“ไม่คิดเลยว่าพี่ภีมจะกล้าควงเลขามาออกงานสังคมทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รับเชิญ”เสียงแมลงหวี่ที่ดังอยู่ข้างหูชวนให้กอหญ้าที่กำลังถือแก้วไวน์ชมดอกไม้อยู่ในสวนถึงกับหันมามองเจ้าของคำพูดดูถูกเหยียดหยามด้วยความสนใจมุมปากของเธอพลันกระตุกน้อยๆก่อนที่จะยกแก้วขึ้นกระดกรวดเดียวจนหมดอย่างไม่แยแสสายตาดูแคลนจากอีกฝ่าย“นึกไม่ถึงว่าเจ้าของงานเลี้ยงในวันนี้จะมีฝีปากคล้ายแม่ค้าแถวๆตลาดที่กอหญ้าเคยไปเลยค่ะ”ประโยคตอบโต้ที่เผ็ดร้อนไร้การให้เกียรติและเกรงใจเจ้าของงานทำให้แพรวรัมภาที่แสร้งทำตัวเป็นเป็นคนดีมีมารยาทมีสีหน้าที่ไม่ชวนมองอีกทั้งดวงตากลมโตยังถลึงใส่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจอีกด้วยซึ่งถ้าอยู่กันเพียงลำพังแพรวรัมภามั่นใจว่าเธอต้องเข้าไปกระชากหัวอีกฝ่ายพร้อมตวัดฝ่ามือใส่ใบหน้ามั่นๆนั้นจนบวมปูดแน่นอน“ต่อหน้าทำเป็นพูดจาอ่อนหวานลับหลังร้ายกาจสิ้นดีผู้หญิงไร้มารยาทแบบนี้ไม่นานพี่ภีมคงเฉดหัวส่ง”“ดูเหมือนว่าคุณแพรวจะรู้ดีจังเลยนะคะ เมียหลวงก็ไม่ใช่คนใกล้ชิดยิ่งไม่มีทางแค่รู้จักรายทางอย่าสะเออะมาตัดสินใจแทนคนอื่นเขาเลยค่ะว่าเขาจะทำอะไร”“นี่แกกล้าว่าฉันเหรอนังเด็กบ้า”เพราะคิดว่าเป็นงานเลี้ยงของตัวเองอีกทั้งในงานย
เช้าวันนี้กอหญ้ายังคงตื่นแต่เช้าเช่นเคยร่างบางที่สวมเพียงชุดนอนสายเดี่ยวกำลังตัดแบ่งแซนวิชเป็นชิ้นเล็กขนาดพอดีคำอย่างพิถีพิถันพร้อมจัดเรียงใส่กล่องจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนที่เธอจะเดินไปหยิบส้มสายน้ำผึ้งในตู้เย็นมาผ่าแบ่งเป็นสองซีกจนได้จำนวนที่ต้องการจึงลงมือคั้นน้ำส้มและเทใส่ขวดแก้วปิดฝาเรียบร้อยกอหญ้ามองมื้อเช้าที่แสนเรียบง่ายด้วยสายตามีความสุขก่อนที่เธอจะจัดการทำความสะอาดห้องครัวจนกลับสู่สภาพเดิมพร้อมเดินตัวปลิวกลับไปที่ห้องนอนเพื่อจัดการอาบน้ำแต่งตัวสวยๆไปหาภีมวัจน์ที่คอนโดคอนโด Aภีมวัจน์ติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอย่างไม่เร่งรีบสองหูก็คอยฟังเสียงกริ่งหน้าห้องที่ตอนนี้ก็ยังคงเงียบกริบคิ้วเข้มของเขาพลันขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจเมื่อคนที่เขารอคอยอยู่นั้นยังเดินทางมาไม่ถึงสักทีหรือว่าวันนี้เธอจะไม่ว่างกันนะอยู่ ๆ ภีมวัจน์ก็รู้สึกจิตใจห่อเหี่ยวอย่างบอกไม่ถูกมือที่ติดกระดุมคล้ายจะหมดแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ความรู้สึกหดหู่แบบนี้มันคืออะไรกันแค่เธอไม่มาเขาถึงกับรู้สึกแบบนี้นี่เขาคงไม่ได้ตกหลุมรักเธอแล้วใช่ไหม?กริ๊งเสียงกริ๊งที่ดังขึ้นคล้ายสัญญาณที่ปลุกให้ภีมวัจน์ตื่นจากภวังค์ความรู้สึกหดหู่ก่อนหน
