รถตู้คันสีขาวแล่นไปตามทางที่หยินเยว่บอกเอาไว้ เพราะเธอนั้นอยู่เมืองแอลมานานและรู้จักเส้นทางดีกว่าใคร เยว่ชิงจึงไว้ใจให้เธอเป็นคนบอกเส้นทาง สายตาหื่นกระหายจากลูกน้องของเจ้าสัวมองไปที่หญิงสาวที่ลูกหนี้ของเจ้าสัวไปอุ้มมาก็อดที่กลืนน้ำลายไม่ได้ เพราะผู้หญิงคนนี้ทั้งสวยทั้งขาวขนาดนี้เป็นใครจะอดมองไหว เมื่อรถเริ่มเข้าไปเส้นทางลัดซึ่งเป็นทางเปลี่ยวไม่ค่อยมีใครใช้งานรถที่แล่นมาดีๆ ก็ต้องเบรกแทบไม่ทัน
“เห้ย รถใครจอดขวางทางวะ” เสียงลูกน้องเจ้าสัวที่กำลังทำหน้าที่เป็นคนขับรถสบถถามขึ้น “ตำรวจหรือเปล่าวะ” เพื่อนที่มาด้วยกันละสายตาจากหญิงสาวก่อนที่จะหันไปมองข้างหน้าแล้วเอ่ยถามขึ้นอย่างตื่นตระหนก “ไม่น่าจะใช่ ทางนี้ทางลัดไม่มีตำรวจแน่นอน” หยินเยว่เอ่ยขึ้น เยว่ชิงหันมามองภรรยาด้วยสายตาหวาดระแวง “นี่ไม่ได้มีคนมาช่วยนังเด็กนี่ใช่ไหม” เสียงเหี้ยมเอ่ยถามขึ้น ขณะมองไปที่ด้านหน้า สองบอดี้การ์ดหนุ่มลงจากรถมายืนจังก้ามองมาที่รถตู้เป้าหมายที่จอดนิ่งอยู่ ก่อนที่จะเดินไปเคาะกระจกด้านคนขับ &n‘ถึงว่าเด็กในรถทั้งสวยทั้งขาว จะเป็นเด็กของคุณชายคงจะไม่แปลก’ หนึ่งในลูกน้องของเจ้าสัวคิดในใจเมื่อนึกถึงหญิงสาวที่นางหยินเยว่ไปพาขึ้นรถมา“เห้ย!! ไอ้พวกโง่ พวกมันมีกันแค่สามคนจะกลัวอะไรกันวะ” พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงรถตู้คันหนึ่งก็ขับเข้ามาจอดที่ด้านหลังรถตู้คันสีขาว สี่ร่างสูงใหญ่ลูกน้องของต้าฉินลงจากรถมาด้วยท่าทางขึงขังจนสองลูกน้องของเจ้าสัวกลัวจนขาสั่น พวกมันนั่งคุกเข่าลงกับพื้นแทบจะไม่ทัน “ปล่อยเราสองคนกลับเมืองเคไปเถอะครับ ถือซะว่าเห็นแก่มิตรภาพของคุณชายกับเจ้าสัว ส่วนไอ้นี่คุณชายจะทำอย่างไรกับมันก็สุดแล้วแต่คุณชาย” ลูกน้องคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ“เฮ้ย อะไรกันวะ พวกแกจะทิ้งฉันกับเมียได้ยังไง ทำด้วยกันก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันดิวะ” เสียงแหบแห้งของเยว่ชิงตวาดขึ้นจนสองลูกน้องของเจ้าสัวลุกขึ้นและจับเขากดลงกับพื้น “แกไม่มีสิทธิ์มาพูดแบบนี้ไอ้เยว่ชิง ถ้าเจ้าสัวรู้ว่าแกกำลังทำให้มิตรภาพของเจ้าสัวกับคุณชายซือสั่นคลอน แกไม่ได้ตายดีแน่ๆ” เสียงเหี้ยมสบถขึ้นก่อนที่จะเตะเข้าไปที่ร่า
รถตู้คันหรูเคลื่อนกลับเข้าไปในเมืองแอล ก่อนที่จะตรงไปที่คอนโดสุดหรูใจกลางกรุง ซือมู่อันหันไปมองคนข้างๆ แทบจะนับครั้งไม่ถ้วน เขาไม่รู้ว่าเธอโดนยานอนหลับไปปริมาณมากขนาดไหนถึงยังนอนหลับไม่รู้สึกตัวนานขนาดนี้ พอถึงบริเวณจอดรถของคอนโด ชายหนุ่มก็ลงจากรถก่อนที่จะเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับที่มีร่างบางนอนอย่างไร้สติอยู่ มือหนาสอดเข้าไปด้านหลังและข้อพับใต้ขาแล้วช้อนร่างบางขึ้นมาบนอ้อมแขน ประตูรถถูกปิดโดยเท้าที่สวมรองเท้าหนังแบรนด์เนม ก่อนที่จะก้าวขายาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ไม่นานลิฟต์ก็พาสองหนุ่มสาวไปถึงห้องของซือมู่อัน