สี่ทุ่มคืนวันเสาร์ถัดมา...
ร่างบางออกจากห้องน้ำมาด้วยชุดนอนเรียบร้อยพร้อมทั้งมาส์กแปะบนหน้า ตั้งใจนอนโดยไม่ทำอะไรแล้ว เพราะวันนี้เธอเข้าบริษัทกับเจ้านายที่เข้าไปตรวจเอกสารอนุมัติเร่งด่วนของแต่ละแผนก กว่าจะออกมาก็บ่ายแก่ แล้วโทรชวนญาดาไปดูหนังวันพรุ่งนี้ เพราะมั่นใจว่าพศินต้องพักหนึ่งวันแน่นอน
หลังจากทิ้งตัวลงนอน รอเวลามาส์กหน้าครบก็หยิบมือถือมาเปิดดูแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นว่ามีข้อความเข้ามาตอนเธออาบน้ำ กุลนารีแทบไม่อยากอ่านทว่าก็จำต้องเปิดข้อความของเจ้านาย
‘มาหาผมที่คอนโด’
ข้อความเข้ามาเมื่อราวยี่สิบนาที และเป็นครั้งแรกที่เธอถูกเรียกตัวในตอนกลางคืน แม้ว่าตอนนี้รถไฟฟ้ายังไม่ปิด แต่ก็เป็นเรื่องผิดปกติ ทว่าไม่มีเวลาคิดมาก กุลนารีรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปยังคอนโดของพศินให้เร็วที่สุดเพราะชายหนุ่มไม่ได้บอกกำหนดเวลา อาจหมายถึงให้เธอไปโดยเร็ว
‘ทำไมช้า คุณอยู่ไหนแล้ว’
เธอถูกตามด้วยข้อความอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถไฟฟ้ากุลนารีจึงพิมพ์ตอบกลับไป
‘ขอโทษค่ะ ดิฉันเห็นข้อความหลังอาบน้ำเสร็จน่ะค่ะ ตอนนี้กำลังจะขึ้นรถไฟฟ้าค่ะ’
‘เร็วหน่อยแล้วกัน’
หญิงสาวก้าวเร็วๆ แทบจะวิ่งเมื่อลงจากรถไฟฟ้ากระทั่งขึ้นไปถึงชั้นบนของห้องเจ้านาย เธอกดโทรหาชายหนุ่มตั้งแต่ยังไม่ถึงห้องเพื่อถามว่าจะให้เข้าไปได้เลยหรือไม่ หากอีกฝ่ายก็ไม่ได้รับสายทว่าประตูกลับเปิดออกมาแทน กุลนารีเหลือบมองก็เห็นว่าเป็นเจ้านายของตน
“มาสักที”
เสียงพึมพำไม่ดังนักพร้อมกับพศินคว้ามือเธอดึงเข้าห้อง ดันตัวให้มายืนเคียงข้าง แล้วกุลนารีก็รับรู้ได้ถึงแขนกำยำรัดวางโอบช่วงไหล่ของเธอ ร่างหนาในชุดเสื้อคลุมชิดด้านข้างตัว
คนที่ยังมึนงงอยู่ยืนตัวแข็งเกร็ง สมองเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ ภาพตรงหน้าเธอคือสาวร่างอวบอัดที่เจอกันอาทิตย์ที่แล้วยืนจับปมผ้าขนหนูอยู่ตรงหน้าห้องนอน สีหน้าถมึงทึงไม่พอใจ
“คนที่ผมนัดไว้มาแล้ว”
ใจดวงน้อยวูบไหวกับคำบอกที่ดังขึ้นใกล้ๆ เสียงเข้มให้ความรู้สึกหวิวอย่างบอกไม่ถูก แถมสิ่งที่ได้ยินก็ทำเอาความคิดในหัวราวสะดุดหน้าคว่ำหัวคะมำ จนไม่เข้าใจความหมายของชายหนุ่ม
“เบลคิดไม่ผิดเลย คุณกับแม่เลขานี่?”
สาวสวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่ดูออกว่าพยายามสะกดเอาไว้
“บอกไปแล้วนี่ว่าไม่มีเวลาให้คุณทั้งคืน”
สีหน้าเบญจวรรณแทบเก็บความรู้สึกไม่อยู่แล้ว หากเหมือนเจ้าตัวยังไม่ยอมแพ้
“ทีเวลาที่อยู่กับเบลคุณยังเรียกแม่มาเลยนี่คะ งั้นเบลก็น่าจะใช้เวลาของแม่นี่ได้”
“เงินที่จะจ่ายคุณอยู่ที่เลขาผม”
“คุณโอนให้เบลก็ได้ ไม่เห็นต้องเรียกใครมาเลย คุณทำเหมือนไล่ให้เบลไปเร็วๆ”
มาถึงตอนนี้กุลนารีคิดว่าเธอพอเข้าใจจุดประสงค์ที่เจ้านายเรียกตนเองทุกครั้งหลังจากที่เขาอยู่กับผู้หญิงแล้ว อุตส่าห์หลงคิดว่าเขาจัดการเรื่องผู้หญิงของตัวเองโดยเธอไม่ต้องวุ่นวาย ที่ไหนได้ เขาก็ใช้เธอเป็นเครื่องมือไล่สาวๆ เหล่านั้น
“ไม่ถึงเก็บไล่หรอก แต่เสร็จธุระแล้วก็แค่นั้น แล้ววันนี้ผมก็จ่ายคุณเรียบร้อย เพราะฉะนั้นคุณควรกลับได้แล้ว”
น้ำเสียงราบเรียบยังไม่ห่าง เรือนกายอุ่นยังไม่คลายไปไหน และกุลนารีก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกควบคุมมากกว่าโอบกอด
