ตอนที่ 25 ท่านแม่อีกคน กู้เฉียวจิงดื่มกับหลีเซียวหยวนจนดึก จึงเลือกค้างคืนที่หอสุราที่ชั้นสามจัดทำเป็นโรงเตี้ยมไว้บริการ และถึงแม้ภายในใจจะคาดเดาเจตนาที่แฝงของหลีเซียวหยวน นางไม่ใส่ใจ นับว่านางตัดสินใจไม่ผิด ยามเช้าอรุ่ณที่ตื่นขึ้นมาพบกับกลิ่นอายธรรมชาติ เมื่อมองไปเบื้องหน้าเห็นภูเขาที่สูงเสียดฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยไปหมอกและก้อนเมฆกำลังลอยอ้อยอิ่ง ใต้แผ่นฟ้าสุดลูกหูลูกตางดงามดั่งสรวงสวรรค์ นางยกชาจิบเบา ๆ หลับตาพริ้มคล้ายกำลังรับพลังงานจากฟ้าดิน นางได้ยินเสียงกระซิบบางอย่างจึงลืมตาขึ้น เอ่ยถาม “มีอะไร” ซูซู ก้าวเดินเข้ามาน้อมกายยื่นจดหมายออกไป “นายหญิง นายน้อยส่งจดหมายมาเจ้าค่ะ” กู้เฉียวจิงยื่นมือมารับพร้อมเปิดอ่านทันที พอกวาดตามองรอบหนึ่ง นางก็รู้ทันทีว่ามีเพียงคำขึ้นต้นและลงท้ายที่เป็นลายมือของกู้ซวิน ส่วนเนื้อหาในจดหมายคงจะให้ชิงชิงเป็นผู้เขียนแทน สายไออุ่นวาบเลื่อนจากปลายนิ้วมือที่สัมผัสจดหมายไล่มาถึงหัวใจแผ่ไปถึงดวงตาร้อนผ่าว หญิงสาวยิ้มบางแล้วเอ่ย “เด็กคนนี้เรื่องราวแค่นี้ก็ละเอียดนัก” ภายในเนื้
ตอนที่ 26 รักมาเป็นสิบสิบปีวัดชิงเยี่ยง นอกจากฝึกคัดอักษรแล้ว กู้เฉียวจิงยังใช้เวลาในช่วงดึกออกมาฝึกวิชากระบี่ มีสายลมวูบหนึ่งไหวผ่านกายไป นางรับรู้การมาของคนผู้หนึ่ง หรี่ตาเล็กน้อยจากนั้นก็พูดขึ้น “ในเมื่อท่านมาแล้ว เช่นนั้นมาฝึกกระบี่ด้วยกันสิ” ในเงามือก็ปรากฏบุรุษรูปร่างสูงโปร่งผู้หนึ่ง นัยน์ตาจิ้งจอกของเขาสว่างวาบเห็นเด่นชัดในความมืดมิดยามราตรี “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่แม่นางกู้เชิญ” สิ้นวาจาหลีเซียวหยวนก็ทะยานพุ่งเข้าหากู้เฉียวจิงอย่างรวดเร็ว พริบตากระบี่ก็เกือบมาถึงตัวหญิงสาว นางสามารถหลบหลีกได้อย่างท่วงทีนางว่องไวดั่งบินได้ ตวัดแกว่งกระบี่ในมือต้านการโจมตีที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว กระนั้นก็เหมือนจะเป็นรองหลีเซียวหยวนอยู่ขั้นหนึ่ง ในขณะที่กู้เฉียวจิงเหมือนต้องทุ้มเต็มแรงเพื่อรับแรงปะทะ หลีเซียวหยวนกลับฟาดกระบี่ไปมาอย่างปลอดโปร่ง เพียงเท่านี้ก็เห็นถึงความเหนือชั้น ไม่นานกู้เฉียวจิงก็หมดแรง นางยกมือประสาน “ขอบคุณท่านที่ออมแรง ข้าแพ้แล้ว” หลีเซียวหยวนยกปากยิ้มบาง “แพ้ให้ข้าไม่เสียหน้ามากหร
