หลังจากทดลองเดินทางไปบริษัทที่จะต้องไปทำงานมาสองวันแล้ว รติรสก็ตัดสินใจได้ว่าการนั่งรถเมล์ไปทำงานจะประหยัดเวลาเดินทางมากกว่าเพราะถ้าหากต้องขึ้นรถไฟฟ้าจะต้องเสียเวลาเดินขึ้นไปสถานีรถไฟฟ้าและบริษัทที่ตนเองทำงานก็อยู่ห่างสถานีรถไฟฟ้าพอสมควร ซึ่งถ้าหากนั่งรถเมล์รถก็จะจอดบริเวณหน้าบริษัทเลย ถึงแม้ผู้โดยสารจากค่อนข้างเยอะไปหน่อย แต่เธอก็อยู่ต้นสายจึงไม่ต้องลำบากยืนโหนรถเมล์
วันนี้ที่บริษัทมีการเรียกพนักงานใหม่เข้าไปชี้แจงกฎระเบียบต่างๆ ในเวลา 10 นาฬิกา แต่รติรสเตรียมตัวออกจากหอพักของเพื่อนตั้งแต่เช้า
“ไปก่อนสองชั่วโมงเลยเหรอโรส เช้าไปหรือเปล่า”
“โรสไม่อยากไปสายตั้งแต่วันแรก นันท์ล่ะจะออกไปพร้อมกันเลยไหม” รติรสถามเจ้าของห้องที่กำลังแต่งหน้าอย่างใจเย็น
“ไม่ล่ะวันนี้รุ่นพี่ที่ทำงานเขาจะแวะมารับ”
“รุ่นพี่แน่เหรอนันท์หรือว่าแฟน”
“อย่าเพิ่งเรียกว่าแฟนเลยโรส แค่ลองคุยกันได้ไม่กี่วันเอง”
“เขาเป็นรุ่นพี่ที่บริษัทเหรอ”
“อือ เขาทำงานก่อนนันท์ประมาณสองปี แต่เพิ่งมีโอกาสได้รู้จักกันเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง บ้านเขาอยู่เลยจากหอเราไปนิดหน่อย เห็นว่าไปทางเดียวกันแล้วเขาก็เลยอาสาจะมารับนะ”
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะไม่ต้องนั่งเบียดกับคนอื่นบนรถเมล์ไปทำงาน”
“แล้วโรสคิดว่าตัวเองไหวไหมล่ะ ที่นี่กับที่ทำงานไกลกันมากเลยนะ ที่นันท์ถามไม่ใช่ว่าไม่อยากให้โรสมาพักอยู่ด้วยนะ แต่ถ้าต้องทำงานจริงๆ และนั่งรถเมล์ไปทำงานโรสก็ต้องตื่นเช้ามากๆ”
“เมื่อวานโรสไปดูหอพักแถวที่ทำงานมาแล้ว จะว่างก็เดือนหน้าแต่โรสยังไม่ได้ตัดสินใจเลยว่าจะลองถามหลายๆ ที่ก่อน”
“ดูหลายที่ก็ดีเหมือนกันจะได้เอาที่ถูกใจ”
“วันนี้หลังจากฟังการชี้แจงกฎระเบียบแล้วก็ไม่ได้เริ่มทำงานทันที บางทีอาจจะลองชวนเพื่อนที่มาเริ่มงานด้วยกันหาหอพักใกล้ๆ แถวนั้นอีกสักหน่อย”
“ถ้าได้เรื่องยังไงบอกนันท์ด้วยนะ”
“อือ ถ้างั้นโรสไปทำงานก่อนนะ แล้วเย็นนี้จะกลับมากินข้าวกับโรสหรือเปล่า”
“ก็ต้องกลับมากินข้าวกับโรสสิทำไมถามแบบนั้น”
“โรสก็นึกว่านันท์จะไปกินข้าวกับรุ่นพี่”
“ไม่หรอกตอนเย็นนันท์นั่งรถเมล์กลับคนเดียวพี่เขาอยู่ทำโอทีต่อนะ”
“ถ้าวันไหนพี่เขาไม่ทำโอทีพามาแนะนำให้โรสรู้จักบ้างสิ”
“รอให้คบกันก่อนนะโรส”
“เหมือนนันท์ยังไม่ค่อยแน่ใจ”
“อือ เราเพิ่งรู้จักเอง ไม่รู้ว่าจะคุยกันได้นานหรือเปล่า”
“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ”
“ก็พี่เขาเป็นถึงรองผู้จัดการฝ่าย ส่วนเราเป็นแค่พนักงานธรรมดาเอง”
“กลัวว่าจะมีปัญหาในที่ทำงานเหรอนันท์”
“ก็ประมาณนั้น คนตำแหน่งสูงกับคนตำแหน่งต่ำกว่าคบกันคนอื่นเขาก็จะมองว่าเราเข้าหาเขาเพราะอยากจะเลื่อนตำแหน่ง”
“ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ถ้าเราไม่ได้เป็นแบบนั้นอย่าไปสนใจคำพูดของคนอื่นสิ”
“โรสพูดเหมือนพี่เขาเลยนะพี่เขาก็พูดแบบนี้เหมือนกัน แต่นันท์คงต้องดูให้ดี ผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้หรอกเผื่อเขาอาจจะแอบมีแฟนไว้ที่อื่นเราไม่อยากไปเป็นมือที่สามของใคร เรามีโอกาสเลือกคนที่เหมาะสมกับเรา”
“ข้อนี้โรสเห็นด้วยเลยนะ เราเพิ่งอายุยี่สิบสองเอง ยังมีโอกาสเลือกผู้ชายอีกเยอะเอาไว้อายุสามสิบค่อยลดสเปกลงดีไหม”
“สามสิบเลยเหรอโรส”
“อือ โรสคิดว่าผู้หญิงมีสิทธิ์เลือกมากกว่าแต่ก่อนเยอะถ้ามันไม่ใช่ก็ไม่ต้องทนให้เสียเวลา อยู่เป็นโสดไปแบบนี้แหละดีแล้ว”
“โรสพูดเหมือนไม่อยากมีแฟนเลยนะ”
“ไม่ใช่ไม่อยากมีแฟนหรอก แต่ตอนนี้ยังไม่อยากสนใจใครทั้งนั้นโรสอยากตามหาแม่ให้เจอก่อน”
“ดูเหมือนว่าโรสจะตั้งความหวังเรื่องแม่ไว้มากเลยใช่ไหม”