“คุณพศิน นี่คุณตั้งใจไล่เบลจริงเหรอคะ ทำไม? ในเมื่อคุณพอใจ...พอใจเซ็กส์ของเบล”
เบญจวรรณอึกอักเล็กน้อยหากก็โพล่งออกมาด้วยความคับข้องใจระคนขุ่นเคืองอย่างมาก เธอไม่เชื่อว่าชายหนุ่มจะไม่ติดใจเธอ ในเมื่อยอมต่อกับเธอตลอดแต่เขากลับตั้งใจไล่เธอกลายๆ เสมอ
“ก็พอใจ”
คราวนี้มือหนาขยับกุมตรงหัวไหล่เหมือนบังคับให้เธอเดินไปพร้อมร่างสูงกำยำขณะเอ่ย
“ไม่งั้นผมจะต่อกับคุณเหรอ แล้วช่วงหลังผมก็เรียกคุณมาคลายเครียดบ่อยๆ มันก็ชัดเจนแล้วว่าเซ็กส์คุณดีจริง”
“คุณ! นี่คุณเห็นเบลเป็นแค่ของเล่นคลายเครียดอย่างนั้นเหรอ”
“แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นอะไร”
กุลนารีต้องพยายามยกเท้าที่หนักอึ้งของตัวเองให้ตามชายหนุ่มให้ทัน แม้เขาจะเดินช้าแต่เธอแทบไม่อยากเดินเลย ใจหนึ่งก็นึกสงสารลูกผู้หญิงด้วยกันที่ต้องมาเจอกับเจ้านายผู้เย็นชาของเธอ หากอีกใจก็สงสารตัวเองที่ต้องมารับรู้และตอนนี้ยังก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องส่วนตัวของชายหนุ่มแล้ว
เธออยากเว้นระยะห่างมาตลอด ทว่าพศินกลับดึงเธอตกลงไปในหลุมปัญหาอย่างกะทันหันจนยากที่จะปีนขึ้นมาได้แล้ว เพราะดันกลายเป็นคู่ขาอีกคนของเจ้านายตัวเองไปเสียอย่างนั้น อย่างน้อยก็ในสายตาของเบญจวรรณ
=====
เอ่อ ทำไมหาเรื่องให้เลขาแบบนี้ล่ะคะเจ้านาย ^-^"
“อ๊าย!! คุณพศิน!”“คุณไม่พอใจเรื่องอะไร ผมว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วตั้งแต่ต้นนะ ว่าแค่ใช้เวลาสนุกด้วยกัน”พศินยังคงใช้น้ำเสียงโทนเดิมไม่เปลี่ยน ทว่ากุลนารีรับรู้ได้ว่าเจ้านายของตนเริ่มไม่พอใจเพราะลมหายใจชายหนุ่มแรงขึ้น“คุณเห็นเบลเป็นอีตัว!”“เอ่อ คุณ...”“แกไม่เกี่ยว หุบปากไปเลย”เบญจวรรณโพล่งขึ้นในทันทีที่เธอเอ่ย“คุณเองก็ควรเลิกเสียงดังแล้วกลับเสีย”ชายหนุ่มตัดบทพร้อมกับพาเธอเดินตรงไปเผชิญหน้ากับหญิงสาวอีกคน“กุลนารีเข้าไปเอาเสื้อผ้าออกมาให้เธอ”คนถูกสั่งเลี่ยงหลบสาวสวยร่างอวบอัดที่ยืนหน้าประตูเข้าไป ขณะที่เจ้าตัวมองตามเธอแล้วหันไปกลับไปมองชายหนุ่ม“คุณพศินคะ เบล...”สายตาคู่คมเข้มที่มองมาทำให้เบญจวรรณตระหนักได้ว่าตัวเองพลาดไปแล้ว“พรุ่งนี้ผมจะโอนเงินเพิ่มให้ ขอบใจสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา”“ไม่นะคะ อย่าเพิ่งตัดรอนเบลสิคะคุณพศิน”หญิงสาวพยายามจะคว้ามือเขาแต่ชายหนุ่มถอยออกอย่างไม่ต้องการให้แตะต้องตัว เป็นเวลาเดียวกับที่กุลนารีกลับออกมาพอดี“แล้วก็ อย่ามาดักรอผมหน้าห้องแบบวันนี้อีก”เบญจวรรณส่ายหน้า ใบหน้าสวยไม่มีน้ำตาแต่เจ้าตัวก็พยายามแสดงสีหน้าชัดเจนว่าเสียใจ“เบลไม่มารอก็ได้ แต่คุณอย่า
กุลนารีดูเวลาที่มือถือของตนหลังจากวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ เธอรู้ว่าเจ้านายเพิ่งเข้าไปอาบน้ำหลังจากคู่ขาของเขากลับไปแล้ว ที่ชายหนุ่มให้เธอเข้ามาเตรียมเอกสารในห้องทานของเขาก่อนก็เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้านั่นเอง“ห้าทุ่มครึ่งแล้วเหรอเนี่ย”พึมพำกับตัวเองแล้วก็อดกังวลไม่ได้ว่าตนจะได้กลับบ้านเมื่อไร พศินให้ชงกาแฟเท่ากับเขาจะดูเอกสารจริงๆ อาจดูจนเสร็จ ชายหนุ่มมักทำงานแบบยิงยาวที่ทำงานบ่อยครั้ง ทว่าที่คอนโดเธอไม่เคยต้องอยู่กับเจ้านายดึกดื่น“คุณต้องลำบากเรื่องเบญจวรรณเยอะเลย”ร่างบางถึงกับสะดุ้งที่อยู่ๆ เสียงเข้มก็ดังด้านหลัง พศินมักขยับตัวรวดเร็วไม่ค่อยมีเสียงให้รู้สึกตัวเท่าไร สำหรับกุลนารีที่อยู่ด้วยกันมานานถือว่าค่อนข้างชิน แต่บางครั้งเธอคิดเรื่องอื่นอยู่ก็มีอาการบ้างนิดหน่อย“เธอเข้าใจผิด ก็เขม่นเป็นธรรมดาตามประสาผู้หญิงค่ะ”กุลนารีบอกอย่างพยายามทำใจ ไม่อาจเอ่ยไปตรงๆ ได้ว่าเพราะชายหนุ่มใช้คำพูดให้ดูกำกวม“ส่วนหนึ่งก็เพราะผมด้วย”อีกฝ่ายยอมรับพร้อมก้าวเข้ามาในห้อง หญิงสาวเองก็แปลกใจไม่น้อยที่เขาออกตัวมาง่ายๆ อย่างนี้“เขาอยู่คอนโดนี้ แล้วก็มาดักรอผม เขาควรรู้ว่าไม่ใช่อยากเจอผมเมื่อไรก็มาได้ตาม
เธอกำลังฝัน...กุลนารีรู้สึกเหมือนลอยอยู่กลางปุยเมฆ ทั้งอบอุ่นทั้งนุ่มนวล แทบไม่อยากตื่น เธอยิ้มมีความสุขทิ้งตัวลงนอนสบายอารมณ์ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งโน้มหน้าลงมาหา เขาหล่อมาก แม้ในมโนสำนึกจะไม่สามารถบรรยายรูปหน้าได้แต่บอกได้ว่าหล่อแน่นอนผู้ชายในฝันย่อมต้องสมบูรณ์แบบอยู่แล้วคนอยู่ในภวังค์ความฝันขยับหน้าเงยขึ้นโดยอัตโนมัติ เผยอริมฝีปากปากตนเองแตะกับปากได้รูปแสนดึงดูดใจทว่าสัมผัสหนักแน่นอุ่นวาบที่รับรู้ได้บนริมฝีปากตน กับไอระอุที่โอบล้อมรอบตัวทำให้ความเป็นจริงเข้าโจมตีกุลนารีในทันใด เปลือกตาบางเปิดขึ้นแล้วก็เห็นดวงตาคู่คมดุในระยะประชิด เธอตัวแข็งราวเป็นหินอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะผละออกห่าง ทำให้รู้ว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงแล้ว แขนสองข้างโอบกอดลำคอแกร่งของเจ้านายหนุ่ม“เอ่อ...ขอ...โทษค่ะ”แขนเรียวเสลารีบลดลง วางสีหน้าไม่ถูกจนต้องหลบสายตาอีกฝ่าย หน้าร้อนราวกับไหม้ ไม่แน่ใจว่าอับอายการกระทำของตนหรือเพราะดวงตาคู่คมที่จ้องไม่ลดละด้วยแววตาที่เดาไม่ออกชั่วอึดใจชายหนุ่มก็ปล่อยตัวเธอ เหมือนเขาจะอุ้มเธอมายังเตียงแล้วเพิ่งวางลง และเธอดันขยับหน้าขึ้นไปหาเขาเข้า“เห็นคุณหลับที่โซฟา กลัวจะเมื่อย”“ขอบคุ
เสียงข้อความเข้าทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงบิดขี้เกียจ เธอรู้สึกตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้วในเวลาปกติที่ต้องไปทำงาน แต่เมื่อเป็นวันหยุดหญิงสาวก็อยากนอนต่อ แต่เสียงมือถือที่ดังขึ้นซ้ำทำให้เจ้าตัวหงุดหงิดจึงคว้ามาดูอย่างเซ็ง ๆ ทว่าเห็นชื่อบนข้อความแล้วร่างบางก็เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง‘เอาเงินสดมาที่คอนโดผมก่อน 11.00’เมื่อกดเข้าไปอ่านข้อความของเจ้านายแล้วก็ทำให้เธอต้องอ่านข้อความที่ถูกส่งมาก่อนหน้า ซึ่งเป็นแจ้งเงินเข้าบัญชีจากธนาคาร“สามหมื่น”หญิงสาวถอนหายใจแล้วบ่นอุบอิบ“ไม่พกเงินติดตัว พกเช็คบ้างก็ดีนะคะเจ้านาย”แม้จะขัดเคืองใจหากก็รีบก้าวลงจากเตียงเพื่อไปทำหน้าที่เลขาส่วนตัวผู้ถูกเรียกใช้ได้ตลอดเวลาเจ้าของร่างบางที่กำลังกดเงินหน้าตู้เอทีเอ็มมองซ้ายมองขวาดอย่างหวาดระแวง ไม่อยากให้ใครรู้เห็นว่าตนกดเงินค่อนข้างเยอะ เมื่อเงินออกมาก็รีบเอากระเป๋าจ่อใกล้ๆ เพื่อหยิบใส่โดยเร็วที่สุด แม้จะกังวลแต่มันช่วยไม่ได้ในเมื่อไม่มีเวลาไปถอนเงินที่ธนาคารหญิงสาวรีบออกจากบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อใกล้คอนโดไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีซึ่งอยู่ไม่ห่างนัก เธอมีรถแต่ใช้รถไฟฟ้าสะดวกกว่าเพราะคอนโดเจ้านายหนุ่มอยู่ติดรถไฟฟ้าเหมือนก
