เจียงหว่านเยวี่ยรีบหันหลังเดินออกไปทันทีเวลาไม่เคยรอใคร เธอต้องรีบหาสถานที่ที่มีเน็ตและไฟฟ้า เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ออนไลน์เจียงหว่านเยวี่ยไปร้านกาแฟใกล้ๆ แต่กลับพบว่าร้านกาแฟไม่มีสัญญาณเช่นกันเจียงหว่านเยวี่ยกดปุ่มโทรออกฉุกเฉิน เธอโทรหาลู่ฟ่าง“พี่ใหญ่ ฉันขอไปใช้เน็ตที่ฟิตเนสของคุณได้ไหม ที่นี่ไม่มีสัญญาณเน็ตเลย”เสียงของลู่ฟ่างดังมา “ขอโทษด้วย หว่านเยวี่ย ตอนนี้ฟิตเนสปิดเพราะเหตุไฟ้ไหม้น่ะ”“พี่ว่าไงนะ?!”มันจะบังเอิญขนาดนี้เชียว?ลู่ฟ่างก็รู้สึกแปลก ๆ “ห้องเช่าของฉันก็โดนตัดไฟวันนี้เหมือนกัน ฉันจะโทรถามการไฟฟ้าดู”“ไม่ต้องแล้ว” เจียงหว่านเยวี่ยพูด “พี่ ฉันทำให้พี่เดือดร้อนแล้ว”ลู่ฟ่างรู้ทันทีว่าทำไมเจียงหว่านเยวี่ยถึงรู้สึกผิดกับเขาสีหน้าของลู่ฟ่างเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ฟู่หานชวนเป็นคนทำงั้นเหรอ? เขาบล็อกสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านเธอ?”“พี่ ฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำ ฉันเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น!”เจียงหว่านเยวี่ยไม่มีเวลาคุยกับลู่ฟ่างมาก เธอวางสายกอดโน้ตบุ้คเอาไว้แล้วเดินฝ่าสายฝนสายฝนเบาบางโปรยปรายลงมาบนตัวเจียงหว่านเยวี่ย เธอใช้เสื้อโค้ทของตัวเองห่อหุ้มโ
เสียงของชายหนุ่มแข็งกระด้าง “ผมสามารถทำให้สัญญาทั้งหมดที่เซ็นไปกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าได้! คุณจะลองไปขึ้นศาลกับผมก็ได้ ให้ศาลเป็นผู้ตัดสินว่าตลอดเจ็ดปีที่พวกเราแต่งงานกัน ผมควรให้เงินคุณเท่าไหร่”เขาต้องการบอกให้เจียงหว่านเยวี่ยรู้ว่า เมื่อก่อนเขายอมให้เงินเจียงหว่านเยวี่ยมากมายขนาดนั้น เป็นเพราะเขาใจดีมีเมตตาแต่พอถึงเวลาที่เขาไม่อยากให้แล้ว เขาก็จะทำให้เจียงหว่านเยวี่ยรู้ซึ้งว่าโลกแห่งความเป็นจริงมันโหดร้ายแค่ไหนเจียงหว่านเยวี่ยที่กำลังเผชิญคลื่นยักษ์และพายุคลั่งอยู่ในขณะนี้ กลับรู้สึกสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะว่าจิตใจของเธอเข้มแข็งมาก“ฟู่หานชวน ฉันรู้ว่าชนชั้นและอำนาจจะคงอยู่ไปตลอดกาล แต่นายไม่มีทางอยู่บนจุดสูงสุดนั่นได้ตลอดรอดฝั่งหรอก!”ภายในห้องทำงานของประธานบริษัท ฟู่หานชวนกำลังอึ้งสนิท เขารู้สึกเหมือนตัวเองเพิ่งจะหูฝาดไปเขารู้สึกขบขันอย่างมาก “ยังเพ้อฝันไม่เลิกอีก? เจียงหว่านเยวี่ย ต่อให้เธอจะพยายามอีกสามสิบปี ก็ไม่มีวันขึ้นมาอยู่จุดเดียวกับผมได้หรอก!”ช่องว่างระหว่างชนชั้น เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิดแล้ว!เขาไม่เห็นว่าเธอจะมีอะไรดีสักอย่างเด็กสาวบ้านนอ
