เจียงหว่านเยวี่ยยิ้มเยาะ “ขยะที่ฉันทิ้งมีเยอะแยะ เธอค่อยๆ เก็บไปละกัน”ถึงเจียงหนานเซิงจะแก้ผ้านอนบนเตียงของฟู่หานชวน ก็ไม่สามารถกระตุ้นความโกรธของเจียงหว่านเยวี่ยได้แม้แต่น้อยเธอได้แต่ยิ้มเยาะมองดูเจียงหนานเซิงพังพินาศเมื่อรู้ว่าสร้อยข้อมือของเจียงหนานเซิงเป็นของที่ฟู่หานชวนให้ เจียงเซิ่งถิงกลับรู้สึกสบายใจ นี่แสดงให้เห็นว่าเจียงหนานเซิงยังคงกุมหัวใจของฟู่หานชวนเอาไว้แน่นบนโต๊ะอาหาร เจียงเซิ่งถิงหันปลายหอกมาทางเจียงหว่านเยวี่ย“คุณฟู่ขอหย่ากับเธอ แน่นอนว่าเธอต้องทำอะไรผิดสักอย่างจนทำให้เขาโกรธ! ฉันขอสั่งให้เธอรีบไปคืนดีกับเขาซะ! บ้านเราไม่ต้อนรับผู้หญิงที่ผ่านการหย่าร้าง! จริงๆ เลย เธอไม่รู้สึกอายบ้างเหรอ? ผู้หญิงอายุสามสิบกว่ามีลูกติด ใครจะไปอยากได้เธอ!”เจียงหว่านเยวี่ยกินข้าวอย่างช้าๆ พร้อมกับคอยดูแลโจวโจวเป็นระยะ“พ่อคะ ไม่คิดจะถามฉันหน่อยเหรอว่าทำไมถึงหย่ากับฟู่หานชวน?”“ทำไม เพราะอะไร? แม้แต่ผู้ชายคนเดียวก็ยังรักษาไว้ไม่ได้! เธอรู้อะไรบ้างไหม การแต่งงานกับตระกูลฟู่ครั้งนั้น ฉันต้องไปอ้อนวอนขอร้องเขาขนาดไหน เธอคงใช้ชีวิตสุขสบายมากเกินไปสินะถึงได้เหลิงแบบนี้!”“พ่อคะ”
“กรี๊ด!!” ถังซินเป่าร้องเสียงหลงด้วยความตกใจสุดขีดในขณะที่โต๊ะกลมถูกพลิกคว่ำ เจียงเซิ่งถิงรีบอุ้มถังซินเป่าถอยหลังหนีไปหลายก้าวเมื่อเจียงหว่านเยวี่ยเห็นดังนั้น เธอก็รีบวิ่งไปอุ้มโจวโจวแล้ววิ่งเข้าครัวซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด“ฮือๆ! เซิ่งถิง ฉันกลัว!” ถังซินเป่ากอดคอเจียงเซิ่งถิงแน่นเจียงเซิ่งถิงลูบไหล่ถังซินเป่าเบาๆ “ถังเอ๋อร์อย่ากลัว เดี๋ยวฉันจะตบสั่งสอนพวกเธอสองคนให้หลาบจำเอง!”ถังซินเป่าตัวสั่นเทาเจียงหนานเซิงยิ้มเยาะอย่างสะใจตั้งแต่เจียงหว่านเยวี่ยกลับมาอยู่บ้านตระกูลเจียง ยังไม่เคยโดนเจียงเซิ่งถิงตบเลยนี่เจียงเซิ่งถิงตบตีลูกสาวและหลานสาว ฉากนี้น่าสนใจจริงๆ!“เจียงหว่านเยวี่ย! ออกมานะ!” เจียงเซิ่งถิงเดินไปทางครัวพร้อมกับปลดหัวเข็มขัดเขาดึงเข็มขัดออกมาเหมือนผู้คุมที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีในตอนนั้นเอง ร่างของเจียงหว่านเยวี่ยก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูครัวเธอถือมีดปลายแหลมอยู่ในมือเธอให้โจวโจวหลบในครัว ส่วนตัวเองยืนขวางประตูครัวไว้ราวกับขุนศึกที่เฝ้าประตูเมืองดวงตาของเจียงหว่านเยวี่ยแดงก่ำ เมื่อเห็นเข็มขัดในมือของเจียงเซิ่งถิง กลับยิ่งปลุกสัญชาตญาณความเป็นแม่และความ
