เมื่อแจกทุกอย่างครบแล้ว หลินหลินก็ประกาศเรื่องสำคัญทันทีนายท่านเจียงกับฮูหยินเจียงมายืนประกบข้างหลินหลิน ฮูหยินเจียงมองหลินหลินด้วยแววตาชื่นชม นางก็อยากรู้ว่าหลินเอ๋อร์จะทำสิ่งใด
หลินหลินกวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนที่เบื้องหน้า นางเห็นความหวังริบหรี่ในแววตาของพวกเขา หลายคนผ่ายผอม อิดโรยจากความยากลำบาก
"สิ่งสุดท้ายที่พวกท่านจะได้วันนี้ คือทางเลือก "
หลินหลินเอ่ยเสียงดังฟังชัด
"สวรรค์จะมอบทางเลือกให้พวกท่าน ขอให้พวกท่านตัดสินใจให้ดี
เสียงของหลินหลินก้องกังวานไปทั่วบริเวณ เหมือนเสียงสวรรค์ที่หยาดลงมาปลุกความหวังในใจคนสิ้นหวัง
"เย็นนี้จะมีคนของข้า ทั้งสามคนมาให้พวกท่านลงนามแจ้งความประสงค์ หากพวกท่านต้องการเดินทางไปเมืองใด ข้าจะเป็นคนจ่ายค่าเดินทางให้พวกท่านทั้งหมดเอง"
เสียงฮือฮาดังขึ้น คนเหล่านั้นมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
"โดยค่าเดินทางนี้ข้าจะจ่ายให้กับกองคาราวานหรือรถเทียมวัวที่ข้าจ้างวานโดยตรง แม้การเดินทางมันไม่ได้สบายนัก แต่ก็คงไม่ลำบากจนพวกท่านทนไม่ได้"
หลินหลินเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
"และอีกหนึ่งเรื่องคือ พวกเจ้า เจ้าเจ้า"
หลินหลินชี้นิ้วไปยังคนที่ดวงตาตรวจสอบขึ้นสถานะคดโกง
"จะไม่ได้แตะต้องเงินในส่วนนี้"
คนเหล่านั้นหน้าซีดเผือด รู้สึกเหมือนถูกจับได้คาหนังคาเขา
"จงเก็บความคิดลบของพวกเจ้าที่จะเรียกร้องค่าเดินทางคืนไปได้เลย เพราะในสัญญาจะระบุว่า หากพวกเจ้าที่ลงนามไว้ไม่เดินทางหรือยกเลิกการเดินทางกลางคัน ค่าเดินทางนี้จะถูกตีคืนยังข้าผู้เป็นคนจ่ายเงินเท่านั้น พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์"
หลินหลินใช้สายตากวาดมองทุกคน ก่อนจะปิดประโยคสุดท้าย
"ขอให้พวกท่านคิดไตร่ตรองให้ดี ทางเลือกที่สวรรค์เมตตาประทานมาให้นี้ ไม่ได้มีมาให้ท่านเป็นครั้งที่สองแน่นอน ข้ารับรองได้"
เมื่อหลินหลินกล่าวจบ เสียงสะอื้นไห้ระคนดีใจก็ดังระงมขึ้นไปทั่ว น้ำตาแห่งความปิติหลั่งรินอาบแก้มผู้คนราวกับสายฝน
พวกเขาเหล่านั้นล้วนแต่เป็นผู้ยากไร้อนาถา เร่ร่อนพเนจรไปอย่างไร้จุดหมายอดมื้อกินมื้อ ประทังชีวิตด้วยเศษอาหารเหลือทิ้ง
บางคราวก็ต้องทนหิวโหย นอนหลับข้างถนน ไร้ญาติขาดมิตร ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย
บัดนี้ คำพูดของหลินหลินเปรียบเสมือนแสงสว่างจากสรวงสวรรค์ ส่องนำทางให้พวกเขาได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลายคนทรุดลงกราบกราน ร้องไห้โฮด้วยความตื้นตัน ไม่คิดว่าจะมีผู้ใดเมตตาหยิบยื่นโอกาสให้กับคนไร้ค่าเช่นพวกเขา
ในแววตาที่เคยหมดหวังกลับเปล่งประกายแห่งความหวัง หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยว บัดนี้กลับชุ่มชื่นด้วยหยาดน้ำแห่งความปิติ
พวกเขามองเห็นทางเลือก มองเห็นอนาคตที่สดใสรออยู่เบื้องหน้า แม้หนทางข้างหน้าจะยังคงยากลำบาก แต่พวกเขาก็พร้อมจะก้าวเดิน
"ขอบพระคุณ ขอบพระคุณท่านผู้มีพระคุณ"
เสียงร่ำไห้แห่งความซาบซึ้งดังกึกก้อง ราวกับจะตอบแทนพระคุณอันใหญ่หลวงของหลินหลิน
หญิงชราตาบอดคนหนึ่ง ซึ่งใช้ชีวิตเร่ร่อนขอทานมาตลอดชีวิต เมื่อได้ยินประกาศของหลินหลินก็ร้องไห้โฮ ยกมือขึ้นพนมท่วมหัว พึมพำขอบคุณสวรรค์ที่ส่งหลินหลินมาช่วยเหลือ
หลินหลินไม่คาดคิดว่าสิ่งที่นางช่วยครั้งนี้จะได้ผลตอบรับมากมายขนาดนี้
"ท่านป้าข้าเล่นใหญ่ไปไหมเจ้าคะ " หลินหลินหันไปกระซิบป้าเจียงด้วยเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
ป้าเจียงส่ายหน้ากับความแสบซนของเด็กสาวตรงหน้า แต่ยังไงนางก็มองว่าน่ารักอยู่ดี ไม่ว่าหลินเอ๋อร์ของนางทำอะไรก็น่ารักไปหมด
นางสั่งงานปู่หลิว หานเซียว และซือหย่งอีกครั้ง วันนี้พวกเขาทำงานกันหนักมาก ตั้งแต่ยามเหม่า พวกเค้าแจกของยกของแทบไม่ได้พัก ได้กินแค่ซาลาเปาและน้ำรองท้อง เท่านั้น
