หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง มือทั้งสองข้างของนางยื่นไปที่คอของเฉินฝานดูจากท่าทางของนางแล้ว คล้ายกำลังจะกอดคอเฉินฝานเฉินฝานยื่นคอไปให้นางอย่างว่าง่าย“ไสหัวไปซะ!”ทันใดนั้นเองมือของหวงหวั่นเอ๋อร์เปลี่ยนทิศทาง ผลักเฉินฝานอย่างแรง นางมีกำลังภายในสูง เฉินฝานจึงกระเด็นไปไกลหลังจากเดินโซซัดโซเซอยู่หลายตลบ เฉินฝานก็ทรงตัวได้“เอื๊อก!”หวงหวั่นเอ๋อร์อาเจียนเป็นเลือดอีกครั้ง“ชิ้ง!” หวงหวั่นเอ๋อร์ทิ่มดาบลงไปบนพื้น ทิ้งน้ำหนักตัวไปที่ดาบ นางที่กำลังคุกเข่าอยู่นั้นหายใจหอบภายใต้แสงจันทร์ พวงแก้มของนางแดงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ให้ตายสิหวงหวั่นเอ๋อร์สบถในใจยาของคงจิ้งคนต่ำช้านั่นช่างรุนแรงเสียจริง นางใช้กำลังภายในขับพิษอยู่นาน แต่กลับขับได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นตอนนี้หวงหวั่นเอ๋อร์ไม่กล้าใช้กำลังภายในขับพิษแล้ว ขืนขับอีก ยาไม่ได้ขับออกมา แต่อวัยวะภายในของนางจะพังหมดเฉินฝานก็เห็นแล้วว่าหวงหวั่นเอ๋อร์ทรมานอย่างมาก เขาเดินไปหานาง“ปล่อยข้า!”เฉินฝานไม่เพียงไม่ปล่อยหวงหวั่นเอ๋อร์ตามคำสั่งนาง เขาโค้งตัวลงแล้วแบกหวงหวั่นเอ๋อร์ขึ้นมา“ปล่อยข้า!”ยิ่งหวงหวั่นเอ๋อร์ร้องตะโกน เฉินฝานก็เดินเร
“หา เจ้าว่าอะไรนะ? เสียงเบายิ่งนัก พูดอีกครั้งสิ!” เฉินฝานกล่าวเขาได้ยินแล้วจริงๆ แต่จะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน อาศัยโอกาสนี้เล่นงานเด็กน้อยหวงหวั่นเอ๋อร์คว้าผมของเฉินฝาน “คนบ้า ข้าไม่เชื่อว่าท่านไม่ได้ยิน”“อ๊าก เจ็บๆ เจ้าทึ้งผมข้าเจ็บเช่นนี้ ประเดี๋ยว หากข้าไม่ออกแรงมากหน่อย จะคลายความเจ็บนี้อย่างไร” เฉินฝานก็ไม่เกรงใจ ยังคงพูดจาเหลวไหลหวงหวั่นเอ๋อร์ปล่อยเฉินฝานอย่างว่าง่าย ไม่กล้าพูดอะไรอีกเฉินฝานแบกหวงหวั่นเอ๋อร์เดินหน้า ทั้งสองต่างฝ่ายต่างเงียบ มีเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงครางที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ของหวงหวั่นเอ๋อร์เท่านั้น“ท่านจะเดินไปที่ใดอีก? ข้ายอมเข้าหอกับท่านแล้วไม่ใช่หรือ?”“เจ้าจะถอนหมั้นไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ตกลงแต่งงานกับข้าแล้วหรือ?” เฉินฝานตอบไม่ตรงคำถาม“ใครจะแต่งงานกับท่าน?”หวงหวั่นเอ๋อร์กัดฟันแน่นจนเสียงดัง นางแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว นางอยากจูบเฉินฝานยิ่งนักเมื่อก่อนรู้สึกว่าชายคนนี้เหม็นเหงื่อยิ่งนัก เหตุใดตอนนี้แม้กระทั่งเหงื่อของเขาก็มีกลิ่นหอมนี่มันเวลาไหนแล้ว เขายังจะพูดเช่นนี้อีก“เจ้าตกลงเข้าหอแล้วไม่ใช่หรือ?”“เข้าหอต้องแต่งงานเท่านั้นหรือ?”“เข้า
