ควีนส์โร้ดเป็นถนนทางเรียบด้านหลังมหาวิทยาลัย หรือจะเรียกกันว่าถนนปาล์มสปริงส์กันในหมู่นักศึกษา ซึ่งทางซ้ายติดกับทะเล ส่วนทางตรงจะผ่านเข้าไปในหุบเขาที่มีความสวยงามทางด้านทัศนียภาพ
Hidden Valley เป็นสถานที่ที่เซเลน่ามักจะไปขับรถเล่นบ่อยๆ ยามที่เธอเครียดจากการอ่านหนังสือสอบ บางครั้งก็ไปคนเดียว แต่บางครั้งก็ไปกับเพื่อนสนิท
“แกลืมไปเหรอว่าวันนี้เรามีนัด”
“นัด?”
“ก็ปาร์ตี้ชุดนอนไง อย่าบอกนะว่าแกลืม?”
“ไม่ได้ลืม” เซเลน่าไม่อยากยอมรับว่าตัวเองนั้นลืมจริง แต่ช่วงนี้ดันมีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นในเมือง ทำให้คิดว่าเพื่อนจะลืมปาร์ตี้ไร้สาระนี้ไปแล้ว เพราะคงไม่มีใครอยากเสี่ยงกลับบ้านดึกดื่นมืดค่ำแบบนั้น
“ทำหน้าแบบนี้แกลืมแหงๆ”
“แกไม่ได้ดูข่าวเมื่อเช้าเหรอ คนที่เจ็ดแล้วนะ”
“พ่อฉันก็พูดอยู่ แต่เห็นวงในเขาเล่ากันว่าตายเพราะเสพยาจนโอเวอร์โดสนะ”
“แม่ฉันมีเพื่อนอยู่นิติเวช มันไม่ใช่อย่างที่วงในเล่าเลย ในกระแสเลือดไม่มีทั้งสารเสพติด ไม่มีทั้งแอลกอฮอล์ สภาพศพคือเหมือนนอนหลับไปเฉยๆ”
หญิงสาวได้มีการพูดคุยกับผู้เป็นแม่ก่อนจะมามหาวิทยาลัย ท่านพยายามกำชับให้เธอดูแลตัวเอง เพราะอย่างไรก็ตามเธอยังต้องเรียนที่ควีนส์คอลเลจ ทางที่ดีที่สุดคือการตื่นรู้กับภัยรอบตัวเท่านั้น
เซเลน่าต้องทำตามที่ท่านบอกอย่างเคร่งครัด ดังนั้นการไปเที่ยวปาร์ตี้ที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งมั่วสุมจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเด็ดขาด
“มันไม่มีอะไรหรอก เชื่อฉันสิ”
“แกระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะแอนนา ฉันไม่ได้อยากได้ยินชื่อแกหรือเพื่อนคนอื่นของเราอยู่ในข่าวทำนองนั้น”
“รู้แล้วน่า แต่ฉันอยากไปจริงๆ นะ ได้ข่าวว่าแฮร์รี่ไปด้วย” แอนนาทำหน้าออดอ้อนในประโยคท้าย ซึ่งถ้าเธอพลาดปาร์ตี้ครั้งนี้เท่ากับว่าพลาดการได้ใกล้ชิดกับหนุ่มป๊อปของมหาวิทยาลัยที่แอบชอบมาหลายปี
“เหตุของแกนี่มันน่าหงุดหงิดจังนะ”
“นะๆ ไปนะ”
“ให้แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ”
“รักแกที่สุดเลยจ้าเซลเพื่อนรัก”
“แต่ฉันเกลียดแก” เซเลน่ากลอกสายตาเอือมระอาขั้นสุดใส่เพื่อนที่พุ่งเข้ามากอดรัดฟัดเหวี่ยง ก่อนจะจับฝากระโปรงรถยนต์ปิดลงอย่างระมัดระวัง
หลังจากนั้นก็พากันเดินมายังคลาสเรียนวิชาแรก ซึ่งปกติเธอจะมาทบทวนบทเรียนก่อนเวลาประมาณสิบห้านาที และทุกครั้งจะเห็นชายสวมฮู้ดสีดำคนหนึ่งนั่งอยู่ในห้องเรียนเป็นคนแรกเสมอ
“ไฮ~ มาเรียนไวเหมือนเดิมเลยนะเซส” แอนนาทักทายชายผู้นั้นอย่างร่าเริง แต่เขากลับเหลือบมองหล่อนเพียงแค่หางตาเหมือนไม่อยากสนใจ ทำให้คนถูกเมินแค่บึนปาก เพราะชินกับความเย็นชาของเขาแล้ว
“รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่อยากคุยก็ยังจะไปทักอีกนะ” เซเลน่าป้องปากพูด
“ก็เผื่อความน่ารักของฉันจะทำให้น้ำแข็งในใจของเซเวียสละลายได้ไง”
“เปล่าประโยชน์สุดๆ”
ถึงเซเวียสจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนมานมนาน แต่ก็ไม่เคยเห็นเขาสนทนากับใครเกินสิบประโยค มากสุดก็คำว่า ‘อืม’ เบาๆ ในลำคอ ส่วนน้อยสุดคือไม่หือไม่อือกับคนที่เขามาคุยด้วยเลย ทำราวกับว่าพูดหนึ่งครั้งดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก
