หลังจากกลับมาถึงวิลล่าแล้วนั้นซูเสี่ยวโหรวและสาวๆ ก็กำลังยุ่งอยู่ในครัวขนาดใหญ่ที่ชั้นหนึ่งหลินเฟยขนปุ๋ยตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมา เนื้อตัวจึงมอมแมมเป็นอย่างมากหลังจากพูดทักทายกับทุกคนเล็กน้อยเขาก็อาศัยเวลานี้ในการไปหาเสื้อผ้าสะอาดและกระโจนเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำทันทีโดยที่หลิ่วจือจินก็ได้ช่วยหลินเฟยขนปุ๋ยจำนวนมากในช่วงบ่ายด้วยเช่นกันเมื่อเห็นว่าหลินเฟยไปอาบน้ำแบบนี้แล้วแน่นอนว่าเธอก็ต้องอยากจะอาบด้วยเช่นกันแต่ทว่าเธอไม่ได้มีเสื้อผ้าที่เปลี่ยนจึงเคอะเขินเกินกว่าที่จะพูดออกไป"พี่หลิ่ว ถ้าพี่ไม่รังเกียจแล้วละก็ พี่ใส่เสื้อผ้าของฉันไปก่อนก็ได้นะ ฉันซักสะอาดหมดแล้วล่ะ""ดูเหมือนว่ารูปร่างของเราจะพอๆ กัน พี่น่าจะใส่ได้นะ""คือว่า...สำหรับชุดชั้นใน ก่อนหน้านี้เสี่ยวเฟยซื้อเอาไว้เยอะมาก""เดี๋ยวฉันจะหาให้พี่นะ"ถังรั่วเสวี่ยสามารถมองความคิดของหลิ่วจือจินออกเธอจึงเดินเข้าไปพูดด้วยรอยยิ้ม"งั้นมันเยี่ยมไปเลยนะ ขอบใจนะรั่วเสวี่ย!""เมื่อมีเวลา""ฉันจะซื้อชุดใหม่สักสองสามชุดมาคืนเธอนะ!"หลิ่วจือจินตอบรับและพูดด้วยสีหน้าที่ซาบซึ้งใจในทันทีผู้หญิงที่รักความสะอาดอย่าง
"พี่หลิ่ว ที่แท้พี่ก็สวยมากเลยนะ""ช่างออร่าจับเสียจริงๆ""ทำงานก่อสร้างช่างไม่ยุติธรรมกับพี่จริงๆ ด้วยความสวยของพี่น่าจะไปเป็นดาราใหญ่ จะต้องดังระเบิดไปทั่วประเทศอย่างแน่นอน!""พวกคุณช่างพูดล้อเล่นเก่งจริงๆ""ฉันไม่อยากจะเป็นหรอกดาราน่ะ แต่ฉันจะยินดีเป็นอย่างยิ่ง ถ้าต่อไปสามารถอยู่ช่วยพวกคุณดูแลสวนผลไม้ได้"เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว หลิ่วจือจินก็ปิดหน้า พร้อมพูดด้วยรอยยิ้มออกมาขณะที่พูดคำเหล่านี้ออกไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองไปที่หลินเฟยแวบหนึ่งแต่ทว่าหลังจากที่สบตากับหลินเฟยแล้วนั้น เธอก็รีบเบนสายตามองไปทางอื่นอีกครั้ง"ก็จริงอยู่ รีบมากินข้าวกันเถอะนะ""อีกสักพัก กับข้าวก็จะเย็นหมดแล้ว"ถังรั่วเสวี่ยลุกขึ้นและเรียกทุกคนเข้ามานั่งในห้องอาหารยังดีที่ห้องอาหารในวิลล่านั้นใหญ่มากพอโต๊ะอาหารก็ดูสะดวกสบายและมีระดับเมื่อหลินเฟยและคนอื่นๆ มานั่งแล้วก็ไม่ได้เบียดเสียดกันแต่อย่างใดอาหารบนโต๊ะได้รับการจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันโดยซูเสี่ยวโหรวตลอดบ่ายวันนี้ รสชาติและสีสันน่ารับประทานมากในจำนวนคนทั้งเจ็ดคนนี้ มีหลินเฟยเท่านั้นที่เป็นผู้ชายอีกทั้งหญิงสาวที่อยู่ตรงนี้ล้วนแล
