พอมาถึงที่พัก แม่บ้านโฮมสเตย์ก็เอาชุดที่ส่งซักรีดมาให้พอดี ฉันก็รีบอาบน้ำก่อนเลยเพราะรู้สึกเหนียวตัวชะมัด ระหว่างอาบน้ำคำพูดของพี่เหนือก็เข้ามาในหูซ้ำ ๆ ทำเอาฉันคลี่ยิ้มกรุ่มกริ่มราวกับคนบ้า ตอนนี้หัวใจฉันพองโตมาก ความรู้สึกที่เคยตกหลุมรักผู้ชายคนนี้กลับเข้ามาภายในใจอีกครั้ง แต่ทว่าครั้งนี้ฉันรู้สึกว่ามีความหวังมากขึ้น หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เห็นพี่เหนือ จึงออกมาที่ชานระเบียงหน้าโฮมสเตย์ก็พบว่าชายหนุ่มสวมใส่ชุดหลุมอาบน้ำ โชว์หน้าอกแกร่ง กล้ามหน้าท้องที่เรียงกันเป็นลอนสวย ระหว่างที่นั่งจิบไวน์เงยมองดูดวงดาวที่อยู่ฟ้า ฉันยืนกลืนน้ำลายลงคอมองใบหน้าอันหล่อเหลาราวกับฟ้าประทานของเขาด้วยความชื่นชม แต่ต้องเลิ่กลั่กเมื่อท่านประธานหนุ่มหันมาสบตากับฉันพอดี "แอบมองพี่เหรอ"สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำเอาใบหน้าเห่อร้อน ฉันก้มหน้างุดยกมือเกาท้ายทอยด้วยความเคอะเขิน "...."ฉันไม่ตอบอะไรกำลังจะหันหลังกลับเข้าไปในห้อง."เดี๋ยว...."พี่เหนือลุกขึ้นแล้วก้าวขายาวเดินมาคว้าแขนฉันไว้ ".....ดื่มเป็นเพื่อนพี่ก่อนสิ"ไม่รอคำตอบพี่เหนือก็ดึงแขนฉันไปนั่งที่เก้าอี้ข้างเขา แล้วหยิบแก้วอี
เช้าวันใหม่...วันนี้ฉันต้องไปทำงานแล้ว จึงตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวอย่างอารมณ์ดี หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยฉันออกจากห้องเดินลงบันไดพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วย "คุณจาร์คะ"ฉันหยุดชะงักมองป้าแม่บ้านที่กำลังเดินสวนขึ้นมา "มีอะไรคะป้า""เอ่อ...เจ้านายคุณจาร์มารออยู่ที่ห้องรับแขกน่ะค่ะ"ป้าแม่บ้านบอกพร้อมกับยิ้มกรุ่มกริ่ม "พี่เหนือ?...ขอบคุณค่ะป้า"ว่าจบฉันก็รีบเดินลงบันไดไปยังห้องรับแชกทันทีพอมาถึงก็เห็นท่านประธานหนุ่มนั่งอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีที่ดูสง่าสายตาจ้องมองไปด้านหน้า ฉันหยุดยืนยิ้มหวานก่อนที่จะเดินเข้าไป "พี่เหนือ"เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาหันมาแล้วลุกขึ้นติดกระดุมสูท "วันนี้พี่มารับเธอเข้าบริษัทพร้อมกัน..."ฉันก้มหน้างุดยิ้มกรุ่มกริ่ม"....เรียบร้อยแล้วใช่ไหม"ฉันผงกหันรับแต่ยังก้มหน้าเขินอาย "งั้นไปกัน"มือหนาคว้ามือฉันไปจับแล้วพาฉันเดินออกมาท่ามกลางสายตาแม่บ้าน ฉันได้แต่เขินอายใบหน้าเห่อร้อนไปหมด พอมาถึงที่รถพี่เหนือก็เปิดประตูให้ฉันเข้าไปนั่งก่อนแล้วถึงเดินอ้อมมาที่ฝั่งคนขับ ระหว่างทาง "คิดยังไงถึงมารับจาร์"ฉันเอ่ยถามแม้จะยังเขินอายอยู่ "คนคบกันก็ต้องทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอ"พี่เหนือหันมาย้อนถา
