แชร์

งานแต่งงาน

ผู้เขียน: ซูเจิน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-02-23 15:59:25

เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด

งานแต่งงาน

*****

วันนี้เป็นวันแต่งงานของหลิวเมิ่งหลันและหวังเหอตี้ ทุกคนได้ตื่นกันมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เพื่อมาดูความเรียบร้อยหน้างาน วันนี้เมิ่งหลันให้คนงานทั้งสี่คนมาช่วยงานกันที่งานแต่ง เพื่อช่วยดูแลแขกที่มาร่วมงาน งานที่แม่เหอจัดขึ้นในวันนี้ค่อนข้างสมัยใหม่ ไม่ได้จัดแบบโบราณ จึงไม่ได้มีพิธีมากมาย

“คุณนายเหอจัดงานได้ดีทีเดียว ดูสิ ดอกไม้พวกนี้ก็สวยงามมาก”

“คุณดูสินสอดพวกนั้นสิคะ นับยังไงถึงจะหมด”

“อาหารมงคลนั่นก็เหมือนกัน เรียงรายเต็มโต๊ะไปหมดเลยค่ะ”

“คุณนายเหอนี่ช่างลงทุนกับลูกสะใภ้คนนี้เสียจริง”

นี่คือเสียงของบรรดาคุณนายทั้งหลายที่มาพร้อมกับสามี เมื่อจับกลุ่มพูดจากันก็อดจะนินทากันไม่ได้

เหลือเวลาอีกเพียง 5 นาทีเท่านั้นก็จะได้ฤกษ์ทำพิธีแล้ว ตอนนี้หวังเหอตี้และหลิวเมิ่งหลัน ได้นั่งอยู่ต่อหน้าญาติผู้ใหญ่ทั้งหลาย แต่ก็อดเสียดายไม่ได้ที่พ่อหลิวฮุ่ยไม่ได้มาร่วมงานในวันนี้ ตอนนี้ต่อหน้าทุกคนก็จะเห็นสินสอดที่คนบ้านหวังนำมา ล้วนแต่ทำตาโตกันทั้งสิ้น

หวังเหอตี้และหลิวเมิ่งหลัน เมื่อได้มานั่งต่อหน้ากันก็อดที่จะรู้สึกเขิลอายไม่ได้ เหอตี้ก็คิดว่า ทำไมวันนี้เ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   แขกไม่ได้รับเชิญ

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดแขกไม่ได้รับเชิญ*****เช้าวันนี้เมิ่งหลันตื่นสายมากกว่าทุกวัน แต่ก็ไม่มีใครว่าเธอ เพราะตอนนี้เธออยู่ที่บ้านของเธอเอง เมื่อคืนนี้เหอตี้ค่อนข้างที่จะเอาแต่ใจ ไม่ยอมให้เธอนอนพักผ่อนได้ง่ายๆ กว่าจะได้นอนก็ตอนที่ข้ามวันใหม่ไปสามชั่วโมงแล้ว เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชายหนุ่มไปเอาเรียวแรงมาจากที่ไหนเยอะแยะ ทั้งที่วันทั้งวันก็ต้อนรับแขกไม่ได้หยุด เธอนี่ยอมใจเขาจริงๆ“ตื่นแล้วหรือครับ” ชายหนุ่มเข้ามาพอดี กำลังเห็นว่าภรรยาของเขากำลังลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงพอดี“ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะคะ ลูกกินข้าวแล้วหรือยัง”เธอถามถึงสองแฝด“ผมคิดว่าคุณคงเพลียเลยอยากใหักอีกสักหน่อย”เหอตี้พูดพร้อมกับจ้องตาเมิ่งหลัน ส่วนคนถูกจ้องอดที่จะเขิลอายไม่ได้“ส่วนลูกคุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ น้าอี้ฝานจัดการเรียบร้อยแล้ว น้าอี้ฝานแทบจะไม่ให้ลูกของเราได้ทำอะไรเองเลย ป้อนแม้กระทั่งข้าว” ชายหนุ่มเล่าถึงเหตุการณืเมื่อเช้าให้ภรรยาฟัง“แล้วคุณล่ะคะ ทานอะไรหรือยัง”“ยังเลยครับผมรอทานพร้อมคุณ”เมิ่งหลันได้ยินแบบนั้นก็บอกให้ชายหนุ่มรอเธอสักครู่ เธอจะไปอาบน้ำแต่งตัวจะได้ไปกินข้าวพร้อมกันเมื่อลงมาถึงข้างล่าง