"ท่านปู่หลิวนี่ยามซื่อแล้ว(10.00น) พวกท่านกลับบ้านไปหาอะไรกินกับครอบครัวก่อนเจ้าคะ นี่ถุงยังชีพและอาหารที่ข้าเตรียมไว้ให้พวกท่าน สักยามเซิน 16.00น พวกท่านค่อยกลับมาจดรายชื่อว่ามีใครจะไปเมืองใดให้ข้า จดให้ละเอียดลงตามช่องนี้นะเจ้าคะ และข้าต้องการจ้างพวกท่านต่ออีก2-3วันให้พวกท่านประสานงานให้ข้า พวกท่านสะดวกไหมเจ้าคะ "
"สะดวกขอรับคุณหนู พวกข้ารับงาน จะกี่วันก็รับขอรับ ขอบคุณคุณหนูที่เมตตาขอรับ "
"อ่อ..พรุ่งนี้พวกท่านไม่ต้องใส่แหวนเวทแล้วนะเจ้าคะ ใช่ชุดปกติได้เลย เพราะเราไม่ได้ไปเหมาซื้อของใครแล้ว ข้าแค่ให้พวกท่านประสานงานบางส่วนให้กับคนพวกนี้เจ้าค่ะ "
"ขอรับคุณหนู "
สามเสียงประสานด้วยความยินดี ต่างคนต่างกำห่อผ้าแน่น ชีวิตครอบครัวพวกเขาดีขึ้นข้ามคืนเพราะคนตรงหน้า จะไม่ให้เคารพนางได้อย่างไร
ปู่หลิวรีบนำห่อผ้ากลับบ้านด้วยใจที่พองโต เขามีเมียที่ป่วยหนักรออยู่ที่บ้าน ด้วยความชราของนาง หมอหลายคนบอกให้เขาทำใจ ยาช่วยอะไรไม่ได้แล้ว หมอแนะนำให้หาของบำรุงมาให้นางมากหน่อย เขาออกมาหางานอยู่หลายวันก็ไม่มีคนจ้างเพราะเขาแก่แล้ว
แต่โชคชะตาก็เข้าข้าง เมื่อวันนั้นเขาอยู่รอจนถึงเย็น เถ้าแก่ร้านแจกันต้องการคนช่วยตรวจสินค้าพอดี เขาจึงได้ค่าจ้างมา 20 อีแปะ แต่ที่โชคดีไปกว่านั้นคือคุณหนูที่มาซื้อของเถ้าแก่ ส่งเงิน 1 ตำลึงมาให้เขา
น้ำตาแห่งความปิติไหลรินอาบแก้มเหี่ยวย่นของปู่หลิว เขาขอบคุณสวรรค์ทั้งคืน ไม่คิดไม่ฝันว่าวันถัดมายังมีคุณหนูอีกนางหนึ่งมาว่าจ้างเขากับสือหย่งเหมือนเมื่อวาน...แต่เอ๊ะ ดวงตาคุณหนูทั้งสองนางเหมือนกันมาก ใช่แล้ว เป็นนาง....
"นางคือคนเดียวกัน"
ปู่หลิวพึมพำกับตัวเอง
"คุณหนูมีชุดเวทอาจจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปเรื่อย ๆ โอ้ว...สวรรค์ สวรรค์เมตตาแล้ว"
ปู่หลิวเดินไปก็พูดไปอยู่อย่างนั้น ภาพภรรยาที่นอนซมอยู่บนเตียงผุดขึ้นมาในหัว เขารีบเร่งฝีเท้าด้วยความหวังในมือกำกระบอกไม้ไผ่ที่มีด้ายแดงไว้แน่น จนถึงบ้าน
แอ๊ด...มืออันเหี่ยวย่นค่อยๆปิดประตูลงอย่าแผ่วเบา
ปู่หลิวมองใบหน้าของภรรยาที่ซีดเซียวร่างกายซูบผอม แต่แววตายังคงสดใส เปี่ยมไปด้วยความรักเมื่อมองมาที่เขา
ความรักที่ทั้งสองมีให้กันนั้นยาวนานกว่า 60 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานับครั้งไม่ถ้วน ความรักของเราไม่เคยจืดจางลงไป แม้ยามเจ็บป่วยแม้ยามยากไร้ หัวใจของเขาก็ยังคงมีเพียงนาง ดวงใจดวงเดียวของเขา
เขาเคยสัญญากับนางไว้ว่า จะดูแลนางให้ดีที่สุดจะไม่ยอมให้นางต้องลำบาก แต่บัดนี้เขากลับทำได้เพียงมองนางนอนป่วย ไร้เรี่ยวแรงหัวใจของเขาปวดร้าวเหมือนถูกบีบเค้น
เงินที่ได้มาในวันนี้ เปรียบเสมือนแสงสว่าง จุดประกายความหวังในใจของเขา เขาจะนำเงินไปซื้อยาบำรุงที่ดีที่สุด เพื่อให้นางแข็งแรงขึ้น เขาจะดูแลนาง จนกว่าลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
หานเซียวและสือหย่งก็ไม่ต่างกัน พวกเขาทั้งสองกอดห่อผ้าไว้แน่นและรีบตรงกลับไปบ้าน บ้านที่มีคนที่รักเขารออยู่ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านในอก พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะแบ่งปันความสุขนี้กับครอบครัว
ฮูหยินเจียง นายท่านเจียง พาหลินหลินกลับมาที่จวนเลย วันนี้พวกเขาปิดร้านเพราะจะรอต้อนรับบุตรชายกลับบ้าน
รถม้าจอดหน้าจวนขนาดกลาง นายท่านเจียงลงจากรถม้าเป็นคนแรก เขายืนมองความใส่ใจที่หลินเอ๋อร์มีต่อฮูหยินของเขาด้วยความอิ่มเอมใจ โดยที่ทั้งหมดไม่สนใจบุรุษหนุ่มที่ยืนตกตะลึงอยู่หน้าประตูจวน
เจียงเหวิน ตั้งใจว่าการมาของเขาต้องทำให้มารดาตกใจร้องไห้ แต่กลับเป็นเขาที่ต้องตกตะลึง
นางเป็นใคร.. ใบหน้างดงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ นางงดงามที่สุดที่เขาเคยพบพานสตรีมาเลยกระมัง แต่คิ้วหนาต้องขมวดเป็นปม เขารู้สึกคุ้นหน้านางมากเหมือนเคยพบที่ไหนมาก่อน แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก แล้วทำไมท่านพ่อถึงมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนขนาดนั้น ยังที่ไม่ทันหายตกใจที่ท่านพ่อมองนางด้วยความรักความเอ็นดู ก็ต้องตกใจที่มารดาของเขาวันนี้กลับมามีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มอีกครั้ง