“ฝ่าบาท ในรัชสมัยนี้ขาดแคลนชายหนุ่มอย่างหนักพ่ะย่ะค่ะ!”“ร้ายแรงถึงขั้นไหน”“ในหนึ่งร้อยคน มีชายหนุ่มไม่ถึงยี่สิบคน หลายปีมานี้ มีหญิงสาววัยเหมาะสมจำนวนมากจบชีวิตตนเองเพราะไม่มีใครแต่งงานด้วย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่ารากฐานของแผ่นดินอาจสั่นคลอนได้พ่ะย่ะค่ะ”“จงประกาศราชโองการลงไป ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกเขตการปกครอง เมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองให้ดำเนินการจัดสรรการแต่งงาน ผู้ใดยินดีรับมากกว่าสามคน มอบรางวัล!”“ผู้ใดให้กำเนิดบุตรชาย มอบรางวัลใหญ่!”“ภายในสามปี ต้องพลิกปรากฏการณ์หญิงมากชายน้อยของแผ่นดินให้จงได้!”-เฉินฝานตื่นขึ้นด้วยเสียงร้องไห้รบกวนเมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในห้องที่ตนไม่รู้จักมีหญิงสาวนั่งปิดหน้าร้องไห้เสียงเบานั่งอยู่ข้างกาย“หยุดร้องได้แล้ว ข้ารำคาญ!”เมื่อได้ยินเสียงของเฉินฝาน หญิงสาวปาดน้ำตาและมองเขาทันที “นายท่าน ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ!”เฉินฝากเงยหน้ามองหญิงสาว……ผมเผ้าดำเงาวับ ผิวขาวนวลผุดผ่องดังหยก ดวงตาคู่งามแลมองหมุนรอบเป็นพันครั้ง ทุกการขมวดคิ้วคือการตีความคำว่าสง่างามน่าประทับใจผ้าดิบหยาบกระด้าง ก็ไม่อาจปกปิดรูปร่างน่าเอ็นดูของนางเฮ้ย
“นายท่าน ข้าน้อยผิดไปแล้ว!”“……” เฉินฝานทำหน้ามึนงง นางมีความผิดอะไร!เขาโน้มตัวจะพยุงฉินเย่ว์โหรวให้ลุกขึ้น ปรากฏว่านางโขกศีรษะกับพื้นโป๊ก ๆ ทันทีที่มือของเขาสัมผัสถึงตัว“ข้าน้อยรู้ว่านายท่านรังเกียจฝีมือของข้าน้อยเสมอมา ข้าน้อยจะไปร่ำเรียนกับกลุ่มสตรีในชุมชนเจ้าค่ะ”“ก่อนหน้านี้ ท่านลงโทษจนขาขวาของข้าน้อยหักแล้ว หากท่านลงโทษจนขาซ้ายของข้าหักอีก ข้าน้อยก็จะปรนนิบัติท่านไม่ได้แล้วนะเจ้าคะ”!!!แท้จริงแล้วเจ้าของร่างเดิมเป็นคนตีขานางหัก!!เมื่อมองขาขวาที่หักของฉินเย่ว์โหรว พลางมีเสียงหวีดดังขึ้นในหัวของเฉินฝานคนสวยขนาดนี้ทั้งคน ยังนอบน้อมอ่อนโยนเช่นนี้อีก มีแต่อยากเอ็นดู เจ้าของร่างเดิมคิดอะไรอยู่กันแน่ เหตุใดถึงกล้าลงมือเช่นนี้!“เมื่อขาเจ้าไม่สะดวก งั้นก็ลุกขึ้นเถิด!”ฉินเย่ว์โหรวตัวสั่นและกลัวเฉินฝานมาก นางแทบไม่ได้รู้ว่าเฉินฝานพูดอะไร “ได้โปรดนายท่าน อย่าทุบตีข้าเลย อย่าทุบข้าเลย”ร่างกายที่สั่นจนควบคุมไม่ได้และสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวั่นกลัวเห็นได้ว่าเมื่อก่อนเจ้าของร่างเดิมทุบตีนางเป็นประจำจนนางกลัวเฉินฝานพูดสามครั้งติดต่อกันว่าจะไม่ทุบตี จากนั้นฉินเย่ว์โหรวก็หยุ