ใบหน้าหล่อเหลากับดวงตาสีอำพันคล้ายกับเหล้าราคาแพงไม่สามารถหักล้างกับนิสัยเย็นชาของเซเวียสได้เลย แต่เพราะเขาเป็นเช่นนั้นถึงมีคนพยายามลองดี สุดท้ายก็ต้องล่าถอยไปในที่สุด
ตั้งแต่เรียนด้วยกันมา เซเลน่ายังไม่เคยพูดกับเซเวียสแม้แต่ประโยคเดียว ส่วนเขาก็มองผ่านเธอไปเหมือนไม่เคยเห็นว่าเธอมีตัวตนอยู่ในสายตา ซึ่งมันไม่ได้ทำให้หญิงสาวเป็นเดือดเป็นร้อน เพราะเขาเองก็ไม่ใช่ผู้ชายที่เธออยากจะสนิทชิดเชื้อด้วย
มีความคิดผุดในหัวของเซเลน่าเกี่ยวกับชายผู้เย็นชาคนนั้นว่า ‘นิสัยแบบนี้ ชอบกันไปได้ยังไง’
หลังความคิดนั้นดับลง จู่ๆ ดวงตาสีอำพันแสนยากจะคาดเดากลับจ้องมองมาที่เธอ…
คล้ายกับจะบอกว่า…เขารู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
แววตาของเขาพานทำให้หัวใจดวงน้อยวูบไหวอย่างไม่มีสาเหตุ ราวกับว่ามีกระแสบางอย่างที่หาคำตอบไม่ได้เคลือบในดวงตาคู่คม ก่อนที่เซเลน่าจะเป็นฝ่ายหลบสายตาไปก่อนวิชาแรกใช้เวลาเรียนราวๆ สองชั่วโมง ระหว่างผลัดเปลี่ยนคลาสหญิงสาวก็ถือแซนด์วิชที่แวะซื้อจากมินิสโตร์ในมหาวิทยาลัยกินรองท้อง ส่วนมืออีกข้างถือแท็บเล็ตซึ่งใช้เลกเชอร์อ่านทบทวนบทเรียนไปพลางๆเซเลน่าตั้งใจใฝ่หาความรู้เสมอ เมื่ออยู่ในสถานะนักศึกษา แต่พอเรียนเสร็จสิ้นก็จะละทิ้งสิ่งนั้นไว้ข้างหลัง แล้วสนุกกับเรื่องที่เธอสนใจให้เต็มที่ก่อนหน้านี้หญิงสาวเคยอยู่ในระบบการศึกษาของประเทศไทยมาตลอด ทว่าพอย้ายตามพ่อและแม่มาอีกประเทศหนึ่ง จึงได้รู้ว่าระบบการศึกษาในประเทศใหม่นี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงเซเลน่าเป็นลูกครึ่งที่เกิดและเติบโตที่ประเทศไทยจนถึงอายุสิบแปดปี พ่อของเธอเป็นชาวอเมริกัน ส่วนแม่เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถึงอย่างนั้นก็ถูกเลี้ยงดูมาแบบอิสระทางความคิด ไม่เคยถูกบังคับให้ทำอะไรที่ไม่ชอบ สามารถโต้แย้งในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าไม่เหมาะสมได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ“แกคิดจะทบทวนบทเรียนตลอดเวลาเลยเหรอยัยเซล” เอ็มมาถามอย่างเบื่อหน่าย เมื่อเห็นเซเลน่าเอาแ
ชุดนอนไม่ได้นอน…คือสิ่งที่ทำให้เซเลน่าถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเหล่าขณะมองมันอย่างคิดไม่ตก จริงอยู่ที่ว่าเธอไม่ใช่เด็กเรียบร้อยถึงขั้นแต่งตัวเป็นแม่ชี แต่ชุดที่พิตต์เพื่อนชายคนสนิทเตรียมมาให้มันกลับดูโป๊เกินไปนอกจากจะเป็นซีทรูอวดผิวขาวเนียนใต้ร่มผ้า ชายชุดนอนก็ยังแหวกขึ้นมาถึงกลางอก ถ้าไม่มีกางเกงขาสั้นสีเดียวกันสวมทับท่อนล่าง ไม่ต่างอะไรกับใส่ชุดชั้นในเลยสักนิดเดียว“ถอนหายใจอะไรขนาดนั้นแม่คุณ”“แกก็ดูชุดที่นังพิตต์เตรียมมาให้ฉันสิ”“สวยออก เหมาะกับแกจะตาย”“ถามจริง? นี่มันชุดนอนตรงไหน”“ชุดนอนไม่ได้นอนไง รีบไปเปลี่ยนเหอะ เดี๋ยวอีพิตต์มาก็โดนมันด่าอีกหรอก”“ปวดหัวโว๊ยยย!” เซเลน่าโวยวายอย่างสุดจะทน ก่อนจะคว้าชุดที่วางอยู่บนเตียงกระทืบเท้าปึงปังเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ และกลับออกมาในอีกห้านาทีต่อมา“อูย แซ่บที่สุด” แอนนาแซวตาโต เพราะนานๆ ทีจะเห็นเซเลน่าแต่งตัวแบบนี้“เอาชุดแกมาเปลี่ยนกับฉันเถอะ ไหนๆ แกก็อยากอ่อยแฮร์รี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”“แฮร์รี่ไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวโป๊ขนาดนั้น แบบนี้กำลังดี”หญิงสาวปั้นหน้าบึ้งใส่เพื่อนอย่างอารมณ์เสีย พลางก้มมองชุดนอนสุดวาบหวิวบนเรือนกายตัวเอง ยิ่งเธอเป็น
