Chapter 8[8/2]1 อาทิตย์เต็มๆ ที่ใยบัวใช้ชีวิตอยู่กับลูกที่โรงพยาบาล จนตอนนี้คุณก็ยังอยากให้เจ้าตัวน้อยของเธออยู่ดูอาการก่อนอีกสักสองสามคืนโชคดีที่มีน้ำตาลและปรเมทผลัดกันไปช่วยดูร้านกาแฟให้เธอ หลักๆ ส่วนมากก็จะเป็นน้ำตาลเพราะปรเมทเองเขาก็มีงานประจำที่ยังทำอยู่ส่วนป้ายัชฟินก็จะมาได้เฉพาะแค่ช่วงเย็นหลังจากปิดร้านอาหารเสร็จเท่านั้น ใยบัวถึงจะได้กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านวันนี้ใยไหมอาการดีขึ้นมาหายใจได้โล่งขึ้นจากเดิม ถึงแม้ว่าจะยังมีเครื่องออกซิเจนช่วยก็ตาม อีกไม่นานเธอเชื่อว่านางฟ้าตัวน้อยเยาว์วัยอย่างเข้าเดือนที่ 4 มาหมาดๆ จะต้องหายเป็นปกติหมอวิเชษฎ์ได้คุยกับใยบัวแล้วเมื่อวานนี้ ว่าถึงแม้จะรักษาแล้วก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะหายขาดจากโรคนี้ไม่ได้เหมือนกัน“บัวกับตาลลงไปหาอะไรทานไหม? เดี๋ยวพี่จะดูเจ้าตัวเล็กให้เอง” ปรเมทถามสาวๆ ทั้งสองที่นั่งคุยกันอยู่บนโซฟาภายในห้องวันนี้เขากับน้ำตาลปิดร้านให้ใยบัวเร็วกว่าปกติ เพราะขายดีจนของที่สแปร์เอาไว้ยังหมดเกลี้ยง จึงได้มาเยี่ยมหลานเร็วกว่าทุกวัน“ไปไหมบัว พี่ชักจะเริ่มหิวแล้วเหมือนกัน” น้ำตาลดูเหมือนจะหิวมากกว่าใคร
Chapter 9 [9/1] หลังจากที่หมอกันต์บุกมาป่วนถึงโรงพยาบาลในหลายวันก่อน จนถึงตอนนี้ใยบัวก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย และใยไหมก็ได้ออกจากโรงพยาบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใยบัวเพิ่งทราบจากคุณหมอวิเชษฎ์ว่าที่แท้จริงแล้วเขากับหมอกันต์เป็นญาติกัน และเขายังบอกอีกว่าเคยเล่าเรื่องเคสของใยไหมให้หมอกันต์ฟัง คุณหมอวิเชษฎ์เห็นว่าใยไหมมีอาการแบบเดียวกับหมอกันต์เมื่อตอนยังเป็นเด็ก พอได้ฟังแบบนั้นแล้วใยบัวจึงเข้าใจที่มาของโรคทางพันธุกรรมของลูกสาวตัวน้อยแล้ว และก็แอบโกรธอีกคนที่ทำให้ใยไหมต้องเป็นแบบนี้ ตอนนี้ใยบัวก็ยังเปิดร้านตามปกติ และมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบร้านไปเล็กน้อย เพราะดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของปรเมทกับเจ้าแม่สาวขนมหวานจะเป็นไปได้ดี ถึงขั้นเอ่ยปากให้น้ำตาลมาทำหน้าที่หุ้นส่วนร้านแทนเขา เนื่องจากปรเมทยังมีงานประจำที่บริษัททัวร์ของตัวเองอยู่ ส่วนใยบัวก็คงจะทำงานที่ร้านได้ไม่เต็มที่เหมือนอย่างเก่า เพราะต้องวิ่งหัวหมุนทั้งสองหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟที่ต้องดูแลช่วยกันกับน้ำตาล และอีกบทบาทคือการต้องดูแลเจ้าตัวเล็กของเธอควบคู่กันไปด้วย “บัวขึ้นไปดูใยไหมก่อนนะคะพี่ตาล เดี๋ยวให้น้องพราวลงมาช่วยค่ะ”