เขาวางร่างบางลงบนโซฟาที่มีไว้รับแขกด้านนอก แล้วเดินตรงไปเปิดประตูเข้าไปในห้อง ร่างสูงกลับมาอุ้มหญิงสาวขึ้นมาแนบอกก่อนที่จะสาวเท้ายาวๆ เข้าห้องไป ทางด้านต้าฉินก็พาตัวเยว่ชิงมาจัดการที่บ้านร้างติดชายแดนเมืองแอลและเมืองเอ็ม คุณชายซือสั่งให้จัดการเขาให้เด็ดขาดและไม่ให้กลับมาสร้างปัญหาให้กับใครในเมืองแอลอีกนั่นก็หมายความว่าให้จัดการระดับที่8 ไม่ตายก็เกือบตาย บทสรุปของคนชั่วที่ไม่ต้องรอให้กฎหมายมาลงโทษ เพราะถึงจะเข้าคุกไปพอออกมาแล้วคนแบบนี้ก็ยังไม่รู้จักสำนึก ร่างผอมถู
"ไม่ ข้าไม่ไป ปล่อยข้านะเว้ย” เสียงแหบพร่าตะโกนขึ้นก่อนที่จะพยายามหนี แต่ร่างกายบาดเจ็บเกินกว่าจะหนีไปไหนได้ ร่างผอมแห้งถูกสองชายฉกรรจ์จากไปขึ้นรถที่มาใหม่ทันที“ขอบคุณที่ไม่ปล่อยมันไปครับ เจ้าสัวฝากมาขอโทษคุณชายซือด้วยครับที่สร้างความเดือดร้อนให้” หนึ่งในชายฉกรรจ์ที่ยังยืนอยู่เอ่ยขึ้นกับต้าฉินอย่างสุภาพ ต้าฉินโค้งศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อตอบรับ ก่อนที่อีกฝ่ายจะคำนับให้เขาอีกครั้งแล้วเดินกลับไปขึ้นรถ รถตู้เคลื่อนออกจากบริเวณบ้านร้างไปพร้อมกับสายตาคมของต้าฉินที่มองตามไปจนสุดสายตา“สุดท้ายก็หนีไม่พ้นสิ่งที่ตนก่อไว้” บอดี้การ์ดหนุ่มเอ่ยออกมาก่อนที่จะหันไปสั่งให้ลูกน้องทำความสะอาดบริเวณบ้านและพากันขับรถกลับเมืองแอล ขณะที่นั่งอยู่ในรถต้าฉินก็ส่งข้อความไปรายงานคุณชายซือว่าได้ทำงานที่สั่งสำเร็จและส่งต่อไปให้เจ้าสัวที่ชายแดนเมืองเคเรียบร้อยแล้ว ซือมู่อันที่พาร่างบางขึ้นไปนอนบนเตียงก็หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูข้อความ พอเห็นรายงานริมฝีปากหนาก็ยกยิ้มขึ้นมาทันที คนชั่วๆ แบบเยว่ชิงจะปล่อยไปได้ยังไง อย่างน้อยก็ต้องให้มันได้กลับไปเจอกับเจ้าหนี้สักหน่อย ที่เหลือก็สุดแล้วแต่เวรแต่กรรมของมัน มือหนายื่นไปจับปอย
หลังจากเรื่องราววุ่นวายต่างๆ ผ่านพ้นไปหลิวถิงถิงก็เริ่มใช้ชีวิตอย่างปกติสุขมากขึ้น แต่ที่ไม่ปกติคือซือมู่อันนั้นนัดเจอเธออยู่เรื่อยๆ ถึงแม้เธอจะหวั่นไหวกับเขาแค่ไหน และรู้สึกว่าพักหลังๆ มานี้เขาทำดีกับเธอแค่ไหน แต่หลิวถิงถิงก็ไม่กล้าที่จะคิดไกลไปกว่าแค่เธอเป็นเด็กในอุปการะของเขา หรือเป็นแค่ที่ระบายเรื่องบนเตียงให้กับเขาก็เท่านั้น เธอรอวันที่เขาเบื่อเธอเพื่อจะได้เป็นอิสระแต่วันแล้ววันเล่าเขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะเบื่อเธอเลยสักนิด“อื้อ ปล่อยดิฉันก่อนค่ะ” หลิวถิงถิงเอ่ยขึ้นขณะที่ร่างกายเปลือยเปล่ายังอยู่ในอ้อมแขนที่แสนอบอุ่นของชายหนุ่มที่มีรูปร่างงดงามดังเทพบุตรกรีก“ทำไมหืม....จะรีบลุกไปไหน วันนี้มันวันเสาร์ เธอไม่ได้มีเรียนไม่ใช่หรอ” เสียงทุ้มดังขึ้นที่ข้างหูเล็กทำเอาขนกายสาวลุกซู่“ย่ะ..อย่านะคะ” ร่างบางพยายามถอยหนีแต่วงแขนกว้างกลับรัดแน่นยิ่งกว่าเดิม จมูกโด่งกดลงไปบนบ่าเนียนก่อนที่จะเลื่อนไปยังลำคอขาวผ่อง ปากหนาสีกุหลาบเม้มลงบนเนื้อนวลจนเป็นรอยแดงเล็กๆ ใบหน้าหล่อเหลาผละออกจากลำคอแล้วมองดูผลงานของตนอย่างพอใจ คนถูกกระทำ
