เช้าวันใหม่ร่างบางบิดกายไปมาบนที่นอนนุ่ม แต่แล้วเธอก็ต้องรู้สึกเจ็บตรงจุดกลางกายสาวเหมือนกับเหตุการณ์มันเพิ่งผ่านมา เธอรู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูก และไม่รู้จะสู้หน้าชายหนุ่มยังไง หากแต่จะหนีกลับไปมหาวิทยาลัยก่อนเขาคงจะไม่พอใจเธอแน่ๆ หญิงสาวถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนที่จะพยายามก้าวลงจากเตียงแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัวในตอนเช้า ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก หญิงสาวก็กลับออกมาในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีซีดที่เธอเตรียมมาเพื่อใส่กลับ หญิงสาวตัดสินใจว่าจะไม่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้กับเพื่อนสนิททั้งสองได้ฟัง เพราะถ้าทั้งสองคนรู้เข้าจะต้องพากันรุมด่าเธอแน่ๆ
หลิวถิงถิงทำใจกล้าเปิดประตูออกมาพร้อมกระเป๋าสะพายของตน กลิ่นหอมของอาหารโชยมาเตะจมูก ท้องของเธอร้องออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เพราะเมื่อวานเธอนั้นรับประทานอาหารเย็นตั้งแต่หัวค่ำ ทำให้มันย่อยเร็ว เธอตัดสินใจตรงไปยังที่ห้องอาหารก็ต้องตกใจเพราะบนโต๊ะอาหารปรากฏให้เห็นอาหารมากมายเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ ที่นั่งหัวโต๊ะปรากฏร่างหนาผู้ที่เขาได้ครอบครองความสาวของเธอไปเมื่อคืน จ้องมองมาที่เธอตาแทบจะไม่กะพริบ หญิงสาวรู้สึกอายจนไม่กล้าไปนั่งขณะที่หลิวถิงถิงนำผ้าเข้าไปซักในร้านซักอบรีดที่มีเครื่องซักผ้าอัตโนมัติเรียงรายอยู่ เธอก็ต้องตกใจกับเสียงข้อความที่ดังเข้ามาไม่ขาดสาย มือบางรีบหยิบมือถือขึ้นมาเปิดอ่านข้อความแต่แล้วมือที่ถือสมาร์ทโฟนเอาไว้กลับสั่นเล็กน้อยซือมู่อัน : อย่าลืมนะสาวน้อยว่าเธอเป็นของฉันซือมู่อัน : อย่าให้ใครมาซ้ำรอยฉันซือมู่อัน : อย่าไปในที่อโคจร ที่สำคัญห้ามดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเธอใจกล้าถ้าเธอดื่มมันซือมู่อัน : อย่ามาเงียบใส่ฉัน เพราะคนที่เสียตัว...ไม่ใช่ฉันแต่เป็นเธอซือมู่อัน : เรื่องเมื่อคืน มันอาจจะไม่ใช่เรื่องผิดพลาดซือมู่อัน : ฉันชอบมีอะไรกับเธอนะแม่สาวน้อย แต่ฉันไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิงคนไหนครั้งที่สองซือมู่อัน : อย่าลืมทานยาอีกเม็ดล่ะ...แต่ถ้าเธออยากมีลูกก็ไม่ต้องทาน หลิวถิงถิงอ่านข้อความไปก็รู้สึกเจ็บปวดในใจไป ‘เขาแค่หวงก้าง เขาแค่ไม่อยากให้ใครมาซ้ำรอยเขา แต่เขาก็จะมีอะไรกับคนอื่นต่อไปอย่างนั้นสิ แล้วผู้หญิงคนอื่นล่ะเขาห้ามแบบที่เขาห้ามเธอไหม’ หลิวถิงถิงได้แต่คิดใคร่ครวญอยู่ในใจ ก่อนที่จะส่งข้อความตอบกลับไปเพียงสั้นๆหลิวถิ