“ใช่จ้ะ โรสอยากรู้ว่าทำไมแม่ถึงหายไป เกิดอะไรขึ้นกับแม่กันแน่ โรสขอไปก่อนนะเดี๋ยวรถเมล์คนจะแน่น” หญิงสาวรีบโบกมือให้เพื่อนจากนั้นก็ลงจากหอพักเอามายังหน้าปากซอยแล้วนั่งรถเมล์คันที่ผ่านหน้าบริษัทพอดีหญิงสาวใช้เวลานั่งรถนานเกือบครึ่งชั่วโมงก็มาถึงหน้าบริษัท
เมื่อมาถึงรติรสก็ขึ้นลิฟต์ไปยังห้องประชุมของบริษัทตามที่ได้รับรายละเอียดจากอีเมลของฝ่ายบุคคลที่แจ้งให้พนักงานใหม่ไปรวมกันที่นั่น
รติรสนั่งลงข้างๆ ผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูอายุน่าจะใกล้เคียงกัน
“สวัสดีจ้ะเราชื่อโรสนะ เธอชื่ออะไร”
“เราชื่อส้มจ้ะ” ส้มหรือกัญญารัตน์ตอบพร้อมกับยิ้มเป็นมิตร
“ส้มมาสมัครงานแผนกอะไร”
“ส้มมาเป็นฝ่ายบุคคลน่ะ แล้วโรสล่ะ”
“โรสมาสมัครตำแหน่งแม่บ้าน”
“ตำแหน่งแม่บ้านทำไมแต่งตัวดีจังล่ะ” กัญญารัตน์มองรติรสที่สวมเสื้อเชิ้ตพอดีตัวกับกระโปรงทรงเอและรองเท้าคัทชูดูเหมือนพนักงานออฟฟิศทั่วไป ดูยังไงก็ไม่เหมือนคนที่จะมาทำงานตำแหน่งแม่บ้านเลยแม่แต่น้อย
“ก็วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศโรสก็ต้องแต่งตัวให้ดูดีหน่อย”
“ขอโทษนะโรสจบอะไรมาถึงมาเป็นแม่บ้าน ส้มดูแล้วน่าจะเรียนมาสูงอยู่นะ” หญิงสาวถามด้วยความไม่แน่ใจเพราะดูรูปร่างหน้าตาผิวพรรณแล้วเธอไม่เหมาะเลยที่จะมาทำงานในตำแหน่งแม่บ้าน
“โรสเรียนจบบัญชีมาน่ะ”
“อ้าวเรียนจบบัญชีแล้วทำไมมาสมัครตำแหน่งแม่บ้าน”
“ก็อยากหาอะไรที่มันท้าทายทำสักหน่อยนะ ว่าจะทำแม่บ้านสักปีสองปี แล้วค่อยไปสมัครตำแหน่งที่ตนเองเรียนมาน่ะ”
“โรสนี่แปลกคนจังเลยนะ แสดงว่าที่บ้านไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินใช่ไหม”
“ก็ประมาณนั้นแหละ อีกอย่างโรสมาทำตำแหน่งแม่บ้านก็อยากจะได้ข้อมูลไปเขียนนิยายด้วยนะ เพราะตำแหน่งนี้สามารถคุยกับคุณได้ทุกคนในบริษัท” หญิงสาวโกหกคำโตเพราะกลัวว่าจะถูกสงสัย
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง เหมือนในละครเลยเนอะที่นางเอกปลอมตัวไปเป็นแม่บ้านหรือบางครั้งก็ปลอมตัวไปสมัครงานในบริษัทต่างๆเพื่อจะหาข้อมูลมาเขียนนิยาย”
“อือ..ประมาณนั้นแหละโรสค่อนข้างจะเพ้อฝันนิดหน่อย”
“แต่ก็ดีนะได้ทำตามความต้องการของตนเองไม่เหมือนส้มหรอกจบมาก็ต้องรีบทำงาน แล้วโรสพักอยู่ที่ไหนล่ะ”
“โรสพักอยู่กับเพื่อน แต่หอพักอยู่ไกลเหมือนมากว่าจะลองหาใกล้ๆ แถวนี้ดูสักหน่อยแล้วส้มล่ะ”
“ส้มเช่าหออยู่ใกล้ๆ นี่เอง”
“ค่าห้องเป็นยังไงบ้าง”
“ค่าหอสามพันห้าเองนะไม่แพงเลย แต่ห้องมันเล็กไปนิด”
“ยังมีห้องว่างอีกไหม” รติรสเริ่มมาสนใจเพราะราคานี้ค่อนข้างโอเคสำหรับแม่บ้านที่เงินเดือนหมื่นนิดๆ อย่างเธอ
“ก็พอมีห้องว่างอยู่นะ มีทั้งห้องพัดลมและห้องแอร์ ถ้าเป็นห้องพัดลมราคาก็จะถูกกว่านี้ แต่ถ้าบ้านโรสไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน ส้มว่าเอาเป็นห้องแอร์เถอะอากาศกรุงเทพมันร้อนมากๆ ถ้าสนใจจริงๆอบรมเสร็จจะตามส้มไปดูที่หอพักก็ได้นะ”
“ไปยากไหม”
“ไม่เลย แค่เดินเลาะไปทางซอยด้านหลังไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงห้องพักแล้ว”
“จริงเหรอมันอยู่ใกล้มากๆ เลยนะ”
“ใช้มันใกล้มากแต่คนไม่ค่อยพักหรอกเพราะห้องมันแคบน่ะ แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราแล้วราคานี้ก็ถือว่าโอเค เราอยู่หอเฉพาะตอนกลางคืนตอนกลางวันก็มาทำงานค่าไฟก็คงไม่เท่าไหร่หรอกอีกอย่างมันค่อนข้างปลอดภัยหอนี้มีแต่ผู้หญิงพักทั้งนั้น แม้แต่คนดูแลก็เป็นผู้หญิง” กัญญารัตน์อธิบาย
“น่าสนใจมากเลย ถ้าเสร็จจากนี่แล้วโรสจะตามส้มไปดูนะ ส้มไม่มีธุระไปทำอะไรที่ไหนใช่ไหม”
“ไม่หรอก ถ้าได้พักที่เดียวกันก็ดีนะเพราะส้มก็ไม่ค่อยมีเพื่อนที่ไหนเลย”
“อือ โรสก็ว่าดีเหมือนกัน”
