“เพลงของเจ้า ที่เจ้าร้องที่หออ้ายจือวันนี้ เพราะมากจริงๆ”เขาเอ่ยชม ลี่เซียนหันมามองเขา จริงๆ 2 เพลงนั้น นางคิดถึงเจ้าของร่างเดิม และความรู้สึกที่เจ้าของร่าง อยากสื่อไปถึงเขา ดูเหมือนว่าตอนนี้ เขาคงรับรู้แล้ว นางรู้สึกได้ ว่าเจ้าของร่างเองก็กำลังมีความสุข เพียงแต่ตอนนี้คนที่อยู่ร่างนี้ คือโมริน และอีกไม่นาน หลินลี่เซียน ก็จะจากโลกนี้ไปตลอดกาลแล้วจริงๆ“ท่านชอบหรือไม่“ข้าชอบมาก ทั้งเนื้อหา การถ่ายทอดความรู้สึก และผู้ที่ร้อง”(ผู้ที่ร้อง ผู้ที่ร้อง ผู้ที่ร้อง ผู้ที่ร้อง โอ๊ยยยย อย่าสิ อย่ายิงมารัวๆ แบบนี้ หัวใจจะวายยยย)“ข้ารอจะฟังเพลงต่อไปของเจ้าอยู่นะ”“แม่ทัพฟู่ คืนนี้ก็ดึกมากแล้วนะเจ้าคะ ท่านกลับจวน ไปพักผ่อนหน่อยดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าก็เริ่มง่วงแล้ว”“เรียกข้าว่าพี่เว่ยหลงก็ได้ เจ้าเรียกแบบนี้ ข้ารู้สึกว่าห่างเหินมากเกินไป”“เจ้าค่ะๆ ได้เจ้าค่ะ พี่ ..เว่ยหลง ข้าจะไปส่งท่านนะ”ลี่เซียนบอกเขา และเดินนำเขาไป เขาดึงแขนนาง นางหันมามองเขา เขาดึงนางเข้ามากอด“ไม่ต้องหรอก เจ้าไปพักผ่อนเถอะ ข้าไปส่งเจ้าเอง หมิงอี้รอข้าอยู่ข้างนอก เดี๋ยวข้าเดินไปเอง สะดวกกว่า”“ก็ได้เจ้าค่ะ ท่าน ปล่อยข้าก่อนสิ”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ นางฝันร้ายงั้นหรือ”“ขอรับ ได้ยินเสียงสาวใช้บอกว่าเหงื่อท่วม ตัวสั่นไม่หยุดเลยขอรับ นางกำลังจะไปวัด เห็นว่าจะไปสวดมนต์ขอรับ”เว่ยหลงตกใจ แค่ฝันร้าย เหตุใดทำให้นางวิตกได้ขนาดนี้ ถึงกับตัวสั่น เหงื่อท่วมตัวเช่นนั้น“เตรียมรถม้า ไปวัด” เขาสั่งหมิงอี้“ขอรับ”คุณชายคงคิดจริงจังกับคุณหนูหลินแล้วจริง ๆ ในที่สุด ความพยายามของนางก็ไม่เสียเปล่าสินะวัดเจ้าแม่กวนอิม“คุณหนู ถึงวัดเแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู ค่อยๆ เดินนะเจ้าคะ”อาปิงค่อยๆ พยุงลี่เซียนเข้าไปในวัด พอถึงวัด ลี่เซียนรู้สึกสบายใจขึ้น จิตสงบขึ้น นางต้องการเวลา“อาปิง เจ้ารออยู่ข้างนอกนะ ข้าขอสวดมนต์สัก 1 ชั่วยาม เดี๋ยวข้าจะออกมา”ลี่เซียนบอกอาปิง และค่อยๆ เดินเข้าไป วันนี้นางสวมชุดสีขาวสะอาด ปักปิ่นผมสีเงิน มองดูสะอาดตายิ่งนักนางอยู่ที่นี่ ไม่รู้ว่าเขาทำบุญให้คนที่ล่วงลับไปแล้วเช่นไร แต่สิ่งที่ติดตัวนางมา ตั้งแต่ภพก่อน และนางก็จำได้ขึ้นใจเพราะจะสวดเสมอเวลาที่ต้องการทำสมาธิ นั่นคือ “คาถาพระมหาจักรพรรดิ” วันนี้นางจะลองสวดมนต์ที่นี่ดู อย่างน้อย ก็เพื่อแผ่ผลบุญ ให้กับวิญญาณของเจ้าของร่าง ให้ใจเย็นลง ปล่อยวางให้ได้ หาไม่แล้ว นาง