เป็นเพราะแม่นางคนนี้หรือ? สายตาคมที่ทอดมองมารดาช่างอบอุ่นจนบ่าวไพร่ในเรือนต้องขวยเขิน
หลินหลินมองไป ตรงทางเข้าก็พบกับแม่นมจางและบุรุษยืนอยู่ นางรู้ว่านี้ต้องคือบุตรชายของท่านป้า หลินหลินจึงหยุดเดิน
"คาราวะท่านพี่เจียงเหวินเจ้าคะ"
ฮูหยินเจียงมองตามสายตาหลินหลินที่เรียกชื่อบุตรชายของนางก็พบบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนยืนรอนางอยู่ น้ำตาแห่งความดีใจ น้อยใจ เอ่อล้น เมื่อเห็นเขานางก็เจ็บปวดใจ เจ็บปวด...ที่ต้องส่งเสริมให้เขาก้าวหน้าในเส้นทางที่เขาเลือกแต่มันแลกมาด้วยความเสี่ยง ที่นางอาจจะสูญเสียบุตรชายไปอีกคน
เจียงเหวิน เห็นดังนั้นจึงรีบเดินเข้ามา
"ลูกคาราวะท่านพ่อท่านแม่ขอรับ"
ฮูหยินเจียงยื่นมืออันสั่นเทาไปลูบใบหน้าบุตรชาย นางรอวันนี้มาถึง 3 ปี บัดนี้เค้าเติบใหญ่แล้ว เสียงสะอื้นดังขึ้นเบา ๆ นางโผเข้ากอดลูกชายแนบอก ราวกับจะชดเชยเวลาที่หายไปทั้งหมด
"เจ้าสูงกว่าเมื่อ 3 ปีก่อนก่อนนะอาเหวิน"
เสียงที่สั่นเครือของท่านแม่...ทำให้เขากอดมารดาไว้แน่น รู้ดีว่าท่านไม่อยากให้เขาเป็นทหาร แต่เขาเลือกเส้นทางนี้แล้ว
สายตาของเจียงเหวินมองมาที่หลินหลินครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปพูดกับมารดา
"พวกเราเข้าเรือนกันเถอะขอรับ"
ฮูหยินเจียงหันมายิ้มให้หลินหลิน
"หลินเอ๋อร์ เข้าเรือนกัน"
มือของหลินหลินถูกคว้าไปจับไว้
"เจ้าคงไม่คิดจะทิ้งป้าให้ลูกชายไม่เอาไหนดูแลใช่ไหม? ไป พาป้าเข้าเรือนเร็ว"
หลินหลินประคองท่านป้าเข้าเรือน บุรุษทั้งสองเดินนำหน้าไปก่อน หลินหลินคิดในใจ ยอมรับว่าบุตรชายท่านป้าหน้าตาหล่อเหลา แต่ก็ยังไม่เท่าท่านเย่วเทียนชุน รายนั้นเรียกว่าหล่อวัวตายควายล้มเลยทีเดียว
หลินหลินหลุดขำออกมาเบาๆ ทุกคนหันมามองนางเป็นตาเดียว
"เอ่อ...ข้าแค่คิดอะไรตลกๆเจ้าค่ะ ขออภัยเจ้าค่ะ"
นางรีบแก้สถานการณ์
เมื่อเดินผ่านสวนดอกไม้มาจะพบเรือนหน้า เรือนนี้หรูหรา ตกแต่งอย่างดี ขัดกับความเรียบง่ายของท่านลุงท่านป้า หลินหลินไม่ถามอะไร นางประคองท่านป้านั่งข้างๆท่านลุง เจียงเหวินนั่งถัดจากท่านลุง นางจึงนั่งต่อจากท่านป้า
เจียงเหวินมองหลินหลินไม่วางตา หลินหลินไม่ได้สนใจอะไรมาก หันไปยิ้มให้เล็กน้อยพอเป็นพิธี
"อาเหวิน นี่หลินเอ๋อร์ รู้จักกันไว้สิ น้องจะมาพักที่นี่ 2-3 คืน"
เมื่อท่านลุงพูดจบ หลินหลินจำเป็นต้องลุกขึ้นคารวะเจียงเหวินอีกครั้ง
"ข้าน้อย เว่ยหลินหลิน เจ้าค่ะ ขอรบกวนทุกท่านแล้วเจ้าค่ะ"
หลินหลินกล่าวเสียงหวาน ท่ามกลางความเงียบของเรือนรับรอง ทิ้งไว้เพียงสายตาของเจียงเหวินที่ยังคงจับจ้องมาที่นางไม่วางตา
"รบกงรบกวนอะไร หลินเอ๋อร์ เรือนป้าเยอะเยอะไปหมด เจ้าอยากนอนเรือนไหนเลือกได้เลย "
"ข้าอยู่เรือนไหนก็ได้เจ้าคะท่านป้า ข้าเป็นคนไม่เรื่องมาก "
ชมตัวเองเสร็จหลินหลินก็หัวเราะน้อยๆ
"รู้จักกันนานแล้วหรือขอรับ ดูท่านพ่อท่านแม่สนิทสนมกันขนาดนี้ "
หลินหลินยิ้มหวาน ชูนิ้ว2นิ้ว เจียงเหวินพยักหน้า กล่าวเข้าใจ
" 2ปี ก็ไม่แปลกที่ท่านแม่จะลืมข้าแล้ว "
พรืด....!!!
น้ำชาพุ่งออกจากปากนายท่านเจียง....
"ฮ่าๆๆๆๆ "
"ไอ้ลูกคนนี้เนี้ย เจ้าโตแล้วยังไม่เลิกน้อยใจมารดาเจ้าอีกหรือ และเจ้าก็เข้าใจผิดแล้ว ที่น้องชู 2 นิ้ว คือพวกเรารู้จักกันมา 2 วัน "
"ห๊ะ!!!2วัน พวกท่านล้อข้าเล่นแล้ว”
ดวงตาคมจดจ้องไปที่สตรีตรงหน้า นางน่าจะอายุ 15-16หนาวได้ อายุใกล้ๆกับน้องสาวเขาเลย ไม่แปลกที่ท่านแม่จะเปิดใจให้นางง่ายๆ
นางดูงดงามจนเอื้อมไม่ถึง แต่ดวงตาและรอยยิ้มที่มีให้ท่านพ่อท่านแม่เปิดเผยจริงใจ สดใส ดูแล้วน่าค้นหาสบายตาจนไม่อยากมองสิ่งอื่น
แปลกที่เขารู้สึกหวงหา ผูกพันกับนาง เหมือนพวกเราเคยเจอกันมาก่อน น่าเสียดายจริงๆเขาน่าจะเจอนางเร็วกว่านี้....
"อาเหวินนนน...แม่เรียกเจ้าสองรอบแล้วเจ้าก็ไม่ได้ยิน ทำไมน้องงามมากใช่ไหม ? แม่ก็ว่างาม หากชายใดปล่อยนางให้หลุดมือ แม่ว่าบุรุษคนนั้นคงต้องเป็นพวกตัดแขนเสื้อตนเอง เจ้าว่าเหมือนแม่ไหม? "
น้ำเสียงข่มขู่ของท่านแม่ทำเอาเขาขนลุกแปลกๆ หรือเขาคิดไปเอง?
"ขอรับ จริงขอรับ""ถ้าอย่างนั้น...เจ้ามีสตรีในดวงใจหรือยัง?""ยังขอรับท่านแม่ แต่หากจะจับคู่ให้ข้า ท่านคงต้องผิดหวังแล้ว""ข้ามองนางเป็นดังน้องสาวขอรับ"ฮูหยินเจียงส่งค้อนให้ลูกชายแล้วหันมาส่งยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า"หลินเอ๋อร์ เจ้าอยากไปดูเรือนพักของเจ้าก่อนไหม? ป้าจะพาเจ้าไปเอง "หลินหลินส่ายหน้า"ท่านลุงกับท่านป้ายังไม่ได้ทานอาหารเช้าเลยเจ้าค่ะ""พวกเรามาทานอาหารกันก่อนดีกว่าไหมเจ้าคะ มื้อนี้ข้ามีของอร่อยอีกเพียบเลยนะเจ้าค่ะ""ดี ดี ลุงอยากกินอาหารของหลินเอ๋อร์ อาหารเจ้าอร่อยยิ่งนัก"ทั้งสามคนลุกขึ้นเดินไปยังห้องอาหาร ท่านป้าเลิกแกล้งพี่เจียงเหวินเถอะเจ้าค่ะ ดูเขาทำหน้าเศร้าสิเจ้าคะ"ฮ่าๆๆๆ"ทั้งสามหัวเราะขึ้นพร้อมกัน เจียงเหวินยิ้มอบอุ่น มองทั้งสามหัวเราะ เขาจะจดจำภาพนี้ฝังไปในใจเขาตลอดไป หากวันหนึ่งเขาไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้ว เขาก็หวังว่านางจะยังคงรักบิดามารดาเขาบ้าง สักเล็กน้อยก็ยังดี ให้พวกท่านได้อยู่บนโลกนี้ต่อไปได้เจียงเหวินหลบสายตามองลงพื้น เขาไม่กล้าบอกบิดามารดา ว่าเขาทำงานพลาด และโทษใหญ่หลวงกำลังรอเขาอยู่ เขาขอเวลาท่านแม่ทัพไว้ 10 วันตอนนี้เขาเหลือเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น เ
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น "พรสัมฤทธิ์ผล"ภาพความทรงจำเก่าๆ พรั่งพรูเข้ามาในห้วงคำนึงหลินหลินเห็นภาพของครอบครัวที่อบอุ่น ภาพของพวกเขารักและดูแลนางเหมือนไข่ในหิน แต่แล้วความสุขก็พังทลายลง เมื่อนางทำผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง นางหลงเชื่อคนรักจนนำภัยมาสู่ครอบครัว สุดท้าย พวกเขาก็ต้องตายอย่างน่าอนาถแต่แม้ถึงวาระสุดท้าย พวกเขาก็ไม่เคยกล่าวโทษนางเลยสักคำ มีเพียงความรักและความปรารถนาดีที่จะปกป้องนางจนลมหายใจสุดท้ายความเจ็บปวดจากอดีตชาติแล่นริ้วเข้ามาในหัวใจราวกับคมมีดกรีดลึก ความรู้สึกผิด ท่วมท้นจนนางแทบหายใจไม่ออก ราวกับมีมือที่มองไม่เห็น บีบคั้นหัวใจของนางเสียงหัวเราะแห่งความสุขยังคงดังต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเบิกบานราวกับฟ้าหลังฝน นายท่านเจียงและฮูหยินเจียงโอบกอดกัน มองภาพเจียงเหวินที่กำลังอุ้มหลินหลินหมุนไปมาด้วยแววตาเปี่ยมสุข"ฮือ...ฮือ ไม่เอาแล้วนะเจ้าคะ ถ้าทำอีกข้าโกรธจริงๆ ด้วย " น้ำตาของหลินหลินไหลอาบแก้ม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเสียใจจากภาพความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตชาตินางเกิดมาพร้อมกับความรักความอบอุ่นของพวกเขา เป็นความรู้สึกที่นางโหยหามาตลอ
"พวกเราสามคนนอนไม่หลับ ใจพี่รอให้ถึงรุ่งเช้าเพื่อสะสางปัญหา หากเจ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดพี่คงไปอุ้มเจ้าที่เรือนแล้ว " "ฮ่าๆๆๆ"หลินหลินส่ายหน้ากับความขี้เล่นของพี่ชาย วันนี้นางไม่ได้เอาอาหารออกจากมิตินางแจ้งท่านแม่ไปแล้วว่าอยากลองทานอาหารฝีมือแม่ครัวที่จวน ทุกคนทานอาหารเช้ากันอย่างอารมณ์ดี มีแต่เจียงเหวินเท่านั้นที่เติมข้าวไป 3 ถ้วยแล้ว แต่หลินหลินก็ยังกินไปแค่ครึ่งถ้วย เขาไม่กล้าเร่งน้อง แต่ตอนนี้ใจเขามันร้อนรุ่มเหลือเกินหลินหลินเห็นสายตาที่พี่ใหญ่มองมาเป็นระยะ ก็รู้ว่าเขาร้อนใจ นางจึงเร่งการกินให้หมดถ้วยแค่เพียงหลินหลินวางถ้วยน้ำชา เจียงเหวินก็อุ้มน้องวิ่งขึ้นรถม้าออกไปเลย ฮูหยินเจียงส่ายหน้ากับลูกชาย แต่นางก็เข้าใจว่ารีบไว้ดีกว่าไม่ทันการ เขาย่อมต้องรู้สถานการณ์ว่าต้องรีบหรือไม่รีบ ยังดีที่รอน้องกินข้าวหมดก่อน ทางด้านหลินหลินก็กรอกตามองบน"พี่ใหญ่ ท่านรีบขนาดนี้ไม่ไปปลุกข้าตอนยามโฉ่วแทนเล่า (01.00 น.) "หลินหลินกล่าวประชดประชันแต่แววตามีแต่ความขบขัน"หลินเอ๋อร์ เข้าใจพี่หน่อยเถิด เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ กว่าเราจะจัดเสบียงและเดินทางถึงแดนเหนือใช้เวลานานนัก เราต้องรีบแล้ว"หลินห
"นายกองลี่ เข้ามา"ไม่ถึง 2 ลมหายใจก็มีบุรุษอีกคนเข้ามาภายในห้อง เขาคือหนึ่งในผู้คุ้มกันฝีมือดี"หากเจ้าหนีเขาได้ภายใน 1 จิบชา ข้าจะให้เจ้าร่วมขบวน"1 จิบชา เขาดูถูกนางเกินไปแล้ว.....บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันที "ท่านแม่ทัพ!"เจียงเหวินที่กำลังจะกล่าวบางอย่าง...ต้องเงียบเสียงลงด้วยเสียงของน้องสาว "พี่ใหญ่ไม่เชื่อใจข้าหรือเจ้าคะ"ลี่เฟยได้ยินคำสั่งผู้เป็นนายก็คิดจะลงมือทันที แต่เขาขยับตัวไม่ได้ เหมือนมีลมมายึดตัวเขาไว้ ลมในห้องพลันหมุนวนรอบตัวเขา ราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น"แม่นาง เจ้าทำอะไร ทำไมข้าขยับตัวไม่ได้...""ข้าแค่ใช้เวทลมเล็กน้อยเจ้าค่ะ" รอยยิ้มหวานกล่าว..แต่แววตากลับเฉียบคมไม่มีแววล้อเล่นแม้แต่น้อยหลินหลินมองไปที่ผู้สั่งการ เห็นเขาค่อยละเมียดจิบชาช้าๆ ก็นึกหมั่นไส้ เขาไม่ยอมให้นางใช้วิธีนี้... ถ้านางไม่ทำอะไรสักอย่างเขาคงไม่ให้นางไปสินะหลินหลินถอนหายใจ เรียกดาบที่ห้องใต้ดินออกมา ดาบเล่มนั้นปรากฏขึ้นในมือ นางปลดเวทลมให้นายกองลี่ แล้วกระโดดออกจากทางหน้าต่าง ร่างของนางพุ่งทะยานออกไปดุจพญาเหยี่ยวนายกองลี่ไม่รอช้า เขาเรียกดาบยาวออกมา และตามนางออกไปทันที เสียงฝีเท้าหนัก