เจียงหว่านเยวี่ยนั่งเบาะข้างคนขับ ท่าทางเหมือนคนสติหลุดลอยเล็กน้อย“รถคันนี้...”“เจ็ดปีก่อน ผมประมูลรถคันนี้มาจากงานประมูลของคริสตีส์ เพื่อให้ได้รถคันนี้มา ผมถึงขั้นจุดโคมไฟเลยนะ”จุดโคมไฟเป็นศัพท์เฉพาะที่ใช้ในการประมูลสินค้า หมายความว่าคนที่จุดโคมไฟจะสู้ราคาจนถึงที่สุด ไม่ว่าผู้ประมูลคนอื่นจะเสนอราคาสูงแค่ไหนก็ตามจุดโคมไฟจึงเป็นการแสดงออกว่า ผู้ประมูลจะต้องเอาสินค้าดังกล่าวมาเป็นของตัวเองให้ได้รถสปอร์ต ‘โซลาร์ คราวน์’ คันนี้ ได้สร้างสร้างสถิติใหม่ของราคาประมูลที่สูงจนโลกสะเทือนไว้เมื่อเจ็ดปีก่อนเจียงหว่านเยวี่ยยิ้ม “ที่แท้คุณก็เป็นคนประมูลไป”เธอยื่นมือออกไปลูบตัวรถด้วยความคิดถึงอย่างสุดแสน“คุณรู้ไหมว่ารถคันนี้เป็น...”เธอกำลังจะเอ่ยปาก เสิ่นอั้นก็ตอบกลับมาทันที“ผมรู้ คุณเป็นเจ้าของคนแรกของโซลาร์ คราวน์”นอกจากเขาจะรู้เรื่องนี้แล้ว เขายังเคยเห็นเจียงหว่านเยวี่ยขับรถคันนี้ไปแข่งขันกับคนมากหน้าหลายตาในสนามแข่งรถด้วยตอนที่เขาเห็นเจียงหว่านเยวี่ยถอดหมวกกันน็อค ราวกับว่าเธอมีรัศมีเจิดจ้าออกมาจากร่างกายไม่มีอะไรตราตรึงใจเท่ารอยยิ้มของเธอแล้วเสิ่นอั้นมองม่านสายฝนขมุกขม
ตูตูบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิด“ตูตู!”เสียงเรียกของเจียงหนานเซิงดังขึ้น ตูตูก็พุ่งตัวออกไปทันที“พี่เซิง! ทำไมถึงมาช้านักล่ะครับ!”“เพราะว่าพี่แวะซื้ออันนี้ให้เธอไงล่ะ!”เจียงหนานหยิบหน้าไม้กลคันหนึ่งออกมาจากด้านหลัง“ว้าว!” ตูตูเห็นหน้าไม้กลที่ตัวเรือนเป็นสีดำสนิท ดวงตาก็ส่องประกายวิบวับทันทีเจียงหนานเซิงรู้สึกพอใจมาก เธอรู้ว่าตูตูชอบของอะไรพวกนี้ ขณะที่เจียงหว่านเยวี่ยไม่ยอมให้เขาแตะต้องของแบบหน้าไม้กลเด็ดขาด“พอมีหน้าไม้กลแล้ว ผมดูยิ่งใหญ่มากเลยใช่มะ!”ตูตูหยิบหน้าไม้กลขึ้นมาถือด้วยความตื่นเต้น ทำท่ายิงหน้าไม้แบบเท่ๆ ให้ดู“พี่เซิง ลูกธนูล่ะ! เอาลูกธนูมาให้ผมสิ!”เจียงหนานเซิงเอาลูกธนูทำจากเหล็กที่มีปลายแหลมคมให้เขาตูตูลูบลูกธนูที่ทำจากเหล็กเย็บเฉียบด้วยท่าทางหวงแหน “ในที่สุดก็ไม่ต้องใช้ลูกธนูพลาสติกแล้ว! พี่เซิง ผมชอบพี่ที่สุดเลยครับ!”“เด็กผู้ชายควรจะเล่นธนูและลูกธนูของจริงที่มีพลังทำลายล้างแบบนี้แหละ! แบบนี้ถึงจะสมเป็นชายชาตรีหน่อย!”ตูตูเอาลูกธนูเหล็กใส่เข้าไปในหน้าไม้กลด้วยความกระตือรือร้น เขาถือหน้าไม้ด้วยความตื่นเต้นแล้วหันเล็งไปรอบๆเจียงหนานเซิงสังเกตเห็นโจว
ห่างหายไปเจ็ดปี เจียงหว่านเยวี่ยได้กลับมานั่งตำแหน่งคนขับของ ‘โซลาร์ คราวน์’ อีกครั้งคล้ายกับเซลล์นับไม่ถ้วนในเส้นเลือดของเธอถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพ และมีชีวิตชีวามากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเร่งเครื่องยนต์ดังกระหึ่มร่างกายของเจียงหว่านเยวี่ยสั่นไหวเบาๆ เธอได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นกระหน่ำ ราวกับเธอได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง!เสิ่นอั้นนั่งเบาะข้างคนขับ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับแรงขับเคลื่อนอันดุดันระหว่างที่รถออกตัววิ่งโซลาร์ คราวน์ในวันนี้แตกต่างไปจากเดิม มันราวกับเกิดใหม่ภายใต้การควบคุมของเจียงหว่านเยวี่ย“เร่งความเร็วได้เต็มที่เลย ผมจะจ่ายค่าปรับเอง”เจียงหว่านเยวี่ยพยายามข่มใจที่เต้นระส่ำ “ไม่ต้องหรอก ถ้าถูกถ่ายว่าความเร็วเกินกำหนด ก็หักแต้มจากใบขับขี่ของฉันได้”โซลาร์ คราวน์แล่นฉิวไปบนถนนสาธารณะ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มของมันดึงดูดสายตาของคนที่สัญจรไปมา“เมื่อกี้นี้เหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งผ่านหน้าไปนะ?”“นกนางแอ่นหรือเปล่า? บินผ่านหน้าฉันไปแบบฟิ้วเดียวเลย”“ฤดูนี้มันมีนกนางแอ่นที่ไหนกันล่ะ! ฉันว่าผีมากกว่า!”ผู้คนที่สัญจรสองฝั่งถนนต่างถกเถียงกันระหว่างที่อยู่บนถนนสาธารณะ เจี
บริเวณหน้าห้องเรียนมีบอดี้การ์ดสิบกว่าคนยืนล้อมลู่ฟ่าง ฟู่หานชวนยืนอยู่หน้าบันไดทางขึ้น เขามองมาทางลู่ฟ่างราวกับตัวเองเป็นเทพเจ้าที่กำลังจ้องมองมดตัวหนึ่ง“โจวโจว มาทางนี้ กลับบ้านกับพ่อ!”ฟู่หานชวนใช้น้ำเสียงแข็งกร้าว เมื่อเห็นว่าโจวโจวเดินไปทางลู่ฟ่าง เขาหมดความอดทนกับลูกสาวของตัวเองเต็มทีแล้วโจวโจวหันไปส่ายหัวให้ฟู่หานชวน “หนูจะกลับบ้านกับคุณลุง”ฟู่หานชวนหัวเราะเย็นชา “เขาจะพาหนูไปที่ไหน? เขามีบ้านหรือไง? โจวโจว ถ้าหนูตามเขาไปก็ต้องไปนอนข้างถนน!”“โจวโจว!” เสียงเรียกของเจียงหว่านเยวี่ยดังแทรกเข้ามาโจวโจวหันไปเห็นเจียงหว่านเยวี่ยก็รีบโบกไม้โบกมือด้วยความดีใจเธอกับลู่ฟ่างถูกบอดี้การ์ดที่ฟู่หานชวนเรียกมาล้อมเอาไว้ ทำให้เธอไม่สามารถฝ่าออกไปหาเจียงหว่านเยวี่ยได้“หม่ามี๊!”เจียงหว่านเยวี่ยทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิด “หม่ามี๊ติดธุระก็เลยมาช้า ขอโทษนะโจวโจว คราวหน้าหม่ามี๊สัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้หนูต้องนั่งรอที่โรงเรียนอนุบาลอีก”โจวโจวไม่โกรธ “หนูรู้ค่ะ หม่ามี๊มีเรื่องที่สำคัญมากๆ ต้องจัดการ เรื่องสำคัญนั่นจะเปลี่ยนชีวิตของหม่ามี๊ได้! โจวโจวไม่อยากเป็นตัวถ่วงของหม่ามี๊ค่ะ”คำพูดของ
"เสิ่นอั้น!!" เจียงหว่านเยวี่ยร้องเสียงดังโจวโจวที่อยู่ในอ้อมกอดของเสิ่นอั้นยังไม่ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นเสิ่นอั้นถามด้วยความห่วงใย "โจวโจวเจ็บตรงไหนไหม?"โจวโจวเบิกตากลมโต ขณะส่ายหน้าให้เสิ่นอั้นเธอลุกขึ้นจากพื้น จึงเห็นลูกธนูโลหะที่ปักอยู่บนแผ่นหลังของเสิ่นอั้นโจวโจวตกใจจนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เธอเงยหน้ามอง เห็นตูตูที่อยู่ไม่ไกล รีบซ่อนหน้าไม้กลไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณเธอจำลูกธนูนี้ได้ มันเป็นของที่เจียงหนานเซิงให้ตูตู!