สักครู่เดียว หมอหลวงก็นำผ้า และถาดน้ำสำหรับเช็ดตัว พร้อมกับชุดสำหรับสตรีเพื่อเปลี่ยนชั่วคราวอีก 1 ชุดตามเข้ามา เว่ยหลงหันมามอง และเดินไปหาหมอหลวง 2 คน และถามพวกเขา“ข้าต้องทำเช่นไร พวกท่านรีบบอกมา”เขาถามอย่างใจร้อน หมอหลวงอธิบายวิธีการเช็ดตัวให้เขา พอเช็ดตัวเสร็จต้องรีบเปลี่ยนชุดทันที“ข้าเข้าใจแล้ว เชิญพวกท่านออกไปก่อนเถิด”ท่านหมอทั้ง 2 พยักหน้าและเดินออกจากห้อง เว่ยหลงตามไปปิดประตู ใจเขาเต้นแรงผิดจังหวะ แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือก ช่วยชีวิตนางคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เขาค่อยๆ ยกถาดน้ำและผ้า เช็ดหน้าให้นาง และเริ่มถอดชุดนอกนางออก เขาพยุงนางนั่งลง และค่อยๆ ปลดชุดของนางออกทีละชิ้น มือเขาเริ่มสั่นเพราะหัวใจเริ่มเต้นแรงและถี่ขึ้น หน้าเขาร้อนขึ้น นี่เขาติดไข้มาจากนางแล้วใช่หรือไม่เขาพยายามจะไม่มองร่างน้อยในที่หมดสติอ้อมกอดของเขามากนัก เขาทำที่จำเป็นเท่านั้น ต้องเช็ดตัวตามวิธีที่ท่านหมอบอก นั่นเท่ากับว่า ต้องถอดออกให้หมด เขากลั้นหายใจ และรีบทำให้เสร็จภายในคราวเดียวผ่านไปเกือบ 1 ชั่วยาม ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องมา เขาหายใจถี่และหอบ หน้าเขาแดงจัด หมิงอี้ที่รออยู่ข้างนอก มองคุณชายของเขา แล้วร
“เซียนเซียน เจ้าอย่าตกใจ มีข้าอยู่ มองข้า มองข้า ข้าอยู่นี่ อยู่กับเจ้า อย่ากลัวนะ อย่ากลัว แค่ฝันร้าย แค่ฝัน ทำอะไรเจ้าไม่ได้หรอก นิ่งซะนะ ข้าจะอยู่กับเจ้า”ลี่เซียนค่อยๆ สงบลง คำพูดของเขา ทำให้นางสงบใจได้อย่างประหลาด นี่นางเป็นบ้าอะไรกัน กลัวแม้กระทั่งฝัน จนทำให้ไข้ขึ้นอย่างกับโดนผีหลอก สมาธิๆๆ สวดมนต์ก็สวดแล้ว แผ่บุญก็ทำแล้ว เอาน่ะๆ สู้ๆ นางค่อยๆ เรียกสติกลับมา ลมหายใจค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ อ้อมกอดของเขาอบอุ่นจัง นางรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาก และเริ่มไม่กลัวฝันร้ายนั่นแล้วมือนางยังสั่นอยู่เล็กน้อย แต่เว่ยหลงจับมือนางไว้ มือนางเย็นเฉียบ เว่ยหลงเริ่มวิตกเกี่ยวกับอาการป่วยที่ท่านหมอเล่า เขายังไม่อาจวางใจได้ เขาอยากรู้ว่าเหตุใด จู่ๆ นางถึงเป็นเช่นนี้ แต่คงต้องค่อยๆ สอบถาม ตอนนี้คงต้องให้นางสงบลงก่อน“คุณชายฟู่ ข้า ดีขึ้นแล้ว ท่านปล่อยข้าก่อนเถอะเจ้าค่ะ”นางพูดเบาๆ เว่ยหลงค่อยๆ ปล่อยนาง“เจ้า ดีขึ้นแล้วหรือ แม่มือเจ้า ยังสั่นอยู่เลย”เว่ยหลงจับมือนาง ที่ยังสั่นอยู่นิดๆ“ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ เจ้าค่ะ คงเป็นผลจากฝันร้ายน่ะ แค่ได้ร้องเพลงสัก 2-3 เพลงก็หายแล้วเจ้าค่ะ”ลี่เซียนบอกเขา เขาขมวดคิ้ว“ร้อง