“ก่อนฉันเหรอ?” เซเลน่าทวนคำพูดของเซเวียสอย่างมึนงง ทั้งที่ตอนหันไปข้างหลังแล้วไม่เจอเขา และหากเขาอยู่ตรงนี้ก่อนเธอก็ต้องสังเกตเห็นเขาตั้งแต่แรก “ทำไมฉันไม่เห็นนายล่ะ”“…” เซเวียสเมินเฉยต่อคำถามของบุคคลร่วมชั้นเรียน ก่อนจะบุหรี่รสเมนทอลในกระเป๋าเสื้อโค้ตขึ้นมาจุดสูบ แล้วเดินผ่านเธอไปโดยไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น“นายไม่ชอบฉันเหรอเซส” ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายชักนำให้หญิงสาวตั้งคำถามอีกครั้ง เขาดูเย็นชาเสมอเมื่อพบหน้าเธอ แต่จริงๆ เขาก็เย็นชากับทุกคน เพียงแต่เซเลน่ารู้สึกได้ว่าเซเวียสตั้งกำแพงกับเธอเกินไปและเป็นอีกครั้งที่เซเลน่าไม่ได้รับคำตอบใดจากปากเขา ส่งผลให้เธอยู่ปากใส่แผ่นหลังแกร่งของคนตัวโต แล้วอุ้มขวดแชมเปญเดินตามหลังเขามายังหอพักอีลีตส์เซเลน่าเดินมาหากลุ่มเพื่อนที่มองตามเซเวียสเดินเข้าไปในสถานที่จัดงานปาร์ตี้ “ฉันมาแล้ว”“เซเวียสมางานปาร์ตี้จริงว่ะอีเซล พวกอีลีตส์มันเอาเขามาได้ยังไงเนี่ย” พิตต์พูดขึ้นอย่างตื่นเต้น การมาของเซเวียสไม่ได้ทำให้กลุ่มพวกเธอตกใจเท่านั้น แต่กลุ่มอื่นๆ ก็เหมือนกัน“ก็เซสมีชื่ออยู่ในโดมอีลีตส์อยู่แล้วนี่ เขาจะมาก็ไม่แปลกอะไร” แต่ก็ไม่เคยมีใครเห็นเขาเข้ามานอนค
เซเลน่าหันกลับมาสนทนากับทิวเขาเพียงครู่สั้นๆ พอหันกลับไปมองเซเวียสก็ไม่เห็นเขานั่งอยู่ตรงนั้นแล้ว เธอจึงกวาดสายตามองหาเพื่อนสนิทคนอื่นๆ ซึ่งไม่รู้ว่าไปอยู่ตรงไหนกันบ้าง“ช่วงนี้เซลเรียนหนักมั้ย”“ไม่เท่าไหร่นะ ส่วนใหญ่จะเข้าแล็บมากกว่า แล้วทิวล่ะ”“ก็เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน”“เรียนจบจะกลับไทยเลยรึเปล่า”“น่าจะทำงานอยู่ที่นี่สักปีสองปีแล้วค่อยกลับน่ะ ยังไม่อยากกลับไปทำงานกับที่บ้านตอนนี้”“เราก็คงเหมือนทิว แต่ต่างกันตรงต้องหาประสบการณ์เพื่อเรียนต่อปริญญาโท” หญิงสาวกำหนดเส้นทางของชีวิตไว้ตั้งแต่เรียนมัธยมปลายว่าต้องเรียนให้จบระดับปริญญาเอกให้ได้ เพราะการศึกษาค่อนข้างสำคัญกับหน้าที่การงานในสมัยนี้ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ “ก็สมกับเป็นเซลดีนะ ชอบเรียนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่”“ที่จริงเราก็ไม่ได้ชอบเรียนขนาดนั้นหรอก…” ยังไม่ทันที่เซเลน่าจะพูดจนจบประโยค เสียงตะโกนของใครบางคนก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน ตามมาด้วยเจ้าของเสียงกระโดดมากอดคอทิวเขา“ไอ้ทิว!”“เสียงดังไปไอ้ศิลป์”“คุยกับใครวะ มึงจะดีลคืนนี้เหรอ แจ่มเลยว่ะ น่าเอาอยู่”“…” เซเลน่าฟังที่อีกฝ่ายพูดเงียบๆ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้ว่าเธอเป็นลูกครึ่งไทยและ
“อื้อ! จะพาไปไหน” คนเมาเอ่ยถามเสียงยานคาง ขณะถูกจับจูงอย่างไร้ความปรานี ถ้าเธอสวมรองเท้าส้นสูงแทนรองเท้าเอสปาดริลส์มีหวังคงตกส้นสูงจนขาแข้งหักชายผู้ถูกตั้งคำถามยังคงเงียบ กำลังชั่งใจในวิธีการเดินทางกลับที่พักของตัวเองว่าจะขับรถยนต์หรือวิธีปกติที่เขาชอบใช้“เซสปล่อยฉัน”“อย่าดิ้น”“เจ็บเท้าแล้ว” เซเลน่ากล่าวอย่างงอแง พยายามย่อตัวนั่งลงบนพื้นเพื่อยื้อยุดกับอีกฝ่ายเพราะไม่เคยต้องประคบประหงมผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทำให้เซเวียสจึงยื่นมือไปแตะหน้าผากมนหนึ่งครั้ง