ตลอด 9 ปีที่มานี่ ตั้งแต่เขารู้ความจริงเรื่องสัญญาสลักหลังของคุณปู่กับเพื่อนรักและเหตุผลของลูกชายทั้ง 2 ครอบครัวที่ออกไปจัดตั้งบริษัทกันเอง โดยที่ครอบครัวของเนมทัตไม่ได้อะไรจาก เคเอส กรุ๊ป เลย กลับกลายเป็นเขาที่เป็นหลานชายคนเดียวของเศรษฐทรัพย์ไพศาลที่ได้รับผลประโยชน์จากหุ้นส่วนตัวของคุณปู่ที่ท่านแบ่งครึ่งหนึ่งให้ และยังให้เขาได้ดำรงตำแหน่งประธานของสาขาอังกฤษ ซึ่งเป็นรองแค่สาขาใหญ่ที่ประเทศไทย ทำให้เขาได้รับทั้งปันผลและเงินเดือนประจำตำแหน่งหลายสิบล้านบาทต่อเดือน แต่สิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่เคยรู้คือเขาได้เปิดบัญชีอีกบัญชีหนึ่งเป็นชื่อของ เด็กหญิงคิดถึงเสมอ ไกรสิทธิรักษ์ ก่อนที่เขาจะเดินทางมาที่ประเทศอังกฤษเมื่อ 9 ปีก่อน และโอนรายได้ของตัวเองมากกว่า 70% เข้าบัญชีนี้ไว้ทุกเดือนและยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่เขาซื้อไว้ในโอกาสต่าง ๆ เป็นชื่อของหญิงสาวอีกหลายรายการ ซึ่งถ้าถามว่าตอนนี้เขารวยมากมั้ย ชายหนุ่มอาจตอบได้อย่างภาคภูมิใจว่ารวยไม่เท่า 1 ใน 3 ของยายเปี๊ยกเจ้าของบัญชีนี่
Khongkhan Part
อีกฟากหนึ่งของเมือง 2 สาวกำลังสนุกกับการเดินเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ และถ่ายรูปกันอ
"โหย...เห็นราคาข้าวสารอิน้ำหวานจะเป็นลม อยากแบกใส่กระสอบขึ้นเครื่องบินมาจริง ๆ เลยแม่จ๋า แพงปะล่ำปะเหลือ แพงโพดแพงโพ" น้ำหวานบ่นปอดแปดไม่ได้หยุดตั้งแต่รอขึ้นลิฟต์จนถึงอยู่ในลิฟต์ โดยไม่สนใจว่ามีผู้โดยสารท่านอื่นอยู่ด้วย (ฝรั่งเขาไม่เข้าใจภาษาเราหรอก บ่นเต็มที่ไปเลยลูก >~<)"เอาน่า...เรา 2 คนก็หุงแต่พอกินไงเหลือก็เก็บเข้าตู้เย็นแบบที่อยู่บ้านลุงกรณ์น่ะ ก็กินอย่าทิ้งไง" สาวสวยคนข้าง ๆ เอ่ยขึ้นพวกเธอน่าจะเดินกันมาไกลพอสมควรทำให้แก้มใส ๆ ของทั้ง 2 ออกสีระเรื่อขึ้นอย่างน่ารัก"ไม่รู้เขาจะให้เราจ่ายค่าไฟรึป่าวเนาะ ถ้าจ่ายนะ เรามานอนห้องเดียวกันนะหุงข้าวทำกินห้องเดียวเลยจะได้ประหยัดสิ้นเดือนเราก็หารกัน" น้ำหวานพูดขึ้นพร้อมกับวางแผนในใจ"นั่นสิ คืนนี้เราต้องถามพี่มาร์คแล้วล่ะไม่ใช่อยู่กันคนละห้องพอสิ้นเดือนค่าไฟมากกว่าเงินเดือนก็ไม่ไหวนะ" ของขวัญพูดขึ้นอย่างวิตกพอกัน ทำให้ผู้ที่ได้ยินที่ยืนอยู่ข้างหลังยกยิ้มอย่างเอ็นดูกับความประหยัดถึงขั้นงกของ 2 สาว"นี่หวาน... หวานว่าเขาจะให้เราใส่ผ้าใบในออฟฟิศมั้ย ถ้าจะให้ใส่สั้นสูงอย่างเดียวน้องขวัญไม่สู้นะ น่องโปร่งกัน
