ฉันกำหมัดแน่น ได้ยินแบบนี้คนอย่างฉันคงไม่ทีทางใจเย็นลงได้แน่ “เธอเคยขึ้นไปบนห้องนอนของคุณป๋า ?” “คุณไม่ได้อยู่กับคุณหิรัญตลอดเวลา มั่นใจหรอคะว่าคุณหิรัญเขาจะ…ซื่อสัตย์แค่กับคุณ” คำพูดเพียงไม่กี่คำของผู้หญิงตรงหน้า มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าตอนนี้กำลังถูกคนเอามีดมาจ้วงแทงลงบนหัวใจดวงน้อยครั้งแล้วครั้งเล่า “….ไม่จริง”“อย่ามั่นใจไปหน่อยเลยค่ะ เป็นที่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีที่สองหรอกนะคะ” ฉันหันหน้ามาตรงเตาแก๊สที่ในตอนนี้หม้อข้าวต้มกำลังเดือดผุดๆ อยู่ ก่อนที่ฉันจะเอามือยกหม้อขึ้นแล้วสาดใส่ยัยแม่บ้านปากดีตรงหน้าด้วยความเกลียดชัง “กรี๊ดดดดด” ยัยแม่บ้านกรีดร้องด้วยความทรมานพร้อมกับใช้มือปัดข้าวต้มร้อนๆ ออกจากตัว ฉันเดินไปยังร่างของมัน แล้วใช้มือจิกหัวมันให้เงยขึ้น แล้วตบหน้ามันสองครั้งเพื่อระบายความโกรธ “กรี๊ดดๆๆๆๆ” หล่อนเอาแต่กรี๊ดแหกปาก แล้วก็ล้มลงพื้น“ปากดีอีกสิ!! พูดอีก พูดออกมาให้หมด”ฉันกำลังจะง้างมือตบมันแต่คุณป๋าวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในครัว สีหน้าตกใจไม่น้อยที่เห็นสภาพของยัยแม่บ้าน จากนั้นคุณป๋าก็ประคองของมันขึ้นมา “เธอทำบ้าอะไรลงไปเมเบล !!” คุณป๋าตวาดใส่หน้าฉันเ
พอได้ยินว่าคุณป๋าสั่งห้ามไม่ให้ไปไหน หัวใจดวงน้อยมันก็เจ็บปวดอีกครั้ง “ฉันจะไป!!” ฉันยืนกรานเสียงหนักแน่น “ผมว่าคุณหนูกลับเข้าไปในบ้านดีกว่าครับ” ฉันพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ แล้วก้าวขาเดินลงบันได แน่นอนว่าลูกน้องของคุณป๋ากรูกันวิ่งเข้ามาขว้างทางฉันนับยี่สิบคน ทำให้ฉันหมดหนทาง แล้วตัดสินใจหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้าน ฉันเดินกลับเข้ามาด้านในบ้านด้วยสมองที่เอาแต่คิดฟุ้งซ่านและหัวใจที่มันกำลังเจ็บปวดอยู่ ฉันไม่อยากจะอยู่ แต่ฉันไปไหนไม่ได้ ระหว่างฉันกับคุณป๋ายังมีอะไรต้องคุยกันอีกหรือไง คุยอะไรในเมื่อชัดเจนในการกระทำมากขนาดนั้นแล้ว ผลักฉันออกขนาดนั้นเพื่อจะช่วยอีผู้หญิงคนนั้น เรื่องที่ยัยแม่บ้านพูด ฉันเริ่มจะมั่นใจแล้วแหละว่าคุณป๋ากับมันแอบมีความสัมพันธ์กันจริงๆ “อึก~” ฉันทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่ภายในห้องรับแขก ก่อนจะก้มหน้าลงแล้วยกมือขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้สะอื้นออกมาเบาๆ ภาพที่คุณป๋าผลักฉันล้มกระแทกพื้น ภาพที่คุณป๋าเดินประคองยัยนั่นออกไปจากห้อง มันตอกย้ำชัดเจนแล้วจริงๆ “คุณหนูครับ…”“…พี่กล้า อึก” เงยหน้าขึ้นแล้วเห็นว่าพี่กล้ายืนอยู่ตรงหน้า ฉันจึงลุกขึ้นแล้วโผล่เข้ากอดพี่กล้าทันที จา