เป็นเวลานานที่เสียงของหลินเฟยได้ถูกโพล่งออกมา แต่กลับไม่มีใครตอบกลับเลยแม้แต่คนเดียว"แต่ละคน ดูแล้วคงจะดื่มมากไปแล้วจริงๆ"หลินเฟยพึมพำเบาๆ ออกมาจากนั้นก็อุ้มจางซินเยว่ที่เมามากที่สุดขึ้นไปส่งที่ชั้นสามเสียก่อนซึ่งเป็นห้องที่ทำศึกกันเมื่อคืนวานนี้จากนั้นเขาก็พาลู่หลีมาวางไว้ที่เตียงอีกครั้งผู้หญิงสองคนก็ไม่มีสติ นอนกอดกันและหลับลงไปทันทีโชคดีที่ถังรั่วเสวี่ยและคนอื่นๆ ได้จัดผ้าห่มอะไรเอาไว้แล้วตั้งแต่ตอนบ่ายๆโดยมีการจัดวางเครื่องนอนเอาไว้แล้วทุกห้องหลินเฟยห่มผ้าให้กับเธอทั้งสองและตอนที่เขาได้ลงมาอีกครั้งนั้นเขาก็ได้เห็นหลิ่วจือจินเดินโซซัดโซเซไปที่ห้องน้ำ"พี่หลิ่ว พี่อยากจะอาเจียนหรือเปล่า?"หลินเฟยรีบวิ่งเข้าไปประคองหลิ่วจือจินเอาไว้ พร้อมกับซักถามขึ้นมา"ไม่นี่...พี่หลิ่วไม่อยากอาเจียนหรอก แค่อยากจะทำธุระนิดหน่อยเท่านั้น…""คุณตามเข้าไปไม่ได้นะ..."ดวงตาของหลิ่วจือจินปกคลุมไปด้วยหมอก ริมฝีปากแดงเผยอขึ้นมาเล็กน้อย ดูเย้ายวนใจเป็นอย่างมาก"พี่หลิ่ว ผมก็ไม่อยากจะเข้าไปเหมือนกัน แต่ตอนนี้พี่เมามากแล้วนะ""ผม ผมจะพยุงพี่เข้าไป แล้วผมก็จะออกมา""ได้หรือเปล่า
"พี่พักที่ชั้นสามเถอะนะ ห้องด้านในสุดห้องนั้น"ตัวของหลิ่วจือจินเลื่อนลงมาอย่างควบคุมไม่ได้หลินเฟยกอดเธอเอาไว้แน่นขึ้น พร้อมกับพูดออกมา"ได้สิ พี่หลิ่วนอนตรงไหนก็ได้ คุณ...คุณต้องการนอนตรงไหนล่ะ?"หลิ่วจือจินถามขึ้นมาอย่างไม่ค่อยจะชัดเธอเอียงศีรษะพิงไหล่ของหลินเฟยเอาไว้ยอดภูเขาหยกสูงได้บีบไปที่แขนของหลินเฟยจนผิดรูปผิดร่างไปแล้ว"ผมจะนอนห้องข้างๆ ก็แล้วกัน มีอะไรพี่ก็เรียกผมได้เลยนะ"หลินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดออกมาประเด็นคือถังรั่วเสวี่ย พานเสี่ยวเหลียนและคนอื่นๆ ไม่ได้เมาเท่ากับหลิ่วจือจิน ดังนั้นหลินเฟยจึงเป็นห่วงหลิ่วจือจินเสียมากกว่าไม่อย่างนั้นแล้ว คืนนี้หลินเฟยก็คิดอยากจะปีนขึ้นไปบนเตียงของถังรั่วเสวี่ยและพานเสี่ยวเหลียนเสียจริงๆ"ได้ ได้ หลินเฟย...พี่หลิ่วมีคำถาม อยากจะถามคุณสักหน่อย…""คุณบอกได้ไหมว่า...บอกพี่หลิ่วว่า คุณคิดอย่างไง..."หลิ่วจือจินกอดแขนหลินเฟยเอาไว้แน่น หลับตาพร้อมกับพูดออกมาแบบนั้น"อะไรหรือครับ? พี่หลิ่วถามมาได้เลยนะ"หลินเฟยพูดขึ้นมา"พี่หลิ่ว...พี่หลิ่วอยากจะถามคุณว่า วันนั้น...วันนั้นที่คุณบอกว่าจะรับผิดชอบพี่หลิ่ว มันจริงหรือเปล่า?
ตลอดค่ำคืนที่แสนหอมหวาน ในคืนนั้นหลินเฟยได้เปิดศึกกับหลิ่วจือจินไปสามยกด้วยกันหากไม่ใช่เพราะเห็นว่าหลิ่วจือจินไม่เคยผ่านเรื่องแบบนั้นมาก่อนประกอบกับหลังจากที่เขาเข้าไปในตัวเมืองแล้ว ภาระส่วนใหญ่ในสวนผลไม้จะต้องให้หลิ่วจือจินเป็นคนดูแลแล้วละก็หลินเฟยก็อาจจะบ้าคลั่งได้มากกว่านี้ก่อนออกเดินทางเข้าไปในตัวเมืองหลินเฟยก็ได้มอบบัตรเอทีเอ็มของซูเฉี่ยนเสวี่ยไว้ให้กับหลิ่วจือจินในนั้นยังมีวงเงินมากกว่าสองร้อยล้านบาท ซึ่งเพียงพอแล้วที่เธอจะใช้เป็นค่าดูแลทุกอย่างในสวนผลไม้สำหรับส่วนที่เหลือก็จะถือว่าหลินเฟยมอบเป็นเงินเดือนให้กับเธอเดิมทีหลินเฟยอยากจะพาคนไปปลูกต้นกล้าในเขาวงกตตัวยาสมุนไพรด้วยตัวเองแต่เนื่องจากเขาต้องเดินทางเข้าไปในตัวเมือง ดังนั้นหลินเฟยจึงทำได้เพียงมอบหน้าที่นี้ให้กับสวีอิ๋งอิ๋งและหลิ่วจือจินเท่านั้นโชคดีที่สวีอิ๋งอิ๋งมีภาพวาดที่หลินเฟยได้วาดเอาไว้อย่างละเอียดอยู่ในมือเธอและหลิ่วจือจินจึงน่าจะจัดการให้สำเร็จได้……หลังจากถังรั่วเสวี่ยได้ตื่นขึ้นมาแล้วนั้น หลินเฟยก็ได้พาเธอเข้าไปในตัวเมืองโดยตรงเนื่องจากเขาเคยไปมาแล้วครั้งหนึ่งในครั้งนี้จึงสามารถพูดได้เล
"ให้ฉันออกจากตัวเมืองไม่ได้ไปตลอดชีวิต?"ใบหน้าของหลินเฟยยิ่งเย็นยะเยือก พร้อมกับเปิดประตูออกมาเขาเดินไปหาเซี่ยจวิ้นเจี๋ย แล้วพูดอย่างเยาะเย้ยขึ้นมา"ใช่ แม่งเอ๊ย แกหูหนวกหรือไง?""แกรู้ไหมว่าพี่ตู้เป็นใคร?""ต่อให้ลูกชายของรัฐมนตรีประจำจังหวัดจะมาด้วยตัวเอง ก็ต้องให้ความเคารพต่อพี่ตู้อยู่วันยังค่ำ!"เซี่ยจวิ้นเจี๋ยพูดด้วยสีหน้าที่ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง"เซี่ยจวิ้นเจี๋ย แกไปพูดเรื่องพวกนี้กับมันจะมีประโยชน์อะไร?""ต่อให้แกจะบอกสถานะของฉันให้มันฟัง มันก็แค่ไอ้คนบ้านนอกคนหนึ่ง คงไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวของฉันหรอกนะ"ผู้ชายที่ถูกเรียกว่าพี่ตู้พูดขึ้นมาอย่างไม่แยแสและท่าทางที่อวดดี วางตัวให้สูง และไม่เห็นใครอยู่ในสายตาแบบนี้หลินเฟยได้ยินจนชินตา และก็รู้สึกรำคาญเป็นอย่างมาก"เหอะๆ งั้นพวกแกก็น่าทึ่งจริงๆ!""แล้วพวกแกรู้ไหมว่า ลูกชายรัฐมนตรีประจำจังหวัดเห็นฉันแล้วก็กลัวแทบจะเป็นบ้า?"หลินเฟยพลิกฝ่ามือและฟาดไปที่หน้าของเซี่ยจวิ้นเจี๋ยอย่างเต็มแรงแกร็ก กระดูกใบหน้าของเขาถูกชกจนแตกไปหมดแล้วโดยที่ใบหน้ายุบเข้าไปเป็นหลุมใหญ่"โอ๊ย...แม่งเอ๊ย แกมันไอ้บ้านนอก กล้าดียัง