Sila part9 ปีที่ไม่ได้เห็นหน้า พอเจอเธอวันนี้เธอยังขาวใสเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยครับ หน้าเรียว ๆ ตาโต ๆ ปากบางสีชมพูอ่อน ๆ แก้มป่อง ๆ น่าฟัด เด็ก 13 เคยเป็นยังไง เด็ก 21 ย่าง 22 ก็ยังเป็นอย่างนั้น มือบาง ๆ ข้อมือเล็ก ๆ ที่เห็นเส้นเลือดชัดเจนนี่ก็ยังเหมือนเดิม นาฬิกาที่เธอใส่ข้างซ้ายทับปานรูปหัวใจเล็ก ๆ ที่ข้อมือก็ยังใส่เหมือนเดิม ต่อให้เพื่อนผมจะแนะนำเธอว่า ของขวัญ หรือ คิตตี้ แต่สำหรับผมก็คือยายตัวเปี๊ยกที่นั่งคุยกับมดไทยเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ 9 ปีก่อนอยู่ดี คิดถึงครับ คิดถึงเสมอสมกับชื่อของเธอจริง ๆ"คิตตี้ ~ คิตตี้ ทักทายเพื่อนพี่มาร์คเค้าสิ ภาพตัดอีกหรือไงเนี่ยแก" น้ำหวานเขย่าเพื่อนพร้อมกับถามข้างหูเสียงเบาแล้วหันมายิ้มแหยให้ผู้มาใหม่ "ขอโทษด้วยนะคะคุณศิ เพื่อนหวานน่าจะช็อตฟิลด์ไปแล้วล่ะค่ะ อาจเสียมารยาทนิดนึงนะคะ ฮี่ ๆ" น้ำหวานหันมาคุยพร้อมกับยิ้มอย่างอาย ๆ"คะ...ครับ แล้วดื่มกันนานแล้วหรือครับถึงได้เมาเร็วจัง" *ไม่ได้สนใจจะมองพี่ซักหน่อยเลยนะครับยายเปี๊ยก*"พี่มาร์คพามาซักพักนึงแหละค่ะ ก็ดื่มไม่มากอะไรแต่วันนี้เราเดินเยอะไปหน่อยคิตตี้เลยน่าจะเหนื่อย"
"เฮ้ย! ไอ้ศิ มึงมอมน้องปะเนี่ย" มาร์คพูดขึ้นอย่างตกใจเมื่อมองหน้าหญิงสาว"ไม่หรอกค่ะพี่มาร์ค น้องดื่มเพิ่มอีกแค่แก้วเดียวเองค่ะ มันเป็นของมันเอง" ของขวัญรีบแก้ตัวแทนชายหนุ่มเพราะกลัวมาร์คจะด่าเพื่อน"คิตตี้เป็นแบบนี้ประจำค่ะพี่มาร์ค ดื่มแก้ว 2 แก้วก็แดง พี่โรมถึงไม่อยากให้ดื่มไงคะ" น้ำหวานพูดขึ้นยืนยันอีกคน"โรม?" ศิลาเลิกคิ้วทวนชื่อเพื่อน"ค่ะ พี่โรมเพื่อนพี่มาร์คที่ไทยค่ะ เขาเปิดร้านเหล้าเราเข้าไปทีไรโดนดุแทบทุกรอบเพราะความแดงของยัยนี่นี่แหละ ยังไม่เมาเลยโดนสกัดดาวรุ่งตลอด" น้ำหวานว่าขึ้นอย่างร่าเริงพร้อมกับยกแก้วตัวเองจิบบาง ๆ"ไปบ่อยเลยหรือไง" เสียงทุ้มเอ่ยถามตามองแก้มระเรื่อของคนที่นั่งตรงข้ามอย่างหลงไหลจนมาร์คที่นั่งข้าง ๆ สังเกตได้"ไม่บ่อยค่ะ ถ้าพี่โรมหรือเฮียเทนไม่เข้าร้านเราก็ไม่ไป แต่ถ้าพี่โรมเข้าร้านเราถึงจะขอคุณปู่ไปค่ะแล้วไปนอนบ้านหวาน" ของขวัญเอ่ยยิ้ม ๆ พร้อมกับยกแก้วขึ้นจิบบาง ๆ"สนิทกันมากเลยหรือ?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามพร้อมกับยกแก้วขึ้นจิบเพื่อนของเขามาหาเขาที่นี่ก็บ่อย แต่ไม่เคยพูดถึงของขวัญให้ฟังเลยซักครั้ง"ก
รุ่งเช้าศิลามาตามที่นัดหมาย ชายหนุ่มเดินอ้อมด้านหลังของอพาร์ตเมนต์แล้วขับรถมาจอดด้านหน้าก่อนจะเดินเข้าไปรอ 2 สาวก่อนถึงเวลานัดที่ใต้ตึก วันนี้ 2 สาวแต่งชุดสบาย ๆ ด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาวสะพายกระเป๋าใบเล็ก โดยที่ของขวัญสวมเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ที่ชายหนุ่มคุ้นตามาด้วย"จะเอาเสื้อตัวนี้ไปด้วยจริงดิ ไหนว่าจะเอามาคืนคุณศิลาเค้าไง" น้ำหวานเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่เสื้อตัวโคร่งของเพื่อน"ค่อยคืน พาไปเที่ยวก่อน" ของขวัญเอ่ยขึ้นพร้อมกับรูดแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกทั้ง 