ฟู่หานชวนก็ไม่คิดว่าตูตูจะทำเรื่องแบบนี้เหมือนกัน ใบหน้าของเขาเย็นชาดุจน้ำแข็งแต่เขากลับสนใจเรื่องที่เสิ่นอั้นยอมเสี่ยงชีวิตตัวเอง มากกว่าเรื่องที่ลูกชายทำร้ายคนอื่นฟู่หานชวนกำมือแน่น"ฟู่กุยตู้ มานี่เดี๋ยวนี้!"ตูตูสะดุ้งสุดตัว เขาตกใจขวัญเสีย "ผมแค่อยากช่วยพ่อ ใครใช้ให้โจวโจวไม่เชื่อฟังล่ะ!"โจวโจวมองตูตู ไหล่เล็กสั่นเทา ตูตูในตอนนี้ช่างเหมือนคนแปลกหน้าสำหรับเธอเหลือเกินฟู่หานชวนแย่งหน้าไม้กลจากมือตูตู แล้วขว้างลงพื้นอย่างแรง"ลูกกล้ายิงโจวโจวได้ยังไง! อย่าให้ฉันเห็นแกแตะต้องของพวกนี้อีกนะ!"เขาเงยหน้าขึ้น เห็นเจียงหว่านเยวี่ยช่วยพยุงเสิ่นอั้นข
เสิ่นอั้นถอนหายใจ "มัวแต่รอรถพยาบาล เลือดผมคงไหลหมดตัวพอดี ประธานฟู่คิดจะฆ่ากันให้ตายหรือไง!”สถานการณ์ของเสิ่นอั้นไม่อาจรอช้าได้ เจียงหว่านเยวี่ยไม่อยากเสียเวลาโต้เถียงกับเจียงหนานเซิง"ลงมา! อย่ามัวชักช้า แล้วก็เลิกพูดมากได้แล้ว!""ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา..."เจียงหนานเซิงพูดยังไม่ทันจบ จู่ๆ ก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่มองไม่เห็นปกคลุมทั่วร่าง เมื่อเธอสบตากับเจียงหว่านเยวี่ย ขนทั่วร่างก็ลุกชันในทันที เธอที่นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์แทบจะทรงตัวไม่อยู่เจียงหนานเซิงไม่เคยรู้สึกถึงพลังที่น่าขนลุกขนพองเช่นนี้จากเจียงหว่านเยวี่ยมาก่อนหัวใจเธอเต้นระส่ำ"พี่หว่านเยวี่ย พี่อย่าทำเป็นเก่งนักเลย""ทำตัวจู้จี้จุกจิกแบบนี้เหมือนจะไม่ใช่นิสัยของเธอนะ เจียงหนานเซิง!"เจียงหนานเซิงเบ้ปาก ถ้าเจียงหว่านเยวี่ยอยากตายนักเธอก็ไม่ห้ามหรอก จะให้ดีก็ล้มหน้าคะมำให้จมูกหักฟันร่วงหมดปากไปเลย!เจียงหนานเซิงลงจากรถมอเตอร์ไซค์เจียงหว่านเยวี่ยยื่นมือออกไปข้างหน้า "เอากุญแจรถมาให้ฉัน"เจียงหนานเซิงโยนกุญแจรถทิ้งไป เจียงหว่านเยวี่ยรับได้อย่างมั่นคงเจียงหว่านเยวี่ยหันไปบอกกับลู่ฟ่าง "พี่คะ พาโจวโจวไปที่โรงแรมก่
ฟู่หานชวนเอาแต่ใจตัวเอง ทุกคนต้องทำตามกฎของเขา"แบล็คโฮล บูกัตติ ลา วัวตูร์ นัวร์และแอสตัน มาร์ติน วัลคีรี่"เจียงหว่านเยวี่ยพูดชื่อรถที่เธอต้องการเป็นภาษาอังกฤษ นี่คือรถสามคันที่แพงที่สุดในโรงรถของฟู่หานชวนพริบตานั้น สายตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทอประกายคมกริบ ราวกับจะทะลุหมวกกันน็อคที่สวมอยู่บนใบหน้าของเจียงหว่านเยวี่ย"เธอรู้ได้ยังไงว่าในโรงรถของฉันมีบูกัตติ ลา วัวตูร์ นัวร์และแอสตัน มาร์ติน วัลคีรี่!"