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ชิงอี

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดชิงอี*****ชิงอีที่มาถึงร้านค้าของเมิ่งหลันก็อดที่จะตาโตไม่ได้ พี่สาวของเธอต้องรวยมากแน่ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีร้านใหญ่โตขนาดนี้ “แม่พาใครมาหรือคะ”ซูเหวินที่ยืนเฝ้าหน้าเครื่องคิดเงินอยู่ถามแม่ของตนเมื่อเห็นว่าแม่พาคนแปลกหน้าเข้ามา“น้องสาวคุณเมิ่งหลันน่ะ เธอจะมาทำงานที่นี่ วันนี้ลูกมานอนกับคุณหนูทั้งสองนะ คุณคนนี้เขาจะนอนที่ห้องลูก” ซูเหวินที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับรู้“คุณเข้ามาเลือกที่นอนสิคะ จะได้ไปที่พักกัน ฉันจะต้องไปทำงานต่อ” น้าอี้ฝานเร่งให้ชิงอีเลือกของเร็วๆเธอยังมีงานบ้านที่ต้องทำอีกมาก"นี่ป้า รอหน่อยไม่ได้หรือไง ฉันเป็นถึงน้องสาวเจ้าของร้านเลยนะ ป้าจะมาพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง"ชิงอีที่กำลังชื่นชมกับร้านค้าของพี่สาวต้องสดุดลงเพราะเสียงของยัยป้าคนนี้"ถ้าอย่างนั้นก็รีบหน่อยเถอะค่ะ"นางอี้ฝานเองก็ไม่อยากมีปัญหาจึงพูดเท่าที่ควรพูดเมื่อได้ของครบแล้วก็พาไปที่บ้านเช่าทันที อี้ฝานนั้นเห็นได้ทันทีถึงอาการที่ไม่พอใจในห้องพัก ไม่ใช่ว่าลูกสาวของเธอสกปรกหรอกนะ แต่เป็นเพราะว่าเธอคนนี้หัวสูงนั่นเอง "ทำไมห้องมันเล็กแบบนี้ล่ะ แล้วฉันจะอยู่ยังไง ของในนี้ก็ยั

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ชิงอี

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดชิงอี*****วันนี้ชิงอีเริ่มงานเป็นวันแรก เธอไม่ยอมหยิบจับอะไรทั้งสิ้น เธออ้างว่าเธอเป็นน้องสาวเจ้าของร้าน ไม่จำเป็นต้องทำงานพวกนี้ แต่พอเมิ่งหลันเข้ามา ชิงอีจะรีบทำงานทันที ทำเหมือนกับว่าเธอทำงานมาทั้งวัน เมิ่งหลันเองก็ได้แต่ปลอบใจซูเหวินและซูเจิน ว่าให้อดทนสักสามสี่วันเท่านั้น ส่วนชิงอีนั้นเธอจะจัดการเอง “ชิงอี เธอต้องช่วยเพื่อนทำงานนะ ไม่ใช่ว่าอ้างว่าเป็นน้องสาวของฉันแล้วไม่ต้องทำงาน” เมิ่งหลันต่อว่าชิงอีทันที“นี่พวกมันกล้าไปฟ้องพี่หรือคะ” ชิงอีโวยวาย พวกนี้ช่างกล้าเกินไปแล้ว“พวกเขาไม่ได้มาฟ้องหรอกนะ แต่ฉันเห็นเองต่างหาก”เธอดูจากกล้องวงจรปิดที่ติดเอาใว้ตั้งแต่เปิดร้านใหม่ๆแล้วและกลัวว่าเวลาที่มีปัญหาอะไรจะได้มีหลักฐานนั่นเอง“พี่ต้องล้อฉันเล่นแล้ว พี่อยู่ที่บ้าน พี่จะเห็นได้ยังไง”ชิงอีรู้ว่าเมิ่งหลันพึ่งมา จึงไม่น่าใช่ที่เธอจะมาเเอบดูตอนเธอทำงานแล้วเมิ่งหลันก็หยิบโทรศัพท์ที่บันทึกภาพผ่านกล้องวงจรปิดออกมาให้ชิงอีได้ดู เมื่อชิงอีเห็นทีแรกก็อดแปลกใจไม่ได้ เจ้าเครื่องเล็กๆนี่มันอะไรกัน แต่พอมีภาพเคลื่อนไหวชิงอีถึงกับทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว “พี่คะ ฉัน

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   จุดจบของชิงอี

    เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝดจุดจบของชิงอี*****วันนี้หวังเหอตี้มารับพ่อหลิวที่สถานีรถไฟแต่เช้า เพราะก่อนที่พ่อหลิวจะมานั้นได้โทรศัพท์นัดกันไว้แล้ว ว่าจะมาถึงวันนี้ในช่วงเช้า“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับน้าอี๋นั่ว เดินทางมากันเหนื่อยไหมครับ” เหอตี้ทักทายพ่อตาและภรรยาของพ่อตา“อืม ไม่เหนื่อยหรอก ขอบใจมากนะที่มารับ”เป็นพ่อหลิวที่เอ่ยปากพูดกับลูกเขย นางอี๋นั่วนั้นอยากจะถามเรื่องชิงอีกับเหอตี้ใจจะขาดแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะพ่อหลิวขู่ไว้ว่า ถ้าวันนี้สร้างความวุ่นวายบและเอาชิงอีกลับบ้านไปไม่ได้แล้วล่ะก็ นางอี๋นั่วจะต้องอย่ากับเขาทันที และให้เธอไปอยู่กับชิงอีสองคน และห้ามไปวุ่นวายกับเมิ่งหลันโดยเด็ดขาด ถ้าไม่ฟังกันล่ะก็ เขาจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานสันติบาลให้มาจัดการพวกหล่อน นางอี๋นั่วเมื่อได้ยินแบบนั้นก็เกิดความกลัว ไม่กล้าจะทำอะไรที่มันขัดคำสั่งของสามี เลยได้แต่เดินตามเงียบๆไป“ไม่เป็นไรครับพ่อ เรารีบไปกันดีกว่า เมิ่งหลันเตรียมอาหารใว้รอแล้วล่ะครับ”แล้วเหอตี้ก็พาคนทั้งสองขึ้นรถรับจ้างไปที่บ้าน “พ่อมาแล้วหรือคะ เข้ามาข้างในก่อนเถอะค่ะ”เมิ่งหลันดีใจมากที่พ่อของเธอมาแล้วพ่อหลิวมองดูรอบๆบ้า

