Chapter 7
[7/2] ตอนนี้ทุกคนก็กลับบ้านไปพักผ่อนกันหมดแล้ว จะเหลือเพียงแค่ใยบัวที่ยังต้องเฝ้านางฟ้าตัวน้อยของเธออยู่ ตั้งแต่ออกมาจากห้องผ่าตัดจนถึงตอนนี้เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ทันได้รู้สึกตัวเลย คนเป็นแม่อย่างเธอได้แต่ภาวนาขอให้ลูกสาวหายไวๆ เธอวาดฝันอนาคตของตัวเองและใยไหมไว้ต่างๆ นานา ถ้าลูกโตขึ้นกว่านี้เธอจะพาลูกไปเที่ยว ไปทานของอร่อยๆ กัน จะพาลูกไปเดินช้อปปิ้งแต่งตัวสวยๆ ให้ลูก เลือกโรงเรียนดีๆ ให้ลูกได้มีโอกาสเหมือนเด็กคนอื่น ทุกอย่างที่ลูกอยากได้เธอจะพยายามสนับสนุนเขาเต็มที่ ถึงแม้ครอบครัวของเด็กคนอื่นอาจจะมีพ่อแม่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน แต่เธอเองก็เชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำให้ลูกหรือแม้กระทั่งความรักที่มอบให้ใยไหม มันจะช่วยเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหายไปได้ แกร่ก! “พี่ปลื้ม!?” เสียงประตูหน้าห้องเปิดออก พร้อมกับปรเมทที่รีบเดินเข้ามาในห้อง คุณแม่ลูกหนึ่งจึงต้องหันไปมองผู้มาใหม่ “บัวพี่ลืมมือถือน่ะ จำได้ว่าวางไว้โต๊ะแถวนี้” “อ่อ... นี่ค่ะ บัวเก็บเอาไว้ให้” ร่างบางเดินไปหยิบโทรศัพท์ของอีกคนที่เธอเป็นคนเก็บเอาไว้ให้ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา “ขอบคุณครับ งั้นพี่กลับก่อนนะ” “ขับรถดีๆ นะคะ” เมื่อได้สิ่งที่ตนเองต้องการแล้วปรเมทจึงรีบกลับไปในทันที เพราะอีกคนที่ติดรถมาด้วยยังรออยู่ในรถของเขาตอนนี้ หากชักช้าคงได้กลับถึงบ้านกันดึกกว่านี้ ส่วนคุณแม่ลูกอ่อนก็ยังทำหน้าที่นั่งเฝ้าเจ้าตัวเล็กต่อไป ก่อนจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมานั่งเขี่ยเล่นไปพลางๆ ระหว่างเฝ้าลูกสาว การแจ้งเตือนหลายอย่างในโทรศัพท์ที่ไม่ได้เช็ค หนึ่งในการแจ้งเตือนนั้นก็คือรายการโอนเงินเข้าผ่านแอปฯ ธนาคาร ก่อนหน้านี้ที่โทรไปขอความช่วยเหลือกับเพื่อนสนิทอย่างปิ่นหยก ใยบัวจะไม่ตกใจเลยถ้าชื่อผู้โอนเป็นชื่อของเพื่อนสาวคนสนิท ทว่าชื่อที่โอนเงินเข้ามาในบัญชี กลับเป็นชื่อของชลกันต์ผู้เป็นสามีของเพื่อน สาบานได้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจให้คนคนนั้นรู้เลย ไม่อยากจะเกี่ยวข้องใดๆ กับเขาแม้แต่น้อย แกร่ก! “พี่ปลื้มลืมอะไรอีกหรอคะ?” เสียงประตูห้องเปิดขึ้นอีกครั้ง ทว่าใยบัวไม่ได้หันไปมอง เพราะมัวแต่สนใจตัวเลขยอดเงินที่โอนเข้ามา มันมากกว่าที่เธอขอยืมจากเพื่อนด้วยซ้ำไป “พี่ปลื้..... คุณ!!?” พอถามตอนแรกอีกฝ่ายไม่ตอบ ร่างบางจึงเงยหน้าขึ้นไปมองผู้มาใหม่อีกคน ทว่าคราวนี้กลับไม่ใช่คนเดิมเอาเสียแล้ว “ผมขอคุยด้วยหน่อย” “คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?” ใยบัวเกิดอาการตกใจกลัวกับการปรากฏตัวของใครอีกคน ที่เข้ามาหาเธอในตอนนี้ “ผมมาช่วยคุณอาวิเชษฎ์” “คุณคือหมอคนนั้น?” “…..” ร่างสูงไม่ตอบแต่กลับพยักหน้ารับแทน “แต่บัวไม่มีอะไรจะคุยค่ะ เชิญคุณกลับไปเถอะ” ไม่รู้ว่าเขาจะมาหาเธอทำไม ตอนนี้เขาควรจะอยู่กับปิ่นหยกและลูกของเขาไม่ใช่หรือ ระหว่างเธอกับเขามันจบกันแค่คืนนั้นคืนเดียว และจะไม่มีการพูดถึงมันอีกใยบัวคิดแบบนี้ ก่อนที่จะได้พูดคุยกันต่อ ร่างสูงของหมอชลกันต์ก็เดินตรงไปยังเตียงผู้ป่ายเด็กที่ตอนนี้มีเจ้าตัวเล็กนอนหลับตาพริ้มอยู่ตรงนั้น อุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจต่างๆ ที่โยงกันเต็มไปหมดในตอนนี้ มันทำให้ชลกันต์ถึงกับคิ้วขมวดออกมา “คุณจะทำอะไร!?” ใยบัวรีบวิ่งเข้ามาใช้ตัวเองปิดกั้นลูกสาวเอาไว้ เพื่อไม่ให้อีกคนเข้าใกล้ “ใยไหม?” ชลกันต์เรียกชื่อเจ้าตัวน้อยอย่างแผ่วเบา ส่วนใยบัวเมื่อได้ยินอีกคนพูดออกมาแบบนั้นก็ไม่อยู่นิ่งเฉยแล้ว ความกลัวใจในเธอมีเต็มไปหมด “บัวขอบคุณมาก ที่คุณช่วยชีวิตเขาเอาไว้ แต่ตอนนี้คุณไม่ควรมาที่นี่อีก เรื่องเงิน... บัวจะโอนคืนให้คุณทันทีค่ะ” “ทำไม? กลัวผมรู้อะไรเหรอ ถึงได้ไม่อยากให้ผมอยู่ที่นี่ หื้ม?” “คุณควรกลับไปหาหยก ...กับลูกของคุณ” เขาไม่ได้อยากได้เงินคืนจากเธอเลยสักนิด ตอนแรกที่ช่วยเพราะคิดว่าอย่างน้อยก็ได้ชดใช้ค่าเสียหายในคืนนั้นไป ทว่าตอนนี้พออะไรบางอย่างเข้าแล้วเขาก็ยิ่งไม่อยากได้เงินคืนเลย สิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าในเวลานี้กับสภาพของลูกสาวตัวน้อย มันทำให้หัวใจของเขากลับรู้สึกหดหู่ขึ้นมา ที่ผ่านทำไมเธอไม่บอกเขาเลยสักนิด แล้วเขาเองก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำไป “ก็นี่ไง ตอนนี้ผมก็กำลังอยู่กับลูกผม” “คุณ!!!” ผลั่ก!! “ออกไปค่ะ!” มือเรียวบางรีบยกขึ้นมาผลักอกแกร่งของอีกคนให้ถอยออกห่างจากใยไหม เธอไม่รู้ว่าเขารู้เรื่องมาได้อย่างไรหรืออาจจะเป็นเพราะรู้จากหมอวิเชษฎ์อย่างนั้นหรือ แต่อย่างไรเธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้เข้าใกล้ลูกเด็ดขาด ถึงแม้ว่าไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว เขาจะเป็นคนช่วยรักษาใยไหมอย่างนั้นก็ตาม “ทำไมคุณไม่บอกผม?” “แล้วทำไมบัวต้องบอกคุณ? อย่าลืมนะคะว่าหมอแต่งงานกับเพื่อนบัวแล้ว” ทำไมเธอจะต้องบอกเขาก็ในเมื่อเขาแต่งงานกับเพื่อนเธอ จะให้บากหน้าไปบอกว่าท้องกับเขาแบบนั้นคนอย่างใยบัวไม่ได้ใจกล้าขนาดนั้น ที่ผ่านมาเธอก็เลี้ยงเจ้าตัวเล็กได้คนเดียวอยู่แล้ว อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็ไม่เคยอยากหอบลูกไปเรียกร้องสิทธิ์อะไรจากเขา “ผมขอโทษ.... ผมไม่รู้ว่าคุณท้องนี่” ร่างสูงจ้องใบหน้าหม่นของผู้เป็นแม่ของลูก เรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ เขาเองก็ไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิด “ถ้าคุณไม่รู้ งั้นก็ทำเป็นไม่รู้ต่อไปค่ะ เพราะบัวเองก็ไม่ได้อยากเรียกร้องอะไรจากคุณเลย” “มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ ลูกต้องอยู่กับผม.... เขาไม่สบาย และยังมีโอกาสกลับมาเป็นอีก เพราะฉะนั้นผมจะรับผิดชอบแก ในฐานะที่ผมเป็นพ่อของเขา” “คุณอย่าพูดอะไรตลกไปหน่อยเลยค่ะ แล้วลูกกับเมียของคุณล่ะเขาจะรู้สึกยังไง ...คุณทำแบบนั้นไม่ได้หรอก กลับไปเถอะค่ะ” เขามันบ้าไปแล้ว ทั้งๆ ที่ก็บอกว่าไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรกันเลย เพียงแค่นี้ที่เขามามันก็อาจจะเกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้นก็ได้ หากภรรยาหรือครอบครัวของเขารับรู้ว่ายังมีอีกหนึ่งชีวิตที่เกิดมาจากเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ความรู้สึกของคนเหล่านั้นพวกเขาจะคิดอย่างไร และปิ่นหยกที่เป็นถึงเพื่อนสนิทของเธอจะเสียใจแค่ไหนกับความจริงที่เกิดขึ้น “ไม่ ผมก็ไม่ใช่คนใจร้ายใจดำอะไร ถึงขนาดจะไม่รับผิดชอบลูกในไส้ของตัวเอง" “ถ้ามันลำบากคุณก็อย่าฝืนเลยค่ะ เราอยู่กันสองคนแม่ลูกได้” เธอบ่ายเบี่ยง จะมารับผิดชอบเพราะหน้าที่บอกเลยว่าเธอไม่ต้องการ คำว่าครอบครัวมันต้องเกิดจากความรัก ไม่ใช่การบังคับหรือฝืนใจอยากรับผิดชอบ สิ่งที่เขากำลังทำในตอนนี้มันจะไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยหรือ ทางฝั่งนั้นเขาก็มีใบทะเบียนสมรส ส่วนเธอไม่มีอะไรเลย เป็นแค่เพียงลูกแม่ค้าตลาดสดก็เท่านั้น มันไม่ได้มีเกียรติให้เสริมบารมีของลูกท่านผู้ว่าฯ เลยสักนิด “บัวขอร้องค่ะ คุณอย่าทำให้มันกลายเป็นเรื่องเลยนะคะ กลับไปหาภรรยาคุณเถอะ” “ผมกับหยกกำลังจะหย่ากัน” “คุณว่าไงนะ?” ใยบัวมึนงงกับคำพูดของเขาแล้วตอนนี้ ไม่อยากจะเชื่อว่ามันคือเรื่องจริงเลย ก็ในเมื่อเขารักเพื่อนสนิทของเธอขนาดนั้น จะหย่ากันได้อย่างไร “หยกกลับไปหาพ่อของปกป้องแล้ว” หมอหนุ่มอธิบาย “ล... แล้วยังไงคะ?” “คุณเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ ซะ ....