“คารวะใต้เท้าฟู่ขอรับ น้องสาม เห็นน้องเล็กบอกว่าเจ้าป่วย เป็นอะไรมากหรือไม่”เจ้าซีห่าวเดินมาสอบถามพร้อมกับทักทายเว่ยหลง เขาแอบสงสัยว่า 2 คนนี้มาด้วยกันได้เช่นไร แต่จะถามตอนนี้คงไม่เหมาะสม“ข้าแค่มีไข้นิดหน่อย พี่รอง ท่านไม่ต้องห่วง แค่กินข้าวร้านท่าน ข้าก็หายแล้วเจ้าค่ะ”“ข้าว่าจะให้น้องเล็กไปหาเจ้าอยู่พอดี เรื่องที่เจ้าให้จัดเตรียมหาคน ข้ากับพี่ใหญ่ และน้องเล็กเตรียมพร้อมไว้ให้เจ้าแล้ว กะว่าจะนัดเจ้ามาเพื่อคัดเลือก แต่เจ้ามาเสียก่อน”“ดีเลยเจ้าค่ะ งั้นพรุ่งนี้ ท่านนัดคนมาได้เลย ข้าจะมาดูด้วยตัวเอง”ลี่เซียนมองไปรอบ ๆ ร้าน ที่ตอนนี้แขกมากขึ้น การจัดโต๊ะและการจัดการคนในร้าน เหมือนจะดูดีกว่าครั้งที่แล้ว เวทีตอนนี้ถูกขัดเงาอย่างดี และจัดอย่างสวยงาม เพื่อพร้อมทำการแสดงตลอดเวลา“พี่รอง ร้านท่าน แขกเยอะเชียวนะเจ้าคะ”“เพราะเจ้าเลย นี่ต้องขอบคุณวิธีการที่เจ้าบอกนะ ทุกอย่างดูง่ายหมดเลย คนงานก็ทำงานง่ายขึ้น ปัญหาร้องเรียนก็ไม่เคยเจอ แถมยอดขายยังพุ่งไม่หยุดเลย วันนี้เจ้ากินให้เต็มที่เลยนะ ข้าเลี้ยงเอง ตอบแทนที่เจ้าทำให้ร้านข้ามีลูกค้าไม่ขาดสายเช่นนี้”“ขอบคุณพี่รองเจ้าค่ะ งั้นข้าไม่เกรงใจนะ ข้
"ก๊อกๆๆ"มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น“นั่นใคร” เฟยเฟยถาม“คุณหนูเจ้าคะ ใต้เท้าฟู่ให้ข้า นำยามาให้คุณหนูสามเจ้าค่ะ” เฟยเฟย หันมายิ้มน้อย ๆให้กับลี่เซียนที่กำลังแต่งหน้าอยู่ “เข้ามาเถอะ” สาวใช้ในร้านนำถ้วยยา พร้อมบ๊วยแช่อิ่มมาวางให้ลี่เซียน ยายังร้อนอยู่เนื่องจากพึ่งต้มเสร็จ สาวใช้วางถาดยาลง และยืนเฝ้าอยู่ด้านหลัง“ทำไมเจ้ายังไม่ออกไปอีกล่ะ”เฟยเฟยถาม ลี่เซียนจึงมองตามไปที่สาวใช้ ที่ยังยืนอยู่“คุณหนู คือว่า ใต้เท้าฟู่ กับคุณชายใหญ่สั่งว่า ให้คุณหนูสามดื่มยานี้ให้หมด แล้วให้ข้าไปรายงานเจ้าค่ะ”“โอโห พี่สาม ความห่วงนี้คืออะไรหนอ ท่านก็รีบดื่มเถอะ เดี๋ยวคนข้างนอกจะเป็นกังวล”เฟยเฟยหยอกเย้าลี่เซียน นางยิ้มอย่างอายๆ คนบ้า ทำอะไรออกนอกหน้าตลอด ไม่รู้จักอายคนอื่นบ้าง นางทำใจ ยกยานั่นขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด “เอ๋ ไม่ยักกะขมเหมือนที่สำนักหมอหลวงแฮะ”นางพูด พร้อมกับหยิบบ๊วยเชื่อมเข้าปาก รสชาติช่างดีเหลือเกิน ดับรสชาดยาได้ดีมากเลยทีเดียว นางไม่เคยมีความสุขในการดื่มยาเท่านี้มาก่อนเลย“เรียนคุณหนู ยานี่ใต้เท้าฟู่บอกให้ใส่น้ำตาลแดงลงไปนิดหน่อย และให้เทมาร้อนๆ และกำชับข้า ให้คุณหนูทานตอนยาร้อนๆเพื่อจะได
คนดูหยุดชะงัก และหันกลับมามองที่เวที นางบอกว่ายังไงนะ มีอีกเพลง วันนี้นางจะร้อง 2 เพลง ว๊าว สุดยอด นี่มันกำไรชัดๆ ทุกคนพากันส่งเสียงปรบมือและเป่าปากอย่างพอใจพร้อมตะโกนบอกว่า“ร้องเลยๆ เอาอีกๆๆ”“แม่นาง เจ้าร้องเพลงที่ผู้หญิงบอกรัก แล้วเจ้ามีเพลงที่ ผู้ชายบอกกับหญิงคนรักหรือไม่ล่ะ”แขกคนหนึ่งถามขึ้นมา“ดูท่าว่าท่าน กำลังมีความรักนะเจ้าคะ”ลี่เซียนหยอกแขกผู้นั้น ทำให้เขาอายม้วน