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   กิจการใหม่

    หลังจากเรื่องราววุ่นผ่านไป นี่ก็ผ่านมาร่วมเดือนแล้ว ทุกคนใช้ชีวิตกันอย่างปกติสุข การค้าก็เป็นไปได้ด้วยดี ขายดีทุกวัน จนตอนนี้เมิ่งหลันเห็นว่าทุกคนทำงานได้ดี จึงขึ้นเงินเดือนให้อีกคนละ 5 หยวน มีแต่น้าอี้ฝานเท่านั้นที่ไม่ขอรับเงินเดือนเพิ่ม เพราะที่ได้มาก็ถือว่ามากพอแล้ว แต่เมิ่งหลันก็ไม่ยอม บอกให้รับไปเถอะ คนทำงานยังไงก็ต้องได้ค่าแรง ถ้าไม่อยากใช้ ก็ให้เก็บใว้เป็นสินเดิมของ ซูเหวินและซูเจิน เผื่อในอนาคตทั้งสองได้แต่งงาน จะได้มีสินเดิมติดตัวไปมากหน่อย น้าอี้ฝานได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับน้ำตาเอ่อเลยทีเดียวส่วนเรื่องของที่บ้านพ่อหลิวนั้น พ่อหลิวจัดการได้เด็ดขาดมากกว่าทุกครั้ง ตอนแรกชิงอีไม่ยอมแต่งงานถึงขนาดที่ยอมลงทุนอดข้าวอดน้ำ แต่พ่อหลิวก็ไม่เห็นใจทำเป็นไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น มีแต่นางอี๋นั่วเท่านั้นที่ร้องไห้เสียใจไปกับลูก จนไกล้ถึงวันแต่งงานพ่อหลิวก็ให้นางอี๋นั่วจัดการสินเดิมตามที่เหมาะสมให้กับชิงอี จนถึงวันแต่งงานพ่อหลิวก็เป็นคนไปส่งเจ้าสาวด้วยตัวเอง สภาพของเจ้าสาวนั้นไม่ดีนัก เพราะว่าระหว่างทางนั้นชิงอีไม่ยอมไปดีๆ จึงได้ฉุดกระชากลากถูกันไปตลอดทาง นั่นจึงทำให้ทางฝั่งเจ้าบ่าวอับอายเป็นอย่า

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   เปิดเผยความลับ

    หลังจากที่เมิ่งหลันส่งสองแฝดเข้านอนแล้ว เมิ่งหลันก็คิดว่าจะปรึกษาเหอตี้เรื่องโกดังสินค้า “เหอตี้คะ คุณพอจะหาโกดังให้ฉันสักที่ได้หรือเปล่าคะ” เมิ่งหลันตอนนี้ที่กำลังนอนซบอกสามีอยู่นั้นได้เอ่ยถามขึ้น“หืม คุณอยากได้ไปทำอะไรหรือครับ” เขาอดถามไม่ได้ นี่ภรรยาของเขาคิดจะทำอะไรอีก“คือวันนี้น่ะค่ะ…”แล้วเมิ่งหลันก็เล่าให้เหอตี้ฟังว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดชายหนุ่มจึงถามเธอว่า “แล้วคุณอยากได้ขนาดไหนล่ะครับ ผมจะได้หาให้ถูก ถ้าไม่มีหรือว่าไกลเกินไป เราสร้างใหม่น่าจะดีกว่า”“เอาแค่สองหมู่ก็พอค่ะ ใหญ่กว่านี้กลัวว่าจะดูแลไม่ทั่วถึง”เธอตั้งใจจะจ้างคนงานไปเฝ้าด้วยเพราะถ้าเอาสินค้าไปลงแล้วมูลค่าของมันค่อนข้างเยอะทีเดียว“ได้ครับเดี๋ยวผมจัดการให้”พูดจบเขาก็ก้มลงมาหอมหัวของภรรยาหนึ่งที“เหอตี้คะ ฉันมีอะไรจะบอกคุณค่ะ” เธอลุกขึ้นมานั่งหลังตรงแล้วตอนนี้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อะไรครับ ทำไมทำท่าทางแบบนั้น คุณมีปัญหาอะไรอีกหรือเปล่า”เหอตี้ที่เห็นว่าภรรยาอยู่ดีๆก็ลุกขึ้มานั่งทำหน้าตาเคร่งเครียดอดที่จะตกใจไม่ได้“คือฉันมีเรื่องต้องบอกคุณค่ะ คุณสัญญากับฉันได้หรือไม่คะ ว่าคุณจะไ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ภรรยาร่วมเตียง

