หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
ฉึบ ๆ ๆ
มีดคมถูกกรีดลงบนแตงกวาอย่างช้า ๆ หม้อต้มกำลังเดือดได้ที่ แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะยืนเหม่อไม่สนใจมัน แม่บ้านต่างยืนมุงดูหน้าประตูทางเข้าห้องครัวเพราะวันนี้ดูท่านายหญิงของพวกเขาจะอารมณ์ไม่ดีอย่างหนัก
ตึก ๆ
เสียงฝีเท้าของคนเป็นน้องชายดังขึ้นตามจังหวะการวิ่ง เขาหยุดลงหน้าห้องครัว มองกลุ่มแม่บ้านต่างยืมมุงกันอยู่ทางเข้า ทุกคนต่างเปิดทางให้เขาเข้าไปยังด้านใน พี่สาวของเขาที่กำลังยืนเหม่อลอยและหั่นแตงกวาไปด้วย
"เปลี่ยนจากหั่นแตงกวามาปาดคอตัวเองดีมั้ย ถ้าจะยืนเหม่อขนาดนี้" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินผ่านหลังหญิงสาวไปปิดเตา
"อ๊ะ!" ฉันตกใจเมื่อมีดในมือถูกแย่งไป คินขมวดคิ้วมองพี่ตัวเองอย่างรำคาญ
"เกิดบ้าอะไรถึงมาทำอาหารเอง แล้วไล่คนอื่นออกทำไม" ฉันทำหน้าบึ้งตึงและมองไปยังกลุ่มแม่บ้านที่โดนฉันไล่ออกไปเมื่อเช้า
"ไม่ได้ไล่ออก แค่ไล่ให้ไปไกล ๆ ฉันต้องใช้สมาธิในการทำอาหารอย่างมาก" แค่ฉันบอกว่าจะทำอาหารเอง ทุกคนก็พากันตกใจแล้ววุ่นวายกับฉันไม่หยุด มันน่าตกใจกันมากหรือไง
"ทุกคนไปทำอะไรก็ไป เดี๋ยวพี่คิมฉันจัดการเอง" คินหันไปสั่งกลุ่มคนด้านหลัง แล้วจึงหันกลับมามองหน้าฉัน
"เห้อ~" ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
"อาการเป็นไง บ้าน้อย บ้ามากหรือคลุ้มคลั่ง" นี่แกคงเป็นห่วงพี่สาวคนนี้จริง ๆ สินะ
"เดินสายกลาง" คินพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วลากแขนฉันเดินออกจากห้องครัวมายังห้องนั่งเล่น
"ไม่ต้องเกิดอยากเป็นแม่บ้านแม่เรือนมาทำอาหารตอนนี้หรอก นอกจากมันจะกินไม่ได้แล้วเดี๋ยวไฟจะไหม้บ้าน อยู่เฉย ๆ แล้วรอกินเหอะนะ" คินหันมาบ่นฉันทิ้งท้าย ก่อนที่เขาจะเดินไปสั่งพ่อครัวให้จัดเตรียมอาหารเช้า
ที่ฉันเป็นแบบนี้เพราะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าต้องไปงานการกุศลกับกลุ่มเพื่อนที่ตระกูลยัยเฮเลนจัดขึ้นทุกปี แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าคนที่มาร่วมงานด้วยมากกว่า
ฉันคิดว่าคงไม่ต้องไปพบเจอหมอนั่นแล้วแท้ ๆ แต่เขาเองก็เป็นตัวแทนมาปีแรกเช่นกัน ฉันดันไปรับปากกับยัยพวกนั้นไว้แล้วด้วย การจะไม่ไปมันจะเสียมารยาทไหมนะ แต่ถ้าเป็นแบบนี้เท่ากับว่าฉันกลัวสิ
"คิน~" ฉันแหกปากเรียกน้องตัวเองขึ้นมา
"ไม่ทำ" คินตอบกลับมาทันทีที่ฉันยังไม่ทันจะพูด เขาเดินกลับมานั่งลงบนโซฟาอีกมุมสายตาจ้องมองฉันอย่างไม่ไว้วางใจ