ตอนที่ 27 ยอมถอยให้แล้ว เมืองหลวงในยามตะวันคล้อยบ่าย ผู้คนเริ่มออกมาจับจ่ายซื้อของทานมื้อเย็นด้านนอก รถม้าของกู้เฉียวจิงมาถึงพร้อมกับมีเสิ่นเยี่ยหงควบม้าประกบคุ้มครองอยู่ข้าง ๆ ด้วยรูปร่างหน้าตาท่วงท่าองอาจก็ดึงดูดสายตาของเหล่าสตรี กลุ่มสาววัยแรกแย้มที่อยู่บนโรงเตี้ยมชั้นสองหลายคนส่งสายตาคำถามต่อกัน “นั่นคงเป็นหงอี้โหว ท่านแม่ทัพบูรพาคนนั้น” “ผู้ที่เขาเล่าลือกันหายไปจากจวนแล้วพึ่งกลับมานั้นหรือ” “มิใช่แค่กลับมาตัวเปล่านะ...ยังมีลูกและฮูหยินกลับมาด้วย” สตรีผู้หนึ่งทำสีหน้าประท้วง “ฮูหยินหรือเจ้าใช้คำผิดหรือไม่” อีกคนได้ยินก็เชิดคอขึ้นอวดว่าตนเองรู้ดีกว่า “แน่นอนสิ...นางเป็นสตรีผูกผมกับหงอี้โหวอีกทั้งยังเป็นคนช่วยชีวิต ท่านโหวจึงแต่งตั้งนางเป็นฮูหยินเอกเชียวนะ” สาวน้อยผู้หนึ่งเอามือปิดปากดวงตาเบิกกว้าง “ช่างเป็นบุรุษที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม..” ทว่าก็มีคนเอ่ยแย้งขึ้น “แต่...เมื่อหลายวันก่อนหงอี้โหวก็เข้าพิธีกับคุณหนูเกาเหยาชุนมิใช่หรือ” สตรีที่รู้ดีที่สุดพยักหน้า “ใช่..ทั้งสองคนล
ตอนที่ 28 ระดับตู้ยา ในระหว่างที่ให้หมอตรวจ นางซบพิงบนอกเสิ่นเยี่ยหงดั่งคนไร้กระดูก หลายครั้งกู้เฉียวจิงก็ชายตาส่งสายตาให้เกาเหยาชุน เจตนาชัดเจน มิใช่เจ้าเสแสร้างไร้เดียงได้คนเดียว เห็นอาการคับข้องใจของเกาเหยาชุน กู้เฉียวจิงก็อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย บังอาจมาเล่นลูกไม้ทำทีผ้าคลุมไหล่ล่วงหล่น การแสดงย่ำแย่ขนาดนี้สักวันเสิ่นเยี่ยหงก็ต้องเอะใจ เฮ้อ!! หากเผยท่าทีชัดเจนแบบนี้ กระทั้งเป็นสายลับยังมิทันเข้าไปล่วงข้อมูลข้างในก็ตายตั้งแต่อยู่ตรงประตูแล้ว มันต้องถอยให้มาก รอให้เป็นนะอย่าให้ต้องสอน เมื่อหมอตรวจเสร็จ คนตั้งครรภ์ก็ต้องการการพักผ่อน พอกู้เฉียวจิงเผยสีหน้าเหนื่อยล้า เสิ่นเยี่ยหงก็สั่งให้ทุกคนให้ดูแลนางให้ดี แล้วยังหันมากำชับนางให้ระวังอีกหลายคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พอประตูปิดลง สีหน้าอ่อนล้าของกู้เฉียวจิงก็สลายไป ร่างกายอ่อนไร้เรี่ยวแรงก็ลุกขึ้นนั่งเอง นางรอเพียงชั่วครู่ ซูซูก็ปรากฏกายขึ้นมา “นายหญิง ท่านโหวมีวรยุทธ์สูงส่งข้ามิอาจกล้าเข้าใกล้” กู้เฉียวจิงพลันโบกมือ “มิเป็นไร