หลิวถิงถิงพยายามทำตัวให้เป็นปกติหลังจากที่เพิ่งเสียความสาวที่รักษามาเกือบยี่สิบปีให้กับซือมู่อัน เธอนั้นมั่นใจว่าเขาจะไม่มีวันพาเธอขึ้นเตียงอีกครั้งอย่างแน่นอน หญิงสาวแอบน้ำตาไหลเพราะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ แม้จะรู้ดีว่าตนเองนั้นไม่คู่ควรกับผู้ชายที่ร่ำรวยและเพียบพร้อมแบบเขา แต่อีกใจหนึ่งเธอก็อดที่จะหวังไม่ได้ “ถิงถิง วันนี้ไปทานข้าวกลางวันกับฉันไหม” ฟางอี้หลงเอ่ยถามเพื่อนสาวที่ตนแอบรักมานานหลายปี “ไม่อะ เรารู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวก่อนนะอี้หลง” หญิงสาวตอบเพื่อนชายก่อนที่จะเลี่ยงเดินจากไปหลังจากเรียนจบคาบแรกของวันนี้ หลิวถิงถิงก็รีบตรงกลับห้องพักของเธอทันที ร่างบางก้าวเท้าเร็วๆ รีบตรงเข้าหอพักไป เมื่อเข้าไปภายในห้องเรียบร้อยแล้ว ก็พบว่าเพื่อนสนิททั้งสองของเธอยังไม่กลับมา เธอจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ หลิวถิงถิงคิดไม่ตกกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เขาคงจะชินเพราะเขาผ่านผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่สำหรับเธอนั้นจะให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นมันช่างยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนักสาวสวยเดินเข้าไปในห้องน้ำก่อนที่จะเริ่มปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาอ
ก๊อก...ก๊อก.....ก๊อก....เสียงเคาะประตูจากด้านนอกเรียกสติของคนที่กำลังปล่อยความคิดออกไปไกล ซือมู่อันดึงสติให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน และเรื่องที่จะทำต่อจากนี้ “เข้ามา” เสียงเยือกเย็นดังออกมาจากปากหนาสีกุหลาบประตูห้องส่วนตัวของคุณชายซือถูกเปิดออกโดยบอดี้การ์ดมือซ้ายผู้รู้ใจ เขาหันไปกำชับกับสาวสวยอีกทีก่อนที่จะรายงานผู้เป็นนาย“คุณอี้ผิงมาถึงแล้วครับคุณชาย ผมขอตัวก่อนนะครับ” ว่าจบบอดี้การ์ดหนุ่มก็เดินออกไปพร้อมกับประตูที่ถูกปิดลง ฟางอี้ผิง แอร์โฮสเตสสาววัยยี่สิบห้าปี เธอรับงานแบบนี้อยู่บ่อยครั้งเพราะรักในความสบาย จึงทำให้เธอมีความชำนาญเรื่องบนเตียงอยู่ไม่น้อย ครั้งแรกที่ได้ยินว่าจะต้องมาขึ้นเตียงกับคุณชายซือแห่งเมืองแอล เธอยังไม่อยากจะเชื่อ จนได้เจอกับคุณชายซือตัวจริงในเวลานี้ ร่างบางที่มีหน้าอกไซส์เกินตัวเดินตรงไปหาซือมู่อัน “สวัสดีคุณอี้ผิง ผมหวังว่าคุณคงเข้าใจแล้วว่าผมเรียกคุณมาทำอะไร และผมว่าคุณจะทำตามสัญญาที่เราตกลงกันไว้” ซือมู่อันหันกลับมามองร่างบางที่เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า เธอคน
ซือมู่อันคิดไม่ตก ก่อนที่มือหนานิ้วเรียวยาวจะหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องหรูของตนมากดข้อความแล้วส่งไปให้ใครบางคนที่อยู่ในความคิดถึงของเขามาตลอดสองวัน เขาอยากจะรู้นักว่าเหตุใดเขาถึงได้หลงใหลและติดใจในรสรักอันไร้เดียงสาของเธอได้มากมายขนาดนี้ ‘ถิงถิง วันเสาร์นี้ฉันจะให้คนไปรับเธอที่มหาวิทยาลัย เตรียมตัวไว้ให้พร้อมล่ะ’ มือบางที่ถือสมาร์ทโฟนของตนเอาไว้สั่นเล็กน้อย พร้อมกับหัวใจที่เต้นแทบจะไม่เป็นจังหวะ ‘นี่เขาอยากพบเธออีกอย่างนั้นหรอ’ หญิงสาวคิดอยู่ภายในใจก่อนที่จะวางสมาร์ทโฟนของตนไว้ที่ข้างหมอนหนุนดังเดิม หลิวถิงถิงพยายามข่มตาให้หลับอยู่นาน จนในที่สุดก็หลับไป เช้าวันศุกร์เป็นวันที่นักศึกษาหลายๆ คนชอบเพราะพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันหยุดพักผ่อน ทั้งจ้าวซือซือและเฉินเหม่ยหานก็เช่นกัน ทั้งสองรู้สึกมีความสุขกับวันนี้เป็นอย่างมาก มีแต่หลิวถิงถิงที่ไม่ได้รู้สึกยินดีหรือดีใจที่วันนี้เป็นวันศุกร์เลยสักนิดเดียว“ถิงถิง เป็นอะไร ฉันเห็นเธอทำหน้าเครียดมาตั้งแต่ตื่นนอนแล้วนะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” จ้าวซือซือเอ่ยถามด้วยความที่เธอเป็นคนช่างสังเกต “เปล่า แค่คิดอะไรเพลินๆ ไปหน่อย ถ้าเครียดก็คงจะเป็นเรื่องเรียนน
หลังจากที่หลิวถิงถิงถามความเห็นของเพื่อนสนิททั้งสองก็ได้คำตอบที่น่าพอใจ นั่นก็คือเพื่อนทั้งสองยอมไปทานข้าวกับเธอและฟางอี้หลง เธอรู้ว่าซือมู่อันนั้นมีตามากมายราวกับสับปะรด ถ้าขืนเธอไปกับฟางอี้หลงสองคน พรุ่งนี้ระเบิดจะต้องลงใส่เธอแน่นอน “ฉันดีใจนะที่เธอสองคนมา” ฟางอี้หลงเอ่ยทักทายสองสาวทันทีที่ทั้งสามสาวเดินทางมาถึงร้านอาหารที่เขาจองเอาไว้และมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว “พวกฉันจะปล่อยให้ยัยถิงถิงมาลำพังได้ยังไง” เหมือนกับตอกหน้าหนุ่มหล่อเข้าอย่างจัง ฟางอี้หลงหน้าเสีย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกไป เขาเปลี่ยนเรื่องคุยโดยเดินไปลากเก้าอี้ออกให้ทั้งสามสาวได้นั่ง ถึงเพื่อนๆ ของเธอจะไม่ค่อยชอบเขา แต่เขาเชื่อว่าสักวันเขาต้องชนะใจพวกเธอได้อย่างแน่นอน เพราะเขานั้นไม่ใช่คนเลว“พวกเธออยากทานอะไรสั่งได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ ถิงถิง สั่งตามที่เธอชอบเลยนะ สั่งเผื่อเราด้วย” ฟางอี้หลงบอกสองสาวก่อนที่จะหันไปบอกกับสาวสวยเพื่อนร่วมคณะ“สั่งที่เราชอบ แล้วนายจะทานได้เหรออี้หลง คนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันหรอกนะ” หลิวถิงถิงเอ่ยออกมาอย่างที่ใจคิด แต่เป็นคำตอบที่สองสาวกลั้นขำเอาไว้แทบไม่ไหว“คิกๆๆ โอ๊ยๆๆ ขอโทษๆ พอดีตลกเรื่องที
หลิวถิงถิงอดหวั่นใจที่จะต้องพบกับซือมู่อันในวันรุ่งขึ้นไม่ได้ แต่เธอก็บอกใครไม่ได้เช่นกันแม้แต่สองเพื่อนสนิทของเธอ วันนี้ท่าทางของเขาที่ร้านอาหารอดทำให้เธอรู้สึกแปลกใจไม่ได้ เธอไม่เข้าใจว่าเขาไม่พอใจอะไร หรือโมโหใครมา แต่มันต้องไม่เชื่อเรื่องบังเอิญแน่ๆ ที่คนอย่างคุณชายซือจะมารับประทานอาหารร้านที่เธอและเพื่อนๆ ไปกันมาวันนี้ หลิวถิงถิงคิดไม่ตกก่อนที่จะผล็อยหลับไป “ถิงถิงวันนี้เธอจะออกไปไหน ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม” จ้าวซือซือเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย เธอมองเห็นว่าเพื่อนสาวนั้นทำตัวแปลกๆ ตั้งแต่กลับมาจากเยี่ยมพี่ชายครั้งก่อน “อ่ะ..เอ่อ เรามีธุระต้องออกไปทำข้างนอกน่ะ” หลิวถิงถิงตอบขณะที่กำลังเดินไปอาบน้ำในห้องน้ำส่วนตัวของห้องพัก จ้าวซือซือกับเฉินเหม่ยหานมองตามด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก เพราะถ้าเพื่อนไม่อยากให้รู้เธอก็จะไม่ซักไซ้ให้มากความ หนึ่งชั่วโมงต่อมาหลิวถิงถิงในชุดเดรสสีชมพูสวมรองเท้าหุ้มส้นสีขาวเดินมาขึ้นรถตู้ที่ติดฟิล์มสีดำรอบคันที่ถูกขับมารออยู่ก่อนแล้วตรงสถานที่ที่เขานัดหมายเอาไว้ “เราจะไปที่ไหนกันคะ” สาวสวยเอ่ยถามหนึ่งในบอดี้การ์ดข้างกายของคุณชายซือซึ่งเธอจำหน