Chapter 9[9/2]1 เดือนต่อมาแล้ววันที่หมอนัดใยไหมก็มาถึง วันนี้หมอวิเชษฎ์มีนัดตรวจร่างกายและเช็คค่าปอดของเจ้าตัวน้อยว่าอยู่ในเกณฑ์ดีหรือไม่ หลังจากการรักษาไปเมื่อเดือนที่แล้ว“น้ำหนักตัวลดลงกว่าเดิมอีกนะครับคุณบัว”“หรอคะหมอ?”“พยายามให้เขาอยู่ในเกณฑ์ปกติอีกหน่อยนะครับ ส่วนเรื่องปอดของน้องเนี่ย มันยังมีจุดเล็กๆ ที่เกิดฝ้าอยู่ครับ อาจจะมีโอกาสกลับมาเป็นอีกรอบได้”“แล้วแบบนี้บัวต้องทำยังไงคะคุณหมอ?”เพิ่งจะรักษาไปแท้ๆ ทำไมใยไหมยังไม่หายขาดสักที ลูกของเธอตัวเล็กแค่นี้เองจะให้ทรมานไปถึงไหนกัน“ถ้าย้ายไปโรงพยาบาลที่มีเครื่องมีที่ทันสมัยกว่านี้ อาจจะช่วยได้ครับ”“ย้ายโรงพยาบาล?”“อย่างที่รู้ๆ โรงบาลของเรา เครื่องมืออาจจะยังไม่มากพอ หมอก็ได้แต่ช่วยเท่าที่ทำได้ แต่โรงพยาบาลเอกชนสมัยนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยนะครับ ถ้าผมแนะนำก็พอจะมีโรงบาลที่แก้ไขโรคนี้ได้โดยตรงครับคุณบัว”“แล้วลูกบัวจะหายขาดจริงๆ ใช่ไหมคะ? คุณหมอ”ใยบัวชักจะเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ก็เพิ่งจะรักษาไปทำไมปอดของเจ้าตัวเล็กถึงยังไม่หายขาด สงสารก็แต่ลูกสาวของเธอนี่แหละที่ต้องมาทรมานแบบนี้แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรถ้าเกิดว่
Chapter 10[10/1]ตื่นเช้ามาวันใหม่ใยบัวมีนัดคุยกับพ่อของใยไหม เธอไม่รู้จักช่องทางการติดต่อชลกันต์หรอก เพียงแต่วันก่อนๆ ที่เธอขอเลขบัญชีธนาคารเพื่อที่จะโอนเงินคืนให้เขา ทว่าอีกคนกลับเขียนมาแค่เบอร์โทรศัพท์ทีแรกใยบัวก็คิดว่าคงจะให้มาเป็นแบบพร้อมเพย์ แต่ลองใส่ตัวเลขสอบหลักเข้าไปในระบบแล้วกลับไม่สามารถโอนใส่หมายเลขนี้ได้ ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนเขียนมาแท้ๆแล้วพอลองเอาหมายเลขสิบหลักนี้ต่อสายไปหาเขาในเมื่อคืนนี้ ก็ยังติดต่อได้แบบปกติดีจนได้คุยนัดหมายกันเรื่องลูกในวันนี้ร่างบางนั่งรออีกฝ่ายที่ร้านกาแฟในส่วนที่เป็นออฟฟิศของตนเอง ฉะนั้นจึงไม่เป็นกังวลเรื่องที่จะกลัวใครอื่นมาได้ยิน และเพราะรู้ว่าไปไหนไกลไม่ได้ มีทั้งร้านและใยไหมที่เธอต้องดูแลอีก โดยสรุปเลยต้องนัดชลกันต์มาร้านของเธอจนกระทั่งสักพักใหญ่ๆ เกือบเย็น ที่ชลกันต์เดินเข้ามาถึงร้านในสภาพที่ใส่ชุดสูทสีโอลด์โรสผูกทักสิโด้สีขาว ทรงผมถูกเซทเนี๊ยบมาอย่างดี ถ้าให้เดาใยบัวคิดว่าคงจะเพิ่งมาจากงานแต่งของปิ่นหยกกับภัทรกาฬตั้งแต่หลายวันก่อนงานแต่งของหยก ใยบัวได้ถูกเพื่อนสาวโทรมาชวนเหมือนกัน ทว่าเธอกลับตอบปฏิเสธไปเพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง และมีเหตุผลที