ตอนที่ 29 ยาสำหรับเด็ก ข่าวความวุ่นวายในเรือนหยกเมธาแพร่กระจ่ายไปทั่วจวนอย่างรวดเร็ว เสิ่นเยี่ยหงที่วันนี้ตรวจหนังสือราชการในเรือนก็ลุกสะบัดชายเสื้อออกไปเช่นกัน เสียงฝีเท้าที่เร่งเดินมา เกาเหยาชุนไม่ใช่คนฝึกวรยุทธ์ย่อมไม่รู้ว่าเสิ่นเยี่ยหงกำลังเดินเข้ามาใกล้แล้ว ต่างกับกู้เฉียวจิง นางจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือดึงดัน “เรื่องในเรือนของบุตรชายข้า ข้าจะจัดการเองพวกท่านมิต้องมายุ่ง” เกาเหยาชุนได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งเหมือนถูกหักหน้า ตั้งแต่นางเกินมาด้วยฐานะบุตรสาวสายตรงของตระกูลเกาไม่เคยมีผู้ใดใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับนางมาก่อน แม้กระทั้งสนมในวังยังเอ่ยกับนางด้วยวาจาอ่อนหวาน สตรีผู้นี้เป็นใครจึงบังอาจเช่นนี้ หลิงอิงก้าวเท้าเดินออกมาเบื้องหน้า ตะคอกกู้เฉียวจิงเสียงดังแทนผู้เป็นนาย “สตรีหยาบกระด้างไม่รู้สูงรู้ต่ำ เจ้าคงยังไม่รู้ฐานะของตนเองสินะ” กู้เฉียวจิงยิ้มบาง มองหน้าเกาเหยาชุนแววตามีเลศนัยแต่น้ำเสียงกลับสั่นเอ่ยถาม “ฐานะของข้า ก็คือฮูหยินเอกของท่านโหวมิใช่หรือ” อุ๊บ!! เสียงหัวเราะเย้ยหยั
ตอนที่ 30 ยาหอม ด้วยอุปนิสัยของกู้ซวิน กู้เฉียวจิงค่อนข้างมั่นใจว่าบุตรชายคงชื่นชอบที่จะเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นมากกว่า ทว่าการที่มีเสิ่นเยี่ยหงเป็นแม่ทัพเด็กชายจึงฝืนตนเองฝึกวรยุทธ์ ส่วนเสิ่นเยี่ยหงเห็นความตั้งใจของบุตรชายก็ผลักดันให้เข้าสู่สนามรบ แม้จะเป็นความหวังดีแต่นั้นก็ไม่ต่างจากชีวิตไปทิ้ง แม้ว่ากู้เฉียวจิงจะอยากให้บุตรชายตั้งใจเล่าเรียนสอบให้ถึงตำแหน่งจอหงวน ทว่าการที่ไม่มีฝีมือติดตัวในยุคนี้ค่อนข้างจะอันตรายเป็นอย่างมาก ยาชะล้างกระดูกสำหรับเด็ก ขวดนี้ นางจึงตัดสินใจรับภารกิจอย่างไม่ลังเล ก่อนนอนนางจึงสั่งความเอาไว้ “ซูซู พรุ่งนี้เจ้านำจดหมายไปให้คุณหนูกัว บอกว่าข้าจะไปหานางในช่วงเที่ยง” จำเป็นต้องใช้เงินไปขายยาสักหน่อยช่วงเช้า กู้เฉียวจิงก็อยู่ภายในเรือน บอกคนข้างนอกว่าเมื่อวานตนเองใช้อารมณ์ก่อความวุ่นวายรู้สึกสำนึกผิดขอกักตัว เรือนหลัก เสิ่นฮูหยินอ่านเทียบเชิญร่วมงามเลี้ยงชุมบุปผาจากในวัง แล้ววางลงพูดขึ้น “เจ้าไปตามสะใภ้ใหญ่มาที่นี่” เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งเค่อ ม่านไป๋อิงสะใภ้ใหญ่ก็มาถึง
ตอนที่ 31 ไร้เทียมทานกัวเล่อเยี่ยนคาดว่ากู้เฉียวจิงอาจจะจำเป็นต้องใช้เงิน หลังจากรับยามานางก็มอบเงินให้หญิงสาวจำนวนห้าพันตำลึงก่อน กู้เฉียวจิงก็ส่งเงินให้ซูซูไปจัดเตรียมคนมาให้พร้อมเมื่อกลับมาถึงเรือนกู้เฉียวจิงก็ทำทีเหมือนพึ่งออกมาจากห้องจากนั้นก็เรียกอี้เหมย อี้หลิงเข้ามาพูดคุย ทั้งสองเดินเข้ามาแล้วคุกเข่าลงด้วยท่าทีนอบน้อม เอ่ยขึ้น“ฮูหยินต้องการใช้บ่าวทำอะไรเจ้าค่ะ”คำเรียกขานเปลี่ยนไปแล้ว