    หลังจากวันนั้น เหอตี้ได้ตามหาโกดังให้กับเมิ่งหลัน แต่ก็ไม่มีที่ไหนถูกใจเลย แต่เขาไปได้ที่ดินผืนหนึ่งมา ที่ดินผืนนี้มีสิ่งก่อสร้างเพียงบ้านหลังเล็กๆเท่านั้น เขาจึงสั่งลื้อทิ้งแล้วสร้างโกดังแทนทันที เขาทำให้เมิ่งหลันพอใจเป็นอย่างมาก“หลันหลัน คุณจะไปดูโกดังกับผมหรือเปล่าครับ”เหอตี้เอ่ยถาม เพราะวันนี้เขามีนัดกับช่างเพื่อดูความเรียบร้อยก่อนที่จะส่งมอบงาน“ฉันไปด้วยก็ได้ค่ะ เราขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปกันไหมคะ เร็วกว่าปั่นจักรยานเยอะเลย คุณไม่ต้องเหนื่อยด้วย” ใช่แล้วล่ะ เมิ่งหลันเอารถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากมิติห้าง แล้วให้เหอตี้ไปขอใบอนุญาติ และเธอก็ไปทำใบขับขี่แล้ว “ได้ครับ ว่าแต่คุณลู่นัดรับของเมื่อไหร่หรือครับ”เขาถามถึงคู่ค้าคนสำคัญ ที่อีกหน่อยจะสั่งของจากที่นี่เป็นจำนวนมาก“น่าจะช่วงกลางเดือนค่ะ เพราะร้านยังไม่เรียบร้อยดี ยังเหลือที่ต้องตกแต่งอีกนิดหน่อย”เพราะวันก่อนลู่เฟยเทียนเข้ามาหาเธอและบอกถึงสถานการณ์ที่ร้านว่าพวกเขาทำไปถึงไหนบ้างแล้ว“ส่วนโกดัง คุณหาคนมาเฝ้ายามได้หรือยังคะ”เธอกลัวว่าถ้าปิดโกดังไว้เฉยๆ คงจะไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอน อาจะถูกยกเค้าทั้งโกดังก็ได้ เธอจึงต้องการคนมาเฝ้ายามเพื่อความส

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23
  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ฉันชนะ

    “สามีที่ดียังไงล่ะคะที่คุณยังไม่ได้พูดถึง”เมิ่งหลันพูดจบก็ยักคิ้วหนึ่งทีด้วยความเหนือกว่า ลองมาดูกันว่า เธอจะมาไม้ไหน เพื่อนร่วมงานแล้วอย่างไร แต่ฉันนี่คือ ภรรยาร่วมเตียง"แหม...คุณหลิวก็ ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะคะ ฉันไม่ได้เป็นภรรยาคุณหวังเสียหน่อย"เว่ยซีอินพูดพร้อมกับหัวเราะน้อยๆ"อ้าว ถ้าอย่างนั้นคุณเว่ยรู้ได้อย่างไรคะว่าสามีของฉันเป็นพ่อที่ดี คุณก็ไม่ใช่แม่ของเด็กๆเสียหน่อย"เอาสิฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะพูดยังไง"ก็เมื่อกี้ตอนที่เด็กๆเข้ามา แค่ฉันมองก็รู้แล้วล่ะค่ะ คุณหวังคะ ภรรยาของคุณนี่ดีจังเลยนะคะ ช่างหาเรื่องมาชวนฉันคุย ว่าแต่เมื่อสักครู่เราพูดถึงเรื่องอะไรแล้วนะคะ"เว่ยซีอินไม่อยากพูดให้ยืดยาว กลัวว่าเธอจะหมดความอดทนแล้วเผยธาตุแท้ออกมา"เอ่อ...เรื่อง"เขาเองก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไง ก็ในเรื่องที่พวกเขาพูดกันเมื่อสักครู่ไม่สามารถที่จะให้เมิ่งหลันรู้ได้"เรื่องละครเวที ที่ต่างประเทศยังไงล่ะคะ เราพูดกันเมื่อกี้นี่เอง คุณหวังก็ลืมแล้วหรือคะเนี่ย"เว่ยซีอินทำท่าหยอกเย้าหวังเหอตี้ และพูดแทนชายหนุ่มว่าเมื่อสักครู่พวกตนพูดเรื่องอะไรกัน"ใช่ครับ เรื่องละครเวที คุณเล่าต่อสิครับ ว่าที่นั่นเขา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2025-02-23