ส่งผลให้เธอตัวอ่อนยวบแทบล้มลงทั้งยืน เขาใช้จังหวะนั้นช้อนร่างเธอไว้แล้วพาเธอมายังที่พำนักด้วยวิธีที่รวดเร็วที่สุดเจ้าของร่างสูงใหญ่อุ้มหญิงสาวที่ยังตกอยู่ในอาการสะลึมสะลือเข้ามายังห้องส่วนตัวในคฤหาสน์หลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่กลางหุบเขาอันเงียบสงบ ก่อนจะวางเธอไว้บนเตียงคิงไซซ์สีดำสนิทอย่างแผ่วเบา แล้วโน้มตัวลงไปมองสำรวจใบหน้าแดงระเรื่อของเธอเซเลน่าสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกปลายนิ้วเย็นเฉียบลูบไล้ตามกรอบใบหน้า พยายามปรือตามองเจ้าของร่างกายอุณหภูมิต่ำนี้ว่าเป็นใคร กระทั่งได้สบตากับดวงตาสีอำพันของเซเวียส ซึ่งมันสว่างราวกับเรืองแสงได้“เซสเหรอ”“…” ช
หญิงสาวเดินดื่มกาแฟเข้ามาในคลาสเรียนของตัวเองด้วยความสบายใจ หลังจากเห็นว่าอาจารย์ผู้สอนและเพื่อนคนอื่นยังไม่มาเรียน เว้นแต่ชายผู้นั้นที่เธอบังเอิญสบตาเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ เป็นเหตุทำให้ริมฝีปากหยุดดูดน้ำ และนิ่งค้างไปในทันทีเริ่มแรกเธอจำเรื่องราวตอนตื่นนอนไม่ได้ แต่พอได้เห็นหน้าเซเวียส ความฝันเมื่อคืนกลับประเดประดังเข้ามาในหัว ส่งผลให้พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ เพราะกระดากอายที่ตัวเองจินตนาการเรื่องลามกกับเขาอย่างไม่สมควรต่างจากอีกฝ่ายที่ดวงตาสีอำพันสว่างวาบขึ้นหลังจากพบหน้าหญิงสาวที่เขามีเซ็กซ์อย่างเร่าร้อนเมื่อคืน ทั้งที่ความเป็นจริงเธอควรจะหมดลมหายใจไปแล้วเซเวียสเกิดความกระหายและตื่นเต้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งพันปี…ของชีวิตการเป็น ‘ปีศาจ’ เพราะไม่ว่าใครที่ได้ร่วมรักกับเขาจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก มันเป็นคำสาปที่จะทำให้เขาหา ‘คู่ชะตา’ ของตัวเจอดังนั้นผู้หญิงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือคนที่เขาตามหามานานแสนนาน และดันเป็นคนที่เขาไม่เคยคิดจะสนใจแม้แต่วินาทีเดียว บนลำคอของเซเลน่ายังปรากฏรอยเขี้ยวของเขา ทั้งที่ก่อนจะพาเธอกลับไปส่งยังที่พำนัก เขาได้มีการใช้พลังเพื่อลบร่องรอยบนกายเธอทั้งหม
เซเลน่าขับรถเปิดกระจกรับอากาศเย็นๆ ช่วงโพล้เพล้ระหว่างทางกลับไปยังหอพักในมหาวิทยาลัย ถนนหนทางเป็นทางเรียบยาวหลายสิบกิโลเมตร นอกจากป่าสีเขียวขจีก็ไม่มีที่พักอาศัยของผู้คน ซ้ำเวลานี้ยังไร้ซึ่งรถราสัญจรไปมา เพราะอุทยานในหุบเขาปิดทำการแล้วเอี๊ยดดดดด~ทว่าสิ่งผิดปกติข้างทางทำให้หญิงสาวแตะเบรกเบาๆ เธอนำรถเทียบจอดหน้าประตูเหล็กสีดำซึ่งมีเถาวัลย์พันเกี่ยวเต็มไปหมด มองไปที่ประตูนั้นอย่างนึกประหลาดใจ เธอมาที่นี่ไม่ต่ำกว่าสิบรอบ แต่กลับไม่เคยเห็นประตูบานนี้เลยสักครั้งพอลงจากรถยนต์แล้วมองผ่านความมืดเข้าไปในประตู กลับเห็นปราสาทหลังใหญ่สีดำคล้ายกับบ้านร้างตั้งอยู่ข้างใน แต่เพียงเสี้ยววินาทีหน้าต่างทุกบานก็มีแสงไฟสว่างสาดส่องออกมา มันก็เป็นเรื่องที่น่าพิศวงไม่น้อย เพราะไม่ควรมีใครมาตั้งสถานที่ที่อยู่อาศัยในเขตอุทยานเช่นนี้ขณะครุ่นคิดว่าเธอเคยมองข้ามผ่านบริเวณนี้ไปบ้างหรือไม่ ประตูเหล็กสีดำก็ค่อยๆ เปิดออกอย่างเชื่องช้าพร้อมกับส่งเสียงชวนขนลุก ราวกับเชื้อเชิญให้เธอเข้าไปเซเลน่าก้าวถอยหลังมาที่รถยนต์ตัวเองด้วยความตกใจ จากนั้นก็รีบขึ้นรถและขับออกมาจากตรงนั้นด้วยความเร็ว โดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนกำลั
ริมฝีปากบางเผยอตอบรับเรียวลิ้นที่สอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก รสจูบไต่ระดับความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าบทรักจะเพิ่งจบลง เธอมัวเมากับความฝันอย่างไม่คิดจะฉุดตัวเองกลับขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายค่อยๆ ผละจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตากลมโตจึงเปิดปรือมองเขา หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นส่ำหลังจากสบตากับดวงตาเรืองแสงสีอำพันทว่าสิ่งที่ทำให้เธอตกใจกับจินตนาการของตัวเองก็คือเขี้ยวแหลมคมของเซเวียสขณะเขาตวัดลิ้นเลียกลีบปาก เธอรู้ดีว่าจินตนาการของมนุษย์มันแฟนตาซี แต่เหตุจูงใจที่ทำให้เธอมองเห็นเขาเป็นเช่นนั้นมันคืออะไรกันแน่ทุกอย่างที่เธอคิดขณะนั้นถูกหยุดไว้ เมื่อชายหนุ่มถอนตัวตนออกไปจากร่างกายของเธอ แต่เพียงเสี้ยววินาทีเขาก็จับเธอนอนอยู่ในท่าคลานเข่า แล้วสอดใส่สิ่งใหญ่โตเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว“อื้อ!” สติกระเจิดกระเจิงจนต้องผวาคว้าหัวเตียงเอาไว้ แต่อีกฝ่ายกลับยื่นมือมาประสานหลังมือของเธอ แล้วโถมกายเข้าใส่อย่างป่าเถื่อนเซเวียสสอดมือเข้าไปกุมลำคอระหงไว้ด้วยแรงอันน้อยนิดของเขา แต่มันทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยแรงมหาศาลแทบหายใจไม่ออก ใบหน้าหวานแดงก่ำจนปีศาจหนุ่มยอมปล่อยมือออกจากคอ แล้วเลื่อนลงมากอบกุมทรวงอกอวบแทน
@QUEENS CITY “โอ้โห~” คลาริสาอ้าปากอย่างตกตะลึง เมื่อเข้ามาในอาณาเขตที่ตั้งปราสาทใหญ่โตของครอบครัวเพื่อนสนิท “อ้าปากกว้างจนแมลงบินเข้าปากหมดแล้วหนูท่อ” “นี่เหมือนปราสาทยุคกลางที่เราอ่านในเว็บตูนเลยอะไซลัส” ทั้งใหญ่โต ทั้งสวยงาม แถมยังอยู่ในหุบเขาอีกด้วย แต่อีกมุมหนึ่งก็ดูลึกลับและน่ากลัว “จอดรถได้แล้ว เราอยากลงไปเดินดู” “ไปๆ ลงไป” ไซลัสยอมจอดรถให้เพื่อนสนิทลงไปก่อน เกิดเธอผลีผลามกระโดดลงรถจะเจ็บตัวเอาเปล่าๆ ส่วนเขาก็วนรถมาจอดให้เป็นที่เป็นทาง จากนั้นเดินตามหลังเธอมาเรื่อยๆคลาริสาตื่นเต้นกับความแปลกใหม่เหล่านี้ ทุกอย่าง ณ ที่แห่งนี้เหมือนกับอยู่ในโลกจินตนาการเลย เธอเดินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงต้นสะพานเหล็กที่ยื่นไปในทะเลสาบหมับ!จังหวะที่คลาริสากำลังจะก้าวขาขึ้นไปบนสะพาน ไซลัสตวัดแขนกอดเอาเธอไว้จนตัวลอยขึ้นจากพื้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเอี้ยวหน้าไปถาม “อุ้มเราทำไม” “ไปหาพ่อกับแม่ก่อนแล้วค่อยมาเดินเล่นใหม่” “เออใช่ เราลืมเลย” ไซลัสยอมปล่อยเพื่อนยืนลงบนพื้นอย่างว่าง่าย เปลี่ยนมากอดคอพาเธอเดินลัดทางเดินเข้ามาในปราสาท ความเงียบทำให้เขาสงสัยว่าพ่อกับแม่หายไปไหน แต่พอจะอ้าป
