ทั้งสิ้นสำหรับผู้ชายคนนี้ ตั้งแต่เรือนผมที่เขาพรมจูบลงมาถึงหน้าผาก ย้ำๆ ที่พวงแก้มละมุนทั้งสองข้าง จากนั้นก็ซอกคอและติ่งหูก็ถูกเขาดูดเลียจนชุ่มไปด้วยน้ำลาย“เอาออกมาเถอะค่ะ... อรอยากกินของคุณ”เมื่อมอร์แกนเบียดกึ่งกลางกายเข้าหา อรทัยรู้สึกได้ถึงแก่นกายยาวใหญ่ที่เสียดสีผ่านกางเกงบางๆ จนแลเห็นเป็นรูปเป็นลำยาวใหญ่ นูนเด่นอยู่ที่กึ่งกลางกายของมอร์แกน สิ่งที่เห็นทำให้อาการร้อนวูบวาบลามไหลเข้าไปในช่องท้องของอรทัย เพราะเธอเคยลองมาแล้ว จึงรู้ดีว่ามันมีความสุขแค่ไหน... ตอนที่เขาใส่เข้าไปในตัวเธอ“มาตรงนี้ครับ”มอร์แกนรั้งร่างบอบบางลงนอนบนเสื่อแคว่ก...สองมือน้อยๆ ของหญิงสาวขยำเสื้อเชิ้ตของเขาแล้วกระชากแรงจนกระดุมกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง ก่อนจะแนบใบหน้าลงคลุกเคล้ากับแผงอกรกไปด้วยเส้นขนสีน้ำตาลเป็นแพดกหนา“อรชอบกลิ่นเหงื่อคุณค่ะ... รู้ไหมว่ากลิ่นกายคุณมันกระตุ้นความรู้สึกให้อรอยากร่วมรักกับคุณทุกครั้งที่ได้กลิ่น”เธอจูบไซ้พร้อมปลายลิ้นแตะไต่ไล้เลียไปตามลำตัวของเขา กำซาบกลิ่นเหงื่อเป็นมันปลาบอาบกล้ามเนื้อของมอร์แกน ร่างกายของเขาช่างแข็งแกร่ง จะแตะตรงไหนก็ดีดเด้งต้านนิ้ว ไม่หย่อนย้วยหรือพอกพูนไปด้
“ตรงนี้แหละครับ ตื่นเต้นดี... ตรงนี้ค่อนข้างมืด ดึกป่านนี้แล้วคงไม่มีใครเห็นหรอก” มอร์แกนกระซิบพลางโน้มใบหน้าเข้าประกบริมฝีปากกับอรทัยอีกครั้ง จากนั้นก็แทรกลำตัวเข้าไปกลางหว่างขาอ้ากว้าง“แข็งปั๋งเลยมอร์แกน”เธอหมายถึงแก่นกายของเขาที่เหยียดขยายจนเต็มที่ เบียดบดกับต้นขาของเธอจนรู้สึกร้อนวูบวาบ“ผมจะแทงแล้วนะ”เขาใช้ถ้อยคำที่ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้น มือข้างหนึ่งของมอร์แกนจับดุ้นเอ็นขรุขระ ครูดไปกับร่องเนื้อซึ่งโอบล้อมไปด้วยพุ่มแพรไหมสีดำระยับ ค่อยๆ จดจ่อส่วนปลายคอดหยักเข้ากับรอยแยกของพูเนื้อหนึบแน่น“ได้โปรด... อย่าทรมานอรเลยค่ะ... ใส่เถอะ”หล่อนร้องขอออกมาอย่างไม่กระดากอาย เพราะมอร์แกนแกล้งไถถูอยู่นานเป็นครู่ ทำเอาหลืบรูฉ่ำแฉะของเธอขมิบแล้วขมิบอีก หากเขาก็ยังไม่อัดกระแทกเข้ามาเสียที รอรีจนเธอแทบจะทนไม่ไหว“ใส่เถอะค่ะ… ฮือๆ คุณใจร้าย”เธอตัดพ้อคนช่างแกล้ง มือไม้ตะกุยกะกายผืนเสื่อเสียงดังแกรกกราก“หลับตาสิครับ... เดี๋ยวผมทำให้”อรทัยรีบหลับตาลงอย่างว่าง่าย มอร์แกนกระถดกายลงนั่งคุกเข่าตรงหว่างขา อึดใจสั้นๆ ต่อมาหญิงสาวก็สะดุ้งตัวโยน ร้องเสียงหลง“อ๊อย... ”เพราะสิ่งที่มอร์แกนมอบให้นั้