“เด็กดี อย่าดื้อกับฉันเลยนะ” ซือมู่อันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หลิวถิงถิงใจสั่น“คุณมีอะไรจะคุยกับดิฉันหรือคะ” หญิงสาวทำใจกล้าเอ่ยถามไปอีกครั้ง มือหนาหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมาจิบอีกครั้งก่อนที่จะรินบรั่นดีใส่แก้วอีกใบให้กับหญิงสาว“ก็จะเรียกเด็กดื้อมาทำโทษน่ะสิ” เสียงทุ้มติดเย็นชาเอ่ยขึ้นจนหลิวถิงถิงอดที่จะขนลุกไม่ได้“ดื่มนี่ซะ แล้วฉันจะถือว่าเธอไม่ได้ขัดคำสั่งอะไรฉัน” ซือมู่อันหยิบแก้วบรั่นดีอีกแก้วขึ้นมายื่นให้หญิงสาว ‘กลิ่นกายของเธอมันช่างเย้ายวนและดึงดูดเขายิ่งนัก เขาไม่เคยมีความต้องการใครอย่างที่ต้องการเธอเลยสักครั้ง หรือเธอจะเป็นนังแม่มด’ ซือมู่อันคิดในใจขณะที่สายตาคมก็ยังจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยของหญิงสาวตรงหน้า “ม่ะ..ไม่ดื่มได้ไหมคะ คุณก็รู้ว่าดิฉันไม่ชอบดื่มอะไรพวกนี้” หลิวถิงถิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “หรือเธออยากจะให้ฉันลงโทษแบบอื่น เรื่องที่เธอฝ่าฝืนคำสั่งของฉันหึๆ” เสียงเยือกเย็นพูดออกมากก่อนที่สายตาคมจะมองไปที่ริมฝีปากสวยที่เขาเคยได้ฉกชิมมาก่อนหน้านี้ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนสักคนที่เขาเคยจูบด้วย แต่กับเธอคนนี้ทำไมเขาต้องการมันยิ่งนัก หลิวถิงถิงหลบสายตาที่มองเธอรา
อารมณ์สวาทมักจะทำให้คนเราหลงลืมความถูกผิดและความยับยั้งชั่งใจ หลิวถิงถิงปล่อยตัวและปล่อยใจให้ซือมู่อันจับจูงไปตามอารมณ์ มือหนาคว้าเอาเครื่องป้องกันเข้ามาสวมใส่แท่งเอ็นร้อนของตนเอาไว้อย่างรวดเร็ว ริมฝีปากสีกุหลาบก็ยังไม่ได้ละออกจากริมฝีปากนุ่มสีชมพู ทันทีที่ทุกอย่างพร้อมซือมู่อันจึงกดแท่งเอ็นร้อนที่เตรียมพร้อมแล้วเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาวใต้ร่างจนสุดลำ “อ๊าย.......................อื้อ.....จะ...เจ็บ” หลิวถิงถิงรู้สึกตัวผละริมฝีปากของตนออกจากปากของเขาก่อนที่จะร้องออกมาน้ำตาคลอ ซือมู่อันจูบซับน้ำตาให้ก่อนที่จะเอ่ยปลอบใจ “ฉันจะค่อยๆ ทำนะ...ถิงถิง ฉันจะทำให้เธอมีความสุข” เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนสะโพกหนาค่อยๆ ขยับเข้าออกจากช่องทางรักที่ยังคงคับแน่นจนเขาแทบคลั่ง จากจังหวะที่เนิบนาบซือมู่อันก็ค่อยๆ เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ จนร่างบางใต้ร่างหนาของตนเริ่มที่จะผ่อนคลายและคล้อยตาม“ตับๆๆๆๆๆ .........อ๊า......อ๊า......อ๊า........ตับๆๆๆๆๆ .........อืมถิงถิง” เสียงเนื้อกระทบเนื้อเสียงครางหวานทุ้มดังขึ้นป