เฉินฝานพลันตะโกนเสียงแข็ง จูต้าอันกับผู้ชายอีกสองคนถึงกับสะดุ้งตกใจไอ้หมอนี่ กล้าพูดจาเสียงดังกับพวกเขา!ภายในห้องเงียบสงบในทันใด“เฉินฝาน!” จูต้าอันแสดงหน้าถมึงทึง “ตั้งแต่พวกเราเข้ามา เจ้าก็ทำกร่างตลอด เมื่อครู่นี้ข้าถือว่าเจ้าเพิ่งตกเขากลับมาร่างกายยังไม่หายดี แต่เจ้าอย่าทำตัวไว้หน้าแล้วไม่สนใจ ข้าขอพูดไว้ตรงนี้ ไม่ว่าเจ้าจะยอมหรือไม่ เมื่อเจ้ารับเงินไปแล้วก็ต้องทำตามที่ตกลงไว้”ตอนที่จูต้าอันกำลังพูด ผู้ชายสองคนด้านหลังยืนขึ้นแล้วผู้ชายสองคนนั้น ทั้งตัวสูงและบึกบึนหากเกิดการปะทะขึ้นมาจริง ๆ เขาสามารถเอาตัวรอดได้ เพียงแต่ว่า……เฉินฝานชำเลืองมองฉินเย่ว์โหรวที่ก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านข้าง“โหย ดูสมองข้าสิ!” เฉินฝานกุมหัวแสดงสีหน้าเหมือนเจ็บปวด “หลังจากตกเขาและฟื้นขึ้นมาข้าก็ไข้ขึ้นไม่หยุด จนป่านนี้หัวของข้าก็ยังเจ็บตื้อ ๆ ไม่หาย และลืมเรื่องต่าง ๆ ไปเยอะมาก ข้าขออภัยด้วย”เมื่อเห็นสีหน้าของชายสามคนผ่อนคลายลง เฉินฝานพลางรีบเอ่ยถามจูต้าอัน “พี่จู ก่อนหน้านี้ข้าตกลงกับพี่เรื่องอะไรนะ!”“หากเป็นเช่นนั้น……ก็ช่างเถอะ!” จูต้าอันส่งสัญญาณให้สองคนนั่งลง “ตกเขาฤดูหนาวแต่ไม่ถูกหมาป่าคาบ
“ขอร้องแม่เจ้าสิ!” เฉินฝานยกอีกถ้วยหนึ่งขึ้น“ปึก!”“ดูซิว่าข้าจะกล้าตีเจ้าหรือไม่ ?”“อ๊าก!” จูต้าอันที่ไม่ทันระวังตัวส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ต่อมาเขาพยายามจะลุกขึ้น แต่เฉินฝานไม่ให้โอกาสเขาเลย“ปึก!”“กล้าไหม!”“ปึก!”“กล้าไหม!”เขาพูดคำว่ากล้าไหมหนึ่งครั้ง ก็ฟาดจูต้าอันหนึ่งครั้งกำลังมือที่เฉินฝานฟาดลงไปหนักขึ้นทุกครั้งศีรษะของจูต้าอันกลายเป็นสีแดงอย่างรวดเร็ว เลือดไหลออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ เขาปากแข็งในตอนเริ่มต้น แต่ภายหลังส่งเสียงร้องเจ็บปวดดังสนั่นและร้องขอความเมตตาไม่หยุดชายสองคนที่มาจากหอนางโลมอี๋ชุนย่วนวางมือลงและมองหน้ากัน ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยจูต้าอันสักคนไอ้เฉินฝานนี่ เหตุใดถึงไม่เหมือนอย่างที่รู้จักเฉินฝานที่พวกเขารู้จัก นอกจากผู้หญิงในเรือนตนเองแล้วก็สู้ใครไม่ได้เลย คำว่าอันธพาลของหมู่บ้านล้วนได้มาเพราะอยู่กับจูต้าอันและล้วนเพราะมีจูต้าอันคอยหนุนหลังทำไมตอนนี้กลับ……“ปึกๆๆ!” เฉินฝานยังทุบไม่หยุด“นายท่านเจ้าคะ นายท่าน!” ฉินเย่ว์โหรวนั่งลงข้างเฉินฝาน “หยุดตีได้แล้ว หยุดตีได้แล้ว ถ้ายังตีต่อไปเขาจะตายได้นะเจ้าคะ!”ครอบครัวไม่อาจไร้ผู้นำ หากเฉินฝานเข้า