พนักงานใหม่ที่เข้ามาฟังคำชี้แจงของบริษัทในวันนี้มีด้วยกันทั้งหมดเจ็ดคน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักศึกษาจบใหม่ด้วยกันทั้งนั้นทำให้แต่ละคนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หลังจากฟังชี้แจงรายละเอียดรวมถึงเซ็นสัญญาเสร็จแล้วรติรสก็โดนหัวหน้าฝ่ายบุคคลเรียกตัวไว้ก่อน“โรสคงไปกับส้มไม่ได้แล้วแหละหัวหน้าฝ่ายบุคคลเรียกโรสเข้าไปคุย” รติรสรู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้ตามกัญญารัตน์ไปดูหอพัก“ไม่เป็นไรจ้ะเอาไว้วันหลังค่อยไปดูก็ได้ เดี๋ยวเราก็คงได้เจอกันอีก โรสมีเบอร์โทรกับไลน์ไหมล่ะ”“มีสิ เราแลกไลน์กันไว้ก่อนดีกว่า มีอะไรจะได้คุยกัน”หลังจากแลกไลน์และเบอร์โทรศัพท์กับเพื่อนใหม่แล้วรติรสก็เดินตามหัวหน้าฝ่ายบุคคลไปยังห้องประชุมเล็กที่เธอเพิ่งออกมาเมื่อครู่“นั่งลงก่อนสิรติรส”“ขอบคุณค่ะพี่นงลักษณ์”“เรียกพี่ว่าพี่นิ่มก็ได้แล้ว รติรสมีชื่อเล่นไหม”“หนูชื่อเล่นว่าโรสค่ะ พี่นิ่มมีอะไรกับโรสหรือเปล่าคะ”“พี่เห็นวุฒิการศึกษาของโรสแล้วพี่รู้สึกแปลกๆ ทำไมถึงมาสมัครในตำแหน่งแม่บ้านล่ะ”“เพราะโรสอยากหาประสบการณ์ค่ะ”“พี่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนกว่านี้นะ คนจบบัญชีแต่มาสมัครงานในตำแหน่งแม่บ้านมันน่าสงสัยอยู่มากๆ”“คือจริงๆ แล้วถ้าโร
เมื่อเรียนรู้งานกับคุณสุรีย์พรอย่างเร่งรัดมาเกือบสัปดาห์รติรสก็มีความมั่นใจในการจะทำงานในตำแหน่งเลขามากขึ้น วันนี้เป็นวันที่หญิงสาวจะได้เจอกับเจ้านายเป็นครั้งแรก เธอไม่รู้ว่าเขาจะเป็นคนยังแบบไหน แต่หญิงสาวก็คิดว่าจะต้องทำงานที่ตัวเองได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดเธอมาถึงถึงบริษัทในเวลา 8.30 น.ซึ่งเป็นเวลาก่อนเข้างานครึ่งชั่วโมง แล้วตอนนี้บริเวณหน้าห้องทำงานของเจ้านายคนใหม่ก็มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่หญิงสาวยิ้มก่อนจะสวัสดีทักทายเพราะดูแล้วเขาน่าจะอายุมากกว่าตนเอง“สวัสดีค่ะ”“สวัสดีครับคุณคือคุณรติรสใช่ไหม”“ใช่ค่ะ แล้วคุณคือ...”“ผมชื่อเตวิชญ์ครับ เป็นผู้ช่วยของคุณบอริส”“อ้าว...เจ้านายก็มีลูกน้องอยู่แล้วทำไมยังจะต้องการเลขาอีกล่ะคะ” หญิงสาวถามด้วยความไม่เข้าใจเพราะถ้าหากเขามีคนทำงานอยู่ก่อนแล้วเธอก็ไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่าย“ผมดูแลในส่วนของธุรกิจฝั่งคุณพ่อบอสครับ ส่วนคุณจะมาดูเป็นเลขาในบริษัทนี้”“อ๋อ...”หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจเพราะคุณสุรีย์พรเล่าให้ฟังแล้วว่าเจ้านายที่เธอจะต้องทำงานด้วยนั้นนอกจากจะมีธุรกิจนำเข้าเครื่องจักรอุตสาหกรรมแล้วยังมีธุรกิจผับบาร์และโรงแรมอีกหลายแห่งซึ่งเป็นธุรกิจที่ชา
“นายเชื่อสิ่งที่เธอบอกไหมเต”“ไม่ครับบอสผมว่าคงไม่มีใครลงทุนมาทำงานเป็นแม่บ้านเพื่อจะเอาข้อมูลไปเขียนนิยายเหรอครับ มันฟังดูไม่เมคเซนต์เท่าไหร่”“แต่ถ้าหากว่านายสืบแล้วว่าเธอไม่มีความเกี่ยวข้องกับคนของลุงสมบูรณ์ก็น่าจะเบาใจได้ เอาละนายไปทำงานของนายเถอะ เย็นนี้ไม่ต้องเข้าไปดูที่ผับก็ได้นะ”“ทำไมล่ะครับหรือว่าบอสจะเข้าไปดูเอง”“ฉันว่าจะเข้าไปดูเองสักหน่อย”“ผมเตรียมคนขับรถให้แล้ว ส่วนเบอร์โทรศัพท์ของเลขาเดี๋ยวผมส่งให้บอสทางไลน์นะครับ”“ขอบใจนะเต ถ้าฉันไม่ได้นายช่วยงานที่เมืองไทยฉันคงแย่แน่”เมื่อผู้ช่วยมือซ้ายออกจากห้องไปแล้วบอริสก็นั่งอ่านข้อมูลของบริษัทที่ให้คนของตนเองรวบรวมมาเปรียบเทียบกับรายงานที่ ลุงสมบูรณ์ส่งให้ซึ่งมันค่อนข้างแตกต่างกันมากและเขาจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป ชายหนุ่มปิดแฟ้มลงด้วยความโมโหจากนั้นก็กดอินเตอร์คอมเพื่อเรียกเลขา“โรสเข้ามาหาผมหน่อย”“ค่ะบอส”ไม่ถึงห้าวินาทีเลขาหน้าสวยก็เข้ามายังห้องของเจ้านายด้วยความรวดเร็ว“บอสมีอะไรจะใช้โรสคะ”“แฟ้มไปดูถึงไหนแล้ว”“คือโรสเพิ่งดูได้ไม่กี่หน้าเองค่ะ แต่โรสว่าตัวเลขมันค่อนข้างแปลกๆ ค่ะแต่โรสยังไม่แน่ใจเดี๋ยวจะขอทบทวนดูให้ด