“กลัวฉัน...มากขนาดนั้นเลยหรอถิงถิง ตอนนี้เธอคือคนเดียวที่ฉันนอนด้วยแล้วนะ รู้ตัวไหม หืม...” ซือมู่อันตอบเสียงกระเส่าออกมาทำเอาใจสาวอดที่จะสั่นไหวไม่ได้ ‘นั่นสิทำไมกันนะ ทำไมเขาถึงไม่ยอมเรียกหาใครเลย ทั้งๆ ที่เขาน่าจะเบื่อร่างกายของเธอไปแล้วด้วยซ้ำ แต่นี่นานวันเข้าเขากลับไม่รู้จักอิ่ม เขาตักตวงความสุขจากร่างกายของเธอทุกครั้งที่มีโอกาส และหัวใจของเธอก็กลายเป็นของเขาหมดทั้งใจ และเธอก็พร้อมที่จะยอมรับผลที่ตามมา นั่นก็คือการไปรักคนไม่มีหัวใจ แบบคุณชายซือ’“เปล่าค่ะ แต่....ที่เราทำมามันมากเกินไปแล้วนะคะ” หญิงสาวตอบด้วยความอาย“แต่ทำไมฉันยังไม่รู้สึกว่ามันพอเสียที” ซือมู่อันบอกหน้าตายก่อนที่จะเริ่มบทรักอันร้อนแรงที่หญิงสาวเองก็ปฏิเสธไม่ได้ กว่าที่บทรักพายุสวาทครั้งนี้จะสงบลง หลิวถิงถิงก็สลบคาอกของชายหนุ่มไปแบบไม่รู้สึกตัวจนกระทั่งบ่ายคล้อย ร่างบางจึงฟื้นคืนสติ บนที่นอนนุ่มข้างกายนั้นไร้ร่างหนาของคนที่รังแกเธอมาตลอดทั้งเช้าจนข้าวสองมื้อไม่ตกถึงท้องของเธอเลย หลิวถิงถิงน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ‘เธอก็เป็นแค่ที่ระบายของเ
หลังจากที่แยกกับคุณชายซือแล้ว หลิวถิงถิงก็รีบเดินกลับเข้าไปที่หอพักทันที ดีที่ตอนนี้เพื่อนทั้งสองออกไปอยู่หอพักข้างนอกกันแล้วเพราะต้องฝึกงาน หลิวถิงถิงรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่จะต้องไปฝึกงานที่บริษัทของซือมู่อัน เพราะแค่ทุกวันนี้เธอก็อดที่จะระแวงกลัวว่าคนอื่นจะรู้ถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเขาไม่ได้กริ๊งงงง..............“ฮัลโหล ซือซือ ว่าไง” เสียงหวานตอบกลับปลายสายทันทีที่กดรับ “ถิงถิง สรุปได้ที่ฝึกงานหรือยัง” จ้าวซือซือเอ่ยถามเพื่อนสนิทสาวด้วยความเป็นห่วง “อืม....ได้แล้ว ทางมหาวิทยาลัยเพิ่งจะแจ้งฉันวันนี้” หญิงสาวตอบก่อนที่เพื่อนสนิทจะเอ่ยถามออกมาด้วยความตื่นเต้น“หรอ...ที่ไหนล่ะ ฉันล่ะอดเป็นห่วงเธอไม่ได้เลย” จ้าวซือซือเอ่ยถามขึ้นอย่างตื่นเต้น “บริษัทของคุณชายซือน่ะ” คำตอบของหลิวถิงถิงทำเอาจ้าวซือซือร้องกรี๊ดออกมาก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “กรี๊ดดดด........จริงดิ คุณชายซือเป็นคนเลือกให้เธอไปฝึกงานที่บริษัทของเขาใช่ไหม&r