ลูกของผมจะต้องได้รับรักษาที่ดีกว่านี้” ว่าพลางเดินเข้ามาใกล้ร่างบางมากขึ้น ผลั่ก!! คราวนี้คนตัวเล็กออกแรงผลักมากกว่าเดิม ทว่าคนที่รู้ตัวกลับตั้งตัวได้ก่อน แรงของเธอเพียงแค่นั้นจึงไม่ได้มีผลต่อเขา “ไม่ค่ะ! บัวไม่ไปกับคุณ และคุณก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวเด็กคนนี้” “งั้นคุณก็เลือกเอา ระหว่างทิฐิที่มันกินไม่ได้ หรือชีวิตลูกที่คุณกำลังทำให้ลูกลำบากอยู่” ร่างสูงโน้มตัวเล็กน้อยจ้องมองหน้าแม่ของลูกอย่างจริงจัง “หมอกำลังจะทำให้บัวไม่มีทางเลือกอย่างงั้นเหรอคะ?” “ก็ช่วยไม่ได้ ตอนนี้คุณควรให้ความสำคัญกับการรักษาลูกก่อนไม่ใช่เหรอ?”Chapter 8[8/1]“งั้นคุณคงต้องไปฟ้องกันที่ศาลแล้วล่ะค่ะ ยังไงบัวกับลูกก็ไม่มีวันไปกับหมอแน่นอน”ใยบัวขอยื่นคำขาดเพราะอย่างไรเธอก็จะไม่มีวันให้ลูกไปอยู่กับเขา ใช่.... เขาเป็นหมอ เขามีเงิน มีอำนาจเหลือล้นที่อาจจะช่วยให้ใยไหมอยู่สุขสบายได้ตลอดแต่ไม่คิดบ้างหรอว่าที่ผ่านมาเรื่องระหว่างเรามันเป็นแค่ความผิดพลาด ที่เกิดจากการกระทำที่ขาดสติของคนทั้งสองที่ใยบัวต้องคิดแบบนี้ไม่ใช่ว่าอยากกีดกันพ่อกับลูก ต่อให้หมอบอกว่ากำลังจะหย่ากับปิ่นหยกด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ถ้าเขาอยากจะรับผิดชอบเรื่องนี้จริงๆ ก็แค่ออกไปจากชีวิตของพวกเราสองคนแม่ลูก ก็เท่านั้น....อย่าให้ลูกต้องตกเป็นขี้ปากของชาวบ้านเลยว่า มีแม่ไปแอบตีท้ายครัวคนอื่นจนท้องกับสามีชาวบ้าน แบบนี้ใยบัวคิดว่ามีแต่จะวุ่นวายไปกันใหญ่ แล้วเธอจะมองหน้าเพื่อนสนิท และทุกๆ คนได้อย่างไร“คุณอย่าเอาแต่ใจเลย ถ้าลูกโตขึ้นคุณบอกผมได้ไหมว่าแกจะมีชีวิตที่ดีได้ยังไง? คุณบอกผมได้ไหม... ถ้าลูกกลับมาเป็นแบบนี้อีก คุณจะมีปัญญาหาเงินที่ไหนมารักษาแก? ถ้าคุณมี... คุณคงไม่โทรไปหาหยกหรอกจริงไหม? ตอบผมสิบัว”“ฮึก!! ฮือ.... ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าบัวไม่พยายาม ทุกวันนี้ก็พยายามอ
Chapter 8[8/2]1 อาทิตย์เต็มๆ ที่ใยบัวใช้ชีวิตอยู่กับลูกที่โรงพยาบาล จนตอนนี้คุณก็ยังอยากให้เจ้าตัวน้อยของเธออยู่ดูอาการก่อนอีกสักสองสามคืนโชคดีที่มีน้ำตาลและปรเมทผลัดกันไปช่วยดูร้านกาแฟให้เธอ หลักๆ ส่วนมากก็จะเป็นน้ำตาลเพราะปรเมทเองเขาก็มีงานประจำที่ยังทำอยู่ส่วนป้ายัชฟินก็จะมาได้เฉพาะแค่ช่วงเย็นหลังจากปิดร้านอาหารเสร็จเท่านั้น ใยบัวถึงจะได้กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านวันนี้ใยไหมอาการดีขึ้นมาหายใจได้โล่งขึ้นจากเดิม ถึงแม้ว่าจะยังมีเครื่องออกซิเจนช่วยก็ตาม อีกไม่นานเธอเชื่อว่านางฟ้าตัวน้อยเยาว์วัยอย่างเข้าเดือนที่ 4 มาหมาดๆ จะต้องหายเป็นปกติหมอวิเชษฎ์ได้คุยกับใยบัวแล้วเมื่อวานนี้ ว่าถึงแม้จะรักษาแล้วก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหายขาดจากโรคนี้ไม่ได้เหมือนกัน“บัวกับตาลลงไปหาอะไรทานไหม? เดี๋ยวพี่จะดูเจ้าตัวเล็กให้เอง” ปรเมทถามสาวๆ ทั้งสองที่นั่งคุยกันอยู่บนโซฟาภายในห้องวันนี้เขากับน้ำตาลปิดร้านให้ใยบัวเร็วกว่าปกติ เพราะขายดีจนของที่สแปร์เอาไว้ยังหมดเกลี้ยง จึงได้มาเยี่ยมหลานเร็วกว่าทุกวัน“ไปไหมบัว พี่ชักจะเริ่มหิวแล้วเหมือนกัน” น้ำตาลดูเหมือนจะหิวมากกว่าใคร
Chapter 9 [9/1] หลังจากที่หมอกันต์บุกมาป่วนถึงโรงพยาบาลในหลายวันก่อน จนถึงตอนนี้ใยบัวก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย และใยไหมก็ได้ออกจากโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใยบัวเพิ่งทราบจากคุณหมอวิเชษฎ์ว่าที่แท้จริงแล้วเขากับหมอกันต์เป็นญาติกัน และเขายังบอกอีกว่าเคยเล่าเรื่องเคสของใยไหมให้หมอกันต์ฟัง คุณหมอวิเชษฎ์เห็นว่าใยไหมมีอาการแบบเดียวกับหมอกันต์เมื่อตอนยังเป็นเด็ก พอได้ฟังแบบนั้นแล้วใยบัวจึงเข้าใจที่มาของโรคทางพันธุกรรมของลูกสาวตัวน้อยแล้ว และก็แอบโกรธอีกคนที่ทำให้ใยไหมต้องเป็นแบบนี้ ตอนนี้ใยบัวก็ยังเปิดร้านตามปกติ และมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบร้านไปเล็กน้อย เพราะดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของปรเมทกับเจ้าแม่สาวขนมหวานจะเป็นไปได้ดี ถึงขั้นเอ่ยปากให้น้ำตาลมาทำหน้าที่หุ้นส่วนร้านแทนเขา เนื่องจากปรเมทยังมีงานประจำที่บริษัททัวร์ของตัวเองอยู่ ส่วนใยบัวก็คงจะทำงานที่ร้านได้ไม่เต็มที่เหมือนอย่างเก่า เพราะต้องวิ่งหัวหมุนทั้งสองหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟที่ต้องดูแลช่วยกันกับน้ำตาล และอีกบทบาทคือการต้องดูแลเจ้าตัวเล็กของเธอควบคู่กันไปด้วย “บัวขึ้นไปดูใยไหมก่อนนะคะพี่ตาล เดี๋ยวให้น้องพราวลงมาช่วยค่ะ”