“วืด”“ตุบ!” ธนูดอกหนึ่งเสียบตรงบานประตูเฉินฝานมองลูกธนูที่อยู่ห่างเขาไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรอย่างตาโต เขามีความรู้สึกเหมือนรอดพ้นเคราะห์กรรม หากธนูลูกนี้เฉียงอีกเพียงเล็กน้อย……ใคร!ใครสามหาวถึงเพียงนี้!คนสูงโปร่งรูปสวยคนหนึ่งพลันแสดงตัวขึ้นตรงหน้าเฉินฝาน“พี่สาม!”เฉินฝานยังไม่ทันได้ตอบโต้ ฉินเย่ว์โหรวก็วิ่งไปพี่สาม!ฉินเย่ว์เจียว?ในความทรงจำ ฉินเย่ว์เจียวเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของฉินเย่ว์โหรว ภรรยาอีกคนของเขาเฉินฝานมองฉินเย่ว์โหรวอย่างละเอียดมองจากสายตาน่าจะสูงราว 170 เซนติเมตร ความสูงนี้ ในสมัยโบราณถือว่าสูงมากรูปหน้าคล้ายคลึงกับฉินเย่ว์โหรวแต่ก็มีความแตกต่างนางมีโครงหน้าชัดกว่า ร่างกายอวบอิ่มกว่าฉินเย่ว์โหรว สีผิวค่อนไปทางเหลืองข้าวสาลี ประกอบกับความสูงของนางแล้ว ช่างชวนให้รู้สึกมีความองอาจ เย้ายวนแทบทุกอิริยาบถอาจเป็นเพราะวิ่งเร็ว สีหน้าของฉินเย่ว์เจียวจึงแดงก่ำ มีเม็ดเหงื่อหยดลงจากหน้าผาก หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง เสื้อผ้าก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ……เห้อ!เฉินฝานหันหน้าหนีอย่างเร็วหากพูดว่าฉินเย่ว์โหรวที่อ่อนแอแต่อ่อนโยนทำให้รู้สึกอยากปกป้อง ถ้าเช่นนั้นฉินเย่ว์เจียวท
เมื่อมาถึงยามนี้ ฉินเย่ว์เจียวไม่สามารถพูดต่อไปได้อีก นางถอดด้ามธนูออกจากคันธนู กำไว้ในมือแน่น ขณะที่จ้องเฉินฝานถมึงทึงเฉินฝานยังรู้สึกโกรธเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ไม่ต้องพูดถึงฉินเย่ว์เจียวเลย เขาฟังแล้วยังอยากบีบคอนายท่านคนเดิมให้ตายไปเสียฉินเย่ว์โหรวลดแขนที่กางออกลงอย่างช้า ๆ แสงในดวงตาหรี่ลงทีละน้อย ฉินเย่ว์เจียวพูดถูก ตั้งแต่เข้ามาในบ้านหลังนี้พวกนางไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ เลยสักวันหลายครั้งที่นางเองก็สงสัย ความตายนั้นดีกว่าการมีชีวิตอยู่หรือไม่“น้องสี่ เจ้ามายืนข้างข้า” ฉินเย่ว์เจียวดันฉินเย่ว์โหรวไปด้านข้าง พลางชี้ด้ามธนูและคันธนูไปยังเฉินฝานอีกครั้ง“อา!” ฉินเย่ว์โหรวหลับตาไม่กล้ามองผ่านไปชั่วพริบตา“ท่าน......”ฉินเย่ว์เจียวจ้องมองเฉินฝานตรงหน้านางอย่างว่างเปล่า ในขณะนี้เฉินฝานกำลังจับมือของนางที่ถือคันธนูอยู่“เหตุใดท่านถึง ถึงได้...” ฉินเย่ว์เจียวเอ่ยขึ้นตะกุกตะกักเขาเข้ามาตรงหน้านางและจับมือนางได้รวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร เขาจะมีทักษะเช่นนี้ได้อย่างไรหากเขามีทักษะเช่นนี้ ฉินเย่ว์โหรวคงถูกขายไปนานแล้ว จะรอให้นางออกไปแล้วค่อยแอบขายฉินเย่ว์โหรวทำไมกัน“เย่ว์.
