"คุณหลิว ผมเอาเอกสารของคุณมาให้"เสียงทุ้มต่ำของชายคนหนึ่งดังขึ้นทุกคนหันกลับไปมองทางต้นเสียงเมื่อเห็นผู้อำนวยการไป๋เดินเข้ามาพร้อมกับคนของเขาอย่างกะทันหัน ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ตกใจจนสะดุ้งเฮือก คราวนี้ผู้อำนวยการไป๋พาคนมาที่ฉงเต๋อไม่น้อยเลยผู้อำนวยการโรงเรียนเห็นพวกเขามากันอย่างเอิกเกริกขนาดนี้ จึงรีบเดินออกไปต้อนรับ"ผู้อำนวยการไป๋ ลมอะไรหอบคุณมาที่นี่ครับ?"ผู้อำนวยการโรงเรียนอยากจะจับมือกับผู้อำนวยการไป๋ แต่สิ่งที่ถูกส่งมาให้กลับเป็นแฟ้มเอกสารซองสีน้ำตาลบนซองเอกสารเขียนชื่อของผู้อำนวยการโรงเรียน"ผู้อำนวยการไป๋ นี่มัน?"ผู้อำนวยการไป๋สั่งเสียงเข้ม "เอาแฟ้มประวัติของคุณไป แล้วออกไปจากฉงเต๋อซะ!"มือของผู้อำนวยการโรงเรียนสั่น แฟ้มเอกสารของเขาร่วงลงพื้นขาสองข้างอ่อนแรงฉับพลัน จนแทบจะล้มทั้งยืน"ผู้อำนวยการไป๋... ผมทำอะไรผิดไป..."ผู้อำนวยการโรงเรียนชำเลืองมองเจียงหว่านเยวี่ย ก่อนจะพูดต่อว่า "ถ้าเป็นเรื่องที่นักเรียนฟู่ชิงโจวลาออก มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น ผมยอมลดตัวลงไปเชิญฟู่ชิงโจวกลับเข้ามาเรียนใหม่อย่างให้เกียรติแล้ว!"ผู้อำนวยการไป๋เชิดหน้าขึ้น "คุณเปิดแฟ้มเ
เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง ตอนที่ผู้อำนวยการไป๋ยังเป็นเลขาธิการฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยเธอเคยเป็นนักศึกษาที่เขาคาดหวังมากที่สุด ตอนนั้นเธออายุเพียง 14 ปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่บุญธรรม เธอจึงโกหกอายุเพื่อไปหางานพิเศษทำหลังเลิกเรียนเลขาธิการไป๋ตามเธอกลับมาและให้คำปรึกษา เขาบอกให้เธอตั้งใจเรียน ด้วยความสามารถของเธอ เธอสามารถใช้ความรู้แลกกับความมั่งคั่งมหาศาลชนิดที่เธอในตอนนั้นคาดไม่ถึงได้ปีที่เจียงหว่านเยวี่ยไปเรียนปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง เขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งด้วยเขายืนที่ประตูมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง โบกมือร่ำลาเธอ"ลู่หว่านเยวี่ย ฉันจะส่งเธอถึงแค่ตรงนี้ ฉันรู้ว่าเธอจะไปยังจุดสูงสุดที่ฉันไม่มีวันไปถึงได้ เมื่อเธอยืนอยู่บนยอดเขา และมองลงมายังขุนเขาเบื้องล่าง เธอจะเห็นฉันปรบมือเชียร์เธออยู่"หกปีต่อมาเมื่อพบกันอีกครั้ง ก็เป็นตอนที่ผู้อำนวยการไป๋มาตรวจเยี่ยมโรงเรียนพร้อมผู้ติดตามมากมายหลังจากเจียงหว่านเยวี่ยขับรถไปส่งลูกทั้งสองที่โรงเรียน เธอต้องรีบไปห้างสรรพสินค้าเพื่อรับชุดสูทของฟู่หานชวนสำหรับใส่ไปงานเลี้ยงตอนเย็น และต้องเล