วันนี้ฉันรู้สึกแปลก ๆ ทำตัวไม่ถูกเลย ที่ได้มาทานข้าวกลางวันกับพี่เหนือและแอนนา ซึ่งเธอเดินควงแขนพี่เขาอยู่ตลอด นี่ตกลงเขาขอฉันคบหรือแอนนากันแน่ น้อยใจชะมัด ขนาดนั่งรถมา รู้ไหมฉันนั่งตำแหน่งไหน "เหอะ"กลั้วหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง เมื่อแอนนาบอกว่าเธอไม่ชอบนั่งเบาะหลังเพราะเหมือนจะอาเจียนอยู่ตลอด และแน่นอนว่าพี่เหนือก็ไม่ขัดใจเธอ ขอร้องให้ฉันไปนั่งเบาะหลังแทน เฮ้อ.. พอมาถึงที่ร้านแอนนาสั่งอะไรพี่เหนือก็ทานได้หมด คงรู้ใจกันมากสินะ "สั่งอะไรเพิ่มอีกไหม"เสียงทุ้มเอ่ยถามฉันขณะที่แอนนาสั่งอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว "ไม่ค่ะ"ฉันตอบกลับแล้ววางเมนูอาหารลง."งั้นแค่นี้ครับ"พี่เหนือหันไปบอกกับบริกร "เดี๋ยวฉันก็จะไม่อยู่แล้ว เธอต้องจำอาหารที่พี่เหนือชอบให้ได้นะ"ฉันหันไปที่แอนนาทันทึแล้วขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอหันไปยิ้มกับพี่เหนือแล้วหันมาที่ฉัน "ฉันจะทำงานที่นี่อีกหนึ่งอาทิตย์"ฉันผงกหัวรับไม่ได้แสดงอาการใด ๆ แต่ภายในใจยิ้มร่าเลย "แอนนาจะไปทำงานกับบริษัทของที่บ้าน"เป็นท่านประธานหนุ่มพูดขึ้นแล้วหันไปที่แอนนาซึ่งนั่งข้างเขา "ขอบคุณเธอมากนะที่เสียสละมาช่วยงานบริษัทพี่"พอพูดจบแอนนาก็คล้องแขนแล้วซบที
ฉันกลับถึงบ้านด้วยจิตใจยังคงกระวนกระวาย ไม่รู้ว่าพี่เหนือไปส่งแอนนาถึงไหน ทั้งคู่จะมึอะไรเกินเลยกันหรือเปล่าว้าวุ่นใจมาก อยากจะโทรไปแต่อีกใจก็ไม่กล้า ฉันเป็นอะไรเนี่ยความเป็นตัวฉันมันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ปกติฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดขนาดนี้เลย ตั้งแต่พี่เหนือเข้ามาในชีวิตฉันก็เหมือนกับไม่เป็นตัวของตัวเองเลย กว่าจะได้นอนก็เกือบเช้าเพราะคิดมากเรื่องพี่เหนือกับแอนนา ก็อก ก็อก ก็อก "คุณจาร์คะ คุณจาร์"ฉันสะดุ้งตื่นรับหยัดกายลุกขึ้นสายตาจ้องไปที่นาฬิกาที่ติดฝาผนัง "ตาย ๆ นี่มันเจ็ดโมงแล้วเหรอเนี่ย"ฉันพึมพำแล้วก้มหน้ายกมือยีหัวโมโหตัวเองที่นอนตื่นสาย ด้านหน้าประตูห้องก็มีเสียงป้าแม่บ้านเรียกอยู่ "คุณจาร์ตื่นหรือยังคะ สายแล้วนะ""ตื่นแล้วค่ะ"ฉันตะโกนตอบกลับไปแล้วรีบลงจากเตียงหยิบผ้าเช็ดตัวกำลังจะเดินเข้าห้องน้ำแต่ต้องชะงัก "เจ้านายคุณจาร์มารอตั้งแต่เช้าแล้วนะคะ""พี่เหนือ?"ฉันงึมงำกับตัวเองแล้วรีบเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวทันที ฉันอาบน้ำแต่งตัวอย่างเร่งรีบพอเสร็จเรียบร้อยก็รีบลงมาจากห้องเดินไปที่ห้องรับแขก เป็นพี่เหนือจริง ๆ ด้วย พอฉันเดินเข้าไปพี่เขาก็หันมาแล้วลุกขึ้นจากโซฟาเดินตรงมาหาฉัน
ฉันตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองถูกมัดมือมัดเท้าและยังมีผ้าปิดปากอยู่ที่พื้นเสากลางห้อง ซึ่งค่อนข้างมืดมีไฟสลัว ๆ พอให้มองเห็น ฉันหันซ้ายหันขวาแล้วเพ่งมองก็พบหญิงสาวที่มีสภาพไม่ต่างกับฉันเธอโดนมัดติดกับอีกเสาหนึ่งแท่ง "แอนนา"ฉันพยายามเรียกออกเสียงดังทั้งที่มีปากปีดปาก "คุณจาร์"เสียงเรียกตอบกลับมาแล้วกวาดสายตาไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าค่อนข้างหวาดกลัว แอ๊ดดด เสียงประตูเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างชายหนุ่มเดินนำเข้ามาก่อนตามด้วยชายฉกรรจ์อีกสองคน พอไฟเปิดสว่างฉันจึงจำได้ว่าชายฉกรรจ์ทั้งสองด้านหลังเป็นคนจับฉันกับแอนนามา แต่คนที่เดินนำหน้านี่สิ ฉันคุ้นหน้ามาก ใครหน่า ราวกับเคยเห็นเขามาก่อนที่ไหนนะ แล้วภาพบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในหัว จำได้แล้ว เขาคือพนักงานที่ฉันเคยเห็นเขาอยู่กับคุณเดวิน อย่าบอกนะว่า...'เขาเป็นคนของคุณเดวิน'"ให้โทรหาคุณเดวินเลยไหม"ฉันต้องกลืนคำพูดเพราะหนึ่งในชายฉกรรจ์ด้านหลังพูดขึ้น และมันก็เป็นอย่างที่ฉันคิด "อ่อยอันนะ"พอผู้ชายคนนั้นพูดจบแอนนาก็ร้องโวยวายขึ้นมา "อืม.บอกบอกด้วยว่าได้ทั้งสองคนเลย"ชายหนุ่มที่น่าจะเป็นเจ้านายของชายฉกรรจ์ทั้งสองพูดพร้อมยกยิ้มมุมปาก ก่อนที่จะเดินมาดึงผ้าที่มัดปา
ระหว่างที่ฉันเอ่ยปากขอน้องให้คุณรองประธานปล่อยพวกเรา ชายฉกรรจ์ทั้งสองก็แก้มัดแล้วจับแอนนาไว้ในขณะที่เธอพยายามขัดขืนแต่ก็สู้แรงชายฉกรรจ์ที่มีรูปร่างกำยำไม่ได้ "ฉันขอร้องปล่อยแอนนา ปล่อยฉันไปเถอะ.."คุณเดวินหันมาที่ฉัน "...ครั้งนั้นฉันไม่เอาเรื่องคุณก็เพราะพี่เหนือแต่ครั้งนี้ถ้าคุณทำอะไรฉันหรือแอนนาล่ะก็..ฉันไม่ปล่อยคุณไว้แน่"ฉันพูดกัดฟันด้วยความโกรธ พยายามสะบัดมือที่ถูกมัดไว้ให้หลุด คุณเดวินเดินยิ้มเย็นชวนขนลุกมาที่ฉัน เขาย่อตัวลงแล้วเอามือมาบีบที่คางฉันอย่างแรง."คิดว่าจะทำอะไรผมได้? ขนาดไอ้เหนือยังต้องยอมผมเลย""พี่เหนือเขาไม่ได้ยอมพี่ แต่ที่เขายอมก็เพราะแม่พี่"แอนนาพูดขึ้นในขณะที่โดนจับอยู่ คุณรองประธานยืนขึ้นแล้วเดินไปที่เธอ"ถ้าพี่เหนือไม่มาขอร้องแอนนาเรื่องที่พี่ทำชั่วไว้กับแอนนา ป่านนี้แอนนาคงเอาพี่เข้าคุกไปแล้ว!"ฉันหันไปที่แอนนาด้วยความสงสัย"หึ..จะเอาผัวเข้าคุกเลยเหรอที่รัก"ฉันขมวดคิ้วจนเป็นปมด้วยความสงสัยอย่างหนัก เขาพูดเรื่องอะไรกัน แต่ก็ยังไม่ได้เอ่ยปากถาม คุณเดวินก็ออกคำสั่งกับชายฉกรรจ์ทั้งสอง"เอาตัวไปที่ห้องชั้นบน""ครับนาย"ชายฉกรรจ์ตอบรับแล้วดึงร่างเล็กเดินไป "ปล่อย
ด้านณดน(เหนือ)ตอนนี้ผมกำลังขับรถด้วยความเร็วเพื่อไปช่วยแอนนาให้ทันก่อนที่ไอ้เดวินญาติของผมจะทำอะไรกับเธอรุนแรงเหมือนกับ......