"ฟังก่อนดิ"
"อะไรที่จะขอหรือให้ทำไม่เคยมีเรื่องดีหรอก ไม่ต้องมาพูด" นั้นไง มันรู้อีก
"อันนี้เรื่องดี จริง ๆ นะ"
"..." คินเลิกคิ้วมองอย่างไม่ไว้ใจเท่าไหร่ แต่ก็เหมือนจะยอมรับฟังฉันจึงรีบพูดต่อก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ
"ไปงานการกุศลเป็นเพื่อนหน่อย" นี่แหละ! ฉันจะได้ไม่ไปสร้างวีรกรรมอีก
"งานการกุศลที่บริษัทเรามีส่วนร่วมทุกปีอะนะ" ใช่แล้ว บริษัทของเราเข้าร่วมทุกปี เลยทำให้ฉันกับเฮเลนสนิทกันมาก
"ใช่ ๆ การดูแลเด็ก ๆ และผู้อพยพไงตอนเด็ก ๆ เราก็เคยไปด้วยกันพร้อมกับพ่อ" คินพยักหน้าเมื่อนึกถึงเรื่องราวสมัยก่อนขึ้นมาได้
"ที่พี่พยายามจะหลอกให้ฉันกินนมหมาอะเหรอ" สายตาของคินดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น
"พี่เป็นพี่สาวที่ปกป้องน้องมาตลอดไม่เคยทำอะไรแบบนั้นหรอก" ฉันยิ้มหวานให้กับน้องชายตัวเองด้วยสีหน้าที่คิดว่าใสซื่อที่สุดในชีวิต
"พูดอะไรออกมาไม่อายตัวเองเลยหรือไง"
เหตุการณ์ความรักระหว่างพี่น้องครั้งที่หนึ่ง
ย้อนกลับไปสมัยตอนที่คินอายุเจ็ดขวบและฉันอายุสิบขวบ
"หยุดจับมันสลับเต้านมได้แล้วพี่คิม" น้องชายของเธอพูดขึ้นเพราะทนไม่ไหวกับการที่พี่สาวของเขาจับลูกหมาที่กำลังกินนมสลับเต้ากันไปมา
"กลัวมันกินไม่อิ่มนี่"
"มันจะไม่อิ่มก็ตรงที่พี่ทำแบบนี้แหละ"
"มันน่าสงสารนะ เราเอามันกลับไปดีมั้ย"ฉันเสนอความคิดเห็นและมองมันด้วยความสงสาร
"มันมีเจ้าของ หยุดอยากได้หมาของคนอื่นไปทั่วสักที" ปลอกคอที่คอของมันแสดงถึงความมีเจ้าของได้อย่างชัดเจน
"จริงสินะ...คินลองดูดนมหมาดูสิ พี่อยากรู้ว่ามันอร่อยหรือเปล่า" ฉันหันไปยิ้มกว้างให้น้องชายตัวเอง ซึ่งสิ่งที่ได้กลับมาคือสายตาเย็นชาจากคนเป็นน้อง
"คนปกติที่ไหนจะให้น้องตัวเองดูดนมหมา"
"พี่แค่อยากรู้ว่ามันอร่อยมั้ย ดูสิพวกมันแย่งกันใหญ่เลย" ฉันเท้าคางมองพวกมันด้วยความเอ็นดู
"พี่เป็นสุนัขจิ้งจอกสินะ ถึงมองว่ามันน่าอร่อย" ยังดีที่มันให้ฉันเป็นสุนัขจิ้งจอก
"คินลองดูดดูสิ" ฉันจับข้อมือน้องชายตัวเองไว้แน่น เพราะเห็นว่าเขากำลังจะลุกหนี
"ปล่อย" คินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"นั่งลงน้องรัก" ฉันพยายามดึงให้คินนั่งลง
"ปล่อย"
"ลองดูดนมหมาดูสิคิน~"
"ยัยจิ้งจอก ปล่อยนะ!" ด้วยที่คนเป็นน้องตัวเล็กกว่า ทำให้เขาโดนกระชากให้นั่งลงได้อย่างง่ายดาย ฉันกระโดดล็อกคอคินไว้แน่นและพยายามกดหน้าเขาใส่ท้องของหมาแม่ลูกอ่อน ซึ่งมันก็กระดิกหางและมองเราทั้งคู่
ปึก!