“ยินดีด้วยนะลี่หลิน คุณจางหลง ในที่สุดก็จะลงเอยกันเสียที” เจ้าของร้านคนสวยเอ่ยแสดงความยินดีกับเพื่อนสาวทันทีที่เห็นคู่รักเดินเข้ามาในงานเลี้ยงขนาดเล็กภายในร้านของเธอ วันนี้ร้านของเธอปิดทำการขายหนึ่งวัน และได้นำขนมบางส่วนไปให้เด็กๆ ตามสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้ทาน ส่วนสามีสุดหล่อแถมสายเปย์ก็มอบทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสในนามของตระกูลซือ“จ้ะ ขอบใจเธอมากนะที่ทำให้เราสองคนได้รู้จักกัน” ลี่หลินเอ่ยขึ้นขณะที่เดินมาจับมือเพื่อนสาวคนสวยที่ราศีคุณนายจับ ผิวขาวเนียนผุดผ่องตามประสาคนไม่ค่อยโดนแสงแดด“มันเป็นพรหมลิขิตมากกว่า จริงไหมคะคุณจางหลง” ซือถิงถิงเอ่ยออกมาพร้อมกับเอ่ยถามบอดี้การ์ดมือซ้ายของสามีหนุ่มยิ้มๆ “ใช่ครับคุณนาย” จางหลงตอบพร้อมยิ้มกว้างออกมา ‘อันที่จริงก็เพราะคุณนายหนีไปทำงานที่เมืองเอ็มอยู่กับลี่หลินนั่นแหละครับผมถึงได้เจอเธอ’ จางหลงคิดในใจหากแต่เขาไม่พูดออกมาเพราะการหนีไปครั้งนั้นของเธอทำให้คุณชายซือผู้ที่เคยเย็นชาของเขากลับกลายเป็นคุณชายซือผู้คลั่งรักและแสนอบอุ่นกับภรรยาและลูกๆ ทั้งสองในวันนี้ สองหนุ่มสาวทักทายเจ้าของร้านคนสวยอยู่สักพักก่อนที่จะเข้าไปเล่นกับคุณชายน้อยและคุณหนูน้
5 ปีผ่านไป สองแฝดน้อยเติบโตมาเป็นเด็กดี และด้วยไอคิวและอีคิวที่สูงกว่าเด็กทั่วไปเลยทำให้ทั้งสองเด็กน้อยถูกเรียกว่าเด็กอัจฉริยะ ทั้งลู่ชิงและลู่เหลียนต่างเป็นที่รักของครอบครัว ครูอาจารย์และเพื่อนๆ ทั้งชั้นเรียน เพราะความเก่ง ฉลาด และมีนิสัยน่ารักน่าเอ็นดู ไม่ถือว่าตนอยู่ในตระกูลที่ยิ่งใหญ่หรือสูงส่ง ลู่ชิงและลู่เหลียนมีเพื่อนตั้งแต่ตระกูลธรรมดาไปจนถึงลูกเจ้าของบริษัท“แม่ครับ วันนี้ผมขอไปเตะบอลกับต้าเฟยนะครับ” เสียงเล็กๆ ของบุตรชายเอ่ยดังขึ้นหลังจากกลับมาจากโรงเรียน ต้าเฟยคือบุตรชายของต้าฉิน กับหลินหลิน ทั้งคู่ตัดสินใจแต่งงานและมีลูกในทันทีทำให้สองเด็กน้อยมีอายุห่างกันแค่สิบเดือนเท่านั้น“แล้วลู่เหลียนจะไปอยู่ไหนล่ะคะพี่ลู่ชิง” น้องสาวที่คลอดห่างกันไม่กี่นาทีเอ่ยถามพี่ชายขึ้นเพราะต้าเฟยนั้นก็เป็นผู้ชาย เด็กวัยเดียวกันกับเธอนั้นไม่มีเลย มีก็แต่น้องซูหนี่ว์ บุตรสาวของคุณน้าซือซือ ซุปตาร์สาวเพื่อนของมารดาที่อายุน้อยกว่าเธอไปถึงสามปี น้องเพิ่งจะได้สองขวบ เพราะคุณน้าซือซือเพิ่งตกลงแต่งงานกับคุณลุงเจียอีที่ตามจีบคุณน้ามาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย “เอาอย่างนี้ไหมคะลูก เดี๋ยวลู่เหลียนไปที
“ชอบเขาหรอวะจางหลง” ต้าฉินโพล่งถามขึ้นมาทันที จางหลงที่ยกน้ำขึ้นมากระดกพอดีน้ำแทบจะพุ่งพรวดออกจากปาก มือหนายกขึ้นมาเช็ดปากก่อนที่จะหันขวับไปมองใบหน้าหล่อเหลาของไอ้เพื่อนสนิท “เออ...ว่าแต่อาการของข้ามันมองออกขนาดนั้นเลยหรอวะ” จางหลงเอ่ยถามขึ้นเสียงหลง “มาก ไม่ค่อยแสดงออกเลยฮ่าๆๆ” “เออ..