ฝีเท้าของจี้อี่หนิงหยุดชะงักไป ขมวดคิ้วมองเสิ่นเยี่ยนจือที่อยู่ข้าง ๆ ด้วยแววตาโกรธเคือง"คุณไปพูดอะไรกับพ่อฉัน?!"เสิ่นเยี่ยนจือยังไม่ทันปริปาก จี้เหว่ยหงก็พูดด้วยความเกรี้ยวกราด "เธอยังกล้าคาดคั้นเยี่ยนจืออีก?! เธอกับอาเล็กของเขาแอบกิ๊กกันเธอไม่รู้สึกผิดกับเขาเลยรึไง?"จี้อี่หนิงโมโหจนหน้าซีด แม้แต่ปลายนิ้วยังสั่นระริกเธอไม่คิดเลยว่าเสิ่นเยี่ยนจือจะหน้าไม่อายขนาดนี้ แว้งกัดต่อหน้าจี้เหว่ยหงก่อนซะงั้นสิ่งที่ทำให้เธอคิดไม่ถึงก็ถึง จี้เหว่ยหงกลับเชื่อจริง ๆ"พ่อคะ ในสายตาพ่อหนุเป็นคนแบบนั้นเหรอ? พ่อไม่ถามหนูเลยด้วยซ้ำ แค่คำพูดของเสิ่นเยี่ยนจือฝ่ายเดียวก็คิดว่าหนุหักหลังเขาแล้ว?!"จี้อี่หนิงสูดหายใจลึก ตัดสินใจจะไม่ปิดบังเรื่องที่เสิ่นเยี่ยนจือนอกใจแอีกต่อไปแล้ว"พ่อรู้ไหมว่าเขาแอบ...""อี่หนิง เมื่อกี้พ่อเกือบจะเป็นลมเพราะเรื่องของเธอ หมอบอกว่าห้ามให้เขาถูกกระตุ้นแล้ว เธอต้องทำให้พ่อโมโหจนอกแตกตายก่อนถึงจะพอใจใช่ไหม?"เสียงของเสิ่นเยี่ยนจือดังมากจนกลบเสียงของจี้อี่หนิงไปหมดมือที่วางข้างลำตัวของจี้อี่หนิงกำแน่น ในใจเกลียดเสิ่นเยี่ยนจืออย่างสุดขีด"ในเมื่อคุณรู้ว่าพ่อของฉัน
ทันใดนั้น ใบหน้าของเสิ่นเยี่ยนจือก็ปรากฏเป็นรอยฝ่ามือขึ้นมาทันที แววตาของเขาที่มองจี้อี่หนิงก็กลายเปลี่ยนเป็นความเย็นชาอย่างสุดขั้ว“นี่คุณกล้าตบผมเหรอ?!”จี้อี่หนิงเงยหน้าขึ้นสบตากับแววตาโกรธเคืองของเขา แล้วพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ "ทำไมฉันจะตบคุณไม่ได้? คนที่นอกใจคือคุณต่างหาก แต่คุณบังอาจวิ่งแจ้นไปใส่ร้ายฉันต่อหน้าพ่อของฉัน คุณไม่สมควรโดนตบรึไง?"ทันทีที่พูดจบ เสิ่นเยี่ยนจือก็บีบคางเธอและกดเธอไว้กับกำแพงทันที รังสีความโหดฉายออกมาในแววตา"อี่หนิง คุณไม่เชื่อฟังคำสั่งของผมก่อนเอง ถ้าคุณเชื่อฟังผมดี ๆ ผมก็ไม่มาหาพ่อตาหรอก"จี้อี่หนิงแค่นหัวเราะออกมา "ถ้าคุณกล้ามาหาพ่อของฉันอีก ฉันก็จะแฉเรื่องที่คุณนอกใจออกมาให้หมด""ถ้าคุณไม่กลัวว่าพ่อจะได้รับแรงกระตุ้นแล้วอาการแย่ลง คุณจะไปบอกตอนนี้เลยก็ได้"น้ำเสียงไม่แยแสของเสิ่นเยี่ยนจือทำให้ความโกรธของจี้อี่หนิงสุมขึ้นในอก มือที่วางข้างลำตัวก็กำแน่นโดยไม่รู้ตัว"เสิ่นเยี่ยนจือ ทำไมคุณกลายเป็นคนหน้าด้านไร้ยางอายได้ขนาดนี้?!"เสิ่นเยี่ยนจือก้มหน้ามองเธอ เมื่อเห็นความเกลียดชังและความโกรธในแววตาของเธอ ม่านตาของเขาก็หดตัวลงแล้วบีบคางเธอแน่นกว่าเดิ