"เสี่ยวเฟย ต่อไปถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก พวกเราอย่าได้ไปสนใจเลย ทำเป็นไม่ได้ยินก็พอแล้ว""อาเล็กกลัวเหลือเกินว่านายจะเกิดหุนหันพลันแล่น และทำอะไรที่ไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาแบบนั้น"เมื่อลงมาจากทางด่วนแล้วไม่เกินสองนาที รถยนต์ก็ได้แล่นเข้าสู่ตัวเมืองแล้วภาพแรกที่เข้ามาสู่สายตาก็คือตึกรามบ้านช่องที่สูงตระหง่านมากมาย การจราจรที่พลุกพล่าน และสภาพแวดล้อมที่สวยงามแต่ทว่าถังรั่วเสวี่ยกลับไม่ได้มีกะจิตกะใจที่จะดู ตรงกันข้ามกลับเตือนหลินเฟยด้วยความเป็นห่วงแบบนั้นแทน"อาเล็กครับ ผมเข้าใจความหวังดีของอานะ ผมไม่คิดที่จะลงมือทำร้ายคนสักหน่อย"หลินเฟยส่ายหน้าและพูดออกมา"แต่เราไม่ได้เป็นฝ่ายเข้าไปหาเรื่องเสียหน่อย เรื่องมันจะเกิด ถึงจะหลบก็หลบไม่พ้นหรอกนะครับ""ยิ่งเรายอมถอย คนอื่นก็ยิ่งคิดว่าเราถูกรังแกเอาได้ง่ายๆ และต่อไปก็ยิ่งจะรังแกเรามากยิ่งขึ้นด้วยนะครับ""อาเล็กอาลองคิดดูนะ ครอบครัวของหลินชุ่ยไม่ใช่อย่างนั้นเหรอ?""ต่อยไปแค่หมัดเดียว สามารถหลีกเลี่ยงร้อยหมัดที่จะตามมาได้นะครับ""ผมก็เพิ่งจะรู้ตอนนี้เองว่า เมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ก็ต้องริเริ่มที่จะจู่โจมเสียก่อน""จะได้หลีกเลี่ย
หลินเฟยตอบกลับไปด้วยสีหน้าและท่าทางที่เป็นปกติมาก"ไม่ต้องหรอก ทุกทางแยกที่ลงจากทางด่วน พ่อของฉันได้จัดคนไปรอคุณแล้วล่ะ""คุณแค่บอกฉันว่า คุณจะลงจากทางด่วนตรงไหน ฉันจะให้คนไปรับพวกคุณโดยตรง"เจียงเฉินหยู่พูดอย่างกระตือรือร้น"คุณเจียงครับ ผมลงมาจากทางด่วนเฉิงตงนะ"หลินเฟยพูดไปตามความเป็นจริง"ทางด่วนเฉิงตงงั้นเหรอ? โอเค งั้นคุณหาที่จอดรอสักครู่นะ ฉันจะให้คนไปหาคุณเดี๋ยวนี้"พอพูดจบ เจียงเฉินหยู่ก็ได้วางสายไปโดยตรงเมื่อได้ยินเจียงเฉินหยู่พูดแบบนี้แล้วหลินเฟยก็ชะลอรถและจอดตรงที่ทางฉุกเฉินทันทีเมื่อเวลาผ่านไปสองสามนาทีก็มีโรลส์รอยซ์สีดำหลายสิบคันแล่นเข้ามา เป็นขบวนรถหรูที่แม้แต่เลขทะเบียนรถก็เชื่อมต่อกัน ดูแล้วน่าทึ่งเป็นอย่างมากจากนั้นขบวนรถก็ค่อยๆ มาจอดที่ด้านหน้ารถของหลินเฟยและประตูของรถคันแรกก็ได้เปิดออกมาชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างหน้าตาค่อนข้างคล้ายกับของเจียงเจี้ยนเย่ได้เดินลงมาที่หน้ารถของหลินเฟย พร้อมสอบถามขึ้นมาว่า "ขอโทษที คุณคือหลินเฟย คุณหลินใช่ไหมครับ?""ใช่ครับ ผมเอง คุณคือคนที่ตระกูลเจียงส่งมาหรือเปล่าครับ?"หลินเฟยเปิดประตูรถแล้วเดินลงมา พร้อมกับพูดด
ท่ามกลางความสะลึมสะลือ ถังรั่วเสวี่ยก็สัมผัสได้ถึงมือใหญ่ที่อบอุ่นที่แสนจะคุ้นเคยคู่นั้นบนร่างกายของเธอ เป้าหมายของการลูบไล้นั้นชัดเจนเป็นอย่างมากด้วยสัมผัสที่แสนจะคุ้นเคยนี้ มันทำให้ถังรั่วเสวี่ยตื่นขึ้นมาจากความฝัน ทั้งโลภและหลงใหลเป็นอย่างมาก"เสี่ยวเฟย ไม่ได้นะ หยวนหยวนยังอยู่ที่นี่…"ท่ามกลางความมืดในยามราตรี ถังรั่วเสวี่ยมองไม่เห็นหลินเฟย แต่เธอสามารถสัมผัสได้ว่าเป็นหลินเฟยที่อยู่บนตัวเธออุณหภูมิที่ร้อนจัดทำให้ถังรั่วเสวี่ยหายใจถี่ๆ เธอโอบกอดหลินเฟยเอาไว้ และกระซิบเบาๆ ออกมาเดิมทีเธอยังคิดว่าหลินเฟยได้มาตอนกลางวันแล้ว ตอนกลางคืนเขาจะไม่มาเสียอีกคิดไม่ถึงเลยว่าหลินเฟยจะมาตอนดึกดื่นแบบนี้ได้ช่างเป็นหนุ่มน้อยที่บ้าคลั่งเสียจริงๆ..."