หลิวถิงถิงอดหวั่นใจที่จะต้องพบกับซือมู่อันในวันรุ่งขึ้นไม่ได้ แต่เธอก็บอกใครไม่ได้เช่นกันแม้แต่สองเพื่อนสนิทของเธอ วันนี้ท่าทางของเขาที่ร้านอาหารอดทำให้เธอรู้สึกแปลกใจไม่ได้ เธอไม่เข้าใจว่าเขาไม่พอใจอะไร หรือโมโหใครมา แต่มันต้องไม่เชื่อเรื่องบังเอิญแน่ๆ ที่คนอย่างคุณชายซือจะมารับประทานอาหารร้านที่เธอและเพื่อนๆ ไปกันมาวันนี้ หลิวถิงถิงคิดไม่ตกก่อนที่จะผล็อยหลับไป “ถิงถิงวันนี้เธอจะออกไปไหน ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม” จ้าวซือซือเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย เธอมองเห็นว่าเพื่อนสาวนั้นทำตัวแปลกๆ ตั้งแต่กลับมาจากเยี่ยมพี่ชายครั้งก่อน “อ่ะ..เอ่อ เรามีธุระต้องออกไปทำข้างนอกน่ะ” หลิวถิงถิงตอบขณะที่กำลังเดินไปอาบน้ำในห้องน้ำส่วนตัวของห้องพัก จ้าวซือซือกับเฉินเหม่ยหานมองตามด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรอีก เพราะถ้าเพื่อนไม่อยากให้รู้เธอก็จะไม่ซักไซ้ให้มากความ หนึ่งชั่วโมงต่อมาหลิวถิงถิงในชุดเดรสสีชมพูสวมรองเท้าหุ้มส้นสีขาวเดินมาขึ้นรถตู้ที่ติดฟิล์มสีดำรอบคันที่ถูกขับมารออยู่ก่อนแล้วตรงสถานที่ที่เขานัดหมายเอาไว้ “เราจะไปที่ไหนกันคะ” สาวสวยเอ่ยถามหนึ่งในบอดี้การ์ดข้างกายของคุณชายซือซึ่งเธอจำหน
“เด็กดี อย่าดื้อกับฉันเลยนะ” ซือมู่อันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หลิวถิงถิงใจสั่น“คุณมีอะไรจะคุยกับดิฉันหรือคะ” หญิงสาวทำใจกล้าเอ่ยถามไปอีกครั้ง มือหนาหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมาจิบอีกครั้งก่อนที่จะรินบรั่นดีใส่แก้วอีกใบให้กับหญิงสาว“ก็จะเรียกเด็กดื้อมาทำโทษน่ะสิ” เสียงทุ้มติดเย็นชาเอ่ยขึ้นจนหลิวถิงถิงอดที่จะขนลุกไม่ได้“ดื่มนี่ซะ แล้วฉันจะถือว่าเธอไม่ได้ขัดคำสั่งอะไรฉัน” ซือมู่อันหยิบแก้วบรั่นดีอีกแก้วขึ้นมายื่นให้หญิงสาว ‘กลิ่นกายของเธอมันช่างเย้ายวนและดึงดูดเขายิ่งนัก เขาไม่เคยมีความต้องการใครอย่างที่ต้องการเธอเลยสักครั้ง หรือเธอจะเป็นนังแม่มด’ ซือมู่อันคิดในใจขณะที่สายตาคมก็ยังจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยของหญิงสาวตรงหน้า “ม่ะ..ไม่ดื่มได้ไหมคะ คุณก็รู้ว่าดิฉันไม่ชอบดื่มอะไรพวกนี้” หลิวถิงถิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “หรือเธออยากจะให้ฉันลงโทษแบบอื่น เรื่องที่เธอฝ่าฝืนคำสั่งของฉันหึๆ” เสียงเยือกเย็นพูดออกมากก่อนที่สายตาคมจะมองไปที่ริมฝีปากสวยที่เขาเคยได้ฉกชิมมาก่อนหน้านี้ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนสักคนที่เขาเคยจูบด้วย แต่กับเธอคนนี้ทำไมเขาต้องการมันยิ่งนัก หลิวถิงถิงหลบสายตาที่มองเธอรา
อารมณ์สวาทมักจะทำให้คนเราหลงลืมความถูกผิดและความยับยั้งชั่งใจ หลิวถิงถิงปล่อยตัวและปล่อยใจให้ซือมู่อันจับจูงไปตามอารมณ์ มือหนาคว้าเอาเครื่องป้องกันเข้ามาสวมใส่แท่งเอ็นร้อนของตนเอาไว้อย่างรวดเร็ว ริมฝีปากสีกุหลาบก็ยังไม่ได้ละออกจากริมฝีปากนุ่มสีชมพู ทันทีที่ทุกอย่างพร้อมซือมู่อันจึงกดแท่งเอ็นร้อนที่เตรียมพร้อมแล้วเข้าไปในช่องทางรักของหญิงสาวใต้ร่างจนสุดลำ “อ๊าย.......................อื้อ.....จะ...เจ็บ” หลิวถิงถิงรู้สึกตัวผละริมฝีปากของตนออกจากปากของเขาก่อนที่จะร้องออกมาน้ำตาคลอ ซือมู่อันจูบซับน้ำตาให้ก่อนที่จะเอ่ยปลอบใจ “ฉันจะค่อยๆ ทำนะ...ถิงถิง ฉันจะทำให้เธอมีความสุข” เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนโยนสะโพกหนาค่อยๆ ขยับเข้าออกจากช่องทางรักที่ยังคงคับแน่นจนเขาแทบคลั่ง จากจังหวะที่เนิบนาบซือมู่อันก็ค่อยๆ เร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ จนร่างบางใต้ร่างหนาของตนเริ่มที่จะผ่อนคลายและคล้อยตาม“ตับๆๆๆๆๆ .........อ๊า......อ๊า......อ๊า........ตับๆๆๆๆๆ .........อืมถิงถิง” เสียงเนื้อกระทบเนื้อเสียงครางหวานทุ้มดังขึ้นป
“อืม..............กี่โมงแล้วเนี่ย” เสียงทุ้มครางก่อนที่จะเอ่ยถามคนในอ้อมกอด “อ่ะ....เอ่อ ปะปล่อยดิฉันก่อนค่ะ” หญิงสาวพยายามดันตัวออกจากอ้อมกอดอันอบอุ่นของชายหนุ่ม “ทำไมล่ะถิงถิง เธอไม่ชอบที่ฉันนอนกอดเธอหรอ เธอรู้ไหมว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะที่ฉันนอนด้วยหลังจากที่เราทำเรื่องอย่างว่ากันแล้ว” ซือมู่อันเอ่ยถามหญิงสาว ก่อนที่จะพูดออกมาราวกับว่าเขากับเธอนอนด้วยกันบ่อยๆ หญิงสาวใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดด้วยความอาย “ฉะ...ฉันต้องกลับมหาวิทยาลัยแล้วค่ะ” เมื่อได้เห็นเวลาหญิงสาวจึงรีบบอกกับชายหนุ่มทันที “เธอ.....จะดื้อกับฉันอีกไหมถิงถิง” คำถามที่หลิวถิงถิงฟังแล้วใจอ่อนยวบดังออกมาจากริมฝีปากสีกุหลาบ “ม่ะ...ไม่แล้วค่ะ” หลิวถิงถิงตอบก่อนที่จะพยายามลุกจากที่นอน แต่เธอคงลืมว่าร่างกายของเธอนั้นเปลือยเปล่า “ว้าย.............” หญิงสาวอุทานออกมาอย่างตกใจ เพราะเธอนั้นลุกจากที่นอนโดยที่ร่างกายนั้นไม่ได้มีเสื้อผ้าติดต
หลังจากที่จางหลงมาส่งหลิวถิงถิงแถวข้างๆ มหาวิทยาลัยตามคำสั่งของคุณชาย เขาก็รีบกลับไปทันที เพราะวันนี้คุณชายซือมีนัดในตอนเย็น หลิวถิงถิงพอลงจากรถได้ก็แทบจะทรุดอยู่ตรงนั้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมร่างกายของเธอถึงไม่เคยต่อต้านเขาได้เลย “ถิงถิง” ร่างบางสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย “ใครมาส่งอะ แล้วตกลงออกไปไหนมา” จ้าวซือซือเอ่ยถามเพื่อนด้วยความสงสัย เธอและเฉินเหม่ยหานมาซื้ออาหารไปทานกลางวันกันที่ห้องแต่บังเอิญมาเห็นเพื่อนสนิทลงมาจากรถตู้ติดฟิล์มสีดำทั้งคันพอดี “นั่นสิ รถตู้คันเมื่อกี้น่ะ แล้วเธอเป็นอะไรดูหน้าเธอซีดๆนะ ไม่สบายหรือเปล่า” เฉินเหม่ยหานถามต่อก่อนที่จะสังเกตใบหน้าเพื่อนสาว และพฤติกรรมหลังจากการลงมาจากรถคันนั้นอีก “ป่ะเปล่าไม่ได้เป็นอะไร...พอดีฉันติดรถเขามาน่ะ เขาเจอฉันตอนเดินอยู่ข้างถนนแล้วเห็นเหมือนจะเป็นลมเลยเข้ามาช่วย” หลิวถิงถิงพยายามเบี่ยงเบนเธอตอบเพื่อนและพยายามหลบตา “ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันนะถิงถิง” จ้าวซือซือเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเดินไปจับแขนเพื่อ
“พิเศษ พิเศษยังไงหรอ” หลิวถิงถิงเอ่ยถามด้วยความงุนงง“ก็หนึ่ง คุณชายซือไม่เคยอุปการะเด็กผู้หญิงมาก่อน และเธอก็เป็นคนแรก สอง คุณชายซือไม่เคยมาพบเด็กอุปการะเป็นการส่วนตัวหรือพาไปทานข้าวข้างนอก สาม คุณชายซือไม่เคยให้ความช่วยเหลือคนในครอบครัวของเด็กในอุปการะ สี่ คุณชายซือไม่เข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเด็กในอุปการะ และห้า เขาไม่เคยมีของขวัญให้กับเด็กในอุปการะหรือผู้หญิงคนไหน เธอเป็นคนแรกที่ได้มันมาถิงถิง” สิ้นเสียงพูดของจ้าวซือซือหลิวถิงถิงถึงกับต้องคิดตามและก็เห็นว่ามันเป็นความจริงอย่างที่เพื่อนเธอว่า ‘ทำไมกันนะ ทำไมเขาถึงทำในสิ่งที่ไม่เคยทำกับคนอื่น แต่มาทำกับเธอ เขานอนกับเธอสองครั้งและนอนกอดเธอหลังจากที่ร่วมรักกันแล้ว มันแปลกไปหมดแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาก็ชอบเธอเหมือนที่เธอชอบเขาเหมือนกัน เธอก็แค่ผู้หญิงที่ไร้ค่า คนที่อยู่สูงเสียดฟ้าอย่างเขาจะมาชอบคนอย่างเธอได้อย่างไร’จ้าวซือซือและเฉินเหม่ยหานเลิกเซ้าซี้และจับผิดเพื่อนสาวอีก หลังจากทิ้งสิ่งที่ทั้งสองคนก็อยากรู้ให้เพื่อนสาวได้ลองหาคำตอบ หลิวถิงถิงเดินเข้าไปในห
ซือมู่อันส่งยิ้มให้กับมารดาก่อนที่จะเข้าไปนั่งลงข้างๆ นางซือหลินซู่มองไปที่บุตรชายด้วยสายตาจับผิดและแอบผิดหวังไม่น้อยกับเรื่องราวที่ได้ยินมา “ทำไมแม่ทำหน้าแบบนี้ล่ะครับ ใครทำอะไรให้แม่ไม่พอใจหรือเปล่า” ซือมู่อันเอ่ยถามมารดาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งต่างจากเวลาที่เขาอยู่ข้างนอกมากมายนัก “ไม่ต้องมายิ้มให้แม่เลย มู่อันไปทำอะไรผิดมารู้ตัวบ้างไหม” นางซือหลินซู่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อะไรครับแม่ ผมก็เพิ่งไปเซ็นสัญญาร่วมงามกับนักธุรกิจเมืองเอสมา ผมจะมีเวลาไปทำผิดอะไรที่ไหนล่ะครับ” ซือมู่อันเอ่ยออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้มารดาอยากที่จะหยิกเนื้อเขาให้ขาดขนาดไหน “ยังมีหน้าบอกว่าไม่มีเวลาไปทำผิด