หลายปีต่อมา…“มี้ครับ เดี๋ยวผมมานะ” ไซลัสในวัยสิบเก้าปีวิ่งลงมาจากชั้นสองของบ้านอย่างรีบร้อน ยังไม่ได้สวมเสื้อเลยด้วยซ้ำ“จะไปไหนลูก อีกสักพักเราต้องเดินทางแล้วนะ”“ไปรับยัยหนูท่อที่บ้านครับ”“แน่ะ มี้บอกแล้วว่าอย่าเรียกหนูคลาร่าแบบนั้น” เซเลน่าทำโทษลูกชายด้วยการตีแขนเบาๆ “เขาโตเป็นสาวแล้ว เรียกให้มันดีๆ หน่อย”“ในสายตาผมคลาร่าก็ยังเหมือนหนูท่อเหมือนเดิมนั่นแหละ” คล่ายังคงตัวเล็กเหมือนเด็กมัธยม ทั้งที่กำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัยแล้ว เปรียบเทียบกับเขาที่มีความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรยอยู่เพียงระดับอกอยู่เลย “พ่อกับแม่ไปกันก่อนเลยก็ได้นะครับ เดี๋ยวผมตามไปทีหลัง”“โอเค ขับรถระวังๆ ด้วยล่ะ”ไซลัสวิ่งออกมาเอารถยนต์นอกบ้าน แล้วใช้มันขับมารับคลาริสาที่บ้านของเธอซึ่งอยู่เมืองข้างเคียง ตอนแรกเขาตั้งใจจะไปเที่ยวพักผ่อนกับครอบครัว แต่จู่ๆ คลาริสาก็ขอไปด้วยเธอเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเขาตั้งแต่อนุบาลจนมาถึงปัจจุบัน แม้ว่าหลังจากจบอนุบาลเขาจะเรียนโฮมสกูล แต่ก็ยังติดต่อกันผ่านข้อความอยู่บ่อยๆตอนที่เขามีอายุได้เพียงแปดขวบ เขาก็เติบโตเทียบเท่ากับชายหนุ่มวัยเจริญพันธุ์แล้ว กว่าจะได้เจอคลาริสาอีกครั้งห
“ศาสตราจารย์คะ!”“ครับ?”“เอ่อ…วันนี้ไปทานอาหารกลางวันกับฉันมั้ยคะ”เซเวียสสบตากับผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเองด้วยแววตาเรียบเฉย ความคิดในหัวของเจ้าหล่อนทำให้เขาเกือบหลุดหัวเราะเธอกำลังคิดว่าอย่างไรเขาก็ต้องตกลง เพราะตัวเองเป็นคนหน้าตาดี คงไม่กล้าปฏิเสธสาวสวยแบบนี้ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้า แต่ตอนนี้เขาต้องนึกถึงภาพลักษณ์ของตัวเองในที่ทำงานด้วย“ได้สิครับ”“จริงนะคะ!”“เจอกันที่โรงอาหารตอนกลางวันแล้วกันครับ” ว่าจบเซเวียสก็หันไปรับเครื่องดื่มสองแก้วจากบาริสต้า แล้วเดินออกมาจากร้านกาแฟเพื่อมาส่งน้ำให้กับคนรักอย่างเช่นทุกวันปัจจุบันเขาทำงานที่ศูนย์วิจัยมาได้เกือบสามเดือนแล้ว แต่เรื่องที่เขากับเซเลน่าเป็นสามีภรรยากันยังคงถูกเก็บเป็นความลับ เธอให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ใครเอาเรื่องส่วนตัวไปพูดลับหลัง และเขาก็ปฏิบัติตามที่เธอต้องการอย่างเคร่งครัดมาตลอดก๊อก ก๊อก ก๊อก~“เชิญค่ะ” ปีศาจหนุ่มเปิดประตูเข้าไปทันทีที่ได้ยินเสียงอนุญาตของคนในห้อง “มาทำอะไร”“เอาช็อกโกแลตเย็นมาให้”“อ้อ ขอบใจ” เซเลน่าลุกจากเก้าอี้ทำงานพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มมาจากมือเซเวียส นอกจากจะขอบคุณเขาด้วยคำพูดย
“เมื่อกี้นายไปไหนมา” เซเลน่าเอ่ยถามหลังจากเดินพ้นออกจากอาณาเขตโรงเรียนของอนุบาล ด้วยความที่เขาหายไปเกือบครึ่งชั่วโมง คงไม่แปลกที่เธอจะสงสัย“ซื้อโรงเรียน”“ถามจริง?” เธอถามกลับอย่างไม่อยากเชื่อ“จริง”“อะไรเข้าสิงให้คิดจะซื้อโรงเรียนลูกเนี่ย”“สิ่งที่ไซลัสกำลังเจอคือการเหยียดหยาม เพราะทุกคนเอาแต่คิดว่าเป็นเด็กไม่มีพ่อ ถ้าฉันเป็นเจ้าของโรงเรียนนี้ใครมันจะกล้าทำตัวไม่ดีใส่ลูกอีกล่ะ” ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะเข้าไปคุยกับผู้อำนวยการโรงเรียนเท่านั้น แต่ระหว่างเดินผ่านกลับได้ยินคุณครูซุบซิบเรื่องของไซลัสกับเซเลน่าอย่างออกรสออกชาติ ในฐานะที่เขาเป็นพ่อและสามีก็ควรจะปกป้องลูกและภรรยาตัวเอง“ต้องเล่นใหญ่เบอร์นี้เลยเหรอ? อีกไม่นานลูกก็โตแล้วอีกอย่างฉันมีความคิดจะให้ไซลัสเรียนโฮมสกูลด้วย ถ้าลูกผ่านเกณฑ์ ไม่กี่ปีก็เข้ามหา’ ลัยได้”ปัจจุบันไซลัสเรียนอยู่ระดับชั้นอนุบาล แต่สรีระร่างกายของเขาเหมือนเด็กประถมต้น ดังนั้นเธออยากจะหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ โดยการให้ไซลัสศึกษาเล่าเรียนที่บ้านแทน แต่เมื่อเขาพร้อมที่จะเข้ามหาวิทยาลัยก็จะให้เขาได้ออกไปใช้ชีวิตเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป“นายก็รู้ว่าลู