ไม่เป็นไรหรอกครับอาเล็ก เธอหลับไปแล้ว ผมเบาๆ หน่อยก็โอเคแล้วล่ะ""อาเล็ก อาน้ำลายไหลแล้วนะ คงจะกระหายน่าดู ให้ผมช่วยดับกระหายให้นะ"หลินเฟยหัวเราะเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือไปถอดชุดแนบเนื้อของถังรั่วเสวี่ยออกแม้ว่าจะมืดสนิท แต่สำหรับหลินเฟยแล้ว มันไม่ต่างอะไรจากตอนกลางวันใบหน้าที่แดงระเรื่อ รวมไปถึงดวงตาที่พร่าเบลอของถังรั่วเสวี่ยมันยิ่
เพราะต้องการรู้ความลับของโลกซ่อนเร้นจากตัวของพวกเขานั่นเองผู้หญิงที่เป็นผู้นำมาจากตระกูลอาจารย์หยินหยางที่ได้รับความเคารพนับถือมากที่สุดจากทุกคนในประเทศซากุระ ตั้งแต่บุคคลสำคัญไปจนถึงชาวบ้าน!เชียนเย่เจียจื่อจากตระกูลเชียนเย่โดยที่ตัวเธอเองยังเป็นอาจารย์หยินหยางที่มีสถานะสูง ซึ่งสามารถควบคุมพลังของผีและเทพเจ้าได้!"แม้ว่าบางส่วนของร่างกายจะหายไป แต่เขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เป็นวัตถุดิบในการปลุกศพได้ดีจริงๆ""พวกนายสองคนไปเอาตัวเขาขึ้นมา"เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ชายที่อยู่ด้านหลังพูด เชียนเย่เจียจื่อก็หรี่ตาที่เรียวเล็ก พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่ทรงเสน่ห์จากภายในออกมา"รับทราบรับ ท่านเชียนเย่!"ในไม่ช้า ชายทั้งสองก็ได้เดินลงไปช้อนร่างเจียงอู๋เซี่ยวขึ้นมาจากสระ พร้อมหามมาวางที่หน้าของเชียนเย่เจียจื่อ"ให้พวกนายไปตรวจสอบ ได้ความว่าอย่างไรแล้ว?"เชียนเย่เจียจื่อย่อตัวลง มองสำรวจไปยังร่างของเจียงอู๋เซี่ยวโดยไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใดดูเหมือนว่าเธอจะคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี พร้อมกับถามโดยไม่เงยหน้าออกมา"ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วครับท่านเชียนเย่ พรุ่งนี้เช้าสิบโมง ยอดเขาจิ่วหลงซาน พวกจอมยุ
"ในเมื่ออาจารย์ลุงเอ่ยปากออกมาแล้ว อู๋เซี่ยวจะกล้าขัดได้อย่างไรล่ะครับ?""ไม่รู้ว่าอาจารย์ลุงมีเรื่องอะไรที่รบกวนจิตใจอยู่ พูดให้อู๋เซี่ยวฟังหน่อยสิครับ ไม่แน่ว่าอู๋เซี่ยวอาจจะช่วยอาจารย์ลุงแก้ปัญหาได้"ตอนนี้เจียงอู๋เซี่ยวอยู่ในการคุ้มครองของคนอื่น และยังต้องการให้กู่หรูหลงพาเขากลับโลกซ่อนเร้นอีกต่างหากแน่นอนว่าเขาไม่กล้าที่จะปฏิเสธคำชวนของกู่หรูหลงอยู่แล้ว หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่สักพัก เขาก็พูดขึ้นมาว่า"เอาไว้คุยกันตอนที่ออกไปนอกโรงแรมแล้ว ที่นี่หูตามันเยอะ เรื่องบางอย่างไม่สะดวกที่จะพูดในตอนนี้"กู่หรูหลงไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ เขาหันหลังและนำทางอยู่ข้างหน้าเจียงอู๋เซี่ยวเดินตามกู่หรูหลงออกจากโรงแรม จนมาถึงเชิงเขาของจิ่วหลงซานโดยมีสระน้ำที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นสระ"อาจารย์ลุงครับ ท่านได้ให้ศิษย์พี่ฮว่าและศิษย์พี่ฉางเล่อไปซื้อยามาให้หลานไม่ใช่เหรอครับ?""