Chapter 10[10/2]“นี่ห้องของคุณกับลูก ส่วนห้องข้างๆ จะเป็นห้องของผม ที่นี่จะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดทุกวันในช่วงกลางวัน คุณแค่ดูแลในส่วนของลูกก็พอ”หลังจากที่จัดการอะไรเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้ว ชลกันต์ก็ได้พาสองแม่ลูกกลับมาอยู่บ้านหลังเดินของเขากับภรรยาเก่า ซึ่งตอนนี้ปิ่นหยกได้เก็บข้าวของทุกอย่างออกไปแล้ว แต่ก็ยังเหลือบางชิ้นที่ไม่ได้เก็บไปด้วย ห้องที่เขาจะให้ใยบัวย้ายเข้ามาอยู่ก็เป็นห้องนอนเก่าของปิ่นหยกกับปกป้องใยบัวใช้สายตาไล่สำรวจทุกมุมทั่วห้อง เตียงนอนพอเหมาะกับสองแม่ลูกและยังมีเตียงเด็กที่ต่อออกมาจากเตียงหลัก คอกเล็กๆ ที่อยู่อีกมุมซึ่งคาดว่าน่าจะเอาไว้ให้เด็กเล็ก ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าของที่ยังเหลืออยู่ในห้องนี้เป็นของใคร“แล้ว... แม่ของคุณท่านอยู่ที่ไหนคะ?”“คุณแม่ของผมท่านอยู่เพ้นท์เฮ้าส์ใกล้ที่ทำงาน ไม่ต้องห่วงว่าเค้าจะมาที่นี่ เพราะเค้าไม่ได้ว่างขนาดนั้น”“ค่ะ”ใยบัวไม่ได้ห่วงหรอกว่าท่านจะมาหรือไม่ แต่ที่ถามแบบนั้นไปแค่อยากรู้ว่าแม่ของเขารับรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง ถ้าหากยังไม่รู้ว่าใยบัวคือแม่ของหลานเธอ แล้วชลกันต์คิดจะบอกหรือจะเก็บเงียบไว้แบบนี้กันแน่ร่างบางเดินอุ้มเด็กหญิงตัวน้อย
Chapter 11[11/1]คุณหญิงวิมนรัตน์เดินมาหาลูกชายที่ห้องทำงานด้านบนของตึกโรงพยาบาล ที่มาสายเพราะว่าวันนี้เธอเองเพิ่งกลับมาจากบ้านสามีที่จันทบุรี ในช่วงที่หมอชลกันต์ยังเด็กเธอต้องหอบลูกวิ่งตามท่านผู้ว่าไปทั่วทุกจังหวัด ตามที่ได้รับมอบหมายหน้าที่จากหน่วยงาน ทว่าพอถึงช่วงเวลาหนึ่งที่ชลกันต์โตขึ้นก็ไม่อยากจะย้ายไปไหนตามท่านผู้ว่าฯ แล้ว จึงขอคุณหญิงวิมนรัตน์ย้ายมาเรียนกรุงเทพฯ กับคุณอาหมอวิเชษฎ์แทนจากนั้นเพียงไม่กี่ปีต่อมาคุณหญิงวิมนรัตน์มารับช่วงต่อจากตระกูลของเธอ จึงได้ย้ายตามลูกมาถึงกรุงเทพฯ เพื่อมาดูแลกิจการโรงพยาบาลแห่งนี้ส่วนท่านผู้ว่าฯ ก็ยังมีปณิธานอยากจะทำงานช่วยประชาชนอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเกษียณอายุ ชลกันต์เลยกลายเป็นคนที่ติดแม่มากว่าพ่อของเขาเมื่อตอนที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอกลับมาจากเที่ยวที่อิตาลี่กับภรรยาอย่างปิ่นหยก วันนั้นเธอจำได้ว่าชลกันต์ได้โทรมาเธอกลางดึก และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ นานาให้ฟังพอเข้าใจน้ำเสียงของลูกชายในตอนที่โทรมาหาเธอคืนนั้น ฟังดูเหมือนกับว่าเขาไม่มีความสุขเลยกับการที่บอกผู้เป็นแม่ว่าจะขอหย่ากับภรรยา ทั้งที่แต่งงานกันได้แค่ปีเดียวเท่านั้น แต่จ
Chapter 11[11/2]หลังจากพาใยบัวมาพบกับคุณหญิงวิมนรัตน์แล้ว หมอชลกันต์ก็พาเจ้าตัวน้อยของเขากลับลงมาหาหมอตุลย์อีกครั้งที่ห้องเดิม เพื่อที่จะเตรียมตัวรักษาในขั้นตอนต่อไประหว่างทางเดินที่จะไปห้องของหมอตุลย์ บุคลากรในโรงพยาบาลแห่งนี้หลายๆ คนกำลังจดจ้องมาที่ 3 คน พ่อ แม่และลูกที่กำลังเดินอยู่ใยบัวเหลือบไปมองพยาบาลบางกลุ่มก็เหมือนจะซุบซิบนินทาอะไรกันสักอย่าง