บทล่าสุด

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   พวกเราคือครอบครัว…

    พวกเราคือครอบครัว…สี่ปีต่อมา…หลังจากวันที่เมิ่งหลันคลอดลูกชายฝาแฝด ก็ผ่านมามานานหลายปีแล้ว การเลี้ยงดูลูกของเธอช่างวุ่นวายเป็นอย่างมาก ดีที่เหอตี้ออกจากงานมาช่วยเธอดูแลร้าน ไม่อย่างนั้นเธอเองคงไม่มีเวลาพัก การเลี้ยงลูกถึงสี่คนไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยฟางหลินและเหวินหลงนั้น ดีที่โตพอจนรู้ความแล้ว ตอนนี้อายุก็เข้าปีที่สิบแล้ว หนูน้อยฟางหลินในตอนนี้ความงดงามนั้นเปล่งประกายมากถึงจะยังเด็กอยู่ก็ตาม จนทำให้คุณพ่อนั้นหวงมากเป็นพิเศษ เพราะยิ่งโตหน้าตาก็ยิ่งเหมือนกับคนเป็นแม่ส่วนแฝดน้องเหวินหลงเองก็ใช่ย่อย ความหล่อเหลาก็ไม่ได้แพ้ใคร ในทุกวันที่ไปโรงเรียนมักจะมีสาวน้อยมอบขนมให้อยู่เสมอ จนทุกวันนี้สหายมู่มู่ที่ไปโรงเรียนด้วยกันไม่ต้องเสียเงินซื้อขนมเลยส่วนแฝดชาย หวังจางหมิ่น และหวังเจียวจิ้นนั้น ตอนนี้ก็อายุสี่ขวบแล้ว ซึ่งความซุกซนไม่ต้องพูดถึง ขนาดที่ว่าเมิ่งหลันจ้างพี่เลี้ยงมาเพิ่ม ทั้งสองคนก็ยังหลุดลอดสายตาออกไปซนที่อื่นได้ “จางหมิ่น เจียวจิ้น แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามออกมาเล่นข้างนอกแบบนี้” เมิ่งหลันที่ออกมาเจอลูกๆของเธออยู่ที่ด้านนอกพอดี จึงอดที่จะดุไม่ได้“แม่ครับ พวกเราไม่อยากอยู่ในบ้าน” เ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ออกมาแล้ว…

    ออกมาแล้ว…“หลันหลัน คุณไม่ต้องกลัวนะครับ” เหอตี้ผู้เป็นสามีปลอบใจภรรยาอยู่ที่ข้างเตียง วันนี้เป็นวันที่คุณหมอนั้นนัดผ่าคลอดให้กับเมิ่งหลัน เพราะว่าเธอนั้นมีความเสี่ยงจึงต้องใช้วิธีการผ่าคลอดแทนการคลอดธรรมชาติ“เหอตี้คะ ฉันกลัวจังเลยค่ะ” เธอบอกสามีออกไป นี่คือการคลอดครั้งแรกของเธอ เธอจะไม่กลัวได้อย่างไร ถึงแม้ว่าเมิ่งหลันคนก่อนจะเคยคลอดลูกแต่มันก็ไม่ใช่เธออยู่ดี“ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะครับ หมอที่นี่เก่งอยู่แล้ว คุณนอนพักก่อนดีกว่า” เมื่อเหอตี้เห็นว่าภรรยานั้นมีความเครียดจึงอยากให้เธอได้พักผ่อน“แล้วสองแฝดอยู่ที่ไหนหรือคะ” เมิ่งหลันถามหาลูกทั้งสองคน เพราะเธอมารอคลอดตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ยังไม่ได้เจอหน้าลูกเลย“อยู่กับน้าอี้ฝานครับ สองแฝดไม่มีงอแงเลย พูดจารู้เรื่องมาก แค่บอกว่าแม่กำลังจะมาคลอดน้องพวกเขาก็เข้าใจ” เหอตี้เมื่อเช้านี้ได้กลับไปที่บ้านและพูดเรื่องนี้ให้สองแฝดฟัง ซึ่งทั้งสองก็เข้าใจ และบอกว่าจะรอแม่และน้องอยู่ที่บ้าน“คุณจะรอฉันที่ด้านนอกใช่หรือเปล่าคะ” เมิ่งหลันถามสามีเมื่อมองเวลาแล้วไกล้ที่จะเข้าห้องคลอดเต็มที“ผมจะรอคุณอยู่ข้างนอกห้องคลอดแน่นอน ผมรับรองเลยว่าเมื่อคุณออกมา คุ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   งานแต่งงานของพี่ใหญ่เหอซาน