กู้เฉียวจิงรู้สึกว่าเด็กคนนี้ฉลาดเฉลียวรู้จักปรับตัวจึงพูดขึ้น “ข้าอยากเจรจากับเจ้า”“บ่าวมิกล้า เพียงท่านสั่งมาบ่าวพร้อมรับใช้เจ้าค่ะ”“ข้าขอพูดตามตรง เจ้าเป็นคนของที่เสิ่นฮูหยินสั่งให้มาคอยจับตาดูข้าใช่หรือไม่”“ปะ เปล่าเจ้าค่ะ เพียงแต่ หากมีสิ่งใดที่เสิ่นฮูหยินเอ่ยถาม ข้าเพียงตอบตามความจริงเจ้าค่ะ”กู้เฉียวจิงยิ้มบาง คำตอบนับได้ว่ามีไหวพริบดี “แล้วถ้าหากว่า สิ่งใดที่เสิ่นฮูหยินเอ่ยถาม ข้าจะถามเจ้าได้หรือไม่” อี้เหมยและอี้หลิงต่างหมอบต่ำแทบจะราบไปกับพื้น เนื้อตัวสั่น กู้เฉียวจิงจึงพูดขึ้นต่อ “สัญญาขายตัวของพวกเจ้าอยู่กับเสิ่นฮูหยิน เจ้าก็ย่อมเป็นคนของนาง ข้ามิห้ามให้พวก
ตอนที่ 32 มาส่งน้ำแกงตำหนักบูรพา องค์รัชทายาทชิงโยวเหยียนวางหนังสือราชการลงแล้วพูดขึ้น “หลังจากแม่ทัพซางเหยียนเกอกำราบพวกมันไปเมื่อห้าปีที่แล้วตอนนี้พวกมันกลับเริ่มกำแหงขึ้นเรื่อย ๆ” “ฮ่องเต้จะให้พระองค์ออกนำทัพหรือพะยะค่ะ”ชิงโยวเหยียนส่ายศีรษะเบา ๆ “พระองค์ไม่อนุญาตให้ข้าไป ร่างกายข้าไม่เหมาะที่จะไปชายแดนใต้” เสิ่นเยี่ยหงหลุบตาต่ำลงเอ่ย“เพราะข้าไร้ความสามารถ ไม่สามารถหาสมุนไพรมาได้”“อย่าตำหนิตนเอง อาจจะเป็นเพราะโชคชะตา”แววตาของชิงโยวเหยียนทอประกายอบอุ่น พลางนึกถึง กัวเล่อเยี่ยน เพราะอาการป่วยของเขาจึงได้ชักนำให้พวกเขาได้เจอกัน พิษในกายก็นับว่าเป็นเรื่องดี เสิ่นเยี่ยหงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกคล้อยตาม โชคชะตา เหมือนดั่งที่เขาได้เจอกับกู้เฉียวจิง “อาจจะมีราชโองการด่วน เจ้าก็เตรียมตัวไว้บ้าง”พอได้ยินคำนั้น เสิ่นเยี่ยหงก็เหยียดหลังตรงขึ้นความฮึกเหิมในแววตาลุกโชนขึ้นมา เอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น “พะยะค่ะ” ชิงโยวเหยียนมีสีหน้าผ่อนคลายลง ชายหนุ่มรู้ดีว่าเสิ่นเยี่ยหงอยากออกรบเต็มทน เขาส่ายหน้าเบา ๆ อย่างจนใจผู้อื่นล้วน
ตอนที่ 58 ฮูหยินกู้..ถามข่าวท่านทุกวัน ซูซูมอง เด็กสาวประครองหีบขึ้นมา เมื่อเปิดดูข้างในก็เจอตั๋วเงินหลายแผ่นพร้อมเครื่องประตับจำนวนหนึ่ง ดวงตาโตของเด็กสาวเจิดจ้าใต้แสงดาว ได้ยินเสียงนางพึมพำ“เงินของข้า เงินของข้า”นางประคองหีบออกมาอย่างประคบประหงม ลุกขึ้นปัดฝุ่นเล็กน้อยแล้วหันมากล่าว “ซูซู ขอบคุณท่านมากนะที่เฝ้าให้ข้า ข้าไปล่ะ”ในขณะที่กำลังจะทะยานออกไป ซูซูก็เอ่ย“คุณหนูช้าก่อน” จากนั้นก็ไปขวางหน้าเด็กสาว เห็นสีหน้าที่ดูแตกตื่นแววตาสังหารประกายวาบขึ้น นางก็รีบอธิบาย “ป่ะ...