ทำไมสองวันมานี้ อู๋เซี่ยวถึงไม่ได้เจอศิษย์พี่ฮว่าและศิษย์พี่ฉางเล่อเลยล่ะครับ"เจียงอู๋เซี่ยวเป็นฝ่ายเอ่ยถามกู่หรูหลงก่อน"อ้อ ไอ้สองคนนั้นไม่รู้ว่าไปเถลไถลที่ไหนแล้ว นี่ก็สองวันแล้วยังไม่กลับมาเลย""วันนี้ข้าออกไปตามหาก็
"ผมจะเป็นอะไรไปได้ เสี่ยวหยู่คุณอย่าได้เป็นห่วงเลยนะ""วันนี้คุณออกไปทำงานทั้งวัน เหนื่อยหรือเปล่า?""อยากจะให้ผมบีบๆ นวดๆ ขาให้คุณไหมล่ะ?"เมื่อสัมผัสความเป็นห่วงที่เจียงเฉินหยู่มีต่อเขาหลินเฟยอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเขาดึงเจียงเฉินหยู่ไปนั่งบนเตียง พร้อมพูดเอาอกเอาใจ"เฮ้อ ฉันวิ่งวุ่นมาทั้งวัน แม้แต่ข้าวปลาก็ไม่ได้กิน คุณว่าฉันเหนื่อยหรือเปล่าล่ะ?""ถือว่าคุณยังมีจิตสำนึกอยู่ ยังรู้จักเป็นห่วงฉัน""เดี๋ยวตอนนวดคุณเบามือหน่อยนะ ฉันล่ะกลัวว่าคุณจะเผลอนวดจนไหล่ของฉันทรุดไปแล้วจริงๆ"เจียงเฉินหยู่พูดล้อเล่น พร้อมกับหันหลังให้กับหลินเฟย"แหะๆ โอเค รับรองว่าผมจะนวดเบาๆ!"หลินเฟยวิ่งไปล้างมือในห้องน้ำ และกลับมาอย่างรวดเร็วเขาวางมือบนไหล่ของเจียงเฉินหยู่และคลำไปจนถึงคอเสื้อของเธอจากนั้นก็เลื่อนไปตามผิวเรียบเนียนไร้ที่ติ พร้อมกับสอดลึกเข้าไป นวด บีบ และหยอกล้อและมันก็ทำให้เจียงเฉินหยู่คร่ำครวญออกมาอย่างทันที"อืม...คนผีทะเล ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้วนะ""คุณยังคิดจะมาแกล้งฉันอีก ปล่อยเดี๋ยวนี้ อย่ามาเล่นมั่วๆ!"แต่ทว่ามือของหลินเฟยกลับเอาแต่ใจ พร้อมพูดด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้ายว่
"ทำได้ครับ สิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก พวกเราสองปู่หลานทำได้อยู่แล้วครับ"กู่หรูหลงทำมือคารวะอย่างชาญฉลาดรวมไปถึงกู่เยว่อิ๋งที่ยืนกรานอย่างแข็งขันเมื่อครู่ที่ผ่านมา เธอก็ได้เปลี่ยนทัศนคติและพยักหน้าตอบรับอย่างถ่อมตัวในทันที"โอเค ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นพวกนายปู่หลานก็กลับไปที่โรงแรมจิ่วหลงซานก่อนเถอะ รอให้ถึงพรุ่งนี้เช้า""ฉันก็จะไปร่วมประลองจอมยุทธ์ด้วยตัวเอง ถึงตอนนั้น หากฉันมีอะไรให้รับใช้ ค่อยเรียกพวกนายปู่หลานก็แล้วกัน"หลินเฟยรำพันอยู่ในใจว่า 'คำสาบานโลหิต' นั้นมีประโยชน์แบบสุดๆ และในเวลาเดียวกัน เขาก็โบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้กู่หรูหลงและกู่เยว่อิ๋งถอยออกไปเสียก่อนซึ่งก็เป็นเวลานี้ที่เขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่รีบเร่งได้ดังแว่วมา