เท้าเล็ก ๆ ของคินยันเข้าที่ท้องของฉันจนหงายหลังไป แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลุกหนีก็ถูกฉันกระโดดล็อกคอไว้แน่นอีกครั้ง
"ดูดนมหมาก่อน~"
"พี่บ้า ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!" แล้วความวุ่นวายก็เกิดขึ้น เสียงแหกปากของเราสองคนดังจนคุณพ่อและคุณแม่รีบวิ่งมาจับแยกออกและนั้นก็เป็นเหตุการณ์ของความรักระหว่างพี่น้อง
เหตุการณ์แห่งความรักระหว่างพี่น้องครั้งที่สอง
Happy birthday, Happy birthday, Happy birthday to you
วันเกิดครบรอบอายุสิบขวบของคิน น้องชายของฉันผู้ที่ต้องมีความสุขมากที่สุดในวันเกิด กลับต้องมาระวังพี่สาวตัวดีของเขาที่จ้องจะปาเค้กใส่
"ขอพรก่อนนะลูก" คุณแม่พูดพร้อมกับลูบหัวลูกชาย
เบา ๆ
"ครับแม่" คินเอามือกุมประกบกันพร้อมกับขอพรในใจ แต่ตามหลักแล้วเขาจะต้องหลับตาขอพร แต่ความไม่ไว้ใจพี่ตัวเองทำให้เขาจ้องมองพี่สาวของเขาไม่วางตา
ฟู่~ คินเป่าเทียนทั้งหมดดับในครั้งเดียว
"คินขอพรว่าอะไรเหรอ" ฉันที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถามขึ้นด้วยความอยากรู้
"ขอให้เป็นลูกคนเดียว" คำตอบของคินทำเอาพ่อกับแม่และคนอื่นส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาขอพรวันเกิดแบบนี้ ตั้งแต่อายุห้าขวบ คินขอพรแบบนี้ตลอด
"..." ฉันจ้องมองหน้าน้องตัวเอง ได้!เลยน้องรัก
แปะ!
เค้กก้อนเล็กในมือที่ฉันแอบมันไว้ใต้โต๊ะ ถูกปาเข้าเต็มหน้าผู้เป็นเจ้าของวันเกิด พ่อแม่และบรรดาญาติ ๆ ต่างมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ คินปาดเค้กที่หน้าออกช้า ๆ พร้อมกับแสยะยิ้ม
แปะ!
เค้กก้อนขนาดกลางถูกปาเข้าเต็มหน้าฉัน ซึ่งคินก็แอบเตรียมไว้เช่นกัน ฉันปาดเค้กออกหน้าแล้วแสยะยิ้มให้น้องชายตัวเอง
"แกจะเอาแบบนี้ใช่มั้ย!"
"ใช่ แล้วจะทำไม!" แล้วหลังจากนั้นสงครามเค้กก็เกิดขึ้น ไม่ว่าจะปีไหน ๆ วันเกิดของฉันหรือคินก็จะมีเหตุการณ์แบบนี้เสมอ จนในที่สุดพวกเราก็ไม่มีการเป่าเค้กวันเกิดอีกเลย
ปัจจุบัน
"ได้โปรดไปดูแลห้ามปรามพี่สาวคนสวยของแกไม่ให้ทำเรื่องที่เกินความคาดหมายที ได้โปรด~" ฉันเกาะแขนคินไว้แน่นพร้อมกับส่งสายตาหวานซึ้งไปให้
"ได้โปรด...ไปไกล ๆ" น้ำเสียงเย็นชาของคนเป็นน้องทำเอาฉันอยากจะบีบคอมันให้ตายคามือ
"นะ ๆ ๆ คินนะ ไปด้วยกันหน่อยนะ" ฉันพยายามอ้อนวอนเขาอีกครั้ง
"ปกติก็ไปกับกลุ่มเพื่อนทุกปี รอบนี้เป็นอะไรอยากให้ไปด้วย" คินจ้องฉันอย่างจับผิด จะบอกได้ไหมว่าไปทำอะไรมา ไม่เอาดีกว่า ถึงยังไงคินมันก็ไม่สนใจฉันอยู่ดี ต้องทำเป็นคนดีที่รักน้องอยากให้น้องไปด้วย