เปล่า ข้ามิได้ห้ามที่ท่านจะนำหีบไป เพียงแต่ฮูหยินสั่งเอาไว้ หากท่านมาก็ให้เชิญท่านไปพบ”เด็กสาวพยักหน้าเข้าใจยิ้มตอบ “ฝากบอกนางว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เอาไว้ทุกอย่างลงตัวแล้วข้าจะไป”หวังเว่ยซินกำลังจะก้าวเท้าออกไปก็ถูกซูซูขวางอีกรอบ “คุณหนูจะบอกข้าได้หรือไม่...ว่าท่านพักอยู่ที่ใด เผื่อหากว่าฮูหยินถามข้าจะได้มีข้อมูล...ฮูหยินถามข่าวท่านทุกวันเลยนะเจ้าคะ สีหน้านางดูเป็นกังวลและห่วงใยท่านมาก” แววตาของหวังเว่ยซินมีประกายอบอุ่นขึ้นมา นางคลี่ยิ้มตอบ “ข้าถูกนำมาขายที่หอซิงเซียง ตอนนี้ให้ข้าไปไถ
ตอนที่ 57 หวังเว่ยซิน..ได้ตามที่ขอในถนนเส้นหนึ่งในอำเภอเล็ก ๆ มีรถม้าคันนี้กำลังเดินทางเข้าสู่เมืองหลวง ภายในรถม้ามีเด็กสาววัยแรกแย้มอยู่ประมาณห้าหกคน ทุกคนล้วนมีผิวพรรณละเอียดใบหน้าหมดจด เค้าโครงรูปหน้าชัดโตขึ้นย่อมเป็นหญิงงามอย่างไม่ต้องสงสัย“ฮื้อ ฮื้อ...ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าครอบครัวข้าจะขายข้า” เสียงเด็กสาวร้องไห้สะอื้นจนตัวโยก บางคนร้องจนหมดแรงหลับไป กู้เฉียวจิงตอนนี้อยู่ในร่างของ หวังเว่ยซิน หนึ่งในสาวงามที่ถูกครอบครัวขายมา เด็กสาวตรอมใจตายยกร่างให้กู้เฉียวจิง อย่างไม่อาลัยอาวรณ์พร้อมขอไปเกิดใหม่ทันทีนางนิ่งเงียบสนิทพยายามทบทวนเรื่องราวของตนเองจากความทรงจำเจ้าของร่างพร้อมกับตรวจสอบพรว่าได้ครบหรือไม่ ในข้อที่หนึ่งขอไปเกิดใหม่พร้อมความทรงจำและวรยุทธ์ ข้อนี้ผ่านไม่มีข้อผิดพลาดถูกต้องตามเจตนา ข้อสอง เกิดในครอบครัวที่นางสามารถเลือกใช้ชีวิตด้วยตนเองได้ทันที นับว่าใช่ ตอนนี้นางมีมารดาและน้องชายแต่นางถูกขายออกมาโดยผู้ที่ได้ว่าเป็นย่าแท้ ๆ อำมหิตสุด ๆ แต่ก็ยังถูกต้องตามที่ขอ หวังเว่ยซินยิ้มแห้ง ๆ ส่วนข้อสาม คงต้องรอสักระยะ ได้ยินคนขับรถม้า
ตอนที่ 56 พรหนึ่งข้อกับตัวละครลับ ในที่สุดกู้เฉียวจิงก็ทนความง่วงไม่ไหว คล้อยหลับไปในตอนดึก ค่ำคืนในฤดูหนาวสายลมพัดเย็นยะเยือก ในห้วงคลับคล้ายเหมือนฝัน นางได้พบกับคนผู้หนึ่งยืนอยู่กลางหิมะ ใบหน้าเหมือนกับนางในตอนนี้ไม่ผิดเพี้ยน “เจ้าคือ กู้เฉียวจิงคนนั้น?” หญิงสาวคนนั้นยิ้มละมุนตอบ “ใช่ข้าเอง...ข้ามาขอบคุณท่าน หากไม่มีท่านทุกอย่างคงไม่ลงเอ่ยเช่นนี้...ข้าซึ้งใจท่านนัก” กล่าวตามจริง กู้เฉียวจิงก็รู้สึกว่าตนเองไม่ได้ทำอันใดมากนัก แค่ทำตามคำสั่งและระงับอารมณ์ให้มากเท่านั้นเอง จึงกล่าว “ข้าทำตามภารกิจ...