เขาเอามือลูบศีรษะอย่างเขินๆ“เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาฟังเพลงนี้ดีกว่า”“เพลงนี้ชายคนหนึ่งบรรยายถึงช่วงเวลาที่พิเศษ ที่เขาได้อยู่กับคนรักของเขา ไม่ว่าจะเวลาจะยาวนาน หรือมีเวลา แค่หนึ่งนาที เขาก็รู้สึกเหมือนในเพลง ลองฟังดูนะเจ้าคะ ว่าชายผู้นี้รู้สึกอย่างไร กับหญิงคนรักบ้าง”เสียงพิณดังขึ้น ช่างเป็นเสียงที่นุ่ม ละมุนชวนฟังเหมือนเดิม" เพียงแค่ 1 นาที ที่มีเธออยู่ข้างๆกัน มันช่างมีความหมาย อยากมองเธอด้วยสายตาแห่งรัก อยากหยุดเวลาไว้แค่ตรงนี้เพื่อจะได้อยู่กับเธอ เธอ ผู้เติมใจให้เต็ม ลบทั้งความเหงาและความปวดร้าว เพิ่มความอบอุ่นให้หัวใจเพียงแค่นาทีเดียวที่เธออยู่กับฉัน มันช่างมีความหมาย ฉันมีคำแค่ 1 คำที่
“แล้ว พรุ่งนี้ เจ้าต้องมาที่นี่อีกหรือ เจ้าจะมาช่วงเวลาใด ข้าจะได้ไปรับเจ้า”ลี่เซียนหันมองหน้าเขา พลางคิดในใจ ต้องพาเขามาด้วยเหรอ“ท่าน ไม่ไปทำงานเหรอ จริงๆ ข้ามาเองก็ได้นะเจ้าคะ อาปิงก็อยู่ด้วย ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก”“เจ้าไม่อยากให้ข้ามาด้วยอย่างนั้นหรือ”ก็ใช่น่ะสิ มันทำอะไรไม่ค่อยสะดวก แต่จะบอกเขายังไงดีล่ะเนี่ย“มันก็ไม่ถึงขนาดนั้นเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของท่าน แล้วให้มานั่งรอนานๆ ข้าเกรงใจเจ้าค่ะ เอาไว้วันไหนที่มาฟังนักร้องคนใหม่ เราค่อยมาด้วยกัน ดีหรือไม่พี่เว่ยหลง”เขามองนาง และคิดตาม มันก็ถูกของนาง เขามาด้วยก็ไม่รู้จะทำอะไรอยู่ดี“งั้นก็ได้ เจ้าก็ดูแลตัวเองให้ดี ๆ เสร็จธุระก็รีบกลับจวน”“เจ้าค่ะๆๆๆ รับทราบเจ้าค่าาาาา”ครู่เดียวหลังจากนั้น เจียงเฉิงและซีห่าวก็ขึ้นมาพร้อมกับใบจองปึกใหญ่“ใต้เท้าฟู่ ช่วงนี้เราเจอกันบ่อยนะขอรับ วันนี้ท่านว่างมากับน้องสามได้เช่นไรกันขอรับ”เจียงเฉิงทักทายเว่ยหลง เขาเป็นคนเดียวที่กล้าทักแบบตรงๆ เช่นนี้“ข้าเพียงมาส่งคู่หมั้น นางไม่ค่อยสบายแต่อยากมาร้องเพลงเพื่อผ่อนคลาย ข้าเลยพานางมาน่ะ”เว่ยหลงบอกกับทุกคน ทุกคนพากันมองหน้า และพูดออ
“ท่านพี่ ท่านแต่งตัวเสร็จหรือยังเจ้าคะ มาช่วยผูกที่คาดเอวให้ข้าทีสิ เว่ยหลง ท่านทำอะไรอยู่”“มาแล้วๆ ฮูหยิน เจ้าอย่าใจร้อนสิ ไหนดูสิ ท้องเจ้าเริ่มโตแล้ว เจ้าจะเดินทางโดยรถม้าอีกไม่ได้แล้วนะ วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ต่อไปก็นั่งรอคลอดอยู่ที่จวนดีๆซะ”“เร็วเข้าๆ ท่านผูกให้ข้าหน่อย อาปิงกับอิ้นสี่ไปเตรียมของขวัญ เดี๋ยวจะไม่ทันแล้ว เว่ยหลง ท่านชักช้าอะไรอยู่”“ก็มัดอยู่นี่ไง เจ้าอย่าเร่งข้าสิ”ฟู่เว่ยหลงเร่งมัดสายคาดเอวให้ฮูหยินอย่างทุลักทุเล ช่วงนี้ท้องนางเริ่มโตขึ้น การแต่งตัวทำได้ยากกว่าเดิม นางมักจะหงุดหงิดง่ายเวลาเรียกหาใครแล้วมาหาช้า ช่วงนี้นางเจริญอาหารมากเป็นพิเศษ และก็ยังนอนมากเป็นพิเศษอีกด้วย