"ก็อยากให้น้องไปเปิดตัว เดี๋ยวน้องก็ต้องขึ้นเป็นผู้ดูแลสาขาที่ไทยการไปพบเจอคนเยอะ ๆ มันก็ดีไม่ใช่เหรอ" เอาล่ะ!แม่น้ำทั่วทั้งโลกพร้อมแล้ว
"แล้วยังไงต่อ" ดูเหมือนว่าจะยังไม่เชื่อ
"ที่นั่นก็เจอกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลของอิตาลีมากมายเลยนะ การสนิทกับมาเฟียไว้มันก็ดีกับธุรกิจ"
"อือ แล้วยังไงอีก"
"เพราะที่นั่นจะมีแต่มาเฟียระดับสูง พวกเขาครอบคลุมไปถึงเหล่าอัยการและตำรวจ อำนาจที่แทบจะเรียกว่าเหนือกฎหมายน่ะมันมีอยู่จริง"
"อันนี้รู้อยู่แล้ว" แล้วแกจะถามฉันทำไมวะ
"ไม่รู้แหละ แกต้องไปกับฉันน้องชาย"
"ไม่" ฉันอ้าปากค้างมองหน้าน้องชายตัวเองที่ตอนนี้มันทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"นะคินนะ ไปกับพี่นะ" ฉันใช้ลูกอ้อนอีกครั้ง อย่างน้อยมีคินไปเกิดฉันเมาทิ้งตัวในงานเลี้ยงตอนเย็นก็ยังสบายใจว่ามีคนลากกลับ จะได้ไม่ไประรานคนอื่นเขาจนเกิดเรื่องอีก
"ไปแล้วจะได้อะไร" ไม่เคยทำอะไรให้โดยไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนจริง ๆ
"อะไรก็ได้พี่สาวยอมหมด"
"งั้นเหรอ" คินยิ้มให้ฉันและเหมือนพยายามนึกถึงสิ่งที่จะขอ
"ค่อย ๆ นึกก็ได้ ตอนนี้รับปากก่อนว่าจะไปด้วย" ขอแค่รับปากเท่านั้น
"ก็ได้...แต่"
"อะไรเหรอ" ฉันยิ้มกว้างด้วยความดีใจ อย่างน้อยก็ไม่ตายเพียงลำพังแล้ว
"พี่ห้ามกินเหล้า ห้ามเมา...ห้ามอาละวาด ทำได้ใช่มั้ย
คิมภัทรชา" โธ่! ปาร์ตี้น้ำเมาของฉัน
"โอเคค่ะภาคิน"
"แล้วเรื่องที่จะขอนึกออกแล้ว ผมจะกลับไทยสองอาทิตย์ ไม่ต้องตามโอเคนะ"
"งึก งึก~"ฉันพยักหน้าอย่างยอมรับข้อตกลงแต่ในใจกำลังร้องไห้ดังสายเลือดเหล้าจ๋า~
วันงานการกุศล
งานการกุศลที่จะถูกจัดขึ้นทุกปี ตระกูลของเฮเลนจะเป็นหัวเรือหลักที่เป็นผู้ดูแลเรื่องทั้งหมดในงาน สถานที่จัดงานคือค่ายอพยพและดูแลของเหล่าผู้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ บริษัทของเราทำการค้ากับทวีปยุโรป ที่นี่จึงไม่ใช่ที่แรกที่บริษัทของเราเข้าร่วมดูแล
อาหารและของใช้จำเป็นจำนวนมากถูกขนเข้ามาไม่ขาดสาย ถึงจะได้รับการดูแลอย่างดีจากรัฐบาล แต่เรื่องการดูแลสภาพจิตใจก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น ที่นี่มีเด็ก ๆ มากมายที่ต้องอยู่เพียงลำพัง เด็กที่กำพร้าตั้งแต่เป็นทารกและเด็กที่ต้องกำพร้าจากการสูญเสียในระหว่างทางการอพยพ
แต่สิ่งที่ฉันสงสัยในตอนนี้คือไอ้น้องชายสุดที่รักของฉันมันไปไหน ฉันเห็นมันยืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อกี้ พอหันมาอีกทีก็ไม่เจอแล้ว