2 ข้าง"จะพาเที่ยวเพื่อ? คุณศิลาเขาอยู่ที่นี่มาจะ 10 ปีแล้วมั้ยป่านนี้ไม่ไปครบทุกเมืองแล้วเหรอ" น้ำหวานเอ่ยขึ้น"ขนาดป่วยยังไม่หยุดจะมีเวลาไปไหน วันนี้วันหยุดศิลาก็ยังนัดประชุมเลย ไม่งั้นพี่มาร์คก็ได้ไปกับเราแล้วสิ" ของขวัญเถียงเพื่อนเมื่อเดินมาถึงที่ชายหนุ่มยืนรออยู่ "คุณศิ สวัสดีค่ะ" เอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ ซึ่งน้ำหวานก็ทำตามเพื่อนอย่างว่าง่ายพอกัน"ทำไมใส่เสื้อตัวใหญ่จัง" ศิลาแกล้งถามขึ้นแต่ก็แอบยิ้มกับบทสนทนาที่แสนน่ารักของคนทั้งคู่ *เออ...คนไม่ได้ไปพาเสื้อเที่ยวก็ได้ว่างั้น*"เ
khongkhan talkวันจันทร์สดใส วันเริ่มต้นของการฝึกงานก็มาถึงแล้วค่ะทุกคน หลังจากที่วันเสาร์ที่ผ่านมาคุณศิเพื่อนของพี่มาร์คพาไปเที่ยวรอบเมือง ถ่ายรูปเยอะมาก.... ส่งไปให้หม่ามี้ที่อเมริกาแล้วก็ส่งให้คุณปู่ คุณลุงคุณป้าดูด้วยแหละ จะได้รู้ว่าน้องขวัญมาถึงลอนดอนแล้วนะเผื่อไม่ได้อยู่นาน แต่ก็ไม่แน่นะบางทีศิลามีครอบครัวแล้วอาจจะใจเย็นลงบ้างก็ได้เนอะ ก็สัญญากับตัวเองว่าจะพยายามไม่ดื้อ ไม่เถียงให้ศิลาเห็นค่ะ แล้วตำแหน่งที่ฝึกเนี่ยก็คือผู้ช่วยพี่มาร์คที่วันนี้พี่มาร์คมีสอนเช้า จะเข้าออฟฟิศตอน 11 โมงเราคุยกันแล้วว่าจะกลับมากินข้าวเที่ยงที่ห้องด้วยกัน ยายหวานทำกับข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วจ้า คือมาถึงก็เวฟกินได้เลยเจียวไข่อีกหน่อยก็เลยชวนพี่มาร์คมากินด้วย โชคดีหน่อยวันนี้ถึงพี่มาร์คจะไม่อยู่แต่แกให้ Hr. ของที่นี่มารับเราที่อพาร์ตเมนต์เลยค่ะ ซึ่ง Hr. ที่นี่เป็นผู้ชายค่ะชื่อคุณจอห์นสัน เป็นผู้ชายวัยกลางคนใส่แว่นค่อยข้างหนาทีเดียวและตอนนี้น้องขวัญกับน้ำหวานกำลังเดินจูงมือกันตามคุณจอห์นสันมาถึงออฟฟิศแล้วค่ะ เห็นบอกว่าแผนกที่หวานทำงานอยู่ชั้น 6 ส่วนห้องทำงานของพี่มาร์คอยู่ชั้น 7 ค่ะ และคุณจอห์
คุณชายของบ้านที่แสนเอาแต่ใจ ปากร้าย ใจร้อน อะไรนิดหน่อยก็เดือด ที่มีข้อดีอยู่อย่างเดียวคือพระเจ้าว่าง จงใจสร้างเบ้าหน้าและรูปร่างขัดสีฉวีวรรณผิวพรรณมาอย่างดี แต่เผลอ.. จับวิญญาณปีศาจหมาบ้ามาใส่ร่างมาแทน...ผมชื่อ ศิลา อายุ 21 ปี นักศึกษาคณะบริหารอินเตอร์ ปี 3 ที่กำลังจะขึ้นปี 4 เป็นลูกคนเดียวที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ คอนโด หมู่บ้าน โรงแรม รีสอร์ต อะไรที่ติดกับดินนั่นแหละที่บ้านผมทำ มีทั้งในแล้วก็ต่างประเทศ...ชีวิตผมสงบสุขมาตลอดตั้งแต่เกิดยันโต อยากได้อยากทำอะไรไม่มีคนขัด แต่ชีวิตผมมันสวรรค์แกล้งชัด ๆ ที่อยู่ ๆ ต้องได้เลี้ยงน้องช่วงปิดเทอมแล้วชีวิตผมเคยเลี้ยงหรือดูแลใครที่ไหน ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมแม่ต้องไปรับยัยตัวเปี๊ยกนี่มาด้วยแล้วคุณปู่ยังบังคับให้ผมกลับมาอยู่บ้านดูแลยัยเปี๊ยกนี่อีก ชีวิตแสนสุขของผมก็เริ่มจะมีแววไม่สงบสุขตั้งแต่รู้ว่ามียายเปี๊ยกลูกสาวน้องรักคนสนิทของพ่อเข้ามาอยู่ในบ้านนี่แหละ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยเจอกันนะ เราเคยเจอกันครับตั้งแต่ยัยเด็กนี่เด็กมาก ๆ ตอนนั้นผมน่าจะ 8 - 9 ขวบได้มั้ง ผมจำได้ผมเป็นคนไปรับไอ้เด็กจิ๋วนี่มาจากโรงพยาบาลเองเลยอุ้มออกมาเองด้วยเด็