มีคนแอบซุ่มรอทั้งในห้องนอนและหน้าประตู เห็นทีอีกฝ่ายคงวางแผนมาแล้วเธอลุกขึ้นมาวิ่งไปตรงไปยังห้องครัว แต่เพิ่งเริ่มวิ่งได้สองก้าวก็ถุกคนคว้าแขนเอาไว้ แล้วกระแทกเธอเข้ากับกำแพงอย่างแรง"แกเป็นใคร? ทำไมต้อง...อื้อ..."อีกฝ่ายใช้มือข้างหนึ่งกดจี้อี่หนิงไว้ มืออีกข้างก็ใช้ผ้าผืนหนึ่งอุดจมูกของจี้อี่หนิง ไม่ให้โอกาสจี้อี่หนิงได้พูดเลยสักนิดกลิ่นฉุนเตะจมูก ภาพตรงหน้าของจี้อี่หนิงก็ค่อย ๆ มัวลงช้า ๆผ่านไปไม่นาน ผู้ชายสวมผ้าปิดปากสองคนก็ลากกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งเดินออกไปจากบ้านของจี้อี่หนิงเนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว คนส่วนมาก็เลิกงานกลับบ้านกันหมด ในหมู่บ้านจึงไม่ค่อยมีคนสักเท่าไหร่ ดังนั้นจึงไม่มีใครสังเกตสองคนนี้ไม่นาน ทั้งสองคนก็มาถึงประตูหลังของหมู่บ้าน มีรถตู้ที่ไม่มีป้ายทะเบียนคันหนึ่งจอดอยู่ใต้ต้นไม้ทั้งสองคนเอากระเป๋าเดินทางใส่ไว้ในกระโปรงหลังรถ จากนั้นก็ขับรถมุ่งตรงออกไปยังนอกเมืองทันทีชิงหงกรุ๊ปห้องทำงานประธานซุนสิงถือเอกสารชุดหนึ่งรีบเดินเข้าไปอย่างรีบเร่ง "ประธานเสิ่นครับ เมื่อกี้บริษัทคู่ค้าส่งเอกสารชุดนี้กลับมา บอกว่าข้อมูลการทดลองเหมือนจะมีปัญหา แต่
"ต่อให้แกแฉออกไปตอนนี้ฉันก็ไม่มีเงิน อีกอย่างถ้าเรื่องนี้ถูกแฉออกไป แกก็ต้องติดคุกเหมือนกัน!"เสียงถกเถียงของทั้งสองคนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดจี้อี่หนิงก็รู้แล้วว่าคนที่ลักพาตัวตนเองคือพ่อของเจิ้งโหยวโหย่ว เจิ้งกั๋วอันแต่ตัวเธอเคยเขาแค่ครั้งเดียวเอง เขารู้ได้ยังไงว่าเธออยู่ที่ไหน? อีกทั้งยังแอบซุ่มอยู่ในบ้านเธออีก...เธอสามารถมั่นใจได้ว่า นี่ไม่ใช่วิธีที่แรงงานเกษตรคิดออกมาได้แน่ ๆ ต้องมีคนคอยบงการเขาอยู่เบื้องหลังแน่นอนและคนคนนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นหลิ่วอี๋หนิงผ่านไปสักพัก เสียงถกเถียงข้างนอกก็หยุดลง ตามมาด้วยเสียงสตาร์ทรถยนต์ และไม่นานบริเวณโดยรอบก็เหลือแต่ความเงียบจี้อี่หนิงหายใจช้า ๆ โดยไม่รู้ตัว ไม่กล้าหอบหายใจเสียงดังทันใดนั้น เธอก็รู้สึกว่ากระเป๋าเดินทางขยับ จากนั้นก็เป็นเสียงล้อลากกับพื้นเมื่อสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายกำลังลากตัวเธอไปที่ไหนก็ไม่รู้ ในใจจี้อี่หนิงก็ตื่นตระหนกทันที ครุ่นคิดอย่างรวดเร็วว่าจะหนียังไงดีเธอค่อย ๆ รูดซิปบนหัวออก แต่ข้างนอกมืดสนิท มีแค่แสงสว่างเพียงเล็กน้อยคอยส่องทางจากไฟฉายกระบอกหนึ่งในมือของคนข้างหน้าที่ลากกระเป๋าเดินทางจี้อี่หนิงมองไม่ส
"ใครน่ะ?"เมื่อฟังออกว่าเป็นฉินจืออี้ สีหน้าของจี้อี่หนิงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย"ฉันคือจี้อี่หนิง ฉันต้องการคุยกับเสิ่นเยี่ยนจือ เอาโทรศัพท์ให้เขา"เสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากปลายสาย "เธอบอกว่าเยี่ยนจือน่ะหรอ เขากำลังอาบน้ำอยู่ เกรงว่าจะไม่ว่างรับสายเธอน่ะสิ คุณจี้ มีธุระอะไรกับเขาบอกฉันได้เลย ฉันจะช่วยบอกเขาให้"จี้อี่หนิงกัดริมฝีปากเล็กน้อย มือที่ทิ้งน้ำหนักลงข้างตัวกำแน่นโดยอัตโนมัติ"ฉินจืออี้ ฉันถูกลักพาตัว..."