หลังจากไซลัสยอมหยุดการกระทำของตัวเองลง เขาก็เดินกลับมาหาเพื่อนผู้หญิงที่ก้มหัวปิดหน้าปิดตา ย่อตัวนั่งลงใกล้ๆ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เมื่อกี้เธอไม่เห็นอะไรใช่มั้ย”“ระ…เราไม่เห็นอะไรนะ!” คนถูกถามสะดุ้งพร้อมกับกางนิ้วมองหน้าของไซลัส โดยที่ยังเอามือปิดหน้าตัวเองไว้“งั้นก็ดี ตอนนี้เธอต้องวิ่งไปฟ้องครูว่าเพื่อนทะเลาะกัน โยนของจนทำกล้องวงจรปิดพัง”“ตะ…แต่เมื่อกี้ไซลัส…”“เธอต้องไม่เห็นอะไร เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับเรา…เข้าใจมั้ย” น้ำเสียงของไซลัสเข้มขรึมเพื่อต้องการข่มขู่เพื่อนผู้หญิงคนนี้ไม่ให้เอาเรื่องนี้ไปพูดกับใคร “เธอชื่ออะไร”“คะ…คลาริสา”“เราจำชื่อเธอได้แล้ว ถ้าไม่อยากโดนเหมือนพวกนั้น หวังว่าจะไม่พูดถึงชื่อของเรากับครู”“อื้อๆ เราจะไม่พูดอะไรเลย” เด็กหญิงยกมือกุมจมูกตัวเองลุกพรวดวิ่งผ่านของเล่นที่กระจัดกระจายบนพื้นออกไปจากห้องเรียนอย่างรวดเร็วส่วนไซลัสก็หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินมานั่งอ่านหนังสือที่เดิมอย่างไม่คิดจะปรายตามองเพื่อนร่วมห้องที่ถูกเขาเล่นงานคืนเลยสักนิดที่เด็กชายไม่อยากเอาคืนเพื่อนๆ ก็เพราะคิดว่าอีกหน่อยพวกนั้นก็คงหยุดแกล้งไปเอง แต่ที่ไหนได้กลับหนัก
“หัวหน้าครับ” “หืม? ว่าไงคะคุณโจเอล” “ไปกดน้ำกันมั้ยครับ” “ก็ดีค่ะ ฉันกำลังอยากได้คาเฟอีนพอดีเลย” เซเลน่าโครงศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางเดินยังตู้กดน้ำดื่มของศูนย์วิจัย “คุณโจเอลเอาอะไรดีคะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง” “ผมเป็นผู้ชายนะครับ ให้ผมเลี้ยงหัวหน้าเถอะ” “ฉันไม่อยากให้คนอื่นเอาไปพูดว่าดูแลลูกน้องตัวเองไม่ดีค่ะ” “คนที่กล้าว่าหัวหน้าก็คงมีแต่คนขี้อิจฉานั่นแหละ ผลงานก็ยอดเยี่ยม แถมสวยอีกต่างหาก” “ฉันจะลอยแล้วนะ อย่าชมเยอะ” เซเลน่าแย้มยิ้ม ก่อนจะหันไปเลือกน้ำดื่มสำหรับโจเอลและตัวเอง จากนั้นก็ยื่นมันไปให้เขา “ฉันเห็นคุณดื่มอันนี้บ่อยๆ น่าจะถูกใจอยู่ใช่มั้ยคะ” “ขอบคุณครับผม ผมเปิดให้มั้ยครับ” “ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นกระป๋องน้ำดื่มไปให้อีกฝ่ายช่วยเปิด จากนั้นก็รับกลับมาพร้อมกับยกขึ้นจิบเบาๆ โดยที่สายตามองเอกสารงานวิจัยของทีม “คุณรู้รึยังว่ากำลังจะมีคนเข้ามาแทนตำแหน่งของด๊อกเตอร์เบอร์นาร์ดน่ะครับ” “หาคนมาแทนได้แล้วเหรอคะ” “เห็นสาวๆ บอกว่าคนคนนั้นเข้ามาประจำที่ศูนย์วิจัยแล้วนะครับ แต่พวกเราคงได้เจอวันพรุ่งนี้ตอนแนะนำตัว” “ก็ดีเหมือนกันนะคะ เพราะตั้งแต่ด๊อกเตอร์เบ
เสียงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างปลุกหญิงสาวขณะกำลังหลับตาพริ้มนอนอย่างสบายใจ เธอพลิกตัวไปมาพร้อมกับควานมือหาลูกชายและพ่อของเขาแต่เมื่อสัมผัสกับเตียงนอนว่างเปล่า ดวงตากลมโตก็ค่อยๆ เปิดปรือมอง โครงคิ้วเรียวสวยเริ่มขมวดมุ่นสงสัยว่าทั้งคู่หายไปไหนกันตั้งแต่เช้ารีบลุกจากเตียงเข้ามาล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แล้วเดินออกมาให้อาหารเช้าเจ้างูเผือกที่พามาพักผ่อนในสถานที่คุ้นเคยด้วยกัน“พี่สนุกมาก~” เสียงแว่วที่ดังมาจากหน้าปราสาทขับกล่อมให้เซเลน่าเดินมาบริเวณระเบียงห้องนอน แล้วมองลงไปยังข้างล่าง“ไปไหนกันมาตั้งแต่เช้า”“มอร์นิงครับมี้!” ไซลัสโบกมือขึ้นมาทักทายผู้เป็นแม่อย่างร่าเริง แล้วหันไปเลียไอศกรีมที่เพิ่งซื้อมาด้วยความเอร็ดอร่อย“มอร์นิงครับ แต่ไซลัสยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนะ ทำไมถึงกินไอติมแล้วล่ะลูก”“ก็พ่อซื้อให้พี่นี่ครับ แถมพาพี่หายตัวไปซื้อด้วยนะ!”