เพียงเดินไปแค่ไม่กี่ก้าว แขนของฉันก็ถูกกระชากให้กลับใสที่เดิมอีกครั้ง “ฉันไม่ให้เธอไปไหน ฉันไม่เลิก!!” คุณป๋าตวาดเสียงดังลั่น “จะเก็บหนูไว้เพื่ออะไรคะ ในเมื่อหนูไม่ต้องการสถานะที่คุณป๋ามอบให้ ต่อไปนี้ไม่ว่าสถานะอะไรหนูก็ไม่ต้องการค่ะ นอกจากสถานะลูกเลี้ยงเท่านั้นที่หนูจะเป็น” น้ำเสียงของฉันมันสั่นเครือเล็กน้อย เพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาเมื่อครู่ “เธอคือเมียของฉัน!!” คุณป๋าจ้องหน้าฉัน “เพลงเธอยินดีอยู่เงียบๆ”เจ็บ ฉันเจ็บแค่ไหนรู้มั้ยที่คุณป๋าพูดมาแบบนี้ “แค่ปากแน่หรอคะ ทำไมถึงแคร์มันขนาดนั้น อดคิดไม่ได้อีกแล้วสิคะว่าคุณป๋าได้กับมันแล้ว” “ก็แค่สนุก ฉันเบื่อเมื่อไหร่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม” ฉันมองผู้ชายตรงหน้าอย่างผิดหวัง นี่หรอคำพูดของคนที่ฉันรัก ต้องทำกันขนาดนี้เชียวหรอ “ไม่ต้องหรอกค่ะ เพราะหนูหลีกทางให้!!” ฉันพยายามแกะมือหนา แล้วจ้องหน้าคุณป๋าตาเขม็ง “หนูเจ็บขนาดไหนรู้มั้ย คุณป๋าทำให้หนูผิดหวังมากจริงๆ อึก~” บ้าจริง ฉันร้องไห้ออกมาอีกครั้งอย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว เมื่อไหร่ เมื่อไหร่จะปล่อยฉันสักที ฉันไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวแล้วจริงๆ หัวใจมันเจ็บจนไม่มีที่ว่างใ
#คอนโด ฉันที่พยายามเข้มแข็งมาตลอดเวลาที่นั่งรถกลับมาที่คอนโด เมื่อมาถึงภายในห้องแขนขามันก็อ่อนแรง ฉันนั่งลงกับพื้นเมื่อปิดประตูห้อง จากนั้นก็ร้องไห้ออกมาพลางยกมือกุมไว้ตรงหน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง ที่ผ่านมาฉันปล่อยใจไปกับคุณป๋ามากเกินไป โดยไม่คิดเผื่อว่าวันหนึ่งต้องเจอกับความเจ็บปวด เมื่อเวลานั้นมาถึงฉันก็เหมือนกับคนที่หมดสิ้นแล้วทุกอย่าง มันทรมานจนอยากจะลาจากโลกนี้ไป แต่การทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นคงเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะเลือกทำ สิ่งที่ฉันต้องการมากกว่าความรัก คือความซื่อสัตย์ ซึ่งคุณป๋าไม่สามารถให้ฉันได้ “อึก ทำไม ทำไมต้องเจ็บปวดขนาดนี้กัน” ฉันร้องไห้สะอื้นอยู่เป็นเวลานาน ตอนนี้ระหว่างฉันกับคุณป๋าจบลงแล้ว และมันก็จบลงไม่สวยด้วย ต่อจากนี้ไม่ว่าคุณป๋าจะยุ่งกับผู้หญิงคนไหน มันก็แล้วแต่คุณป๋า หลังจากที่ร้องไห้เป็นเวลานาน ฉันค่อยๆ พยุงร่างของตัวเองลุกขึ้น แล้วลาดกระเป๋สเข้าไปไว้ในห้องนอน พรุ่งนี้มีเรียน แต่ฉันกลับไม่พร้อม ไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับอะไรทั้งนั้น ถึงแม้จะพยายามห้ามไม่ให้ตัวเองร้องไห้ แต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ น้ำตาเจ้ากรรมมันก็ไม่ยอมเชื่อฟังจ้องจะไหลออกมาอยู่ตลอดเวลา ได้แต่หวังว่าสั