เจ้ามิต้องขอบคุณ” นางส่ายหน้า “ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณ” กู้เฉียวจิงมองคนเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิดแววตาฉายความสงสัย “ท่านไปอยู่ที่ไหนมาเหตุใดพึ่งปรากฏกาย” “ข้าก็อยู่กับท่าน...หนึ่งร่างสองวิญญาณ”กู้เฉียวจิงเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง ความเข้าใจหนึ่งผุดขึ้นใช่แล้ว..กู้เฉียวจิงเจ้าของร่างไม่ได้บอกว่านางตาย มิน่า ๆ หลายครั้งนางก็มีความรู้สึกลึกซึ้งกับเสิ่นเยี่ยหง คงจะเป็นความรู้สึกของสตรีคนนี้ นางเอ่ยถ
ตอนที่ 55 หลบหน้า “ซื่อจือ” กู้เฉียวจิงเอ่ยเรียกกู้ซวินด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความยินดี รอยยิ้มของเด็กชายหันมามองมารดาอบอุ่นเป็นพิเศษ ชวนให้ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้มอิ่มเอมกับความสุขที่ล้นออกมาทั้งใจ ความสุขนี้มากเกินบรรยาย หลังจากออกกำลังไป ฝึกกระบี่ไปหลายกระบวนท่าแล้ว กู้ซวินก็มานั่งข้างมารดา รับน้ำมาดื่มพลางเอ่ยถามมารดา “ท่านแม่...ผู้ที่ตัดเส้นแขนขา จะสามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้อีกหรือไม่ขอรับ” กู้เฉียวจิงกระพริบตาเล็กน้อยสายตาอ่อนโยน มองบุตรชายเป็นกังวลนางก็รู้สึกใจอ่อน “ไม่ต้องห่วง...แม่มีหนทางช่วยพ่อเจ้า” ดวงตาบุตรชายเป็นประกายขึ้นมา “จริงหรือขอรับ” “แม่มิเคยโกหกเจ้า” “ป่ะ..เปล่าขอรับ ลูกแค่ตื่นเต้นเกินไป” “เอาล่ะ ไปอาบน้ำเสียก่อน...ทานอาหารให้เรียบร้อยอย่าได้ให้อาจารย์ต้องรอ” เด็กชายตอบรับทันที “ขอรับท่านแม่”ผลัดออกจากบุตรชาย กู้เฉียวจิงก็กลับไปที่เรือนไปหยอกล้อเสิ่ยซูเวยสักพักก่อนจะออกจากจวนไป โรงหมอฮุ๋ยหวง กัวเล่อเยี่ยนชำเลืองมองกู้เฉียวจิง ใบหน้าของนางคล
ตอนที่ 54 เบื้องหน้าเบื้องหลัง กู้เฉียวจิงอ่านสารจากชิงชิงด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งปลื้มปิติกับเด็กน้อย ทั้งโมโหที่เสิ่นเยี่ยหงเสียท่าให้ผู้อื่น ภายในใจกระวนกระวายอารมณ์ปั่นป่วนอึดอัดไม่รู้ด้วยเหตุใด แม้นางจะเข้าใจว่าเหตุใดเสิ่นเยี่ยหงต้องชิงรีบตัดเส้นเอ็นสร้างความตระหนกเพื่อเบี่ยงเบนให้อีกฝ่ายมีเวลาไตร่ตรองน้อยลง แล้วส่งมอบกู้ซวินออกมาให้เร็วที่สุด กระนั้นนางก็ยังอยากจะฟาดกระบี่ใส่อีกฝ่ายเช่นเคย นางสูดลมหายใจเข้าระงับอารมณ์ ยื่นสารไปยังตะเกียงดูมันมอดไหม้พลางเอ่ยถาม ซูซู “คาดว่าพวกเขาจะถึงเมืองหลวงเมื่อไร” “น่าจะไม่เกินสิบวันเจ้าค่ะ ทว่าท่านบัญชาการน่าจะถึงภายในห้าวันนี้” กู้เฉียวจิงผงกศีรษะ แล้วส่งสัญญาให้ซูซูออกไป ในสถานการณ์เช่นนี้ นางคาดเดาว่าตู้ยาต้องมีภารกิจ จึงเปิดขึ้นมาดู ภารกิจที่ห้า มอบยาต่อเส้นเอ็นให้เสิ่นเยี่ยหง เหอะ เหอะ คาดไม่ผิด ผลตอบแทนที่จะได้รับยังไม่ปรากฏ กู้เฉียวจิงยิ้มที่มุมปาก จะเป็นอะไรนะ สิ่งที่นางจะได้รับในครั้งนี้ เงิน อำนาจ ความสามารถ นางล้วนมีค
