ปลายฟ้าสะอึกค้าง ก้อนขมมันขึ้นมาขวางอยู่กลางลำคอ เธอนึกอยากจะใช้กำปั้นตะบันใส่หน้าหล่อๆ ของเขานั่นเต็มที ทั้งที่เขาเองก็เคยพูดว่าลูกสาวของเธอมีความเหมือนเขา ราวกับถ่ายสำเนากันออกมาชัดเจนซะขนาดนั้น แถมยังคาดคั้นให้เธอยอมรับกับเขาว่าแป้งร่ำเป็นลูกสาวของตน แต่วันนี้กลับพูดกันคนละอย่างหญิงสาวจึงเอ่ยกับเจ้าของร่างใหญ่ ด้วยน้ำเสียงกระด้างพลางลุกขึ้นยืน“ใช่...แป้งร่ำคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน ไม่ว่าวันนี้หรือต่อไปในวันข้างหน้า แป้งร่ำก็คือตัวแทนของคนที่ฉันเคยรักเขาจนสุดหัวใจ ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ ในเมื่อคุณได้รับเงินค่าจ้าง ไปจากคุณพ่อของฉันแล้ว ก็ขอให้จำเอาไว้ให้ดี ว่าหน้าที่ของคุณคือการดูแลรักษาความปลอดภัย และฉันจะไม่มีวันให้อภัย หากแป้งร่ำต้องได้รับอันตรายแม้แต่นิดเดียว”เธอพูดพร้อมกับพาตัวเองเดินจากไป โดยไม่เหลียวกลับมามองคนข้างหลัง ว่าเขากำลังเจ็บปวดมากแค่ไหนความมืดมิดแผ่ขยายครอบคลุม ไปทั่วท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อแสงตะวัน หลุดพ้นขึ้นมาจากขอบฟ้า แล้วเมื่อใดความหดหู่สิ้นหวังที่มันยังอยู่ในใจของเขา จะถูกทำลายล้างลงไปบ้าง หรือนี่คือผลของมันที่เขาต้องยอมรับ กับกา
“เกิดอะไรขึ้นฮะปลาย ทำไมคุณถึงได้ดูตื่นตกใจขนาดนี้ มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่รึไง?” คิมหันต์เอ่ยถามเมื่อเห็นปลายฟ้าวิ่งมาถึงตัว“คุณเห็นแป้งร่ำบ้างไหม? เมื่อเช้าลูกบอกว่าจะเดินไปเที่ยวเล่นที่ปลายหาดแต่ฉันไม่อนุญาต แกก็เลยแอบออกไปตามลำพัง แต่พอถึงเวลาที่เราจะไปตกปลากัน ฉันกลับตามหาลูกไม่เจอ ฉันกับคุณแม่เดินตามหาแกจนอ้อมหาด แม้แต่บอดี้การ์ดคนอื่นๆ ก็ยังไม่มีใครที่ได้เห็นตัวของแป้งร่ำเลย”“สั่งคนออกค้นหาให้ทั่ว แล้วก็สั่งให้ชุดประดาน้ำออกไปตรวจบริเวณรอบๆ ชายหาดแบบปูพรม ส่วนผมจะประสานงานกับตำรวจบนชายฝั่ง ให้เขาส่งเรือเร็วออกมาช่วยค้นหาด้วยอีกแรง...แฟรงค์เอาเรือเร็วออกมาให้ผมเดี๋ยวนี้เลย”คิมหันต์ออกคำสั่งกับคนของตน ก่อนจะหันมาสนใจฟังคำพูดของอีกคนตรงหน้า“ฉันไม่คิดว่าลูกจะลงไปเล่นน้ำ เพราะแกกลัวน้ำมาตั้งแต่เด็ก คุณดูไม่ออกหรือไงฮะคิมหันต์?”ปลายฟ้าต่อว่าเขาเสียงตึง เพราะคนฉลาดอย่างเขา จะต้องเข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังพูดถึง“ฉันคิดว่าลูกน่าจะถูกใครพาไปที่ไหนสักแห่ง?”“คุณแน่ใจอย่างนั้นใช่ไหมปลาย? แต่ก่อนที่ผมจะออกไป ผมก็ได้สั่งกำชับให้คนของผมคุ้มกันที่นี่ไว้อย่างแน่นหนาแล้วนะ...”ชายหนุ่มเว้นจังหวะท