บ้านหลังใหญ่ด้านในสุดของโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่มีพื้นที่มากถึง 1 ใน 3 ของโครงการ รถตู้สีดำคันใหญ่วิ่งเข้ามาจอดภายรั้วหน้าบันไดทางขึ้นตัวบ้าน โดยมีชายเลยวัยกลางคนยืนรอพร้อมกับบรรดาแม่บ้านที่รออย่างใจจดใจจ่อ"มากันแล้วค่ะ" ละมัยหลานสาวหัวหน้าแม่บ้านพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น ทันทีที่รถวิ่งเข้าประตูใหญ่มา"จะน่ารักเหมือนในรูปมั้ยนะ" ป้าไพรหัวหน้าแม่บ้านว่ายิ้ม ๆ เพราะคุณหญิงว่านโฆษณานักหนาว่าหนูของขวัญน่ารัก ช่างพูด แต่ภาษาไทยน้องไม่ค่อยชัดนัก ต้องช่วยกันสอนแล้วจะมาอยู่ด้วยที่นี่ช่วงก่อนเปิดเทอมพวกเธอเลยตื่นเต้นกันใหญ่"น่ารักสิ ป้าเค้าหลงจะตายนี่ถึงขั้นบินไปรับเองเชียว" ท่านภูษิตว่ายิ้ม ๆ มองตามรถคันใหญ่ที่กำลังวิ่งเข้ามาภายในบ้านและทันทีที่รถจอดประตูทั้ง 2 ด้านเปิดออกพร้อมกันก็ปรากฎร่างเล็ก ๆ บาง ๆ นั่งยิ้มอยู่ข้างในรถคันหรู"Hello baby." คนเป็นลุงทักขึ้นมาก่อนทำให้เด็กสาวยิ้มจนตาหยีแล้วเอ่ยตอบ "hi.""น้องขวัญ ภาษาไทยค่ะลูก" คนเป็นป้ากระซิบข้างหูยิ้ม ๆ เพราะขณะที่นั่งมาในรถเธอพยายามสอนหลานให้ใช้ภาษาไทยที่บ้านเพราะคนในบ้านส่วนใหญ่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ มันจะเป็นอุปสรรคเวลาสื่อสารกันและให้เหตุผ
ชั้น 2 ของบ้านร่างเล็กถูกวางลงบนที่นอนนุ่มอย่างเบามือ มือหนาเขี่ยไรผมออกจากหน้าผากมองขนตางอน ๆ ปากสีชมพูจิ้มลิ้มอย่างพิจารณา ผิวขาวอมชมพูที่บางจนเห็นเส้นเลือดชัดเจนในบางจุด มือบาง ๆ นิ้วเรียวเล็กกับนาฬิกาสีชมพูพาสเทลน่ารักดูเข้ากันกับข้อมือเล็ก ๆ นี่"13 ปี โตได้แค่นี้หรือวะ" ชายหนุ่มพึมพำเบา ๆ"เอ่อ... คุณศิลาคะ ละมัยขอถอดถุงเท้าให้คุณหนูของขวัญนิดนึงค่ะจะได้หลับสบายขึ้น" ละมัยหลานสาวหัวหน้าแม่บ้านเอ่ยขอทางเบา ๆ"ไม่เป็นไร เดี๋ยวทำเอง" ว่าพลางนั่งลงที่ปลายเตียงแล้วค่อย ๆ จับข้อเท้าเล็ก ๆ ไว้แล้วถอดถุงเท้าออกอย่างเบามือวางให้แม่บ้าน"เอ่อ... เดี๋ยวละมัยเช็ดเท้าให้คุณหนูนิดนึงค่ะ""ไม่เป็นไร เดี๋ยวทำเอง" ยื่นมือมารับผ้าแล้วบรรจงเช็ดเท้าเล็ก ๆ นั่น จนแม่บ้านละมัยมองอึ้ง ๆ เธอทำงานที่นี่มาหลายปีไม่เคยเห็นคุณชายของบ้านอยู่ในโหมดนี้มาก่อน ปกติจะปากร้ายใจร้อนโผงผางเป็นที่สุด"เอ่อ... งั้นละมัยขออนุญาตไปเตรียมอาหารเย็นนะคะคุณศิลา" ละมัยว่าพร้อมกับเกาหัว"อืม..." พยักหน้าเบา ๆ แต่ไม่ได้ละสายตาจากข้อเท้าเล็ก ๆ ในมือ"วันพระหรือเปล่าวะ ผีสำลีเข้าสิงละมั้ง" ละมัยบ่นงึมงำเดินลงมาจากชั้น 2 ไม่มอง