บรรยากาศรอบตัวฟู่หานชวนช่างกดดัน ถ้าเป็นคนอื่นคงกลัวจนขาสั่นไปแล้วเจียงหว่านเยวี่ยอยู่กับเขามานาน บรรยากาศกดดันของเขาไม่มีผลกับเธออีกต่อไป"ในเมื่อประธานฟู่สามารถสร้างรถแข่งที่สมบูรณ์แบบอย่าง แบล็คโฮลได้ ก็ต้องเป็นคนรักรถแน่นอน ฉันเดาว่ารถสปอร์ตสมรรถนะสูงสองคันนี้ต้องอยู่ในโรงรถของคุณ ประธานฟู่ ยอมยกให้ฉันไหมคะ"คำอธิบายของลูน่าก็ฟังดูสมเหตุสมผล ในฐานะนักแข่งรถมืออาชีพ เธอสามารถเดาได้ว่าในโรงรถของฟู่หานชวนมีรถสปอร์ตอะไรบ้างอย่างไรก็ตาม สายตาลึกล้ำของชายหนุ่มจับจ้องที่ลูน่า "เธอรู้จักฉันดีนะ"เขารู้สึกประหลาดใจว่าเขากับลูน่าเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อนฟู่หานชวนอยากถอดหมวกกันน็อค
เจียงหนานเซิงขี่มอเตอร์ไซค์มาหลายปี แต่นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความอ่อนด้อยและความห่างชั้น!เธอกับลูน่าไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลยนี่คือการถล่มและบดขยี้เจียงหนานเซิงฝ่ายเดียวจากลูน่าตูตูมองดูลูน่าอยู่นาน ก่อนจะสังเกตเห็นเจียงหนานเซิง เขากอดอกพองแก้มพูดอย่างไม่พอใจ"พี่เซิงขี่ช้าจัง! อืดพอๆ กับเต่าเลย!"ฟู่หานชวนนั่งอยู่บนเก้าอี้ เขายังคงสวมชุดแข่งอยู่ ช่วงบนชุดแข่งถูกรูดซิปเปิดออก เผยให้เห็นหน้าอกที่แข็งแรงเคลื่อนไหวตามจังหวะการหายใจสายตาลึกล้ำของเขาจับจ้องไปที่เงาร่างของลูน่าไม่เคยมีใครดึงดูดความสนใจของเขาได้ขนาดนี้ บางทีนี่อาจเป็นเสน่ห์ของกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่ทำให้คนไม่อาจละสายตาไปได้เจียงหว่านเยวี่ยวิ่งครบสามรอบเป็นคนแรก เธอหยุดที่เส้นชัยและส่งสัญญาณให้เสิ่นอั้นเสิ่นอั้นสั่งให้คนไปติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำห้องควบคุมเสียงของเจ้าหน้าที่ดังขึ้นข้างหูเจียงหนานเซิง "คุณเจียง คุณลูน่าเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว กรุณาลงจากรถและวิ่งไปที่เส้นชัยตามข้อตกลงด้วยครับ"เจียงหนานเซิงตามหลังเจียงหว่านเยวี่ยถึงหนึ่งรอบครึ่ง นั่นหมายความว่าเธอต้องวิ่งเกือบห้ากิโลเมตร!แต่เจียงหนานเซิงไม่
สาวนักแข่งอันดับหนึ่งของประเทศจีนอย่างลูน่า ก็มีดีแค่นี้เองเหรอคืนนี้ เธอจะเอาชนะลูน่าให้ได้พรุ่งนี้ ชื่อเสียงของเธอจะต้องโด่งดังแน่นอน!โค้งแรกกำลังจะมาถึง"ฟิ้ว!"มอเตอร์ไซค์สีดำคันหนึ่งพุ่งผ่านเจียงหนานเซิงไปอย่างง่ายดาย ทิ้งห่างไปไกลลิบเจียงหนานเซิงถึงกับงงทำไมชั่วพริบตาเดียวลูน่าถึงได้นำหน้าเธอไปแล้วล่ะ?เจียงหนานเซิงเร่งความเร็วสุดกำลัง พยายามไล่ตาม แต่เมื่อผ่านโค้งต่อๆ มา ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ!"โอ้โห! ลูน่าเข้าโค้งโดยไม่ลดความเร็วเลย!""เจ๋งมาก! ทั้งที่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอวิ่งในสนามนี้ ยังไม่ได้วอร์มอัพด้วยซ้ำ!""