มอร์แกนเบียดแก่นกายลึกลงจนสุดท่อนลำของความปรารถนา อรทัยปรือตา ผงกศีรษะมองผ่านเต้าทรวงของตัวเองไปยังพูเนื้อที่แลเห็นเยื่อบางๆ กำลังปลิ้นรัดท่อนลำที่ขยับเข้าออกช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ มอร์แกนพอใจกับความรู้สึกที่ได้รับ อรทัยกระตุกตอด ขมิบ รัด เกือบจะตลอดเวลา ภายหลังจากที่เขาสอดใส่เข้าไปสนิทแน่นอยู่ในตัวเธอ “อรใจจะขาดแล้วค่ะ”มอร์แกนเข้าใจความรู้สึกของอรทัยได้จากแรงเสียดสีระหว่างผนังเนื้อบอบบางกับความเป็นชายชาตรีของเขาที่เพิ่มพูนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆมอร์แกนกระแทกแรงจนโคนดุ้นเอ็นเบียดอัดกับพุ่มแพรไหมสีดำที่โอบล้อมโคกเนื้อสาวเอาไว้ เขาอัดกระหน่ำจนเนื้อกับเนื้อประสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน “เต็มอิ่มดีจังค่ะ... แน่นมาก แต่ก็เสียวมากด้วยค่ะ อู้ว... ”“งั้นผมจะขยับแล้วนะครับ”เมื่อเห็นว่าหญิงสาวพร้อมแล้ว บั้นท้ายของมอร์แกนค่อยๆ ขย่ม เขาถอนแก่นกายออกมาช้าๆ ครั้นแล้วก็อัดกระแทกซ้ำลงในรอยเดิมเสียงดังบลั่กๆ คลอไปกับเสียงหอบหายใจกระเส่าของอรทัยเธอเด้งสะโพกอย่างมีชั้นเชิงลีลา ดีดดิ้นขึ้นรับดุ้นเนื้อที่โขลกใส่ลงมาเป็นจังหวะ บนผืนเสื่อยับยู่ ท่ามกลางสนามหญ้าเขียวขจีของสวนหย่อมหลังบ้า
เขากดจมูกลงบนลาดไหล่สล้าง ซอกคอและพวงแก้มเปล่งปลั่งแผ่วเบา สูดไซ้จนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ระเหยออกมาจากเรือนกายทรงเสน่ห์ของหญิงสาว “นอนลงนะครับ... ไม่ต้องกลัว รับรองว่าผมจะไม่ทำให้คุณเจ็บอย่างที่เคยเจอ ผมไม่ชอบความรุนแรง รับรองว่าผมจะนุ่มนวลที่สุด”น้ำเสียงอบอุ่น เขาช่างปลุกปลอบ สายตาจับอยู่ที่เนินอกขนาดกำลังพอดี ไม่ใหญ่จนแลดูน่าอึดอัดเหมือนของอรทัยซึ่งเป็นอดีตภรรยาสายตาของอาทิตย์ชอนลึกเข้าไปภายใต้เสื้อแขนกุดคอวีแหลมลึก แสดงความชื่นชมทรวงอกคู่งามของเธออย่างเห็นได้ชัด “ถอดเสื้อนะครับ” เขาสอดมือเข้าใต้ชายเสื้อบางๆ ของเธอ ค่อยๆ ถอดออกไปจากศีรษะ “คุณสวยเหลือกเกิน หุ่นขาวๆ บางๆ แบบนี้แหละสเปคผมเลยครับ” น้ำเสียงบอกความชื่นชม ปลดเปลื้องเสื้อชั้นในของเธอออกช้าๆ สายตาชื่นชมจับจ้องทรวงอกเปล่าเปลือยขนาดพอดีมือ ไม่เล็กไม่ใหญ่ “ขอผมกินนะครับ”อาทิตย์ประทับริมฝีปากลงบนผิวเนื้ออ่อนๆ บริเวณพวงแก้มเปล่งปลั่ง จูบไซ้ลงมาตามลำคอขาวๆ ไล่เรื่อยลงมาถึงทรวงอก ครอบริมฝีปากลงบนป้านหัวนมแล้วดูดเบาๆ“เสียวค่ะคุณอาทิตย์”ดาริกาสะดุ้งเฮือก หากทรวง