“เธอกล้าพูดคำนั้นออกมาต่อหน้าฉัน !!”“คิดว่าตัวเองเป็นใครหรอคะ ทำไมหนูจะพูดไม่ได้!!” ฉันเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัว “ควงผู้ชายมาที่บ้าน ทั้งที่เพิ่งห่างกับฉันไม่นาน เร็วดีหนิ” “คงไม่เร็วเท่าคุณป๋าหรอกค่ะ สมสู่กันลับหลังหนู หวังว่ากับผู้หญิงคนนี้จะไปกันได้สวยนะคะ” “ฉันพูดเรื่องของเธออยู่ !!” พรึบ! ตุบ! ร่างของฉันถูกคุณป๋าลากแล้วเหวี่ยงกระแทกลงกับเตียงอย่างแรง “ติดใจมัน ?” น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยทวนคำพูดของฉันอีกครั้ง “เอากับมันแล้ว ?” สายตาของคุณป๋าที่กำลังมองฉันอยู่ในตอนนี้ เหมือนกำลังต่อว่าและดูถูกฉันอยู่อย่างไงอย่างนั้น “ทำไมต้องมองเหมือนหนูผิดขนาดนั้นด้วยล่ะคะ”“เธอไม่มีสิทธิ์พาใครมาเหยียบที่บ้านหลังนี้!!” คุณป๋าตวาดเสียงดัง “แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวค่ะ ต่อไปนี้หนูจะไม่พาใครมาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีก” พอได้ยินฉันพูดแบบนั้นก็เหมือนว่าคุณป๋าจะพอใจไม่น้อย ฉันจึงพูดต่อ “รวมทั้งตัวหนูด้วย”สายตาแข็งกร้าวจ้องหน้าฉันเขม็งอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถาม “หมายความว่ายังไง”ฉันค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา มือกำหมัดแน่นจนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ “หมายความว่าหนูจะไม่มาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีกแล้วยังไงล่ะค
Talk หิรัญ (คุณป๋า) หลังจากที่เมเบลเดินออกไปจากห้อง ผมก็อาละวาดพังข้าวของ ในเมื่อเธอบอกว่าไม่ต้องการแล้วผมก็จะพังทุกอย่างให้หมด คิดว่าผมจะทนได้หรือไงที่เห็นเธอมากับผู้ชายคนอื่นขนาดนั้น ใช่!! ผมเหี้ยก่อน แต่เธอเลือกเอง เลือกที่จะจบทุกอย่างเอง มันผิดที่ผม ผิดที่ผมเอง ผมรักเมเบล คำๆ นี้ผมสามารถพูดมันออกมาได้เต็มปาก อย่างไม่คิดลังเล ที่ผ่านมาผมรู้ตัวเองดีว่ารู้สึกยังไง ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นลูกเลี้ยงของผม แต่ผมไม่เคยสนใจคำนี้ แต่เธอมันงี่เง่า เอาแต่ระแวงไม่เข้าเรื่อง พักหลังๆ มาทำให้ผมเครียดที่มีปากเสียงกับเมเบลบ่อยๆ แทบจะทุกครั้งที่เจอหน้า จึงเผลอตัวไปกับเพลง สาวใช้ที่ผมเพิ่งรับเข้ามาทำงาน แต่ทุกอย่างมันก็ไม่ได้มีอะไรเลยเถิดไปไกล เพลงเธอแค่ใช้ปากทำให้ผมก็เท่านั้น ผู้หญิงคนเดียวที่ได้ขึ้นเตียงกับผมมีแค่เมเบล ผมยังยืนยันว่าเพลงคือของเล่น ถ้าเมเบลเธอยอมกลับมา ทุกอย่างจะเป็นเหมือนเดิม ที่ผมยังให้เพลงอยู่ที่บ้านหลังนี้ ก็เพราะว่าเมเบลเธอยืนยันว่าจะจบความสัมพันธ์กับผม แม้แต่คำว่าพ่อเลี้ยงลูกเลี้ยงเธอก็ตัดขาด แล้วผมจะทำเพื่อเธอไปทำไม ในเมื่อยังไงเธอก็ไม่กลับมา ผิดแค่ครั้งเดียว เธอไม่แม้แต่จ