แต่พาเด็กเข้าโรงแรมมาเนี่ยนะ” พอนางซือหลินซู่เอ่ยจบซือมู่อันก็ถึงกับอ๋อทันที “มันก็เรื่องปกติของผมไหมล่ะครับแม่ ลูกผู้ชายมันก็ต้องมีปลดปล่อยกันบ้าง ทุกทีแม่ไม่เห็นจะสนใจนี่ครับ” เขาตอบมารดาออกมาอย่างไม่ได้รู้สึกผิดอะไร “แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน แม่ถามจริงเด็กคนนั้นเขาเต็มใจนอนกับเราไหม” นางซือหลินซู่ได้รับรายงานมาจากสายของเธอซึ่งเป็นคนที่ไว้ใจได้ ว่าบุตรชายของเธอนั้นพาเด็กวัยมหาวิท
“แม่ว่า ลูกชายของแม่อาจจะกำลังตกหลุมรักเด็กสาวคนนั้นเข้าแล้วก็ได้นะ มู่อัน...ถ้าลูกรักใครแม่ก็รักด้วย ไม่ว่าเธอจะฐานะยากดีมีจน แม่ขอแค่เธอรักลูกและเป็นคนดีแค่นั้นพอ” นางซือหลินซู่ใช้น้ำเสียงที่อ่อนลง “ไม่ครับ ผมไม่มีทางรักเธอแน่ๆ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่คู่ควรให้ผมรักได้เลย” ซือมู่อันรีบปฏิเสธมารดาและเขาก็ไม่รู้เลยว่าเขาก็กำลังที่จะปฏิเสธหัวใจตัวเองเช่นกัน “แล้วผู้หญิงแบบไหนกันล่ะที่ลูกคิดว่าคู่ควรให้ลูกรัก สักวันลูกจะเข้าใจ ว่าความรักที่แท้จริงคืออะไร แต่กว่าจะถึงวันนั้นลูกอาจจะต้องสูญเสียเธอไป วันที่ลูกไม่มีโอกาสได้บอกกับเธออีก หากวันนั้นมาถึงคนที่จะเสียใจที่สุดก็คือลูกเอง ลูกจะหวนกลับมาคิดว่าทำไมวันนี้ลูกถึงไม่บอกรักเธอ” นางซือหลินซู่เอ่ยออกมาพร้อมน้ำตา เธอกำลังคิดถึงสามีที่ลาจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร ทิ้งเธอและบุตรชายให้อยู่กันตามลำพังในอาณาจักรที่เขาสร้างไว้แต่เขาก็มีชีวิตอยู่เพียงไม่นาน มัจจุราชใจร้ายในรูปของยานพาหนะมาพรากหัวใจของเธอไป ตอนที่เขามีชีวิตอยู่เธอไม่ค่อยได้บอกรักสามีบ่อยนักจนเขาคิดว่าเธอไม่รัก ทั้งๆ ที่ความจริงเธอรักเขาหมดทั้งหัวใจ และตอนนี้เธอก็ยังคงคิดถึงเขาเสมอ ซื
การที่ไม่จัดพิธีฉลองมงคลสมรสแบบสากลในตอนเย็นนั้นเป็นความต้องการของเจ้าสาวเอง ไม่ใช่เพราะเธออยากที่จะช่วยทางเจ้าบ่าวประหยัดงบหนือเกรงใจ แต่เป็นเพราะช่วงนี้เธอรู้สึกเพลียง่ายและง่วงนอนเร็ว เลยเลือกที่จะทำพิธีแบบจีนอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งเจ้าบ่าวอย่างคุณชายซือก็ไม่ขัด ถึงแม้ว่ามารดาจะไม่ค่อยเห็นด้วยก็ตาม เพราะความที่อยากจะกู้ศักดิ์ศรีให้กับลูกสะใภ้ แต่ก็ต้องจำยอมเพราะเธอเอาหลานๆ ในท้องมาอ้างว่าหากเธอเพลียอาจจะไม่เป็นผลดีกับสองแฝดน้อยในครรภ์คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองแอลพอรถจอดซือมู่อันก็อุ้มร่างบอบบางที่เริ่มอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของภรรยาขึ้นก่อนที่สองขาแข็งแรงจะก้าวยาวๆ ตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัว ใบหน้าหวานขึ้นสีเลือดฝาดขึ้นมาทันทีที่มองใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ทั้งสองได้จดทะเบียนสมรสกันก่อนที่จะจัดพิธีแต่งงานมาได้สัปดาห์หนึ่งแล้ว คนถูกมองเหมือนจะไม่รู้ตัวว่าภรรยาตัวน้อยในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแอบมองเขาอยู่ แต่นั่นไม่จริงเลยสักนิด เขากำลังตั้งใจอุ้มเธอด้วยความระมัดระวังเพราะมีลูกๆ สองคนอยู่ในท้องของเธอ ประตูคอนโดถูกเปิดออกโดยสองหนุ่มบอดี้ก
หนึ่งเดือนต่อมาวันนี้เป็นวันที่ใครหลายคนเฝ้าจับตาและรอคอย นั่นก็คือวันแต่งงานของทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซือซึ่งงานนั้นถูกจัดขึ้นภายในอาณาจักรตระกูลซือที่มีพื้นที่เกือบร้อยไร่ และเหตุผลที่เลือกจัดงานโดยใช้สถานที่เดียวในวันนี้ก็เพราะที่บ้านของเจ้าสาวนั้นค่อนข้างที่จะคับแคบ คุณนายใหญ่แห่งตระกูลซือเลยออกความเห็นว่าให้จัดที่บ้านเจ้าบ่าวและไปเข้าหอกันที่คอนโดสุดหรูใจกลางเมืองของเจ้าบ่าว ทางฝ่ายเจ้าสาวที่มีญาติเหลือเพียงสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรภายในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีเจ้าสาวแสนสวยในชุดกี่เพ้าสีแดงสไตล์เรียบหรูแบบผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรป ทรงผมถูกทักเปียเก็บอย่างสวยงามมีปิ่นเงินปิ่นทองและใบทับทิมพร้อมดอกไม้สดประดับอยู่ข้างหลังส่งกลิ่นหอมอบอวลด้วยเจ้าสาวนั้นชอบกลิ่นของมันจึงไม่ใช่ปัญหาของอาการแพ้ท้องที่ตอนนี้ครบกำหนดสามเดือนแล้ว ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ร่างระหงกำลังนั่งรอเจ้าบ่าวมารับตัวเพื่อลงไปประกอบพิธี ขั้นตอนนี้ผ่านพิธีมอบสินสอดและสวมแหวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือก็แต่รอให้เจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวพาไปเข้าหอ “เธอสวยมากเล
หลิวถิงถิงมองพนักงานทั้งสองด้วยรอยยิ้ม เธอยังไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากนั้นผู้หญิงทั้งสองคือใคร เสียงดนตรีบรรเลงเพลงสากลขึ้นมาเบาๆ ซึ่งเธอก็จำได้ว่ามันเป็นเพลง Perfect ของEd Sheeran และมาถึงช่วงจังหวะทำนองWell, I found a woman, stronger than anyone I knowShe shares my dreams, I hope that someday I'll share her homeI found a love, to carry more than just my secretsTo carry love, to carry children of our own ร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาของคุณชายซือก็ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินเข้าไปคุกเข่าลงข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ บริกรสาวภายใต้หน้ากากเปิดฝาที่ครอบถาดกลมเอาไว้ออก