หล่อนกระซิบกระซาบ เพียงเท่านั้นก็เอมอิ่มแล้ว“ได้เลยครับ”อาทิตย์ตั้งหน้าตั้งตากระแทกกระทั้นจนคนใต้ร่างร้องครางออกมาด้วยความพึงพอใจ เข้าตำราที่ว่าเล็กสั้น ขยันซอย“มะ... ไม่ไหวแล้ว”ไม่นานดาริกาก็เกิดอาการวูบวาบจวนเจียนจะถึงสวรรค์ อาทิตย์กดบั้นท้ายกระแทกกระทั้นถี่ยิบ“อ๊า... ” เขาและเธอเปล่งเสียงคางประสานออกมาเกือบจะพร้อมกัน กรามของอาทิตย์ขบกันจนเป็นสันนูน เส้นเลือดที่ขมับปูโปนอาบสายเหงื่อ“ดามีความสุขค่ะ”เธอกระซิบข้างหู มือเรียวกระหวัดรัดแผ่นหลังเลื่อมลื่นไปด้วยเหงื่อของเขา ดาริกาชอบเนื้อตัวเกลี้ยงเกลาและผิวพรรณซีดขาวแบบคนจีนของอาทิตย์ กล้ามเนื้อเขาดูดีอย่างผู้ชายที่ออกกำลังกายจากงานอดิเรกที่ทำอยู่เป็นประจำ หุ่นของอาทิตย์กำลังพอดี เนื้อตัวไม่ได้หนาบึกบึนอย่างมอร์แกนที่เข้าฟิตเนสเล่นกล้ามจนตัวใหญ่เหมือนนักมวยปล้ำ ทำให้เวลามีเซ็กส์กันแต่ละครั้งดาริการู้สึกราวกับว่ากำลังโดนทับด้วยกระสอบข้าวสารขนาดใหญ่ และมอร์แกนก็ใหญ่โตไปเสียทุกอย่าง“งั้นคุณมาอยู่กับผมนะครับ... เราลองมาเริ่มต้นชีวิตคู่กันอีกสักครั้ง เห็นแล้วว่าเราเข้ากันได้พอดิบพอดี”อาทิตย์ถือโอกาสชักชว
บ่อยครั้งที่เธอพยายามนึกถึงหลักแห่งเวรกรรม หาเหตุผลที่เข้าใจได้ง่ายๆ เพื่อมาอธิบายถึงความเลวร้ายที่เกิดกับชีวิต เพื่อให้ใจเธอเป็นสุข จะได้อโหสิกรรมต่อกัน คิดเสียว่าสามีก็คือเจ้ากรรมนายเวรที่ตามติดเธอมาถึงภพชาตินี้เมื่อสติกลับคืนมา เธอรีบหยัดร่างลุกขึ้นจากโชฟาร์หนังสีน้ำตาลเข้ม ตรงรี่ไปที่หน้าต่าง รั้งปิดโดยเร็ว บานหน้าต่างที่ปิดปัง ไม่ต่างอะไรกับหัวใจของเธอที่ปิดตายจากโลกภายนอกมาหลายปีเหมือนเธอพยายามประชดความผิดพลาด ทว่าการที่เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง ก็ไม่ต่างอะไรกับการซ้ำเติมชีวิตให้จ่อมจมอยู่กับอดีตซึ่งนับวันยิ่งทับถม ทำร้าย หลอกหลอน เธอมาตลอดกับสิ่งที่สามีทำไว้…..หากต้องใช้เวลาเพื่อลืม เธอคิดว่าต่อให้ใช้เวลาทั้งหมดของช่วงชีวิตที่เธอมี ก็อาจจะยังไม่พอที่จะทำให้เธอลืมบาดแผลที่คู่ชีวิตได้ฝากเอาไว้ ก่อนจะนำไปสู่เหตุการณ์หย่าร้างเมื่อปลายปีที่ผ่านมาเสร็จจากปิดหน้าต่าง รำเพยก้าวกลับมาที่โชฟาร์ตัวเดิมอีกครั้ง ยังไม่ทันทรุดร่างลงนั่ง เสียงหลังมือกระทบไม้ ก็ดังขึ้นเบาๆที่หน้าประตูห้องนอนก๊อกๆๆ…สิ้นเสียงเคาะประตูอย่างรู้มารยาท แอนนาผู้เป็นลูกสาว ยื่นเสี้ยวหน้าบางส่วนเข้ามาทักทายผู
บนแพรผมสีดำสยายของลูกสาวด้วยความรักใคร่เอ็นดู เธอรู้ว่าลูกแอนนาเป็นห่วง จากนั้นทั้งสองก็สวมกอดกันอีกครั้ง “ชอบไหมคะแม่…?” หญิงสาวกล่าว พลางชำเลืองไปที่โต๊ะหนังสือตรงมุมห้องนอน ใกล้ๆกับชั้นวางหนังสือ แลเห็นหนังสือนิยายโรมานซ์วางเรียงซ้อนกันอยู่หลายเล่มที่แอนนาถาม เธอหมายถึงโน๊ตบุ๊คที่เพิ่งซื้อมาให้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มันยังคงถูกทิ้งเอาไว้บนโต๊ะ เหมือนกับวันแรกที่เธอเอามาให้ จากสถาพที่เห็น