เจียงหว่านเยวี่ยถามลูกสาวว่า "โจวโจว หนูยังอยากเรียนที่โรงเรียนฉงเต๋อไหม?"โจวโจวมองไปที่มู่อวี่เซวียนและฟู่พ่านเอ๋อร์ที่ยืนปะปนในฝูงชน และกำลังจ้องมองเธออย่างคาดหวังตอนแรกพวกเธอเข้าไปในโรงเรียนแล้ว แต่ดันเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นที่หน้าประตูโรงเรียน ผู้อำนวยการถูกพาตัวไป คณะกรรมาธิการสอบวินัยเข้ามาค้นในโรงเรียน ผู้บริหารและครูหลายคนถูกเรียกไปสอบสวนโดยเฉพาะเด็กๆ ในแผนกอนุบาลที่ไม่มีสมาธิเรียนแล้ว พวกเขายืนออกันที่ประตูโรงเรียน แม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็พยายามยืดคอมองอย่างตื่นเต้นโจวโจวจึงพูดกับผู้ปกครองเหล่านั้นว่า "พวกคุณต้องขอโทษหนูและแม่ของหนูอย่างจริงใจ หนูถึงจะยอมกลับมาที่ฉงเต๋อ"แม้เธอจะอายุแค่ 5 ขวบ แต่เธอรู้สึกได้ชัดเจนว่าหลังจากที่เธอกลายเป็นเจียงอิ๋งโจว ครู เพื่อนร่วมชั้นและผู้ปกครองในโรงเรียนต่างแสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อเธอตอนที่ผู้ปกครองเหล่านี้เห็นด้วยกับผู้อำนวยการหลิว เรื่องที่จะไล่เธอออกจากโรงเรียน เธอรู้สึกเสียใจมากเธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลยแท้ๆทำไมการเป็นเจียงอิ๋งโจวถึงเป็นเรื่องที่น่าดูถูกเหยียดหยามในสายตาของผู้ปกครองเหล่านี้"น้องชิงโจว" ผู้ปกครองพูดเสียงอ
โจวโจวใช้มือข้างหนึ่งกอดฟู่พ่านเอ๋อร์ อีกมือกอดมู่อวี่เซวียน เธอกอดเพื่อนสนิทที่สุดสองคนของเธอแล้วหมุนตัวเป็นวงกลมฟู่ชิงหรูเห็นภาพนั้นก็ร้องเสียงดัง "ฟู่ชิงโจว! ทำอะไรน่ะ! รีบปล่อยลูกสาวฉันลงมาเดี๋ยวนี้!"แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของเด็กสาวทั้งสามเจียงหว่านเยวี่ยกลัวว่าโจวโจวจะโยนมู่อวี่เซวียนกับฟู่พ่านเอ๋อร์ออกไปเหมือนลูกทุ่มน้ำหนัก เธอจึงตบหลังโจวโจวเบาๆ"เข้าโรงเรียนกันเถอะ"โจวโจวปล่อยมู่อวี่เซวียนและฟู่พ่านเอ๋อร์ลง เพื่อนทั้งสองของเธอมีเหงื่อออกที่ใบหน้า แต่เธอกลับไม่หอบเหนื่อยสักนิด หน้าไม่แดงด้วยซ้ำ ดวงตากลมโตสีดำจ้องมองแฟ้มเอกสารในมือของเจียงหว่านเยวี่ย"ทะเบียนการศึกษาของหนูถูกนำออกมาแล้ว จะเอากลับไปใส่ได้อีกไหมคะ?"เจียงหว่านเยวี่ยบอกเธอว่า "ลูกเปลี่ยนชื่อแล้ว คราวนี้แม่มาโรงเรียนก็เพื่อขออนุญาตแก้ไขทะเบียนการศึกษาของลูกใหม่"เจียงหว่านเยวี่ยย่อตัวลง พูดกับลูกสาวอย่างจริงจัง "โจวโจว ถ้าลูกเสียดายเพื่อนๆ ที่ฉงเต๋อ แม่สนับสนุนการตัดสินใจของลูก แม้ว่าผู้ปกครองคนอื่นจะระมัดระวังตัวมากขึ้น แต่การที่ลูกอยู่ห้องเดียวกับตูตู...""แม่คะ หนูจะไม่ถอยหลั
เสียงของเขาดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ ในลิฟต์อย่างรวดเร็ว"จริงเหรอ! ขอดูหน่อยๆ!"“คนที่ได้อันดับรองจากแม่บ้านว่างงานคนนี้ เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กับสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย!"เสียงอุทานด้วยความตกใจดังก้องไปทั่วลิฟต์พนักงานเลขาของฟู่หานชวนก็สนใจหัวข้อที่พนักงานกำลังพูดคุยกันอยู่ แต่เขาดูใจเย็นกว่าพนักงานคนอื่นๆเขายิ้มพูดกับฟู่หานชวนว่า "ต้องเป็นคณะกรรมการการแข่งขันคณิตศาสตร์ ALI บันทึกข้อมูลผู้เข้าแข่งขันผิดแน่ๆ”“รอบที่ผ่านๆ มา ผู้ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันคณิตศาสตร์ ALI ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงที่กลับมาจากยุโรปและอเมริกา หรือไม่ก็เป็นนักวิชาการชื่อดังจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศ”“แม่บ้านจะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์และคว้าที่หนึ่งได้อย่างไร ถ้าเป็นแบบนี้จริง บริษัท ALI ก็เท่ากับทำลายชื่อเสียงตัวเองน่ะสิ!"เลขาเพิ่งจะพูดจบ พนักงานคนหนึ่งก็อ่านข้อมูลจากโทรศัพท์ "ผู้เข้าแข่งขันที่ได้อันดับหนึ่งในรอบคัดเลือกชื่อ... เจียงหว่านเยวี่ย อายุ 27 ปี จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหัวจง หลังจากนั้นก็เป็นแม่บ้านอ
“ถ้ารุ่นพี่ยังเรียนต่อปริญญาเอก เดินหน้าต่อในเส้นทางการวิจัย ตอนนี้เธอคงประสบความสำเร็จมากกว่าฉันแน่นอน”"นี่ต้องเรียกว่าหลงงมงายในความรักขั้นสุดเลยนะ!""เธอควรจะเขียนในประวัติว่าคลั่งรักอยู่นานเจ็ดปี""สวรรค์ให้สมองอัจฉริยะมา แต่เธอกลับใช้มันเพื่อการเป็นภรรยาและแม่ของลูก""ทำไมรุ่นพี่ของผู้อำนวยการเกาถึงมาเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์อีกล่ะ?"เกาอวี้ก็ไม่เข้าใจความคิดของอีกฝ่ายเหมือนกัน ได้แต่ถอนหายใจพูดว่า "หวังว่าสักวันผมจะได้ร่วมงานกับรุ่นพี่เจียงแล้วกัน"ประตูลิฟต์เปิดออก เขาเดินออกจากลิฟต์พนักงานยังคงวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุด "เจียงหว่านเยวี่ยคนนี้อยู่ดีๆ ก็มาเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ คงมีปัญหากับสามีแน่ๆ""ทำไมไม่คิดว่าสามีของเธอสนับสนุนให้เธอเข้าแข่งขัน ALI ล่ะ?""ถ้าสามีของเธอสนับสนุนจริง ทำไมถึงปล่อยให้เธอเรียนแค่ปริญญาตรีล่ะ?""ฮึ! อย่าเอาผู้ชายเป็นเสาหลักเลย! ไม่ได้เรียนต่อ แล้วยังไม่ได้รับความรักอีก สุดท้ายอนาคตก็ต้องสร้างด้วยมือตัวเอง!"พนักงานเดินออกจากลิฟต์ พึมพำว่า "แอร์ในลิฟต์เย็นจังเลยนะ!"ในลิฟต์เหลือแค่ฟู่หานชวนกับเลขาเหยียน เลขาเหยียนไม่กล้ามองสีหน้าของ
ผู้สื่อข่าวยังคงสัมภาษณ์ต่อไป ขณะที่ห้องประชุมเงียบสนิทเหมือนป่าช้าในการสัมภาษณ์หลังจากนั้น เจียงหว่านเยวี่ยไม่ได้พูดถึงกลุ่มบริษัทตระกูลฟู่และฟู่หานชวนแม้แต่คำเดียวบนจอใหญ่ ประธานของ IBM หยิบพจนานุกรมสำนวนจีน (ฉบับภาษาอังกฤษ) ขึ้นมา เขาค้นหาสำนวนที่เขาต้องการทำความเข้าใจเขาอ่านคำอธิบายภาษาอังกฤษ "ไม่คู่ควรแก่การกล่าวถึง หมายถึงไม่คู่ควรที่จะพูดถึง ใช้อธิบายเรื่องที่เล็กน้อยหรือไม่สำคัญ โอ้~"ประธานของ IBM อุทานด้วยความประหลาดใจ "หานชวน คุณไม่สำคัญสำหรับภรรยาของคุณเหรอครับ"เขาแบมือยักไหล่ มองผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปยังฟู่หานชวนที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในห้องประชุม"ภรรยาของคุณเรียกคุณว่าอดีตสามี คุณกับภรรยาที่ได้อันดับหนึ่งในการแข่งขันคณิตศาสตร์หย่าร้างกันแล้วหรือ?"