หลังจากมาถึงที่ทำงานเมื่องานที่กองเท่าภูเขาถูกจัดการจนเสร็จเรียบร้อยแล้วภีมวัจน์ก็เริ่มโปรเจ็กต์งานใหม่ทันทีซึ่งครั้งนี้เป็นการหานักออกแบบเครื่องประดับคนใหม่มาร่วมงานแทนคนเก่าที่ไม่พอใจเรื่องผลประโยชน์และขอยกเลิกสัญญาไปเพราะคิดว่าฝีมือการออกแบบของตัวเองนั้นสวยงามเป็นที่ต้องการของตลาดซึ่งจริงๆแล้วน้อยคนนักที่จะรู้จักชื่อนักออกแบบคนนี้“วันนี้มีประชุมตอนบ่ายสามนะคะ”ภีมวัจน์พยักหน้ารับโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่กำลังตั้งใจอ่านอยู่เพราะเข้ารู้อยู่แล้ว่ากอหญ้ากำลังจับตามองเขาอยู่ซึ่งหลังจากที่ทำงานร่วมกันมาสักพักภีมวัจน์จึงได้รู้ว่าเธอเป็นคนที่ช่างสังเกตุและจับความรู้สึกของคนได้ไวมากไม่มีการแสดงออกไหนบนใบหน้าที่จะรอดพ้นสายตาของเธอไปได้เลยยิ่งยามที่สนทนาเพื่อขอความคิดเห็นจากเธอดวงตากลมโตที่ทอประกายสดใสคู่นั้นแทบจะไม่ละไปจากใบหน้าของเขาเลย“ยอดขายเครื่องเพชรไม่เป็นไปตามเป้าเหรอคะ?”คำถามของกอหญ้าทำให้คิ้วเข้มของภีมวัจน์เลิกขึ้นน้อยๆก่อนที่เขาจะยอมเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่กำลังอ่านอยู่ก็พบว่ากอหญ้ากำลังจ้องมองมาที่เขาอยู่แล้ว“อืม ยอดขายลดลงมากทีเดียวหลังๆมานี่แทบมองไม่เห็นกำไรไม
“ท่านประธานคะคุณดนัยขอเข้าพบค่ะ”ทันทีที่พนักงานต้อนรับจากชั้นล่างที่พาดนัยมาพบเขาส่งเสียงแจ้งเรื่องภีมวัจน์ที่ยังไม่ทันขานตอบอนุญาตประตูห้องทำงานของเขาก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างอุกอาจทันทีทำให้ภีมวัจน์ที่กำลังยกมือเช็ดริมฝีปากที่เปื้อนเลือดถึงกับชะงักไปด้วยความไม่พอใจที่อยู่ ๆ น้องชายต่างมารดาก็เปิดประตูเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับอนุญาตส่วนกอหญ้าที่กำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะก็หันกลับมามองแขกที่บุกเข้ามาในห้องด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจเช่นกันที่ผ่านมาเธอพบเห็นคนที่ไม่มีมารยาทมามากแต่ไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะเดินเข้ามาในห้องโดยที่ไม่รอคำอนุญาตเลยแม้แต่คำเดียวช่างใจกล้ามากจริงๆ“โอ๊ะโอ๋ ผมมาขัดจังหวะความหวานหรือเปล่าครับ?”คำพูดหยอกล้อที่ไร้ความเกรงใจของผู้มาใหม่ทำให้กอหญ้าตวัดสายตาดุดันมองอีกฝ่ายอย่างไม่ปิดบังเพื่อให้เขารู้ว่าเธอไม่ชอบใจคำพูดของเขาอีกทั้งสายตาแทะโลมของเขาที่กำลังมองเธออยู่นี่มันอะไรกันทั้ง ๆ ที่ภีมวัจน์ยังนั่งอยู่ตรงนี้แต่ผู้ชายคนนี้กลับใช้สายตาโลมเลียแทะโลมเธออย่างไม่เกรงใจกันเลยสักนิดเดี๋ยวแม่ก็จิกให้ตาบอดเสียเลยนี่ไอ้คนหื่นกาม“จะพูดจะจาอะไรก็ระวังปากหน่อยที่นี่ไม่ใช่ที่บ้านและก็ไม่