ยังพูดไม่ทันจบ ฉินจืออี้ก็ตัดบทเธอขึ้นมา "จี้อี่หนิง เธอคิดว่าคำโกหกเงอะงะแบบนี้จะทำให้เยี่ยนจือไปหาเธอได้หรอ? ถ้าเธออยากจะเขาจริงๆ เธอก็มาหาเขาเองสิ แต่คืนนี้เขาต้องอยู่เป็นเพื่อนฉันกับลูก เกรงว่าจะไม่ว่างสนใจเธอหรอก"เวลานี้เหตุการณ์เกี่ยวพันกับชีวิต จี้อี่หนิงจึงไม่มีเวลามาคิดแค้นหล่อน"ฉันโดนลักพาตัวจริงๆ...ขอแค่เธอบอกเขาเรื่องนี้ก็พอ...""ถ้าเธอโดนลักพาตัวจริง งั้นก็ไปตายซะสิ ถ้าไม่มีเธอสักคน ลูกในท้องของฉันก็เชิดหน้าชูตาเกิดมาได้อย่างภาคภูมิ ฉันเองก็จะได้อยู่กับเยี่ยนจือ ไม่ต้องห่วงนะ ถ้าเธอตายไป ฉันจะเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ทุกปีเลยล่ะ"น้ำเสียงของฉินจืออี้เต
สีหน้าของเสิ่นซื่อเปลี่ยนทันที เขาพูดเสียงเย็น "เกิดอะไรขึ้น?""ในบ้านของคุณจี้เละเทะไปหมด โทรศัพท์ของเธอวางอยู่บนโซฟา แต่เจ้าตัวหายไปครับ""รีบไปสืบเดี๋ยวนี้"ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซุนสิงก็สืบได้ว่าจี้อี่หนิงถูกลักพาตัวไป จีบรีบรายงานเสิ่นซื่อทันทีรถตู้ไม่ติดป้ายทะเบียนเพิ่งจะเข้าเขตตัวเมืองได้ไม่เท่าไหร่ ก็ถูกกลุ่มคนขวางเอาไว้เมื่อเห็นชายชุดดำสิบกว่าคนยืนล้อมตัวรถ ชายหนุ่มก็ชะงักไป เปิดประตูลงจากรถ ขณะกำลังจะถามว่ามีอะไร ก็ถูกคนถีบเข้าอย่างแรง จนทรุดลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น"โอ๊ย!"เขาโอดครวญอย่างน่าสังเวช ความเจ็บปวดจากหัวเข่าที่แตกทำให้เขาหน้าซีด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มไปหน้าไม่หยุดซุนสิงมีสีหน้าเย็นยะเยือก "แกลักพาตัวคนไปไว้ที่ไหน?"แววตาของชายหนุ่มเผยความลนลานเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะรีบส่ายหน้า "พวกแกพูดอะไร...ฉันไม่รู้เรื่อง"ซุนสิงแค่นหัวเราะเสียงเย็น "ไม่รู้เรื่องใช่ไหม? งั้นก็จะกระทืบจนกว่าจะรู้"วินาทีที่เขาพูดจบ ชายชุดดำสิบกว่าคนรุมเข้าไป เสียงโอดครวญดังเป็นระลอกๆไม่ถึงห้านาที ชายหนุ่มก็พูดอย่างสังเวช "อย่าทำผมเลย...อย่าทำผมเลย ผมจะบอกแล้ว...ผมจะบอก"ซุนสิงส่งซิ
ตอนนี้หากจี้อี่หนิงตายไป นอกจากอีกฝ่ายจะไม่ให้เงินแล้ว ดีไม่ดีจะโยนขี้ให้เขาว่าเป็นคนฆ่าจี้อี่หนิง เขาไม่มีอำนาจ แถมตอนนี้เจิ้งโหยวโหย่วยังโดนขังอยู่ในคุกอีก เขาจะเอาอะไรไปสู้หลิ่วอี๋หนิงเพราะงั้นเวลานี้การที่จี้อี่หนิงมีชีวิตต่อไป จะเป็นผลดีกับเขามากกว่า"แกเป็นบ้าไปแล้วหรอ? ดีไม่ดีตอนนี้เสิ่นเยี่ยนจือรู้แล้วว่าพวกเราจับตัวหล่อนมา ยิ่งชักช้ายิ่งจะไม่เป็นผลดีกับพวกเรา""ฉันแค่ต้องการเห็นเงินก่อน ถ้าคุณอยากฆ่าเธอผมจะไม่ยุ่ง""ดึกดื่นป่านนี้ ฉันจะไปโอนเงินให้แกได้ยังไง อย่างน้อยๆ ก็ต้องรอพรุ่งนี้เช้า ให้เจ้าหน้าที่ธนาคารเข้างานก่อน!"