ซึ่งทำให้เว่ยหลงพอใจยิ่งนัก แต่วันนี้ พวกเขาต้องไปร่วมยินดีในงานมงคลสมรสของเจ้าซีห่าวกับเสี่ยวหง และเจียงเฉิง กับเฟยเฟย ซึ่งพวกเขาตกลงหาฤกษ์ยามทันทีที่ตกลงกันได้ เนื่องจากฟู่ลี่เซียนท้องเริ่มโตขึ้นแล้ว จะไปงานพวกเขาลำบาก จะรอให้นางคลอดก่อนค่อยแต่ง สองหนุ่มก็รอไม่ไหว จึงรีบหาฤกษ์วันเดียวกันและแต่งพร้อมกันทีเดียวสองคู่เสียเลย“เสร็จแล้วๆ ไปกันได้แล้ว”“เดี๋ยวเจ้าค่ะ ข้ายังไม่ได้ใส่ต่างหูเล
“เฟยเฟย ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”เฟยเฟยหันมาเห็นเจียงเฉิงที่กำลังเดินมา นางไม่ต้องการรับรู้เรื่องนี้ซ้ำอีก น้ำตานางไหลเป็นทาง เจียงเฉิงรู้แล้วว่าเขาคงมาช้าไป หลิวอี้เจินต้องพูดอะไรกับนางแน่ นางถึงขั้นหลั่งน้ำตา“เฟยเฟย รอข้าก่อน เฟยเฟย”หลิวอีเจินดึงเขาไว้“พี่เฉิงเจ้าคะ ปล่อยนางไปก่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้ามีเรื่องจะคุยกับท่าน”“แม่นางหลิว เจ้าพูดอะไรกับนาง เหตุใดนางจึงร้องไห้”“ข้าก็แค่ บอกว่าผู้ใหญ่ของพวกเรากำลังคุยกันด้านใน เรื่องงานแต่งของเรา”“เหลวไหลทั้งเพ คุณหนูหลิว ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้าไม่ได้คิดอะไรกับเจ้า ข้าไม่มีทางแต่งงานกับคนอื่น”“แต่ท่านจะแต่งงานกับนางงั้นหรือ เจียงเฉิง ท่านไม่กลัวผู้อื่นนินทาหรืออย่างไร สมภารกินไก่วัด น่าไม่อาย”“ความรักของข้ากับเฟยเฟยเป็นของจริง มีเรื่องใดที่น่าไม่อาย ที่ไร้ยางอายนะ ใครกันแน่ ข้าไม่เคยไปตกลงว่าจะแต่งกับเจ้า แต่เจ้ากลับแต่งเรื่อง พูดขึ้นมาเองจนนางเข้าใจข้าผิด เจ้าต่างหากที่หน้าด้าน ไร้ยางอาย ขอตัว”“ท่านหยุดนะ!! ท่านมาว่าข้าเสียหายแบบนี้แล้วจะเดินหนีอย่างนั้นหรือ ท่านคิดว่าท่านเป็นใคร แค่พ่อค้าคนหนึ่ง ท่านมีอะไรสู้ตระกูลหลิวของข้าได้งั้นหรือ
หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการแสดงแล้ว ช่วงต่อไปก็เป็นช่วงที่มีการแสดงของโรงงิ้ว และแขกเหรื่อก็ทยอยเข้ามาแสดงความยินดีกันอย่างไม่ขาดสาย รวมถึง“คุณชายเจียง ข้ามาช้า โปรดอภัย”“ใต้เท้าหลิว ไม่เป็นไรขอรับ ยินดีต้อนรับ เชิญตามสบายขอรับ”“พี่เฉิง ยินดีด้วยนะเจ้าคะที่เปิดร้านใหม่ วันนี้ข้าตั้งใจมาหาท่านโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ”เฟยเฟยหันไปมองเจ้าของเสียง สตรีหน้าตาน่ารัก ดูสูงศักดิ์ เรียกเขาว่าพี่เฉิงอย่างสนิทสนม“คุณหนูหลิว ขอบใจเจ้ามาก”เฟยเฟยหันไปมองหน้าเขา เจียงเฉิงจึงนึกขึ้นได้“ออ ลืมแนะนำไปขอรับ นี่ เจ้าเฟยเฟย น้องสาวเจ้าซีห่าว น้องรองของข้า หนึ่งในเจ้าของหออ้ายจือขอรับ”“เฟยเฟยคารวะใต้เท้าหลิว ฮูหยินหลิวเจ้าค่ะ ทุกทานเชิญตามข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ ข้าจะไปหาที่นั่งใ ด้านล่างเต็มแล้ว เชิญชั้นสองดีกว่าเจ้าค่ะ”“พี่เฉิง พี่พาพวกเราไปก็ได้เจ้าค่ะ ไม่รบกวนแม่นางเจ้าแล้ว ขอบคุณ”แม่นางหลิวมองเฟยเฟย และเชิดใส่เล็กน้อย นางเดินไปเกาะแขนเจียงเฉิงให้เขาพานางไปเลือกโต๊ะ เฟยเฟยได้แต่เดินตามพวกเขาไปเงียบๆ เมื่อพวกเขาได้โต๊ะแล้ว เจียงเฉิงจึงนั่งกับพวกเขา เฟยเฟยเลยเดินเลี่ยงออกมาลี่เซียนเห็นเฟยเฟยเดินมาหงอยๆ นางจ