ก็เดาได้ว่าแม่ของเธอคงยังไม่ได้แตะต้องมันเลยด้วยซ้ำ“ชอบจ้ะ…แต่แม่ยังไม่ได้ลองใช้งานมันเลย” เธอตอบลูกสาว แม้ครอบครัวนี้จะเหลือกันอยู่เพียงสองคน ทว่าแม่ลูกคู่นี้ก็ไม่ได้เจอหน้ากันทุกวัน หลังจากแอนนาตัดสินใจไปเช่าคอนโดอยู่ใกล้ๆกับที่ทำงาน โดยให้เหตุผลกับแม่ว่าเหนื่อยกับการเดินทางไปทำงาน นับวันยิ่งเจออุปสรรคกับปัญหาจราจรของเมืองหลวงที่ทำให้เธอต้องเอาเวลาในชีวิตไปทิ้งอย่างเปล่าเปลืองบนท้องถนนวันละหลายๆชั่วโมงปัญหานั้น ทำให้แอนนาคิดถึงทางเลือกอื่น ที่ทำให้เธอไม่ต้องตื่นแต่เช้ามืด แล้วต้องกระหืดกระหอบจากบ้านซึ่งอยู่ไกลถึงเขตปริมณฑลด้านทิศใต้ของกรุงเทพฯ เพื่อไปให้ถึงที่ทำงานซึ่งอยู่ในย่านธุรกิจ ใจกลาง
สุราและกลิ่นบุหรี่ ล้วนหลอกล่อให้เหล่าผีเสื้อราตรีที่ลุ่มหลงมัวเมาในแสงสี เอาอนาคตไปทิ้งไว้ในสถานที่เหล่านั้นมานักต่อนัก“จะอยู่เป็นเพื่อนแม่สักคืนไม่ได้หรือ” เธอลองเหนี่ยวรั้งดู แค่ลอง ทั้งที่รู้ว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูง ที่จะถูกปฏิเสธ“หนูนัดเพื่อนไว้ค่ะแม่” จริงอย่างที่รำเพยคาดเอาไว้ แอนนาเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมืออีกครั้ง เหมือนมันเป็นคืนวันศุกร์ที่ขาดไม่ได้ เพื่อนฝูงมากมายกำลังรอเธอออกไปลั้ลลามีบางครั้งที่รำเพยอยากถามแอนนาว่า ‘หนูเอาเงินที่ไหนมาซื้อโน๊ตบุ๊คให้แม่ หนูเอาเงินที่ไหนมาซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง’ ซึ่งเธอก็พอจะรู้ว่ายี่ห้อที่แอนนาหิ้วอยู่นั้น ราคาเป็นหลักหมื่น ไหนจะรองเท้า สร้อยคอทองคำ และรถป้ายแดงคันหรูที่ลูกสาวของเธอขับนั่นล่ะ…มาจากไหน?’แต่ที่แน่ๆ รำเพยรู้ดีว่ามันไม่ใช่เงินที่ได้มาจากเงินเดือนในแต่ละเดือนของลูกสาวที่ทำงานยังไม่ถึงปีอย่างแน่นอนใกล้เวลาที่แอนนาจะต้องไป แววตาของรำเพยฉายแววโศกเหมือนรู้ตัวว่ากำลังจะถูกทิ้งเอาไว้ในโลกที่มีเธอเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่อาศัยอยู่แอนนาเหลียวไปมองรำเพย นึกชื่นชมความเป็นผู้หญิงสวยของแม่อยู่ในใจ อิจฉาหุ่นสะโอดสะอง ทรวดทรงองเ
ตะวันช้อนสายตามองหน้าเธอ เหมือนเด็กที่จ้องมองผู้ใหญ่ จากนั้นก็กล่าวเบาๆ “รู้ไหมว่าพี่ไม่เหมือนคนอื่นๆที่ผมเคยเจอ” เขาชม อมยิ้ม มองเธอ แต่เปลี่ยนมาใช้สายตาแบบหนุ่มมองสาว และมันทำให้รำเพยรู้สึกเหมือนเป็นสาวแรกรุ่นที่เริ่มออกเดทครั้งแรก กับชายหนุ่มที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า “พี่ดูพิสดารมากใช่ไหม...ในสายตาเธอ” น้ำเสียงปนหัวเราะ………. “มีอะไรบางอย่างในตัวพี่...มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจ รู้สึกอยากคุยกับพี่ อยากรับรู้เรื่องของพี่มากกว่านี้”“บางเรื่องเกี่ยวกับพี่…รู้แล้วเธออาจจะไม่สบายใจ” รำเพยเอ่ยเป็นนัย“สามีพี่ล่ะ” ตะวันย่นหน้าผาก อยากรู้“พี่เลิกกับสามีแล้ว” “พี่มีลูกกับเขาหรือเปล่า” “มีลูกสาวคนนึง อายุคงรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ” “ผมถามอะไรอีกอย่างได้ไหม...” ตะวันหยุดคิดนิดนึง เหมือนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังจะถามนั้น จะเป็นการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของเธอเกินไปหรือเปล่า…..“ได้สิ!...ถึงขั้นนี้แล้ว พี่คงไม่มีความลับกับเธอ”“ทำไมพี่เลิกกับสามี” “เขานอกใจพี่...หลายครั้งหลายคราว”“ครั้งนี้…พี่เลยเอาคืนบ้าง”“เปล่า…ค
เป็นจังหวะเดียวกันกับเสียงโทรศัพท์ของรำเพยดังขึ้น เธอรีบรั้งมือชายหนุ่มที่ยังเอกเขนก พิรี้พิไรเหมือนไม่อยากลุกไปจากเตียง ให้รีบไปอาบน้ำ จากนั้นเธอก็รีบก้าวไปกดรับโทรศัพท์ที่ส่งเสียงเรียกอยู่ในกระเป๋าถือของเธอที่วางอยู่บนหลังตู้เย็น “แม่อยู่ไหนคะ” ต้นสายถาม เป็นเสียงของแอนนา “เอ่อ...ม..ม..แม่ออกมากับเพื่อนน่ะ” คนเป็นแม่ตกใจจนน้ำเสียงตะกุกตะกัก ลูกสาวได้ฟังก็ถึงกับขมวดคิ้ว ร้อยวันพันปี นอกจากดูละครหลังข่าว ถักโครเช แล้วนอนอ่านนิยายโรมานซ์ ก็ไม่เคยเห็นแม่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่ไหน “เพื่อนที่ไหนคะ?” น้ำเสียงของแอนนาเต็มไปด้วยความดีใจปนสงสัย ที่รำเพยออกมาเปิดหูเปิดตา หลังจากเอาแต่เก็บเนื้อเก็บตัวจนต้องไปรักษาอาการซึมเศร้าอยู่พักใหญ่“เพื่อนเก่าแม่จ้ะ...บอกไปหนูก็ไม่รู้จักอยู่ดี” เธอเสเพื่อไม่ให้ลูกสงสัย “ดีแล้วค่ะแม่ หนูดีใจที่แม่ออกไปเจอผู้เจอคนบ้าง ว่าแต่คืนนี้หนูไม่กลับนะ ไปนอนคอนโดค่ะ” “จ้ะ…” รำเพยตอบเพียงสั้นๆ กลัวลูกสาวซักไซร้ “ว่าแต่ตอนนี้ตีสองแล้วนะแม่” ลูกสาวเตือน รำเพยพลิกหลังมือขึ้นมองนาฬิกา “ตายจริ
ไวต่อความรู้สึก ทำให้เธอเผลอลู่ไหล่ บิดเรือนกายเบาๆ ลูบแขนตัวเองไปมาด้วยความลืมตัว “เชื่อแล้ว…ว่าเป็นครั้งแรกของพี่” มีความภาคภูมิใจอยู่ในน้ำเสียงที่กล่าวออกมา จากนั้นเขาก็ขยับออกมาพินิจดวงหน้าสวยที่เผยสู่แสงไฟ ยามที่เธอทอดร่างลงกลางเตียงนอนอย่างว่าง่าย รั้งลำคอบึนหนาของเขาให้พรมจูบไปตามลาดไหล่ เขาละเลงริมฝีปากลงไปอย่างหิวกระหาย จากนั้นจึงค่อยๆกระซิบตอบจนริมฝีปากชิดใบหู เล็มเลียเหมือนจงใจแกล้ง “พี่สวยเหลือเกิน”“เธอกำลังจะทำให้พี่ขาดใจ” ลมหายใจของรำเพยพ่นพรูออกมาพร้อมกับคำพูดรำเพยพ่นลมหายใจออกมาพร้อมคำพูด “พี่ชอบผมใช่ไหม” “ใช่…ชอบมาก” หล่อนแอบยิ้มท้ายประโยค “พี่ยิ้มสวย...ผมชอบ” “สวยแค่รอยยิ้มหรือ?” รำเพยทำเสียงเหมือนสาวแรกรุ่น “อยากฟังผมพูดตรงๆไหม” “อยาก” ตอบพร้อมกับยื่นมือไปแตะที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม ตะวันแกล้งกัดนิ้วเธอเบาๆ “พี่สวยมาก ไม่น่าเชื่อว่ายังมีสามีหน้าโง่ที่ไหนปล่อยให้พี่ต้องมาใช้บริการผม” “ช่างเถอะ...ในที่แบบนี้ อย่าเอ่ยถึงใครอื่นอีกเลย” เธอดึงเขากลับมาสู่สิ่งที่อยู่ตรงหน้า