ใครมันจะไปเก็บความรู้สึกเก่งแบบแก ระวังเถอะ ระวังสุนัขคาบไปรับประทาน แม่นักข่าวสาวเพื่อนสนิทของแกน่ะ” จางหลงไม่ยอมให้เพื่อนมาแขวะอยู่ฝ่ายเดียว เลยเอาความลับที่รู้มาแขวะเพื่อนกลับไปเช่นกัน ต้าฉินมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างตกใจ “เฮ้ย!! แล้วแกรู้ได้ไงวะ ฉันไม่เคยแสดงออกเลยนะ” ต้าฉินอุทานพร้อมเอ่ยถามด้วยความสงสัยปนตกใจ “ก็แกน่ะคบผู้หญิงสักคนที่ไหน ก็เห็นจะมีแต่หลินหลินคนเดียวที่แกคุยด้วย โถ่!! ไอ้ต้าฉินอย่าคิดว่าแกถือไพ่เหนือกว่าคนเดียวสิวะ ขนาดเรื่องนี้คุณชายยังรู้เลยฮ่าๆๆๆ” จางหลงเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ต้าฉินตาเบิกโพลงเขาไม่คิดว่าคุณชายผู้ที่ไม่สนใจเรื่องราวใดๆ แต่ดันมารู้เรื่องของหัวใจที่เขาปิดบังเอาไว้สองหนุ่มหยอกล้อกันระหว่างที่นั่งคุมเชิงอยู่หน้าห้องพักฟื้นVVIPของคุณนายซือ
หกเดือนต่อมา และแล้วช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึงวันที่สองแฝดน้อยได้กำหนดการในการลืมตามาดูโลก คุณนายใหญ่ดูจะเป็นผู้ที่ตื่นเต้นกว่าใครทั้งหมด ด้วยยังไม่รู้ว่าหลานๆ ของตนนั้นเป็นเพศไหน เพราะทั้งบุตรชายและสะใภ้ต่างอยากจะรอลุ้นในวันคลอดทีเดียว ผู้เป็นย่าจึงทำได้แค่เพียงรอคอยและเตรียมชื่อไว้ให้สองแฝดเท่านั้น ซือมู่อันตื่นเต้นไม่แพ้กัน เขาคอยทะนุถนอมดูแลเอาใจใส่ภรรยาสาวมาเป็นอย่างดี แถมเขายังงดเรื่องบนเตียงมาได้เกือบสามเดือนแล้ว เนื่องจากกลัวว่าจะกระทบกระเทือนไปถึงลูกน้อยทั้งสอง ซือถิงถิงเคยพูดเล่นให้เขาไปทำแบบเดิมช่วงที่เธอไม่สามารถมอบความสุขให้เขาได้ แต่ผู้ชายแบบเขาก็ไม่มีทางผิดคำพูดที่เคยให้ไว้กับภรรยาเด็ดขาด เขาเลือกที่จะช่วยตนเองและออกกำลังกาย แทนการไปปลดปล่อยกับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของตน “สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะพ่อ สวัสดีค่ะพี่ตงตง ถิงถิงเข้าห้องคลอดไปนานหรือยังคะ” เสียงหวานจากซุปตาร์สาวที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังในขณะนี้เอ่ยทักทายครอบครัวของเพื่อนสนิท ก่อนที่จะถามถึงเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “อ้าว สวัสดีจ้ะหนูซือซือ เข้าไปได้สักพักแล้วจ้ะ เห็นว่าจะคลอดเองนะ แม่ก็อดท
หลิวถิงถิงเขินจนหน้าแดง ก่อนที่จะหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ของสามีหนุ่มอย่างหมั่นไส้ และหันไปมองสองบอดี้การ์ดหนุ่มข้างหลังก็พบว่าคนทั้งคู่กำลังมองไปทางอื่นเลยถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างรู้สึกโล่งใจที่สองบอดี้การ์ดหนุ่มไม่ทันเห็น แต่หารู้ไม่ว่าริมฝีปากหนาของทั้งจางหลงและต้าฉินยกยิ้มขึ้นมาอย่างขบขันเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่แผนกบัญชีและการเงิน ร่างอวบอิ่มในชุดเดรสสีขาวลายดอกไม้ก็เดินออกมาจากลิฟต์อย่างสง่างาม พร้อมด้วยบอดี้การ์ดหนุ่มอย่างจางหลงที่มาคอยดูแลความปลอดภัยให้กับคุณนายซือ สี่สาวและสองหนุ่มมองมาที่หญิงสาวในสถานะใหม่อย่างตกตะลึง ก่อนที่ทุกคนจะรีบเดินออกมายืนเรียงกันเป็นหน้ากระดานเพื่อต้อนรับคุณนายซือ“สวัสดีค่ะพี่จินหยูและพี่ๆ ทุกคน สบายดีกันไหมคะ” เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ผู้จัดการแผนกมองไปที่หญิงสาวที่มีรูปร่างอวบอิ่มอย่างตื่นเต้นและดีใจ“พี่สบายดีค่ะ น้องถิงถิง เอ่อ...คุณนายซือก็สบายดีใช่ไหมคะ” หญิงสูงวัยกว่าทักทายกลับก่อนที่จะเอ่ยถามภรรยาของท่านประธาน“เรียกว่าถิงถิงเหมือนเดิมก็ได้ค่ะพี่จินหยู พี่ๆ ทุกคนด้วยนะคะ”“ไม่ได้หรอกค่ะ ตอนนี้น้องถิงถิง..เอ