    งานแต่งงานของพี่ใหญ่เหอซาน…วันนี้เป็นวันที่เมิ่งหลันนั้นต้องมาตรวจครรภ์เป็นครั้งที่สอง และการตรวจก็เป็นไปด้วยดี การเติบโตของทารกในครรภ์นั้นดีมากทีเดียวและอีกเรื่องที่ทำให้หลิวเมิ่งหลันและหวังเหอตี้ ต้องตกตะลึงกันอีกครั้ง นั่นก็คือในท้องของเมิ่งหลันนั้นมีลูกน้อยถึงสองคน นั่นก็หมายความว่าในตอนนี้เมิ่งหลันนั้นกำลังท้องลูกแฝดอีกครั้งนั่นเองแต่การแพทย์ในยุคสมัยนี้ก็ไม่สามารถตรวจได้ว่าเจ้าก้อนแป้งที่กำลังนอนอยู่ในท้องของเมิ่งหลันนั้นเป็นเพศไหน จะเป็นชายชาย หญิงหญิง หรือหญิงชาย ก็ไม่อาจรู้ได้ ถึงแม้เจ้าก้อนแป้งทั้งสองจะแข็งแรงดี แต่เมิ่งหลันก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้ เธอกลัวการคลอดลูก เธอกลัวว่าจะไม่สามารถคลอดลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย เหอตี้ที่รับรู้ได้ถึงความกังวลก็ได้แต่ปลอบใจภรรยา ไม่ว่าอย่างไรเขาจะหาหมอที่มีฝีมือที่สุดมาทำคลอดให้ภรรยาให้ได้“เดี๋ยววันนี้ผมจะพาคุณไปเที่ยวนะครับ” เหอตี้เอ่ยขึ้นเมื่อพากันออกมาจากในโรงพยาบาลหลังจากที่ตรวจการตั้งครรภ์เสร็จแล้ว“คุณจะพาฉันไปที่ไหนหรือคะ” เมิ่งหลันเองก็เดาไม่ถูก เพราะตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็ยังไม่ได้ออกไปที่ไหนแบบจริงจังสักที เพราะเธอทุ่มเทเวลาใ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   คู่มือการเลี้ยงลูก

    คู่มือการเลี้ยงลูก…หลังจากที่ทุกคนรู้ข่าวเรื่องการท้องของเมิ่งหลันก็ยินดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะบ้านใหญ่หวัง แม่เหอที่รู้ข่าวก็ไปสรรหาของบำรุงต่างๆมาให้เมิ่งหลันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโสมหรือรังนกก็ตาม“ฉันต้องขอบคุณคุณแม่มากเลยนะคะสำหรับของบำรุงพวกนี้” เมิ่งหลันบอกแม่สามี ถึงแม้เธอจะรู้ว่าของพวกนี้ดีมีสรรพคุณมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะกินมันได้ เพราะเมื่อครั้งก่อนที่แม่เหอก็ฝากให้เหอตี้เอามาให้เธอทาน พอเธอทานเข้าไปถึงกับอาเจียนไม่ยอมหยุด “ไม่เป็นไรเลยจ้ะ เธอต้องกินมันให้หมดนะ หลานของฉันจะได้ออกมาแข็งแรง” แม่เหอบอกด้วยรอยยิ้ม “ว่าแต่เจ้าใหญ่ จะแต่งงานเมื่อไหร่ดีล่ะ เหอตี้มีลูกแซงหน้าไปแล้วนะ” แม่เหอเอ่ยถามลูกชายคนโต ที่ตอนนี้สานสัมพันธ์กับคู่หมั้นได้อย่างราบรื่น“แล้วคุณแม่ว่ายังไงล่ะครับ พร้อมที่จะไปสู่ขอสะใภ้ใหญ่ได้หรือยัง” เหอซานหันมาถามแม่ของตนบ้างแม่เหอที่ได้ยินแบบนั้นก็ตาโตทันที นี่เจ้าใหญ่ของเธอกำลังบอกให้ไปขอภรรยาให้เขาใช่หรือไม่“นี่ลูกพูดจริงใช่ไหม เดี๋ยวพรุ่งนี้แม่กับพ่อจะได้ไปพูดเรื่องนี้กับบ้านกงแต่เช้าเลย” “555” เหอซานอดที่จะยิ้มขำแม่ของตนไม่ได้ คงอยากได้สะใภ้มากเลยถ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   สองแฝดจะมีน้อง