“หา เจ้าว่าอะไรนะ? เสียงเบายิ่งนัก พูดอีกครั้งสิ!” เฉินฝานกล่าวเขาได้ยินแล้วจริงๆ แต่จะแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน อาศัยโอกาสนี้เล่นงานเด็กน้อยหวงหวั่นเอ๋อร์คว้าผมของเฉินฝาน “คนบ้า ข้าไม่เชื่อว่าท่านไม่ได้ยิน”“อ๊าก เจ็บๆ เจ้าทึ้งผมข้าเจ็บเช่นนี้ ประเดี๋ยว หากข้าไม่ออกแรงมากหน่อย จะคลายความเจ็บนี้อย่างไร” เฉินฝานก็ไม่เกรงใจ ยังคงพูดจาเหลวไหลหวงหวั่นเอ๋อร์ปล่อยเฉินฝานอย่างว่าง่าย ไม่กล้าพูดอะไรอีกเฉินฝานแบกหวงหวั่นเอ๋อร์เดินหน้า ทั้งสองต่างฝ่ายต่างเงียบ มีเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงครางที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ของหวงหวั่นเอ๋อร์เท่านั้น“ท่านจะเดินไปที่ใดอีก? ข้ายอมเข้าหอกับท่านแล้วไม่ใช่หรือ?”“เจ้าจะถอนหมั้นไม่ใช่หรือ? ตอนนี้ตกลงแต่งงานกับข้าแล้วหรือ?” เฉินฝานตอบไม่ตรงคำถาม“ใครจะแต่งงานกับท่าน?”หวงหวั่นเอ๋อร์กัดฟันแน่นจนเสียงดัง นางแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว นางอยากจูบเฉินฝานยิ่งนักเมื่อก่อนรู้สึกว่าชายคนนี้เหม็นเหงื่อยิ่งนัก เหตุใดตอนนี้แม้กระทั่งเหงื่อของเขาก็มีกลิ่นหอมนี่มันเวลาไหนแล้ว เขายังจะพูดเช่นนี้อีก“เจ้าตกลงเข้าหอแล้วไม่ใช่หรือ?”“เข้าหอต้องแต่งงานเท่านั้นหรือ?”“เข้า
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง มือทั้งสองข้างของนางยื่นไปที่คอของเฉินฝานดูจากท่าทางของนางแล้ว คล้ายกำลังจะกอดคอเฉินฝานเฉินฝานยื่นคอไปให้นางอย่างว่าง่าย“ไสหัวไปซะ!”ทันใดนั้นเองมือของหวงหวั่นเอ๋อร์เปลี่ยนทิศทาง ผลักเฉินฝานอย่างแรง นางมีกำลังภายในสูง เฉินฝานจึงกระเด็นไปไกลหลังจากเดินโซซัดโซเซอยู่หลายตลบ เฉินฝานก็ทรงตัวได้“เอื๊อก!”หวงหวั่นเอ๋อร์อาเจียนเป็นเลือดอีกครั้ง“ชิ้ง!” หวงหวั่นเอ๋อร์ทิ่มดาบลงไปบนพื้น ทิ้งน้ำหนักตัวไปที่ดาบ นางที่กำลังคุกเข่าอยู่นั้นหายใจหอบภายใต้แสงจันทร์ พวงแก้มของนางแดงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ให้ตายสิหวงหวั่นเอ๋อร์สบถในใจยาของคงจิ้งคนต่ำช้านั่นช่างรุนแรงเสียจริง นางใช้กำลังภายในขับพิษอยู่นาน แต่กลับขับได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นตอนนี้หวงหวั่นเอ๋อร์ไม่กล้าใช้กำลังภายในขับพิษแล้ว ขืนขับอีก ยาไม่ได้ขับออกมา แต่อวัยวะภายในของนางจะพังหมดเฉินฝานก็เห็นแล้วว่าหวงหวั่นเอ๋อร์ทรมานอย่างมาก เขาเดินไปหานาง“ปล่อยข้า!”เฉินฝานไม่เพียงไม่ปล่อยหวงหวั่นเอ๋อร์ตามคำสั่งนาง เขาโค้งตัวลงแล้วแบกหวงหวั่นเอ๋อร์ขึ้นมา“ปล่อยข้า!”ยิ่งหวงหวั่นเอ๋อร์ร้องตะโกน เฉินฝานก็เดินเร