เรือนร่างบอบบางเปลือยเปล่านอนกอดก่ายอยู่บนเรือนร่างหนั่นแน่นที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของสามีหมาดๆ เปลือกตาบางหลับพริ้มอย่างมีความสุขหลังจากผ่านค่ำคืนที่บ่งบอกว่าเธอและเขาคือคนคนเดียวกันโดยสมบูรณ์ วงแขนอบอุ่นโอบกอดเธอเอาไว้ราวกับไม่ต้องการให้เธอจากไปไหน แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาภายในห้องเป็นการเตือนว่าเช้านี้ทั้งสองชีวิตได้เริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่อย่างแท้จริงแล้ว ร่างหนาของซือมู่อันค่อยๆ ขยับร่างระหงของภรรยาสาวที่ยังนอนหลับอยู่บนหน้าอกของเขาด้วยสีหน้าที่แสดงออกมาถึงความสุข มือเรียวดึงผ้าห่มมาคลุมร่างอวบอิ่มของภรรยาสาวเอาไว้ก่อนที่สายตาคมที่ทอแสงแห่งความอบอุ่นส่งไปยามมองไปที่ใบหน้าสวย เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นอนก่อนที่จะตรงไปเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย ในเวลาต่อมาร่างหนาในชุดคลุมสีขาวเดินตรงไปยังส่วนของห้องครัว มื้อนี้เขาจะเป็นคนลงมือทำอาหารเช้ามื้อแรกสำหรับภรรยาคนสวยของเขา ขณะที่มือเรียวยาวของพ่อครัวหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกำลังจับตะหลิวคนโจ๊กร้อนๆ อยู่ที่หน้าเตา ช่วงเอวสอบก็ถูกลำแขนเสลาสอดเข้ามากอดจากทางด้านหลัง ริมฝีปากบางสีกุหลาบยกยิ้มขึ้นมาอย่างอบอุ่น“กำลังทำอะไรอยู่คะ...คุณสามี” เสียงหว
การที่ไม่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสแบบสากลในตอนเย็นนั้นเป็นความต้องการของเจ้าสาวเอง ไม่ใช่เพราะเธออยากที่จะช่วยทางเจ้าบ่าวประหยัดงบหนือเกรงใจ แต่เป็นเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกเพลียง่ายและง่วงนอนเร็ว เลยเลือกที่จะทำพิธีแบบจีนอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างคุณชายซือก็ไม่ขัด ถึงแม้ว่ามารดาจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม เพราะความที่อยากจะกู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกสะใภ้ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะเธอเอาหลานๆ ในท้องมาอ้างว่าหากเธอเพลียอาจจะไม่เป็นผลดีกับสองแฝดน้อยในครรภ์คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองแอลพอรถจอดซือมู่อันก็อุ้มร่างบอบบางที่เริ่มอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของภรรยาขึ้นก่อนที่สองขาแข็งแรงจะก้าวยาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดขึ้นมาทันทีที่มองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันก่อนที่จะจัดพิธีแต่งงานมาได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว คนถูกมองเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าภรรยาตัวน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแอบมองเขาอยู่ แต่นั่นไม่จริงเลยสักนิด เขากำลังตั้งใจอุ้มเธอด้วยความระมัดระวังเพราะมีลูกๆ สองคนอยู่ในท้องของเธอ ประตูคอนโดถูกเปิดออกโดยสองหนุ่มบอดี้ก