"นี่ ๆ พี่คนสวย" เสียงเล็กของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเรียกฉันพร้อมกับดึงขากางเกง ในมือของเธอมีถุงเปล่าใบเล็กถืออยู่
"ว่าไงคะคนสวย" ฉันนั่งย่องลงกับพื้นพร้อมกับดึงแว่นกันแดดขึ้นคาดผมไว้
"จะขอ...ขนมอีกได้มั้ยเพื่อนของหนู...ไม่กล้ามา" เธอชี้ไปยังต้นไม้ต้นใหญ่ที่มีเด็กผู้หญิงสองคนแอบมองอยู่
"ขอเยอะ ๆ ได้เลย เดี๋ยวพี่จะพาไปเอานะ" พูดจบฉันก็จับมือเด็กสาวให้เดินตามไปยังจุดรับขนม
"เฮเลนขอขนมและของจำเป็นให้เด็กคนนี้เยอะ ๆ หน่อยสิ เธอมีเพื่อนที่ไม่กล้ามาเอาอีกสองคน" ฉันเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะและชะโงกหน้าข้ามกองลังที่วางเทินกันอยู่
"เอาเยอะแค่ไหน" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากด้านหลัง เสียงนี้มัน...
"ขอ...เยอะ ๆ เลย...ค่ะ" เด็กสาวที่มากับฉันเป็นฝ่ายหันกลับไปตอบ ในขณะที่ฉันได้แต่ยืนนิ่งและกวาดสายตามองหา
เฮเลน แต่ตรงนี้ไม่มีใครอยู่เลย
"ได้สิ" ฉันชำเลืองสายตามองไปยังเด็กผู้หญิงที่จูงมืออยู่ ก็พบกับมือหนาของเขาลูบหัวเธอ
"ขอบ...คุณ...ค่ะ" เธอปล่อยมือจากฉันแล้วถือถุงเดินตามเขาไป เอาไงดีอะ...วิ่งหนีเลยไหม
"จะยืนอยู่แบบนั้นอีกนานไหม" เสียงเรียกของผู้ชายที่ชื่อการ์เนททำให้ฉันสะดุ้งด้วยความตกใจ เพราะกำลังคิดอะไร
เพลิน ๆ
"เอ่อ เดี๋ยวพี่ช่วย" เมื่อดึงสติของตัวเองกลับมาได้ฉันก็เดินเข้าหาเด็กผู้หญิงทันทีโดยที่ไม่สนใจผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ
"ขออันนี้อีกได้มั้ย"
เธอหยิบซองขนมสีชมพูชูให้ฉันดู พร้อมกับร้องขอมันเพิ่ม ฉันหันซ้ายหันขวาและลุกขึ้นยืน เปิดกล่องหาขนมที่เธอต้องการทีละใบ จนที่สุดก็เห็นว่ามันเทินอยู่บนกล่องที่สูงที่สุด ใครมันเป็นคนเทินขึ้นไป
ฉันเขย่งปลายเท้าขึ้นและเอื้อมมือขึ้นไปเพื่อที่จะเอาลังนั้นลงมา แต่ก็พบว่าตัวสั้นเกินเอื้อมไม่ถึง ฉันกวาดสายมองหาตัวช่วยก็พบตัวผู้ชายร่างสูงที่ดูท่าจะสูงเกินหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร เขาสามารถหยิบมันลงมาได้สบาย ๆ และที่สำคัญเขาคือการ์เนท
"ขอร้องสิ" ประโยคแรกที่เขาพูดกับฉันตั้งแต่ผ่านเหตุการณ์วันนั้นมา
"..." ฉันเดินผ่านเขาไปยกเอาเก้าอี้นั่งมาตั้งพร้อมกับขึ้นไปยืนเหยียบแล้วหยิบลังขนมที่ต้องการนั่นเอง
"ปกติไม่สวยอยู่แล้ว ถ้าตกลงมาหน้าขูดกับพื้นก็คงยิ่งไม่สวยไปกว่าเดิม" การ์เนทพูดลอย ๆ แต่ตั้งใจให้ฉันได้ยิน ไอ้ลังนี่มันหนักจังแฮะ!