แผนกบัญชีและการเงิน ผู้จัดการแผนกพอที่จะทราบมาล่วงหน้าแล้วว่าท่านประธานรับเด็กฝึกงานมาให้แผนกของเธอ ซึ่งเธอก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ จนกระทั่งที่ได้พบหน้ากับหญิงสาวที่เพิ่งจะเดินมาถึงที่แผนกกับผู้จัดการผ่านบุคคล และแน่นอนความสวยของเธอทำให้พี่ๆ หลายๆ คนในบริษัทต่างมองมาด้วยความสนใจและมีบางส่วนที่รู้สึกอิจฉาเด็กสาวที่มีรูปร่างหน้าตาที่เป็นที่นิยมชมชอบในหมู่ชายหนุ่ม“ทุกคน พี่พาน้องฝึกงานมาส่ง ฝากดูแลน้องด้วยนะ และให้น้องเรียนรู้งานให้เต็มที่ ห้ามกั๊กวิชาเด็ดขาด” เสียงของผู้จัดการฝ่ายบุคคลเอ่ยขึ้นทันทีที่พนักงานทุกคนในแผนกซึ่งมีเพียงหกคนหันมามองที่หญิงสาวคนสวยในชุดนักศึกษาผู้มาใหม่เป็นตาเดียวกัน“สวัสดีค่ะพี่ๆ ดิฉันชื่อหลิวถิงถิง หรือจะเรียกถิงถิงเฉยๆ ก็ได้ค่ะ ถิงถิงขอฝากเนื้อฝากตัวกับพี่ๆ ด้วยนะคะ มีอะไรแนะนำหรือสั่งสอนได้เลยนะคะ” หลิวถิงถิงเอ่ยทักทายก่อนที่จะยิ้มแย้มแจกจ่ายไปทั่วทั้งแผนกจนคนมองอดที่จะยิ้มตอบกลับสาวน้อยตรงหน้านี้เช่นกัน ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเดินกลับไปทำงานส่วนของตนทันทีที่เห็นว่าหญิงสาวผู้มาใหม่น่าจะเข้ากับคนในแผนกนี้ได้เป็
หลังกลับจากฝึกงานที่บริษัทของซือมู่อันแล้วหญิงสาวก็จำต้องไปรอเขาอยู่ที่คอนโดสุดหรูของชายหนุ่มตามคำสั่งของเขา เธอไม่อยากต่อต้านหรือทำอะไรให้เขาไม่พอใจในตัวเธอเพราะเธอรู้ดีว่าเธอมีหน้าที่ตอบแทนเขาด้วยเรื่องอะไร ถึงแม้เขาจะไม่เคยบอกหรือขอกับเธอก็ตาม ร่างบางในชุดเสื้อยืดคอกลมกางเกงขาสั้นเพียงหน้าขาอวดเรียวขาสวยงามกำลังนอนไม่รู้เรื่องอยู่บนโซฟาตัวยาวภายในห้องรับแขก ซือมู่อันที่รีบกลับมาจากทานดินเนอร์กับคู่ค้ายืนมองเธอก่อนที่มุมปากหนาจะยกยิ้มขึ้นมา แค่เธอมารอเขาตามคำสั่งแค่นี้หัวใจเขาก็รู้สึกโลดแล่นแล้ว ร่างสูงโปร่งตรงเข้าไปยังห้องนอนก่อนที่จะถอดชุดที่ใส่มาทั้งวันออกจากร่างกายจนเปลือยเปล่าอวดมัดกล้ามและซิกซ์แพ็คเป็นลอน ขายาวๆ ก้าวเข้าไปในห้องน้ำมือหนาเอื้อมไปเปิดฝักบัวเรนชาวเวอร์ให้น้ำไหลกระทบลงมาผ่านศีรษะและร่างกายที่สมบูรณ์ของตนหลิวถิงถิงเริ่มรู้สึกตัวจากนิทรา เสียงน้ำกระทบพื้นดังมาจากห้องน้ำภายในห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้ หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าคุณชายซือกลับมาแล้ว หัวใจดวงน้อยรู้สึกโลดแล่นก่อนที่จะพยายามห้ามหัวใจตัวเองไม่ให้คิดไปไกล เธอพึงระลึกตนเองอยู่เสมอว่าเธอเป็นใคร
การที่ไม่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสแบบสากลในตอนเย็นนั้นเป็นความต้องการของเจ้าสาวเอง ไม่ใช่เพราะเธออยากที่จะช่วยทางเจ้าบ่าวประหยัดงบหนือเกรงใจ แต่เป็นเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกเพลียง่ายและง่วงนอนเร็ว เลยเลือกที่จะทำพิธีแบบจีนอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างคุณชายซือก็ไม่ขัด ถึงแม้ว่ามารดาจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม เพราะความที่อยากจะกู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกสะใภ้ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะเธอเอาหลานๆ ในท้องมาอ้างว่าหากเธอเพลียอาจจะไม่เป็นผลดีกับสองแฝดน้อยในครรภ์คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองแอลพอรถจอดซือมู่อันก็อุ้มร่างบอบบางที่เริ่มอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของภรรยาขึ้นก่อนที่สองขาแข็งแรงจะก้าวยาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดขึ้นมาทันทีที่มองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันก่อนที่จะจัดพิธีแต่งงานมาได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว คนถูกมองเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าภรรยาตัวน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแอบมองเขาอยู่ แต่นั่นไม่จริงเลยสักนิด เขากำลังตั้งใจอุ้มเธอด้วยความระมัดระวังเพราะมีลูกๆ สองคนอยู่ในท้องของเธอ ประตูคอนโดถูกเปิดออกโดยสองหนุ่มบอดี้ก
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้เป็นวันที่ใครหลายคนเฝ้าจับตาและรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซือซึ่งงานนั้นถูกจัดขึ้นภายในอาณาจักรตระกูลซือที่มีพื้นที่เกือบร้อยไร่ และเหตุผลที่เลือกจัดงานโดยใช้สถานที่เดียวในวันนี้ก็เพราะที่บ้านของเจ้าสาวนั้นค่อนข้างที่จะคับแคบ คุณนายใหญ่แห่งตระกูลซือเลยออกความเห็นว่าให้จัดที่บ้านเจ้าบ่าวและไปเข้าหอกันที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองของเจ้าบ่าว ทางฝ่ายเจ้าสาวที่มีญาติเหลือเพียงสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีเจ้าสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงสไตล์เรียบหรูแบบผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป ทรงผมถูกทักเปียเก็บอย่างสวยงามมีปิ่นเงินปิ่นทองและใบทับทิมพร้อมดอกไม้สดประดับอยู่ข้างหลังส่งกลิ่นหอมอบอวลด้วยเจ้าสาวนั้นชอบกลิ่นของมันจึงไม่ใช่ปัญหาของอาการแพ้ท้องที่ตอนนี้ครบกำหนดสามเดือนแล้ว ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ร่างระหงกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวมารับตัวเพื่อลงไปประกอบพิธี ขั้นตอนนี้ผ่านพิธีมอบสินสอดและสวมแหวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่รอให้เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวพาไปเข้าหอ “เธอสวยมากเล
หลิวถิงถิงมองพนักงานทั้งสองด้วยรอยยิ้ม เธอยังไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นผู้หญิงทั้งสองคือใคร เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสากลขึ้นมาเบาๆ ซึ่งเธอก็จำได้ว่ามันเป็นเพลง Perfect ของEd Sheeran และมาถึงช่วงจังหวะทำนองWell, I found a woman, stronger than anyone I knowShe shares my dreams, I hope that someday I'll share her homeI found a love, to carry more than just my secretsTo carry love, to carry children of our own ร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายซือก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ บริกรสาวภายใต้หน้ากากเปิดฝาที่ครอบถาดกลมเอาไว้ออก ซึ่งเผยให้เห็นว่าภายในมีกระปุกกลมสีทองวางอยู่ มือเรียวของซือมู่อันยื่นไปหยิบมาถือไว้ หลิวถิงถิงรู้สึกใจเต้นแรงแทบจะไม่เป็นจังหวะก่อนที่เธอจะมองไปที่บริกรสาวทั้งสองอย่างคุ้นเคย หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป กล่องสีทองก็ถูกว่าที่สามีสุดหล่อของเธอเปิดออกตรงหน้า แหวนเพชรวงเล็กแต่มีเพชรล้อมรอบส่งแสงระยิบระยับดูงามตา พอถึงตอนนี้เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังถูกเขาขอแต่งงาน “มาเป็นคน
ร่างสูงโปร่งที่เดินโอบไหล่บอบบางเรือนร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของว่าที่ภรรยาสาวเข้ามาภายในบ้านมองไปที่มารดาอย่างงุนงง ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “เดินไปเดินมาทำไมครับแม่ เดี๋ยวก็เวียนหัวหรอก” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยขณะจับจูงโอบประคองภรรยาสาวให้ไปนั่งลงที่โซฟานุ่มภายในห้องรับแขก“มากันพอดีเลย แหม...แม่โทรไปไม่รับเลยนะ แม่อยากจะรู้ว่าหนูถิงถิงท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นี่อะไรกันไม่ยอมรับสายแม่เลย แม่โทรหาหนูตั้งหลายที ส่วนลูกโทรศัพท์ทำไมทิ้งไว้ในรถแบบนั้น เวลามีงานด่วนเข้ามาจะรู้ได้ยัง” พอนั่งลงปุ๊บคุณนายใหญ่ก็อดที่จะบ่นออกมาให้กับสองหนุ่มสาวไม่ได้ “ขอโทษค่ะแม่ พอดีหนูปิดเสียงเปิดสั่นเอาไว้” ว่าที่ลูกสะใภ้ตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดขึ้นมาทันที “ผมก็รีบพาน้องไปตรวจไงครับ เลยไม่ได้พกโทรศัพท์ลงไปด้วย” ซือมู่อันเอ่ยออกมาบ้าง “แล้วเป็นไงลูก สรุปหนูท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” คุณนายใหญ่ถอนหายใจออกมาอย่
วันต่อมา หลังจากจัดการเตรียมสถานที่สำหรับการเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเรียบร้อยแล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่เขาตัดสินใจจะขอว่าที่ภรรยาสาวแต่งงาน แต่ในตอนเช้าเขานั้นมีแพลนว่าจะพาเธอไปตรวจครรภ์และฝากครรภ์กับแพทย์หญิงที่เขานั้นรู้จัก เธอเป็นภรรยาของเพื่อนต่างเมืองแต่เธอนั้นย้ายมาประจำอยู่ที่เมืองแอลตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน“สวัสดีเจียวมี่ เธอสบายดีนะ ลู่เพ่ยเป็นยังไงบ้าง เขายอมย้ายตามเธอมาหรือยัง” เสียงเข้มติดเย็นชาเอ่ยทักทายภรรยาของเพื่อนที่เป็นสูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเมืองแอลแห่งนี้“สบายดีมู่อัน ลูเพ่ยเขาก็เป็นแบบนั้นแหละ ไม่ย้ายมาหรอกแต่ขอบอกว่ามาหาบ่อยมากคิกๆๆ” แพทย์หญิงเอ่ยทักทายเพื่อนสามีกลับเช่นกัน ก่อนที่จะหลี่ตามองสาวน้อยหน้าหวานข้างๆ เพื่อนของสามีด้วยแววตาสงสัย “อ้อ......นี่ถิงถิงว่าที่ภรรยาของฉันเอง วันนี้ฉันพาเธอมาตรวจครรภ์ พร้อมฝากครรภ์กับเธอไปด้วยเลย” คำบอกเล่าแนะนำแม่สาวน้อยข้างกายของเพื่อนสามีทำเอาคุณหมอสาวตกใจแบบไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่หวงความโสดแบบคุณชาย