ม้าตายทำให้รถม้าล้มลงเฉินฝานจำต้องกระโดดออกมาจากรถม้าเฉินฝานเงยหน้ามองรอบๆ โดยรอบมืดสนิท ไร้ผู้คน“แม่นางหวง ดูสิ เจ้าไม่ยอมฟังข้า ตอนนี้ม้าตายแล้วจะทำอย่างไรดี”หวงหวั่นเอ๋อร์ที่ปากเก่งมาโดยตลอด ทั้งยังเจ้าเล่ห์และร้ายกาจ แต่ตอนนี้กลับไม่ยอมตอบคำถามของเฉินฝานเฉินฝานฉงนยิ่งนัก “แม่นางหวง แม่นางหวง!”หลังจากจุดพับไฟเสร็จ ก็ตามหาอยู่นานพักใหญ่ กว่าเฉินฝานจะเจอตัวหวงหวั่นเอ๋อร์หวงหวั่นเอ๋อร์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ห่างจากรถม้าประมาณสิบเมตร ไม่ว่าเฉินฝานจะร้องเรียกนางอย่างไร นางก็ไม่ตอบ เอาแต่ก้มหน้านั่งขัดสมาธิอยู่ตรงนั้นหวงหวั่นเอ๋อร์ที่เป็นเช่นนี้ เฉินฝานไม่เคยพบเจอมาก่อนทำตัวผิดปกติ ต้องมีเรื่องบางอย่างแน่นอน!เฉินฝานเดินไปหาหวงหวั่นเอ๋อร์ ก้มหน้าร้องเรียกนาง “แม่นางหวง”หวงหวั่นเอ๋อร์ยังคงไม่สนใจเฉินฝาน ตัวของนางกำลังสั่นเทา แม้จะสั่นเทาเพียงเล็กน้อย แต่เฉินฝานก็ยังดูออก“แม่นางหวง เจ้าไม่สบายหรือ?”เฉินฝานเป็นห่วง คนที่ปกติร่าเริง กลับเงียบกะทันหัน เกรงว่าคงจะล้มป่วยแล้ว“แม่นางหวง เจ้าไม่สบายตรงไหน?”เฉินฝานยื่นมือไปเปิดหมวกของหวงหวั่นเอ๋อร์“อย่าแตะต้องข้า!”เฉินฝาน
เถียนเสี่ยวอวี่ขอบคุณคงจิ้งในใจ“ใต้เท้า!”เสียงของเถียนเสี่ยวอวี่ดังกว่าเดิม เรี่ยวแรงและเสียงของนางดังและมากพอกันเถียนเสี่ยวอวี่ที่กำลังบ้าคลั่ง ตอนเฉินฝานเสพสุข เขาอยากหัวเราะเล็กน้อยเขาและเถียนเสี่ยวอวี่ร่วมหฤหรรษ์กันสองครั้ง ล้วนเป็นเพราะเหตุผลเดียวกันช่างเถอะไม่ว่าจะเพราะเหตุผลใด มีความสุขก่อนค่อยว่ากันมือข้างหนึ่งประคอง มือข้างหน้าปิด...ทั้งสองบ้าไปแล้วนี่เป็นการเดินทางแสนพิเศษที่เปี่ยมไปด้วยความสุข...ตอนเฉินฝานออกมาจากห้องของเถียนเสี่ยวอวี่ จางหย่าเชาจัดการเรื่องของสวี่ซื่อเจี๋ยเรียบร้อยแล้ว ทางด้านจางหย่งเชามีองครักษ์เงา ‘ดูแลความปลอดภัย’ ส่งกลับเมืองหลวงเฉินฝานอยากพาเถียนเสี่ยวอวี่กลับเมืองหลวงไปด้วยกัน แต่เถียนเสี่ยวอวี่ปฏิเสธอีกครั้งการได้มีช่วงเวลาแสนพิเศษกับเฉินฝานสองครั้ง ชีวิตนี้นางรู้สึกพอใจมากแล้วเป็นภรรยาของเขา นางไม่คู่ควรเพราะเถียนเสี่ยวอวี่ทำความผิด จึงจำต้องบวชใหม่อีกครั้ง พร้อมกับพักนอกสำนักระยะหนึ่งหลังจากเฉินฝานจัดการเรื่องที่พักให้เถียนเสี่ยวอวี่เสร็จ เขาก็ออกเดินทางด้านนอกเรือนของเถียนเสี่ยวอวี่ หวงหวั่นเอ๋อร์นั่งอยู่บนรถม้ารอ
“ท่านอาจารย์ ไม่ค่อยเหมาะสมกระมัง ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็น...”“ใต้เท้า ข้ารู้ว่าท่านกังวลสิ่งใด ทว่าพุทธศาสนามีหลักธรรมเมตตาต่อสรรพชีวิต ตอนนี้คงอันกำลังจะตาย พระพุทธต้องเข้าใจแน่นอน หากพระพุทธองค์พิโรธ เช่นนั้นข้าจะขอรับผิดชอบสิ่งที่ตามมาเอง”“ท่านผู้ดูแล ท่านผู้ดูแล!”เสียงร้อนรนดังมาจากในวัดตามด้วยร่างของคนๆ หนึ่งปรากฏตัวด้วยความเร็วสูง“ใต้เท้า!”นางพุ่งตัวออกมาแล้วหยุดตรงหน้าเฉินฝานคนคนนี้คือชิงหนิง นางคุกเข่าบนพื้น “โปรดช่วยท่านผู้ดูแลด้วย”ชิงหนิงไม่รอเฉินฝานรับปาก นางลุกขึ้นก่อน “ใต้เท้า ล่วงเกินแล้ว!”