ในห้องประชุม บรรยากาศเปลี่ยนไปทันที ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ ต่างกระสับกระส่ายร้อนรน"ประธานฟู่ ทำไมคุณถึงหย่ากับภรรยาล่ะ?""เธอบอกกับผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์กลางว่าคุณเป็นอดีตสามี! พวกคุณหย่ากันจริงๆ เหรอ?""คุณบอกว่าเธอแค่ขู่จะหย่าไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงหย่าจริงๆ ล่ะ? แล้วแบบนี้คุณยังมีโอกาสชวนเธอเข้ากลุ่มบริษัทตระกูลฟู่
“พ่อบุญธรรมของนังเจียงหว่านเยวี่ยนั่นยังมีหน้าเอาบุญคุณมาบีบบังคับหานชวน เขาถึงได้ยอมแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นแบบไม่เต็มใจ คราวนี้แหละ! นังบ้านนอกที่ไม่คู่ควรกับตำแหน่งคนนั้น ในที่สุดก็ถูกหานชวนขับไล่ออกจากบ้านตระกูลฟู่สักที!”พูดถึงตรงนี้ คุณนายใหญ่ฟู่ก็เปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้มอบอุ่น ราวกับแสงแดดยามเช้า"พวกเธอช่วยกันเป็นหูเป็นตา สอดส่องหาลูกสาวตระกูลเศรษฐีที่ฐานะเหมาะสมจากในเมืองหลวงให้ฉันสักคนสิ ฉันต้องเริ่มหาคู่ให้หานชวนแล้ว หลานชายสุดที่รักของฉันก็ยังเด็กอยู่ ไม่ควรขาดความรักความอบอุ่นของแม่”เหล่าคุณนายต่างเริ่มคิดอย่างกระตือรือร้น พากันสอบถามว่าคุณนายใหญ่ฟู่ชอบลูกสะใภ้แบบไหนในตอนนั้น จู่ๆ ก็มีคนอุทานขึ้นมาว่า "โอ้! เจียงหว่านเยวี่ยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กลางแล้ว! เธอเก่งมากเลย! ได้ที่หนึ่งในการแข่งขันคณิตศาสตร์ ALI รอบคัดเลือก แล้วคะแนนก็สูงมากด้วย!"พอชื่อ "เจียงหว่านเยวี่ย" ปรากฏขึ้น คุณนายใหญ่ฟู่ก็เบ้ปากคุณนายตระกูลใหญ่คนอื่นๆ สนทนากันอย่างกระตือรือร้น "การแข่งขันคณิตศาสตร์ ALI มีความสำคัญมากเลยนะ! แค่เข้ารอบ 20 คนสุดท้ายก็เป็นที่ต้องการของบริษัทใหญ่ๆ
ฟู่หานชวนเอาแต่ใจตัวเอง ทุกคนต้องทำตามกฎของเขา"แบล็คโฮล บูกัตติ ลา วัวตูร์ นัวร์และแอสตัน มาร์ติน วัลคีรี่"เจียงหว่านเยวี่ยพูดชื่อรถที่เธอต้องการเป็นภาษาอังกฤษ นี่คือรถสามคันที่แพงที่สุดในโรงรถของฟู่หานชวนพริบตานั้น สายตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทอประกายคมกริบ ราวกับจะทะลุหมวกกันน็อคที่สวมอยู่บนใบหน้าของเจียงหว่านเยวี่ย"เธอรู้ได้ยังไงว่าในโรงรถของฉันมีบูกัตติ ลา วัวตูร์ นัวร์และแอสตัน มาร์ติน วัลคีรี่!"