คิมหันต์กึ่งเดินกึ่งวิ่งนำหน้า พร้อมกับจับมือของปลายฟ้าเอาไว้ มันช่างเป็นภาพบาดตาบาดใจ ที่ชวนให้จูลี่อยากจะทำลายอีกฝ่ายเสียให้ได้ในตอนนี้เลยและเมื่อเห็นว่าเรือเร็วของคิมหันต์ ออกห่างจากเกาะไปไกลแล้วนั่นหละ จูลี่ถึงได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วกดโทรหาใครบางคนเมื่อปลายสายกดรับ เธอจึงรีบกรอกเสียงเข้าไปโดยไม่รีรอ“พวกมันออกไปกันแล้ว...จำเอาไว้นะว่าคนตายจะต้องเป็นมัน กับลูกของมันเท่านั้น พวกแกอย่าปล่อยให้นางปลายฟ้า มันมีชีวิตรอดกลับไปได้ และฉันไม่สนใจ ว่าจะมีใครตายอีกสักกี่คน?” คิมหันต์ขับเรือเร็วเพื่อสังเกตการณ์ ไปจนกระทั่งสามารถตามมาพบกับเรือลำดังกล่าว ที่คาดว่าน่าจะเป็นเป้าหมายเมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็ส่งสัญญาณมือ เชิงออกคำสั่งกับคนเป็นลูกน้องที่อยู่ในเรื่ออีกลำ ให้เดินเรือเข้าไปเพื่อสังเกตการณ์ เมื่อลูกน้องของคิมหันต์ ขับเรือเลียบเข้าไปใกล้กับเรือต้องสงสัยลำนั้น แค่เพียงไม่กี่นาที ก็มีเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันหลายนัดหัวใจของปลายฟ้าร่วงลงมากองรวมกันอยู่ที่ตาตุ่มทันที พร้อมกับมีน้ำตาเอ่อไหลออกมา เมื่อได้ยินเสียงปืนที่ดังขึ้นอยู่ไม่ไกลกันมากนัก“คิม!...อย่าบอกฉันนะว่า...ฮึกๆ
เสียงเครื่องยนต์ถูกติดแล้วหมุนหางเสือ พร้อมกับเร่งคันเร่งเรืออ้อมไปยังอีกฝั่งของเกาะรังนก จนกระทั่งมาถึงทางด้านหลังคิมหันต์ก็ได้พบกับเรือของสินธพ ที่ตั้งใจจอดรอท่าเขาอยู่ก่อนหน้านั้น ขณะที่มันกำลังถีบลูกน้องที่ไม่มีลมหายใจ ทิ้งลงไปในทะเลกว้างอย่างไร้ความปราณีส่วนเรืออีกลำที่คิมหันต์ตั้งใจจะกระโดดลงไปอยู่ในนั้น มันก็ดันลอยคว้างและค่อยๆ ห่างออกไปไกล ตอนนี้เท่ากับว่าหากพวกมันกราดยิงเขาขึ้นมา ลูกหลงก็อาจจะตกลงไปใส่ปลายฟ้า ที่กำลังนอนหมอบอยู่ในเรือลำนี้ได้“แกมัวทำอะไรอยู่วะ? ฉันเสียเวลาล่อแกออกมาเพื่อที่จะมีโอกาส ได้ดวลปืนกับแกตัวต่อตัว ไม่รอให้เด็กคนนั้นตายไปเสียก่อนละ แล้วถึงค่อยโผล่ออกมาจากกระดองได้”เสียงห้วนตึงของสินธพตะโกนถามเสียงดัง อย่างรู้สึกหงุดหงิดใจในระยะที่เรือ อยู่ห่างกันไม่เกินยี่สิบเมตร“นิสัยของลูกผู้ชายเขาจะไม่เอาผู้หญิงหรือเด็กมาบังหน้า ฉันว่าแกรีบปล่อยตัวเด็กออกมาน่าจะดีกว่านะ”คิมหันต์ตะโกนตอบกลับไป โดยไม่สนใจกับคำพูดเชิงดูแคลนของอีกฝ่ายให้เสียเวลา เพราะเขามั่นใจว่าสินธพไม่ได้เอาตัวของแป้งร่ำมาไว้ที่นี่อย่างที่คิดไว้ แล้วเขาก็เพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้ว่านี่คือแผนของมัน ท
เสียงระเบิดและควันที่พวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าทำให้มองเห็นได้แม้แต่ในระยะไกล ตัวคิมหันต์ในช่วงจังหวะนั้น เขากลับไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ร่างใหญ่รีบพุ่งเข้าไปพร้อมกับใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังให้อีกฝ่าย จนกระทั่งแรงระเบิดได้สงบลงแล้วนั่นแหละ เขาจึงหยัดตัวลุกขึ้นมายืนดูเศษซากของเรือ ที่กระจัดกระจายไปพร้อมกับซากศพของสินธพ และลูกน้องที่เหลือของมันปลายฟ้ารู้สึกตกใจกลัวจนตัวสั่น ทั้งเป็นห่วงคิมหันต์ และลูกสาวที่เธอคิดว่าอาจจะอยู่บนเรือลำนั้น ต่อเมื่อตั้งสติได้หญิงสาวจึงกรีดร้องโวยวาย พร้อมกับใช้คำถามด้วยความเสียขวัญ “แล้วลูกของฉันละเขาจะเป็นยังไงบ้าง? ทำไมคุณถึงได้เปิดฉากยิงกับมันแบบนั้นละคิมหันต์ คุณไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกสาวฉันเลย ฮึกๆ ฮื่อๆ ลูกของฉันอยู่ที่ไหน?”“ปลายตั้งสติก่อนนะ แป้งร่ำไม่ได้อยู่ที่นี่ ต่อให้พวกมันต้องการที่จะเอาชนะผม หรืออยากจะฆ่าคุณมากแค่ไหน ไม่มีทางที่พวกมันจะเอาเหยื่อล่อชั้นดี มาไว้กับตัวเป็นอันขาด พวกมันเองก็ต้องเผื่อไว้ เพราะไม่สามารถจะคาดเดา กับสถานะการณ์เฉพาะหน้า ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเหมือนกัน”“คุณจะบอกฉันว่ายายหนูไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่เมื่อกี้ฉัน
"ฉันจะไปเกลียดคุณได้ยังไง ในเมื่อฉันเอาแต่เฝ้ารอคุณมาตั้งนาน คุณหยุดพูดจาทำร้ายจิตใจฉันได้แล้ว”หัวใจของคิมหันต์อุ่นวาบขึ้นมาในจังหวะนั้นทันที หลังจากที่ได้ยินเธอพูดประโยคนี้ และมันทำให้ชายหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาได้“น่าเสียดายเหลือเกิน ที่ผมไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่พ่อของลูก แต่ถึงยังไงผมก็ยังคิดอยู่เสมอ ว่าคุณและแป้งร่ำเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม ถ้าหากวันนี้ผมรอดออกไปได้ หวังว่าพวกเราคงจะมีอนาคตที่ดีร่วมกัน แต่นั่นมันก็ต้องขึ้นอยู่กับความยินยอมพร้อมใจของคุณ และผมก็จะไม่บังคับ”ปลายฟ้าค้อนขวับ เมื่อได้ยินคำพูดของคิมหันต์ในท้ายประโยคนั่น“ คุณแน่ใจเหรอคะ ว่าจะไม่บังคับกันจริงๆ ”“ไม่แน่ใจ”เขากลั้วขำกับคำถามที่มีนัยยะแฝงเอาไว้ เพราะเขาพอจะรู้ความหมาย ที่อยู่ในประโยคคำถามของเธอ“เราอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กันเลยนะคะ ปลายขอดูแผลของคุณตอนนี้ก่อนดีกว่า แค่เห็นเลือดของคุณไหลออกมา ปลายก็แทบจะร้องไห้ตามคุณอยู่แล้วนะ”คิมหันต์ยิ้มกว้างอย่างพอใจ ที่ได้ยินสรรพนามแทนตัวเองของปลายฟ้า ที่เขาไม่ค่อยจะได้ยินเธอพูดออกมาบ่อยนัก หากว่าเธอไม่เผลอตัว“ไม่ต้องดูหรอก มันยังไกลหัวใจ ถูกน้ำทะเลชะล้างไปซะขนาดนั้น เดี๋ยว
จากสัญญาณโทรศัพท์ดาวเทียม ทำให้คนบนฝั่งตามหาทั้งสองคนเจอ หลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่ ก่อนจะพาพวกเขากลับไปที่เกาะปลาดาวได้อย่างปลอดภัยเมื่อไปถึง...ปลายฟ้าจึงได้พบกับคนเป็นลูกสาว และเมื่อซักไซร้ไล่เรียงเรื่องราวต่างๆ ก็ได้รู้ว่าแป้งร่ำถูกโปะยาสลบ จนทำให้หลับไปได้สักพัก จากนั้นจึงลักพาตัวไปซ่อนไว้ และสามารถช่วยเหลือออกมาได้ ด้วยฝีมือของจูลี่ที่ทำให้แป้งร่ำ ได้กลับมาสู่อ้อมกอดของผู้เป็นยายหลังจากนั้นไม่นาน“ลูกแม่ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ? บาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า?”