หลิ่วอี๋หนิงโมโหจนจะบ้า เจิ้งกั๋วอันเหมือนกับเจิ้งโหยวโหย่วไม่มีผิด ร่วมมือกับคนโง่ มีแต่จะพาเธอลงเหวอีกอย่างถึงจะโอนเงิน เธอก็ต้องใช้บัญชีต่างประเทศ ไม่งั้นถึงตอนนั้นเธอจะโดนตรวจพบได้"ฉันไม่สน ฉันจะเอาเงิน"ขณะที่ทั้งสองคนกำลังมีปากเสียงกัน แสงไฟจากที่ไกลๆ ก็เคลื่อนตัวเข้ามาเรื่อยๆสีหน้าของหลิ่วอี๋หนิงเปลี่ยนในทันใด เธอสั่งเสียงเย็นชา "เร็ว รีบพาเธอขึ้นบนดาดฟ้า!"เจิ้งกั๋วอันเองก็ตระหนักได้ถึงความตึงเครียดของสถานการณ์ ก็ไม่ได้โต้เถียงกับหลิ่วอ
วินาทีที่กริดทะลุเข้าไปบนหลังมือ จี้อี่หนิงหลุดร้องออกมา เจ็บปวดจนใบหน้าขาวซีดเลือดสดๆ รินไหลจากหลังมือของเธอ ดูน่าสยดสยองเป็นอย่างมากหลิ่วอี๋หนิงหัวเราะ แล้วดึงกริดออกมาจนเลือดพุ่งกระฉูดตามไปด้วย จี้อี่หนิงกัดริมฝีปากอย่างแรง จึงไม่มีเสียงโหยหวนเล็ดลอดออกมาดูสีหน้าอดทนอดกลั้นของเธอแล้ว มุมปากของหลิ่วอี๋หนิงก็ยกยิ้มกว้างขึ้น"ไม่คิดว่ากระดูกของเธอมันจะแข็งเอาเรื่อง แต่ก็ไม่รู้ว่า มันจะแข็งไปได้ถึงเมื่อไหร่"หล่อนชูกริดขึ้นอีกครั้ง เตรียมจะแทงลงไปยังหน้าอกของจี้อี่หนิงสุดแรงเกิดทว่าจังหวะที่กริดอยู่ห่างจากหน้าอกข้างซ้ายของจี้อี่หนิงเพียงไม่กี่เซนติเมตร จู่ๆ ความปวดร้าวก็ส่งตรงมาจากข้อมือ กริดที่กำอยู่ก็ตกลงบนพื้นเช่นกันหลิ่วอี๋หนิงมองลูกดอกที่แทงใส่ข้อมือของหล่อนอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา แล้วช้อนสายตาขึ้นมองไปยังทิศทางที่ลูกดอกยิงมาในทันที ก่อนจะเห็นร่างใครบางคนกำลังวิ่งมายังที่หล่อนอยู่แววตาของหล่อนเผยความลนลาน รีบก้มหน้าไปเก็บกริด ทว่าจังหวะที่กำลังก้มหน้าอยู่นั้น หล่อนก็ถูกเตะเข้าตรงลิ้นปี่อย่างรุนแรง จนกระเด็นออกไปทั้งร่างร่างกายของหล่อนกระแทกลงบนพื้นราวกับว่าวที่ด้
จี้อี่หนิงเม้มริมฝีปากก่อนก้าวเข้าไปในห้องผู้ป่วย มองไปที่จี้เหว่ยหงแล้วพูดว่า “พ่อ ฉันเตรียมจะส่งพ่อไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ หมอเจ้าของไข้ก็เห็นด้วยแล้ว รอให้ร่างกายพ่อดีขึ้นหน่อย ทางโน้นจัดเตรียมเรียบร้อย ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบินให้พ่อกับคุณน้าเวินไปต่างประเทศค่ะ”พอพูดจบ จี้เหว่ยหงก็ปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด “ผมไม่ไป ผมจะอยู่ที่ประเทศนี้ครับ”จี้อี่หนิงขมวดคิ้ว “พ่อ การแพทย์ต่างประเทศดีกว่าที่นี่นะ แล้วโรคของพ่อก็ต้องพักฟื้น…”จี้เหว่ยหงขัดขึ้น “เธอจะทำอะไรต่อหลังจากส่งฉันกับน้าเวินไปต่างประเทศ? คิดจะสู้กับตระกูลเสิ่นคนเดียวหรือไง?”จี้อี่หนิงก้มตาลง สีหน้าเรียบเฉย “เปล่า ก่อนหน้านี้พ่อไม่บอกให้ฉันหยุดแล้วเหรอ?”“ถ้างั้น ทำไมเธอยังไปยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลเสิ่นอีก!”จี้เหว่ยหงตบตะเกียบลงบนโต๊ะดังปัง ดวงตามีแต่ความโกรธขณะที่จ้องมองจี้อี่หนิง“ฉันไปยุ่งเกี่ยวกับคนตระกูลเสิ่นตอนไหน?”“เธอยังกล้าโกหกฉันอีก! เพิ่งหย่ากับเสิ่นเยี่ยนจือได้ไม่นานก็ไปพัวพันกับอาเล็กของเขา เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?!”จี้อี่หนิงดวงตาหดเกร็ง แววตาเย็นเยียบ “ใครบอกพ่อ?”“ใครเป็นคนพูดสำคัญตรงไหน? สำคัญคือมันเป็น
ในน้ำเสียงของเขา กลับมีความรู้สึกน้อยใจปะปนอยู่เล็กน้อยจี้อี่หนิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนเงยหน้ามองเขา “ฉันตั้งใจจะเก็บงานทดลองให้เสร็จก่อนแล้วค่อยขึ้นไป”“ไหน ๆ ผมก็ลงมาแล้ว เธอช่วยเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ผมตรงนี้เลยก็ได้ เดี๋ยวผมต้องไปประชุมต่อ”“โอเค ถอดเสื้อก่อนสิ”จี้อี่หนิงก้มลงเตรียมผ้าก๊อซและยา แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นแผงอกเปลือยเปล่าของเสิ่นซื่อ มือที่ถือผ้าก๊อซเผลอกำแน่นโดยไม่รู้ตัวเอวแข็งแรงสมบูรณ์ มีกล้ามท้องเป็นมัดถึง 8 ลูก รูปร่างทรงวี ทำให้เขาดูแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพละกำลังดิบเถื่อนเห็นจี้อี่หนิงจ้องกล้ามท้องของเขาจนเผลอเหม่อ เสิ่นซื่อกระแอมเบา ๆ “ถ้าเธออยากดู คืนนี้กลับไปผมถอดให้ดูแบบเต็ม ๆ เลยก็ได้นะ”ได้ยินน้ำเสียงล้อเลียนของเขา จี้อี่หนิงหน้าแดงขึ้นมาทันทีอายจริง ๆ!ดันไปจ้องกล้ามท้องของเขาจนเหม่อไปได้!แต่เธอไม่มีทางยอมรับเรื่องน่าอายแบบนี้เด็ดขาด“เมื่อกี้ฉันแค่คิดอะไรเพลิน ๆ ผู้ชายที่มีกล้ามท้อง ฉันก็เห็นมาเยอะแล้ว คงไม่ถึงกับต้องตะลึงเพราะกล้ามของคุณหรอก”เสิ่นซื่อเลิกคิ้ว “เหรอ? แล้วเธอเคยเห็นของใครบ้างล่ะ?”“เยอะมาก จนจำไม่ได้แล้ว”“ลืมจริง ๆ หรือแกล้
ได้ยินน้ำเสียงไม่พอใจของเธอ เสิ่นซื่อหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะปล่อยเธอไปถ้าแกล้งต่อไป คงได้โกรธจริง ๆ แล้วจี้อี่หนิงถอยหลังสองก้าว ใช้มือจัดผมที่ยุ่งเหยิงเพราะการดึงทึ้งเมื่อครู่ให้เข้าที่ มองเสิ่นซื่ออย่างไม่พอใจ“เอาล่ะ อย่าโกรธเลย คืนนี้ผมอาจจะต้องทำงานล่วงเวลา เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่งเธอกลับก่อนนะ”จี้อี่หนิงขมวดคิ้ว “แผลของคุณต้องเปลี่ยนผ้าพันแผล แล้วคุณจะทำงานล่วงเวลาถึงกี่โมง?”“ยังไม่แน่ใจ เรื่องเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ซุนสิงทำก็ได้”เห็นเขาดูไม่ใส่ใจ จี้อี่หนิงเริ่มไม่พอใจ หน้านิ่งไม่พูดอะไรเสิ่นซื่อถอนหายใจเบา ๆ “จริง ๆ แล้วไม่เป็นไร แค่แผลถลอก อีกไม่กี่วันก็หายครับ”“หลังเลิกงานฉันจะไปเปลี่ยนผ้าพันแผลให้คุณ เสร็จแล้วฉันค่อยกลับค่ะ”ประตูลิฟต์เปิดออก จี้อี่หนิงทิ้งคำพูดนี้ไว้ก่อนเดินออกไป ไม่ให้เสิ่นซื่อมีโอกาสปฏิเสธมองแผ่นหลังของเธอที่รีบเดินจากไป เสิ่นซื่อเผลอยิ้มมุมปากอีกด้านหนึ่ง เสิ่นเยี่ยนจือกลับถึงบ้านด้วยสีหน้าบึ้งตึงฉินจืออี้กำลังนั่งดื่มรังนกที่ห้องรับแขก เห็นเขาขมวดคิ้วแน่นก็วางถ้วยลงแล้วถามว่า “เป็นอะไร? หรือว่าคุณปู่ยังไม่ให้คุณกลับไปที่เสิ่นซื่อกรุ๊ป?”เส