Chapter 9[9/2]1 เดือนต่อมาแล้ววันที่หมอนัดใยไหมก็มาถึง วันนี้หมอวิเชษฎ์มีนัดตรวจร่างกายและเช็คค่าปอดของเจ้าตัวน้อยว่าอยู่ในเกณฑ์ดีหรือไม่ หลังจากการรักษาไปเมื่อเดือนที่แล้ว“น้ำหนักตัวลดลงกว่าเดิมอีกนะครับคุณบัว”“หรอคะหมอ?”“พยายามให้เขาอยู่ในเกณฑ์ปกติอีกหน่อยนะครับ ส่วนเรื่องปอดของน้องเนี่ย มันยังมีจุดเล็กๆ ที่เกิดฝ้าอยู่ครับ อาจจะมีโอกาสกลับมาเป็นอีกรอบได้”“แล้วแบบนี้บัวต้องทำยังไงคะคุณหมอ?”เพิ่งจะรักษาไปแท้ๆ ทำไมใยไหมยังไม่หายขาดสักที ลูกของเธอตัวเล็กแค่นี้เองจะให้ทรมานไปถึงไหนกัน“ถ้าย้ายไปโรงพยาบาลที่มีเครื่องมีที่ทันสมัยกว่านี้ อาจจะช่วยได้ครับ”“ย้ายโรงพยาบาล?”“อย่างที่รู้ๆ โรงบาลของเรา เครื่องมืออาจจะยังไม่มากพอ หมอก็ได้แต่ช่วยเท่าที่ทำได้ แต่โรงพยาบาลเอกชนสมัยนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะครับ ถ้าผมแนะนำก็พอจะมีโรงบาลที่แก้ไขโรคนี้ได้โดยตรงครับคุณบัว”“แล้วลูกบัวจะหายขาดจริงๆ ใช่ไหมคะ? คุณหมอ”ใยบัวชักจะเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ก็เพิ่งจะรักษาไปทำไมปอดของเจ้าตัวเล็กถึงยังไม่หายขาด สงสารก็แต่ลูกสาวของเธอนี่แหละที่ต้องมาทรมานแบบนี้แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรถ้าเกิดว่
Chapter 10[10/1]ตื่นเช้ามาวันใหม่ใยบัวมีนัดคุยกับพ่อของใยไหม เธอไม่รู้จักช่องทางการติดต่อชลกันต์หรอก เพียงแต่วันก่อนๆ ที่เธอขอเลขบัญชีธนาคารเพื่อที่จะโอนเงินคืนให้เขา ทว่าอีกคนกลับเขียนมาแค่เบอร์โทรศัพท์ทีแรกใยบัวก็คิดว่าคงจะให้มาเป็นแบบพร้อมเพย์ แต่ลองใส่ตัวเลขสอบหลักเข้าไปในระบบแล้วกลับไม่สามารถโอนใส่หมายเลขนี้ได้ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนเขียนมาแท้ๆแล้วพอลองเอาหมายเลขสิบหลักนี้ต่อสายไปหาเขาในเมื่อคืนนี้ ก็ยังติดต่อได้แบบปกติดีจนได้คุยนัดหมายกันเรื่องลูกในวันนี้ร่างบางนั่งรออีกฝ่ายที่ร้านกาแฟในส่วนที่เป็นออฟฟิศของตนเอง ฉะนั้นจึงไม่เป็นกังวลเรื่องที่จะกลัวใครอื่นมาได้ยิน และเพราะรู้ว่าไปไหนไกลไม่ได้ มีทั้งร้านและใยไหมที่เธอต้องดูแลอีก โดยสรุปเลยต้องนัดชลกันต์มาร้านของเธอจนกระทั่งสักพักใหญ่ๆ เกือบเย็น ที่ชลกันต์เดินเข้ามาถึงร้านในสภาพที่ใส่ชุดสูทสีโอลด์โรสผูกทักสิโด้สีขาว ทรงผมถูกเซทเนี๊ยบมาอย่างดี ถ้าให้เดาใยบัวคิดว่าคงจะเพิ่งมาจากงานแต่งของปิ่นหยกกับภัทรกาฬตั้งแต่หลายวันก่อนงานแต่งของหยก ใยบัวได้ถูกเพื่อนสาวโทรมาชวนเหมือนกัน ทว่าเธอกลับตอบปฏิเสธไปเพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง และมีเหตุผลที
Chapter 10[10/2]“นี่ห้องของคุณกับลูก ส่วนห้องข้างๆ จะเป็นห้องของผม ที่นี่จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกวันในช่วงกลางวัน คุณแค่ดูแลในส่วนของลูกก็พอ”หลังจากที่จัดการอะไรเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว ชลกันต์ก็ได้พาสองแม่ลูกกลับมาอยู่บ้านหลังเดินของเขากับภรรยาเก่า ซึ่งตอนนี้ปิ่นหยกได้เก็บข้าวของทุกอย่างออกไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือบางชิ้นที่ไม่ได้เก็บไปด้วย ห้องที่เขาจะให้ใยบัวย้ายเข้ามาอยู่ก็เป็นห้องนอนเก่าของปิ่นหยกกับปกป้องใยบัวใช้สายตาไล่สำรวจทุกมุมทั่วห้อง เตียงนอนพอเหมาะกับสองแม่ลูกและยังมีเตียงเด็กที่ต่อออกมาจากเตียงหลัก คอกเล็กๆ ที่อยู่อีกมุมซึ่งคาดว่าน่าจะเอาไว้ให้เด็กเล็ก ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าของที่ยังเหลืออยู่ในห้องนี้เป็นของใคร“แล้ว... แม่ของคุณท่านอยู่ที่ไหนคะ?”