ปลายฟ้าดึงร่างของลูกสาวเข้ามากอด ขณะร้องไห้พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความห่วงใยสินธพไม่ได้เอาตัวแป้งร่ำมาไว้ในเรือ ดังคำที่คิมหันต์ได้บอกปลายฟ้าเอาไว้จริงๆ ยังดีที่หญิงสาวยอมทำตามคำสั่ง ของเขาอย่างเคร่งครัด ไม่อย่างนั้นคนที่ต้องตาย ก็อาจจะกลายเป็นปลายฟ้ากับคิมหันต์ แทนพวกมันนั่นเอง“หนูไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรทั้งนั้นเลยนะคะคุณแม่ ก็แค่มึนหัว พอมารู้ตัวอีกทีก็มีคุณน้าจูลี่ พาหนูกลับมาส่งให้คุณยาย” เด็กน้อยอธิบาย พลางมองหน้าปลายฟ้ากับคิมหันต์สลับกันไปมา ก่อนจะเอ่ยถามว่า“แล้วคุณแม่กับคุณลุงหายไปไหนมาเหรอคะ? คุณยายเป็นห่วงคุณแม่มาก หนูเ
ก่อนจะกลับกรุงทพฯ พร้อมกัน มารดาของปลายฟ้าได้เรียกให้คิมหันต์ เข้าไปพบและได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว โดยที่ปลายฟ้าไม่รู้ ว่าทั้งคู่คุยกันเรื่องอะไรเมื่อกลับมาถึงกรุงเทพฯ คิมหันต์จึงขอให้ปลายฟ้าพาลูกสาว ไปพบกับเขาที่บ้านพักในเขตชานเมือง ซึ่งมันเป็นวันที่หญิงสาวรู้สึกตื่นเต้น และอยากจะตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อแต่งตัวให้สวยและดูดีสำหรับเขามากที่สุดและภายในวันเดียวกันมารดาของปลายฟ้า ก็ถือโอกาสบอกลาลูกสาว เพราะตั้งแต่เจ้าสัวผู้เป็นสามีได้เสียชีวิตลงไป สายสุนีย์ก็แทบจะไม่เคยได้ออกไปไหน นอกจากคอยดูแลหลานสาวอยู่ภายในบ้านเท่านั้น เพราะปลายฟ้าเกรงว่าศัตรูที่อยู่อีกฝ่าย จะจับเอามารดาและตัวลูกสาวของเธอไป และอาจจะเอามาต่อรองกับเธอได้ง่ายๆคงถึงเวลาแล้ว ที่สายสุนีย์จะได้มีโอกาสออกเดินทาง ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ บ้าง เพื่อให้ลืมความเงียบเหงา ที่กำลังผ่านเข้ามาในชีวิตของนางนั่นแหละ“คุณแม่จะไปคนเดียวจริงๆ หรือคะ ทำไมไม่รอให้หนูสะสางงานให้เรียบร้อยก่อน แล้วเราค่อยไปเที่ยวพร้อมกัน”“แม่ก็อยากจะทำอย่างนั้นแหละ แต่ตอนนี้มันคงไม่จำเป็นแล้ว เพราะดูเหมือนว่าลูกกับหลานน่าจะมีคนดูแล รับช่วงต่อจากพ่อกับแม่ไ
เมื่อกลับมาถึงบ้านตอนช่วงหัวค่ำ ทั้งสองคนจึงเดินไปส่งแป้งร่ำที่ห้องนอน ก่อนจะอยู่เป็นเพื่อนลูกสาวสักพัก จนเจ้าตัวหลับไปแล้วนั่นแหละ ทั้งสองคนถึงได้พากันกลับมาที่ห้องเพราะคิมหันต์ต้องการทำให้ปลายฟ้าเซอร์ไพรส์ เขาจึงตีเนียนหน้าตาย หลังจากที่เก็บงำความลับนี้ไว้กับตัวมาหลายวัน“คุณไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนเถอะ เหนื่อยกับลูกมาทั้งวัน ผมว่าจะไปดูความเรียบร้อยด้านล่างนั่นสักหน่อย เดี๋ยวผมมา”หญิงสาวทำเป็นเมิน ก่อนเดินจ้ำเท้าเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไรออกมาเลยสักคำหลังจากอาบน้ำชำระร่างกาย