ซึ่งเผยให้เห็นว่าภายในมีกระปุกกลมสีทองวางอยู่ มือเรียวของซือมู่อันยื่นไปหยิบมาถือไว้ หลิวถิงถิงรู้สึกใจเต้นแรงแทบจะไม่เป็นจังหวะก่อนที่เธอจะมองไปที่บริกรสาวทั้งสองอย่างคุ้นเคย หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไรออกไป กล่องสีทองก็ถูกว่าที่สามีสุดหล่อของเธอเปิดออกตรงหน้า แหวนเพชรวงเล็กแต่มีเพชรล้อมรอบส่งแสงระยิบระยับดูงามตา พอถึงตอนนี้เธอจึงเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังถูกเขาขอแต่งงาน “มาเป็นคน
ร่างสูงโปร่งที่เดินโอบไหล่บอบบางเรือนร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลของว่าที่ภรรยาสาวเข้ามาภายในบ้านมองไปที่มารดาอย่างงุนงง ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “เดินไปเดินมาทำไมครับแม่ เดี๋ยวก็เวียนหัวหรอก” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยขณะจับจูงโอบประคองภรรยาสาวให้ไปนั่งลงที่โซฟานุ่มภายในห้องรับแขก“มากันพอดีเลย แหม...แม่โทรไปไม่รับเลยนะ แม่อยากจะรู้ว่าหนูถิงถิงท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นี่อะไรกันไม่ยอมรับสายแม่เลย แม่โทรหาหนูตั้งหลายที ส่วนลูกโทรศัพท์ทำไมทิ้งไว้ในรถแบบนั้น เวลามีงานด่วนเข้ามาจะรู้ได้ยัง” พอนั่งลงปุ๊บคุณนายใหญ่ก็อดที่จะบ่นออกมาให้กับสองหนุ่มสาวไม่ได้ “ขอโทษค่ะแม่ พอดีหนูปิดเสียงเปิดสั่นเอาไว้” ว่าที่ลูกสะใภ้ตอบด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดขึ้นมาทันที “ผมก็รีบพาน้องไปตรวจไงครับ เลยไม่ได้พกโทรศัพท์ลงไปด้วย” ซือมู่อันเอ่ยออกมาบ้าง “แล้วเป็นไงลูก สรุปหนูท้องได้กี่เดือนแล้ว แล้วหลานคนแรกของแม่เป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” คุณนายใหญ่ถอนหายใจออกมาอย่
วันต่อมา หลังจากจัดการเตรียมสถานที่สำหรับการเซอร์ไพร้ส์ขอแต่งงานครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตเรียบร้อยแล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่เขาตัดสินใจจะขอว่าที่ภรรยาสาวแต่งงาน แต่ในตอนเช้าเขานั้นมีแพลนว่าจะพาเธอไปตรวจครรภ์และฝากครรภ์กับแพทย์หญิงที่เขานั้นรู้จัก เธอเป็นภรรยาของเพื่อนต่างเมืองแต่เธอนั้นย้ายมาประจำอยู่ที่เมืองแอลตั้งแต่เมื่อสามเดือนก่อน“สวัสดีเจียวมี่ เธอสบายดีนะ ลู่เพ่ยเป็นยังไงบ้าง เขายอมย้ายตามเธอมาหรือยัง” เสียงเข้มติดเย็นชาเอ่ยทักทายภรรยาของเพื่อนที่เป็นสูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเมืองแอลแห่งนี้“สบายดีมู่อัน ลูเพ่ยเขาก็เป็นแบบนั้นแหละ ไม่ย้ายมาหรอกแต่ขอบอกว่ามาหาบ่อยมากคิกๆๆ” แพทย์หญิงเอ่ยทักทายเพื่อนสามีกลับเช่นกัน ก่อนที่จะหลี่ตามองสาวน้อยหน้าหวานข้างๆ เพื่อนของสามีด้วยแววตาสงสัย “อ้อ......นี่ถิงถิงว่าที่ภรรยาของฉันเอง วันนี้ฉันพาเธอมาตรวจครรภ์ พร้อมฝากครรภ์กับเธอไปด้วยเลย” คำบอกเล่าแนะนำแม่สาวน้อยข้างกายของเพื่อนสามีทำเอาคุณหมอสาวตกใจแบบไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่หวงความโสดแบบคุณชาย