บรรยากาศรอบตัวฟู่หานชวนช่างกดดัน ถ้าเป็นคนอื่นคงกลัวจนขาสั่นไปแล้วเจียงหว่านเยวี่ยอยู่กับเขามานาน บรรยากาศกดดันของเขาไม่มีผลกับเธออีกต่อไป"ในเมื่อประธานฟู่สามารถสร้างรถแข่งที่สมบูรณ์แบบอย่าง แบล็คโฮลได้ ก็ต้องเป็นคนรักรถแน่นอน ฉันเดาว่ารถสปอร์ตสมรรถนะสูงสองคันนี้ต้องอยู่ในโรงรถของคุณ ประธานฟู่ ยอมยกให้ฉันไหมคะ"คำอธิบายของลูน่าก็ฟังดูสมเหตุสมผล ในฐานะนักแข่งรถมืออาชีพ เธอสามารถเดาได้ว่าในโรงรถของฟู่หานชวนมีรถสปอร์ตอะไรบ้างอย่างไรก็ตาม สายตาลึกล้ำของชายหนุ่มจับจ้องที่ลูน่า "เธอรู้จักฉันดีนะ"เขารู้สึกประหลาดใจว่าเขากับลูน่าเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อนฟู่หานชวนอยากถอดหมวกกันน็อค
เจียงหนานเซิงขี่มอเตอร์ไซค์มาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความอ่อนด้อยและความห่างชั้น!เธอกับลูน่าไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลยนี่คือการถล่มและบดขยี้เจียงหนานเซิงฝ่ายเดียวจากลูน่าตูตูมองดูลูน่าอยู่นาน ก่อนจะสังเกตเห็นเจียงหนานเซิง เขากอดอกพองแก้มพูดอย่างไม่พอใจ"พี่เซิงขี่ช้าจัง! อืดพอๆ กับเต่าเลย!"ฟู่หานชวนนั่งอยู่บนเก้าอี้ เขายังคงสวมชุดแข่งอยู่ ช่วงบนชุดแข่งถูกรูดซิปเปิดออก เผยให้เห็นหน้าอกที่แข็งแรงเคลื่อนไหวตามจังหวะการหายใจสายตาลึกล้ำของเขาจับจ้องไปที่เงาร่างของลูน่าไม่เคยมีใครดึงดูดความสนใจของเขาได้ขนาดนี้ บางทีนี่อาจเป็นเสน่ห์ของกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่ทำให้คนไม่อาจละสายตาไปได้เจียงหว่านเยวี่ยวิ่งครบสามรอบเป็นคนแรก เธอหยุดที่เส้นชัยและส่งสัญญาณให้เสิ่นอั้นเสิ่นอั้นสั่งให้คนไปติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำห้องควบคุมเสียงของเจ้าหน้าที่ดังขึ้นข้างหูเจียงหนานเซิง "คุณเจียง คุณลูน่าเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว กรุณาลงจากรถและวิ่งไปที่เส้นชัยตามข้อตกลงด้วยครับ"เจียงหนานเซิงตามหลังเจียงหว่านเยวี่ยถึงหนึ่งรอบครึ่ง นั่นหมายความว่าเธอต้องวิ่งเกือบห้ากิโลเมตร!แต่เจียงหนานเซิงไม่
สาวนักแข่งอันดับหนึ่งของประเทศจีนอย่างลูน่า ก็มีดีแค่นี้เองเหรอคืนนี้ เธอจะเอาชนะลูน่าให้ได้พรุ่งนี้ ชื่อเสียงของเธอจะต้องโด่งดังแน่นอน!โค้งแรกกำลังจะมาถึง"ฟิ้ว!"มอเตอร์ไซค์สีดำคันหนึ่งพุ่งผ่านเจียงหนานเซิงไปอย่างง่ายดาย ทิ้งห่างไปไกลลิบเจียงหนานเซิงถึงกับงงทำไมชั่วพริบตาเดียวลูน่าถึงได้นำหน้าเธอไปแล้วล่ะ?เจียงหนานเซิงเร่งความเร็วสุดกำลัง พยายามไล่ตาม แต่เมื่อผ่านโค้งต่อๆ มา ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ!"โอ้โห! ลูน่าเข้าโค้งโดยไม่ลดความเร็วเลย!""เจ๋งมาก! ทั้งที่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอวิ่งในสนามนี้ ยังไม่ได้วอร์มอัพด้วยซ้ำ!""