ปลายฟ้าก็มานั่งแปรงผมอยู่หน้ากระจกเงาราวชั่วโมงกว่าๆ แต่ก็ไม่เห็นทีท่าว่าคนเป็นสามีจะเข้ามาในห้องไวเท่าความคิดเมื่อได้ยินเสียงของลูกบิดประตู ที่ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับคนเป็นสามีและเมื่อได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกกักเก็บเอาไว้ก็ตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่อีกคนก็ยังไม่รู้ตัวงอนผัว!...แล้วเขาจะรู้ตัวตอนกี่โมง?ด้วยความหมั่นไส้หญิงสาวจึงทำท่าจะเดินหนีเขาไปอีกทาง แต่ถูกเจ้าของร่างใหญ่คว้าตัวมากอดไว้ได้จากทางด้านหลัง“คุณกำลังงอนผมอยู่ใช่มั้ย?” เขาฝังจมูกโด่งไล้ลงตามข้างแก้มของเธอเบาๆ ตอนถาม ส่วนห
ห้องรับรองแขกชัญญ่ายอมคายความลับของพี่ชายให้ปลายฟ้าได้รับรู้ทุกอย่าง กระทั่งสถานะของตนซึ่งรวมไปถึงเหตุผลของการมาที่เกาะปลาดาวแห่งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน“ฉันก็แค่อยากเห็นหน้าพี่สะใภ้ ว่าตัวจริงจะสวยงามตามที่พี่คิมเขาเล่าให้ฉันฟังมากแค่ไหน ฉันไม่อยากเห็นพี่ปลายแค่รูปถ่ายนี่นา พอดีว่าพี่คิมเขาอยากได้งาน เขาจึงวางแผนการให้ฉันได้มาที่นี่ ถ้าพี่ปลายจะโกรธพี่คิมก็โกรธไปสิคะ แต่พี่อย่าโกรธฉันเลยนะ...ฉันขอโทษ ”เมื่อโบ้ยความผิดให้คนเป็นพี่ชายเสร็จสรรพ เจ้าตัวก็ขยับเข้าไปใกล้คนที่เรียกว่าพี่สะใภ้ทีละนิดๆ แถมยังเรียกชื่อกันซะสนิทเชียว“แน่ใจนะว่าเป็นแผนของคิมหันต์แค่เพียงคนเดียว เธอไม่ได้มีเอี่ยวด้วยน่ะ” ปลายฟ้าเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตาตอนถาม เพราะยังไม่อยากจะเชื่อชัญญ่าตามนั้น“พี่ปลายยังไม่รู้อะไร พี่คิมน่ะเขาเป็นคนเจ้าแผนการจะตายไป พี่คิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไง ที่พี่คิมเขายอมมาเป็นคนคุ้มกันให้กับพี่ ทั้งที่มีผู้ว่าจ้างแถบตะวันออกกลาง ยอมจ่ายค่าตัวให้พี่คิมเขาต่างหาก ซึ่งมันมากถึงเก้าหลักเลยนะพี่ปลาย แต่พี่คิมเขาก็ไม่เอา...”เรื่องนี้คิมหันต์ไม่เคยเล่าให้ปลายฟ้าฟัง อีกทั้งเธอเองก็ยังอยากจะร
เมื่อได้ยินคำถามนั่นชัญญ่าถึงกับทำหน้าตาเลิ่กลั่ก จากนั้นจึงหันซ้ายแลขวาซึ่งดูทีท่าแล้วไม่ค่อยน่าไว้วางใจ ปลายฟ้าต้องการจับคนทั้งคู่ให้มั่น แล้วคั้นให้ตายไปพร้อมกันเลยทั้งสองคนเพราะสิ่งที่เธอกำลังกังวลใจ มันน่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่าครึ่ง ซึ่งไม่มีวันที่เธอจะยอมปล่อยผ่านมันไปง่าย ๆ“คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องที่พวกคุณแอบไปกินกันลับหลังฉันมันเป็นเรื่องผิด แล้วทำไมพวกคุณยังคิดที่จะทำ เคยนึกถึงความถูกต้องกันบ้างมั้ย อายุขนาดนี้แยกแยะชั่วดีกันไม่ได้เลยหรือไง”ยิ่งได้ว่าออกไปมันก็ยิ่งทำให้ปลายฟ้า ของขึ้นเสียจนอยากจะฆ่าทั้งสองคนให้ตกตายตามกันไป“เดี๋ยวนะคะ ในเมื่อมันเป็นเรื่องงาน ทำไมคุณจะต้องโกรธขนาดนั้นด้วยละคะ คุณไม่ดีใจเหรอที่สามีของคุณทำหน้าที่ของเขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง”ชัญญ่ามองใบหน้าของปลายฟ้า ที่แสดงความเจ็บปวดผ่านทางสายตาออกมาให้เห็น เช่นเดียวกันกับคำพูดของเธอซึ่งฟังดูแล้วมันคล้ายกับกำลังดูหนังคนละม้วน ชวนพูดคนละเรื่องเดียวกันยังไงยังงั้นเลย...แล้วชัญญ่าก็ยังไม่คิดที่จะเฉลยให้อีกฝ่ายได้ฟัง ว่ากำลังเข้าใจอะไรผิดๆ และคงปล่อยให้ปลายฟ้าคิดไปเองตามนั้น“เอาแบบนี้ดีกว่านะคะคุณปล
เช้าวันต่อมาคิมหันต์ตื่นนอนตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เพราะเขามีงานบางอย่างที่จำเป็นต้องไปจัดการ และทำให้เสร็จทันก่อนที่จะถึงวันสำคัญของตัวเอง“เดี๋ยวผมขอตัวเข้าไปทำธุระที่ฝั่งโน้นสักหน่อยนะ สัญญาว่าจะรีบกลับมาให้ทันมื้อค่ำของเรา”คิมหันต์บอกกับปลายฟ้า ที่ยังไม่ทันจะหายจากอารมณ์หงุดหงิด แต่แล้วสามีก็ยังคิดจะทิ้งเธอกับลูกไป ทั้งที่งานสำคัญจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้“คุณจะไปที่ไหน? กับใคร? แล้วธุระที่ว่านั่นมันคือธุระอะไร? และสำคัญกับคุณแค่ไหนเหรอ? ”เธอซักไซ้เขาราวกับว่าอีกฝ่าย ได้กลายเป็นนักโทษที่อยู่ในเรือนจำ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับไปไม่เป็น “อ่า...ผมแค่จะไปคุยธุระกับคนที่รู้จักกันแค่นั้นเอง” คิมหันต์ตอบไม่ตรงประเด็น และปลายฟ้าก็เห็นว่าเขาไม่ยอมสบตากับเธอตอนพูด“ไม่ต้องห่วงเรื่องงานในวันพรุ่งนี้นะ เดี๋ยวผมจะให้ออแกไนซ์มาคุยรายละเอียดเรื่องงานกับคุณ เธอชื่อ ชัญญ่า ผมฝากคุณด้วยละกัน”เขาฝากฝังปลายฟ้าเรื่องงาน หรือฝากให้เธอดูแลออแกไนซ์นั่นกันแน่...แถมเรียกแม่นั่นว่า ชัญญ่า อย่างสนิทสนมเจอกันแค่เพียงวันเดียว แต่สามีกลับฝากฝังผู้หญิงคนนั้น ไว้กับเธอได้อย่างหน้าตาเฉย เธอก็เลยตอบเขากลับไปว่า“ได้ค
เช้าวันรุ่งขึ้นคิมหันต์มองเรือลำใหญ่ที่วิ่งออกมาจากชายฝั่งผ่านกล้องส่องทางไกล จนกระทั่งเรือลำนั้นได้เข้ามาจอดเทียบท่าที่เกาะปลาดาวซึ่งคนที่อยู่บนเรือลำดังกล่าว ก็คือคณะที่มาจากบริษัทจัดทำออแกไนซ์ และเวลานี้ทุกคนต่างก็ช่วยกันขนของ ทยอยลงมาจากเรือลำที่เขาเป็นคนส่งให้ไปรับมาจากอีกฝั่งรูปร่างบอบบางของหญิงสาวเชื้อสายจีน-อิตาลี ได้ก้าวเท้าลงมายืนอยู่ที่บนพื้นทราย ขณะกวาดสายตามองหาใครบางคน จนได้พบกับเป้าหมายจากนั้นจึงเดินเข้าไปหาเจ้าของร่างใหญ่ พร้อมกับกล่าวคำทักทายซึ่งคล้ายกับคนคุ้นเคย“สวัสดีค่ะรุ่นพี่ สบายดีไหมคะ?”“สบายดีแล้วเราล่ะชัญญ่า ไม่เจอกันนานโตขึ้นเยอะเลยนะเรา” คิมหันต์เอ่ยทักและถามอีกฝ่ายกลับไปเช่นเดียวกัน“ฉันสบายดีค่ะ แล้วก็มีบางอย่างที่ฉันตั้งใจจะเอามาฝากพี่ด้วยนะ ไม่รู้ว่าพี่จะสนใจไหม?”ประโยคบอกเล่ากึ่งคำถามทำให้อีกคนต้องหันซ้ายแลขวา เหมือนกับกลัวว่าใครจะเห็นเข้าจากนั้นเจ้าของร่างสูงก็เดินจูงมือหญิงสาวปริศนา แล้วพาไปพูดคุยกันในมุมลับตาแต่ไม่ว่าคิมหันต์จะขยับตัวไปทางไหน มันก็ยังอยู่ในสายตาของใครบางคน ปลายฟ้าได้เห็นการกระทำของคนทั้งคู่จากบนอาคารที่อยู่สูงสุด เธอถึงกับส