วินาทีถัดมา หน้าผากของเธอรู้สึกถึงสัมผัสที่นุ่มนวลเหมือนขนนกที่ปัดผ่านเบา ๆ ทำให้รู้สึกจั๊กจี้และสะกิดใจเสิ่นซื่อจูบหน้าผากของเธอเบา ๆ แล้วผละออก ดวงตาของเขามีแววรู้สึกผิด"จี้อี่หนิง ขอโทษนะ เมื่อกี้ผมนึกถึงเรื่องที่เธอเคยเต็มใจทำเพื่อเสิ่นเยี่ยนจือแล้วผมรู้สึกไม่สบายใจ แต่นั่นไม่ยุติธรรมกับเธอเลย"ตั้งแต่ตัดสินใจคบกับเธอ เขาก็ควรยอมรับอดีตของเธอ ไม่ใช่โกรธเธอเพราะเรื่องนั้นจี้อี่หนิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโอบรอบเอวเขาและพิงอกเขาเบา ๆ พลางพูดเสียงแผ่วว่า "อืม"ร่างกายในอ้อมแขนของเขานุ่มนวล กลิ่นหอมอ่อน ๆ ทำให้ดวงตาของเสิ่นซื่อเปลี่ยนเป็นแววลึกล้ำ"อี่หนิง ถ้ายังกอดต่อไปแบบนี้ ผมไม่กล้ารับประกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ครับ"น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่พยายามระงับ ทำให้หัวใจของจี้อี่หนิงสั่นไหว ความรู้สึกซาบซ่านแล่นไปทั่วร่าง และแก้มของเธอก็เริ่มร้อนขึ้นเธอรีบผลักเขาออก ดวงตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองผสมความเขินอาย "ฉันแค่กอดเธอแค่นิดเดียวเอง"เสิ่นซื่อรู้สึกกระอักกระอ่วน ลูบจมูกตัวเองเบา ๆ แล้วพูดเสียงต่ำว่า "ผมต้องไปประชุมแล้ว ไปกันเถอะ"พูดจบ เขาก็รีบเปิดประตู
"ไม่ครับ"จี้อี่หนิงเลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงแข็งกระด้างแบบนี้ยังกล้าบอกว่าไม่โกรธอีกเหรอ?"คุณโกรธอะไร? เพราะฉันคุยกับเสิ่นเยี่ยนจือเหรอ?"เสิ่นซื่อสายตาดูลึกซึ้งขึ้น "ผมไม่เด็กขนาดนั้น""งั้นคุณโกรธเรื่องอะไร?"เมื่อกี้นอกจากจะคุยกับเสิ่นเยี่ยนจือไปสองสามคำ จี้อี่หนิงก็ไม่ได้ทำอะไรที่น่าจะทำให้เขาโกรธเลยอีกอย่าง เธอกับเสิ่นเยี่ยนจือหย่ากันแล้ว และเธอก็พูดกับเขาต่อหน้าด้วย เขาจะมีอะไรต้องโกรธ?เสิ่นซื่อเงียบไปสักพักก่อนจะพูดเสียงต่ำ "สิทธิบัตรยารักษาโรคหัวใจที่เขาเอามาตอนนั้น เป็นของคุณเหรอ?"จี้อี่หนิงชะงักไปนิด ก่อนจะพยักหน้า"อืม ตอนนั้นเขาเพิ่งเข้าทำงานที่เสิ่นซื่อกรุ๊ป ผู้ถือหุ้นยังไม่ยอมรับเขา แล้วตอนนั้นฉันก็แต่งงานกับเขา ถ้าเขาดี ฉันก็ต้องดีไปด้วย ฉันเลยยกให้เขาไปค่ะ"เสิ่นซื่อแสยะยิ้มออกมา น้ำเสียงแฝงความประชด "คุณดูจะดีกับเขาจังเลยนะ"ตอนนั้นเสิ่นเยี่ยนจือใช้สิทธิบัตรนั่นแย่งโครงการดี ๆ ไปจากชิงหงหลายโครงการ แถมยังเล่นงานบริษัทของเขาลับหลังอีกถ้าไม่ติดว่าเป็นหลานชาย และเสิ่นซื่อกรุ๊ปก็เป็นธุรกิจของตระกูลเสิ่น เขาคงไม่ปล่อยไปแน่แต่ไม่คิดเลยว่า สิทธิบัตรนั่นจะเป็นข