เสียงประทัดดังขึ้นหน้าหออ้ายจือหลังใหม่ พร้อมกับทุกคนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดร้านใหม่ เต็มหน้าลานการแสดง เจียงเฉิงเป็นตัวแทนของร้านออกมากล่าวต้อนรับ“ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ ที่ได้สละเวลามาร่วมในงานเปิดร้านใหม่ของหออ้ายจือสาขาสองของพวกเรา วันนี้จะมีการแสดง ทั้งของเหล่าไอดอลหออ้ายจือของเรา และกลางคืนยังมีการแสดงงิ้ว และงานเทศกาลโคมไฟไปพร้อมๆกันด้วย ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับงานในวันนี้ และที่สำคัญ เชิญทุกท่าน ร่วมรับประทานอาหาร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พวกเรา ทุกท่านเชิญ”แขกหน้าร้านทุกคนปรบมือ และทยอยเข้าไปนั่งภายในร้าน ซึ่งโอ่อ่า และกว้างขวางมาก โต๊ะเกือบ 50 โต๊ะ ทยอยเต็มอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ด้านบนชั้นลอย จะเป็นที่สำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ที่มาร่วมงาน เถ้าแก่อวิ๋นเองก็นั่งโต๊ะถัดไป และคอยช่วยเจ้าซีห่าวจัดแจงที่นั่งให้แขกผู้ใหญ่“พี่เจียง พี่ใหญ่ พี่สามมาแล้วเจ้าค่ะ”เฟยเฟยตะโกนเรียกทั้งสอง ซึ่งพวกเขารีบวิ่งออกไปต้อนรับนาง ฟู่เว่ยหลงค่อยๆพยุงลี่เซียนลงมาจากรถม้า“น้องสามๆๆ คอยๆเดิน ระวังๆหน่อย หลานข้าอยู่ในท้องเจ้า จะเดินไปไหนต้องระวังหน่อย”“พี่รอง ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ท่านว่าเว่ยหลงจะย
จวนสกุลฟู่“คำนับฟ้าดิน”“คำนับบุพการี”“คำนับกันและกัน”“ส่งตัวเข้าหอ”อาปิงและอิ้นสี่ พาหลินลี่เซียนเดินไปที่ห้องหอที่จัดเตรียมไว้สำหรับพิธีสมรสพระราชทานของท่านเม่ทัพหลวงคนใหม่ และฮูหยินแม่ทัพฟู่“อาปิง ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว มีอะไรให้ข้ากินได้บ้างมั้ย”“ฮูหยินเจ้าคะ รอสักครู่นะเจ้าคะ ข้าจะเอาขนมมาให้ท่าน แต่ท่านอย่าเปิดผ้าคลุมหน้านะเจ้าคะ จะเสียฤกษ์ ต้องรอให้ท่านแม่ทัพเปิดนะเจ้าคะ”“รู้แล้วๆ รีบไปหาของกินมาทีเร็ว กว่าเว่ยหลงจะเข้ามาอีกนาน เขาต้องรับแขกข้างนอกอีก ป่านนั้นข้าหิวตายอยู่ตรงนี้แหละ”อาปิงรีบออกไปยกขนมมาให้หลินลี่เซียนกิน อิ้นสี่รินน้ำชาส่งให้นางใต้ผ้าคลุมเพื่อให้นางดับกระหาย“อา ค่อยยังชั่วหน่อย นี่ หลังจากนี้ ต้องทำอะไรอีกล่ะ”“ก็รอให้เจ้าบ่าวเข้ามา เปิดผ้าคลุมหน้า ดื่มเหล้ามงคล แล้วก็... เข้าหอเจ้าค่ะ”“ข้าง่วงจังเลย”“ฮูหยิน ท่านจะนอนพักก่อนมั้ยเจ้าคะ แค่นั่งพิงหลับน่าจะได้”“อืม ข้าขอพักสักงีบ พวกเจ้าออกไปเถอะ”“เจ้าค่ะ”หลินลี่เซียนนั่งพิงกับขอบเตียง หลังจากที่กินขนมไป นางรู้สึกง่วงมากเพราะเตรียมตัวมาตั้งหลายวัน และวันนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเข้าพิธีอีก กว่าจะแ