พูดจบ นางคว้าแขนของเฉินฝาน วิ่งเข้าไปในสำนักชิงเมี่ยวด้วยความเร็วสูงรอเฉินฝานดึงสติกลับมาได้ เขาก็อยู่ในห้องของเถียนเสี่ยวอวี่แล้ว“ปั้ง!”“ใต้เท้า โปรดช่วยท่านผู้ดูแลด้วยเจ้าค่ะ”“ใต้เท้า โปรดช่วยคงอันด้วย”ด้านนอก เสียงของชิงหนิงและหลิงอวี้ ดังขึ้นตามๆ กัน“ปั้ง!”เฉินฝานล้มลงบนพื้นเถียนเสี่ยวอวี่ที่เดิมทีอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่านางอยู่ข้างกายเขาตั้งแต่เมื่อใด นางกระโจนเข้าไปหาเฉินฝาน เขาไม่ทันตั้งตัว จึงไม่อาจทรงตัวได้ทำให้ล้มลงกับพื้นเถียนเสี่ยวอวี่ไม่มีสติ
เฉินฝานเปิดม่านรถม้ามองใบหน้าแดงก่ำของเฉินฝาน แววตาจางหย่งเชาฉายความตกตะลึง เขาย่อมทราบเรื่องที่สวี่ซื่อเจี๋ยวางแผนสวี่ซื่อเจี๋ยยังบอกเขาอีกว่า หากเฉินฝานมาถึงเมืองหรงตู เช่นนั้นหมายความว่าแผนการของสวี่ซื่อเจี๋ยสำเร็จแล้ว รอเฉินฝานมาถอนคำสั่งเนรเทศเท่านั้นจางหย่งเชามองใบหน้าแดงก่ำของเฉินฝาน รวมถึงดวงตาแดงจัดที่ผ่านการอดกลั้นอย่างแรงกล้า เขารู้สึกทันทีว่าเรื่องที่เกิดขึ้นย่อมไม่ธรรมดาเฉินฝานกวาดมองเขาด้วยแววตาเย็นชา “จางหย่งเชาเจ้าช่างเก่งจริงๆ ข้ายังไม่ได้ส่งคนมาแจ้ง เจ้าก็รู้ล่วงหน้าแล้วว่าข้าจะมา”“ใต้เท้า” ตัวของจางหย่งเชาสั่นเทาเล็กน้อย “มีทหารมารายงานว่า ท่านออกจากสำนักชิงเมี่ยวแล้ว”“ช่างใจกล้ายิ่งนัก ถึงขนาดกล้าส่งคนไปสะกดรอยข้า”“ใต้เท้า!” จางหย่งเชารีบอธิบาย “ข้าเปล่าขอรับ ข้าเปล่า ข้าเพียงเป็นห่วงความปลอดภัยของใต้เท้า ดังนั้นจึงส่งพวกเขาไปคุ้มกันความปลอดภัยของใต้เท้าที่สำนักชิงเมี่ยว”“คุ้มกันหรือจับตาดู เจ้ารู้ดีแก่ใจ!”เฉินฝานไม่เปลืองน้ำลายกับจางหย่งเชา เหยียบแผ่นหลังของเขาลงจากรถม้า แล้วตรงไปยังรถคุมขังสวี่ซื่อเจี๋ยสวี่ซื่อเจี๋ยเฝ้ารอเฉินฝานด้วยความมั่นใจเต
คำพูดของคงจิ้งทำให้เฉินฝานโอบเถียนเสี่ยวอวี่ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัวราวกับคนจมน้ำเจอขอนไม้ เถียนเสี่ยวอวี่ตะเกียกตะตายขึ้นมาความร้อนในร่างกายแทบจะเผาทำลายสติของนางจนหมดสิ้นเถียนเสี่ยวอวี่ดีดดิ้นในอ้อมกอดของเฉินฝาน นางหงุดหงิดเสื้อผ้าที่เฉินฝานสวมใส่ จึงฉีกเสื้อของเฉินฝาน วินาทีที่ริมฝีปากของเถียนเสี่ยวอวี่ประทับลงบนตัวเขา เฉินฝานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลูกกระเดือกของเขากลิ้งไปมา ร่างกายของเขารู้สึกราวถูกมดนับหมื่นตัวกัดเฉินฝานกัดฟันแน่น ยกมือขึ้นประคองศีรษะของเถียนเสี่ยวอวี่ ล็อกศีรษะของนางเอาไว้แน่นเวลานี้ คงจิ้งเดินเข้ามาแล้ว“สมกับเป็นท่านอัครเสนาบดีจริงๆ เจอข้าก็ไม่แปลกใจแม้แต่น้อย ใต้เท้า...” คงจิ้งหยุดชะงักครู่หนึ่ง น้ำเสียงเบาลงมาก“พวกข้าไม่ได้อยากทำให้ท่านลำบากใจ ขอเพียงท่านปล่อยตัวท่านอาของข้า ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในเมืองหรงตูอีก เรื่องระหว่างท่านกับคงอัน จะถือว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น”“หากใต้เท้าไม่ยอม เช่นนั้นเราคงต้องตายกันไปข้างหนึ่ง!” ถ้อยคำประโยคนี้ คงจิ้งพูดไม่ดังนัก แต่เปี่ยมไปด้วยพลังเฉินฝานไม่ตอบคงจิ้ง เขาอดทนกับความร้อนในร่างกาย เอาตัวเถียนเสี่ยวอวี่ไปใ