สามปีก่อนหน้า แอนนาเรียนจบก็นัดผมไปฉลองที่ผับแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนของเธอไปด้วย ขณะที่พวกเรานั่งดื่มกัน จู่ ๆ ไอ้เดวินก็เดินเข้ามา และแน่นอนว่าแอนนาก็ต้องให็เกียรติชวนมันร่วมวงเพราะคิดว่ามันเป็นญาติของผม แต่มันก็คิดไม่ซื่อวางยาปลุกเซ็กซ์ใส่ไปในเครื่องดื่มแอนนา แต่แผนที่จะได้แอนนาที่มันจะทำมิดีมิร้ายกลับตาลปัตร เพราะเกิดมีหญิงสาวที่มาเที่ยวชวนมันไปข้างนอกซะก่อน ในขณะที่ผมรู้แล้วว่าแอนนาโดนยาปลุกเซ็กซ์จึงรีบพาเธอกลับ แต่ทว่ายามันดันออกฤทธิ์ และแอนนาก็มีท่าทางไม่ไหว เธอจึงขอร้องให้ผมช่วย เหมือนกับที่จาร์เคยโดนและเป็นมันอีกที่วางยาจาร์ ด้วยความที่เธอยั่วยวนด้วยฤทธิ์ของยา และแน่นอนว่าผมก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูน จึงพาเธอเข้าโรงแรม ทำเรื่องอย่างว่าที่เธอต้องการ หลังจากวันนั้นเธอทำตัวปกติกับผม ไม่เรียกร้องอะไร และยังคงเป็นรุ่นน้องที่สนิทกับผมเหมือนเดิม แต่ทว่าไอ้เดวินก็ยังไม่หยุด มันพยายามหาทางขืนใจแอนนาอยู่ตลอดจนสำเร็จ แอนนาร้องห่มร้องไห้มาบอกกับผม ด้วยร่างกายที่บอ
เช้าวันต่อมา...เมื่อคืนฉันเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็เช้าแล้ว ฉันหยัดกายลุกขึ้นนั่งหลังพิงหัวเตียงยกมือขยี้ตาปรับแสงก็เห็นคุณเลขาฟ้านั่งคุยโทรศัพท์อยู่บนโซฟากลาง เธอหันมาเจอฉันก็เป็นจังหวะที่คุยธุระในโทรศัพท์เสร็จพอดี จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินมาที่ฉัน "คุณเหนือโทรมาบอกว่าวันนี้ไม่ต้องเข้าบริษัท""หะ พี่เหนือโทรมางั้นเหรอ ทำไมเขาไม่โทรเข้ามือถือจาร์ล่ะ"ฉันพูดขึ้นด้วยความน้อยใจนิด ๆ "คุณเหนือโทรหาคุณตั้งหลายสายแต่คุณไม่รับ"คุณเลขาฟ้าเอ่ยแล้วคลี่ยิ้มหวานพร้อมกับส่ายหน้า พอได้ยินแบบนั้นฉันก็รีบคว้าโทรศัพท์ของตัวเองที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงมาดู "พี่เหนือโทรมาจริงด้วย แต่จาร์เผลอไปปิดเสียงซะนี่แย่จัง..."ฉันพึมพำเบา ๆ ก่อนจะเงยแล้วเอ่ยถามคุณฟ้า "พี่เหนือบอกอะไรอีกไหม แอนนาเป็นยังไงบ้าง แล้วคุณเดวิน...""ตอนนี้คุณเหนือขังคุณเดวินและพรรคพวกไว้ ส่วนคุณแอนนาเอ่อ...อยู่ที่โรงพยาบาลคุณเหนือบอกว่าอาการเธอแย่มากหวาดกลัวไปหมด ไม่ยอมเข้าใกล้ใครเลยนอกจากคุณเหนือ เขาจึงต้องอยู่เฝ้าทั้งคืน"พอได้ฟังแบบนั้นก็รู้สึกสงสารแอนนาจับใจ "พวกเราไปเยี่ยมแอนนากันไหม จะได้ไปช่วยให้กำลังใจเธอ""ก
"ลูกสาวของเราไง"ชายหนุ่มที่ฉันหลงรักครั้งแรกพบตอนนี้เขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่ใช่คนสุขุม เคร่งขรึมแต่เขาเป็นคนช่างฝัน ลูกสาวอะไรกัน บ้าบอ พี่เหนือชึ้นคร่อมร่างฉันแล้วปลดเปลื้องเสื้อผ้าฉันออกอย่างชำนาญ เวลาไม่กี่นาทีเสื้อผ้าฉันก็ถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างกับไม่มีค่า เจ้าของใบหน้าหล่อคมคายโน้มลงมาดูดเลียเม็ดไตที่หน้าอกฉันสลับกันทั้งสองพลางใช้มือบีบเค้นไปด้วย "อะ.."ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บจี๊ดเมื่อถูกมือหน้าบีบที่เต้าอกฉันอย่างแรง"...