khongkhan talkวันจันทร์สดใส วันเริ่มต้นของการฝึกงานก็มาถึงแล้วค่ะทุกคน หลังจากที่วันเสาร์ที่ผ่านมาคุณศิเพื่อนของพี่มาร์คพาไปเที่ยวรอบเมือง ถ่ายรูปเยอะมาก.... ส่งไปให้หม่ามี้ที่อเมริกาแล้วก็ส่งให้คุณปู่ คุณลุงคุณป้าดูด้วยแหละ จะได้รู้ว่าน้องขวัญมาถึงลอนดอนแล้วนะเผื่อไม่ได้อยู่นาน แต่ก็ไม่แน่นะบางทีศิลามีครอบครัวแล้วอาจจะใจเย็นลงบ้างก็ได้เนอะ ก็สัญญากับตัวเองว่าจะพยายามไม่ดื้อ ไม่เถียงให้ศิลาเห็นค่ะ แล้วตำแหน่งที่ฝึกเนี่ยก็คือผู้ช่วยพี่มาร์คที่วันนี้พี่มาร์คมีสอนเช้า จะเข้าออฟฟิศตอน 11 โมงเราคุยกันแล้วว่าจะกลับมากินข้าวเที่ยงที่ห้องด้วยกัน ยายหวานทำกับข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วจ้า คือมาถึงก็เวฟกินได้เลยเจียวไข่อีกหน่อยก็เลยชวนพี่มาร์คมากินด้วย โชคดีหน่อยวันนี้ถึงพี่มาร์คจะไม่อยู่แต่แกให้ Hr. ของที่นี่มารับเราที่อพาร์ตเมนต์เลยค่ะ ซึ่ง Hr. ที่นี่เป็นผู้ชายค่ะชื่อคุณจอห์นสัน เป็นผู้ชายวัยกลางคนใส่แว่นค่อยข้างหนาทีเดียวและตอนนี้น้องขวัญกับน้ำหวานกำลังเดินจูงมือกันตามคุณจอห์นสันมาถึงออฟฟิศแล้วค่ะ เห็นบอกว่าแผนกที่หวานทำงานอยู่ชั้น 6 ส่วนห้องทำงานของพี่มาร์คอยู่ชั้น 7 ค่ะ และคุณจอห์
รุ่งเช้าศิลามาตามที่นัดหมาย ชายหนุ่มเดินอ้อมด้านหลังของอพาร์ตเมนต์แล้วขับรถมาจอดด้านหน้าก่อนจะเดินเข้าไปรอ 2 สาวก่อนถึงเวลานัดที่ใต้ตึก วันนี้ 2 สาวแต่งชุดสบาย ๆ ด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาวสะพายกระเป๋าใบเล็ก โดยที่ของขวัญสวมเสื้อแจ็คเก็ตตัวใหญ่ที่ชายหนุ่มคุ้นตามาด้วย"จะเอาเสื้อตัวนี้ไปด้วยจริงดิ ไหนว่าจะเอามาคืนคุณศิลาเค้าไง" น้ำหวานเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่เสื้อตัวโคร่งของเพื่อน"ค่อยคืน พาไปเที่ยวก่อน" ของขวัญเอ่ยขึ้นพร้อมกับรูดแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกทั้ง 2 ข้าง"จะพาเที่ยวเพื่อ? คุณศิลาเขาอยู่ที่นี่มาจะ 10 ปีแล้วมั้ยป่านนี้ไม่ไปครบทุกเมืองแล้วเหรอ" น้ำหวานเอ่ยขึ้น"ขนาดป่วยยังไม่หยุดจะมีเวลาไปไหน วันนี้วันหยุดศิลาก็ยังนัดประชุมเลย ไม่งั้นพี่มาร์คก็ได้ไปกับเราแล้วสิ" ของขวัญเถียงเพื่อนเมื่อเดินมาถึงที่ชายหนุ่มยืนรออยู่ "คุณศิ สวัสดีค่ะ" เอ่ยทักทายพร้อมกับยกมือไหว้ ซึ่งน้ำหวานก็ทำตามเพื่อนอย่างว่าง่ายพอกัน"ทำไมใส่เสื้อตัวใหญ่จัง" ศิลาแกล้งถามขึ้นแต่ก็แอบยิ้มกับบทสนทนาที่แสนน่ารักของคนทั้งคู่ *เออ...คนไม่ได้ไปพาเสื้อเที่ยวก็ได้ว่างั้น*"เ