"ท่านแม่... ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ อ๊ะ! ท่านพ่อยังไม่ไปร้านหรือเจ้าคะ?” "พ่อเจ้าอยู่จัดการเรื่องส่งคนเร่ร่อนไปหัวเมืองต่างๆ พร้อมกับขบวนคาราวานพ่อค้าที่พ่อของเจ้ารู้จักแทนลูกน่ะสิ...นี่ก็เพิ่งจะสั่งคนของเจ้าไป พวกเขาคงไปทำตามที่พ่อเจ้าสั่งอยู่""ข้าฝากเรื่องนี้กับท่านพ่อด้วยนะเจ้าคะ"หลินหลินหันไปส่งสายตาออดอ้อน "จะกอดแค่เพียงแม่เจ้าคนเดียวพ่อก็น้อยใจแย่...""โอ๋ๆลูกผิดไปแล้วเจ้าค่ะ" หลินหลินสลับกอดท่านพ่อท่านแม่จนทั้งสองคนต้องบอกให้นางหยุดเพราะกลัวนางจะเหนื่อย... เจียงเหวินไม่อยากจะแจ้งบิดากับมารดาว่าอีกสองวันพวกเขาต้องออกเดินทางขึ้นแดนเหนือ อยากให้ท่านแม่มีความสุขมากกว่านี้อีกหน่อย แต่คงจะไม่ได้ เพราะท่านแม่ชวนหลินเอ๋อร์ออกจากจวนไปซื้อของในวันพรุ่งนี้ ยังไม่ทันที่หลินหลินจะรับปาก พี่ใหญ่ก็ขัดขึ้นมาก่อน "ท่านพ่อ ท่านแม่ขอรับ ข้ามีเรื่องต้องแจ้งขอรับ" หลินหลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก.....ทำไมสายตาพี่ใหญ่ถึงมองนางแบบนั้น "ข้าและน้องต้องเดินทางขึ้นแดนเหนือวันมะรืนนี้ขอรับ และท่านแม่ทัพ มีคำสั่งห้ามหลินเอ๋อร์ออกจ
และแล้ววันเดินทางก็มาถึงที่หน้าจวนตระกูลเจียง ขบวนของท่านแม่ทัพหยางเทียนชุนมาถึงแล้วหลินหลินรู้สึกตกใจเล็กน้อย ที่เห็นขบวนของเขายิ่งใหญ่อลังการกว่าที่คิด ธงทิวสีดำปักลายพยัคฆ์คำรามสีทองโบกสะบัดท้าทายสายลม ทหารองครักษ์กว่าสามสิบนายอยู่ในชุดเกราะสีดำขลับ พวกเขาขี่ม้าศึกสง่าผ่าเผย อาวุธและเครื่องแบบล้วนประณีต บ่งบอกถึงยศศักดิ์หลินหลินรู้ดีว่า หยางเทียนชุนต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ว่านางเป็นคู่หมั้นของเขา แม้จะมีข่าวลือออกไปบ้างแล้ว แต่การปรากฏตัวพร้อมขบวนที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น นางก็อดคิดไม่ได้ว่า .... ท่านแม่ทัพทำเรื่องใหญ่โตเกินไปแล้วหัวใจของหลินหลินเต้นแรง ด้วยความตื่นเต้นและประหม่านี่เป็นครั้งแรกที่นางจะได้ออกเดินทางไกลในโลกใบนี้ชาวบ้านต่างพากันมามุงดู ส่งเสียงฮือฮาเมื่อเห็นขบวนของท่านแม่ทัพ วันนี้หลินหลินเลือกสวมชุดสีดำ ที่ดูทะมัดทะแมงคล้ายกับชุดของเหล่ายอดฝีมือ ผมยาวของนางถูกรวบเป็นหางม้าง่ายๆ ท่านแม่ทัพไม่ได้ให้นางปลอมตัวเป็นบุรุษเพราะยังไม่มีเครื่องรางหรือของวิเศษใดๆ ที่สามารถเปลี่ยนจากสตรีเป็นบุรุษได้ เขาบอก
และแล้ววันเดินทางก็มาถึงที่หน้าจวนตระกูลเจียง ขบวนของท่านแม่ทัพหยางเทียนชุนมาถึงแล้วหลินหลินรู้สึกตกใจเล็กน้อย ที่เห็นขบวนของเขายิ่งใหญ่อลังการกว่าที่คิด ธงทิวสีดำปักลายพยัคฆ์คำรามสีทองโบกสะบัดท้าทายสายลม ทหารองครักษ์กว่าสามสิบนายอยู่ในชุดเกราะสีดำขลับ พวกเขาขี่ม้าศึกสง่าผ่าเผย อาวุธและเครื่องแบบล้วนประณีต บ่งบอกถึงยศศักดิ์หลินหลินรู้ดีว่า หยางเทียนชุนต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ว่านางเป็นคู่หมั้นของเขา แม้จะมีข่าวลือออกไปบ้างแล้ว แต่การปรากฏตัวพร้อมขบวนที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น นางก็อดคิดไม่ได้ว่า .... ท่านแม่ทัพทำเรื่องใหญ่โตเกินไปแล้วหัวใจของหลินหลินเต้นแรง ด้วยความตื่นเต้นและประหม่านี่เป็นครั้งแรกที่นางจะได้ออกเดินทางไกลในโลกใบนี้ชาวบ้านต่างพากันมามุงดู ส่งเสียงฮือฮาเมื่อเห็นขบวนของท่านแม่ทัพ วันนี้หลินหลินเลือกสวมชุดสีดำ ที่ดูทะมัดทะแมงคล้ายกับชุดของเหล่ายอดฝีมือ ผมยาวของนางถูกรวบเป็นหางม้าง่ายๆ ท่านแม่ทัพไม่ได้ให้นางปลอมตัวเป็นบุรุษเพราะยังไม่มีเครื่องรางหรือของวิเศษใดๆ ที่สามารถเปลี่ยนจากสตรีเป็นบุรุษได้ เขาบอกว่า ต่อให้ปลอมตั