นี่แหละฝีมือของนักแข่งหญิงอันดับหนึ่งของประเทศจีน น่ากลัวจริงๆ!"เจียงหนานเซิงกัดฟันกรอด เมื่อไล่ตามเจียงหว่านเยวี่ยไม่ทัน เธอจึงต้องพึ่งความช่วยเหลือจากเพื่อนๆบนอัฒจันทร์ ขวดน้ำดื่มถูกโยนลงมาบนสนามแข่งในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง แม้แต่ก้อนหินเล็กๆ บนถนนก็สามารถทำให้เกิดอุบัติเหตุได้มอเตอร์ไซค์คันใหญ่พุ่งผ่านมา ผู้ชมยังไม่ทันตั้งตัว ทุกคนคิดว่ารถของเจียงหว่านเยวี่ยจะต้องขับเหยียบขวดน้ำใบนั้น และจะต้องเกิดอุบัติเหตุอย่างแน่นอ
เมื่อได้ยินคำพูดของตูตู เจียงหนานเซิงก็หัวเราะเบาๆ อย่างไม่ใส่ใจ ฟู่หานชวนก็ไม่ได้สนใจคำพูดของลูกชายเช่นกันตูตูมองตามเงาร่างของลูน่าอย่างงงงวย นี่ต้องเป็นความเข้าใจผิดของเขาแน่ๆ!การเข้าใจผิดว่าลูน่าเป็นแม่ที่จุกจิกเรื่องมากของเขานั้น ถือเป็นการดูถูกลูน่า!!เมื่อเหล่าลูกคนรวยได้ยินว่าเจียงหนานเซิงจะแข่งรถบิ๊กไบค์กับลูน่า พวกเขาต่างก็เสนอรถของตัวเองให้ลูน่า"ลูน่า ขี่รถฉันสิ!""ลูน่า ขี่ของฉัน ขี่ของฉัน!"กลุ่มลูกคนรวยที่ล้อมรอบเธออยู่นี้ เจียงหว่านเยวี่ยรู้จักหน้าทุกคน หากเธอถอดหมวกกันน็อคออก คนพวกนี้คงไม่กระตือรือร้นกับเธอขนาดนี้พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทของเจียงหนานเซิง ตอนที่เจียงหว่านเยวี่ยกลับมาบ้านตระกูลเจียงตอนอายุ 18 ปี เพื่อนๆ ของเจียงหนานเซิงต่างก็เป็นศัตรูกับเธอหลังจากนั้น เธอก็กลายเป็นคุณนายฟู่ ตามหลักแล้วพวกเขาควรจะเกรงใจฟู่หานชวนและไม่รังแกเจียงหว่านเยวี่ยมากนัก แต่ท่าทีของฟู่หานชวนเป็นตัวกำหนดท่าทีของลูกหลานตระกูลใหญ่เหล่านี้ที่มีต่อเจียงหว่านเยวี่ยเจียงหนานเซิงเข็นรถคู่ใจของตัวเองออกมา เมื่อเห็นเพื่อนสนิทในอดีตล้อมรอบลูน่าอยู่ สายตาที่เธอมองไปยังลูน่าก็มีแต่ความเ
คุณชายน้อยที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างดีจากตระกูลฟู่ ซึ่งเคยพบเจอผู้ใหญ่และสถานการณ์สำคัญมามากมาย แต่เมื่อเขายืนอยู่ข้างประตูรถ โซลาร์ คราวน์และกล่าวทักทายลูน่า หัวใจของตูตูกลับเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นอย่างไรก็ตาม คนที่นั่งอยู่ในรถก็ไม่ได้ตอบสนอง"ลูน่า?"ตูตูเขย่งปลายเท้า เงยหน้าขึ้น มองเข้าไปในรถด้วยความอยากรู้เจียงหนานเซิงลงมาจากรถ เมื่อเห็นสองพ่อลูกตระกูลฟู่ยืนอยู่ข้างประตูรถโซลาร์ คราวน์ หัวใจของเธอก็รู้สึกถึงภัยคุกคามทันทีเจียงหนานเซิงเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว "ลูน่าใช่ไหม ได้ยินชื่อเสียงของคุณมานาน ได้ยินว่าคุณขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์เป็นด้วย ฉันก็เป็นนักบิดเหมือนกัน เราลองประลองฝีมือกันแบบตัวต่อตัวดูไหม?"