การวางแผนของซือมู่อันและคนสนิทของหลิวถิงถิงเป็นไปอย่างลับๆ โดยที่หลิวถิงถิงไม่รู้เรื่องเลย ทางด้านคุณนายซือที่ออกไปพบกับบิดาของหลิวถิงถิงก็อดที่จะทำให้ฝ่ายนั้นตกอกตกใจไม่ได้ แต่พอได้รู้ว่าผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้มาสู่ขอบุตรสาวของตนให้กับบุตรชาย ใบหน้ากังวลจึงแปรเปลี่ยนเป็นยินดี “ขอบพระคุณคุณนายกับคุณชายซือนะครับที่ให้เกียรติลูกสาวของผม ถ้าถิงถิงตกลงผมก็ไม่ขัดข้องอะไรหรอกครับ” ใบหน้าเหี่ยวย่นไปตามวัยเปื้อนรอยยิ้มแห่งความสุข ใครจะไปคิดว่าบุตรสาวของตนจะได้แต่งเข้าไปในตระกูลที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลของเมืองแอล “อย่าพูดอย่างนั้นเลยค่ะ เพราะลูกชายของดิฉันทำอะไรข้ามขั้นตอนไปมาก การมาสู่ขอให้ถูกต้องตามประเพณีก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่ควรแล้วค่ะ” ซือหลินซู่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้ามขั้นตอน หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าลูกสาวของผมชอบพออยู่กับคุณชาย อาจจะเป็นเพราะผมไม่ใช่พ่อที่ดีมากด้วยแหละครับ ถึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องส่วนตัวของลูกๆ” น้ำเสียงงุนงงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นสลดลงเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ใช่พ่อที่ดีที่ใส่
เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนที่มารดาของว่าที่สามีเตรียมไว้ให้ก็ต้องตกตะลึงกับความกว้างขวางใหญ่โต ดวงตากลมโตมองไปที่เตียงกว้างขนาดหกฟุตซึ่งมีทั้งตุ๊กตา หมอนหนุนสีหวานและหมอนข้างแสนนุ่มวางอยู่บนเตียง ก่อนที่ขาเรียวจะพาร่างระหงของเธอตรงไปที่เตียง เพราะเมื่อคืนตื่นเต้นจนนอนไม่หลับเลยทำให้เธอรู้สึกง่วงเป็นอย่างมาก ร่างบางปีนป่ายขึ้นไปนอนบนเตียงนุ่มที่มีผ้าปูสีชมพูแสนหวานแล้วล้มตัวลงนอนเปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงโดยที่ไม่รู้สึกตัวอีกเลย“อะไรกันมู่อัน ไปพาน้องมาแต่ไม่ขอน้องแต่งงานเนี่ยนะ แม่ถามลูกจริงๆ ลูกพาน้องกลับมาบ้านในฐานะอะไร แม่ของลูก ผู้ที่หญิงที่รัก หรือแค่ผู้หญิงที่มีไว้เพื่อมีทายาทให้เท่านั้น” คำถามของผู้เป็นมารดาทำเอาซือมู่อันตกตะลึงก่อนที่จะเพิ่งคิดได้ ใช่สิ เขาต้องขอแต่งงานให้ถูกต้องและการแต่งงานของเขาจะต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ให้สมกับการที่ตระกูลเขาเป็นตระกูลใหญ่ของเมืองแอล“ผมนึกไม่ถึงครับคุณแม่ว่าต้องขอเธอด้วย ตอนแรกก็กะจะจัดงานเลย แต่ก็เหมือนว่าผมทำข้ามขั้นตอนไปอีกตามเคย คือผมต้องขอน้องแต่งงานก่อนใช่ไหมครับ” ซือมู่อันนั่งปรึกษากับมารดาพอดี เขา