การวางแผนของซือมู่อันและคนสนิทของหลิวถิงถิงเป็นไปอย่างลับๆ โดยที่หลิวถิงถิงไม่รู้เรื่องเลย ทางด้านคุณนายซือที่ออกไปพบกับบิดาของหลิวถิงถิงก็อดที่จะทำให้ฝ่ายนั้นตกอกตกใจไม่ได้ แต่พอได้รู้ว่าผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้มาสู่ขอบุตรสาวของตนให้กับบุตรชาย ใบหน้ากังวลจึงแปรเปลี่ยนเป็นยินดี “ขอบพระคุณคุณนายกับคุณชายซือนะครับที่ให้เกียรติลูกสาวของผม ถ้าถิงถิงตกลงผมก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกครับ” ใบหน้าเหี่ยวย่นไปตามวัยเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข ใครจะไปคิดว่าบุตรสาวของตนจะได้แต่งเข้าไปในตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลของเมืองแอล “อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะลูกชายของดิฉันทำอะไรข้ามขั้นตอนไปมาก การมาสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่ควรแล้วค่ะ” ซือหลินซู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้ามขั้นตอน หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าลูกสาวของผมชอบพออยู่กับคุณชาย อาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่พ่อที่ดีมากด้วยแหละครับ ถึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องส่วนตัวของลูกๆ” น้ำเสียงงุนงงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสลดลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ใช่พ่อที่ดีที่ใส่
เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนที่มารดาของว่าที่สามีเตรียมไว้ให้ก็ต้องตกตะลึงกับความกว้างขวางใหญ่โต ดวงตากลมโตมองไปที่เตียงกว้างขนาดหกฟุตซึ่งมีทั้งตุ๊กตา หมอนหนุนสีหวานและหมอนข้างแสนนุ่มวางอยู่บนเตียง ก่อนที่ขาเรียวจะพาร่างระหงของเธอตรงไปที่เตียง เพราะเมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยทำให้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก ร่างบางปีนป่ายขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มที่มีผ้าปูสีชมพูแสนหวานแล้วล้มตัวลงนอนเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงโดยที่ไม่รู้สึกตัวอีกเลย“อะไรกันมู่อัน ไปพาน้องมาแต่ไม่ขอน้องแต่งงานเนี่ยนะ แม่ถามลูกจริงๆ ลูกพาน้องกลับมาบ้านในฐานะอะไร แม่ของลูก ผู้ที่หญิงที่รัก หรือแค่ผู้หญิงที่มีไว้เพื่อมีทายาทให้เท่านั้น” คำถามของผู้เป็นมารดาทำเอาซือมู่อันตกตะลึงก่อนที่จะเพิ่งคิดได้ ใช่สิ เขาต้องขอแต่งงานให้ถูกต้องและการแต่งงานของเขาจะต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับการที่ตระกูลเขาเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองแอล“ผมนึกไม่ถึงครับคุณแม่ว่าต้องขอเธอด้วย ตอนแรกก็กะจะจัดงานเลย แต่ก็เหมือนว่าผมทำข้ามขั้นตอนไปอีกตามเคย คือผมต้องขอน้องแต่งงานก่อนใช่ไหมครับ” ซือมู่อันนั่งปรึกษากับมารดาพอดี เขา