“คุณแม่ของผมท่านอยู่เพ้นท์เฮ้าส์ใกล้ที่ทำงาน ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะมาที่นี่ เพราะเค้าไม่ได้ว่างขนาดนั้น”“ค่ะ”ใยบัวไม่ได้ห่วงหรอกว่าท่านจะมาหรือไม่ แต่ที่ถามแบบนั้นไปแค่อยากรู้ว่าแม่ของเขารับรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง ถ้าหากยังไม่รู้ว่าใยบัวคือแม่ของหลานเธอ แล้วชลกันต์คิดจะบอกหรือจะเก็บเงียบไว้แบบนี้กันแน่ร่างบางเดินอุ้มเด็กหญิงตัวน้อย
Chapter 11[11/1]คุณหญิงวิมนรัตน์เดินมาหาลูกชายที่ห้องทำงานด้านบนของตึกโรงพยาบาล ที่มาสายเพราะว่าวันนี้เธอเองเพิ่งกลับมาจากบ้านสามีที่จันทบุรี ในช่วงที่หมอชลกันต์ยังเด็กเธอต้องหอบลูกวิ่งตามท่านผู้ว่าไปทั่วทุกจังหวัด ตามที่ได้รับมอบหมายหน้าที่จากหน่วยงาน ทว่าพอถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ชลกันต์โตขึ้นก็ไม่อยากจะย้ายไปไหนตามท่านผู้ว่าฯ แล้ว จึงขอคุณหญิงวิมนรัตน์ย้ายมาเรียนกรุงเทพฯ กับคุณอาหมอวิเชษฎ์แทนจากนั้นเพียงไม่กี่ปีต่อมาคุณหญิงวิมนรัตน์มารับช่วงต่อจากตระกูลของเธอ จึงได้ย้ายตามลูกมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อมาดูแลกิจการโรงพยาบาลแห่งนี้ส่วนท่านผู้ว่าฯ ก็ยังมีปณิธานอยากจะทำงานช่วยประชาชนอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเกษียณอายุ ชลกันต์เลยกลายเป็นคนที่ติดแม่มากว่าพ่อของเขาเมื่อตอนที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอกลับมาจากเที่ยวที่อิตาลี่กับภรรยาอย่างปิ่นหยก วันนั้นเธอจำได้ว่าชลกันต์ได้โทรมาเธอกลางดึก และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ นานาให้ฟังพอเข้าใจน้ำเสียงของลูกชายในตอนที่โทรมาหาเธอคืนนั้น ฟังดูเหมือนกับว่าเขาไม่มีความสุขเลยกับการที่บอกผู้เป็นแม่ว่าจะขอหย่ากับภรรยา ทั้งที่แต่งงานกันได้แค่ปีเดียวเท่านั้น แต่จ
Chapter 11[11/2]หลังจากพาใยบัวมาพบกับคุณหญิงวิมนรัตน์แล้ว หมอชลกันต์ก็พาเจ้าตัวน้อยของเขากลับลงมาหาหมอตุลย์อีกครั้งที่ห้องเดิม เพื่อที่จะเตรียมตัวรักษาในขั้นตอนต่อไประหว่างทางเดินที่จะไปห้องของหมอตุลย์ บุคลากรในโรงพยาบาลแห่งนี้หลายๆ คนกำลังจดจ้องมาที่ 3 คน พ่อ แม่และลูกที่กำลังเดินอยู่ใยบัวเหลือบไปมองพยาบาลบางกลุ่มก็เหมือนจะซุบซิบนินทาอะไรกันสักอย่าง เธอก็ทำใจบ้างแล้วว่าต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเข้าสักวันคนอื่นที่มองมาก็คงจะกำลังสงสัยอยู่ล่ะสิว่าเธอกับเด็กน้อยที่ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลคนนี้อุ้มอยู่ในอ้อมแขนนั้นเป็นใคร“คุณจะกลับบ้านก่อนเลยก็ได้นะ ถึงอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้” เมื่อถึงห้องของหมอตุลย์แล้ว ร่างสูงก็หันมาบอกอีกคน“ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้แต่บัวก็จะอยู่ค่ะ”“ครั้งนี้ไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด ลูกคงไม่เป็นอะไรมาก”หลังจากที่หมอตุลย์ส่งรายงานผลตรวจค่าปอดและเอกซเรย์มาให้ดูแล้ว ชลกันต์ประเมินว่าความเสี่ยงในการลุกลามมันไม่ได้มีเท่าครั้งก่อนที่เคยรักษาแล้ว อาจจะใช้เครื่องมือช่วยเท่านั้นก็พอหากจะผ่าตัดใยไหมซ้ำอีกรอบเขายิ่งกลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะทนไม่ไหวเอาเสียก่อน“งั้นบัวรออยู่แถวๆ นี้