ตอนที่ 53 นับว่าก้าวหน้าขึ้น กู้ซวินกวัดแกร่งกระบี่ในมืออย่างรวดเร็ว หลังจากใช้กระบี่ปกป้องตนเอง พลิกพลิ้วกายฟาดฝ่ามือใส่อย่างแรง หักแขนขากลุ่มโจรเสียงร้องโหยหวนดังไม่ขาดสาย เหล่าทหารองค์รักษ์ต่างยืนตะลึงนิ่งอึ้งงันไป พลันได้สติกลับมาก็ชูกระบี่ขึ้นเตรียมกระโจนเข้าไปร่วมต่อสู้ ทว่าพวกเขา ต่างหยุดชะงัก หลังจากเห็นฝ่ามือของเสิ่นเยี่ยหงยกมือขึ้นห้าม ชายหนุ่มปรายสายตามองดูบุตรชาย ตัวเล็ก ๆ ของเขาถูกโอบล้อมด้วยจำนวนที่มากกว่ายี่สิบคน กระนั้นเด็กชายกลับดูปลอดโปร่งไร้ความกังวล แค่นี้ก็เห็นถึงความเหนือชั้น ดูรับมือได้ไม่ยาก ชายหนุ่มยกปากยิ้มเย้ยหยันในตอนนี้เขาไม่รู้ว่าตนเองควรมีสีหน้ายังไง จะปลาบปลื้มชื่นชมหรือตกตะลึงคาดไม่ถึงกันแน่ เห็นเหล่าทหารต่างหยุดชะงักมองดูตาค้าง กู้ซวินก็ตะโกนลั่นมา “พวกท่านชักช้าอันใด ไยไม่รีบตามหมอมาดูอาการท่านพ่อเดี๋ยวนี้” เสิ่นเยี่ยหงยิ้มดูแคลนตนเอง หมอทหารที่เตรียมมาเพื่อช่วยเหลือกู้ซวินกลับมาต้องรักษาตัวเขาแทน เหล่าโจรภูเขามองกู้ซวินอย่างตะลึงพรึงเพริด เด็กคนหนึ่งใบหน้าไร้เดียงสา แต่กลับแข็ง
ตอนที่ 52 ซ้อนซ้อนแผน ชิงชิงติดตามขึ้นภูเขาจนกระทั่งจุดทางลับ กลุ่มคนร้ายค่อย ๆ ทยอยหายเข้าไปให้โพร่งไม้นางกำลังจะตามเข้าไปก็ถูก หลีเซียวหยวนสะกัดเอาไว้ “ข้าจะตามเข้าไปเอง เจ้าจงไปตามคนของข้ามา” ชิงชิงพยักหน้าจากนั้นก็เร้นกายออกไปภายในโพร่งมืดสนิท มีเพียงแสงจากโคมไฟเล็ก ๆ ที่นำทางด้านหน้า ส่วนคนที่อยู่ข้างหลัง แม้กระทั่งมือตนเองก็มองไม่เห็น กู้ซวินถูกคนร้ายคนหนึ่งแบกอยู่ช่วงกลางขบวน เด็กชายถูกจี้สะกัดจุดนิทราแต่เขาคลายจุดด้วยตนเองไปแล้ว จึงรับรู้ของการติดตามมาของอาจารย์กู้ซวินลอบฟังเสียงลมหายใจของแต่ละคน หนึ่งหรือสองคนในนี้มียอดฝีมืออยู่ เด็กชายจึงหลับแสร้งหลับต่อไป พวกมันพาเด็กชายไปขังไว้ในห้องหนึ่ง “ต้องมัดมือมัดเท้าหรือไม่”“เด็กตัวแค่นี้ไม่ต้องหรอก ให้มันได้นอนหลับสบายสุดท้ายในชีวิต” จากนั้นพวกมันก็ออกไปเฝ้าหน้าห้อง กู้ซวินจึงลุกขึ้นนั่งดูสำรวจรอบกาย หลีเซียวหยวนรอจังหวะแล้วลอบเข้าไป เอ่ยถามเสียงเบา “หวาดกลัวหรือไม่”เด็กชายส่ายหน้า “ไม่กลัวขอรับ ยิ่งรู้ว่าอาจารย์ติดตามมายิ่งไม่มีสิ่งใดให้กลัว”หลีเซียวหยวนนั่งล