"หุบปาก" ฉันพูดขึ้นลอย ๆ บ้าง และยังคงตั้งใจหยิบลังต่อไป ขนาดต่อขาเพิ่มแล้วนะยังไม่ถึงอีกเหรอ
"แค่บอกให้หยิบให้หน่อยมันจะตายหรือไง"
"ก็บอกว่าหุบปาก กรี๊ด!"
เพราะหันหน้ามาว่าเขา ทำให้ฉันเกิดทรงตัวไม่อยู่ร่วงตกจากเก้าอี้ แต่ทิศทางตกคือพุ่งตัวไปทางการ์เนทและตามแบบฉบับนิยายโรแมนติกผู้ชายจะต้องรับผู้หญิงไว้ในอ้อมแขนอย่างหวานซึ้ง
ปึก!
แต่ความเป็นจริงนั้น ไอ้ทายาทมาเฟียนี่มันยืนมองฉันร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างไม่ไยดี แล้วยังไม่ช่วยดึงฉันขึ้นอีก เขากลับเดินผ่านฉันไปหาเด็กผู้หญิงพร้อมกับหยิบขนมจำนวนมากใส่ถุงให้เธอก่อนที่เธอจะวิ่งหายไป
"อ้าว เธอลงไปนอนทำอะไรตรงนั้น" ฉันหันไปมองยังเสียงเยาะเย้ยของการ์เนท
"สาบานว่าไม่เห็น!" ฉันยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เจ็บสะโพกเลย รุ่นนี้จะมีอะไหล่เปลี่ยนไหมเนี่ย
"ไหวไหมป้า" ป้า...ไอ้เด็กนี่เรียกฉันป้า!
"เหอะ ๆ ไอ้เด็ก...บ้า" ฉันกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวดและเจ็บใจ สายตาของเขามองฉันด้วยความสมเพชอีกครั้ง
"อะไร ๆ ก็เด็ก จะให้พูดมั้ยว่าโดนเด็กทำอะไรมา"
การ์เนทมองฉันด้วยสายตาที่เหนือกว่า
"หุบปะ!"
"ใครทำอะไรใครเหรอ" ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงของผู้ชายที่ฉันตามหาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง คินเดินตรงเข้ามาใกล้และมองสภาพฉันสลับกับมองหน้าการ์เนท
"หึ" การ์เนทหัวเราะในลำคอพร้อมกับจ้องกลับไปที่คินเช่นกัน
"ทำไมสภาพเป็นแบบนี้ล่ะ" คินเข้ามาช่วยพยุงฉันไว้ มือของเขาโอบเอวฉันไว้แน่น และสายตาของการ์เนทก็จ้องมองไปที่มือของคินเช่นกัน
"อุบัติเหตุนิดหน่อย" แต่ฉันไม่ได้สนใจความเจ็บของตัวเองแล้ว เพราะตอนนี้สิ่งที่น่าสนใจคือเขาทั้งคู่
"คุณใช่คนที่ผมเจอวันนั้นมั้ยครับ" คินเป็นฝ่ายถามก่อนอย่างสุภาพ
"ครับ" และการ์เนทเองก็ตอบกลับอย่างสุภาพเช่นกัน
"ตกลงผู้หญิงคนนี้ได้ทำอะไรที่คลับของคุณเสียหายมั้ยครับ เพราะไม่เห็นมีใครแจ้งอะไรมา" พวกเขาเคยเจอกันสินะ คงเป็นวันที่ไปรับฉันที่คลับ แต่น้องฉันไม่รู้ใช่มั้ยว่าพี่สาวไปสร้างเรื่องอะไรมา
"ผมได้รับการชดใช้แล้วครับ" ถึงการ์เนทจะตอบคินแต่สายตาของเขาจ้องมองมาที่ฉัน ในใจตอนนี้ภาวนาขออย่าให้เขาพูดอะไรไปมากกว่านี้