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้กอหญ้าก็รีบเก็บเสียงหัวเราะด้วยความชอบใจกลับคืนมาทันทีพร้อมปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือใบหน้าซื่อ ๆ ตาใส ๆ ที่เธอจงใจแสดงออกมาเพื่อไม่ให้ภีมวัจน์จับผิดเธอได้ เธอไม่ได้อยากปิดบังตัวตนที่แท้จริงแต่ก็ไม่อยากจะบอกเขาว่าเธอคือใครเธออยากใช้ตัวตนลูกคนรวยที่ชอบสืบเรื่องชาวบ้านมามัดหัวใจของเขามากกว่าลูกหลานตระกูลพิสิฐกุลวัตรดิลกเพราะเธอก็อยากจะทดสอบความรักและความจริงใจของเขาเช่นกันถึงแม้ว่าการคิดแบบนี้อาจจะดูคล้ายสาวน้อยที่กำลังเพ้อฝันแต่เธอระลึกอยู่เสมอว่าใจคนไม่แน่นอนบางทีถ้าเขารู้ตัวตนที่แท้จริงของเธอเขาอาจจะกระโจนกางเขี้ยวเล็บตะครุบเธอเพราะหวังจะพึ่งพาบารมีและนามสกุลของครอบครัวเธอก็ได้เพราะฉะนั้นเธอก็จงเป็นกอหญ้า การต์รวี เกียรติมงคลรัตน ต่อไปแล้วก็มารอดูกันว่าเธอจะสามารถใช้ตัวตนนี้พิชิตใจของภีมวัจน์ได้ไหม“คุยเรื่องอะไรกันคะผัวจ๋าอยากคุยอะไรกับเมียว่ามาเลยจ้ะ”น้ำเสียงอ่อนหวานออดอ้อนของกอหญ้าไม่ได้ทำให้ใบหน้ามึนตึงของภีมวัจน์คลายลงได้เลยเขายังคงจ้องมองใบหน้าที่สวยราวกับภาพวาดของกอหญ้าด้วยสายตาเข้มครึมในใจพลันครุ่นคิดอยู่เงียบ
Blood moon pubเมื่อเดินทางมาถึงผับที่นัดหมายหัวคิ้วของกอหญ้าก็ขมวดเข้าหากันจนแทบผูกโบว์เมื่อผับที่นัดคุยงานมีการ์ดตัวโตเฝ้าอยู่หน้าทางเข้าดูน่ากลัวพอสมควรที่นี่ดูเหมือนถิ่นของมาเฟียมากกว่าที่จะเป็นผับชื่อดังสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาหาความสุขและสนุกจากที่นี่เสียอีก กอหญ้าแอบหันหน้าไปทางด้านหลังเล็กน้อยก่อนที่เธอจะขยิบตาให้จินกับจิโร่ลูกน้องคู่ใจที่คอยตามดูแลเธอมาตลอดคนที่เธอยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อตัวพวกเขามาจากมารดาเพียงเพราะไม่ต้องการให้ทั้งคู่รายงานเรื่องของภีมวัจน์ให้มารดารับรู้ซึ่งทั้งคู่ก็ปฏิบัติตามได้เป็นอย่างดีที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะค่าจ้างมหาศาลที่ได้รับแต่เพราะทั้งคู่คอยตามดูแลกอหญ้ามาตั้งแต่ห้าขวบความรักและความผูกพันที่ทั้งคู่มีให้คุณหนูกอหญ้าจึงมากกว่าความภักดีที่มีให้มารดาของเด็กสาวอย่างแก้มใสอยู่เล็กน้อยความลำเอียงจึงเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวทำให้ทั้งคู่ยอมทำผิดกฎเพื่อช่วยให้คุณหนูสมหวังในความรักที่แม้อาจจะดูขัดตาขัดใจทั้งคู่ไปบ้างแต่เพื่อความสุขของคุณหนูกอหญ้าแล้วทั้งคู่ยอมทุ่มเทเต็มที่“ทำไมมันดูน่ากลัวลึกลับจังเลยค่ะ พอเมาแล้วจะโดนคนลากไปทำมิดีมิร้ายไหมคะ”กอหญ