ร่างของฉันถูกจับยัดเข้าไปด้านในรถตรงเบาะนั่งด้านหลังคนขับ ซึ่งเป็นรถของคุณป๋า พร้อมกับร่างของคุณป๋าที่ขึ้นมานั่งข้างๆ กับฉันและไม่ลืมที่จะปิดประตูรถ “จะทำอะไรคะ” ฉันขยับหนีจนติดกับประตูรถ คุณป๋าขยับเข้ามาใกล้ๆ “ก็แค่มาคุย” “…..” ฉันเม้มปากแน่น คำตอบกับสีหน้าของคุณป๋ามันทำให้ฉันเริ่มกลัวว่านี่มันไม่ใช่แค่การคุยธรรมดาแน่ๆ “เป็นไงบ้าง” จู่ๆ คุณป๋าก็ถาม ซึ่งเป็นคำถามที่ฉันไม่คิดว่าจะได้ยิน “ก็ดีค่ะ พี่ดินเขาเป็นคนดี ดีกว่าผู้ชายคนแรกของหนู…โอ้ย” ยังพูดไม่ทันจบแขนของฉันก็ถูกคุณป๋ากระชากเต็มแรง “ทำไมต้องเอ่ยถึงมันตอนอยู่กับฉัน !!” “ทำไมล่ะคะ แค่เอ่ยถึงก็รับไม่ได้แล้วหรอ แบบนี้ถ้าเห็นว่าหนูกับพี่ดินเวลาที่เราอยู่บนเตียงด้วยกัน เรามีความสุขมากขนาดไหน….”หมับ!! ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ตะคอกและกระชาก แต่คุณป๋าใช้มือของตัวเองบีบปลายคางของฉันอย่างแรง “มีความสุข หึ!!!” คุณป๋าจ้องหน้าฉันตาเขม็ง “ฉันก็ทำให้เธอมีความสุขได้เหมือนกัน”“จะทำอะไรก็ทำสิคะ เอาให้พอใจ หนูจะได้เกลียดคุณป๋าได้จริงๆ สักที” มือหน้าสะบัดออกจากใบหน้าของฉันอย่างแรง จากนั้นคุณป๋าก็ยื่นหน้ามาใกล้ๆ “เธอรักฉันมากขนาดนั้น คิดว่าจะเกล
คำขู่ของคุณป๋าทำให้ฉันกลัวก็จริง แต่ไม่ได้ทำให้ฉันอยากจะตอบตกลงรับข้อเสนอเลยสักนิด “ถ้าอยากจะทำร้ายกันมากขนาดนั้นก็เชิญเลยค่ะ” พูดจบฉันก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่น “ปลดล็อกรถด้วยค่ะ ป่านนี้พี่ดินคงกำลังรอหนูอยู่” “ฉันจะเคลียร์ตัวเอง ขอแค่เธอกลับมาเป็นของฉัน” บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทขึ้นมาทันที เมื่อคุณป๋าเอ่ยคำพูดนั้นออกมา ‘เป็นของฉัน’ มันไม่ต่างอะไรจากสิ่งของเลยสินะ “หนูไม่ใช่สิ่งของที่จะจับวางไว้ตรงไหนก็ได้ค่ะ หนูเป็นคนมีหัวใจ มีความรู้สึก”“ฉันไม่เคยมองเห็นเธอเป็นสิ่งของ”“การกระทำของคุณป๋ามันกำลังบอกแบบนั้นค่ะ” คุณป๋าถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วยอมปลดล็อกรถให้ เห็นแบบนั้นฉันจึงรีบเปิดประตูลงจากรถทันที แต่!! ก้าวขาเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว แขนของฉันก็ถูกคุณป๋ารั้งเอาไว้ “ไม่ใช่เธอก็กลับไปดูที่บ้าน พรุ่งนี้เพลงจะไม่อยู่ที่นั่น”ฉันหมุนตัวกลับไปมองใบหน้าของคุณป๋าด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึก “ของเล่นชิ้นนั้น คงจะเล่นจนเบื่อแล้วสินะคะ” “…..” พอถูกฉันตั้งคำถามแทงใจดำ คุณป๋าก็เงียบไม่พูดไม่จา “วันนั้นคุณป๋าเลือกมัน แล้ววันนี้จะมาเลือกหนู มันไม่ง่ายไปหน่อยหรอคะ” “ฉันไม่เคยเลือกใครนอกจากเธอ” อยา
คุณป๋ายืนกอดอกทำหน้ายักษ์ไม่รับมุกที่ฉันส่งไปให้ ใจคอจะตีฉันด้วยไม้เรียวนี่จริงๆ หรือไง“เลือกได้หรือยัง” คุณป๋าถามเสียงเข้ม สมองของฉันคิดอะไรไม่ได้นอกจากเรื่องอย่างว่า ฉันค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหยุดตรงหน้าของคุณป๋า“เลือกได้แล้วค่ะ” “เลือกอันไหนก็หยิบขึ้นมา”ฉันวางมือลงบนแผงอกแกร่ง แล้วค่อยๆ เลื่อนมือลงช้าๆ ลูบไล้ซิกแพ๊คแน่นๆ กำยำของคุณป๋าลงมาคลำตรงเป้ากางเกง“หนูเลือกอันนี้ค่ะ ^_^” “เมเบล!!” คุณป๋าดุฉันอีกแล้ว คอยดูเถอะจะทำให้ครางลั่นห้องเลย “ก็เลือกแล้วนี่คะ เอามันมาฟาดหนูสิ” ฉันปล่อยมือออกจากเป้ากางเกงของคุณป๋า ก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด แล้วเดินไปนั่งลงบนเตียงอย่างเชื้อเชิญให้คุณป๋าอดใจไม่ไหว คุณป๋ามองเรือนร่างที่เปลือยเปล่าของฉันตาไม่กระพริบ พร้อมกับขบกรามแน่นเพื่อระงับอารมณ์กามของตัวเอง “นิ่งอยู่ทำไมล่ะคะ ไม่อยากตีหนูแล้วหรอ”“จะดื้อไปถึงไหนห๊ะ!!”“หนูเปล่าดื้อสักหน่อย” คุณป๋าเดินตรงมาหาฉัน ก่อนจะกดร่างของฉันให้นอนราบไปกับที่นอนแล้วขึ้นมาคร่อม “ชอบแบบนี้ ?” “ใครบ้างอยากโดนตีล่ะคะ” ฉันยกมือขึ้นคล้องคอของคุณป๋าเอาไว้ “อยากโดนคุณป๋าปู้ยี่ปู้ยำมากกว่า ^
3 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ฉันแต่งงานกับคุณป๋าแล้ว แต่งแบบงงๆ ในตอนนั้นที่คุณป๋าคุกเข่าขอฉันแต่งงาน หลังจากนั้นสองอาทิตย์เราทั้งคู่ก็จูงมือกันเข้าหอ จดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ผ่านมสฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าคุณป๋าดูแลฉันดีมาก และซื่อสัตย์กับฉันอย่างที่เคยสัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ทำให้ฉันเสียใจ แต่!!! หนึ่งเรื่องที่ฉันไม่ชอบเลยคาอเรื่องห้าม ห้ามใส่สั้น ห้ามมองผู้ชาย ห้ามไปเที่ยวคลับ ในตอนนี้ฉันแทบจะเก็บกดตายอยู่แล้ว “เมเบลดื่มดิวะ แมลงวันลงไปวางไข่ในแก้วแล้วมั้งนั่น” ฟาร์นบอกพร้อมกับโยกตัวไปมาตามเสียงเพลง ในตอนนี้ฉันอยู่ที่คลับกับฟาร์นและเอวา ไม่ต้องแปลกใจว่าฉันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง ก็เพราะว่าคุณป๋าไปธุระที่ต่างประเทศน่ะสิ ไปหนึ่งอาทิตย์ แน่นอนว่าฉันที่เก็บกดมานานสามปีต้องไม่พลาดโอกาสทองแบบนี้แน่ ฉันออกมาดื่มกับเพื่อนทุกวันหลังจากที่คุณป๋าบินไปต่างประเทศ คิดดูสิว่าเก็บกดมากขนาดไหน แล้วฉันก็กำชับพวกลูกน้องของคุณป๋าเอาไว้แล้วทุกคนว่าห้ามปริปากฟ้องเรื่องที่ฉันมาเที่ยว ไม่อย่างนั้นจะไล่ออกให้หมด แน่นอนว่าทุกคนเชื่อฟัง เพราะในตอนนี้ฉันก็เปรียบเสหมือนคุณหญิงของบ้านฉันยกแก้วข
ในตอนนี้ฉันกำลังนั่งทำแผลให้กับคุณป๋าอยู่ คิดแล้วก็ขำ ใครจะไปคิดว่าคุณป๋าจะมีมุมที่อ่อนแอแบบนี้ ความรักมักทำให้คนอ่อนแอเสมอ “ห้ามโดนน้ำนะคะเดี๋ยวแผลจะอักเสบ” “เป็นหมอหรือไง” คุณป๋าทำหน้ามุ่ยใส่ฉัน “เป็นเมียคุณหิรัญค่ะ ^_^” พอฉันพูดแบบนั้นคุณป๋าก็หน้าแดงขึ้นมาเฉียบพลัน ก่อนที่จะคว้ามือมาดึงตัวฉันไปสวมกอด เสียงหัวใจของคุณป๋ามันกำลังเต้นรัว ทำให้ฉันอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ในตอนนี้บรรยากาศภายในห้องเงียบสนิท มีเพียงเสียงหัวใจของฉันกับคุณป๋าที่มันกำลังเต้นรัวแข่งกัน “คุณป๋าเคยคิดจะแต่งงานบ้างมั้ยคะ…” ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ฉันเอ่ยถามคำนี้ออกไป “ทำไมจะไม่เคย แต่พอมาคิดๆ ดูแล้วงานแต่งงานมันก็ไม่ได้สำคัญไปมากกว่าที่วันนี้เธออยู่กับฉัน” พูดจบคุณป๋าก็ผละกอดออก มือหนาช้อนปลายคางของฉันให้เงยขึ้นมองตัวเอง “ถามแบบนี้แปลว่าเธออยากแต่งงาน ?”