นอกจากจะทำหน้าที่เป็นเลขาคอยช่วยงานบอริสแล้วอีกหน้าที่หนึ่งที่รติรสจะต้องรับผิดชอบมันก็คือการคอยสับรางให้เจ้านาย เพราะตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานที่นี่ก็มีผู้หญิงแวะเวียนเข้ามาหาเขาอยู่หลายคน แต่ละคนก็ทั้งสวยทั้งเซ็กซี่แต่คนที่รติรสคิดว่าเจ้านายน่าจะชอบที่สุดน่าจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อมินนี่เพราะทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้มาเจ้านายกับเธอจะเดินตามกันออกไปแล้วจะไม่กลับเข้ามาที่บริษัทอีกเลยแต่ไม่รู้ว่าผู้หญิงพวกนี้ชอบเจ้านายของเธอที่หน้าตาหรือชอบเพราะเงินของเขากันแน่ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรรติรสก็รู้สึกอิจฉาผู้หญิงพวกนั้นนิดๆ เพราะได้ควงกับหนุ่มหล่อซึ่งคนอย่างเธอคงไม่มีโอกาสแบบนั้นรติรสไม่อยากจะยอมรับเลยว่าตั้งแต่มาทำงานกับบอริสได้หนึ่งเดือนหญิงสาวจะรู้สึกชอบเขาเอามากๆ เพราะเขาเป็นเจ้านายที่ทำงานเก่งและใจดีมากแม้ว่าเธอจะเป็นเลขาที่ทำหน้าที่ได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เขาก็ไม่เคยดุหรือใช้อำนาจของความเป็นเจ้านายทำให้เธอรู้สึกอึดอัดเลยสักนิดบางครั้งเธอก็ตามเขาออกไปคุยงานกับลูกค้าเขาก็ปฏิบัติกับเธออย่างดี มันทำให้ความรู้สึกในใจของรติรสคิดกับเขามากกว่าเจ้านายจนลืมเรื่องที่ตัวเองเข้ามาทำงานที่นี่เพราะอะไร
ในบ่ายวันศุกร์หลังจากที่รติรสทานอาหารกลางวันเสร็จแล้วเธอก็ขึ้นมานั่งทำงานอยู่หน้าห้องของบอริสอย่างเคย เจ้านายกดอินเตอร์คอมบอกให้เธอเข้าไปหาในห้อง หญิงสาวก็เข้าไปพร้อมกับ แฟ้มที่หัวหน้าฝ่ายบุคคลเอามาฝากเธอไว้เมื่อครู่“แฟ้มจากแผนกบุคคลค่ะ”“ด่วนหรือเปล่าโรส”“ไม่ค่ะคุณนงลักษณ์บอกว่าขอรับก่อนวันจันทร์บ่าย”“ถ้าอย่างนั้นฉันเซ็นไปเลยก็แล้วกันนะ ไม่รู้ว่าวันจันทร์จะเข้าบริษัทหรือเปล่า”“บอสจะไปไหนคะ ถ้ามีคนติดต่อมาโรสจะได้บอกถูก”“มีธุระส่วนตัวจะต้องทำนิดหน่อยน่ะที่ฉันเรียกเธอเข้ามาวันนี้ก็เพื่อจะบอกว่าวันจันทร์ฉันอนุญาตให้เธอลางานได้หนึ่งวันนะ”“ทำไมล่ะคะ”“เพราะฉันเองจะไม่เข้าบริษัท”“โรสขอมาทำงานได้ไหม” เพราะถ้าเขาไม่มาเธอก็จะได้อู้งานและไปคุยกับคนแผนกอื่นเพื่อสืบเรื่องของมารดาที่ละเลยมาเกือบเดือน“เธอเป็นเลขาของฉันเจ้านายไม่มาแล้วเธอจะมาทำไมล่ะ”“โรสก็อยากมาเคลียร์งานให้มันเรียบร้อยไงคะ บอสให้โรสเก็บเอกสารทุกอย่างลงคอมพิวเตอร์ตั้งเยอะแยะ โรสยังไม่ได้จัดเป็นหมวดหมู่เลยค่ะ”“ถ้าอยากจะมาทำงานก็ตามใจ แล้วมีอีกอย่างหนึ่งข้อนี้สำคัญมาก”“อะไรคะบอส”“ต่อไปนี้ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนจะเข้ามาหาฉัน เธ
ปกติแล้วบอริสจะมาตรวจงานที่ผับของตนเองอาทิตย์ละครั้ง แต่ช่วงไหนที่เขาไม่อยู่เมืองไทยเตวิชญ์ก็จะเป็นคนทำงานแทนทั้งหมดเขานั่งอยู่บริเวณชั้นสองมองลงมาทางด้านล่างที่ตอนนี้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้ามาใช้บริการกันค่อนข้างหนาแน่นเนื่องจากเป็นคืนวันศุกร์ของต้นเดือน“ปกติแล้วช่วงต้นเดือนคนจะเยอะแบบนี้ใช่ไหมพล” บอริสถามพีรพลผู้จัดการร้านที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยที่บิดาของตนเองยังเป็นคนคุมกิจการอยู่ที่นี่“ครับบอสช่วงต้นเดือนคนก็จะมาใช้บริการเยอะหน่อย แต่ถ้าช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือนก็จะมีชาวต่างชาติครับ เพราะพวกเขามาเที่ยวกันจริงๆ ไม่ใช่คนไทยที่มาเที่ยวเฉพาะช่วงเงินเดือนออก” พีรพลอธิบายให้เจ้านายฟัง“แล้วร้านอื่นก็เป็นแบบนี้ด้วยใช่ไหม” เขาหันมาทำเตวิชญ์“ก็จะประมาณนี้ครับบอส” พีรพลคุยกับเจ้านายไม่นานก็ขอตัวไปทำงานของตนเองต่อตอนนี้บริเวณชั้นสองจึงเหลือแค่บอริสกับเตวิชญ์ขณะที่กำลังคุยกับลูกน้องคนสนิทสายตาของบอริสก็สำรวจไปทั่วบริเวณผับซึ่งคืนนี้คนเข้ามาใช้บริการเยอะมาก แล้วสายตาของเขาก็สะดุดอยู่กับผู้หญิงสองคนที่นั่งดื่มด้วยกันบริเวณด้านข้างเวทีการแต่งกายของเธอก็เหมือนนักท่องเที่ยวท
หลังจากกลับมาจากผับและอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนแล้วรติรสก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองเรื่องจะถามบอริสเกี่ยวกับมารดาของตนเองเพราะเมื่อตอนเย็นเธอมีโอกาสได้คุยกับแม่บ้านคนหนึ่งที่ทำงานในบริษัทนี้มานาน หญิงสาวถามพนักงานคนนั้นถึงมารดาของตนเองแม่บ้านคนนั้นก็บอกให้เธอมาถามกับบอริสเพราะคิดว่าชายหนุ่มน่าจะให้คำตอบกับเธอได้ดีที่สุดแม้จะรู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้วแต่ใจก็อยากจะถามเขาให้รู้เรื่องเพราะถ้าต้องรอเจอกับชายหนุ่มในวันองคารเธอคงต้องอกแตกตายแน่ๆหญิงสาวรีบออกจากห้องทั้งที่ยังสวมชุดนอน เธอหยิบคีย์การ์ดที่ใช้สำหรับเปิดลิฟต์ซึ่งบอริสให้เธอไว้กรณีที่มีความจำเป็นเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกรติรสก็รีบเดินไปหน้าห้องของเจ้านายและกดออดอยู่นานกว่าเจ้าของห้องจะเดินออกมาเปิด“มีอะไรหรือเปล่าโรสนี่มันดึกมากแล้วนะ”“โรสมีเรื่องจะคุยกับบอสค่ะ”“แต่ฉันว่าเธอกำลังเมานะ เอาไว้คุยวันอื่นดีไหม”“โรสไม่เมาค่ะ กินเหล้าไปแค่นิดเดียวเองแล้วโรสก็มีเรื่องสำคัญจริงๆ นะคะ ขอโรสเข้าไปคุยข้างในได้ไหมล่ะ”“แต่ฉันว่าเธอกำลังเมานะ หายเมาค่อยคุยกันดีไหม”“โรสจะคุยตอนนี้”“ถ้าเรื่องที่เธอคุยมันไม่สำคัญหายเมาเมื่อไหร่ฉันจัดการเธอแน่ๆ”“
ริมฝีปากร้อนขบเม้มไปบนริมฝีปากบางสร้างความวาบหวามและความตื่นเต้นให้กับรติรสเป็นอย่างมาก หญิงสาวไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนร่างกายเธอโอนอ่อนไปตามเกมสวาทที่เขากำลังปลุกเร้า“บอริส...”หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะขาดอากาศเมื่อเขาจูบลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อนจนเธอทรงตัวแทบไม่อยู่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วหญิงสาวรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกอุ้มมาวางบนเตียงนอนก่อนที่เขาจะคร่อมทับและก้มหน้าลงมาใกล้จนเธอเห็นสายตาที่มองเธอด้วยความหื่นกระหาย“ฉันไม่ได้บังคับเธอใช่ไหมโรส”บอริสถามย้ำขณะเกลี่ยปลายนิ้วไปบนใบหน้าเนียนอย่างแผ่วเบาหญิงสาวส่ายหน้าเขายิ้มอย่างพอใจกับคำตอบที่ได้รับเขาจูบลงบนริมฝีปากเธออีกครั้งขณะมือใหญ่ก็ถอดชุดนอนของเธอออกจนตอนนี้ร่างกายหญิงสาวเหลือแค่บราเซียร์ตัวบางกับแพนตี้ตัวจิ๋วปกปิดอยู่เท่านั้นริมฝีปากของเขาขบเม้มไปบนซอกคอและติ่งหูทำให้หญิงสาวขนลุกไปทั่วทั้งตัว มือใหญ่กอบกุมสองเต้ากระตุ้นอารมณ์ของหญิงสาวให้แตกกระเจิง“อือ..บอริส”เธอเสียงสั่นกระเส่าเพราะรู้สึกเสียวซ่านกับสัมผัสร้อนของมือใหญ่“เธอสวยนะโรส ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าถ้าไม่ใส่อะไรเลยมันจะสวยมากแค่ไหน”เขาเอื้อมมือไปปลดตะขอ
เกือบเดือนแล้วที่รติรสกลับมาทำงานที่สวนส้มเธอยังติดต่อกับมารดาที่รัสเซียแต่ไม่ได้บ่อยสักเท่าไหร่ การได้คุยกับมารดามันทำให้เธอคิดถึงบอริสมากขึ้น ส่วนเขาก็พยายามโทรหาเธออยู่หลายครั้งแต่เกือบครึ่งเดือนแล้วที่ไม่มีมิสคอลหรือข้อความจากบอริส เธอคิดว่าป่านนี้เขาก็คงจะลืมเธอไปแล้ว“ลุงเรืองคะที่ข้างสวนส้มของเรามีคนซื้อไปแล้วเหรอคะ”“ใช่จ้ะ คนที่ซื้อเขาบอกว่าจะทำสวนส้มเหมือนเราน่ะ เขาติดต่อลุงมาเหมือนกันว่าจะขอมาศึกษาวิธีการทำสวนและอาจจะขอจ้างคนงานของเราไปทำไปช่วยเขาทำด้วยเขาไม่มีประสบการณ์ด้านนี้”“แล้วป้าวรรณเคยเจอเขาไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามป้าของตนเองบ้าง“ป้ายังไม่เคยเจอเขาแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นลุงที่ไปคุยกับเขา”“ดูท่าทางเขาก็มีเงินมากๆ เลยนะคะ”“ก็คงอย่างนั้น ฉันว่าเราชวนเขามากินข้าวที่บ้านเราจะได้ทำความรู้จักกันไว้” วรรณาหันไปถามสามี“ได้สิเดี๋ยวผมจะลองชวนเขาดู แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าเขาจะไม่อยู่นะเห็นว่ามีงานที่ต่างประเทศต้องบินไปดูแลด้วย”“เขามีงานต่างประเทศแล้วยังจะมาซื้อสวนส้มทำไมคะ หนูว่ามันแปลกๆ"“ลุงก็คิดว่ามันแปลกก็เลยถามเขา เขาบอกว่าจะปรับปรุงที่ทำสวนส้มแล้วยกให้ภรรยาในอนาคตของเขานะ”“โ
วันนี้บอริสต้องเดินทางกลับไปทำงานที่รัสเซียอีกครั้ง เขาไม่อยากจะไปเลยเพราะอยากจะอยู่กับรติรสแบบนี้ไปอีกนานๆ ชายหนุ่มรู้สึกว่าช่วงนี้รติรสจะน่ารักช่างอ้อนและเอาอกเอาใจมากๆ มันทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขาและกำลังเปิดรับหญิงสาวเข้ามาในหัวใจทีละนิดความรู้สึกที่มีให้กับรติรสไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ไม่รู้จะเรียกว่าความรักได้หรือเปล่า แต่เขารู้สึกดีที่อยู่ใกล้ๆ รู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าเธอคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขาบอริสคิดว่าจะบอกเรื่องนี้กับรติรสหลังจากที่เขากลับมาจากรัสเซียในอาทิตย์หน้าชายหนุ่มอยากจะขึ้นไปเจอกับครอบครัวของหญิงสาวที่เชียงใหม่อยากจะขอโทษแทนบิดามารดาเรื่องน้าอรสาและจะถือโอกาสขออนุญาตคุณป้าของเธอคบหากับหญิงสาวอย่างจริงจัง บอริสไม่อยากให้เธอเป็นเพียงแค่คู่นอนแบบที่เธอชอบพูดอีกต่อไปแล้ว“ฉันคงคิดถึงเธอมากๆ แน่เลยโรส”“อดทนค่ะบอสแค่อาทิตย์เดียวเอง”“แล้วเธอจะคิดถึงฉันไหมล่ะ”“แน่นอนค่ะโรสจะคิดถึงคุณทุกวัน เดินทางปลอดภัยนะคะ”“ฉันไม่อยากไปเลยนะโรส รู้สึกใจหายยังไงก็ไม่รู้”“อย่างอแงเป็นเด็กสิคะบอส บอสต้องไปทำงานนะ ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองโรสก็จะทำหน้าที่ของโรสให้ดีที่สุด
บอริสประกบจูบไปบนเรียวปาก แทะเล็มเรียวปากบางอย่างหลงใหลรติรสเผยอปากรับด้วยความเต็มใจ สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดหยอกล้อ บอริสไล้มือไปตามสีข้างสอดเข้าใต้เสื้อตัวบาง บีบคลึงความอวบอิ่มจนหญิงสาวรู้สึกร้อนราวกับเปลวไฟ สะโพกกลมกลึงบดเบียดกายเข้าหาเจ้านายหนุ่มอย่างเชิญชวน“บอริสขา สัญญาได้ไหมว่าจะมีโรสแค่คนเดียว”เสียงหวานอ้อนเธออยากให้เขามีความสุขกับเธอแค่คนเดียว แม้รู้ว่ามันเป็นไปได้ยากแต่ก็อยากได้ยินจากปากเขา“ก็เธอน่ารักแบบนี้ฉันจะไปมีคนอื่นได้ยังไงล่ะโรส ฉันจะมีแค่เธอคนเดียวนะ”เมื่อได้ยินคำตอบรติรสเลยสลัดความอายทิ้งไปจนหมด หญิงสาวไม่สนสักนิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในห้องรับแขก เธอรู้แค่อยากร่วมรักกับเขาอยากมอบความสุขให้เขา เมื่อบอริสถอดชุดนอนออกเธอก็ให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ“เธอสวยไปทั้งตัวเลยโรส สวยจนฉันลืมผู้หญิงทุกคนที่เคยนอนด้วย”บอริสมองด้วยสายตาหื่นกระหายตั้งแต่เดินทางไปอเมริกาและบินต่อไปที่รัสเซียเขากับเธอก็ยังไม่ได้นอนด้วยกันเลยสักครั้งเพราะเขารู้ว่าเธอมีเรื่องให้ต้องคิดเลยไม่อยากจะกวนใจทั้งที่ร่างกายของเขามันต้อการเธอจนแทบคลั่งฝ่ามือร้อนของบอริสนวดคลึงหน้าอกอย่างหนักหน่วง ร่างกายถูก
เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยรติรสก็โทรศัพท์ไปปรึกษาป้าวรรณนาว่าจะเอายังไงต่อกับเรื่องมารดาของตนเอง“หนูลองบอกป้ามาสิโรสว่าตอนนี้หนูคิดจะทำยังไงต่อ”“หนูคิดว่าตอนนี้แม่ดูมีความสุขมากเลยค่ะป้าวรรณ หนูกลัวว่าถ้าบอกเรื่องในอดีตอาจจะทำให้แม่ปวดหัวและคิดมาก ป้าวรรณจะว่าอะไรไหมถ้าหนูจะยอมให้แม่อยู่ที่นั่นแล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”“แล้วหนูไม่เสียใจใช่ไหมโรส” วรรณาถามหลานสาวด้วยความเห็นใจ“เสียใจสิคะ เสียใจมากๆ ที่หนูไม่ได้อยู่ใกล้แม่ แต่หนูไม่อยากทำลายความสุขของแม่ค่ะ ถ้าป้าวรรณได้เจอแม่ได้เห็นใบหน้าและรอยยิ้มของแม่หนูคิดว่าป้าวรรณจะต้องคิดเหมือนหนูแน่ๆ” รติรสมั่นใจว่าป้าของเธอต้องเหมือนเธอแน่ๆ“เท่าที่หนูส่งรูปกับวิดีโอมาให้ป้าดู ป้าก็พอจะรู้แล้วว่าตอนนี้อรสาเขามีความสุขมากจริงๆ ถ้าหนูคิดว่าตัวเองทำใจได้ ป้าก็ไม่ว่าอะไร หนูยังมีป้ายังมีลุงเรืองและพี่ฤทธิ์นะ กลับมาอยู่เชียงใหม่กับป้าดีไหมโรส มาอยู่กันเป็นครอบครัวที่นี่”“ได้ค่ะป้าวรรณ อีกไม่กี่วันก็หยุดยาวแล้วหนูจะยื่นจดหมายลาออกช่วงนั้นค่ะ”“การลาออกมันต้องลาออกล่วงหน้าหนึ่งเดือนหรือเปล่าโรส”“ใช่ค่ะ แต่นั่นในกรณีที่เราจะไม่อยากเสียประวัติในการท
แม้จะได้นอนไม่กี่ชั่วโมงแต่เช้านี้รติรสก็มีสีหน้าสดชื่นมากหญิงสาวตื่นนอนตั้งแต่เช้าจากนั้นชงกาแฟและเอาบราวนี่มานั่งทานอย่างละเอร็ดอร่อย“กินด้วยกันมั้ยคะบอส”“ไม่ล่ะเมื่อวานฉันกินไปหลายชิ้นแล้ว ฉันไม่อยากแย่งเธอกิน”“ฝีมือแม่อร่อยมากๆ เลยค่ะ โรสคิดถึงแม่จัง”“อดทนอีกนิดนะโรสไม่ถึงสิบวันฉันก็จะพาเธอไปเจอแม่ แล้วเธอจะเสียใจไหมถ้าแม่จำเธอไม่ได้”“โรสก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าจะเสียใจไหมแต่เท่าที่โรสเห็นคลิปของแม่หลายคลิปเราก็รู้สึกว่าตอนนี้แม่มีความสุขมากจริงๆ”“ใช่แม่เธอมีความสุขมาก เธอเป็นรอยยิ้มของพ่อฉันนะ เหมือนกับเธอที่เป็นรอยยิ้มของฉัน”“ใครเป็นรอยยิ้มของบอสกันค่ะ โรสไม่อยากเสียเวลาคุยด้วยแล้วค่ะ โรสจะไปทำงาน แล้ววันนี้บอสเข้าบริษัทไหมคะ”“ฉันจะเข้าไปช่วงบ่ายๆ นะ ช่วงเช้าขอเคลียร์งานต่ออีกนิด”“บอสงานยุ่งอย่างนี้แล้วจะมาทำไมคะ”“ก็บอกแล้วงัยว่าคิดถึง”“แล้วจะกลับไปที่โรสเสียอีกหรือเปล่า”“ฉันจะอยู่กับเธอที่นี่สองวันจากนั้นก็จะกลับไปประชุมก่อนจะกลับมาอีกครั้ง”“เดินทางแบบนี้คงเหนื่อยแย่”“เหนื่อยแต่มันก็คุ้ม ฉันได้กลับมาอยู่กับเธอได้กลับมากอดเธอเหนื่อยแค่นี้ฉันทนได้”“โรสว่าบราวนี่มันห
รติรสนั่งดูคลิปที่มารดาของตนเองทำบราวนี่เราก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าตอนนี้มารดาของตนเองนั้นมีความสุขมากๆ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยระหว่างบอริสและมารดาทำให้หญิงสาวมองว่าเขาปฏิบัติกับมารดาของเธออย่างดีถึงแม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ก็ตามเธอเปิดคลิปเป็นอีกหลายคลิปที่เขาส่งมาก่อนหน้าและดูไปหลายรอบ จากนั้นก็เก็บโทรศัพท์และเตรียมเข้านอนวันนี้บอริสโทรศัพท์มาหาเธอไม่คุยกันไม่ถึงสิบนาทีเพราะเขาบอกว่ามีงานจะต้องไปจัดการต่อ แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะแค่ส่งคลิปมาให้ดูเธอก็รู้สึกอบอุ่นใจมากๆ แล้วความโกรธที่มีต่อครอบครัวของบอริสเริ่มลดน้อยลงทีละนิด เมื่อเห็นว่ามารดาของตนเองอยู่อย่างสุขสบาย อีกไม่ถึงสองอาทิตย์ เธอก็จะได้เจอกับมารดา ไม่รู้ว่าท่านจะจำได้หรือเปล่าแต่รติรสก็ไม่อยากคิดอะไรเพราะสิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่การให้มารดามาอยู่ด้วยเธอแค่ต้องการดูมารดาได้มีความสุขแค่นั้นก็พอรติรสหลับไปในเวลาห้าทุ่มและตกใจตื่นในเวลากลางดึก เมื่อรู้สึกว่าตอนนี้ภายในห้องไม่ได้มีเธออยู่คนเดียว“ใครน่ะ” หญิงสาวตะโกนถามเพราะรู้สึกว่าตอนนี้มีใครบางคนกำลังอยู่ในห้องน้ำ“ออกมาเดี๋ยวนี้นะถ้าไม่ออกมาฉันจะโทรเรียกรปภ. ออกมาจากห้องน้ำเดี๋ย