ฟู่หานชวนแพ้ลูน่า เจียงหนานเซิงจึงอยากช่วยเขาเอาชนะอีกฝ่ายลูน่าเป็นนักแข่งรถมืออาชีพ เจียงหนานเซิงรู้ว่าเธอขี่มอเตอร์ไซค์เป็นแต่คิดว่าทักษะการขี่มอเตอร์ไซค์ของลูน่าคงไม่ถึงระดับมืออาชีพและหลังจากการแข่งออฟโรด พลังงานของลูน่าถูกใช้ไปมาก ถ้าเธอมาแข่งกับตัวเองอีกรอบ เจียงหนานเซิงคิดว่าโอกาสที่จะชนะลูน่ามีสูงหญิงสาวที่นั่งอยู่ในรถยังคงไม่ตอบสนองเจียงหนานเซิงพูดอย่างไ
เมื่อโซลาร์ คราวน์มาถึงเส้นชัย เจียงหว่านเยวี่ยยังรู้สึกงุนงงอยู่เธอจับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้าง ยังไม่ได้สติกลับมา"ลูน่า! คุณชนะแล้ว!!"เจียงหว่านเยวี่ยหันหน้าไปมองอย่างตกตะลึง เธอเห็นเสิ่นอั้นถอดหมวกกันน็อคออก ดวงตาคมเฉี่ยวของเขาเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวเขายื่นมือมาถอดหมวกกันน็อคของเจียงหว่านเยวี่ยออก ผมดำสลวยของหญิงสาวสยายลงมาดั่งผ้าไหมเจียงหว่านเยวี่ยพยายามสงบลมหายใจที่รุนแรงจนอกกระเพื่อม จากการเล่นกีฬาพาดโผนขั้นสุดเมื่อครู่นี้เธอเงยหน้าขึ้น เห็นในดวงตาสีคริสตัลของเสิ่นอั้นสะท้อนภาพเพียงเธอคนเดียว"ลูน่า ยินดีต้อนรับกลับมาครับ!" ในสายตาของเสิ่นอั้น เธอคือสมบัติล้ำค่า"คุณคือแชมป์ในใจผมเสมอ!" น้ำเสียงของเสิ่นอั้นฟังดูมั่นใจ เขายังไม่หายจากความรู้สึกตื่นเต้นของการขับรถอันโฉบเฉี่ยว หน้าอกของเขายังคงขยับขึ้นลง อุณหภูมิในรถเริ่มสูงขึ้นเจียงหว่านเยวี่ยจ้องมองเขา เอ่ยถามอย่างจริงจัง "ตั้งแต่ฉันเห็นโซลาร์ คราวน์ ฉันก็สงสัยมาตลอด คุณเสิ่นรู้ได้ยังไงคะว่าฉันคือลูน่า?"ก่อนที่เจียงหว่านเยวี่ยจะได้กลับมาเป็นคนตระกูลเจียง เธอใช้ชื่อลู่หว่านเยวี่ย ใบขับขี่แข่งรถของเธอก็ใ
เสิ่นอั้นทบทวนเส้นทางออฟโรดทั้งหมดในหัว เขายิ้มมุมปาก แววตาเป็นประกายวาววับ"เส้นทางข้างหน้าเป็นทางเรียบ ลูน่า คุณเหยียบให้มิดเลย!"โซลาร์ คราวน์ ที่ไม่ได้เปิดไฟหน้าพุ่งทะยานในความมืด เธอเชื่อใจเสิ่นอั้นอย่างสมบูรณ์ จนในที่สุดก็ทะลุผ่านความมืดออกมาเห็นแสงสว่างเสียงรถแข่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผู้คนที่รออยู่ที่เส้นชัยต่างพยายามชะเง้อคอมองหลังจากรถแข่งเข้าสู่เขตแบล็กเอาต์แล้ว จอภาพใหญ่ด้านหลังอัฒจันทร์ก็มืดสนิทสิ่งนี้สร้างความระทึกให้กับทุกคนไม่มีใครรู้ว่ารถคันไหนจะเป็นคันแรกที่พุ่งออกมาจากเขตแบล็กเอาต์ กลับเข้าสู่เส้นทางปกติตูตูยืนเกาะราวกั้น จ้องมองไปยังที่ไกลๆ ท่ามกลางสายลมหนาวทันใดนั้น รถแข่งสีดำคันหนึ่งก็ปรากฏในสายตาของทุกคน จอภาพใหญ่สว่างขึ้นพร้อมกัน เสียงเชียร์และกรีดร้องดังกึกก้องจากอัฒจันทร์เป็นรถโซลาร์ คราวน์!โซลาร์ คราวน์พุ่งออกมาจากเขตแบล็กเอาต์ในตำแหน่งที่หนึ่งและคันที่ขับตามหลังรถโซลาร์ คราวน์มาติดๆ ก็คือแบล็คโฮลที่ขับโดยฟู่หานชวน"ลูน่า! พ่อ!!"ตูตูตะโกนสุดเสียงด้วยความตื่นเต้น เขาพนมมือสวดภาวนาในใจหวังว่าทั้งพ่อและลูน่าจะได้ที่หนึ่ง!แสงสว่างสะท้อนใ