เสิ่นเยี่ยนจือกัดฟันแน่น ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจเขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่า ท่านผู้เฒ่าเสิ่นลำเอียงเข้าข้างเสิ่นซื่ออย่างเห็นได้ชัดแต่ เขาไม่เหมือนเสิ่นซื่อที่มีบริษัทเป็นของตัวเอง และไม่กล้าขัดใจท่านผู้เฒ่าเสิ่นเขารีบก้มหน้าลง สีหน้าดูกระอักกระอ่วน "คุณปู่ คุณพูดถูกครับ... ตอนนั้นผมแค่ใจร้อนไป... อีกอย่าง ฉินจืออี้ก็ท้องลูกของผมแล้ว...""พอเถอะ ฉันไม่อยากมาเสียเวลากับเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ของพวกเธอ ออกไปซะ"เห็นสีหน้ารำคาญของท่านผู้เฒ่าเสิ่น เสิ่นเยี่ยนจือสูดหายใจลึก แล้วฝืนยิ้มออกมา "ครับ"เสิ่นซื่อจูงมือจี้อี่หนิงออกจากบ้านตระกูลเสิ่นไปจนถึงข้างนอก ถึงได้ปล่อยมือเธอ"รู้ทั้งรู้ว่ามาที่นี่ต้องโดนกดดัน ทำไมถึงยังมาอีก?"น้ำเสียงที่แฝงความไม่พอใจของเขาทำให้จี้อี่หนิงเผลอกัดริมฝีปากตัวเองเธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความห่วงใย "ฉันไม่อยากให้คุณถูกท่านผู้เฒ่าเสิ่นโดนตีเพราะฉันอีก"ท่านผู้เฒ่าเสิ่นเป็นพ่อของเขา เขาคงไม่มีทางตอบโต้เดิมทีจี้อี่หนิงตั้งใจแค่ใช้เขา ไม่คิดจะมาด้วยซ้ำแต่พอเห็นรูปที่เสิ่นเยี่ยนจือส่งมา หัวใจก็บีบรัดแน่น เจ็บปวดขึ้นมาเฉย ๆตอนนั้น เธอถึงได้รู้
ท่านผู้เฒ่าเสิ่นดวงตาเต็มไปด้วยความเวทนา "คุณคิดว่ายังมีโอกาสแต่งงานเข้าตระกูลเสิ่นอีกเหรอ?"ตอนนี้เสิ่นซื่ออาจจะขัดใจฉัน เพราะยังสนใจเธออยู่แต่ไม่นานหรอก เขาจะรู้เองว่าการมีภรรยาที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย กับภรรยาที่ช่วยเขาได้ มันต่างกันแค่ไหนถึงตอนนั้น เขาจะยังเลือกจี้อี่หนิงอยู่ไหม?ถ้าเธอฉลาดพอ ตอนนี้ก็ควรถอยออกไปจากเสิ่นซื่อ"ท่านผู้เฒ่า อาจมีหลายคนอยากแต่งเข้าตระกูลเสิ่น แต่ฉันไม่สนใจ ตอนที่ฉันแต่งกับเสิ่นเยี่ยนจือ เป็นเพราะตัวเขาเอง ไม่ใช่เพราะตระกูลเสิ่นและตอนนี้ที่ฉันอยู่กับเสิ่นซื่อก็เป็นเพราะเขาเป็นเสิ่นซื่อเท่านั้น"ท่านผู้เฒ่าเสิ่นแค่นเสียงเย็นชา "เธอกล้าสาบานไหม ว่าอยู่กับเขาโดยไม่มีความโลภเลย แค่ชอบเขาจริง ๆ?"มือของจี้อี่หนิงที่อยู่ข้างตัวกำแน่นโดยไม่รู้ตัว เธอเม้มปากกำลังจะพูด แต่เสิ่นซื่อก็พูดขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงเย็นชา "พ่อ พอได้แล้ว อย่าบีบบังคับเธออีกเลย!"ท่านผู้เฒ่าเสิ่นจ้องเขาอย่างเย็นชา "หุบปาก! วันนี้แกต้องเลิกกับเธอ ไม่งั้นเราขาดกัน!"ทันทีที่พูดจบ ห้องนั่งเล่นก็ตกอยู่ในความเงียบเห็นท่านผู้เฒ่าเสิ่นโกรธจนหน้าแดง เสิ่นซื่อเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย
……เสวียนหมิงหมิงโกรธมากหลังจากได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูด เธอเดินตรงไปหาผู้หญิงกลุ่มนั้นและพูดด้วยรอยยิ้มเย็นชา: "ฉันว่าทำไมถึงได้กลิ่นอิจฉาแรงขนาดนี้ ที่แท้ก็มีคนอิจฉานี่เอง!"ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มจ้องมองเสวียนหมิงหมิงด้วยความโกรธ "พวกเราพูดความจริง แล้วอีกอย่าง เจ้าตัวยังไม่ได้พูดอะไรเลย แกมีสิทธิ์อะไรมาออกหน้าแทน? อย่าให้คนอื่นใช้เป็นเครื่องมือโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว ยังไงก็ตาม การที่ได้ไต่เต้าไปอยู่กับประธานเสิ่น ใครจะรู้ว่าแอบวางแผนอะไรไว้เบื้องหลังบ้างค่ะ!""ถ้าแกมีความสามารถ แกก็ไปหาเองสิ ไม่มีความสามารถก็หุบปากไป! ยังจะบอกว่าพี่อี่หนิงหน้าตาธรรมดา ต้องการให้ฉันซื้อกระจกให้พวกแกส่องดูตัวเองหรือเปล่าว่าหน้าตาเป็นยังไง?""แก!"เสวียนหมิงหมิงเชิดคางขึ้น "แกอะไรแก? ถ้ามีความกล้า ก็เอาคำพูดที่พวกแกพูดเมื่อกี้ไปพูดต่อหน้าประธานเสิ่นโดยไม่ตกหล่นสักคำ ดูสิว่าเขาจะยังเก็บพวกแกพวกปากเสียไว้ในบริษัทอีกหรือเปล่า!"ผู้หญิงคนนั้นจะพูดอะไรอีก แต่คนข้างๆ ดึงแขนเธอไว้"พอเถอะ ไปกันเถอะ"ผู้หญิงคนนั้นมองเย็นชาใส่เสวียนหมิงหมิง"รอดูเถอะ!"เสวียนหมิงหมิงยืนเท้าสะเอว กลอกตา "ก็รอดูสิ ยังไง? แกจะก
เงียบไปสักครู่ เสิ่นซื่อเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา: "ผมจะไปหลังจากประชุมเสร็จ"ตอนเที่ยง จี้อี่หนิงเพิ่งขึ้นไปถึงชั้นบนสุด ซุนสิงก็ขวางเธอไว้"คุณจี้ ตอนนี้ประธานเสิ่นไม่อยู่ในห้องทำงานครับ""เขายังอยู่ในที่ประชุมหรือ?"ซุนสิงส่ายหน้า มองเธอพลางพูดว่า: "ไม่ใช่ เช้านี้ท่านผู้เฒ่าเสิ่นโทรหาเขา เขากลับไปบ้านเดิมแล้วยังไม่ได้กลับมาครับ"จี้อี่หนิงรู้สึกใจหายวูบ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นเพราะเรื่องเช้านี้"ฉันเข้าใจแล้ว เลขาซุน ขอบคุณที่บอกฉันเรื่องนี้ค่ะ"เห็นว่าสีหน้าเธอแทบไม่เปลี่ยน ซุนสิงขมวดคิ้ว "คุณจี้ คุณไม่ไปหาเขาหรือ?""ถึงฉันไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร อีกอย่างถ้าคนในตระกูลเสิ่นเห็นฉันตอนนี้ พวกเขาจะยิ่งอารมณ์เสียค่ะ""เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเพราะคุณ คุณไม่ควรจะแบกรับมันไปพร้อมกับประธานเสิ่นหรือ?"ซุนสิงมองเธอด้วยสายตาไม่พอใจ น้ำเสียงเย็นชาความรู้สึกของเสิ่นซื่อ เขาไม่มีสิทธิ์ถาม แต่ตอนนี้ท่าทีของจี้อี่หนิง ทำให้เขารู้สึกว่าเสิ่นซื่อช่างน่าเสียดายเขาต่อสู้กับตระกูลเสิ่นเพื่อเธอคนเดียว แต่จี้อี่หนิงกลับแค่ซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเขา ไม่มีท่าทีว่าจะร่วมแบกรับเลยสักนิด"เลขาซุน ถ้าเขาต้อง