"เฮ้ย! ไอ้ศิ มึงมอมน้องปะเนี่ย" มาร์คพูดขึ้นอย่างตกใจเมื่อมองหน้าหญิงสาว"ไม่หรอกค่ะพี่มาร์ค น้องดื่มเพิ่มอีกแค่แก้วเดียวเองค่ะ มันเป็นของมันเอง" ของขวัญรีบแก้ตัวแทนชายหนุ่มเพราะกลัวมาร์คจะด่าเพื่อน"คิตตี้เป็นแบบนี้ประจำค่ะพี่มาร์ค ดื่มแก้ว 2 แก้วก็แดง พี่โรมถึงไม่อยากให้ดื่มไงคะ" น้ำหวานพูดขึ้นยืนยันอีกคน"โรม?" ศิลาเลิกคิ้วทวนชื่อเพื่อน"ค่ะ พี่โรมเพื่อนพี่มาร์คที่ไทยค่ะ เขาเปิดร้านเหล้าเราเข้าไปทีไรโดนดุแทบทุกรอบเพราะความแดงของยัยนี่นี่แหละ ยังไม่เมาเลยโดนสกัดดาวรุ่งตลอด" น้ำหวานว่าขึ้นอย่างร่าเริงพร้อมกับยกแก้วตัวเองจิบบาง ๆ"ไปบ่อยเลยหรือไง" เสียงทุ้มเอ่ยถามตามองแก้มระเรื่อของคนที่นั่งตรงข้ามอย่างหลงไหลจนมาร์คที่นั่งข้าง ๆ สังเกตได้"ไม่บ่อยค่ะ ถ้าพี่โรมหรือเฮียเทนไม่เข้าร้านเราก็ไม่ไป แต่ถ้าพี่โรมเข้าร้านเราถึงจะขอคุณปู่ไปค่ะแล้วไปนอนบ้านหวาน" ของขวัญเอ่ยยิ้ม ๆ พร้อมกับยกแก้วขึ้นจิบบาง ๆ"สนิทกันมากเลยหรือ?" ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามพร้อมกับยกแก้วขึ้นจิบเพื่อนของเขามาหาเขาที่นี่ก็บ่อย แต่ไม่เคยพูดถึงของขวัญให้ฟังเลยซักครั้ง"ก
Sila part9 ปีที่ไม่ได้เห็นหน้า พอเจอเธอวันนี้เธอยังขาวใสเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลยครับ หน้าเรียว ๆ ตาโต ๆ ปากบางสีชมพูอ่อน ๆ แก้มป่อง ๆ น่าฟัด เด็ก 13 เคยเป็นยังไง เด็ก 21 ย่าง 22 ก็ยังเป็นอย่างนั้น มือบาง ๆ ข้อมือเล็ก ๆ ที่เห็นเส้นเลือดชัดเจนนี่ก็ยังเหมือนเดิม นาฬิกาที่เธอใส่ข้างซ้ายทับปานรูปหัวใจเล็ก ๆ ที่ข้อมือก็ยังใส่เหมือนเดิม ต่อให้เพื่อนผมจะแนะนำเธอว่า ของขวัญ หรือ คิตตี้ แต่สำหรับผมก็คือยายตัวเปี๊ยกที่นั่งคุยกับมดไทยเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ 9 ปีก่อนอยู่ดี คิดถึงครับ คิดถึงเสมอสมกับชื่อของเธอจริง ๆ"คิตตี้ ~ คิตตี้ ทักทายเพื่อนพี่มาร์คเค้าสิ ภาพตัดอีกหรือไงเนี่ยแก" น้ำหวานเขย่าเพื่อนพร้อมกับถามข้างหูเสียงเบาแล้วหันมายิ้มแหยให้ผู้มาใหม่ "ขอโทษด้วยนะคะคุณศิ เพื่อนหวานน่าจะช็อตฟิลด์ไปแล้วล่ะค่ะ อาจเสียมารยาทนิดนึงนะคะ ฮี่ ๆ" น้ำหวานหันมาคุยพร้อมกับยิ้มอย่างอาย ๆ"คะ...ครับ แล้วดื่มกันนานแล้วหรือครับถึงได้เมาเร็วจัง" *ไม่ได้สนใจจะมองพี่ซักหน่อยเลยนะครับยายเปี๊ยก*"พี่มาร์คพามาซักพักนึงแหละค่ะ ก็ดื่มไม่มากอะไรแต่วันนี้เราเดินเยอะไปหน่อยคิตตี้เลยน่าจะเหนื่อย"
"โหย...เห็นราคาข้าวสารอิน้ำหวานจะเป็นลม อยากแบกใส่กระสอบขึ้นเครื่องบินมาจริง ๆ เลยแม่จ๋า แพงปะล่ำปะเหลือ แพงโพดแพงโพ" น้ำหวานบ่นปอดแปดไม่ได้หยุดตั้งแต่รอขึ้นลิฟต์จนถึงอยู่ในลิฟต์ โดยไม่สนใจว่ามีผู้โดยสารท่านอื่นอยู่ด้วย (ฝรั่งเขาไม่เข้าใจภาษาเราหรอก บ่นเต็มที่ไปเลยลูก >~<)"เอาน่า...