“อ๊ะ...”มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองก่อนจะหลุดเสียงอุทานออกมาพร้อมก้าวถอยหลัง ตาเธอเหลือบไปสบกับดวงตาคู่คมเข้มเข้าพอดี ขณะที่เสียงแว้ดดังขึ้น“อ้าย! เข้ามาได้ยังไง นังบ้า!”ขาเรียวก้าวถอยหลังอย่างไม่เป็นกระบวน ผลุนผลันหันกลับออกประตูมาแล้วรีบปิดลงราวหนีซอมบี้ แผ่นหลังบางทิ้งพิงผนังพร้อมลมหายใจหอบกระชั้นนอกเหนือจากตกใจแล้วเธอยังหน้าร้อนผ่าวราวขัดเขิน เขินหรือ? ไม่หรอก จะเขินทำไมเธอไม่ใช่คนที่นั่งอยู่บนตักเจ้าของร่างสูงนั่นสักหน่อยกุลนารีพยายามหลับตาลงระงับอาการอกสั่นขวัญแขวนระคนอายของตน ทว่าสายตาคมดุกลับวาบขึ้นมาในมโนสำนึก คิ้วเรียวสวยขมวดก่อนจะลืมตาแววตาเจ้านายสื่อถึงอะไรกันแน่?เธอยืนนิ่งรอคอยอยู่หน้าห้อง ในเมื่อถูกสั่งให้มา แต่มาถึงในเวลาไม่เหมาะไม่ควรก็ยังไม่อาจไปไหนได้ แม้ไม่รู้ว่าธุระส่วนตัวของชายหนุ่มจะเสร็จเมื่อไรกุลนารีก็ไม่กล้าเสี่ยงขัดคำสั่งหญิงสาวไม่ได้กลัว ทำงานร่วมกันมานานจนเลยจุดกลัวมาแล้ว ทว่าไม่คิดขัดคำสั่งอีกฝ่าย เพื่องานที่มั่นคงทำให้กุลนารีไม่เคยปริปากบ่นหรือแสดงความไม่พอใจเมื่อเจ้านายหนุ่มเรียกหา ตอนรับหน้าที่เลขาเต็มตัวใหม่ๆ เจ้านายอย่างพศินตั้งแง่กับเธอด้วยความไ
เสียงประตูเปิดออกทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวจากภวังค์ความหลัง หันไปก็เห็นร่างสูงของเจ้านายใส่เสื้อคลุมยืนเท้าขอบประตู เธอจึงรีบก้มหน้าลงและเอ่ยขึ้นทันที“ขอโทษค่ะเจ้านาย”“เรื่องอะไร”เสียงเข้มถามห้วนๆ เธอจึงเงยหน้าขึ้น ทว่าก็ไม่กล้าสบตาคู่คมดุนัก เธอไม่เคยทำงานพลาด ครั้งนี้มาถึงในตอนที่ชายหนุ่มยังทำกิจกรรมส่วนตัวอยู่เกรงว่าอีกฝ่ายจะตำหนิได้“ดิฉันมาเร็ว...”“ก็ตรงเวลานี่ เข้ามาเถอะ”ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบแล้วหันหลังกลับเข้าห้อง ทำไมเธอต้องก้าวตาม แม้จะแปลกใจที่เจ้านายดูเฉยๆ หากก็นึกโล่งใจที่เขาไม่ติดใจเอาความกับการที่ตนมาขัดความสุขหลายปีที่ทำงานในหน้าที่นี้กุลนารีกังวลเพียงเรื่องส่วนตัวของเจ้านายหนุ่ม จึงพยายามไม่ยุ่มย่ามอยากรู้อยากเห็น ปิดหูปิดตา วางตัวอย่างเลขามืออาชีพทั้งที่ในใจไม่ได้อยากรับรู้เรื่องแบบนี้เลย ทว่ามันก็เป็นความกดดันในใจของเธอไปแล้ว“คุณรับเงินกับเลขาผมแล้วก็กลับได้เลย”พศินบอกกับหญิงสาวที่มีผ้าขนหนูพันตัวลวกๆ และยังนั่งอยู่บนโซฟา จบประโยคร่างสูงกำยำก็เดินเข้าห้องนอนไปไฟภายในนี้ถูกเปิดขึ้นมาแล้ว กุลนารีเห็นหน้าสาวรูปร่างอวบอัดชัดเจนว่าเป็นคู่ขาคนล่าสุดของเจ้านายที่ได้เจอ
เธอไม่อยากนั่งรอตรงโซฟาที่ได้เห็นพวกเขาทำกิจกรรมอย่างว่าเต็มตา ด้วยรู้สึกนั่งไม่ลง อึดอัดขัดเขินแปลกๆ กุลนารีจึงพาตัวเองเข้าไปในห้องครัวจัดการเก็บล้างสิ่งที่อยู่ในนั้นรอเจ้านายของตน ซึ่งเธอก็ทำอยู่บ่อยครั้งเมื่อถูกเรียกให้มายังคอนโดของชายหนุ่มทว่านี่เป็นครั้งแรกที่เปิดเข้ามาแล้วเจอโป๊ะแตกเข้า โดยมากพศินจะทำกิจกรรมส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว หรือไม่ก็ยังอยู่ในห้องนอนซึ่งเธอพอรับรู้ได้จากเสียง นั่นก็นับว่าน่าขนลุกพอแล้ว แต่ครั้งนี้ทำเอาหัวใจแทบวายจริงๆ แถมภาพนั้นยังติดตาอยู่เลย ให้ตายสิ!