เกาะปลาดาวช่วงต้นเดือนกุมภาพันธุ์ครอบครัวของปลายฟ้า ก็มักจะพากันมาจัดงานรำลึกถึงผู้วายชนม์ นั่นก็คือคนเป็นบิดาของเธอในทุกๆ ปี และสถานที่จัดงานก็คือเกาะปลาดาวเหมือนที่ผ่านมาแต่ปีนี้ปลายฟ้าต้องการทำบรรยากาศของงานให้มีความสนุกครึกครื้นเพิ่มขึ้นมาบ้าง ซึ่งระยะหลังก็สามารถทำใจกันได้แล้วนั่นแหละส่วนตัวของคิมหันต์เองก็ได้กลายเป็นคุณพ่อติดลูก ซึ่งความผูกพันธ์อันนี้ที่ทำให้เขาตัดสินใจ ลาออกจากองค์กรของบอดี้การ์ดและนักฆ่า ซึ่งเขาคิดว่าคงจะไม่กลับเข้าไปทำอาชีพนั้นอีกแล้วคิมหันต์ไม่ต้องการเสี่ยงอันตราย แล้วทำให้คนในครอบครัว ต้องมาคอยเป็นห่วงเป็นใยในตัวเขาเหมือนที่ผ่านมาการจัดงานครั้งนี้คิมหันต์จึงเสนอปลายฟ้า ให้เธอว่าจ้างบริษัทที่รับจัดงานออแกไนซ์ แล้วหลังจากที่ตกลงกันได้ เขาจึงนำโบชัวร์มาให้เธออ่านถึงรายละเอียดต่างๆ พลางปล่อยให้เธอเลือกเอา ตามที่ใจของเธอต้องการหญิงสาวนั่งอ่านมันอย่างขะมักเขม้น ก่อนเหลือบไปเห็นคนเป็นสามีจ้องมองมาที่เธอ ด้วยสายตาที่เจ้าตัวอ่านเขาได้ไม่ยากนักหากแต่ทำเป็นสนใจกับเอกสารตรงหน้า ขณะที่สายตาก็คอยชำเลืองมองสามีของตัวเองเป็นระยะๆ“คุณกำลังคิดอะไรอยู่เหรอคะ?”ก็รู้แห
คิมหันต์เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านความเป็นความตายมาแล้วนับครั้งไม่ได้ เรื่องความเจ็บปวดมากมายที่เคยได้รับ มันไม่เท่ากับความเจ็บปวดในครั้งนี้ หากเขาจะต้องพลัดพราก จากคนที่รักมากไปถึงสองคนถ้าเขายอมปล่อยมือจากเธอไป เขาคงเจ็บปวดเจียนตาย ถึงแม้จะอยู่ได้ แต่มันก็เหมือนกับคนที่ตายทั้งเป็น“ผมไม่อยากไปไหน ผมอยากอยู่กับคุณและลูกของเรา ผมอยากสัมผัสกับคำว่าครอบครัวที่ผมไม่เคยมี ผมจะไม่ยอมเป็นผู้ชายหน้าโง่คนนั้นอีกแล้ว และผมจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้คุณกับแป้งร่ำได้อยู่กับผมตลอดไป ต่อให้ผมต้องขังคุณไว้ ผมก็จะทำ!...”มันเป็นคำง้องอน เชิงข่มขู่ที่ดูแข็งกระด้าง อย่างที่ไม่น่าให้อภัย แต่มันก็ทำให้ปลายฟ้า เผลอยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตาเลยนั่นหละคิมหันต์หยัดตัวลุกขึ้นยืน พร้อมกับอุ้มลูกสาวเอาไว้ข้างหนึ่งจากนั้นจึงรั้งร่างของปลายฟ้าเข้ามากอดเอาไว้แนบกาย ก่อนจะเช็ดน้ำตาออกให้พ่อแม่ลูก...จึงได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง...“คุณห้ามทำให้ฉันเสียใจแล้วก็ผิดหวังอีกนะคะ เพราะฉันไม่ใช่ผู้หญิงปัญญาอ่อน ที่จะยอมให้ผู้ชายอย่างคุณมาหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้ามีครั้งต่อไปฉันจะหาผู้ชายคนใหม่ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนดีก
เมื่อคิมหันต์มองผ่านทะลุกระจกบานกว้าง ก็ได้เห็นว่าปลายฟ้ากำลังพาลูกสาวขึ้นไปนั่งบนรถโดยสาร เพื่อมุ่งหน้าไปยังเครื่องบินที่กำลังจอดรออยู่ไม่ไกล พอเห็นอย่างนั้นคิมหันต์จึงรีบพุ่งตัว วิ่งตามออกไปทันที โดยที่ไม่สนใจว่า ประตูทางฝั่งขาเข้ากำลังจะปิดลงเจ้าของร่างสูงวิ่งตามรถมินิบัสที่บรรทุกผู้โดยสาร ขณะเดียวกันเขาก็พยายามโบกมือไปมา เพื่อร้องขอให้รถคันนั้นหยุดรอ พอเป็นอย่างนั้น แป้งร่ำที่มองเห็นคนเป็นลุงกำลังวิ่งไล่ตามมาในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล เธอจึงรีบทุบกระจกบานใส ที่กั้นอยู่ทางด้านหลังของคนขับ พร้อมกับตะโกนออกไปว่า “จอดรถก่อนได้มั้ยคะ? คนลุงของหนูมาตามหนูแล้ว ช่วยจอดรถให้คุณลุงหนูก่อนได้ไหมคะ?...หนูขอร้อง...ฮึกๆ ”“แป้งร่ำ! หนูอย่าพูดอย่างนั้นนะ เขาไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรา ทำไมหนูจะต้องเป็นห่วงใยเขาขนาดนั้นด้วยลูก”“ไม่ห่วงได้ยังไงละคะ ในเมื่อคุณยายบอกกับหนูว่า คุณลุงเป็นพ่อของหนู...ฮื่อๆ ”เด็กหญิงรีบแย้งกลับไป พร้อมกับร้องไห้ออกมาตามประสาหัวใจของปลายฟ้าร่วงลงไปกองรวมกันอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่ได้ยินที่แท้แล้วพ่อและแม่ของเธอรู้เรื่องนี้ มาตั้งนานแล้วนั่นแหละ แต่กลับไม่มีใครยอมบอกเธอน
เสียงสะอื้นไห้ของคนเป็นมารดา ทำให้แป้งร่ำรู้สึกเสียใจไม่ต่างกัน สองวันแล้วที่ปลายฟ้า พาแป้งร่ำมานอนอยู่ที่บ้านพักตากอากาศในแถบชานเมือง เพราะไม่ต้องการให้แป้งร่ำรู้เรื่องรู้ราวของพวกผู้ใหญ่ เธอจึงไม่ได้บอกอะไรลูกสาว ทำได้ก็แค่ร้องไห้ออกมาราวใจจะขาด กับภาพบาดตาบาดใจ ที่ปลายฟ้าได้เห็นว่าจูลี่ กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตัวตน ของอีกคนที่นั่งเอนหลังอยู่บนโซฟาแถมใบหน้าของคนทั้งคู่ ก็คล้ายกำลังจูบกันอยู่ อีกทั้งมือใหญ่ก็ยังสอดเข้าไปรั้งเอวบางเข้ามากอดแนบกาย นั่นยิ่งทำให้ปลายฟ้ามั่นใจว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ ไม่ใช่แค่เพียงคนรู้จักกันในแบบธรรมดา ทั้งที่หญิงสาวควรจะเชื่อตัวเองให้มากกว่าใคร แต่กลับปล่อยตัวปล่อยใจให้ต้องเจ็บช้ำเพราะน้ำมือของเขา เธอรู้สึกสมน้ำหน้าตัวเองเอามากๆ ที่ไม่รู้จักหลาบจำได้สักที“ทำไมคุณแม่ต้องร้องไห้หนักขนาดนี้ด้วยละคะ ตอนที่คุณแม่เดินเข้าไปในบ้าน แล้วรีบวิ่งออกมาคุณแม่ไปเจออะไรเข้าหรือคะ?”แป้งร่ำเอ่ยถามคนเป็นมารดา ด้วยความอยากรู้ตามประสา แต่ปลายฟ้าก็รีบปฏิเสธกลับไปว่า“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะลูก ไม่ต้องสนใจแม่หรอกนะ แม่มันโง่เอง แต่ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าความรักความภักดีมันไม่มีอยู