เธอก็ทำใจบ้างแล้วว่าต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเข้าสักวันคนอื่นที่มองมาก็คงจะกำลังสงสัยอยู่ล่ะสิว่าเธอกับเด็กน้อยที่ลูกชายเจ้าของโรงพยาบาลคนนี้อุ้มอยู่ในอ้อมแขนนั้นเป็นใคร“คุณจะกลับบ้านก่อนเลยก็ได้นะ ถึงอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้” เมื่อถึงห้องของหมอตุลย์แล้ว ร่างสูงก็หันมาบอกอีกคน“ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้แต่บัวก็จะอยู่ค่ะ”“ครั้งนี้ไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด ลูกคงไม่เป็นอะไรมาก”หลังจากที่หมอตุลย์ส่งรายงานผลตรวจค่าปอดและเอกซเรย์มาให้ดูแล้ว ชลกันต์ประเมินว่าความเสี่ยงในการลุกลามมันไม่ได้มีเท่าครั้งก่อนที่เคยรักษาแล้ว อาจจะใช้เครื่องมือช่วยเท่านั้นก็พอหากจะผ่าตัดใยไหมซ้ำอีกรอบเขายิ่งกลัวว่าลูกสาวของตัวเองจะทนไม่ไหวเอาเสียก่อน“งั้นบัวรออยู่แถวๆ นี้
Chapter 12[12/1]ปิ่นหยกมาหาใยบัวที่โรงพยาบาลของชลกันต์ จริงๆ แล้วเธอรู้ก่อนหน้านี้อยู่แล้วว่าใยบัวอยู่ที่นี่ เพราะได้คุยกับคุณหญิงวิมนรัตน์ไปแล้วเมื่อตอนสายๆ ของวันนี้ส่วนใยบัวเองก็ไม่ได้คิดมากอะไรหากเพื่อนจะมาหา แต่แอบหวั่นว่าถ้าหากเพื่อนรู้ว่าเธอกับหมอชลกันต์จดทะเบียนสมรสกันแล้ว เธอจะคิดว่าอย่างไรตอนนี้ทั้งคู่ออกมาสูดอากาศที่สวนเล็กๆ ในโรงพยาบาล ใยบัวมองสำรวจดูปิ่นหยกพลางนึกถึงสมัยที่ยังเรียนอยู่ด้วยกัน เพื่อนของเธอคนนี้ยิ่งโตขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งสวยวันนี้ก็เหมือนกันปิ่นหยกที่นั่งอยู่ข้างเธอดูมีน้ำมีนวลขึ้นมาก ได้ไปอยู่กับคนที่เธอรักจริงๆ คงจะมีความสุขแล้วสินะ“แกเป็นยังไงบ้างใยบัว?”“ฉันสบายดี แล้วแกล่ะ?”“อื้ม! ก็สบายดีเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่” ปิ่นหยกหันมามองหน้าเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนาน พลางเอื้อมมือมากุมแขนของใยบัวเอาไว้ตอนเด็กๆ ปิ่นหยกจะเป็นคนตัวเล็กจึงโดนเพื่อนแกล้งบ่อยครั้ง ส่วนใยบัวจะคอยทำหน้าที่ปกป้องเสมอ ไม่ว่าใครมารังแกเพื่อนคนนี้ จะเป็นชายหรือหญิงใยบัวก็พร้อมสู้แทนเพื่อนได้พอหลังจากจบมัธยมปลาย ด้วยความที่สนิทกันมากอยู่แล้วทั้งคู่ก็ตัดสิใจจะเรียนต่อ
Special X[ปกป้อง x ใยไหม]บอสตัน เป็นเมืองที่มีวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมากกว่าร้อยแห่ง มีนักเรียนต่างชาติมากกว่าหลักแสนคน เมืองนี้ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีการศึกษาดีที่สุดของโลก และยังเป็นเมืองที่สร้างโอกาสในการทำงานให้แก่เหล่านักเรียนอีกมากมายแน่นอนว่าในบรรดานักธุรกิจในเมืองไทยหลายต่อหลายคน ล้วนอยากส่งเสริมให้ลูกของตนเองนั้นได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด และหนึ่งในตัวเลือกหลักของคนกลุ่มนี้ก็มักจะส่งลูกตนเองมาเรียนกันที่นี่" ปก ดูสิ ตอนนี้ชุดของเพชรเปื้อนไปหมดแล้วเนี่ย เพราะยัยบ้านนอกนั่นคนเดียวเลย เจอกันในคลาสก็ทำให้ฉันหงุดหงิดแล้วนะ นี่ยังจะมาเจอกันข้างนอกอีก หึ่ยย!"