“มะ ไม่หรอกค่ะ หนูยังไงก็ได้ตามใจคุณป๋า เพราะสถานะของเราด้วย คงยากที่คนอื่นจะยอมรับ” ฉันยื่นริมฝีปากไปหอมแก้มคุณป๋า “แค่ตอนนี้คุณป๋ารักและซื่อสัตย์กับหนู หนูก็ดีใจมากกว่าการได้ใส่ชุดเจ้าสาวอีกค่ะ” “พรุ่งนี้จะมีงานจัดเลี้ยงของบริษัท ไปกับฉันนะ ในฐานะเ
ถึงจะคิดว่าคุณป๋าไม่ได้อยู่หน้าประตูแล้วแต่ฉันก็ยังโวยวาย เอาแต่ทุบประตูห้องอยู่แบบนั้นเผื่อคุณป๋าจะเห็นใจกลับมาเปิดให้ “อื้อ หนูทุบประตูจนมือแดงหมดแล้วนะคะ” ฉันแสร้งทำเป็นพูด ถ้าคุณป๋าแอบฟังอยู่คงจะเห็นใจ นี่ฉันเป็นเมียเชียวนะ จะใจดำขนาดนั้นหรือไง แต่!!! ไร้สัญญาณใดๆ จากด้านนอก เงียบกริบไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น “คุณป๋าหนูปวดฉี่ ฉี่จะลาดแล้ว” ปังๆๆๆๆ พูดจบฉันก็ทุบประตูห้องรัวๆ “คุณป๋าหนูพูดจริงๆ นะ เปิดประตูให้หน่อย หนูจะไม่ทำแล้ว ไม่ดื้อแล้ว” ไม่ว่าจะตะเบ็งเสียงออกไปเท่าไหร่ก็ไร้วี่แววจากนั้นด้านนอก ถ้าคุณป๋าคิดจะขังฉันไว้ในห้องนี้ถึงเช้าจริงๆ ฉันจะหักเงินจากวันละสามร้อยให้เหลือวันละร้อยห้าสิบเลยคอยดูเถอะ!!ฉันนั่งลงที่พื้นอย่างหมดแรง ทั้งแหกปากตะโกนทั้งทุบประตูห้องผ่านไปครึ่งชั่วโมงทุกอย่างยังคงเงียบ ฉันก้มหน้าลงดูมือของตัวเองทั้งสองข้างที่แดงเถือกจากกับเคาะประตูรัวๆ ติดกันเป็นเวลานาน“ไม่คิดเลยว่าคุณป๋าจะใจดำได้มากขนาดนี้” ฉันพัดพ้อออกมาเพราะความโกรธ ใช่! ฉันเองที่ผิดไปยั่วโมโหคุณป๋าทำให้ฟิวขาด แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าคุณป๋าจะมาขังไว้แบบนี้ ที่คิดไว้มันคนละแบบกันเลย ป่านนี้ไม
น้ำเสียงอำมหิตของคุณป๋าทำให้ขนทั้งตัวของฉันมันลุกซู่ คืนนี้คงจะเจอศึกหนักอีกแล้วสินะ ไหนๆ ก็จะเจอศึกหนักแล้วขอแกล้งหน่อยแล้วกัน อยากเห็นจังว่าเวลาคนแก่หึงมากๆ จะเป็นยังไง ไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็นหรอกเพราะปกติคุณป๋าก็ขี้หึง แต่ครั้งนี้อยากทำให้หึงสุดๆ ไปเลย แล้วก็ไปจบที่เตียง คืนนี้ฉันคงต้องร้องขอชีวิตกับคุณป๋าอีกแน่ๆ “นี่เอวาไปเข้าห้องน้ำกัน ^_^” เอวามองฉันอย่างแปลกใจที่จู่ๆ ฉันก็ชวนไปห้องน้ำ คุณป๋าที่ได้ยินฉันพูดจึงกระตุกแขนเบาๆ แล้วพูดเสียงเข้ม “ถ้าอยากไปเข้าห้องน้ำ ฉันจะพาไป” “ไม่เอาค่ะ หนูอยากไปกับเอวามากกว่า” ฉันรีบปฏิเสธ ขืนให้ไปด้วยก็ไม่สนุกสิ ฉันตั้งท่าจะลุกขึ้นอีกครั้งแต่คุณป๋าไม่ยอมปล่อยมือที่รั้งเอวของฉันอยู่ ฉันจึงหันไปทำหน้าดุใส่ “ปล่อยนะคะ” คุณป๋าพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ดูก็รู้ว่าไม่อยากให้ฉันลุกขึ้นจากตักของตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมปล่อยมือออก ฉันจับมือเอวาให้ลุกขึ้น ก่อนจะจูงมือพาเดินเข้ามาในบ้าน “เดี๋ยว! ห้องน้ำอยู่ทางนั้นแกจะไปไหนเมเบล” เอวาชี้ไปทางห้องน้ำชั้นล่างของบ้าน“ใครบอกว่าฉันอยากจะมาเข้าห้องน้ำจริงๆ ล่ะ”“หื้อ อะไรของแกเนี่ยเมเบล” “ตามมาเถอะน่า ถามเยอะจริ
เลิกเรียน ฉันนัดกับเพื่อนและพี่กินให้มาที่บ้านของฉันตอนหนึ่งทุ่ม พอขึ้นมาบนรถฉันก็รีบบอกคุณป๋าไว้ก่อนว่าวันนี้เพื่อนจะมาที่บ้าน “วันนี้หนูนัดเอวากับฟาร์นให้มาปาร์ตี้ที่บ้านนะคะ” ฉันบอกแต่บอกไม่หมด เพราะไม่ได้บอกว่าพี่ดินจะมาที่บ้านด้วยเหมือนกัน“ปาร์ตี้ ?” คุณป๋ามองหน้าฉันแล้วขมวดคิ้วเป็นปม “ก็ใช่ไงคะ ขอไปคลับคุณป๋าก็ไม่อนุญาต หนูเลยชวนเพื่อนมาดื่มที่บ้าน”“ทำไมถึงไม่ถามฉันก่อน ?” “ทำไมล่ะคะ หนูไม่มีสิทธิ์จะทำอะไรตามใจตัวเองเลยหรือไง ต้องขออนุญาตทุกครั้งเลยใช่มั้ยคะ” คุณป๋าถอนหายใจออกมาเบาๆ “มันไม่ใช่แบบนั้น ฉันก็แค่อยากให้เธอบอกก่อน”“นี่ไง หนูก็บอกคุณป๋าอยู่นี่ไงล่ะคะ” ทั้งฉันและคุณป๋าต่างก็ทำเงียบใส่กัน อยากจะงอนก็งอนไปเถอะวันนี้ฉันไม่ง้อหรอก ไม่ยอมให้ฉันไปเที่ยวดีนัก อีกอย่างฉันก็แค่ชวนเพื่อนมาดื่มที่บ้านเอง นี่แหละ ฉันกับคุณป๋ามักจะงอนกันเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องประจำ พอมาถึงบ้านคุณป๋าก็เหมือนจะอารมณ์ดีขึ้น เดินมาเปิดประตูรถให้ แต่ยังฟอร์มอยู่ “ฝากบอกให้พี่กล้าจัดเตรียมของที่สระว่ายน้ำด้วยนะคะ เดี๋ยวหนูจะขึ้นไปอาบน้ำ” ฉันออกคำสั่ง “ห้ามใส่บิกินี่” คุณป๋าชี้หน้าฉันออกคำสั
ฉันนั่งหน้าบึ้งภายในรถโดยมีคุณป๋าเป็นคนมาส่งที่มหาวิทยาลัย จะให้หน้าบึ้งได้ไงล่ะ ก็เพราะคุณป๋าน่ะสิ หยิบกระโปรงตัวที่ยาวคลุมตาตุ่มมาให้ใส่ คิดแล้วก็ไม่น้าเก็บกระโปรงตัวนี้เอาไว้เลย คอยดูเถอะกลับบ้านไปฉันจะเผามันทิ้งซะ!!“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย” คุณป๋าหันหน้ามาบอกในขณะที่กำลังขับรถอยู่ “ไม่ต้องมาพูดกับหนูเลย!!” “แค่ให้ใส่กระโปรงยาวแค่นี้ ต้องโกรธฉันมากขนาดนั้นเลยหรือไง”“ยาวแค่นี้ พูดมาได้ไงว่ายาวแค่นี้ อีกนิดเดียวก็จะลากดินอยู่แล้วนะคะ” “มันก็ดูเหมาะกับเธอดี” คุณป๋าทำหน้ากวน เหอะ! เหมาะอะไรล่ะ “มีผัวแล้วจะใส่สั้นๆ ไปอ่อยใคร!!” เอ้า! จู่ๆ คุณป๋าก็ทำเสียงดุใส่ฉันเฉยเลย แถมยังทำหน้าบึ้งอีกด้วย “อื้อ กระโปรงยาวแบบนี้ก็สวยไปอีกแบบนะคะ ใส่สบายด้วย ^_^” ต้องเป็นฉันที่เป็นฝ่ายยอมอ่อนข้อให้ เพราะไม่อยากจะทะเลาะกันให้ยืดยาว “อยู่เป็น” คุณป๋าพึมพำออกมาเบาๆ ทำให้ฉันจิ๊ปากใส่ แต่ก็แอบๆ ทำเพราะเดี๋ยวจะงอนอีก ยิ่งช่วงนี้คนแกยิ่งชอบอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ด้วย #มหาวิทยาลัย“หื้อ! เอวาเธอช่วยฉันดูทีว่าไม่ได้ตาฟาดไปใช่มั้ย วันนี้เมลมันใส่กระโปรงแทบจะลากดินเลยว่ะ” พอมาถึงฟาร์นมันก็พูดล้อฉันขึ้นมาทันท