เรา 2 คนก็หุงแต่พอกินไงเหลือก็เก็บเข้าตู้เย็นแบบที่อยู่บ้านลุงกรณ์น่ะ ก็กินอย่าทิ้งไง" สาวสวยคนข้าง ๆ เอ่ยขึ้นพวกเธอน่าจะเดินกันมาไกลพอสมควรทำให้แก้มใส ๆ ของทั้ง 2 ออกสีระเรื่อขึ้นอย่างน่ารัก"ไม่รู้เขาจะให้เราจ่ายค่าไฟรึป่าวเนาะ ถ้าจ่ายนะ เรามานอนห้องเดียวกันนะหุงข้าวทำกินห้องเดียวเลยจะได้ประหยัดสิ้นเดือนเราก็หารกัน" น้ำหวานพูดขึ้นพร้อมกับวางแผนในใจ"นั่นสิ คืนนี้เราต้องถามพี่มาร์คแล้วล่ะไม่ใช่อยู่กันคนละห้องพอสิ้นเดือนค่าไฟมากกว่าเงินเดือนก็ไม่ไหวนะ" ของขวัญพูดขึ้นอย่างวิตกพอกัน ทำให้ผู้ที่ได้ยินที่ยืนอยู่ข้างหลังยกยิ้มอย่างเอ็นดูกับความประหยัดถึงขั้นงกของ 2 สาว"นี่หวาน... หวานว่าเขาจะให้เราใส่ผ้าใบในออฟฟิศมั้ย ถ้าจะให้ใส่สั้นสูงอย่างเดียวน้องขวัญไม่สู้นะ น่องโปร่งกัน
ตลอด 9 ปีที่มานี่ ตั้งแต่เขารู้ความจริงเรื่องสัญญาสลักหลังของคุณปู่กับเพื่อนรักและเหตุผลของลูกชายทั้ง 2 ครอบครัวที่ออกไปจัดตั้งบริษัทกันเอง โดยที่ครอบครัวของเนมทัตไม่ได้อะไรจาก เคเอส กรุ๊ป เลย กลับกลายเป็นเขาที่เป็นหลานชายคนเดียวของเศรษฐทรัพย์ไพศาลที่ได้รับผลประโยชน์จากหุ้นส่วนตัวของคุณปู่ที่ท่านแบ่งครึ่งหนึ่งให้ และยังให้เขาได้ดำรงตำแหน่งประธานของสาขาอังกฤษ ซึ่งเป็นรองแค่สาขาใหญ่ที่ประเทศไทย ทำให้เขาได้รับทั้งปันผลและเงินเดือนประจำตำแหน่งหลายสิบล้านบาทต่อเดือน แต่สิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่เคยรู้คือเขาได้เปิดบัญชีอีกบัญชีหนึ่งเป็นชื่อของ เด็กหญิงคิดถึงเสมอ ไกรสิทธิรักษ์ ก่อนที่เขาจะเดินทางมาที่ประเทศอังกฤษเมื่อ 9 ปีก่อน และโอนรายได้ของตัวเองมากกว่า 70% เข้าบัญชีนี้ไว้ทุกเดือนและยังมีทรัพย์สินบางส่วนที่เขาซื้อไว้ในโอกาสต่าง ๆ เป็นชื่อของหญิงสาวอีกหลายรายการ ซึ่งถ้าถามว่าตอนนี้เขารวยมากมั้ย ชายหนุ่มอาจตอบได้อย่างภาคภูมิใจว่ารวยไม่เท่า 1 ใน 3 ของยายเปี๊ยกเจ้าของบัญชีนี่Khongkhan Partอีกฟากหนึ่งของเมือง 2 สาวกำลังสนุกกับการเดินเล่นตามสถานที่ต่าง ๆ และถ่ายรูปกันอ
"ผมตั้งใจมาหาอาครับ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นไม่อ้อมค้อมพร้อมกับวางมือถือที่มีรูปหญิงสาว 2 คนปรากฎอยู่ในเฟรมเดียวกันให้ผู้เป็นอาดู"ตลอดหลายปีมานี้ผมได้รับรูปของของขวัญเป็นผู้หญิงแว่นหนาคนนี้ (ชี้ไปที่รูปด้านซ้าย) แต่เพื่อนของผมส่งมาล่าสุดเป็นผู้หญิงคนนี้ครับ ผมเลยสับสนครับอาว่าคนไหนคือของขวัญกันแน่" ชายหนุ่มพูดขึ้นสีหน้านิ่งเรียบ"ศิลาจะถามอาเพื่ออะไรล่ะลูก ในเมื่อศิลาก็ไม่ได้อยากเจอน้องไม่ใช่หรือไง" เนมทัตถามขึ้นเสียงนิ่งพลางมองหน้าชายหนุ่มอย่างสังเกต"ผม.... แค่สับสนครับว่าที่ผ่านมาคนที่ส่งรูปให้ผมดูนี่เขาตามดูคนผิดหรือเปล่าครับอา" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับก้มหลบสายตาผู้เกิดก่อน"ถ้าคิดน้องไม่สวย ศิลาจะอยู่ที่อังกฤษมีครอบครัวไปเลยอาก็ไม่ว่านะลูก อาจะให้น้องขวัญเซ็นยินยอมให้เอง ศิลาก็ 30 แล้วอาเข้าใจ" เนมทัตเอ่ยขึ้นซึ่งมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า 2 รูปนี้คือคนเดียวกันแต่แอบแปลกใจว่าทำไมศิลาถึงดูไม่ออก"ผมไม่ได้มองแบบนั้นหรอกครับอาแต่ที่ผมเข้าใจตอนนี้คือคุณปู่กำลังเล่นตลกผมอยู่หรือเปล่า ผมมองว่าผู้หญิง 2 คนนี้คล้ายกันมากเหมือนฝาแฝดกันไม่มีผิดเพียงแต่คนละสีผิวเท่าน