นี่แหละฝีมือของนักแข่งหญิงอันดับหนึ่งของประเทศจีน น่ากลัวจริงๆ!"เจียงหนานเซิงกัดฟันกรอด เมื่อไล่ตามเจียงหว่านเยวี่ยไม่ทัน เธอจึงต้องพึ่งความช่วยเหลือจากเพื่อนๆบนอัฒจันทร์ ขวดน้ำดื่มถูกโยนลงมาบนสนามแข่งในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง แม้แต่ก้อนหินเล็กๆ บนถนนก็สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้มอเตอร์ไซค์คันใหญ่พุ่งผ่านมา ผู้ชมยังไม่ทันตั้งตัว ทุกคนคิดว่ารถของเจียงหว่านเยวี่ยจะต้องขับเหยียบขวดน้ำใบนั้น และจะต้องเกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอ
เมื่อได้ยินคำพูดของตูตู เจียงหนานเซิงก็หัวเราะเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ ฟู่หานชวนก็ไม่ได้สนใจคำพูดของลูกชายเช่นกันตูตูมองตามเงาร่างของลูน่าอย่างงงงวย นี่ต้องเป็นความเข้าใจผิดของเขาแน่ๆ!การเข้าใจผิดว่าลูน่าเป็นแม่ที่จุกจิกเรื่องมากของเขานั้น ถือเป็นการดูถูกลูน่า!!เมื่อเหล่าลูกคนรวยได้ยินว่าเจียงหนานเซิงจะแข่งรถบิ๊กไบค์กับลูน่า พวกเขาต่างก็เสนอรถของตัวเองให้ลูน่า"ลูน่า ขี่รถฉันสิ!""ลูน่า ขี่ของฉัน ขี่ของฉัน!"กลุ่มลูกคนรวยที่ล้อมรอบเธออยู่นี้ เจียงหว่านเยวี่ยรู้จักหน้าทุกคน หากเธอถอดหมวกกันน็อคออก คนพวกนี้คงไม่กระตือรือร้นกับเธอขนาดนี้พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทของเจียงหนานเซิง ตอนที่เจียงหว่านเยวี่ยกลับมาบ้านตระกูลเจียงตอนอายุ 18 ปี เพื่อนๆ ของเจียงหนานเซิงต่างก็เป็นศัตรูกับเธอหลังจากนั้น เธอก็กลายเป็นคุณนายฟู่ ตามหลักแล้วพวกเขาควรจะเกรงใจฟู่หานชวนและไม่รังแกเจียงหว่านเยวี่ยมากนัก แต่ท่าทีของฟู่หานชวนเป็นตัวกำหนดท่าทีของลูกหลานตระกูลใหญ่เหล่านี้ที่มีต่อเจียงหว่านเยวี่ยเจียงหนานเซิงเข็นรถคู่ใจของตัวเองออกมา เมื่อเห็นเพื่อนสนิทในอดีตล้อมรอบลูน่าอยู่ สายตาที่เธอมองไปยังลูน่าก็มีแต่ความเ
คุณชายน้อยที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างดีจากตระกูลฟู่ ซึ่งเคยพบเจอผู้ใหญ่และสถานการณ์สำคัญมามากมาย แต่เมื่อเขายืนอยู่ข้างประตูรถ โซลาร์ คราวน์และกล่าวทักทายลูน่า หัวใจของตูตูกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นอย่างไรก็ตาม คนที่นั่งอยู่ในรถก็ไม่ได้ตอบสนอง"ลูน่า?"ตูตูเขย่งปลายเท้า เงยหน้าขึ้น มองเข้าไปในรถด้วยความอยากรู้เจียงหนานเซิงลงมาจากรถ เมื่อเห็นสองพ่อลูกตระกูลฟู่ยืนอยู่ข้างประตูรถโซลาร์ คราวน์ หัวใจของเธอก็รู้สึกถึงภัยคุกคามทันทีเจียงหนานเซิงเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว "ลูน่าใช่ไหม ได้ยินชื่อเสียงของคุณมานาน ได้ยินว่าคุณขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เป็นด้วย ฉันก็เป็นนักบิดเหมือนกัน เราลองประลองฝีมือกันแบบตัวต่อตัวดูไหม?"