สาวสวยร่างระหงรีบกอดแขนออเซาะเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ หลังจากที่ตัวเองโดนผู้หญิงอีกคนซุ่มซ่ามทำน้ำกาแฟหกเลอะใส่ตัวน้ำเพชรเป็นหญิงสาวชาวไทยที่เติบโตในต่างแดน หล่อนย้ายมาอยู่กับครอบครัวตั้งแต่สมัยยังเด็กแล้ว ทั้งชีวิตของหล่อนได้รับการศึกษาที่ดีจากเมืองนี้มาโดยตลอดจนกระทั่งหล่อนโต ก็ยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่บอสตันอีกเช่นเคย เมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ หล่อนก็แยกย้ายจากเพื่อนเก่าที่เคยเรียนมาด้วยกันสมัยไฮสคูล จะเหลือก็แต่ ‘ปกป
Special IXpart 2“เข้ามาก่อนก็ได้ครับ” ชลกันต์บอกคนที่เอาแต่ยืนนิ่งเข้าทรงอยู่หน้าประตู ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงและเริ่มขยับตัวตาม“ขอโทษค่ะ รักไม่รู้ว่าอาจารย์หมอมีแขก”ใยบัวมองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกันกับผ้าเช็ดหน้าที่เธอคนนี้ถืออยู่ ผ้าผืนนั้นมันคือผืนที่เธอเป็นคนซื้อให้สามีเอง แล้วที่เธอบอกว่าหมอกันต์ลืมเอาไว้ในกระเป๋าของเด็กผู้หญิงตรงหน้า มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน นี่สามีเธอกลายเป็นคนขี้ลืมของไว้ในกระเป๋าคนอื่นได้ด้วยงั้นเหรอ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณ...?”“รักค่ะ คุณคงจะเป็นภรรยาของอาจารย์หมอใช่ไหมคะ? ตัวจริงสวยกว่าในรูปในกระเป๋าตังค์ของอาจารย์อีกนะคะเนี่ย”“กระเป๋าตังค์?” ใยบัวยกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม ขณะที่เด็กผู้หญิงคนนี้ยังยืนพูดอยู่ กลิ่นน้ำหอมของเธอถูกพัดโชยเข้ามาเตะปลายจมูก กลิ่นนี้ที่ใยบัวเคยได้สัมผัสมันมาก่อน มันคือกลิ่นเดียวกันกับที่เคยติดอยู่บนเสื้อเชิ้ตที่เคยซักให้สามี และเมื่อครู่นี้ผู้หญิงคนนี้ยังบอกอีกว่าเคยเห็นรูปของเธอในกระเป๋าเงินของสามีเธออย่างนั้นเหรอเด็กผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันแน่?ใยบัวเปลี่ยนอิริยาบถการนั่ง ก่อนจะเดินเข้าหาสามี เธอแตะไหล่หนาเอาไว้มั่นมือ จากนั
Special IXpart 1“สวัสดีค่ะคุณบัว …แต่งตัวสวยจังเลยนะคะ ดึกแล้วแท้ๆ” นางพยาบาลสาวสวยที่รับหน้ามี่ประจำหน้าห้อทักทายขึ้น เมื่อเห็นว่ามีแขกคนสำคัญของเจ้าของห้องนี้มา“ขอบคุณค่ะ คุณฝน พอดีบัวคิดว่าคุณหมออยู่เวรดึกน่าจะหิว บัวก็เลยทำกับข้าวมื้อดึกแล้วก็รีบเอามาให้ค่ะ”เธอถือปิ่นโตใบเล็กยกขึ้นเล็กน้อยขณะที่คุยอยู่กับพยาบาลหน้าห้องของสามี อันที่จริงเธอก็รู้อยู่แล้วว่าต่อให้ตนเองไม่ทำมา อย่างไรซะสามีของเธอก็ออกไปหาอาหารทานข้างนอกได้อย่างสบายอยู่แล้ว