    สองแฝดจะมีน้อง…“ท้อง???”“คุณหมอช่วยพูดอีกครั้งได้หรือเปล่าคะ” เมิ่งหลันที่ต้องการได้ยินอีกครั้ง ว่าอาการที่เธอเป็นนั้นเป็นโรคอะไรกันแน่ เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม“คนไข้ไม่ได้ป่วยเป็นอะไรนะครับ อาการที่เป็นอยู่ เป็นอาการของคนท้องเท่านั้นครับ” หมอเองได้ตรวจซ้ำถึงสองรอบจากการจับชีพจร ซึ่งผลที่ออกมาก็เหมือนกันทั้งสองครั้งและเขาเองก็มั่นใจเป็นอย่างมากเมิ่งหลันคิดว่ากลับบ้านไปเธออาจจะเรียกเอาชุดทดสอบการตั้งครรค์ออกมาตวจอีกสักครั้ง เพื่อความแน่ใจ ไม่ใช่ว่าเธอไม่ไว้ใจหมอในยุคนี้หรอกนะ แค่เธออยากมีโมเม้นท์ขึ้นสองขีดแบบคนอื่นบ้างเท่านั้นเอง“แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้ฉันท้องกี่เดือนแล้วหรือคะ” เมิ่งหลันเองก็แอบงงเหมือนกัน ทั้งที่เธอเองก็กินยาคุม แล้วลูกของเธอนั้นทะลุยาคุมออกมาได้ยังไงกัน หรือยาที่เธอกินจะหมดอายุนะ แต่ก็ไม่น่าใช่“ประมาณ เดือนกว่าได้แล้วครับ ช่วงนี้คุณก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะครับ ของหนักก็ห้ามยกเพราะมันจะเสี่ยงต่อการแท้ง ส่วนในเรื่องของอาหารก็ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ทั้งเนื้อสัตว์ ผักและผลไม้ และก็อย่าลืมดื่มนมด้วยนะครับ อ้อ…และอีกอย่างเรื่องบนเตียงช่วงนี้ก็ให้งดไปก่อนนะครับจนกว่าจะมีอ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   เมิ่งหลันป่วย???

    เมิ่งหลันป่วย???วันนี้เป็นวันที่ห้าแล้ว ที่เมิ่งหลันและคนงานช่วยกันบรรจุของเพื่อทำถุงยังชีพ และทุกวันก็จะทำได้ประมาณหนึ่งพันชุดทุกวัน“คุณเมิ่งหลันคะ วันนี้มีคนมาโวยวายที่หน้าร้านอีกแล้วค่ะ” ซูเหวินเข้ามารายงานเมิ่งหลัน เพราะหลายวันมานี้มีคนต้องการมาซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง แต่ทางร้านไม่สามารถเปิดขายให้ได้ เพราะต้องนำไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน นั้นจึงสร้างความไม่พอใจกับลูกค้าบางคน“แล้วได้บอกเหมือนที่ฉันสั่งไว้หรือเปล่าจ๊ะ” เมิ่งหลันเองให้ลูกจ้างทุกคนนั้นบอกลูกค้าไปตามความจริง ว่าทางร้านไมาสามารถขายสินค้าให้ได้ ให้ไปหาซื้อที่อื่นก่อน “บอกแล้วค่ะ….” ทั้งสองพูดกันไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงดังโวยวายกันอยู่ที่ด้านนอก“เฮอะ ที่ไม่ยอมขายข้าวให้พวกฉัน เป็นเพราะว่าจะเอาไปขายให้กับทางการใช่หรือเปล่าล่ะ” เสียงลูกค้าที่เป็นสตรีเอ่ยขึ้น“ไม่อยากขายให้พวกเราก็พูดมาตรงๆเถอะ ไม่ต้องอ้างทางการหรอก มันน่าอาย” เธอยังพูดไม่หยุด“ทำมาเป็นบอกว่าเอาไปช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน ฉันเองก็เดือดร้อนเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้ของพวกนี้กับฉันด้วย” ผู้หญิงทืี่มาด้วยกันเอ่ยขึ้น“ใช่แล้ว ตอนนี้พวกเราก็ไม่มีเงินมากพอที่จะซ

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ช่วยเหลือผู้ประสบภัย

    ช่วยเหลือผู้ประสบภัย…….“ทำไมคุณถึงได้ทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ” เมิ่งหลันถามเหอตี้ที่พึ่งจะกลับมาจากที่ทำงาน ก็เห็นว่าสีหน้าของสามีนั้นไม่ค่อยจะดีนัก ทั้งที่ปกติแล้วเวลาที่เขากลับมาบ้านนั้นมักจะส่งยิ้มมาให้ก่อนเสมอเหอตี้ที่ได้ยินเมิ่งหลันถามก็ถอนหายใจ “วันนี้พี่ใหญ่มาหาผมที่ทำงานครับ” เขาเว้นหายใจไปช่วงหนึ่ง จึงทำให้เมิ่งหลันสงสัยเข้าไปอีก“พี่ใหญ่มาขอความช่วยเหลือน่ะครับ ตอนนี้ทางตอนเหนือเกิดภัยธรรมชาติร้ายแรง ฝนตกหนักมาหลายวัน จนตอนนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ บางพื้นที่ก็มีน้ำป่าลงมาจากเขาทำให้บ้านเรือนเสียหายเป็นอย่างมาก” เหอตี้พูดพร้อมกับจ้องหน้าของภรรยา “แล้วยังไงต่อคะ” เมิ่งหลันอดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ที่เหอตี้ไม่ยอมพูดให้เสร็จเสียที“ตอนนี้ประชาชนในแถบนั้นหลายพันคนกำลังเดือดร้อนเรื่องอาหาร และที่อยู่อาศัย พี่ใหญ่เลยอยากจะขอให้คุณช่วยเรื่องอาหารครับ” เหอตี้พูดออกมาได้ในที่สุด ที่เขาไม่กล้าพูดออกมาในทีแรกเพราะกลัวว่าภรรยาจะไม่ยอมช่วยเหลือในเรื่องนี้ ทั้งๆที่เขาก็รู้แหละว่าเมิ่งหลันนั้นเป็นคนจิตใจดี แต่ในเรื่องนี้ที่ต้องช่วยคนจำนวนมากเขาเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน“แค่นี้หรือคะ??” เม