“จองโต๊ะแล้วใช่ไหม”เสียงเข้มเรียบๆ ดังขึ้น กุลนารีลมหายใจสะดุด ใจกระตุกวูบ หากก็พยายามปรับสีหน้าของตนให้เรียบเฉยแล้วหันไปยังชายหนุ่ม“ค่ะ”“คุณไม่ต้องทำก็ได้ เดี๋ยวแม่บ้านก็มาแล้ว”เจ้าของร่างสูงยืนกอดอกพิงขอบประตูมองเธอด้วยแววตาคมดุเช่นเดิมเหมือนทุกวัน ทว่ากุลนารีกลับรู้สึกว่าตนเองหน้าร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น“เสร็จแล้วล่ะค่ะ”เธอบอกพร้อมล้างมือเรียบร้อย ซับน้ำกับผ้าเช็ดมือเสร็จก็เดินไปหยิบกระเป๋าของตนที่โต๊ะกินข้าวชายหนุ่มขยับตัวเดินนำไปก่อนเป็นเวลาเดียวกับที่สาวสวยร่างอวบออกจากห้องน้ำมาพอดี“เบลขอไปทานข้า
“ตบเลยเหรอ”เพื่อนสาวคนสนิทอุทานเสียงเบา ตาโตที่โตอยู่แล้วยิ่งขยายขึ้นขณะที่กุลนารีตักข้าวกลางวันเข้าปากอย่างเซ็งๆ ความจริงก็ไม่ได้อยากบอกเล่าเรื่องส่วนตัวของเจ้านายให้เพื่อนฟัง แต่อีกฝ่ายสังเกตว่าเธอแต่งหน้าหนาแถมสีบรัชออนแจ่มชัดอย่างที่ไม่เคยแต่งมาก่อน แล้วตนดันหลุดปากว่า ‘โดนตบ’ ก็เลยถูกซักไซ้ จึงจำต้องพูดในบางส่วนว่า บังเอิญไปเร็วขัดกิจกรรมเข้าจังหวะทำให้คู่ควงของเจ้านายไม่พอใจ“ดูแรงเนาะ คุณพศินไม่น่าชอบผู้หญิงแรงๆ”เธอพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของญาดา“ไม่ใช่แค่นิสัยแรงหรอก ร้อนแรงไม่เบาด้วย”พูดแล้วเจ้าตัวก็ยักไหล่อย่างไม่แปลกใจว่าทำไมถูกใจเจ้านายของตน เพื่อนสาวที่มองอยู่ถึงกับหลุดขำ“ถึงขนาดไปรู้เห็นว่าเขาร้อนแรงนี่มันน่าสยองยังไงๆ อยู่นะ”คนพูดทำหน้าหวาดหวั่นกุลนารีเองก็หน้าม่อยไปเช่นกัน หากก็ไม่ได้บอกรายละเอียดกับเพื่อน แต่ที่เธอคาดการณ์ว่าสาวอวบอัดต้องร้อนแรงไม่ธรรมดาเพราะตั้งแต่คบกับคนนี้ เจ้านายของเธอใช้เวลากับอีกฝ่ายนานทุกครั้ง เธอมักไปถึงโดยที่ทั้งคู่ยังมีความสุขอยู่ในห้องเสมอ ยอมรับว่าแอบหวั่นใจกับสิ่งที่ต้องรับรู้เมื่อถูกเรียกไปคอนโดชายหนุ่ม ทว่าก็ปฏิเสธงานไม่ได้“ไม่เ
เธอกำลังฝัน...กุลนารีรู้สึกเหมือนลอยอยู่กลางปุยเมฆ ทั้งอบอุ่นทั้งนุ่มนวล แทบไม่อยากตื่น เธอยิ้มมีความสุขทิ้งตัวลงนอนสบายอารมณ์ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งโน้มหน้าลงมาหา เขาหล่อมาก แม้ในมโนสำนึกจะไม่สามารถบรรยายรูปหน้าได้แต่บอกได้ว่าหล่อแน่นอนผู้ชายในฝันย่อมต้องสมบูรณ์แบบอยู่แล้วคนอยู่ในภวังค์ความฝันขยับหน้าเงยขึ้นโดยอัตโนมัติ เผยอริมฝีปากปากตนเองแตะกับปากได้รูปแสนดึงดูดใจทว่าสัมผัสหนักแน่นอุ่นวาบที่รับรู้ได้บนริมฝีปากตน กับไอระอุที่โอบล้อมรอบตัวทำให้ความเป็นจริงเข้าโจมตีกุลนารีในทันใด เปลือกตาบางเปิดขึ้นแล้วก็เห็นดวงตาคู่คมดุในระยะประชิด เธอตัวแข็งราวเป็นหินอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะผละออกห่าง ทำให้รู้ว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงแล้ว แขนสองข้างโอบกอดลำคอแกร่งของเจ้านายหนุ่ม“เอ่อ...ขอ...โทษค่ะ”แขนเรียวเสลารีบลดลง วางสีหน้าไม่ถูกจนต้องหลบสายตาอีกฝ่าย หน้าร้อนราวกับไหม้ ไม่แน่ใจว่าอับอายการกระทำของตนหรือเพราะดวงตาคู่คมที่จ้องไม่ลดละด้วยแววตาที่เดาไม่ออกชั่วอึดใจชายหนุ่มก็ปล่อยตัวเธอ เหมือนเขาจะอุ้มเธอมายังเตียงแล้วเพิ่งวางลง และเธอดันขยับหน้าขึ้นไปหาเขาเข้า“เห็นคุณหลับที่โซฟา กลัวจะเมื่อย”“ขอบคุ