เบา ๆ หน่อยสิ เดี๋ยวก็แตกคามือหรอก"ฉันเอ่ยแกมประชดประชัน "หึ"ชายหนุ่มบนร่างแสยะยิ้มร้าย แล้วจัดการตะโบมตวัดดูดดุนยอดปทุมถันจนเปียกแฉะไปหมด พอสมใจแล้วพี่เหนือก็ขยับกายลงมายังที่ปลายเท้าฉันแล้วอ้าขาทั้งสองข้างแยกจากกัน ก่อนที่จะก้มลงใช้นิ้วแหวกกลีบกุหลาบ จากนั้นก็ใช้ลิ้นแตะไปที่ติ่งเกสร แล้วใช้ลิ้นสากลากวนไปรอบ ๆ "อะ อร้ายย"ฉันครางด้วยความเสียวขนลุกไปทั้งตัว นิ้วเท้างุ้มเข้าหากันด้วยความเกร็ง "พะ พี่เหนือ จาร์เสียววว"พี่เหนือห่อลิ้นแล้วสอดเข้าไปในร่องแคบ ทำให้ฉันร้องอย่างไม่เป็นภาษาด้วยความกระสันที่เขามอบให้ มือทั้งสองข้างกำหมอนไว้แน่น "อะ อ๊ะ พะ พี่~"ฉันเก
หลังจากทานข้าวกับครอบครัวพี่เหนือจนอิ่มเรียบร้อยฉันก็ลาพ่อแม่รวมถึงน้อง ๆ ของเขากลับมาที่บ้านโดยมีพี่เหนือขับรถมาส่ง พอมาถึงท่านประธานหนุ่มหล่อก็เข้าไปคุยเกริ่นเรื่องการหมั้นกับพ่อแม่ฉันทันที "พรุ่งนี้พ่อแม่ผมจะมาพูดคุยอีกทีอย่างเป็นทางการนะครับ"พ่อแม่ฉันไม่ได้โต้แย้งอะไรเพราะเห็นท่าทางลูกสาวที่ดูจะตกลงตั้งแต่หน้าประตูบ้านแล้ว ใช่ ฉันตกลงที่จะหมั้นกับพี่เหนือ "ผมขออนุญาตท่านทั้งสองอีกสักเรื่องได้ไหมครับ"พี่เหนือพูดจบพ่อแม่ฉันก็หันมองหน้ากันแล้วหันไปที่คนพูด "ถ้าผมอยากจะให้น้องตั้งครรภ์ก่อนที่จะแต่งงานจะได้ไหมครับ"เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง"เอาสิ แม่ก็อยากอุ้มหลานเหมือนกัน"แม่ฉันตอบกลับแล้วยิ้มหวาน"ท้องก่อนแต่งสมัยนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาแล้ว..."พ่อฉันพูดด้วยน้ำเสียงขรึม ก่อนที่จะหันมาที่ฉันสลับหันไปที่พี่เหนือ "....แต่พ่อขอเรื่องเดียวฝากดูแลจาร์กับหลานพ่อให้ดี ๆ ล่ะ""ครับผมสัญญาจะดูแลจาร์กับลูกอย่างดี"พี่เหนือตอบรับด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังแล้วเอื้อมมาจับมือฉัน หนึ่งเดือนต่อมา...พิธีหมั้นของฉันกับพี่เหนือก็ถูกจัดขึ้น แน่นอนว่าครั้งนี้งานใหญ่กว่าครั้งที่แล้ว.เพราะฉันหมั้นกับ
พี่เหนือไปรับฉันจากบ้านมาที่ผับพี่ทอร์ชน้องชายต่างมารดา เมื่อตอนเย็นเขาได้พูดคุยกับพ่อแม่ฉันเรียบร้อยก็กลับไปที่บ้านก่อนจึงมารับฉันในช่วงค่ำ ๆพอมาถึงที่ผับพี่เหนือก็จับมือฉันเดินเข้ามาด้านในขึ้นไปที่ห้องวีไอพี15 ซึ่งมีกิ๊ก พี่ไกด์ และแฟนกิ๊กนั่นคือพี่เอกรออยู่ ประตูห้องวีไอพีเปิดเข้าไปทุกคนภายในห้องต่างมองฉันกับพี่เหนือด้วยความแปลกใจ และหลุบตามองที่มือฉันขณะที่ถูกกุมไว้ด้วยมือพี่เหนือ "มาด้วยกันได้ยังไง"เป็นพี่ไกด์ที่พูดขึ้นก่อน"ทำไมจะมาด้วยกันไม่ได้?"พี่เหนือตอบแล้วดึงมือฉันไปนั่งที่โซฟาข้าง ๆ เขา "ผมตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า จาร์เพิ่งจะถอนหมั้นกับพี่กษะไม่ใช่เหรอ มันเกิดอะไรขึ้นแล้วทำไม....""