“ใต้เท้า!”“เสี่ยวอวี่...” เฉินฝานมองเถียนเสี่ยวอวี่ที่แนบชิดเขาด้วยแววตาตกตะลึงเถียนเสี่ยวอวี่ที่ไร้วรยุทธ์ ตั้งแต่เตียงมาถึงจุดที่เฉินฝานยืนอยู่ ความเร็วของนางเทียบเท่าชิงหนิงที่มีวรยุทธ์“ใต้เท้า ข้า...ข้า...อยาก...”เช่นเดียวกับเหตุการณ์ครั้งนั้นที่เกิดขึ้นกับเฉินฝาน นางถูกวางยาที่คล้ายคลึงกัน เถียนเสี่ยวอวี่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตนเอง นางอยากให้เฉินฝานช่วยนาง แต่นางก็กลัวว่าจะเป็นการทำลายเฉินฝานร่างกายและความคิดย้อนแย้งกันอย่างมาก ทำให้เถียนเสี่ยวอวี่ดูทรมานมากยิ่งขึ้นนางผละออกจากเฉินฝานหลายครั้ง แล้วกลับมาแนบชิดเขาอีกหลายครา“ใต้เท้า พวกเขา...พวกเขาช่างอำมหิตยิ่งนัก ยาครั้งนี้ รุนแรงกว่าของท่านพ่อมาก”เถียนเสี่ยวอวี่กัดฟันแน่นแล้วผละออกมาจากเฉินฝาน นางพยายามผลักเฉินฝานไปไกล “ใต้เท้า ท่านรีบไปเร็วเข้า ไม่ต้องสนใจข้า”เฉินฝานก้มหน้ามองเถียนเสี่ยวอวี่ที่ผละจากเขา แล้วกัดมือตนเองอย่างแรง พยายามห้ามไม่ให้ตนแนบชิดเฉินฝานอีกครั้งปลายจมูกและพวงแก้มของนางแดงระเรื่อ ผิวขาวในเวลานี้อมชมพู ผิวเปล่งประกาย ริมฝีปากอวบอิ่มและชุ่มฉ่ำราวกับกลีบดอกกุหลาบพรมน้ำร่างกายที่ร้อนระอ
มีชายสองคนปรากฎตัวขึ้นกะทันหันโชคดีที่เฉินฝานผ่านการฝึกอย่างหนักในยุคปัจจุบัน หลังจากเดินทางทะลุมิติมาเขาก็ยังคงฝึกฝนด้วยตนเอง แม้จะถูกวางยา ก็ไม่ถูกใครจับได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นเรือนหลังนี้อยู่ไม่ห่างจากเรือนของหลิงอวี้เฉินฝานหนีเข้าไปในเรือนของหลิงอวี้ได้สำเร็จเพิ่งเข้าไปในเรือนของหลิงอวี้ ชายทั้งสองคนก็ชะงักฝีเท้าเพราะชิงหนิงเดินมาเมื่อวานชิงหนิงแสดงความสามารถของนางให้เห็นแล้ว ชิงซีไม่กล้าให้ชายทั้งสองคนบุ่มบ่ามเข้าไป“ใต้เท้า เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับท่านเจ้าคะ?”ชิงหนิงที่อยู่ไกลๆ สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของเฉินฝาน“ใต้เท้า เหตุใดหน้าท่านถึงแดงก่ำเช่นนี้? เป็นไข้หรือเจ้าคะ?”“อย่างแตะต้องข้า!”เฉินฝานปัดมือของชิงหนิงที่จะพยุงเขาทิ้งตอนนี้ไม่อาจให้สตรีคนใดแตะต้องตัวเขาได้ ความรู้สึกที่อัดแน่นในร่างกาย อยู่ในจุดที่ใกล้จะสูญเสียการควบคุมแล้ว“ใต้เท้า?”ชิงหนิงเบิกตากว้าง มองเฉินฝานด้วยความงุนงงเฉินฝานไม่มีแรงอธิบายให้ชิงหนิงฟัง เขาเพียงพูดไม่หยุด “ข้าร้อน! น้ำ ข้าต้องการน้ำเย็น น้ำเย็นจำนวนมาก!”“เจ้าค่ะๆ! ข้าจะรีบไปเตรียมให้เดี๋ยวนี้!”ตอนเฉินฝานบอกว่าร้อน ชิงหนิงเข้