มือบางชื้นเหงื่อขึ้นมาทันทีที่รถตู้คันหรูเลี้ยวเข้ามาภายในอาณาจักรของตระกูลซือในพื้นที่เกือบร้อยไร่ใจกลางเมืองแอล ซือมู่อันหันไปมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดของคนข้างๆ ก็พอจะดูออกทันทีว่าแม่สาวน้อยภรรยาทางพฤตินัยของเขากำลังกังวล เพราะนี่คือการพาเธอไปแนะนำให้ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาได้รู้จัก มือหนาคว้ามือบางมากุมไว้ก่อนที่จะบีบเบาๆ หลิวถิงถิงหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีทางพฤตินัยก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้กับเธอ หญิงสาวจึงยิ้มตอบแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ต้องกังวลนะที่รัก แม่พี่ใจดี อีกอย่างตอนที่ท่านรู้ว่าหนูกำลังจะมีหลานคนแรกให้ท่าน ท่านดีใจจนร้องไห้เลยล่ะ” ซือมู่อันปลอบเธอ และสิ่งที่เขาบอกเธอนั้นเป็นความจริงทั้งหมด ตอนที่เขารู้ว่าเธอตั้งครรภ์เขาก็รีบโทรปรึกษามารดาทันที และเมื่อมารดาได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าแล้วเธอก็รีบกดวางสายแล้วเปลี่ยนเป็นวิดิโอคอลหาเขา ท่านร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าท่านจะมีหลานที่กำลังจะได้ลืมตามาดูโลกในเร็วๆ นี้ “จริงหรือคะ ท่านจะไม่ว่าจริงๆ ใช่ไหมที่หนูท้องก่อนแต่ง” เสียงหวานเอ
มู่หลินไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไหร่นักที่ต้องไปไกลถึงเมืองอื่น แต่หากจะให้เลือกตกงานกับยังมีงานทำ เธอขอเลือกอย่างหลังมากกว่า และข่าวที่มู่หลินถูกสั่งย้ายไปอยู่สาขาต่างเมืองก็ดังไปทั่วทั้งตึก หลายๆ คนรู้สึกโล่งใจและสบายใจที่มู่หลินจอมแสบนั้นถูกย้ายไปไกล แต่บางคนก็ยังรู้สึกว่ามันไม่พอกับการกระทำที่แสดงออกต่อพนักงานใหม่ ถ้าเมื่อวานผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ภรรยาของหุ้นส่วนท่านประธานก็ไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะยังได้รับความยุติธรรมอยู่ไหมซือมู่อันให้จางหลงไปรับหลิวถิงถิงมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เพราะเขาจองโต๊ะสำหรับมื้อกลางวันเอาไว้แล้ว และรู้ดีว่าเด็กสาวอยากจะเลี้ยงขอบคุณเพื่อนสนิทที่อยู่ที่นี่ของเธอก่อนที่เธอจะกลับไปพร้อมกับเขา “ขอบคุณนะคะที่ทำเพื่อหนูมากขนาดนี้” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากที่โดนเขาดึงไปสวมกอดภายในร้านอาหารโดยไม่แคร์สายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาอย่างอิจฉา มือหนากอบกุมมือบางเอาไว้ก่อนที่จะจับจูงเธอให้เดินตามไปที่โต๊ะ เขาเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจก็รู้สึกมีความสุข หลังจากที่ร