เลิกถาม! เดี๋ยวจาร์มันจัดแถลงข่าวให้รู้เองแหละ"กิ๊กแทรกพี่เอกพูดแล้วหันมาที่ฉันด้วยสีหน้ากดดัน "เรื่องมันมีอยู่ว่า...."พี่ไกด์ พี่เอก และกิ๊กตั้งใจฟังกันอย่างพร้อมเพรียงเห็นหน้าทั้งสามก็อดที่จะขำไม่ได้ 'คิกคิก'"จาร์เป็นเมียกูก่อนจะหมั้นกับกษะ"ทุกคนหันขวับไปที่เจ้าของใบหน้าหล่อแม้แต่ฉันหันไปคอแทบเคล็ด "พี่เหนือ!""หรือไม่จริง"ท่านประธานหนุ่มสวนกลับแล้วยักคิ้วใส่ "นี่กูหูแว่วไปใช่ไหม"พี่ไกด์
"...."ฉันถูกชายร่างสูงกอดไว้แน่นมือหนาก็คอยลูบที่หลังเบา ๆ ปากก็พูดจาปลอบใจฉันอยู่ตลอด ฉันพอเข้าใจแล้วล่ะพี่เหนือคงจะคิดว่าฉันเสียใจที่ถูกถอนหมั้น แต่ทำไมนะ ทำไมฉันไม่ผลักเขาออก ยังคงให้เขากอดอยู่แบบนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าโอบกอดของเขาช่างอบอุ่นจัง"พี่จะยืนอยู่ข้างเธอไม่ไปไหน"ตุ่บ ตุ่บ ตุ่บ เอาอีกแล้วหัวใจฉันเกิดเต้นแรงผิดจังหวะอีกแล้ว หลังจากพูดจบพี่เหนือก็ผละจากกอด ฉันรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเศร้าลงทันที ชายร่างสูงจับมือฉันไปนั่งที่โซฟา ก่อนที่จะเอ่ยถาม "ทำไมถึงถอนหมั้นกันล่ะ""เอ่อ..."เอาไงดีวะ พูดยังไงดีไม่ได้เตรียมคำพูดไว้ด้วย "ไม่ต้องบอกพี่ก็ได้ ถ้าเธอพูดแล้วจะทำให้เสียใจ"เฮ้อ..ฉันลอบหายใจเบา ๆ หลังจากที่พี่เหนือพูดจบแล้วตีหน้าเศร้า "...."ฉันไม่พูดอะไรก้มหน้าลงแล้วอมยิ้ม "ถ้าพี่จะเป็นคนดูแลหัวใจเธอจะได้ไหม"ฉันเงยหน้าขึ้นแล้วจ้องมองชายหนุ่มรูปหล่อ"ถึงแม้ว่าพี่จะเคยทำร้ายหัวใจดวงนี้...."พี่เหนือหยุดพูดแล้วหลุบตามองลงที่หน้าอกข้างซ้ายของฉัน"....แต่พี่สัญญาว่าครั้งนี้พี่จะไม่ทำให้หัวใจของเธอต้องเจ็บซ้ำอีกต่อไป"หัวใจฉันเกิดเต้นรัว ๆ จนแทบจะทะลุออกมาจากอก เราสองคนสบตากันอย่างลึกซึ้ง
พักเที่ยง...วันนี้ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้ออกมาจากออฟฟิศก่อนเวลา แล้วออกมายืนชะเง้อรอใครบางคน "จาร์ รอใครน่ะ"ฉันหันไปที่เสียง ก็ปรากฏร่างชายหนุ่มที่เดินล้วงกระเป๋าออกมาจากห้องทำงานใหญ่ "เปล่า ไม่ได้รอใคร"ฉันเลือกโกหกพี่ชายเพราะไม่อยากให้เขารู้ว่าฉันชวนพี่เหนืออดีตคนรักไปทานข้าวกลางวัน "แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่ไปกินข้าวเหรอ"พี่จ้านเดินมาหยุดยืนตรงหน้าฉันแล้วก็ขมวดคิ้วเอ่ยถาม "ไปสิ พอดีว่า...."ฉันต้องหยุดชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นรถยนต์คันหรูของพี่เหนือขับเขามาทำให้ดึงความสนใจของพี่ชายของฉันหันไปมองตาม"นั้นมันรถคุณเหนือหนิ"ไม่ทันให้พี่ชายฉันได้ถามอะไร ฉันก็รีบวิ่งไปที่รถพี่เหนือทันที"ไม่ต้องลง"ว่าแล้วฉันก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้าง ๆ เบาะคนขับ ทำให้คนตัวโตหันมามองหน้าฉันด้วยความแปลกใจ "ออกรถเลย"ปากพูดแต่สายตาจ้องไปด้านหน้ารถเพราะฉันเห็นพี่จ้านกำลังเดินมา."ออกรถเร็วสิ"เมื่อพี่เหนือยังไม่ออกรถฉันจึงหันไปบอกเขาอีกครั้ง"ครับ ๆ"สิ้นเสียงท่านประธานหนุ่มก็ขับรถออกมา "ทำไมดูรีบร้อนจัง"ปากหนาเอ่ยพูดขึ้นแต่สายตาจ้องมองไปที่ถนน "...."ฉันนั่งเงียบไม่ตอบอะไรพี่เหนือจึงหันมาที่ฉันเสี้ยววินาที
ฉันหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยสีหน้าบ่งบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าพี่กษะจะเป็น..."คู่หมั้นมึงเป็นเกย์?"กิ๊กเอ่ยออกมาเบา ๆ "กูไม่รู้"ว่าจบ ฉันก็หันกลับไปมองทั้งคู่ต่อ แต่ต้องเบิกตาโตยกมือปิดปากเมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม "เฮ้ยย..."ฉันรีบเอามืออีกข้างปิดปากเพื่อนสนิททันที ก่อนที่จะดึงออกมาจากตรงนั้นตอนนี้เราสองคนเข้ามาในห้องน้ำหญิงเราต่างมองหน้ากันแล้วลอบหายใจออกมา "มึงจะเอาไง"เพื่อนสนิทเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง ซึ่งเธออาจจะเข้าใจว่าฉันเสียใจแต่ไม่ใช่เลยฉันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรแถมยังดีใจด้วยซ้ำเพราะคำพูดที่พี่กษะพูดกับพี่สกายคล้ายกับว่าเขาทั้งคู่กำลังจะบอกเรื่องของเขากับพ่อแม่ แน่นอนว่าต้องไม่มีงานแต่งฉันกับพี่กษะเกิดขึ้น"กูจะถามเขาตรง ๆ"ฉันบอกความคิดที่มีอยู่ในหัวตอนนี้ ถ้าเขาสองคนรักกันจริง ๆ ฉันนี่แหละก็จะช่วยพวกเขา "ที่ฟัง ๆ มาดูท่าพ่อแม่คู่หมั้นมึงจะไม่รู้เรื่องที่เขาเป็นเกย์นะ"กิ๊กสันนิษฐานเหมือนอย่างฉัน "กูก็คิดเหมือนมึง""ดูมึงไม่เสียใจอะไรเลย"ฉันคลี่ยิ้มหวานให้เพื่อนสนิทแล้วเดินออกมาจากห้องน้ำ โดยมีกิ๊กเดินตามมาติด ๆ เช้าวันต่อมา...พี่กษะม
หลังจากงานหมั้นจบลงฉันก็กลับมาทำงานต่อ ฉันตื่นเช้าอาบน้ำแต่งตัว ก่อนที่จะหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายสายตาก็ไปสะดุดกับแหวนหมั้นที่สวมใส่อยู่ที่นิ้วนางข้างซ้าย แล้วลอบหายใจเบา ๆ นี่ฉันคิดผิดหรือคิดถูกนะ ที่อยู่ดี ๆ ก็เป็นคนที่ต้องถูกผูกมัด โดยที่ฉันไม่ได้มีใจให้กับคู่หมั้นตัวเองเลย."เฮ้อ..."ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักก่อนจะสะพายกระเป๋าแล้วจับสายให้กระชับเดินออกจากห้อง พอลงมาถึงชั้นล่างก็เห็นพี่กษะนั่งรอฉันอยู่ที่ห้องรับแขกจึงรีบเดินเข้าไปหาทันที "วันนี้มีคนติดรถมาด้วยนะ"เมื่อเดินไปถึงพี่กษะก็ลุกขึ้นแล้วเดินมายืนตรงหน้าฉัน "ใครคะ?"ฉันขมวดคิ้วงานจนเป็นปม "สกาย"ว่าจบ พี่กษะก็คว้ามือฉันแล้วพาเดินออกมา ในขณะที่ฉันยังสงสัยอยู่แต่ไม่ได้ถามออกไปจนมาถึงที่รถพี่กษะที่จอดโดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ มองผ่านกระจกไปที่เบาะหลังก็เห็นชายหนุ่มนั่งก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่จนพี่กษะเปิดประตูให้ฉัน เขาจึงเงยหน้าหันมายิ้มให้ "สวัสดีครับจาร์"เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสุภาพ "สวัสดีค่ะ"ฉันก็ทักกลับไปแล้วเข้ามานั่งที่เบาะข้าง ๆ คนขับ ระหว่างที่พี่กษะเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนขับ "จะอยู่ไทยนานไหมคะ"ระหว่างทางฉันหันไปพูดคุ