บอริสโทรศัพท์มาหารติรสตั้งแต่เช้าแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์อีกและก็ไม่ยอมอ่านไลน์ของเขา ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันผิดปกติมาก เขาจึงรอเวลาให้เธอมาถึงที่ทำงานจากนั้นก็โทรศัพท์เข้ามาที่บริษัท“สวัสดีค่ะ”“โรสทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายหรือแม่ฉันพูดอะไรไม่ดีหรือทำอะไรไม่ดีกับเธอ” เขารีบถามมาอย่างรวดเร็วด้วยความเป็นห่วง“เปล่าค่ะ แม่บอสไม่ได้ทำอะไรโรส บอสมีธุระอะไรถึงโทรมาหาโรสแต่เช้าคะ”“ฉันจะโทรหาเธอฉันต้องมีธุระอะไรด้วยเหรอ”“ถ้าไม่บอสมีธุระอะไร โรสก็ขอตัวทำงานก่อนนะคะ มีงานอีกเยอะเลยที่ต้องจัดการ”“อย่าพึ่งวางสายจากฉันนะโรส” เขาสั่งเสียงเข้ม“ก็บอสบอกว่ามีถ้าไม่มีธุระแล้วจะให้โรสคุยกับบอสทำไม”“การคุยกับฉันมันต้องมีธุระด้วยเหรอโรส”“ใช่ค่ะ”“ที่เป็นแบบนี้เพราะเธอรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วใช่ไหม”“ใช่ค่ะ บอสใจร้ายมากที่รู้เรื่องทั้งหมดแล้วไม่ยอมเล่าให้โรสฟัง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงตัดพ้อและน้อยใจเป็นอย่างมาก“ฉันก็เพิ่งรู้เรื่องตอนมาถึงรัสเซียนี่แหละ และฉันก็คิดว่าจะกลับไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง แต่ไม่คิดว่าแม่จะชวนเธอไปทานข้าวที่บ้านและบอกความจริงกับเธอก่อน แล้วเธอคิดว่
รติรสรติรสมาถึงบ้านหลังใหญ่ของเจ้านายในเวลาเกือบจะหนึ่งทุ่มเพราะเย็นนี้รถติดมากๆ เมื่อหญิงสาวมาถึงก็พบว่าตอนนี้เจ้าของบ้านนั่งรออยู่แล้วในบริเวณห้องรับแขก เธอยกมือไหว้มารดาคงเจ้านายซึ่งครั้งหนึ่งก็เคยเป็นประธานบริษัทที่เธอทำงานอยู่“สวัสดีคุณน้า”“สวัสดีจ้ะ เธอมาทำงานที่นี่ได้เกือบสองเดือนแล้วแต่เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก”“โรสขอโทษนะคะที่ไม่ได้มากราบสวัสดีคุณน้าเลย”“ไม่เป็นไรหรอกว่าแต่ทำงานที่บอริสเป็นยังไงบ้าง”“ก็ดีค่ะเขาสอนโรสทำงานในหลายๆ อย่าง”“หิวหรือยังล่ะ”“นิดหน่อยค่ะ”“ถ้างั้นกินไปคุยไปดีกว่านะ”คุณบุญฑริกาพารติรสไปทานอาหารระหว่างนั้นก็ชวนหญิงสาวคุยเรื่องทั่วๆ ไป รติสมีใบหน้าคล้ายกับอรสามากๆ ยิ่งเห็นแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจหญิงสาวที่ไม่ทราบข่าวคราวของมารดาตนเองมานานถึงสองปีหลังจากทานอาหารเสร็จคุณบุญฑริกาก็ชวนแล้วรติรสมานั่งในห้องนั่งเล่น“วันหลังเธอมากินข้าวที่บ้านฉันอีกได้นะ ฉันคุยกับเธอแล้วรู้สึกหายเหงาไปได้บ้าง”“ค่ะคุณน้า อาหารบ้านคุณน้าอร่อยมากค่ะ แต่วันนี้โรสรบกวนน้ามานานแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะคะ”“เดี๋ยวสิโรส ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ”“เรื่องอะไรคะ”“เรื่องที่ฉันพูดมันอา
เมื่อคุยกับบิดาแล้วบอริสก็กลับเข้ามายังห้องทำงานของตนเองจากนั้นก็ต่อสายหามารดาของที่เมืองไทย“ว่ายังไงบ้างบอริสคุยกับพ่อแล้วพ่อเขาว่ายังไงบ้าง”“พ่อเขาเรื่องเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังหมดแล้วครับแม่“แล้วลูกคิดจะทำยังไงกับเรื่องนี้ต่อ จะบอกความจริงกับเลขาของลูกมั้ย”“ผมอยากจะถามแม่ก่อนครับว่าแม่อยากจะให้ผมเล่าความจริงให้โรสฟังไหม”“แม่รู้นะว่าเรื่องนี้แม่ผิดมากที่เป็นคนไปทำร้ายร่างกายของอรสา แล้วก็ผิดมากเข้าไปอีกเมื่อไม่ได้ติดต่อไปบอกทางครอบครัวของเธอ สองปีมานี้แม่ใช้ชีวิตอยู่ในความรู้สึกผิดมาตลอด ลูกคิดว่าถ้าแม่บอกเรื่องนี้กับเลขาของลูกเธอจะให้อภัยแม่ได้ไหม”“ผมไม่แน่ใจเหมือนกันครับแม่ ถ้าแม่ลำบากใจแม่จะไม่บอกความจริงกับโรสก็ได้นะครับ ผมเคารพการตัดสินใจของแม่”“แม่ไม่เคยนอนหลับสนิทเลยบอริส แม่อยากจะบอกเธอเพราะยิ่งเก็บความลับนี้ไว้มันก็ยิ่งอึดอัด ลูกจะกลับมาเมืองไทยเมื่อไหร่”“อาทิตย์หน้าครับแม่ เอาไว้ผมกลับไปผมก็ชวนเธอมากินข้าวที่บ้าน แล้วค่อยบอกความจริงตอนนั้นก็ได้ หรือถ้าแม่ไม่บอกจะให้ผมเป็นคนบอกเธอก็ได้นะครับ”“เรื่องนี้แม่เป็นคนผิดไม่ควรจะพูดกับเธอเอง”“แม่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ ถ้