แต่ที่อุตส่าห์ทำมื้อดึกมาให้เขาตอนนี้ ก็เพราะว่าอยากมาให้เห็นกับตาตัวเองมากกว่า ว่าเรื่องที่เธอสงสัยอยู่มันเป็นมาอย่างไรกันแน่“แหม…. ช่างเป็นภรรยาที่เอาใจใส่มากเลยนะคะ แต่คุณบัวคงมาช้าไปแล้วมั้งคะ”“?” ใยบัวยกคิ้วขึ้นสูงเป็นเครื่องหมายคำถาม ขณะที่พยาบาลสาวพูดให้เธอได้เกิดความสงสัย“ก็คุณหมอน่ะ เพิ่งจะเอาไปกินก๋วยเตี๋ยวโต้รุ่งกับน้องรัก เมื่อตะกี้นี้เองค่ะ”“รัก?” เธอไม่คุ้นหูกับชื่อนี้มาก่อนเลย“อ๋อ ก็น้องต้องรัก ที่เป็นเด็กเอ็กเทิร์นของแผนกเราน่ะค่ะคุณบัว คนนี้เก่งใช้ได้เลยนะคะ…. ถ้าไม่เก่งจริงก็คงไม่ได้คำชื่นชมจากปากคุณหมอกันต์ง่ายๆ หรอกค่ะ ค
Special VIIIหลังจากที่ผ่านพ้นช่วงกลางวันไปแล้ว ก็ถึงเวลาส่งลูกเข้านอนที่ห้องพักของพี่เลี้ยงที่ได้จัดเตรียมเอาไว้ให้ เด็กๆ ดูตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้นอนกับนภา เพราะที่ผ่านมานภาจะมาทำงานที่บ้านของเจ้านายเฉพาะช่วงตอนกลางวันเท่านั้น เธอทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นโอกาสที่จะได้นอนกับพี่เลี้ยงในค่ำคืนนี้จึงเป็นคืนพิเศษสำหรับเด็กน้อยทั้งสอง“ป้าภาขา~ วันนี้น้องไหมจะนอนฝั่งนี้นะคะ” พอเข้ามาห้องของพี่เลี้ยงแล้ว เด็กหญิงก็รีบอุ้มตุ๊กตากระโดดขึ้นไปนอนบนเตียงทางฝั่งที่ตัวเองได้เลือกเอาไว้เลย“แอร๊~ อี่ๆ” ส่วนเจ้าหนูใยแก้วก็ไม่น้อยหน้าพี่สาวเลย แม้จะยังไม่ประสีประสาอะไร ทว่าก็ยังอยากจะสื่อสารออกมาเหมือนคนอื่นๆ และเมื่อเห็นพี่สาวขึ้นไปนอนบนเตียงบ้าง ใยแก้วก็อยากจะทำเหมือนอย่างพี่สาว โดยที่ชี้นิ้วเล็กๆ ไปทางอีกฟากมุมของเตียง เป็นการสื่อว่าเจ้าหนูตัวน้อยอยากจะได้พื้นที่ตรงนั้นคนมาส่งเด็กทั้งสองอย่างใยบัวถึงกับอดขำเจ้าตัวแสบไม่ได้ ใยแก้วกำลังมีพฤติกรรมเลียนแบบพี่สาวของตัวเอง ไม่ว่าใยไหมจะทำอะไรหรือพูดอะไรน้องสาวของเธอก็มักจะทำตามเสมอ“บัวฝากด้วยนะคะพี่ภา”“ได้เลยค่ะ คุณบัวไม่
Special VIIชลกันต์ทำตามที่ตนเองรับปากกับลูกเมียเอาไว้ได้อย่างที่พูดจริงๆ เพราะวันนี้เป็นวันที่พวกเขาจะได้เดินทางไปเที่ยวจริงๆ แล้ว เด็กหญิงใยไหมดูเหมือนจะดีใจมากเป็นพิเศษเพราะนานๆ ทีจะได้ไปเปิดหูเปิดตาไกลบ้านตัวเองคราวนี้ชลกันต์ถึงขั้นให้โบนัสพี่เลี้ยงเด็กอย่างนภาเป็นตั๋วเครื่องบินไปกลับ รวมทั้งที่พักแบบฟรีๆ ในครั้งนี้ด้วย เนื่องจากกลัวว่าภรรยาของเขาจะเหนื่อยหากทั้งเที่ยวและยังต้องดูแลลูกน้อยทั้งสองอีก ดังนั้นการพาพี่เลี้ยงเด็กไปด้วยอาจจะเป็นผลดีมากกว่าส่วนเด็กหญิงใยแก้วที่ยังไม่ประสีประสาอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ใหญ่จะพาตนเองไปไหน เพียงแต่เห็นพี่สาวมีท่าทางดีอกดีใจจนออกนอกหน้า เห็นดังนั้นแล้วก็อดตื่นเต้นตามพี่สาวไม่ได้“คิกกๆ คูมแม่ขา~ ทำไมเยาต้องขึ้นเครื่องบินไปคะ? ทำไมเยาไม่ยั่งยดไปอ่า” เด็กหญิงใยไหมหยุดสนใจไอศกรีมในมือของตัวเองก่อนจะตั้งคำถามที่ยังสงสัยมานานแล้ว“เรานั่งรถไปไม่ได้หรอกนะคะ มันไกลมากกก”“ใช่แล้วจ้ะใยไหม” พี่เลี้ยงเด็กพูดเสริมคุณแม่ของเด็กตัวน้อย“ใช่ครับลูก ที่ที่เราไปมีแต่ทะเลภูเขาล้อมรอบ พ่อขับรถไปเองไม่ไหวหรอกนะครับ”“อ๋อออ อย่างงั้นเองหยอ”“ครับ”ชลกันต์นึกขำก