“ถ้าพี่รู้สึกผิด...เราเปลี่ยนใจ ไม่ต้องทำก็ได้นะครับ” เขากล่าวเสียงเรียบ เสนอทางเลือกให้เธอ บอกให้เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่คนฉวยโอกาส เขาอยากให้มันเป็นไปด้วยความสมัครใจมากกว่า “จะเสียเวลาเธอ” “ไม่เป็นไรครับ” “อุตส่าห์นั่งแท็กซี่มาไกล ไหนจะต้องตากฝนจนเปียกปอน” เธอทำน้ำเสียงเห็นใจ “ช่างเถอะ...ถ้าพี่ไม่อยากทำ” “รู้ได้ยังไงว่าพี่ไม่อยาก” “เห็นพี่ลังเล” “เปล่าลังเล...การที่พี่ใจกล้ามานั่งอยู่ในห้องที่ลับหูลับตาคนแบบนี้ เพราะพี่ตัดสินใจดีแล้วในสิ่งที่ทำ” เธอยังคงยืนยันถึงเจตนารมย์อันแน่วแน่ ว่าจะใช้บริการเขา“มันไม่เกี่ยวกับกล้าหรือไม่กล้า…แต่มันเป็นเรื่องของการยอมรับ พี่ยอมรับได้ใช่ไหม ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพี่ตลอดไป และพี่ต้องยอมรับมันได้”“เคยมีคนที่มาแล้วเปลี่ยนใจด้วยหรือ” รำเพยทำน้ำเสียงอยากรู้“มีครับ”“แต่พี่คิดดีแล้ว…” เธอยืนยัน “ได้คุยกันก่อนก็ดีเหมือนกัน” “แล้วปกติ เธอไม่ค่อยได้คุยกับลูกค้าเลยหรือ” รำเพยย่นหน้าผาก “บางคนมีเวลาน้อย พอเจอหน้ากันก็ไม่พูดพล่ามท
“เอ่อ เดี๋ยวก็ได้...” เธอยื้อ ชายหนุ่มหันมาทำหน้าฉงน “ผมกลัวพี่จะเหม็นเหงื่อ” เขาให้เหตุผล เพราะเพิ่งฝ่าฝนมาหมาดๆ “ไม่เหม็นหรอก” เธอส่ายหน้ามันทำให้ตะวันย้อนระลึกไปถึงลูกค้าคนหนึ่งที่เคยเจอ เธอไม่ชอบให้เขาอาบน้ำ ให้เหตุผลว่ากลิ่นเหงื่อกลิ่นกายของหนุ่มๆ มันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก เธอสารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่าเบื่อหน่ายกลิ่นน้ำหอมแห้งๆของสามีแก่ๆ และตะวันเดาเอาว่ารำเพยอาจรู้สึกเช่นเดียวกับผู้หญิงคนนั้น “ตามใจพี่ครับ…ผมยังไงก็ได้” น้ำเสียงที่ตอบออกมาอย่างตามใจลูกค้า สมกับเป็นผู้ให้บริการ เขาคิดในใจว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกอะไร คนเรามีความชอบที่แตกต่างกัน “เอ่อ...พี่ชอบแบบไหนครับ” เขาถาม แม้จะตรงไปตรงมา แต่ดูจากความตั้งใจในน้ำเสียงก็เชื่อได้ว่าคงอยากบริการเธอให้ดีที่สุดรำเพยรู้สึกถึงเลือดในกายตัวเองที่ฉีดแรง ตอนเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ก็ไม่รู้สึกถึงความต้องการเท่าไรนัก ทว่าเมื่อได้มาอยู่ในบรรยากาศจริง รูป รส กลิ่น เสียง คำพูดของหนุ่มแปลกหน้ากลับมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเธอขึ้นมารุนแรง“เอ่อ!...ย..ย..ยังไงดีล่ะ” รำเพยเค้นคำพูดออ