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้เป็นวันที่ใครหลายคนเฝ้าจับตาและรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซือซึ่งงานนั้นถูกจัดขึ้นภายในอาณาจักรตระกูลซือที่มีพื้นที่เกือบร้อยไร่ และเหตุผลที่เลือกจัดงานโดยใช้สถานที่เดียวในวันนี้ก็เพราะที่บ้านของเจ้าสาวนั้นค่อนข้างที่จะคับแคบ คุณนายใหญ่แห่งตระกูลซือเลยออกความเห็นว่าให้จัดที่บ้านเจ้าบ่าวและไปเข้าหอกันที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองของเจ้าบ่าว ทางฝ่ายเจ้าสาวที่มีญาติเหลือเพียงสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีเจ้าสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงสไตล์เรียบหรูแบบผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป ทรงผมถูกทักเปียเก็บอย่างสวยงามมีปิ่นเงินปิ่นทองและใบทับทิมพร้อมดอกไม้สดประดับอยู่ข้างหลังส่งกลิ่นหอมอบอวลด้วยเจ้าสาวนั้นชอบกลิ่นของมันจึงไม่ใช่ปัญหาของอาการแพ้ท้องที่ตอนนี้ครบกำหนดสามเดือนแล้ว ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ร่างระหงกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวมารับตัวเพื่อลงไปประกอบพิธี ขั้นตอนนี้ผ่านพิธีมอบสินสอดและสวมแหวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่รอให้เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวพาไปเข้าหอ “เธอสวยมากเล
หลิวถิงถิงมองพนักงานทั้งสองด้วยรอยยิ้ม เธอยังไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นผู้หญิงทั้งสองคือใคร เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสากลขึ้นมาเบาๆ ซึ่งเธอก็จำได้ว่ามันเป็นเพลง Perfect ของEd Sheeran และมาถึงช่วงจังหวะทำนองWell, I found a woman, stronger than anyone I knowShe shares my dreams, I hope that someday I'll share her homeI found a love, to carry more than just my secretsTo carry love, to carry children of our own ร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายซือก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ บริกรสาวภายใต้หน้ากากเปิดฝาที่ครอบถาดกลมเอาไว้ออก ซึ่งเผยให้เห็นว่าภายในมีกระปุกกลมสีทองวางอยู่ มือเรียวของซือมู่อันยื่นไปหยิบมาถือไว้ หลิวถิงถิงรู้สึกใจเต้นแรงแทบจะไม่เป็นจังหวะก่อนที่เธอจะมองไปที่บริกรสาวทั้งสองอย่างคุ้นเคย หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป กล่องสีทองก็ถูกว่าที่สามีสุดหล่อของเธอเปิดออกตรงหน้า แหวนเพชรวงเล็กแต่มีเพชรล้อมรอบส่งแสงระยิบระยับดูงามตา พอถึงตอนนี้เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังถูกเขาขอแต่งงาน “มาเป็นคน