คนเป็นพ่อก็ถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เมื่อจู่ๆ ลูกชายก็โยนความผิดมาให้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่เจ้าตัวเล็กเป็นคนขอให้เขาพาไปซื้อแท้ๆ“อ้อ…” เซเลน่าเหล่สายตามองหน้าพ่อของลูกเล็กน้อย “…งั้นแสดงว่ามี้ต้องดุพ่อของไซลัสใช่มั้ย”“จะมาดุอ
“คาดไม่ถึงแฮะ” เซเลน่ายกยิ้มมุมปาก“ไม่ใช่สิ่งที่เธออยากฟังรึไง”“ทุกอย่างมันเกินความคาดหมายตั้งแต่ปีศาจอย่างนายเข้ามาในชีวิตของฉันแล้ว แต่ฉันก็ดีใจที่ฉันได้รู้จักกับนาย ถึงตอนแรกจะไม่ได้คิดแบบนั้นก็เถอะ”“ที่ผ่านมาฉันคงเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อย หวังว่าเธอจะไม่ถือสาฉัน”“เพิ่งจะรู้ตัวเหรอว่านายทั้งเห็นแก่ตัว ทั้งเอาแต่ใจ” หญิงสาวฟาดกำปั้นใส่แขนแกร่งด้วยความหมั่นไส้อย่างไม่จริงจังมากนัก“ตอนนี้ดึกแล้วนะ ฉันว่าเธอควรเข้าไปนอนกับลูกได้แล้ว”“ฉันมีเรื่องที่ยังอยากถามนายอีกหลายเรื่อง” ร่างเล็กส่ายหัวปฏิเสธ ก่อนจะเดินมาทิ้งสะโพกนั่งลงบนเก้าอี้ “ช่วยตอบมาตามความจริงด้วย”“ว่ามาสิ”“ริโอน่ะ…เขาเป็นน้องชายของนายจริงเหรอ” มีเรื่องราวส่วนหนึ่งในความฝันที่ทำให้เธอค้างคาใจ และมีเหตุการณ์ที่น่าหดหู่เกิดขึ้นด้วย“อืม”“เขาคือคนที่ฆ่าฉันในอดีตด้วยใช่มั้ย” ภาพที่องค์หญิงไอร่ากระโจนเข้าไปปกป้องว่าที่สามีอย่างเซเวียส มันเป็นความแน่วแน่จนเซเลน่ารับรู้ได้ถึงความรักที่หล่อนมีต่อชายคนรัก แต่สุดท้ายก็ถูกสังหารตายอย่างเลือดเย็น“สิ่งที่มันทำไม่ควรได้รับการให้อภัย มันควรหนีไปเหมือนที่มันเคยทำมาตลอด แต่มันดันกลับมา
ปึง!“มี้!”เซเลน่าสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินทุบประตูพร้อมกับเสียงแผดลั่นของลูกชาย กำลังจะอ้าปากถามว่าทำไมถึงมายืนอยู่หน้าประตู แต่เจ้าตัวเล็กกลับวิ่งเข้ามารัวหมัดใส่ท้องเซเวียสแทน“จะขโมยมี้ของพี่ไปไหน!” ปลายเสียงของไซลัสนั้นสั่นเครือ เขาตกใจที่จู่ๆ ก็ตื่นมาไม่พบแม่ตัวเอง พอวิ่งหาในปราสาทจนรอบก็ไม่เจออีก “อย่าขโมยมี้พี่ไปนะ ไอ้โจรนิสัยไม่ดี!”เซเวียสขมวดคิ้วมุ่นกับการกระทำของเด็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปจับฮูดดีแล้วยกเขาขึ้นลอยจากพื้น มองดวงตาสองสีอย่างพินิจพิเคราะห์ รู้สึกคุ้นเคยกับเด็กคนนี้อย่างน่าประหลาด“ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้นะ! อยากตายงั้นเหรอ!”“ไซลัสไม่เอาลูก ใจเย็นๆ ก่อนครับ”“บอกให้ปล่อยไง!” ไซลัสตะโกนเสียงดังด้วยความโมโห สบตากับดวงตาสีอำพันของชายที่กำลังจะลักพาตัวแม่ของตัวเองเพื่อสะกดจิตให้ปล่อยมือออกจากเสื้อของเขาตามคำสั่งแต่นอกจากจะไม่เกิดผล ยังถูกอีกฝ่ายยั่วยุด้วยความเงียบงัน เจ้าตัวเล็กขบกราบแน่นแสดงความโกรธเกรี้ยวยิ่งกว่าเดิมจนดวงตาข้างซ้ายเปลี่ยนเป็นสีแดงแต่จู่ๆ ใบหน้าถมึงทึงก็ออกอาการตกใจจนอ้าปากค้าง เพราะดวงสีอำพันของอีกฝ่ายนั้นกลายเป็นสีแดงไม่ต่างกัน ไซลัสรู้ได้ทันทีว่าผู้ชา