"ติ๋ง! ภารกิจช่วยเหลือสัตว์อสูร ท่านมีเวลา 5 นาทีในการทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ รางวัลคือ อัพเกรดมิติเป็นระดับ 6 ปลดล็อคพื้นที่ขนาดเท่าภูเขา 1 ลูก"หลินหลินรีบกดรับภารกิจทันที โดยไม่ต้องรอฟังจนจบ โอกาสทองในการอัพเกรดมิติหาได้ยากยิ่ง แม้มีเหรียญทองมากมายก็ไม่อาจอัพได้"ท่านแม่ทัพ ข้าต้องไปช่วยสัตว์อสูร ข้าขอล่วงหน้าไปก่อน ท่านไม่ต้องเป็นห่วง"หลินหลินกล่าวจบ ก็ร่ายเวทลมพุ่งตัวออกไปยังจุดหมายเทียนชุนเห็นดังนั้นก็รีบตามไปทันทีด้วยความเป็นห่วง เขาหันไปสั่งลูกน้องคนอื่นๆ ให้รออยู่ที่นี่ก่อน พยักหน้าให้เจียงเหวินที่กำลังจะตามหลินหลินไปเจียงเหวินและเทียนชุนรีบตามหลินหลินไป แต่เมื่อมาถึงกลับไม่พบนาง หรือสัตว์อสูร มีเพียงรอยเลือดจำนวนมาก เทียนชุนขมวดคิ้วเกิดอะไรขึ้น เขาสั่งให้เจียงเหวินสำรวจรอบๆ ส่วนตัวเขายังคงอยู่ที่เดิม เขายังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของหลินหลินอยู่ แต่หลินหลินหายไปไหน?ทางด้านหลินหลิน หลังจากบอกเทียนชุนแล้ว นางก็รีบมุ่งหน้าไปยังจุดหมายทันที นางเร่งฝีเท้าทั้งตื่นเต้นและกังวล ต้องทันเวลา ในที่สุด นางก็มาถึง เบื้องหน้าเป็นลานกว้าง มีต้นไม้ใหญ่ และพุ่มไม้หนาทึบ บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียง
บทพิเศษเสี่ยวเฮย และ เสี่ยวหมี(หมีหิมะ)ภายในมิติ ทันทีที่หลินหลินจากไป เสี่ยวเฮยทรุดตัวลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม"ฮือๆ นายหญิง... ทำไม... ทำไมถึงทิ้งข้า"เสี่ยวเฮยคร่ำครวญด้วยความเสียใจเสี่ยวหมีเดินเข้ามาใกล้ "เสี่ยวเฮย เจ้าอย่าเสียใจไปเลย นายหญิงคงมีเหตุผลของนาง""เหตุผลอะไรกัน ข้าไม่เข้าใจ!" เสี่ยวเฮยร้องไห้โฮ "ข้ารักนายหญิง ข้าอยากอยู่กับนายหญิงตลอดไป"เสี่ยวหมีมองเสี่ยวเฮยด้วยความสงสาร "เสี่ยวเฮย... " เสี่ยวหมีลังเล "ข้า.. ข้าอ่านตำราโบราณออก""แล้วอย่าไร" เสี่ยวเฮยเงยหน้ามองเสี่ยวหมี"ตำราโบราณกล่าวไว้ว่า หากต้องกำจัดอสูรหิมะ ต้องระเบิดพลังจากภายในด้วยพลังระดับ 8 สองสาย และระดับ 9 หนึ่งสาย"เสี่ยวหมีอธิบายเสี่ยวเฮยขมวดคิ้ว "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนายหญิง""นายหญิงเป็นมนุษย์ นางมีพลังระดับ 9 ที่นายหญิงยกเลิกพันธะสัญญา ก็เพราะ... นางต้องการปกป้องเจ้า"เสี่ยวเฮยนิ่งอึ้ง "ปกป้องข้า?""ใช่ นางรู้ว่า หากเจ้ายังมีพันธะสัญญาอยู่ หากนางระเบิดพลังเจ้าจะตายไปด้วย "เสี่ยวหมีพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า "นางรักเจ้ามาก เสี่ยวเฮย"เสี่ยวเฮยเบิกตากว้าง หัวใจของมันรู้สึกอบอุ่น ใน
ภายในจวนท่านแม่ทัพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความคาดหวัง เสียงร้องโอดโอยของหลินหลินดังเล็ดลอดออกมาจากห้องคลอดเป็นระยะๆ ทำให้เทียนชุนที่ยืนรออยู่ด้านนอกร้อนใจเป็นอย่างยิ่ง เขากำมือแน่น พยายามสะกดกลั้นความกังวลเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจหยุดความคิดที่วนเวียนอยู่ในหัวได้"หลินเอ๋อร์ เจ้าต้องปลอดภัยนะ"เขาพึมพำกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายก็อยู่ในอาการไม่ต่างกัน พวกเขานั่งรออยู่ที่ห้องโถงใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เสียงร้องของหลินหลินแต่ละครั้งทำให้หัวใจของพวกเขาแทบจะหยุดเต้น"ลูกต้องปลอดภัยนะ"มารดาของหลินหลินพึมพำภาวนา ทันใดนั้นเสียงร้องของทารกก็ดังขึ้น ทำลายความเงียบสงัดในจวน ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองประตูห้องคลอดด้วยความตื่นเต้นไม่นาน หมอตำแยก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง "ยินดีด้วยเจ้าค่ะ ฮูหยินคลอดลูกแฝดชายหญิง เป็นเด็กที่แข็งแรงมาก"เทียนชุนรีบพุ่งเข้าไปในห้องคลอดทันที เขาเห็นหลินหลินนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวแต่ก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข ข้างกายนางมีทารกน้อยสองคนนอนอยู่เทียนชุนทรุดตัวลงข้างเตียง จับมือภรรยาไว้แน่น"หลินเอ๋อร์ เจ้าเก่งมาก"
หลินหลินค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดที่คุ้นเคยของเทียนชุน ทันทีที่สติกลับคืนมา ภาพเหตุการณ์สุดท้ายก่อนหมดสติก็ฉายชัดขึ้นในห้วงความคิด เสียงระเบิดดังสนั่น ภาพดวงตาที่ทั้งสองมองมาที่นาง…น้ำตาไหลอาบแก้มหลินหลินอีกครั้ง ความเจ็บปวดของความสูญเสียกัดกินหัวใจของนางอย่างรุนแรง นางพยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้น แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้"เสี่ยวเฮย... เสี่ยวหมี..."นางพึมพำชื่อของพวกมันซ้ำๆ ราวกับต้องการเรียกพวกเขากลับมาเทียนชุนตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของภรรยา เขามองหลินหลินที่กำลังร้องไห้อย่างหนัก หัวใจของเขาเจ็บปวดไม่ต่างกัน เขาโอบกอดนางไว้แน่น พยายามปลอบโยน" หลินเอ๋อร์"เขาพูดเสียงแผ่วเบา "ทุกอย่างจบแล้ว"หลินหลินเงยหน้ามองสามี น้ำตาไหลอาบแก้ม "ข้า... ข้าทำไม่สำเร็จ"นางพูดเสียงสั่นเครือ "ข้าไม่สามารถปกป้องพวกเขาได้"เทียนชุนส่ายหน้า "ไม่ใช่ความผิดของเจ้า พวกเขาเลือกที่จะเสียสละตัวเองเช่นเจ้าเลือกที่จะสละตัวเองเพื่อพวกเรา""แต่..."หลินหลินยังคงร้องไห้ไม่หยุดเทียนชุนเช็ดน้ำตาให้ภรรยาอย่างอ่อนโยน "เสี่ยวเฮยและเสี่ยวหมีคงภูมิใจในตัวเอง ที่พวกเขา