กุลนารีดูเวลาที่มือถือของตนหลังจากวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ เธอรู้ว่าเจ้านายเพิ่งเข้าไปอาบน้ำหลังจากคู่ขาของเขากลับไปแล้ว ที่ชายหนุ่มให้เธอเข้ามาเตรียมเอกสารในห้องทานของเขาก่อนก็เพื่อเลี่ยงการเผชิญหน้านั่นเอง“ห้าทุ่มครึ่งแล้วเหรอเนี่ย”พึมพำกับตัวเองแล้วก็อดกังวลไม่ได้ว่าตนจะได้กลับบ้านเมื่อไร พศินให้ชงกาแฟเท่ากับเขาจะดูเอกสารจริงๆ อาจดูจนเสร็จ ชายหนุ่มมักทำงานแบบยิงยาวที่ทำงานบ่อยครั้ง ทว่าที่คอนโดเธอไม่เคยต้องอยู่กับเจ้านายดึกดื่น“คุณต้องลำบากเรื่องเบญจวรรณเยอะเลย”ร่างบางถึงกับสะดุ้งที่อยู่ๆ เสียงเข้มก็ดังด้านหลัง พศินมักขยับตัวรวดเร็วไม่ค่อยมีเสียงให้รู้สึกตัวเท่าไร สำหรับกุลนารีที่อยู่ด้วยกันมานานถือว่าค่อนข้างชิน แต่บางครั้งเธอคิดเรื่องอื่นอยู่ก็มีอาการบ้างนิดหน่อย“เธอเข้าใจผิด ก็เขม่นเป็นธรรมดาตามประสาผู้หญิงค่ะ”กุลนารีบอกอย่างพยายามทำใจ ไม่อาจเอ่ยไปตรงๆ ได้ว่าเพราะชายหนุ่มใช้คำพูดให้ดูกำกวม“ส่วนหนึ่งก็เพราะผมด้วย”อีกฝ่ายยอมรับพร้อมก้าวเข้ามาในห้อง หญิงสาวเองก็แปลกใจไม่น้อยที่เขาออกตัวมาง่ายๆ อย่างนี้“เขาอยู่คอนโดนี้ แล้วก็มาดักรอผม เขาควรรู้ว่าไม่ใช่อยากเจอผมเมื่อไรก็มาได้ตาม
“อ๊าย!! คุณพศิน!”“คุณไม่พอใจเรื่องอะไร ผมว่าเราคุยกันเข้าใจแล้วตั้งแต่ต้นนะ ว่าแค่ใช้เวลาสนุกด้วยกัน”พศินยังคงใช้น้ำเสียงโทนเดิมไม่เปลี่ยน ทว่ากุลนารีรับรู้ได้ว่าเจ้านายของตนเริ่มไม่พอใจเพราะลมหายใจชายหนุ่มแรงขึ้น“คุณเห็นเบลเป็นอีตัว!”“เอ่อ คุณ...”“แกไม่เกี่ยว หุบปากไปเลย”เบญจวรรณโพล่งขึ้นในทันทีที่เธอเอ่ย“คุณเองก็ควรเลิกเสียงดังแล้วกลับเสีย”ชายหนุ่มตัดบทพร้อมกับพาเธอเดินตรงไปเผชิญหน้ากับหญิงสาวอีกคน“กุลนารีเข้าไปเอาเสื้อผ้าออกมาให้เธอ”คนถูกสั่งเลี่ยงหลบสาวสวยร่างอวบอัดที่ยืนหน้าประตูเข้าไป ขณะที่เจ้าตัวมองตามเธอแล้วหันไปกลับไปมองชายหนุ่ม“คุณพศินคะ เบล...”สายตาคู่คมเข้มที่มองมาทำให้เบญจวรรณตระหนักได้ว่าตัวเองพลาดไปแล้ว“พรุ่งนี้ผมจะโอนเงินเพิ่มให้ ขอบใจสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา”“ไม่นะคะ อย่าเพิ่งตัดรอนเบลสิคะคุณพศิน”หญิงสาวพยายามจะคว้ามือเขาแต่ชายหนุ่มถอยออกอย่างไม่ต้องการให้แตะต้องตัว เป็นเวลาเดียวกับที่กุลนารีกลับออกมาพอดี“แล้วก็ อย่ามาดักรอผมหน้าห้องแบบวันนี้อีก”เบญจวรรณส่ายหน้า ใบหน้าสวยไม่มีน้ำตาแต่เจ้าตัวก็พยายามแสดงสีหน้าชัดเจนว่าเสียใจ“เบลไม่มารอก็ได้ แต่คุณอย่า
สี่ทุ่มคืนวันเสาร์ถัดมา...ร่างบางออกจากห้องน้ำมาด้วยชุดนอนเรียบร้อยพร้อมทั้งมาส์กแปะบนหน้า ตั้งใจนอนโดยไม่ทำอะไรแล้ว เพราะวันนี้เธอเข้าบริษัทกับเจ้านายที่เข้าไปตรวจเอกสารอนุมัติเร่งด่วนของแต่ละแผนก กว่าจะออกมาก็บ่ายแก่ แล้วโทรชวนญาดาไปดูหนังวันพรุ่งนี้ เพราะมั่นใจว่าพศินต้องพักหนึ่งวันแน่นอนหลังจากทิ้งตัวลงนอน รอเวลามาส์กหน้าครบก็หยิบมือถือมาเปิดดูแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นว่ามีข้อความเข้ามาตอนเธออาบน้ำ กุลนารีแทบไม่อยากอ่านทว่าก็จำต้องเปิดข้อความของเจ้านาย‘มาหาผมที่คอนโด’ข้อความเข้ามาเมื่อราวยี่สิบนาที และเป็นครั้งแรกที่เธอถูกเรียกตัวในตอนกลางคืน แม้ว่าตอนนี้รถไฟฟ้ายังไม่ปิด แต่ก็เป็นเรื่องผิดปกติ ทว่าไม่มีเวลาคิดมาก กุลนารีรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปยังคอนโดของพศินให้เร็วที่สุดเพราะชายหนุ่มไม่ได้บอกกำหนดเวลา อาจหมายถึงให้เธอไปโดยเร็ว‘ทำไมช้า คุณอยู่ไหนแล้ว’เธอถูกตามด้วยข้อความอีกครั้งก่อนจะขึ้นรถไฟฟ้ากุลนารีจึงพิมพ์ตอบกลับไป‘ขอโทษค่ะ ดิฉันเห็นข้อความหลังอาบน้ำเสร็จน่ะค่ะ ตอนนี้กำลังจะขึ้นรถไฟฟ้าค่ะ’‘เร็วหน่อยแล้วกัน’หญิงสาวก้าวเร็วๆ แทบจะวิ่งเมื่อลงจากรถไฟฟ้ากระทั่งขึ้นไปถึ