มือบางชื้นเหงื่อขึ้นมาทันทีที่รถตู้คันหรูเลี้ยวเข้ามาภายในอาณาจักรของตระกูลซือในพื้นที่เกือบร้อยไร่ใจกลางเมืองแอล ซือมู่อันหันไปมองใบหน้าหวานที่ซีดเผือดของคนข้างๆ ก็พอจะดูออกทันทีว่าแม่สาวน้อยภรรยาทางพฤตินัยของเขากำลังกังวล เพราะนี่คือการพาเธอไปแนะนำให้ครอบครัวเพียงคนเดียวของเขาได้รู้จัก มือหนาคว้ามือบางมากุมไว้ก่อนที่จะบีบเบาๆ หลิวถิงถิงหันไปมองใบหน้าหล่อเหลาของสามีทางพฤตินัยก็พบว่าเขากำลังส่งยิ้มบางๆ มาให้กับเธอ หญิงสาวจึงยิ้มตอบแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ “ไม่ต้องกังวลนะที่รัก แม่พี่ใจดี อีกอย่างตอนที่ท่านรู้ว่าหนูกำลังจะมีหลานคนแรกให้ท่าน ท่านดีใจจนร้องไห้เลยล่ะ” ซือมู่อันปลอบเธอ และสิ่งที่เขาบอกเธอนั้นเป็นความจริงทั้งหมด ตอนที่เขารู้ว่าเธอตั้งครรภ์เขาก็รีบโทรปรึกษามารดาทันที และเมื่อมารดาได้ฟังเรื่องที่เขาเล่าแล้วเธอก็รีบกดวางสายแล้วเปลี่ยนเป็นวิดิโอคอลหาเขา ท่านร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ โดยที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าท่านจะมีหลานที่กำลังจะได้ลืมตามาดูโลกในเร็วๆ นี้ “จริงหรือคะ ท่านจะไม่ว่าจริงๆ ใช่ไหมที่หนูท้องก่อนแต่ง” เสียงหวานเอ
มู่หลินไม่ได้รู้สึกยินดีเท่าไหร่นักที่ต้องไปไกลถึงเมืองอื่น แต่หากจะให้เลือกตกงานกับยังมีงานทำ เธอขอเลือกอย่างหลังมากกว่า และข่าวที่มู่หลินถูกสั่งย้ายไปอยู่สาขาต่างเมืองก็ดังไปทั่วทั้งตึก หลายๆ คนรู้สึกโล่งใจและสบายใจที่มู่หลินจอมแสบนั้นถูกย้ายไปไกล แต่บางคนก็ยังรู้สึกว่ามันไม่พอกับการกระทำที่แสดงออกต่อพนักงานใหม่ ถ้าเมื่อวานผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ภรรยาของหุ้นส่วนท่านประธานก็ไม่รู้ว่าวันนี้เธอจะยังได้รับความยุติธรรมอยู่ไหมซือมู่อันให้จางหลงไปรับหลิวถิงถิงมาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เพราะเขาจองโต๊ะสำหรับมื้อกลางวันเอาไว้แล้ว และรู้ดีว่าเด็กสาวอยากจะเลี้ยงขอบคุณเพื่อนสนิทที่อยู่ที่นี่ของเธอก่อนที่เธอจะกลับไปพร้อมกับเขา “ขอบคุณนะคะที่ทำเพื่อหนูมากขนาดนี้” เสียงหวานเอ่ยขึ้นหลังจากที่โดนเขาดึงไปสวมกอดภายในร้านอาหารโดยไม่แคร์สายตาของคนอื่นๆ ที่มองมาอย่างอิจฉา มือหนากอบกุมมือบางเอาไว้ก่อนที่จะจับจูงเธอให้เดินตามไปที่โต๊ะ เขาเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย หัวใจก็รู้สึกมีความสุข หลังจากที่ร