เวลาล่วงเลยมาจนถึงวันที่มหาวิทยาลัยของฉันเปิดภาคเทอม…วันนี้คุณป๋าจะต้องไปส่งฉันที่มหาวิทยาลัยด้วยตัวเองและไปรับ นี้ไม่ใช่กฏที่ตัวฉันตั้งขึ้น แต่เป็นกฏของคุณป๋าเองต่างหาก แถมยังสั่งห้ามไม่ให้ฉันมองผู้ชายคนไหนอีกด้วย “ขอยกเว้นพี่ดินสักคนไม่ได้หรอคะ” ฉันอ้อนคุณป๋าในขณะที่กำลังแต่งตัวอยู่ พี่ดินคือพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่ง เขาเคยช่วยฉันในหลายเรื่อง จะให้ฉันทำเมินใส่เขาคงไม่ได้“ไม่ได้!!” คุณป๋าตอบเสียงแข็ง“หัดมีเหตุผลบ้างสิคะ” “จะใส่ใจมันทำไมนักหนา!!” อีกแล้ว พูดถึงพี่ดินทีไรก็ทักจะมีปากเสียงกันตลอด ล่าสุดฉันขอไปกินข้าวกับพี่ดิน อย่กจะเลี้ยงขอบคุณเขาก็ถูกห้ามแล้วก็มีปากเสียงกันใหญ่โต “เขาเป็นคนดีนะคะ”คุณป๋าเงียบทำเมินไม่สนใจคำพูดของฉัน ก็ได้ถ้าอยากจะเมินใส่กันแบบนี้ ฉันเอื้อมมือหยิบกระโปรงนักศึกษาตัวที่สั้นที่สุดในตู้เสื้อผ้าออกมา แล้สสวมใส่มัน หลังจากที่ใส่กระโปรงแล้วก็หันกลับมามองคุณป๋า เห็นว่าตอนนี้คุณป๋ากำลังจ้องหน้าฉันตาเขม็งอยู่ “ไปส่งหนูได้แล้วค่ะ จะสายแล้ว”“ไม่คิดบ้างหรือไงว่ากระโปรงที่ใส่อยู่มันจะขัดหูขัดตาฉันขนาดไหน” คุณป๋าตวัดสายตาจ้องเขม็งมองกระโปรงของฉัน“หนูก็ใส่แบบนี้
เฮือก!! ใจมันกระตุกวูบทันทีเมื่อได้ยินคำพูดที่รู้ทันแผนการของคุณป๋า ใบหน้าของฉันซีดเผือดพร้อมกับมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมา ฉันหลับตาลงแล้วนับหนึ่งถึงสามในใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากตักแกร่งแล้ววิ่งหนี แต่!! ทำได้เพียงแค่ลุกขึ้น ร่างของฉันก็ถูกคุณป๋าคว้าจับที่เอวเอาไว้ออกแรงดึงให้กลับมานั่งลงบนตักของตัวเองเหมือนเดิม บ้าที่สุด!! “คิดจะหนี มันง่ายไปหรือเปล่า” ฉันค่อยๆ หันหน้ามองคุณป๋าที่กำลังทำหน้ายักษ์ใส่ ก่อนจะตัดสินใจถาม “พะ พี่กล้าบอกหรอคะ” คุณป๋าส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ ได้ไง! ถ้าพี่กล้าไม่บอกแล้วคุณป๋าจะรู้ได้ยังไง “ฉันแอบฟังเธอคุยกับมัน” เฮือก!! ให้ตายเถอะ สรุปคือฉันพลาดที่ไม่ได้สังเกตอะไรให้ดีๆ ก่อนใช่มั้ย “ส่วนยานั่นที่เธอคิดว่าเป็นยานอนหลับ มันเป็นแค่ยาบำรุง” มือหนาจับปลายคางของฉันให้เงยขึ้น “ฉันเป็นคนสั่งให้ไอ้กล้าเปลี่ยน”“……” ฉันค่อยๆ เม้มปากเข้าหากันแน่น ไม่รอดแน่ ถึงจะชอบเวลาที่มีอะไรกับคุณป๋า แต่ฉันไม่ค่อยชอบเลยเวลาที่ต้องถูกลงโทษ เพราะนั่นหมายความว่านอกจากคืนนี้จะไม่ได้ไปคลับแล้ว ฉันยังจะไม่ได้นอนอีกทั้งคืน คุณป๋ากดจูบหนักๆ ลงมาบนริมฝีปากของฉันเพื่อเป็นการลงโทษ ริมฝีปากมั