“แก้ม”ร่างบางที่กำลังก้าวฉับๆ เพื่อกลับไปยังโต๊ะทำงานช่วงบ่ายหลังพักเที่ยงหยุดก่อนจะหันตามเสียงเรียก แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนที่กำลังเดินเข้ามาหาตน“แก้มจริงๆ ด้วย กลัวจะทักคนผิดอยู่เหมือนกันนะเนี่ย”อีกฝ่ายออกมาประตูห้องประชุม ซึ่งเธอรู้ว่าทีมออกแบบจะเข้าประชุมกับเจ้านายของตนในบ่ายนี้ กุลนารีคิดอยู่ชั่วแวบก็เอ่ยถาม“พี่ยุเพิ่งมาทำงานที่นี่เหรอ”“ใช่ เพิ่งเริ่มงานได้สองอาทิตย์ ไม่รู้นะเนี่ยว่าแก้มทำงานที่นี่”“ทำมาตั้งแต่เรียนจบน่ะ”“หือ งั้นพี่ต้องขอคำปรึกษารุ่นพี่อย่างแก้มแล้วล่ะ”“แก้มไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องออกแบบหรอกค่ะ”เธอบอกไปพร้อมยิ้มบาง“ก็ถามเรื่องทั่วๆ ไป ระบบภายใน หรือไปกินข้าวกันบ้างอะไรงี้”อีกฝ่ายบอกกว้างๆขณะที่กุลนารีมองคนที่ไม่เจอกันมานับแต่อีกฝ่ายเรียนจบมหาวิทยาลัยด้วยความรู้สึกแปลกๆ ทั้งอึ้งทั้งดีใจ หากก็อึดอัดขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก คาดว่าศตายุน่าจะถูกดึงตัวมา จำได้ว่าหัวหน้าฝ่ายออกแบบกับพริษฐ์เข้ามาขออนุมัติคนกับเจ้านายตน เนื่องจากบริษัทเพิ่งลดคนคัดคนออก วางระบบภายในใหม่ทั้งหมด ใช้คนน้อยลงแต่ทักษะความสามารถของบุคคลต้องหลากหลายมากขึ้น ใครรับระบบใหม่ไม่ได้และพร้
“ตบเลยเหรอ”เพื่อนสาวคนสนิทอุทานเสียงเบา ตาโตที่โตอยู่แล้วยิ่งขยายขึ้นขณะที่กุลนารีตักข้าวกลางวันเข้าปากอย่างเซ็งๆ ความจริงก็ไม่ได้อยากบอกเล่าเรื่องส่วนตัวของเจ้านายให้เพื่อนฟัง แต่อีกฝ่ายสังเกตว่าเธอแต่งหน้าหนาแถมสีบรัชออนแจ่มชัดอย่างที่ไม่เคยแต่งมาก่อน แล้วตนดันหลุดปากว่า ‘โดนตบ’ ก็เลยถูกซักไซ้ จึงจำต้องพูดในบางส่วนว่า บังเอิญไปเร็วขัดกิจกรรมเข้าจังหวะทำให้คู่ควงของเจ้านายไม่พอใจ“ดูแรงเนาะ คุณพศินไม่น่าชอบผู้หญิงแรงๆ”เธอพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของญาดา“ไม่ใช่แค่นิสัยแรงหรอก ร้อนแรงไม่เบาด้วย”พูดแล้วเจ้าตัวก็ยักไหล่อย่างไม่แปลกใจว่าทำไมถูกใจเจ้านายของตน เพื่อนสาวที่มองอยู่ถึงกับหลุดขำ“ถึงขนาดไปรู้เห็นว่าเขาร้อนแรงนี่มันน่าสยองยังไงๆ อยู่นะ”คนพูดทำหน้าหวาดหวั่นกุลนารีเองก็หน้าม่อยไปเช่นกัน หากก็ไม่ได้บอกรายละเอียดกับเพื่อน แต่ที่เธอคาดการณ์ว่าสาวอวบอัดต้องร้อนแรงไม่ธรรมดาเพราะตั้งแต่คบกับคนนี้ เจ้านายของเธอใช้เวลากับอีกฝ่ายนานทุกครั้ง เธอมักไปถึงโดยที่ทั้งคู่ยังมีความสุขอยู่ในห้องเสมอ ยอมรับว่าแอบหวั่นใจกับสิ่งที่ต้องรับรู้เมื่อถูกเรียกไปคอนโดชายหนุ่ม ทว่าก็ปฏิเสธงานไม่ได้“ไม่เ