เมื่อเข้ามาในห้องภีมวัจน์ก็ปล่อยให้กอหญ้าเป็นอิสระแต่กอหญ้ากลับเข้ามาเกาะแกะเขาไม่หยุดมือเรียวบางพยายามที่จะแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกใบหน้าสวยเนียนในยามนี้แดงระเรื่อเต็มไปด้วยอารมณ์กระหายในความใคร่ที่ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งๆที่พยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว“กอหญ้าไม่เอาแบบนี้ ปล่อยผมก่อนคนดี”ถึงแม้กลิ่นกายที่หอมกรุ่นผสมกลิ่นเหล้าจางๆจะกระตุ้นอารมณ์ดิบของเขาให้พลุ่งพล่านมากแค่ไหนแต่ภีมวัจน์ก็ไม่อาจทำตัวเป็นคนเลวช้าต่ำทรามที่ล่วงเกินสาวงามตอนที่ไม่มีสติไม่ได้หรอก เขาไม่เคยใช้กำลังบังคับใครและก็ไม่เคยนอนกับใครโดยที่ไม่เต็มใจเพราะฉะนั้นในเวลานี้เขาจึงต้องตั้งสติและพยายามประคองความเป็นสุภาพบุรุษของตัวเองเอาไว้สุดกำลัง“อื้อ คุณภีมขา ให้กอหญ้าเถอะนะคะคนดีขอหญ้าขอ”เสียงหวานกระเส่าร้องขอภีมวัจน์อย่างลืมอายเมื่อความต้องการสั่งให้มือของเธอออกแรงดึงกระชากเสื้อของภีมวัจน์ที่ตอนนี้ขาดตามแรงดึงของเธอก่อนที่กอหญ้าจะถูกภีมวัจน์พาตัวเข้ามาในห้องน้ำและยืนอยู่ใต้ฝักบัวเขากดปุ่มปรับอุณหภูมิของน้ำให้อยู่ในระดับที่ไม่เย็นมากจนเกินไปก่อนที่สายน้ำเย็นฉ่ำจะราดรดลงบนตัวของกอหญ้าที่หยุดชะงักมือที่กำลังดึงกระ
เช้าวันต่อมาลมหายหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอทำให้กอหญ้าที่แอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาของภีมวัจน์เผยรอยยิ้มหวานละมุนออกมาอย่างยากที่ใครจะได้พบเห็นกันง่ายๆเพราะไม่เคยแยแสสิ่งใดและไม่เคยสนใจใครรอยยิ้มที่งดงามในยามนี้ของกอหญ้าจึงมีเพียงแค่ครอบครัวและเพื่อนสนิทเท่านั้นที่มักจะได้เห็นจนชินตาและตอนนี้กอหญ้าก็เพิ่มภีมวัจน์เข้ามาเป็นคนสำคัญอีกคนที่จะได้เห็นรอยยิ้มหวานละมุนเช่นนี้ของเธอในทุกๆวันไปจนตลอดชีวิตของเขา“ขี้เซาจริงๆเลยนะพ่อคุณทูนหัว”กอหญ้ายื่นนิ้วไปจิ้มที่แก้มของภีมวัจน์เบาๆด้วยความเอ็นดูในยามที่ผู้ชายคนนี้หลับเขาก็แค่ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูไร้พิษสงแต่อย่าให้เขาตื่นขึ้นมาเชียวน้าฝีปากพ่อคมกริบพ่นมลพิษออกมาฆ่าคนตายได้ไม่แพ้เธอเลยทีเดียว หึ ผู้ชายแบบนี้แหละที่คู่ควรกับตำแหน่งสามีของเธอถึงเขาจะไม่ใช่ผู้ชายที่เก่งเรื่องการต่อสู้หรือสืบข่าวเรื่องราวของใครเธอก็ไม่ติดเพราะสิ่งที่พูดมานั้นเธอล้วนเก่งกาจไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่คอยพึ่งพาผู้ชายอยู่ฝ่ายเดียวและเธอก็หวังว่าตัวเองจะเป็นที่พึ่งพาให้ผู้ชายที่เป็นคนรักของเธอได้เช่นกันเธอรู้ดีว่าภายใต้ใบหน้าที่เย็นชาไร้รอยยิ้มนั้นซ่อนความ