ตอนที่ 51 งานเลี้ยงต้อนรับ ตลอดการเดินทางของเสิ่นเยี่ยหงต้องผ่านหลากหลายหมู่บ้านหลากหลายอำเภอ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ปกปิดฐานะยังเข้าร่วมงานเลี้ยงที่เหล่าขุนนางท้องถิ่นจัดเตรียมไว้ให้อย่างสำราญ “ฮ่า ฮ่า ชายแดนบูรพาได้แม่ทัพกลับมาดูแลย่อมสงบไปหลายอีกปีอย่างแน่นอนขอรับ” นายอำเภอแห่งหนึ่งกล่าวยกย่ออย่างไม่ขัดเขิน “มิกล้า มิกล้า ท่านกล่าวหนักเกินไปแล้ว” จากนั้นนายอำเภอก็ชำเลืองมองไปยังเกาเหยาชุนที่ยังนั่งเด่นสง่าร่วมงานเลี้ยงไม่มีท่าทีว่าจะกลับ เขาปรายส่งสายตาให้คนตนเอง เสิ่นเยี่ยหงชำเลืองมองเห็นก็หันไปกล่าว “ฮูหยินเดินมาเหน็ดเหนื่อย...เจ้าไปพักเสียเถอะ...” ชาในมือของเกาเหยาชุนชะงักเพียงเล็กน้อย แววตาฉายความกรุ่นโกรธผุดขึ้นมาเพียงแวบหนึ่งก็หายไป นางก้มหน้าพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เจ้าค่ะ...วันนี้เหนื่อยล้าไม่น้อย เช่นนั้นข้าต้องเสียมารยาทกับใต้เท้าทุกท่านด้วยนะเจ้าคะ” ในเมื่อเกาเหยาชุนลุก ฮูหยินใต้เท้าผู้อื่นก็ต่างลุกขอตัวพอสตรีออกไปหมดแล้วนายอำเภอก็ส่งสัญญาณ เสียงดนตรีบรรเลงก็ดังขึ้นพร้อมนางรำที
ตอนที่ 50 ไม่หนีตอนนี้จะหนีตอนไหน ยามเช้าในช่วงฤดูหนาวยังคงเจิดจ้า กู้เฉียวจิงที่ยืนนิ่งอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ชุดคลุมสีดำปลิวไสวไปกับสายลมดวงหน้างดงามแววตาฉายความเย็นชาความกังวลฉายในแววตา บุรุษที่ปรากฏกายข้างกายนางปราดสายตามองนางครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ไม่ต้องห่วง อย่างไรกู้ซวินก็เป็นลูกศิษย์ของข้า” กู้เฉียวจิงเบนหน้าออกจากขบวนรถม้าของหงอี้โหว ที่กำลังเคลื่อนออกจากตัวเมือง สบตาหลีเซียวหยวนพลางโค้งศีรษะกล่าว “รบกวนท่านแล้ว” “อืม..เรื่องที่เจ้าให้ข้าสืบ หลายอย่างคาดเดาได้ไม่ลำบาก ไปครั้งนี้ต้องการไปหาหลักฐานเพิ่มเท่านั้น” “ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่านอีกแล้ว”นัยน์ตาจิ้งจอกประกายไหว จ้องมองแล้วตอบ “เจ้าช่วยงานข้าเสียมากกว่า..นับว่าเป็นเบาะแสที่ดี” กู้เฉียวจิงยิ้มมุมปากเรียว ทอดหายใจเบาบาง “หวังว่าจะไม่ร้ายแรงเกินไป” ชายหนุ่มพยักหน้าครั้งหนึ่งให้หญิงสาว กู้เฉียวจิงโค้งศีรษะจากนั้นเขาก็จะทะยานออกไปรวมกลุ่มกับองค์รักษ์แล้วควบม้าออกเดินทาง หลังจากนั้นกู้เฉียวจิงเองก็เร้นกายหายออกไปจากตรงนั้น ไ