Special X[ปกป้อง x ใยไหม]บอสตัน เป็นเมืองที่มีวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมากกว่าร้อยแห่ง มีนักเรียนต่างชาติมากกว่าหลักแสนคน เมืองนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีการศึกษาดีที่สุดของโลก และยังเป็นเมืองที่สร้างโอกาสในการทำงานให้แก่เหล่านักเรียนอีกมากมายแน่นอนว่าในบรรดานักธุรกิจในเมืองไทยหลายต่อหลายคน ล้วนอยากส่งเสริมให้ลูกของตนเองนั้นได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด และหนึ่งในตัวเลือกหลักของคนกลุ่มนี้ก็มักจะส่งลูกตนเองมาเรียนกันที่นี่" ปก ดูสิ ตอนนี้ชุดของเพชรเปื้อนไปหมดแล้วเนี่ย เพราะยัยบ้านนอกนั่นคนเดียวเลย เจอกันในคลาสก็ทำให้ฉันหงุดหงิดแล้วนะ นี่ยังจะมาเจอกันข้างนอกอีก หึ่ยย!"สาวสวยร่างระหงรีบกอดแขนออเซาะเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ หลังจากที่ตัวเองโดนผู้หญิงอีกคนซุ่มซ่ามทำน้ำกาแฟหกเลอะใส่ตัวน้ำเพชรเป็นหญิงสาวชาวไทยที่เติบโตในต่างแดน หล่อนย้ายมาอยู่กับครอบครัวตั้งแต่สมัยยังเด็กแล้ว ทั้งชีวิตของหล่อนได้รับการศึกษาที่ดีจากเมืองนี้มาโดยตลอดจนกระทั่งหล่อนโต ก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่บอสตันอีกเช่นเคย เมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ หล่อนก็แยกย้ายจากเพื่อนเก่าที่เคยเรียนมาด้วยกันสมัยไฮสคูล จะเหลือก็แต่ ‘ปกป
Special IXpart 2“เข้ามาก่อนก็ได้ครับ” ชลกันต์บอกคนที่เอาแต่ยืนนิ่งเข้าทรงอยู่หน้าประตู ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงและเริ่มขยับตัวตาม“ขอโทษค่ะ รักไม่รู้ว่าอาจารย์หมอมีแขก”ใยบัวมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกันกับผ้าเช็ดหน้าที่เธอคนนี้ถืออยู่ ผ้าผืนนั้นมันคือผืนที่เธอเป็นคนซื้อให้สามีเอง แล้วที่เธอบอกว่าหมอกันต์ลืมเอาไว้ในกระเป๋าของเด็กผู้หญิงตรงหน้า มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน นี่สามีเธอกลายเป็นคนขี้ลืมของไว้ในกระเป๋าคนอื่นได้ด้วยงั้นเหรอ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณ...?”“รักค่ะ คุณคงจะเป็นภรรยาของอาจารย์หมอใช่ไหมคะ? ตัวจริงสวยกว่าในรูปในกระเป๋าตังค์ของอาจารย์อีกนะคะเนี่ย”“กระเป๋าตังค์?” ใยบัวยกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม ขณะที่เด็กผู้หญิงคนนี้ยังยืนพูดอยู่ กลิ่นน้ำหอมของเธอถูกพัดโชยเข้ามาเตะปลายจมูก กลิ่นนี้ที่ใยบัวเคยได้สัมผัสมันมาก่อน มันคือกลิ่นเดียวกันกับที่เคยติดอยู่บนเสื้อเชิ้ตที่เคยซักให้สามี และเมื่อครู่นี้ผู้หญิงคนนี้ยังบอกอีกว่าเคยเห็นรูปของเธอในกระเป๋าเงินของสามีเธออย่างนั้นเหรอเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่?ใยบัวเปลี่ยนอิริยาบถการนั่ง ก่อนจะเดินเข้าหาสามี เธอแตะไหล่หนาเอาไว้มั่นมือ จากนั
Special IXpart 1“สวัสดีค่ะคุณบัว …แต่งตัวสวยจังเลยนะคะ ดึกแล้วแท้ๆ” นางพยาบาลสาวสวยที่รับหน้ามี่ประจำหน้าห้อทักทายขึ้น เมื่อเห็นว่ามีแขกคนสำคัญของเจ้าของห้องนี้มา“ขอบคุณค่ะ คุณฝน พอดีบัวคิดว่าคุณหมออยู่เวรดึกน่าจะหิว บัวก็เลยทำกับข้าวมื้อดึกแล้วก็รีบเอามาให้ค่ะ”เธอถือปิ่นโตใบเล็กยกขึ้นเล็กน้อยขณะที่คุยอยู่กับพยาบาลหน้าห้องของสามี อันที่จริงเธอก็รู้อยู่แล้วว่าต่อให้ตนเองไม่ทำมา อย่างไรซะสามีของเธอก็ออกไปหาอาหารทานข้างนอกได้อย่างสบายอยู่แล้ว แต่ที่อุตส่าห์ทำมื้อดึกมาให้เขาตอนนี้ ก็เพราะว่าอยากมาให้เห็นกับตาตัวเองมากกว่า ว่าเรื่องที่เธอสงสัยอยู่มันเป็นมาอย่างไรกันแน่“แหม…. ช่างเป็นภรรยาที่เอาใจใส่มากเลยนะคะ แต่คุณบัวคงมาช้าไปแล้วมั้งคะ”“?” ใยบัวยกคิ้วขึ้นสูงเป็นเครื่องหมายคำถาม ขณะที่พยาบาลสาวพูดให้เธอได้เกิดความสงสัย“ก็คุณหมอน่ะ เพิ่งจะเอาไปกินก๋วยเตี๋ยวโต้รุ่งกับน้องรัก เมื่อตะกี้นี้เองค่ะ”“รัก?” เธอไม่คุ้นหูกับชื่อนี้มาก่อนเลย“อ๋อ ก็น้องต้องรัก ที่เป็นเด็กเอ็กเทิร์นของแผนกเราน่ะค่ะคุณบัว คนนี้เก่งใช้ได้เลยนะคะ…. ถ้าไม่เก่งจริงก็คงไม่ได้คำชื่นชมจากปากคุณหมอกันต์ง่ายๆ หรอกค่ะ ค