Special VIหลายวันถัดมาหลังจากที่ชลกันต์กลับบ้านดึกวันนั้น ใยบัวก็เริ่มตงิดในใจมากขึ้นแล้ว วันนี้โชคดีที่ใยไหมไปโรงเรียนและเจ้าตัวเล็กก็ไปนอนกับคุณยายที่จันทบุรีแล้ว กว่าจะกลับกรุงเทพฯ ก็น่าจะตอนเย็นเลยคุณแม่ลูกสองจึงถือโอกาสเข้ามาตรวจสอบความเรียบร้อยภายในโรงพยาบาลของสามี อันที่จริงในวันแต่งงานนอกจากสินสอดทองมั่นที่เธอควรจะได้แล้ว คุณหญิงและท่านผู้ว่าฯยังมีเมตตากรุณายกหุ้นส่วนในเครือโรงพยาบาลในเธอได้มีสิทธิ์เป็นเจ้าของร่วมอีก ซึ่งเธอเองก็ซาบซึ้งน้ำใจของพ่อกับแม่สามีเป็นอย่างมากวันนี้ร่างบางแต่งตัวด้วยชุดออกแนวเป็นทางการสักหน่อย เพราะมีคุยธุระกับคุณหญิงวิมลรัตน์และคุณหมอตุลา เรื่องสาขาในเครือที่ต่างจังหวัดอีกด้วย เพราะเห็นว่าจะลงทุนซื้อเครื่องมือการแพทย์แบบใหม่เพิ่มอีกทุกสาขาดังนั้นในฐานะหุ้นส่วนสำคัญที่เจ้าของโรงพยาบาลให้เกียรติคนอย่างเธอก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด อีกทั้งถ้าหากเด็กน้อยที่บ้านโตขึ้นจนดูแลตัวเองกันได้แล้ว เธอก็อยากจะเข้ามาทำงานช่วยกิจการครอบครัวบ้าง“หนูบัวจ้ะ แม่คิดว่าเครื่องมือแพทย์ของบริษัทที่ตาตุลย์เสนอมาให้มันก็ราคาค่อนข้างสูงมากเลยนะ หรือหนูคิดว่าไง?” แม่สามีทั
Chapter V“วันนี้จะลงมือซักผ้าเองเลยเหรอคะคุณบัว?” สาวใช้คนเดียวเอ่ยถามภรรยาของเจ้าของบ้าน เมื่อเห็นว่าเธอกำลังถือตะกร้าผ้าลงมาด้านล่างทางห้องซักล้างเดิมทีใยบัวและนภาต่างก็ช่วยเรื่องงานบ้านกันเสมออยู่แล้ว เพราะใยบัวเองก็ไม่ได้ทำขนมส่งลูกค้าอย่างเช่นเคยเนื่องจากต้องมีเวลาให้ลูกๆ ทั้งสองคนมากกว่านี้“ชุดทำงานของคุณหมอน่ะค่ะพี่ภา ไม่เยอะเท่าไหร่”“ขยันจังนะคะ จริง ๆ ให้พี่ซักให้ก็ได้ค่ะ”“ไม่เป็นไรเลยค่ะ บัวอยากซักเอง”“งั้นเดี๋ยวพี่ไปดูคุณหนูๆ ก่อนนะคะ”“ค่ะ”จากนั้นคุณแม่ลูกสองจึงเดินถือตะกร้ามาถึงห้องซักผ้า เพื่อทำการซักมือ เนื่องจากเสื้อผ้าของผู้เป็นสามีส่วนมากจะเน้นโทนสีขาวรวมทั้งชุดกราวนด์อีก 2-3 ตัวนี้ด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องขยี้ด้วยมือมาถึงขั้นตอนที่ต้องจุ่มผ้าแต่ละผืนลงใส่น้ำ แม่บ้านจำเป็นอย่างใยบัวไม่รอช้า ก่อนที่หยิบชิ้นแรกขึ้นมาเพื่อเตรียมซัก ทว่าก่อนที่จะได้ลงไปในกะละมัง มือบางกลับต้องชะงักค้างกลางอากาศ เมื่อได้กลิ่นของน้ำหอมที่ตนเองรู้สึกไม่คุ้นชินกับมันเลยสักนิด“หืม.... กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงนี่?” ใบหน้าสวยขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อดมกลิ่นบนเสื้อเชิ้ตสีขาวของผู้เป็นสามีกล