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ธุรกิจขายเหล้า

    หลักจากวันที่ช่วยจางเย่วในวันนั้นก็ผ่านมาสองสัปดาห์แล้ว จางเย่วเองก็ไม่ได้กลับไปที่หมู่บ้านเดิม แต่มาเช่าบ้านเพื่อเปิดร้านค้าตามคำแนะนำของเมิ่งหลันแทนจางเย่วนั้นเปิดร้านขายของชำ ไม่ได้ขายครบทุกอย่างเหมือนร้านของเมิ่งหลัน เพราะเธอนั้นอยู่ตัวคนเดียว เธอจึงเลือกขายของจำพวก ข้าวสาร แป้ง น้ำตาล อาหารแห้ง“คุณจางคะ ของชุดนี้ฉันเตรียมให้แล้วนะคะ ส่วนครั้งหน้าคุณโทรมาบอกที่ร้านก็ได้ค่ะ ฉันจะให้เด็กไปเอาใบรายการที่ร้านให้เอง คุณจางจะได้ไม่ต้องลำบากมาเอง ไหนจะต้องดูแลร้านอีก” เมิ่งหลันที่ให้ความช่วยเหลือก็พร้อมที่จะช่วยแบบเต็มที่ อะไรที่พอช่วยได้ก็ช่วยทันทีถ้าไม่เดือดร้อนตัวเธอ“จะดีหรือคะ มันจะเป็นการรบกวนเกินไปหรือเปล่า ทีี่พวกคุณช่วยฉันเอาไว้ ฉันเองก็ตอบแทนไม่ไหวแล้วค่ะ” จางเย่วนั้นเกรงใจจริงๆ คนที่นี่ช่วยเธอเอาไว้ตั้งมากมาย ชดใช้ด้วยชีวิตก็ไม่รู้ว่าจะตอบแทนได้หมดหรือเปล่าและการที่เธอนั้นมีความกล้าเรื่องค้าขายก็เพราะผู้หญิงตรงหน้านี้ จางเย่วชื่นชมเมิ่งหลันเป็นอย่างมาก ผู้หญิงที่เก่งไปซะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องการค้า การปกครองคน การดูแลครอบครัว ผู้หญิงคนนี้เก่งมากจริงๆ และเธอเองก็หวังที่จะเป

  • เมื่อฉันต้องมาเป็นคุณแม่ลูกแฝด(ยุค70)   ทวงสินเดิม

    “จะเป็นไปได้ยังไงครับ ในเมื่อเธอขอกลับบ้านเดิมไปตั้งหลายวันแล้วก็ยังไม่กลับมา ไม่รู้ว่าหนีไปกับชู้แล้วหรือเปล่า แล้วใครบอกให้พวกคุณมาที่นี่กัน แล้ว….” นายหนิวหันไปบอกเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ทันที แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อจางเย่วก็เอ่ยขึ้นทันที“ฉันเอง…” จางเย่วอดทนไม่ไหวต่อคำพูดของคนเป็นสามีจึงได้แสดงตัวออกมานายหนิวที่ได้ยินเสียงก็หันไปดู ก็เจอเข้ากับภรรยาของตนที่เข้าใจว่าตายไปแล้วเมื่อหลายวันก่อน เขาเองก็ตกใจเป็นอย่างมาก ตาของเขาปูดโปนจนแทบจะถลำออกมา“นี่..นี่ เธอยังไม่ตะ..เธอกลับมาแล้วหรือ” ก่อนที่นายหนิวจะเผลอพูดอะไรออกไป เขาเองก็ดึงสติของตัวเองกลับมาเสียก่อน ในเมื่อเรื่องนี้ไม่มีคนรู้เห็นยังไงก็ไม่มีคนเอาผิดเขาได้“ใช่ฉันกลับมาแล้ว ว่าแต่คุณเถอะไปที่ไหนมาหรือคะ อย่าบอกนะว่าออกไปตามหาฉัน” จางเย่วถามขึ้น ทั้งที่รู้ว่าเขาคงออกไปตามสืบเรื่องของตน เพราะนี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว ก็ยังไม่มีใครหรือเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่าเจอศพของเธอ“เธอหายไปไหนมาหลายวันล่ะ รู้ไหมว่าทุกคนเป็นห่วงเธอมาก” นายหนิวหยิบยกคนอื่นมาอ้าง ทั้งที่ทุกคนก็รู้ว่าเธอเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปตามเจ้าหน้าที่มาทำเรื่องหย่าและทวงสินเด

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status