีกตัวออกไปยังร้านขายแกงของพราวมุกได้ ส่วนวันไหนที่ลูกค้าสำคัญมาเขาก็ต้องเร่งทำยอดไว้เสียก่อน แต่นี่ผ่านมาสามวันแล้วที่เขาไม่ได้เข้าไปหาเธอเลย หลังจากที่ป้าของพราวมุกออกจากโรงพยาบาล เขาก็ได้ช่วยพราวมุกในหลายๆอย่าง และช่วงนี้เธอเองก็ดูไม่ค่อยสู้ดี แม้เขาจะเป็นห่วงแค่ไหน หาคนมาช่วยฟรีๆเธอก็ไม่เอา ชรัณมองเหล่าพนักงานที่วิ่งวุ่นกันทั้งวันเนื่องจากมีลูกค้ารายใหญ่หลายเจ้าเข้ามา เขามองดูนาฬิกาตอนนี้ก็เกือบสองทุ่มเข้าให้แล้วด้วย “วันนี้ลูกค้าหมดแล้วครับ คุณเจย์จะกลับเลยไหม?” ธีร์ถามเจ้านายที่นั่งจ้องเอกสารตรงหน้า “อ่า อื้ม ครับ เดี๋ยวผมไปที่อื่นต่อ” เข
“นี่น่ะเหรอครับ?” ชรัณมองข้าวของที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยสายตาแปลกใจ ถูกเรียกให้ออกมาตั้งแต่ตีสาม สวมเสื้อกันเปื้อนพร้อมอุปกรณ์ทำครัวเสร็จสรรพ “ค่ะ ช่วงนี้ป้าของฉันท่านยังต้องพักผ่อน ส่วนฉันก็ไม่อยากเสียค่าจ้างคนงาน เพราะงั้น นี่คือสิ่งที่คุณต้องทำ ฉันเขียนมันไว้ที่กระดาษแผ่นนี้เรียบร้อย” มือบางหยิบกระดาษที่ว่าวางใส่มือหนา ชรัณรีบเปิดออกดู ก่อนจะตาเบิกโพลง เพราะมันไม่ใช่กระดาษธรรมดา แต่มันแผ่นใหญ่เกินกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก “ตื่นเช้าเวลาตีสาม มาช่วยทำกับข้าว มีหน้าที่เตรียมวัตถุดิบและเป็นลูกมือห่างๆ เจ็ดโมงจัดเรียงข้าวของขึ้นบนรถ แปดโมงตั้งโต๊ะขายกับข้าวเช้า สิบโมงเก็บของกลับบ้าน สิบเอ็ดโมงเตรียม
หลังจากที่จันทราภาฟื้นได้สติ เธอก็แปรเปลี่ยนจากคนใจเย็นเป็นคนขี้หงุดหงิด วันแรกๆทำให้พราวมุกเหนื่อยและใช้แรงกายไปเยอะมากทั้งอาการแพ้ท้องและดูแลคนป่วย เธอแทบไม่ได้พัก แต่หลังจากที่ผ่าตัดได้ถึงสัปดาห์อารมณ์ของคนป่วยก็เริ่มคงที่ลง ตอนนี้จันทราภาไม่ต่างจากไม้ใกล้ฝั่ง เธอนอนมองพื้นเพดานและมองคนรอบข้างที่ได้ออกจากโรงพยาบาลและเข้ามาใหม่ไม่ซ้ำหน้า “ป้าภาคะ วันนี้พราวซื้อเงาะมาให้ด้วย กินซักหน่อยนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นเงาะที่แกะเมล็ดแล้วให้แก่คนป่วย จันทราภาเพียงเหลือบมองแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ที่ยอมอ้าปากแต่โดยดี “พร
ชรัณรีบวิ่งเข้ามายังโรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ เขามองหาร่างบางของพราวมุกด้วยความรู้สึกเป็นกังวลผสมปนเปกับความรู้สึกเป็นห่วง ไม่นานดวงตาสีอำพันก็หันไปพบเข้ากับร่างบางขณะที่เธอกำลังนั่งอยู่หน้าห้องผ่าตัดด้วยความรู้สึกที่ใจจดใจจ่อ สองขายาวก้าวไม่ออกเลยเมื่อเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้ด้วยความทุกข์ใจ เหตุใดเขาถึงได้ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวมานานขนาดนี้ ทั้งที่ควรจะเหนี่ยวรั้งหัวใจเธอไว้ หากเข้าไปหาตอนนี้เธอจะรู้สึกกลัวเขาไหม? จะคิดว่าเขาตามเธอแบบครั้งที่แล้วหรือเปล่า? “ญาติคนไข้คะ? อันนี้คือรายละเอียดการจ่ายเงินทั้งหมดค่ะ สะดวกเป็นเงินสดหรือผ่อนก็ได้นะคะ ทางโรงพยาบาลมีสิทธิ์ให้พิเศษค่ะ” พยาบาลสาวพูดเสียงดังทำเอาคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลได้ยิน&nbs
ชรัณมองโชว์รูมใหม่อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของ ตนเอง ตอนนี้เขากำลังเดินตามรอยของปู่และพ่ออย่างสมบูรณ์ โชว์รูมแห่งที่สองของเขาดูผู้คนที่เขามาดูไม่เว้นเวลา ยิ่งเปิดใหม่ๆเหล่าเศรษฐีกระเป๋าหนักแถวนี้ยิ่งเขามาดูและมาจองกันกระหน่ำ “เกินความคาดหมาย” เสียงของเจ้าสัวใจภักดิ์เอ่ยชื่นชมบุตรชาย “รถมารอแล้วครับ” ชรัณบอกบิดา “จะรีบไล่อั๊วทำไมนักหนา อยากเห็นผลงานของลูกชายนานๆ” “ไม่อยากถูกหมอบ่นพรุ่งนี้เตี่ยก็รีบกลับซะนะครับ” เสียงเข้มบอก หากไม่ติดว่าพรุ่งนี้บิดามีนัดไปโรงพยาบาลเขาก็จะให้อยู่ต่อสักหน่อย “แล้วหาพนักงานมาได้ครบหรือยัง รีบๆหน่อยนะ แล้วก็ควรหาคนที่ไว้ใจได้ด้วย” เจ้าสัวใหญ่เตือนบุตรชาย&nbs