เหนือริมฝีปากและคางมีไรหนวดเคราเขียวๆระบายเอาไว้ ขนคิ้วเป็นแพดกหนา มีความอบอุ่นอยู่ในดวงตาสีนิลประกายรำเพยอดเสียดายอนาคตของเขาขึ้นมาไม่ได้ เขาไม่น่ามายึดอาชีพนี้“ข้างนอกฝนกำลังตกหนักครับ” เขาชวนเธอคุย “พี่รู้…” เธอตอบเรียบๆ พยายามรักษาระดับน้ำเสียงไม่ให้ดูตื่นเต้นจนเกินไป ที่รู้ว่าฝนตกก็เพราะเธอเพิ่งมาถึงก่อนหน้าเขาได้ไม่นาน ซึ่งตอนนั้นฝนก็ลงหนักแล้ว แม้ตอนที่กำลังคุยกัน ฝนก็ยังเปาะเปะ พิรี้พิไรไม่ขาดสาย “เอ่อ…” รำเพยเก้ๆกังๆ ไม่รู้ว่าเธอควรจะทำอะไรก่อนชายหนุ่มดึงบุหรี่หนึ่งมวนออกมาจากซอง คาบไว้ด้วยริมฝีปาก เสยผมหนึ่งที ค่อยๆตะแคงใบหน้าจุดบุหรี่ด้วยไฟแช็คอย่างใจเย็น รู้สึกแปลกใจที่เห็นความประหม่าในแววตาของผู้หญิงตรงหน้า“ผมชื่อตะวันนะครับ จำได้ว่าบอกไปแล้ว ตอนที่แชทกัน แต่พี่อาจจะลืม”“ค่ะ” บางจังหวะเธอก็พูดแทบจะนับคำ “ทำตัวตามสบายนะครับ ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่ต้องรีบร้อน” เขากล่าวยิ้มๆ ให้กำลังใจเธอ เหมือนรู้เท่าทันอาการตื่นเต้นของรำเพย“ขอพี่อาบน้ำเดี๋ยวนะ” เธอว่า“ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้า จากนั้นก็ก้าวไปทรุดกายรอบนโชฟาร์รำเพยพาร่างหายลับเข้าไปในห้องน้ำ ครู่สั้นๆก็กลับออกมาใ
ไหนก็เหมือนๆกัน แลเห็นม่านผ้าใบสีเทาทึบแบ่งกั้นเป็นสัดส่วน ขณะนั้นมีรถเก๋งยี่ห้อหรูคันหนึ่ง กำลังเคลื่อนเข้าไปในช่องจอดที่เตรียมเอาไว้อำนวยความสะดวกให้ลูกค้าขับรถเข้าไปจอดด้านในได้ และทันทีที่ไฟท้ายวาบสว่างขึ้นจากการแตะเบรค เมื่อท้ายรถผ่านพ้นแนวม่าน บริกรชายที่ฉายไฟเป็นสัญญาณก็รูดม่านปิดฉับ มันไม่เหมือนการปิดม่านเวทีเพื่อจบฉาก ทว่ามันปิดเพื่อให้ละครชีวิตอีกฉากได้ดำเนินไปสู่บทบาทอันมีการร่วมประเวณีเป็นสาระสำคัญตะวันเดินเข้าไปเอง เพราะไม่ได้มาด้วยพาหนะส่วนตัวเหมือนลูกค้ารายอื่นๆของโรงแรม ตรงเข้าไปหาบริกรที่กำลังทำท่าว่าจะเข้ามาหาเขาเช่นกันพูดคุยกันสองสามคำ จากนั้นบริกรหนุ่มก็เดินนำหน้าไปยังห้องซึ่งอยู่เกือบถึงด้านในสุด ส่งตะวันซึ่งเป็นลูกค้ารายล่าสุดจนถึงหน้าห้อง ทว่าก่อนจะเดินจากมา ก็ไม่ลืมหันกลับมาบอก“ถ้าจะเรียกแท็กซี่ บุหรี่ เหล้า เบียร์ หรืออยากได้อะไรพิเศษ สั่งได้นะครับ” บริกรพูดได้คล่องแคล่ว ชัดถ้อยชัดคำ ราวกับว่าได้พูดประโยคนี้วันละหลายๆครั้งจนขึ้นใจ“ครับ” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ จากนั้นก็หลบเข้าหลังม่านผ้าใบสีเทาทึบ เมื่อเห็นชัดแล้วว่าหมายเลขที่หน้าห้อง ตรงกับที่เธ