"โอเคใช่มั้ย" คินเอียงหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบข้างหู การกระทำของคินมันกลับทำให้สายตาของการ์เนทเปลี่ยนไป
"อื้อ" ฉันขานรับในลำคอเบา ๆ และกระตุกชายเสื้อของ
คินเป็นสัญญาณว่าให้ออกไปจากตรงนี้
"ผมขอตัวพาเธอไปพักก่อนนะครับ" คินกล่าวลาอย่างสุภาพอีกครั้งและพยุงตัวฉันให้เดินไปยังที่นั่ง ฉันรู้สึกแปลก ๆ ในสายตาของผู้ชายคนนั้น เหมือนมันมีความไม่พอใจปนอยู่ในแววตา เมื่อเห็นว่าคินมาหรือไม่ฉันก็คิดไปเอง
"แกไปไหนมา" ฉันหันไปถามคินทันทีที่เดินห่างออกมาไกลพอสมควร
"อยู่แถว ๆ นี้"
"ฉันเห็นนะว่าแกไปกับผู้หญิงคนหนึ่ง" ไอ้นี่มันเสือ เผลอไม่ได้
"ก็ไปเฉย ๆ"
"ไม่เชื่อ"
"อยากลงไปกลิ้งกับพื้นมั้ย" ไม่ได้พูดเปล่าแต่คินมันดันตัวฉันออกจริง ๆ
"อย่านะน้องรักของพี่ ตอนนี้เจ็บตูดมากเลย แล้วไป
เฉย ๆ เนี่ยไปทำอะไร" ฉันยกแขนคล้องคอคินไว้แน่นเพราะกลัวจะโดนปล่อยทิ้งจริง ๆ แต่ด้วยความสูงที่ต่างกันเกินทำให้น้องชายของฉันต้องก้มตัวลงมาเล็กน้อย
"ก็ไปเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรนี่ ถึงจะโดนอ่อยมาสุดตัวขนาดนั้นแต่ใครจะไปมีอารมณ์ในที่แบบนี้"
"แสดงว่าถ้าที่อื่นก็อาจจะทำ" เนี่ย ไอ้เสือน้องพี่
"ไม่ทำ" อะไรนะ ฉันหูฝาดหรือเปล่า
"ช่วงนี้เกิดอะไรขึ้นกับแก ใครทำให้ใจแกเปลี่ยนน้องชายของพี่" คินปราดสายตามองฉันก่อนจะยิ้มมุมปาก
"มีแฟนแล้ว" คำพูดของคินทำให้ฉันต้องยกมือห้าม
"หยุดพูดคำนี้ มันออกมาจากปากคนแบบแกฉันขนลุก" ฉันรับไม่ได้ที่ไอ้นี่จะมีแฟน คนอย่างภาคินมีความรัก บ้าไปแล้ว
"มีจริง ๆ นะ กำลังจีบอยู่" คินพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
"การย้ายศาสนาไม่ได้ช่วยให้รีเช็ตบาปกรรมนะ หยุดโกหก" นี่ฉันต้องมาสอนน้องตัวเองเรื่องบาปบุญคุณโทษเหรอเนี่ย ฉันก็แยกไม่ออกว่ามันพูดเล่นหรือพูดจริง ถ้าเรื่องจริงฉันคงช็อกน้ำลายฟูมปาก
"แล้วงานเลี้ยงคืนนี้จะยังอยู่หรือเปล่า" คินถามขึ้นพร้อมกับมองสภาพฉัน
"อยู่สิ ใครจะพลาดฉันนัดธีมงานไว้กับพวกเพื่อนหมดแล้ว แกต้องใส่คู่กับฉันด้วย" คินทำหน้าเบื่อหน่ายแต่ก็ตามใจฉันอยู่ดี
"น่ารำคาญจัง" ฮุฮุ~ เดี๋ยวไอ้คินก็โดนคนนู้นคนนี้ลากไปลากมาในจังหวะนั้นแหละ
น้ำเมาจ๋า~ เป็นอาทิตย์แล้วที่ฉันไม่ได้ดื่ม แต่วันนี้จะเอาแบบเบา ๆ ไม่ให้น้องชายจับได้