"เหยียบเต็มสปีด เลี้ยวซ้าย""เลี้ยวขวาสามครั้ง ทางลาดลงเขาข้างหน้า ลดความเร็วลง!"แม้เจียงหว่านเยวี่ยจะพยายามจดจำเส้นทางออฟโรดผ่านแผนที่นำทางให้ได้มากที่สุด แต่ในฐานะนักแข่ง เธอไม่มีเวลามาคิดอะไรมากขณะที่เคลื่อนตัวด้วยความเร็วระดับนี้ในตอนนี้ เสิ่นอั้นคือสมองของเธอเสิ่นอั้นออกคำสั่งสั้นกระชับ สร้างแบบจำลองสามมิติของเส้นทางออฟโรดอันซับซ้อนบนภูเขาจงซิ่วในสมองของเขาเขาเหมือนผู้ควบคุมที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดบนกระดานหมากรุก คอยชี้นำทิศทางให้เจียงหว่านเยวี่ย"หานชวน! สู้ๆ!"เจียงหนานเซิงสังเกตเห็นว่าฟู่หานชวนเร่งความเร็วขึ้น เธอตะโกนด้วยความตื่นเต้นแผนที่นำทางที่ผู้นำทางใช้ เธอลืมไปนานแล้วว่าทิ้งไว้ที่ไหนเธอนั่งที่เบาะข้างคนขับ ทำหน้าที่เพียงเป็นเพื่อนร่วมทางของฟู่หานชวนเท่านั้นฟู่หานชวนก็ไม่ต้องการให้เจียงหนานเซิงเป็นผู้นำทางให้เขา เขาเชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเองเสมอสนามแข่งรถบนภูเขาจงซิ่ว ฟู่หานชวนก็มีส่วนร่วมในการวางแผนและออกแบบ เขารู้สภาพเส้นทางที่ซับซ้อนในสนามดีกว่าใครแบล็กโฮลวิ่งคู่ขนานกับรถแข่งคันอื่นๆ รถในกลุ่มที่สองถูกโซลาร์ คราวน์ทิ้งห่างไว้ข้างหลังโซลาร์ คร
เจียงหนานเซิงนั่งอยู่ในรถของฟู่หานชวน เธอยิ้มมุมปากอย่างสงบนิ่ง มองไปยังรถแข่งสองคันที่กำลังไล่ตามโซลาร์ คราวน์เหล่าคุณชายลูกเศรษฐีที่เข้าร่วมการแข่งขัน พวกเขาก็มีกลยุทธ์ร่วมกันในเมื่อมีคนเข้าร่วมแข่งขันมากมาย หากต้องการชัยชนะ รถบางคันก็ต้องเสียสละภายใต้หมวกกันน็อคหนักอึ้ง ดวงตาอันแจ่มชัดของเจียงหว่านเยวี่ยปราศจากความกังวลและความกลัวเธอเปลี่ยนเกียร์อย่างคล่องแคล่ว ล้อด้านขวายกลอยขึ้นจากพื้น!เสิ่นอั้นรู้สึกได้ว่าระดับสายตาของตนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว!เขาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวในอกดังก้องกังวานนี่คือ การตะแคงขับ!ล้อหน้าและหลังด้านขวาของรถแข่งลอยพ้นจากพื้นโดยสิ้นเชิง รถทั้งคันพุ่งไปข้างหน้าด้วยมุมเอียง 45 องศาคนขับรถที่ตั้งใจจะบีบ โซลาร์ คราวน์ เริ่มรู้สึกถึงเงาดำที่ทอดคลุมเหนือตัวเขาคุณชายที่นั่งเบาะข้างคนขับหันหน้าไปมอง เห็นช่วงล่างสีดำของรถที่ข้างหน้าต่าง!ราวกับสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวในหนองน้ำ กำลังอ้าปากกว้างใส่พวกเขา!ยางสีดำหมุนอยู่เหนือหลังคารถของพวกเขา ดั่งดาบที่แขวนอยู่เหนือศีรษะพวกเขาตกอยู่ในปากเสือแล้ว ล้อของรถกับหลังคารถของพวกเขาอาจชนกันได้ทุกเมื่อ!"เชี