Special VIIIหลังจากที่ผ่านพ้นช่วงกลางวันไปแล้ว ก็ถึงเวลาส่งลูกเข้านอนที่ห้องพักของพี่เลี้ยงที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ เด็กๆ ดูตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้นอนกับนภา เพราะที่ผ่านมานภาจะมาทำงานที่บ้านของเจ้านายเฉพาะช่วงตอนกลางวันเท่านั้น เธอทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นโอกาสที่จะได้นอนกับพี่เลี้ยงในค่ำคืนนี้จึงเป็นคืนพิเศษสำหรับเด็กน้อยทั้งสอง“ป้าภาขา~ วันนี้น้องไหมจะนอนฝั่งนี้นะคะ” พอเข้ามาห้องของพี่เลี้ยงแล้ว เด็กหญิงก็รีบอุ้มตุ๊กตากระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงทางฝั่งที่ตัวเองได้เลือกเอาไว้เลย“แอร๊~ อี่ๆ” ส่วนเจ้าหนูใยแก้วก็ไม่น้อยหน้าพี่สาวเลย แม้จะยังไม่ประสีประสาอะไร ทว่าก็ยังอยากจะสื่อสารออกมาเหมือนคนอื่นๆ และเมื่อเห็นพี่สาวขึ้นไปนอนบนเตียงบ้าง ใยแก้วก็อยากจะทำเหมือนอย่างพี่สาว โดยที่ชี้นิ้วเล็กๆ ไปทางอีกฟากมุมของเตียง เป็นการสื่อว่าเจ้าหนูตัวน้อยอยากจะได้พื้นที่ตรงนั้นคนมาส่งเด็กทั้งสองอย่างใยบัวถึงกับอดขำเจ้าตัวแสบไม่ได้ ใยแก้วกำลังมีพฤติกรรมเลียนแบบพี่สาวของตัวเอง ไม่ว่าใยไหมจะทำอะไรหรือพูดอะไรน้องสาวของเธอก็มักจะทำตามเสมอ“บัวฝากด้วยนะคะพี่ภา”“ได้เลยค่ะ คุณบัวไม่
Special VIIชลกันต์ทำตามที่ตนเองรับปากกับลูกเมียเอาไว้ได้อย่างที่พูดจริงๆ เพราะวันนี้เป็นวันที่พวกเขาจะได้เดินทางไปเที่ยวจริงๆ แล้ว เด็กหญิงใยไหมดูเหมือนจะดีใจมากเป็นพิเศษเพราะนานๆ ทีจะได้ไปเปิดหูเปิดตาไกลบ้านตัวเองคราวนี้ชลกันต์ถึงขั้นให้โบนัสพี่เลี้ยงเด็กอย่างนภาเป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับ รวมทั้งที่พักแบบฟรีๆ ในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากกลัวว่าภรรยาของเขาจะเหนื่อยหากทั้งเที่ยวและยังต้องดูแลลูกน้อยทั้งสองอีก ดังนั้นการพาพี่เลี้ยงเด็กไปด้วยอาจจะเป็นผลดีมากกว่าส่วนเด็กหญิงใยแก้วที่ยังไม่ประสีประสาอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ใหญ่จะพาตนเองไปไหน เพียงแต่เห็นพี่สาวมีท่าทางดีอกดีใจจนออกนอกหน้า เห็นดังนั้นแล้วก็อดตื่นเต้นตามพี่สาวไม่ได้“คิกกๆ คูมแม่ขา~ ทำไมเยาต้องขึ้นเครื่องบินไปคะ? ทำไมเยาไม่ยั่งยดไปอ่า” เด็กหญิงใยไหมหยุดสนใจไอศกรีมในมือของตัวเองก่อนจะตั้งคำถามที่ยังสงสัยมานานแล้ว“เรานั่งรถไปไม่ได้หรอกนะคะ มันไกลมากกก”“ใช่แล้วจ้ะใยไหม” พี่เลี้ยงเด็กพูดเสริมคุณแม่ของเด็กตัวน้อย“ใช่ครับลูก ที่ที่เราไปมีแต่ทะเลภูเขาล้อมรอบ พ่อขับรถไปเองไม่ไหวหรอกนะครับ”“อ๋อออ อย่างงั้นเองหยอ”“ครับ”ชลกันต์นึกขำก
Special VIหลายวันถัดมาหลังจากที่ชลกันต์กลับบ้านดึกวันนั้น ใยบัวก็เริ่มตงิดในใจมากขึ้นแล้ว วันนี้โชคดีที่ใยไหมไปโรงเรียนและเจ้าตัวเล็กก็ไปนอนกับคุณยายที่จันทบุรีแล้ว กว่าจะกลับกรุงเทพฯ ก็น่าจะตอนเย็นเลยคุณแม่ลูกสองจึงถือโอกาสเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยภายในโรงพยาบาลของสามี อันที่จริงในวันแต่งงานนอกจากสินสอดทองมั่นที่เธอควรจะได้แล้ว คุณหญิงและท่านผู้ว่าฯยังมีเมตตากรุณายกหุ้นส่วนในเครือโรงพยาบาลในเธอได้มีสิทธิ์เป็นเจ้าของร่วมอีก ซึ่งเธอเองก็ซาบซึ้งน้ำใจของพ่อกับแม่สามีเป็นอย่างมากวันนี้ร่างบางแต่งตัวด้วยชุดออกแนวเป็นทางการสักหน่อย เพราะมีคุยธุระกับคุณหญิงวิมลรัตน์และคุณหมอตุลา เรื่องสาขาในเครือที่ต่างจังหวัดอีกด้วย เพราะเห็นว่าจะลงทุนซื้อเครื่องมือการแพทย์แบบใหม่เพิ่มอีกทุกสาขาดังนั้นในฐานะหุ้นส่วนสำคัญที่เจ้าของโรงพยาบาลให้เกียรติคนอย่างเธอก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อีกทั้งถ้าหากเด็กน้อยที่บ้านโตขึ้นจนดูแลตัวเองกันได้แล้ว เธอก็อยากจะเข้ามาทำงานช่วยกิจการครอบครัวบ้าง“หนูบัวจ้ะ แม่คิดว่าเครื่องมือแพทย์ของบริษัทที่ตาตุลย์เสนอมาให้มันก็ราคาค่อนข้างสูงมากเลยนะ หรือหนูคิดว่าไง?” แม่สามีทั