หลินหลินรีบร้อนเข้าสู่มิติเพื่อเตรียมตัวรับมือกับภัยคุกคามครั้งใหญ่ แม้จะมีเวลาจำกัดเพียงสองชั่วยาม (สี่ชั่วโมง) แต่นางก็ไม่รอช้า มุ่งตรงไปยังหอตำราเวททันทีภายในหอตำรา บรรยากาศเงียบสงบและเคร่งขรึม อักษรโบราณสีทองเรียงรายอยู่บนผนังถ้ำสูงตระหง่าน หลินหลิน ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอสูรหิมะ สัตว์ในตำนานที่กำลังคุกคามพวกเขา ครั้งนี้อักษรไม่ได้พุงเข้ามาที่ตัวของนางแต่ปรากฏหนังสือโบราณเก่าแก่อสูรหิมะ... สัตว์ในตำนานที่ถือกำเนิดจากพายุหิมะอันรุนแรง ดูดกลืนพลังจากความหนาวเย็นจนกลายเป็นอสูรร้ายทรงพลัง มันออกตามล่านักเวทระดับ 9 เพื่อดูดกลืนพลังขั้นสุดท้ายของพวกเขาหลินหลินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตัวอักษรในตำราเต้นระริกราวกับจะตอกย้ำความจริงที่ว่า มีเพียงนางและสามีเท่านั้นที่อยู่ในระดับ 9 มือของนางเริ่มสั่นไหว ความกลัวกัดกินหัวใจนางพลิกหน้าตำราต่อไปอย่างรวดเร็ว ค้นหาวิธีที่จะหยุดยั้งอสูรตนนี้มีเพียงสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ 9 ครั้งเท่านั้นที่จะสังหารมันได้ หรือ... การระเบิดพลังจากภายใน ต้องใช้พลังเวทระดับ9 หนึ่งขุม หรือระดับ 8 สองขุม ถึงจะจัดการกับอสูรหิมะตนนี้ได้หลินหลินหน้าซีดเผือด มือบางสั่นเทาจนเสี่ยวเ
"เราจะพักที่นี่เอาแรงก่อน" หลินหลินหันไปบอกกับทั้งสามคน ก่อนจะมอบน้ำทิพย์ให้พวกเขาคนละกระบอกนางใช้เวลาพูดคุยกับครอบครัวอีกหนึ่งเค่อ (30 นาที) ก่อนจะขอตัวกลับไปทำภารกิจต่อระบบแจ้งเตือนว่ายังมีผู้รอดชีวิตอีก 2 คน แต่ดวงตาตรวจสอบของนางกลับใช้การไม่ได้ในพายุหิมะที่รุนแรงเช่นนี้ นางต้องพึ่งดวงล้วนๆในการค้นหาพวกเขาหลินหลินและเหล่าทหารกลับมายังจวนแม่ทัพอีกครั้งครั้งนี้นางร่ายโล่เวทขึ้นมาเพื่อต้านทานพายุ นางจะเป็นผู้นำทัพหน้า ส่วนหลิวเคออยู่ซ้าย โหลกังอยู่ขวา และอิงหานคอยระวังหลัง ทุกคนต่างดึงพลังเวทของตนเองออกมาใช้อย่างเต็มที่เพื่อต่อสู้กับพายุที่โหมกระหน่ำพวกเขาเดินฝ่าพายุหิมะไปอย่างยากลำบาก หิมะหนาแน่นจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า ลมพัดกระหน่ำจนแทบจะปลิวไปตามลม หลายครั้งที่พวกเขาเกือบจะล้มลง แต่ก็ยังคงประคองกันและกันไว้ได้ตอนนี้พวกเขาพบกับภาพที่น่าสลดใจที่สุด...เท่าที่เคยพบเจอ สองตายายนอนกอดกัน ร่างกายของพวกเขาถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนา ราวกับกำลังหลับใหลอย่างสงบ แต่หลินหลินรู้ดีว่าพวกเขาจากไปแล้วหลินหลินทรุดตัวลงข้างๆ ร่างของสองตายาย น้ำตาไหลอาบแก้มของนางอย่างไม่อาจควบคุมได้ น
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เทียนชุนยังคงโอบกอดหลินหลินไว้แนบอก ความรู้สึกภายในของเขาลึกล้ำเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดในฐานะสามี เขาอยากปกป้องภรรยาสุดที่รักจากอันตรายข้างนอก แต่ในฐานะแม่ทัพ เขาก็ไม่อาจละทิ้งประชาชนในแดนเหนือได้เช่นกัน เขาติดอยู่ในวังวนของความขัดแย้งภายในใจ ปล่อยนางไปก็ห่วง กักตัวนางไว้ก็ผิดต่อหน้าที่หลินหลินที่จมอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง เริ่มตั้งสติและรวบรวมความกล้า นางไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ และการเดิมพันครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงเพื่อคนที่นางรักหลินหลินค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดที่อบอุ่นของสามี เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างแน่วแน่"ท่านพี่" นางเอ่ยเสียงหนักแน่น"สำหรับข้า ท่านคือโลกทั้งใบ ดังนั้นข้าจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ กลับมาเคียงข้างท่านให้ได้ ข้าสัญญา"แววตาของหลินหลินเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความรักที่ล้นปรี่ เทียนชุนมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เขาเห็นถึงความแข็งแกร่งและความเสียสละที่ซ่อนอยู่ภายใน แม้ใจจะแหลกสลายที่ต้องปล่อยนางไป แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งภรรยาของเขาได้เขาพยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า รู้สึกถึงก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ "พี่จะรอเจ้า...