ลี่เซียนตื่นขึ้นมา พบว่านางสวมใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว คงเป็นเพราะพ่อคนดีข้างๆ นางนี่เอง ที่จัดการให้ นางยิ้มและก้มหอมแก้มเขาเบาๆ เขาลืมตาขึ้นมา“เจ้าตื่นแล้วหรือ ยังเจ็บแผลอยู่หรือไม่”“ไม่แล้วเจ้าค่ะ เมื่อคืน ท่านใส่ยาและสวมเสื้อผ้าให้ข้าหรือเจ้าคะ”“ใช่ เจ้าลุกไหวหรือไม่ ให้ป้าจางยกข้าวมาให้กินที่นี่ก็แล้วกันนะ”“วันนี้ท่านจะไปไหนหรือเปล่าเจ้าคะ”“ข้าจะเข้าวังหน่อย เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าเจ้าค่ะ งั้นข้าจะรอฟังข่าวอยู่ที่นี่นะเจ้าคะ ท่านลุกเถอะเจ้าค่ะ ไปอาบน้ำ เตรียมเข้าวังได้แล้ว”“ได้สิ เจ้าจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ข้าจะได้ให้อาปิงเตรียมน้ำยาแช่ตัวให้”“เจ้าค่ะ ขอบคุณนะเจ้าคะ”เว่ยหลงก้มลงจูบที่หน้าผากนาง วันนี้เขาจะเข้าวังไปสะสางงานที่เหลือจากเมื่อวาน และไปฟังข่าวด้วย ที่สำคัญ วันนี้มีการกำหนดโทษของสนมฉิน ฉืนอี้เหนียงและฉินชุนเหมยด้วยพวกเขากินข้าวเช้าในห้องของลี่เซียนเสร็จแล้ว นางเดินมาส่งเขาหน้าจวน เขาหันมาบอกนาง“รอข้านะ เดี๋ยวข้าก็กลับ”“ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วนี่นา ท่านไปเถอะเจ้าค่ะ ข้าอยู่ได้”เว่ยหลงส่งยิ้มให้นาง ก้มลงหอมแก้มข้างที่ไม่มีผ้าปิดแผล และหันกลับไปขี่ม้าเพื่อเข้าวัง ล
เขาถามนางด้วยเสียงแหบพร่าเต็มที ถึงนางจะบอกว่าเจ็บ ตอนนี้ เขาก็คงไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไปแล้ว ลี่เซียนใช้มือน้อยๆ ล้วงลงไปหาท่อนแข็งแรงที่ใต้น้ำ ที่ดันนางอยู่ตอนนางเบียดเข้าไปเมื่อครู่ ตอนนี้ นางถือเอาไว้และค่อยๆ ขยับเข้าออกช้าๆ“อาาา เซียนเซียน อย่า ข้าเตือนแล้วนะ อาาาาา หากเจ้าไม่หยุดตอนนี้ ข้า อาาา”เว่ยหลงครางเสียงกระเส่า เขาไม่เคยถูกกระตุ้นแบบนี้มาก่อน เขารู้สึกวูบวาบประหลาดอย่างที่อธิบายไม่ถูก แต่รู้สึกดีมาก ลี่เซียนไม่เพียงไม่หยุด นางยังใช้ลิ้นน้อยๆ เลียไปที่แผงอกของเขาเบาๆ สร้างรอยจ้ำแดงๆ ไปทั่วพร้อมส่งเสียงครางเพื่อกระตุ้นอารมณ์เขา เมื่อนางเริ่มเลียที่ยอดอกของเขา เว่ยหลงถึงกับร้องครางเสียงไม่เป็นภาษา“อาาา เจ้าา ข้าเตือนเจ้าแล้ว อย่าหาว่าข้าใจร้ายนะเซียนเซียน”เขาดันนางออก และอุ้มนางขึ้นจากอ่างน้ำทันที และพานางขึ้นมา และใช้ผ้าคลุมตัวให้นางเช็ดตัว และอุุ้มนางเข้าห้องไปทันที…ลี่เซียนกอดคอเขา และดันตัวเองไปจูบที่ปากอวบอิ่มของเขา เขาตกใจที่นางรุกไม่หยุด เกิดอะไรขึ้นกับนางกัน แต่เขาเองก็ห้ามอารมณ์รักนี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน เขาวางนางลงบนเตียงนุ่ม และดึงผ้าที่ห่อตัวนางออกทันที เข