Chapter V“วันนี้จะลงมือซักผ้าเองเลยเหรอคะคุณบัว?” สาวใช้คนเดียวเอ่ยถามภรรยาของเจ้าของบ้าน เมื่อเห็นว่าเธอกำลังถือตะกร้าผ้าลงมาด้านล่างทางห้องซักล้างเดิมทีใยบัวและนภาต่างก็ช่วยเรื่องงานบ้านกันเสมออยู่แล้ว เพราะใยบัวเองก็ไม่ได้ทำขนมส่งลูกค้าอย่างเช่นเคยเนื่องจากต้องมีเวลาให้ลูกๆ ทั้งสองคนมากกว่านี้“ชุดทำงานของคุณหมอน่ะค่ะพี่ภา ไม่เยอะเท่าไหร่”“ขยันจังนะคะ จริง ๆ ให้พี่ซักให้ก็ได้ค่ะ”“ไม่เป็นไรเลยค่ะ บัวอยากซักเอง”“งั้นเดี๋ยวพี่ไปดูคุณหนูๆ ก่อนนะคะ”“ค่ะ”จากนั้นคุณแม่ลูกสองจึงเดินถือตะกร้ามาถึงห้องซักผ้า เพื่อทำการซักมือ เนื่องจากเสื้อผ้าของผู้เป็นสามีส่วนมากจะเน้นโทนสีขาวรวมทั้งชุดกราวนด์อีก 2-3 ตัวนี้ด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขยี้ด้วยมือมาถึงขั้นตอนที่ต้องจุ่มผ้าแต่ละผืนลงใส่น้ำ แม่บ้านจำเป็นอย่างใยบัวไม่รอช้า ก่อนที่หยิบชิ้นแรกขึ้นมาเพื่อเตรียมซัก ทว่าก่อนที่จะได้ลงไปในกะละมัง มือบางกลับต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อได้กลิ่นของน้ำหอมที่ตนเองรู้สึกไม่คุ้นชินกับมันเลยสักนิด“หืม.... กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงนี่?” ใบหน้าสวยขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อดมกลิ่นบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของผู้เป็นสามีกล
Special IVก๊อกๆๆๆ“เชิญครับ”เสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่นานเจ้าของห้องก็กล่าวอนุญาต จากนั้นก็มีร่างของหญิงสาวสวมใส่ชุดกาวน์สีขาวทรงสั้นเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ ใช่แล้ว... คนที่เข้ามาเมื่อครู่นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากหมอด้วยกัน“พอดีว่ารักจะมาปรึกษาเรื่องเคสคนไข้กับอาจารย์หมอนิดหน่อยน่ะค่ะ พอจะมีเวลาว่างไหมคะ?” ต้องรักเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 หรือเรียกกันง่ายภาษาหมอว่า Extern หรือเอาแบบแปลไทยเป็นไทยเลยก็เรียกได้ว่า ‘นิสิตแพทย์เวชปฏิบัติ’ต้องรักมาฝึกงานที่นี่ได้ 2 สัปดาห์กว่าแล้วตามที่หลักสูตรกำหนด ที่เธอเลือกมาโรงพยาบาลแห่งนี้ก็เพราะว่าชลกันต์เคยไปอบรมที่คณะแพทย์อยู่บ่อยครั้งหญิงสาวนักศึกษาแพทย์หน้าตาสะสวยอย่างต้องรัก ปลาบปลื้มผลงานและรูปร่างหน้าตาของหมอชลกันต์เป็นทุนเดิม ยิ่งพอรู้ว่าเขาคือทายาทเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้แล้ว มีหรือที่เธอจะไม่อยากมาทำงานที่นี่“ได้สิครับ ตอนนี้ผมยังพักเบรกอยู่” หมอหนุ่มรุ่นพี่อนุญาตแล้ว พลางกับผายมือออกมาตรงหน้าเป็นเชิงสัญลักษณ์ให้อีกฝ่ายนั่งลงเก้าอี้ตรงหน้า ต้องรักพยักหน้าขอบคุณก่อนจะนั่งลง พร้อมกับเอกสารในมือที่ถือมาด้วย“เป็นเคส OR ออร์โธป
Special III“กรี๊ดดดด!!!”ปึกก!!เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจตามมาด้วยเสียงของหล่นลงพื้น ภายในสวนหย่อมข้างๆ กับสนามฟุตบอลขนาดเล็กของโรงเรียน ในช่วงพักกลางวันเด็กๆ ต่างวิ่งเล่นซุกซนกันไปมาอย่างสนุกสนาน หนึ่งในนั้นยังมีเจ้าตัวจิ๋วชั้นอนุบาล 2 อย่างใยไหมกับปกป้องอยู่ด้วยและเสียงที่กรีดร้องออกมาเมื่อครู่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากขาประจำของเราอีกเช่นเคยใยไหมโดนปกป้องแกล้งอีกครั้งอย่างที่เคยเป็น เพราะเหตุนี้เลยทำให้เด็กทั้งคู่ไม่ชอบอยู่ด้วยกันเท่าไหร่นัก แม้ใยไหมจะแสบและซนเวลาอยู่ที่บ้าน ทว่าพอมาโรงเรียนเธอก็มักจะแพ้ความแสบซนของเด็กที่ชื่อปกป้องแบบขาดรอยวันนี้ก็เช่นกันที่ปกป้องเอาหนอนตัวเขียวตาโตตาหน้าน่าเกลียดมาใส่ไว้ในรองเท้าของใยไหม ขณะที่เธอกำลังวิ่งเล่นนอยู่กับเพื่อนอีกคนและได้ถอดรองเท้าเอาไว้ไม่ไกลมากนัก เพื่อให้ตนเองวิ่งได้อย่างสะดวกมากขึ้น พอกลับมาจะใส่รองเท้าอีกครั้งกลับต้องเจอสิ่งที่ไม่คาดคิด จนต้องโยนรองเท้าทิ้งไป“ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้า แบร่ๆ” เด็กชายตัวโตดูเหมือนจะพอใจในผลงานของตนเองเป็นอย่างมาก จนกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่“ฮึกก!! เยาจาฟ้องคูมพ่อกับคูมแม่ ฮือออๆๆ ~”“ฟ้องไปเลยเ