ยามจื่อ (00.00 น.) ความมืดมิดปกคลุมราตรีไร้เสียง มองเห็นเพียงแสงเทียนริบหรี่จากบ้านเรือนบางหลัง ทว่าในเงามืดนั้น มีกลุ่มเงาเคลื่อนไหวอย่างว่องไวและเงียบเชียบ นำโดยหลิวเคอ และทหารฝีมือดีของหลินหลินอีกหลายสิบนาย ด้วยวรยุทธ์และพลังเวทที่สูงส่งถึงระดับ 7 พวกเขาเคลื่อนไหวราวกับภูตพราย ไร้ร่องรอย ไม่มีใครแม้แต่จะรู้สึกถึงการมีอยู่ของพวกเขา แต่ละคนล้วนมีถุงมิติขนาดเล็กที่หลินหลินกว้านซื้อมาจากระบบมากถึง 500 ใบบ้านเรือนทุกหลังในเมืองถูกเยี่ยมเยือนโดยกลุ่มเงาเหล่านี้ พวกเขาเข้าออกอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ของมีค่าทุกชิ้นถูกกวาดลงถุงมิติอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงิน เครื่องประดับ หรือของสำคัญอื่นๆ ล้วนถูกเก็บลงถุงมิติข้างตัวยามหยิน (03.00น.)ไม่มีบ้านเรือนหลังไหนที่พวกเขาไม่ไปเยือน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว ราวกับปฏิบัติการลับที่ได้รับการวางแผนมาอย่างดีรุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนพร้อมกับความโกลาหล เมื่อชาวเมืองทุกหลังคาเรือนตื่นขึ้นมาพบว่าของมีค่าภายในบ้านหายไปอย่างไร้ร่องรอย! แม้แต่โต๊ะรับแขกไม้เนื้อดีก็ยังอันตรธานไป สร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัวไปทั่วหลินหลินคาดกา
ขณะที่หลินหลินกำลังมุ่งหน้าไปยังถ้ำแห่งต่อไป นางก็สำลักเลือดออกมาจนเปรอะเปื้อนอาภรณ์ ทหารที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกใจ"นายหญิง!!"หลินหลินยกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดอย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไร ข้าไม่เป็นอะไร"นางฝืนยิ้มให้พวกเขา แต่ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้ง พลังเวทในตัวนางเหลือน้อยเต็มที การสร้างปราการครั้งใหญ่เมื่อครู่นี้ดูดพลังของนางไปมากมาย หลินหลินกัดฟันข่มความเจ็บปวดที่แล่นขึ้นมาในอก พยายามรักษาท่าทีให้นิ่งสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่นางรู้ดีว่าร่างกายของนางกำลังส่งสัญญาณเตือน"ไม่เป็นไรหลินหลิน เจ้าจะไม่เป็นอะไร"หลินหลินพูดเสียงแผ่วเบา เพื่อส่งกำลังใจให้ตัวเองข้าจะต้องเข้มแข็ง ข้าต้องทำได้ นางบอกตัวเองในใจภาพความฝันที่สองเมื่อคืนยังคงตามหลอกหลอนนาง ความรู้สึกผิดที่ไม่อาจปกป้องทุกคนได้ยังคงกัดกินหัวใจของนาง นางไม่อาจปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นอีกในความฝันนั้น นางเห็นตัวเองเลือกสร้างปราการคุ้มกันเมืองแดนเหนือเอาไว้ เพราะคิดว่าเพียงแค่พายุผ่านไปทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ ค่ายทหารถูกพายุถล่มจนพังพินาศ และเมื่อพายุสงบลง กองกำลังศัตรูก็บุกเข้าโจมตีทันที แม้ว่าในท้ายที่สุด นางแล
เทียนชุนแทบไม่ได้ฟังที่หลินหลินพูด เขาจดจ้องอยู่แต่กับเรือนร่างตรงหน้า เทียนชุนประกบจูบหญิงสาวอย่างโหยหา หลายวันมานี้เขาคิดถึงนางแทบขาดใจ เมื่อคืนที่เห็นนางเหนื่อยจึงไม่อยากรบกวนนาง อยากให้นางได้พักผ่อน แต่ไม่คิดว่าเช้ามาเขาจะได้อาหารเช้าที่แสนวิเศษ "ท่านพี่...อ้า.. "นิ้วสากลูบไล้เนื้ออวบอูมอย่างช่ำชอง นิ้วหนาชำแหละกลีบชมพูเข้าไปในช่องทางรักอย่างโหยหา..เขาชักนิ้วเข้าออกระรัวจนร่างบางหวีดร้อง....."อะๆๆๆ..อ้า! " ร่างบางบิดเร้าด้วยความเสียว เทียนชุนดึงนิ้วที่เปียกย้อมด้วยน้ำรักของสตรีตรงหน้าออกมา เขาชูให้นางดูก่อนใช้ลิ้นเลียนิ้วหนา หลินหลินมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่สั่นไหว เขาดูเซ็กซี่ขยี้ใจนางมาก..."อ้า... "ร่างกายเริ่มร้อนรุ่มหนัก เทียนชุนควักท่อนเอ็นที่พองโตออกมาชักรูดสองสามทีก่อนเสียบอัดเข้าไปจนมิดด้าม"อ้า..หลินเอ๋อร์... "ร่างหนาครางต่ำ..."อืมมมม!!! "พั่บ..พั่บ..พั่บ..พั่บ..เสียงเนื้อกระทบกันดังกึกก้องห้องนอน หลินหลินตัวโยกไปตามแรงกระแทกของสามี"อ๊ะ!อ๊ะ!อ๊ะ!อ๊ะ! งื้อ... ""ใหญ่มากท่านพี่ของท่านใหญ่มาก..." เทียนชุนที่ได้ยินภรรยา