เธอไม่อยากนั่งรอตรงโซฟาที่ได้เห็นพวกเขาทำกิจกรรมอย่างว่าเต็มตา ด้วยรู้สึกนั่งไม่ลง อึดอัดขัดเขินแปลกๆ กุลนารีจึงพาตัวเองเข้าไปในห้องครัวจัดการเก็บล้างสิ่งที่อยู่ในนั้นรอเจ้านายของตน ซึ่งเธอก็ทำอยู่บ่อยครั้งเมื่อถูกเรียกให้มายังคอนโดของชายหนุ่มทว่านี่เป็นครั้งแรกที่เปิดเข้ามาแล้วเจอโป๊ะแตกเข้า โดยมากพศินจะทำกิจกรรมส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว หรือไม่ก็ยังอยู่ในห้องนอนซึ่งเธอพอรับรู้ได้จากเสียง นั่นก็นับว่าน่าขนลุกพอแล้ว แต่ครั้งนี้ทำเอาหัวใจแทบวายจริงๆ แถมภาพนั้นยังติดตาอยู่เลย ให้ตายสิ!“จองโต๊ะแล้วใช่ไหม”เสียงเข้มเรียบๆ ดังขึ้น กุลนารีลมหายใจสะดุด ใจกระตุกวูบ หากก็พยายามปรับสีหน้าของตนให้เรียบเฉยแล้วหันไปยังชายหนุ่ม“ค่ะ”“คุณไม่ต้องทำก็ได้ เดี๋ยวแม่บ้านก็มาแล้ว”เจ้าของร่างสูงยืนกอดอกพิงขอบประตูมองเธอด้วยแววตาคมดุเช่นเดิมเหมือนทุกวัน ทว่ากุลนารีกลับรู้สึกว่าตนเองหน้าร้อนขึ้นมาเสียอย่างนั้น“เสร็จแล้วล่ะค่ะ”เธอบอกพร้อมล้างมือเรียบร้อย ซับน้ำกับผ้าเช็ดมือเสร็จก็เดินไปหยิบกระเป๋าของตนที่โต๊ะกินข้าวชายหนุ่มขยับตัวเดินนำไปก่อนเป็นเวลาเดียวกับที่สาวสวยร่างอวบออกจากห้องน้ำมาพอดี“เบลขอไปทานข้า
เสียงประตูเปิดออกทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวจากภวังค์ความหลัง หันไปก็เห็นร่างสูงของเจ้านายใส่เสื้อคลุมยืนเท้าขอบประตู เธอจึงรีบก้มหน้าลงและเอ่ยขึ้นทันที“ขอโทษค่ะเจ้านาย”“เรื่องอะไร”เสียงเข้มถามห้วนๆ เธอจึงเงยหน้าขึ้น ทว่าก็ไม่กล้าสบตาคู่คมดุนัก เธอไม่เคยทำงานพลาด ครั้งนี้มาถึงในตอนที่ชายหนุ่มยังทำกิจกรรมส่วนตัวอยู่เกรงว่าอีกฝ่ายจะตำหนิได้“ดิฉันมาเร็ว...”“ก็ตรงเวลานี่ เข้ามาเถอะ”ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบแล้วหันหลังกลับเข้าห้อง ทำไมเธอต้องก้าวตาม แม้จะแปลกใจที่เจ้านายดูเฉยๆ หากก็นึกโล่งใจที่เขาไม่ติดใจเอาความกับการที่ตนมาขัดความสุขหลายปีที่ทำงานในหน้าที่นี้กุลนารีกังวลเพียงเรื่องส่วนตัวของเจ้านายหนุ่ม จึงพยายามไม่ยุ่มย่ามอยากรู้อยากเห็น ปิดหูปิดตา วางตัวอย่างเลขามืออาชีพทั้งที่ในใจไม่ได้อยากรับรู้เรื่องแบบนี้เลย ทว่ามันก็เป็นความกดดันในใจของเธอไปแล้ว“คุณรับเงินกับเลขาผมแล้วก็กลับได้เลย”พศินบอกกับหญิงสาวที่มีผ้าขนหนูพันตัวลวกๆ และยังนั่งอยู่บนโซฟา จบประโยคร่างสูงกำยำก็เดินเข้าห้องนอนไปไฟภายในนี้ถูกเปิดขึ้นมาแล้ว กุลนารีเห็นหน้าสาวรูปร่างอวบอัดชัดเจนว่าเป็นคู่ขาคนล่าสุดของเจ้านายที่ได้เจอ
“อ๊ะ...”มือบางยกขึ้นปิดปากตัวเองก่อนจะหลุดเสียงอุทานออกมาพร้อมก้าวถอยหลัง ตาเธอเหลือบไปสบกับดวงตาคู่คมเข้มเข้าพอดี ขณะที่เสียงแว้ดดังขึ้น“อ้าย! เข้ามาได้ยังไง นังบ้า!”ขาเรียวก้าวถอยหลังอย่างไม่เป็นกระบวน ผลุนผลันหันกลับออกประตูมาแล้วรีบปิดลงราวหนีซอมบี้ แผ่นหลังบางทิ้งพิงผนังพร้อมลมหายใจหอบกระชั้นนอกเหนือจากตกใจแล้วเธอยังหน้าร้อนผ่าวราวขัดเขิน เขินหรือ? ไม่หรอก จะเขินทำไมเธอไม่ใช่คนที่นั่งอยู่บนตักเจ้าของร่างสูงนั่นสักหน่อยกุลนารีพยายามหลับตาลงระงับอาการอกสั่นขวัญแขวนระคนอายของตน ทว่าสายตาคมดุกลับวาบขึ้นมาในมโนสำนึก คิ้วเรียวสวยขมวดก่อนจะลืมตาแววตาเจ้านายสื่อถึงอะไรกันแน่?เธอยืนนิ่งรอคอยอยู่หน้าห้อง ในเมื่อถูกสั่งให้มา แต่มาถึงในเวลาไม่เหมาะไม่ควรก็ยังไม่อาจไปไหนได้ แม้ไม่รู้ว่าธุระส่วนตัวของชายหนุ่มจะเสร็จเมื่อไรกุลนารีก็ไม่กล้าเสี่ยงขัดคำสั่งหญิงสาวไม่ได้กลัว ทำงานร่วมกันมานานจนเลยจุดกลัวมาแล้ว ทว่าไม่คิดขัดคำสั่งอีกฝ่าย เพื่องานที่มั่นคงทำให้กุลนารีไม่เคยปริปากบ่นหรือแสดงความไม่พอใจเมื่อเจ้านายหนุ่มเรียกหา ตอนรับหน้าที่เลขาเต็มตัวใหม่ๆ เจ้านายอย่างพศินตั้งแง่กับเธอด้วยความไ