“พี่อยู่แถวไหน ปีที่แล้วบ้านพี่ท่วมไหม” ตะวันถาม“อยู่แถวรังรังสิต ท่วมไม่เหลือ ท่วมถึงชั้นสองโน่น”“เดือดร้อนกันไปทั่ว ปีนี้ขออย่าให้เจอเหมือนคราวก่อน” ชายหนุ่มนึกย้อนไปถึงมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา“จริง…ทุกวันนี้ก็ทำมาหากินยาก รถแท็กซี่ก็เยอะขึ้นทุกวัน ไม่เชื่อคุณลองสังเกตดูสิ ตอนรถติดไฟแดง มีแต่แท็กซี่ทั้งนั้น ติดยาวเหยียด คุณเห็นไหม ตอนนี้มีรถแท็กซี่ออกมาสารพัดสี ทั้งที่ถนนก็แทบไม่มีให้วิ่ง ผู้โดยสารก็ต้องแย่งชิง รายได้มันไม่แน่นอนเหมือนก่อน ผมต้องเลี้ยงลูกอีกสามคน กำลังกินกำลังนอนทั้งนั้น” โชเฟอร์สาธยายยืดยาว“ลูกดกนะ…ว่าแต่ลูกสามเมียสี่หรือเปล่าพี่” ตะวันกระเซ้าไปตามประสาผู้ชาย“โอ๊ย…ได้ยังงั้นก็ดีสิคุณ แค่เมียคนเดียว ตอนนี้ก็แทบเลี้ยงกันไม่ไหว” คนขับตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะอาจเป็นเพราะในขณะนั้นเป็นเวลาดึกสงัด นานๆจึงจะเห็นแสงไฟจากรถคันอื่น สาดสวนมาจากอีกฟากฝั่งถนน ทำให้คืนนั้นไม่เปลี่ยวเหงาจนเกินไปสำหรับชายหนุ่มที่นั่งมาคนเดียว“นัดสาวเอาไว้ละสิท่า” โชเฟอร์อมยิ้มเหมือนรู้ทัน ใครที่ไปใช้บริการสถานที่แห่งนั้น…ก็จะอะไรเสียอีกล่ะ“ครับ” ชายหนุ่มตอบเรียบๆ“ไกลหน่อย…แต่เงียบด
คนประมาณอาวุธประจำกายออกมาเป็นเซนติเมตร เป็นนิ้ว ชัดเจน หวังให้เป็นจุดขาย เช่นเดียวกับผู้หญิงที่บอกถึงขนาดทรวงอกและและความอวบขาวเร้าใจของเนื้อหนังมังสา ต่างยกเอามาอวดอ้างประชัน ข้อความเหล่านั้นเยอะมากจนน่าตกใจ รำเพยลองคลิกหน้าต่อไปเพื่อคนห้าข้อความเก่าๆที่โพสต์ในวันก่อนๆ ได้อีกหลายสิบหน้า ทว่าส่วนที่อัพเดทจะอยู่หน้าแรกสุด รำเพยไม่เคยเข้ามาในเวปนี้มาก่อนเลยในชีวิต เธอมองว่ามันเป็นเรื่องน่าละอาย กับการซื้อขายที่เกิดขึ้นอย่างโจ๋งครึ่มและเปิดเผยเช่นนี้ ซึ่งตอนนั้นเธอคิดเพียงว่าจะมีสักกี่รายที่เข้ามาเพื่อซื้อขายกันจริงๆ จะมีกี่รายที่ปิดการซื้อขายได้จากหน้าเวปไซต์แห่งนี้ คิดว่าคงเป็นการโพสต์เล่นๆ ทำไปด้วยความสนุกหรือคึกคะนองมากกว่าจะหวังผลจริงจัง รำเพยกวาดสายตาสำรวจคร่าวๆไปที่ข้อความเหล่านั้น พลันสายตาไปสะดุดเข้ากับข้อความหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ ‘อายุ 25 สุภาพ เข้ม หล่อล่ำ ผิวคล้ำ ทำทุกอย่างถึงใจ หุ่นนักกีฬา รักษาความลับระหว่างกัน กรุงเทพฯ ปริมณฑล สนใจคลิก’ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอคลิกไปที่โพสต์นั้น คงไม่ใช่เพราะข้อความที่บอกว่า ‘ทำทุกอย่างถึงใจ’หรือว่าใช่!...? รำเพยรู้สึ