ฟู่เว่ยหลงพาหลินลี่เซียนมายังสำนักหมอหลวงเพื่อตรวจอาการและรักษาแผล เขาขอเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้นางก่อน หมอกวานจึงให้คนไปเรียกนางกำนัลมาช่วย แต่ฟู่เว่ยหลงบอกว่าเขาจะทำเอง ท่านหมอเลยให้นางกำนัลเตรียมของและชุดใหม่มาให้ลี่เซียนเปลี่ยนฟู่เว่ยหลงถอดชุดของนางออกอย่างเบามือ ตัวของลี่เซียนมีรอยฟกช้ำไปทั้งตัว เมื่อกี้เขาได้ยินว่านางบอกว่าอย่างไรนะ นางถูกรุมกระทืบอย่างนั้นหรือ เขาค่อยๆ เช็ดตัวนางอย่างเบามือ นางขยับตัวสะดุ้งเล็กน้อยเพราะความเจ็บ เขากัดกรมแน่น เขาจะต้องเอาคืนคนพวกนี้ให้สาสม ไม่ว่ามันจะเป็นใคร เขาจะต้องจัดการให้หมดเขาสวมชุดใหม่ให้นางเสร็จแล้วจึงเรียกท่านหมอมาตรวจให้นาง เขาเดินมาบอกอี้หมิง“เจ้าไปตามสืบหา คนที่ทำร้ายนางมาให้ครบหมดทุกคน อย่าได้ขาดไปแม้แต่คนเดียว”“ขอรับคุณชาย”ท่านหมอเดินออกมาแล้ว เขาแจ้งอาการให้เว่ยหลงทราบ“คุณหนูหลินมีแผลฟกช้ำแค่ภายนอก ไม่ได้รุนแรงอะไร เพียงแค่อากาศในคุกนั้นอับชื้นและสกปรก ทำให้นางที่ร่างกายพึ่งพักฟื้นได้ไม่นาน พอเจออากาศแบบนี้ ทำให้ไข้กลับมา อีก 2-3 วันก็ดีขึ้น ข้าจะจัดยาแก้ไข้ แก้ช้ำใน ร้อนใน รักษาภายใน และสมุนไพรแช่ตัวเพื่อรักษาบาดแผลภายน
ชุนเหมยพาหลินลี่เซียนเดินขึ้นมาช้าๆ พร้อมเอามีดจี้ที่คอนางไว้ ฟู่เว่ยหลงตกใจที่เห็นนาง“เซียนเซียน แม่นางฉิน อย่านะ อย่าทำอะไรนาง”“ท่านกล้าขอร้องข้าเชียวเหรอ ท่านแม่ทัพ ตอนนี้ท่านขอร้องเป็นแล้วหรือ เมื่อกี้ท่านยังปากดีอยู่เลยนี่ แค่นังแพศยานี่คนเดียว ทำให้ท่านกังวลใจได้ถึงเพียงนี้เชียวเหรอ”หลินลี่เซียนส่งสายตาให้เขาว่าอย่า เพราะสายตาของลีเซียน ไม่ได้บ่งบอกว่านางกังวล“ฮ่าๆๆๆๆ ดีมาก ชุนเหมย หลานน้า ดีๆๆ ฝ่าบาท ถอนรับสั่งสิ ถอนรับสั่งแล้วจับพวกมันตัดหัวให้หมด เร็วสิ”“แม่นาง เหตุใดข้าต้องฟังเจ้า เพียงเพื่อสตรีคนเดียว”“ฝ่าบาท พระองค์จะลองดูก็ได้นี่เพคะ”ชุนเหมยท้าทาย โดยการยกมีดขึ้นจ่อที่คอของหลินลี่เซียน""อย่า""ฟู่เว่ยหลง หลินซือเหยา ลั่วจิ่นหยาง ท่านหมอกวาน และองค์ชายห้าต่างร้องออกมาพร้อมกัน ชุนเหมยหันไปมองพวกเขาอย่างเกลียดชัง ไม่พอใจ และริษยา“นังงูพิษ เจ้านี่หว่านเสน่ห์ไปทั่วเลยจริงๆ นะ ใครๆ ต่างก็ร้องขอชีวิตให้เจ้า เจ้ามันมีดีอะไรกันนะ”“ท่านพ่อ ท่าน ท่านยังไม่ตาย ท่านพ่อ”“เซียนเซียน พ่อปลอดภัย พ่อไม่เป็นอะไร เจ้าอยู่นิ่งๆ นะ”“ฝ่าบาท ปล่อยท่านแม่ และท่านน้าข้าเดี๋ยวนี้ เร็วสิ