สองเดือนผ่านไป...งานก่อสร้างโรงงานได้เริ่มขึ้น พี่เหนือยังคงมาดูงานตามปกติแต่จะพูดคุยกับฉันน้อยมากนอกจากเรื่องงานเราก็แทบจะไม่คุยกันเลย เขาผอมซูบเซียวใบหน้าแก้มตอบลงและดูโทรมมาก แถมยังไว้หนวดอีกด้วย"พักหลังมานี้คุณเหนือเปลี่ยนไปมากเลย พูดน้อยยังยิ้มยากอีกด้วย"นั้นเป็นคำพูดของคุณเลขาฟ้าที่เดินทางมาตรวจงานกับพี่เหนือ "อืม"ฉันก็ได้แต่ตอบกลับสั้น ๆ ยืนมองเขาที่ตรวจงานอยู่ผ่านกระจกใสในออฟฟิศกับคุณเลขาฟ้า "ไม่เหมือนตอนที่คุณจาร์อยู่เลย"ฉันหันขวับไปที่เลขาท่านประธานหนุ่ม "...."ฉันไม่พูดอะไรมองเธอนิ่ง ๆ "คุณจาร์รู้หรือเปล่าคะว่าคุณแอนนากับคุณเดวินพากันไปแต่งงานและจะคลอดลูกที่ต่างประเทศ""ช่วงนี้จาร์ยุ่ง ๆ น่ะเลยไม่รู้ข่าวแอนนา"พูดจบคุณฟ้าก็ผงกหัวรับ "ฟ้าเข้าใจ ไหนจะเรื่องโรงงานไหนจะงานหมั้น...อีกสามวันเองนี่คะ""ใช่ค่ะ อย่าลืมมานะคะ"คุณเลขาฟ้ายิ้มหวาน"ไปแน่นอนค่ะ"พอพี่เหนือตรวจงานเสร็จก็เขียนรายงานส่งให้ฉัน "ไม่มีอะไรแล้วผมตัวกลับก่อนนะครับ"คำพูดคำจาของพี่เหนือก็ดูเป็นงานเป็นการระหว่างที่พูดคุยเรื่องงาน"ค่ะ"ฉันตอบรับจากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องตามด้วยคุณเลขาฟ้า จริง ๆ ฉันก็อยากจะบอกเข
สามวันต่อมา...พี่เหนือยังคงมาหาฉันทุกเช้าเป็นประจำ ไม่แค่นั้นเขายังทำแซนวิช ทำเกี๊ยวซ่ามาให้ด้วย ซึ่งฉันก็ไม่ได้กินของเขาหรอกแต่ไม่ได้ใจร้ายถึงต้องเอาทิ้งมันลงถังขยะ เหมือนอย่างเขา ฉันแจกจ่ายให้กับพนักงานออฟฟิศไปแบ่งกันทาน "ไม่ลองชิมฝีมือพี่หน่อยเหรอ"วันนี้ก็เช่นกันเขาทำแซนวิชมา "ตอนที่จาร์ทำให้ พี่ก็ไม่เคยแตะมันเลยไม่ใช่เหรอ ดีนะที่จาร์ยังใจดีไม่โยนมันทิ้งเหมือนพี่"ฉันสวนกลับ "...."ท่านประธานหนุ่มยกยิ้มเจื่อน ๆ "ทำไรไว้ก็ได้แบบนั้น"ฉันพึมพำพร้อมก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองซึ่งพี่เหนือยังคงนั่งอยู่ตรงกันข้ามไม่ยอมไปสักที "เธอจะไม่ยกเลิกหมั้นจริง ๆ เหรอ"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของใบหน้าหล่อแล้วลอบหายใจเบา ๆ ที่ผ่านมาเขามักจะพูดให้ฉันยกเลิกที่จะหมั้นกับพี่กษะอยู่ตลอด ถ้าไม่ยกเลิกก็จะขอให้ฉันเลื่อนเวลาหมั้นออกไป "ไม่! ยังไงจาร์ก็จะไม่ยกเลิกพี่หยุดพูดเรื่องนี้เถอะ"ฉันพูดอย่างหนักแน่น "จะไม่ให้พี่พูดได้ยังไงกันก็ในเมื่อพี่กำลังจะเสียคนที่พี่รักไป"จู่ ๆ หัวใจของฉันก็เต้นแรงผิดจังหวะขึ้นมาเมื่อได้ยินคนตรงหน้าพูดคำว่ารักกับฉันเป็นครั้งแรก ฉันจ้องหน้าเขานิ่งราวกับถูกมนต์สะกด "...."เสียคน'