ฟู่หานชวนแพ้ลูน่า เจียงหนานเซิงจึงอยากช่วยเขาเอาชนะอีกฝ่ายลูน่าเป็นนักแข่งรถมืออาชีพ เจียงหนานเซิงรู้ว่าเธอขี่มอเตอร์ไซค์เป็นแต่คิดว่าทักษะการขี่มอเตอร์ไซค์ของลูน่าคงไม่ถึงระดับมืออาชีพและหลังจากการแข่งออฟโรด พลังงานของลูน่าถูกใช้ไปมาก ถ้าเธอมาแข่งกับตัวเองอีกรอบ เจียงหนานเซิงคิดว่าโอกาสที่จะชนะลูน่ามีสูงหญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถยังคงไม่ตอบสนองเจียงหนานเซิงพูดอย่างไ
เมื่อโซลาร์ คราวน์มาถึงเส้นชัย เจียงหว่านเยวี่ยยังรู้สึกงุนงงอยู่เธอจับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้าง ยังไม่ได้สติกลับมา"ลูน่า! คุณชนะแล้ว!!"เจียงหว่านเยวี่ยหันหน้าไปมองอย่างตกตะลึง เธอเห็นเสิ่นอั้นถอดหมวกกันน็อคออก ดวงตาคมเฉี่ยวของเขาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวเขายื่นมือมาถอดหมวกกันน็อคของเจียงหว่านเยวี่ยออก ผมดำสลวยของหญิงสาวสยายลงมาดั่งผ้าไหมเจียงหว่านเยวี่ยพยายามสงบลมหายใจที่รุนแรงจนอกกระเพื่อม จากการเล่นกีฬาพาดโผนขั้นสุดเมื่อครู่นี้เธอเงยหน้าขึ้น เห็นในดวงตาสีคริสตัลของเสิ่นอั้นสะท้อนภาพเพียงเธอคนเดียว"ลูน่า ยินดีต้อนรับกลับมาครับ!" ในสายตาของเสิ่นอั้น เธอคือสมบัติล้ำค่า"คุณคือแชมป์ในใจผมเสมอ!" น้ำเสียงของเสิ่นอั้นฟังดูมั่นใจ เขายังไม่หายจากความรู้สึกตื่นเต้นของการขับรถอันโฉบเฉี่ยว หน้าอกของเขายังคงขยับขึ้นลง อุณหภูมิในรถเริ่มสูงขึ้นเจียงหว่านเยวี่ยจ้องมองเขา เอ่ยถามอย่างจริงจัง "ตั้งแต่ฉันเห็นโซลาร์ คราวน์ ฉันก็สงสัยมาตลอด คุณเสิ่นรู้ได้ยังไงคะว่าฉันคือลูน่า?"ก่อนที่เจียงหว่านเยวี่ยจะได้กลับมาเป็นคนตระกูลเจียง เธอใช้ชื่อลู่หว่านเยวี่ย ใบขับขี่แข่งรถของเธอก็ใ
เสิ่นอั้นทบทวนเส้นทางออฟโรดทั้งหมดในหัว เขายิ้มมุมปาก แววตาเป็นประกายวาววับ"เส้นทางข้างหน้าเป็นทางเรียบ ลูน่า คุณเหยียบให้มิดเลย!"โซลาร์ คราวน์ ที่ไม่ได้เปิดไฟหน้าพุ่งทะยานในความมืด เธอเชื่อใจเสิ่นอั้นอย่างสมบูรณ์ จนในที่สุดก็ทะลุผ่านความมืดออกมาเห็นแสงสว่างเสียงรถแข่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผู้คนที่รออยู่ที่เส้นชัยต่างพยายามชะเง้อคอมองหลังจากรถแข่งเข้าสู่เขตแบล็กเอาต์แล้ว จอภาพใหญ่ด้านหลังอัฒจันทร์ก็มืดสนิทสิ่งนี้สร้างความระทึกให้กับทุกคนไม่มีใครรู้ว่ารถคันไหนจะเป็นคันแรกที่พุ่งออกมาจากเขตแบล็กเอาต์ กลับเข้าสู่เส้นทางปกติตูตูยืนเกาะราวกั้น จ้องมองไปยังที่ไกลๆ ท่ามกลางสายลมหนาวทันใดนั้น รถแข่งสีดำคันหนึ่งก็ปรากฏในสายตาของทุกคน จอภาพใหญ่สว่างขึ้นพร้อมกัน เสียงเชียร์และกรีดร้องดังกึกก้องจากอัฒจันทร์เป็นรถโซลาร์ คราวน์!โซลาร์ คราวน์พุ่งออกมาจากเขตแบล็กเอาต์ในตำแหน่งที่หนึ่งและคันที่ขับตามหลังรถโซลาร์ คราวน์มาติดๆ ก็คือแบล็คโฮลที่ขับโดยฟู่หานชวน"ลูน่า! พ่อ!!"ตูตูตะโกนสุดเสียงด้วยความตื่นเต้น เขาพนมมือสวดภาวนาในใจหวังว่าทั้งพ่อและลูน่าจะได้ที่หนึ่ง!แสงสว่างสะท้อนใ