อพาร์ตเมนต์หรูกลางกรุงลอนดอน2 สาวก้าวลงมาจากรถลีมูซีนสนามบินพร้อมกับอีก 1 หนุ่ม และมีพนักงานของอพาร์ตเมนต์เดินเข็นรถใส่สัมภาระมารอรับอย่างรู้หน้าที่ น้ำหวานเงยหน้าขึ้นคอตั้งบ่าอ้าปากหวอ เมื่อมองเห็นความสวยงามของสถาปัตยกรรมตรงหน้าแล้วกระพริบตาปริบ ๆ หันมามองหน้าของเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้างกันพลางเบะปาก ด้วยความคิดที่ว่าค่าเช่าต้องโหดมากเอาแน่ ๆ และเงินเดือนพวกเธอทั้ง 2 คนรวมกันคงจะไม่พอค่าเช่าแน่ถึงจะเช่าห้องเดียวก็เถอะ"พี่มาร์ค... หวานว่าเราไปหาที่ใหม่กันเถอะค่ะหรูเกิน" น้ำหวานป้องปากพูดข้างหูชายหนุ่มในขณะที่พนักงานกำลังขนของของพวกเธอขึ้นรถ [น้ำหวานเอ้ย ฝรั่งเขาฟังไทยไม่ออกไม่ต้องเบาก็ได้ลูก]"นั่นสิพี่มาร์ค น้องขวัญว่าเราไปหาอพาร์ตเมนต์อื่นเหอะ หรูขนาดนี้เงินเดือนเรา 2 คนไม่พอค่าเช่าหรอกค่ะ" ของขวัญเอ่ยสนับสนุนความคิดเพื่อน"อยู่ที่นี่แหละน่า นี่คืออพาร์ตเมนต์ในเครือของ เคเอส กรุ๊ป เราไม่ต้องเสียค่าเช่า" มาร์คพูดขึ้นยิ้ม ๆ อย่างเอ็นดู 2 สาว"โห...หรูมาก แล้วพี่มาร์คพักที่นี่มั้ยคะ" น้ำหวานหันไปถามชายหนุ่มตาแป๋ว"ครับ พี่ก็พักที่นี่แหละ" มาร
4 ทุ่ม @ Ro me barสาวสวยเซ็กซี่ในชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิงเหนือเข่าขึ้นมาเกือบคืบด้านหลังเปลือยโชว์ผิวขาวเนียนจนถึงเอว ก้าวลงมาจากรถสปอร์ตคันสวยสีมะนาวพร้อมกับเพื่อนสาวที่มาในชุดเกาะอกรัดรูปสีดำที่ดูสวยไม่แพ้กัน"ว้าว ~ วันนี้น้องสาวทั้ง 2 ของเฮียเทนสวยมากครับ งานนี้เฮียต้องควง 2 แล้ว" เทนโยนก้นบุหรี่ลงพื้นพร้อมกับใช้ร้องเท้าขยี้ดับเอ่ยกับ 2 สาวสวยอย่างอารมณ์ดี"ต้องสวยสิคะ นี่ใคร (พูดพร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วยิ้มหวาน) น้องสาวคนสวยของ 3 เฮียเลยนะคะ" ของขวัญพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี"เห็นไอ้มาร์คมันบอกจะมารับไปฝึกงานที่โน่นกัน พวกเฮียคงคิดถึงเด็กดื้อ ๆ แถวนี้แน่ ๆ" โรมเดินเข้ามาทักยิ้ม ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นยีผมน้ำหวานที่อยู่ยืนข้างกันอย่างมันเขี้ยว"โอ๊ย~~ พี่โรมน่ะ นี่หวานกะจะมาอ่อยหนุ่มไทยทิ้งทวนเลยนะ หัวยุ่งหมดเลยเนี่ย" น้ำหวานปัดมือชายหนุ่มพร้อมกับพูดขึ้นหน้าบึ้ง ๆ"อ่อยแล้วไม่กินวะ เจ้าหวานเห็นเมาแล้วเรี่ยราดตลอดแหละเอ็งน่ะ" โรมว่าขึ้นขำ ๆ"ชิ... ต้องพูดเลย เจอตอนเมาได้เศร้าตอนส่างน่ะสิ หวานไม่เอาหรอกอนาคตหวานยังอีกยาวไกล ถ้าไม่ตายวันพ