และนั่นก็คือโอวหยางเยี่ยนและโอวหยางชงที่ได้วิ่งตามมานั่นเองเมื่อเห็นหลินเฟยไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อยตรงกันข้ามกับกู่หรูหลงที่จากไปโดยเสียแขนไปหนึ่งข้าง และดูแก่กว่าเดิมเป็นอย่างมากแม้แต่กู่เยว่อิ๋งที่เดิมตามหลังก็ก้มหน้าก้มตาราวกับถูกสูบวิญญาณไปอะไรแบบนั้นและนั่นก็ทำให้พวกเขาสองพ่อลูกตกตะลึงจนหน้าถอดสีเลยทีเดียว!"สหายน้อง หรือว่านายจะ
น้ำเสียงของหลินเฟยเผด็จการ และเร่งเร้าอย่างหงุดหงิดเต็มที่"คุณปู่คะ เราจะทำอย่างไรกันดี?""หนูอายุยังน้อย หนูยังไม่อยากตายนะคะคุณปู่ พี่เซียวเฟิงกำลังรอหนูอยู่นะคะ…""เพียงแต่ว่าคุณปู่ หากจะให้หนูยอมเป็นทาสรับใช้เขาแล้วละก็ งั้นหนูก็ยอมตายเสียดีกว่า!"กู่เยว่อิ๋งตื่นตระหนก เธอไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ พร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นกับกู่หรูหลง"เยว่อิ๋ง กระบวนท่าที่เจ้าเด็กนั่นใช้ ปู่ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน ปู่ก็ไร้หนทางด้วยเหมือนกัน""ปู่ก็ไม่อยากจะประนีประนอมเหมือนกัน แต่การมีชีวิตอยู่ ยังไงมันก็ดีกว่าตายเป็นไหนๆ""ยังไงพวกเราก็ยอมๆ ไปเถอะ อย่างแย่ที่สุดต่อไปก็ยังมีโอกาสหลบหนีกลับไปที่โลกซ่อนเร้น และไม่ต้องกลับมาเหยียบที่โลกปัจจุบันอีกก็ได้"และกู่หรูหลงที่เพิ่งจะสำเร็จว่าที่มหาจอมยุทธ์ได้เมื่อครู่ที่ผ่านมา อายุของเขาก็ได้ยืดออกไปกว่าห้าสิบปีแล้วซึ่งในอีกห้าสิบกว่าปีข้างหน้า ไม่แน่ว่าเขาอาจจะมีโอกาสสำเร็จขั้นมหาจอมยุทธ์ก็เป็นไปได้กู่หรูหลงยิ่งไม่อยากตายมากกว่าเดิม เขาลังเลอยู่สักพัก ในที่สุดก็ถอนหายใจหนักๆ ออกมา พร้อมกับกระซิบกับกู่เยว่อิ๋ง"ในเมื่อพวกแกยอมมาเป็นทาสฉัน งั้น
กู่หรูหลงร้องขอความเมตตาอย่างสุดใจ แต่ทว่าหลินเฟยกลับไม่มีความคิดที่จะปล่อยพวกเขาไปแต่อย่างใดล้างแค้นสิบปีก็ยังไม่สาย ความจริงที่แสนจะเรียบง่ายนี้ หลินเฟยยังคงเข้าใจได้ดีแต่อย่างไรก็ตาม หลินเฟยไม่ได้เป็นปีศาจหรือฆาตกร ให้เขาฆ่ากู่หรูหลงและกู่เยว่อิ๋ง เขาก็ทำไม่ได้ด้วยเช่นกัน"พี่สาว งั้นพี่ก็ดูดกำลังภายในของเขาให้หมดสิ้น แล้วผมจะให้ผู้อำนวยการโม่ขังพวกเขาไปตลอดชีวิตก็แล้วกัน"ท้ายที่สุด หลินเฟยก็ถอนหายใจ และพูดตัดสินใจออกมา"ไม่ต้องหรอก คนคนนี้เจ้าโจมตีด้วยตัวเอง""เจ้าก็เก็บเอาไว้เป็นทาสเถอะ""ต่อไปหากพบจอมยุทธ์โบราณที่แข็งแกร่งจริงๆ ถึงตอนนั้นข้าค่อยดูดพลังลมปราณก็ยังไม่สาย""อีกอย่าง ขอแค่เจ้าควบคุมเขาได้ เจ้าก็สามารถสั่งให้เขาไปตามหาหินวิญญาณและหญ้าวิญญาณในโลกซ่อนเร้นได้ แบบนี้จะทำให้เจ้าสามารถบรรลุข้อตกลงกับข้าได้เร็วขึ้นด้วย"สิ่งที่ทำให้หลินเฟยคิดไม่ถึงก็คือ หลงอู่ได้ให้คำตอบแบบนี้ออกมาและในน้ำเสียงนั้น ยังมีการชื่นชมปะปนอยู่ด้วย"ให้ผมรับไว้เป็นทาส? ผมไม่ได้มีบุญคุณกับพวกเขาเหมือนกับโอวหยางเยี่ยนและลูกชายแบบนั้น มีแต่ความแค้นล้วนๆ เลยก็ว่าได้""แล้วพวกเขาจะยอมมาเ
สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและเดือดดาลแบบสุดๆ ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเรื่อยๆ แล้วในตอนนี้!เพราะวิธีการของหลินเฟย เขาไม่เคยได้พบเห็นมาก่อน!"คุณปู่ คุณปู่รีบถอดเสื้อมาดับไฟเร็วเข้า!"กู่เยว่อิ๋งก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมตะโกนเตือนเสียงดังออกไปทันที"ไม่ต้องหรอก ปู่มีวิธีของตัวเอง"กู่หรูหลงถ่ายเทพลังงานลงในแขนที่กำลังลุกไหม้ จากนั้นก็กระทืบเท้าลงไปที่พื้นอย่างเต็มแรงแปร๊ะ แปร๊ะ!แต่ทว่า หลังจากที่กู่หรูหลงได้ดึงแขนออกมา เปลวไฟดวงนั้นก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะมอดลงไปแต่อย่างใด!กู่หรูหลงถอดเสื้อออก และเปลวไฟก็ไหม้แขนของเขาจนเลือดและเนื้อผสมปนเปกันไปหมด!เมื่อเห็นว่าอีกไม่นาน แขนของเขาก็คงจะไหม้ไปเสียทั้งหมดแล้ว!กู่หรูหลงก็ทำได้เพียงอดกลั้นต่อความเจ็บปวด พร้อมกับดึงมีดออกมาตัดแขนข้างขวาของตัวเองออกไปทั้งหมด!เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว เปลวไฟที่แปลกประหลาดนี้ก็จะลามไปทั่วตัวและเผาเขาให้ตายทั้งเป็นอย่างแน่นอน!"ไอ้สารเลว ไอ้เด็กเมื่อวานซืน นี่จริงแกก็ออกมาประจันหน้ากับข้าเลยสิ!""ข้าจะสับแกเป็นชิ้นๆ อย่างแน่นอน!"กู่หรูหลงกุมบาดแผลที่เกิดจากกา
ในขณะนี้ เวลาก็ได้ล่วงเลยมาสองทุ่มกว่าๆ แล้ว ท้องฟ้าไร้ซึ่งดวงจันทร์มีดวงดาวเพียงไม่กี่ดวงที่ส่องแสงกะพริบจางๆ ออกมาภายในภูเขาชิงซาน เมื่อความมืดได้คืบคลานเข้ามา มันจึงทำให้บรรยากาศดูมืดมิดมากยิ่งขึ้นแต่ทว่าความเร็วของหลินเฟยยังไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด เขาสามารถหลบหลีกหินที่นูนสูงเหล่านั้นได้อย่างคล่องแคล่วความมืดในยามค่ำคืน ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการใช้ตาทิพย์ของเขาลดลงแต่อย่างใดหลินเฟยหันกลับไปมอง และพบว่ากู่หรูหลงไม่ได้เร็วเท่ากับตอนแรกอีกต่อไปหลินเฟยรู้ดีว่า นั่นไม่ใช่เพราะกู่หรูหลงเหนื่อยล้า แต่เป็นเพราะความสามารถในการมองเห็นของกู่หรูหลงลดลงเมื่ออยู่ในตอนกลางคืนนั้นเองส่วนโอวหยางเยี่ยนและลูกชายที่ติดตามมาท้ายสุดก็ถูกสลัดทิ้งโดยไม่เห็นแม้แต่เงาแล้วในตอนนี้!"กู่หรูหลง อย่างน้อยๆ แกก็เป็นถึงว่าที่มหาจอมยุทธ์ ทำไมช้าอย่างกับเต่าแบบนี้?""ขืนแกยังชักช้าอยู่ ฉันก็คงจะเบื่อจนหลับไปแล้วนะ""ด้วยความเร็วแบบนี้ แกยังคิดจะฆ่าฉันอีกงั้นเหรอ? กลับบ้านไปนอนฝันซะดีกว่า!"หลินเฟยตั้งใจชะลอความเร็ว และหันมาพูดเหน็บแนม"ไอ้หนุ่ม แกอย่าได้ชะล่าใจไปเลย แม้ว่าความเร็วของข้าจะสู้แกไม่ได