Special IVก๊อกๆๆๆ“เชิญครับ”เสียงเคาะประตูดังขึ้นไม่นานเจ้าของห้องก็กล่าวอนุญาต จากนั้นก็มีร่างของหญิงสาวสวมใส่ชุดกาวน์สีขาวทรงสั้นเดินเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ ใช่แล้ว... คนที่เข้ามาเมื่อครู่นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากหมอด้วยกัน“พอดีว่ารักจะมาปรึกษาเรื่องเคสคนไข้กับอาจารย์หมอนิดหน่อยน่ะค่ะ พอจะมีเวลาว่างไหมคะ?” ต้องรักเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 6 หรือเรียกกันง่ายภาษาหมอว่า Extern หรือเอาแบบแปลไทยเป็นไทยเลยก็เรียกได้ว่า ‘นิสิตแพทย์เวชปฏิบัติ’ต้องรักมาฝึกงานที่นี่ได้ 2 สัปดาห์กว่าแล้วตามที่หลักสูตรกำหนด ที่เธอเลือกมาโรงพยาบาลแห่งนี้ก็เพราะว่าชลกันต์เคยไปอบรมที่คณะแพทย์อยู่บ่อยครั้งหญิงสาวนักศึกษาแพทย์หน้าตาสะสวยอย่างต้องรัก ปลาบปลื้มผลงานและรูปร่างหน้าตาของหมอชลกันต์เป็นทุนเดิม ยิ่งพอรู้ว่าเขาคือทายาทเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้แล้ว มีหรือที่เธอจะไม่อยากมาทำงานที่นี่“ได้สิครับ ตอนนี้ผมยังพักเบรกอยู่” หมอหนุ่มรุ่นพี่อนุญาตแล้ว พลางกับผายมือออกมาตรงหน้าเป็นเชิงสัญลักษณ์ให้อีกฝ่ายนั่งลงเก้าอี้ตรงหน้า ต้องรักพยักหน้าขอบคุณก่อนจะนั่งลง พร้อมกับเอกสารในมือที่ถือมาด้วย“เป็นเคส OR ออร์โธป
Special III“กรี๊ดดดด!!!”ปึกก!!เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจตามมาด้วยเสียงของหล่นลงพื้น ภายในสวนหย่อมข้างๆ กับสนามฟุตบอลขนาดเล็กของโรงเรียน ในช่วงพักกลางวันเด็กๆ ต่างวิ่งเล่นซุกซนกันไปมาอย่างสนุกสนาน หนึ่งในนั้นยังมีเจ้าตัวจิ๋วชั้นอนุบาล 2 อย่างใยไหมกับปกป้องอยู่ด้วยและเสียงที่กรีดร้องออกมาเมื่อครู่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากขาประจำของเราอีกเช่นเคยใยไหมโดนปกป้องแกล้งอีกครั้งอย่างที่เคยเป็น เพราะเหตุนี้เลยทำให้เด็กทั้งคู่ไม่ชอบอยู่ด้วยกันเท่าไหร่นัก แม้ใยไหมจะแสบและซนเวลาอยู่ที่บ้าน ทว่าพอมาโรงเรียนเธอก็มักจะแพ้ความแสบซนของเด็กที่ชื่อปกป้องแบบขาดรอยวันนี้ก็เช่นกันที่ปกป้องเอาหนอนตัวเขียวตาโตตาหน้าน่าเกลียดมาใส่ไว้ในรองเท้าของใยไหม ขณะที่เธอกำลังวิ่งเล่นนอยู่กับเพื่อนอีกคนและได้ถอดรองเท้าเอาไว้ไม่ไกลมากนัก เพื่อให้ตนเองวิ่งได้อย่างสะดวกมากขึ้น พอกลับมาจะใส่รองเท้าอีกครั้งกลับต้องเจอสิ่งที่ไม่คาดคิด จนต้องโยนรองเท้าทิ้งไป“ฮ่าๆๆๆ สมน้ำหน้า แบร่ๆ” เด็กชายตัวโตดูเหมือนจะพอใจในผลงานของตนเองเป็นอย่างมาก จนกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่“ฮึกก!! เยาจาฟ้องคูมพ่อกับคูมแม่ ฮือออๆๆ ~”“ฟ้องไปเลยเ