"เหยียบเต็มสปีด เลี้ยวซ้าย""เลี้ยวขวาสามครั้ง ทางลาดลงเขาข้างหน้า ลดความเร็วลง!"แม้เจียงหว่านเยวี่ยจะพยายามจดจำเส้นทางออฟโรดผ่านแผนที่นำทางให้ได้มากที่สุด แต่ในฐานะนักแข่ง เธอไม่มีเวลามาคิดอะไรมากขณะที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วระดับนี้ในตอนนี้ เสิ่นอั้นคือสมองของเธอเสิ่นอั้นออกคำสั่งสั้นกระชับ สร้างแบบจำลองสามมิติของเส้นทางออฟโรดอันซับซ้อนบนภูเขาจงซิ่วในสมองของเขาเขาเหมือนผู้ควบคุมที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดบนกระดานหมากรุก คอยชี้นำทิศทางให้เจียงหว่านเยวี่ย"หานชวน! สู้ๆ!"เจียงหนานเซิงสังเกตเห็นว่าฟู่หานชวนเร่งความเร็วขึ้น เธอตะโกนด้วยความตื่นเต้นแผนที่นำทางที่ผู้นำทางใช้ เธอลืมไปนานแล้วว่าทิ้งไว้ที่ไหนเธอนั่งที่เบาะข้างคนขับ ทำหน้าที่เพียงเป็นเพื่อนร่วมทางของฟู่หานชวนเท่านั้นฟู่หานชวนก็ไม่ต้องการให้เจียงหนานเซิงเป็นผู้นำทางให้เขา เขาเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเองเสมอสนามแข่งรถบนภูเขาจงซิ่ว ฟู่หานชวนก็มีส่วนร่วมในการวางแผนและออกแบบ เขารู้สภาพเส้นทางที่ซับซ้อนในสนามดีกว่าใครแบล็กโฮลวิ่งคู่ขนานกับรถแข่งคันอื่นๆ รถในกลุ่มที่สองถูกโซลาร์ คราวน์ทิ้งห่างไว้ข้างหลังโซลาร์ คร
เจียงหนานเซิงนั่งอยู่ในรถของฟู่หานชวน เธอยิ้มมุมปากอย่างสงบนิ่ง มองไปยังรถแข่งสองคันที่กำลังไล่ตามโซลาร์ คราวน์เหล่าคุณชายลูกเศรษฐีที่เข้าร่วมการแข่งขัน พวกเขาก็มีกลยุทธ์ร่วมกันในเมื่อมีคนเข้าร่วมแข่งขันมากมาย หากต้องการชัยชนะ รถบางคันก็ต้องเสียสละภายใต้หมวกกันน็อคหนักอึ้ง ดวงตาอันแจ่มชัดของเจียงหว่านเยวี่ยปราศจากความกังวลและความกลัวเธอเปลี่ยนเกียร์อย่างคล่องแคล่ว ล้อด้านขวายกลอยขึ้นจากพื้น!เสิ่นอั้นรู้สึกได้ว่าระดับสายตาของตนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!เขาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวในอกดังก้องกังวานนี่คือ การตะแคงขับ!ล้อหน้าและหลังด้านขวาของรถแข่งลอยพ้นจากพื้นโดยสิ้นเชิง รถทั้งคันพุ่งไปข้างหน้าด้วยมุมเอียง 45 องศาคนขับรถที่ตั้งใจจะบีบ โซลาร์ คราวน์ เริ่มรู้สึกถึงเงาดำที่ทอดคลุมเหนือตัวเขาคุณชายที่นั่งเบาะข้างคนขับหันหน้าไปมอง เห็นช่วงล่างสีดำของรถที่ข้างหน้าต่าง!ราวกับสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวในหนองน้ำ กำลังอ้าปากกว้างใส่พวกเขา!ยางสีดำหมุนอยู่เหนือหลังคารถของพวกเขา ดั่งดาบที่แขวนอยู่เหนือศีรษะพวกเขาตกอยู่ในปากเสือแล้ว ล้อของรถกับหลังคารถของพวกเขาอาจชนกันได้ทุกเมื่อ!"เชี