“หม่ามี๊ หนูทำไม่ถูกต้องใช่ไหมคะ หนูไม่น่าคว่ำโต๊ะเลย” เธอยังเด็กเกินไป ยังคงคิดว่าเป็นเพราะเธอคว่ำโต๊ะ เธอและเจียงหว่านเยวี่ยถึงถูกไล่ออกจากบ้านตระกูลเจียงเจียงหว่านเยวี่ยจึงถามเธอว่า “ถ้าให้โอกาสอีกครั้ง หนูจะยังคว่ำโต๊ะไหมคะ?”โจวโจวพยักหน้าทันที “หนูอยากปกป้องหม่ามี๊ค่ะ”เจียงหว่านเยวี่ยยิ้มอย่างอ่อนโยน “โจวโจวทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ หนูคือฮีโร่ของแม่นะ”“หม่ามี๊ต่างหากที่เป็นฮีโร่ของโจวโจว!” โจวโจวซบลงในอ้อมกอดของเจียงหว่านเยวี่ยได้รับคำชมจากเจียงหว่านเยวี่ย ดวงตาของโจวโจวก็เปล่งประกาย เธอเขินอายเล็กน้อย “แต่ว่า หนูออกแรงเยอะมากเลย หนูทำแบบนี้ ดูไม่เหมือนเด็กผู้หญิงเลยค่ะ”“หนูเกิดมาเป็นเด็กผู้หญิง แต่ผู้หญิงก็มีได้หลายแบบ ไม่มีใครกำหนดว่าผู้หญิงต้องเป็นแบบไหน”เจียงหว่านเยวี่ยกอดโจวโจวไว้แนบอก “โจวโจว หนูมีแรงเยอะมาก มีความสามารถที่จะปกป้องตัวเอง แม่ดีใจกับหนูและภูมิใจในตัวหนูนะคะ ผู้หญิงที่อ่อนแอเกินไปก็ทำได้แค่พึ่งพาคนอื่น แต่แม่ก็หวังว่าหนูจะไม่ทิ้งความเป็นผู้หญิงไป หนูเป็นแบบไหน เด็กผู้หญิงก็สามารถเป็นแบบนั้นได้!”โจวโจวได้รับกำลังใจจากคำพูดของเจียงหว่านเยวี่ย “หม่าม
เขาใบหน้ามืดครึ้ม ปล่อยตัวเองจมดิ่งลงในอ่างอาบน้ำ อดทนต่อความร้อนของน้ำบอกคนรับใช้ไปหลายรอบแล้วว่า น้ำต้องอุณหภูมิ 40.3 องศาเครื่องหอมในห้องน้ำต้องจุดก่อนเขาเข้าห้องน้ำสิบนาที ฟู่หานชวนเอนหลังพิงหมอนหนังที่ขอบอ่าง พบว่าแสงไฟในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ปรับให้พอดี“ชิ” เรื่องง่ายๆ แค่นี้ เจียงหว่านเยวี่ยเจ็ดปีมานี้ไม่เคยทำผิดพลาดเลยสักครั้งฟู่หานชวนหายใจเข้าลึกๆ บอกตัวเองว่า อีกไม่กี่วันเจียงหว่านเยวี่ยก็จะกลับมาแล้ว*เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงหว่านเยวี่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก็เห็นข้อความที่ผู้จัดการหงส่งมา“คุณเจียง คุณแน่ใจนะครับว่าจะลงทุนสามร้อยล้านบาทในตลาดหุ้นทั้งหมด”เจียงหว่านเยวี่ยตอบกลับ “ฉันแน่ใจ หลังตลาดหุ้นเปิด ช่วยซื้อทันทีเลยนะคะ”“ได้ครับ”ผู้จัดการหงส่งข้อความเตือนมาอีกว่า “อย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน”เจียงหว่านเยวี่ยเปิดคอมพิวเตอร์ คลิกโปรแกรมวิเคราะห์แนวโน้มหุ้นที่เธอเขียนขึ้นอีกครั้งจากการคำนวณของแบบจำลองที่เธอเขียนขึ้น เจียงหว่านเยวี่ยรู้สึกว่าตลาดหุ้นในประเทศ ถึงเวลาที่จะฟื้นตัวแล้วเมื่อตลาดหุ้นเปิด หุ้นที่เจียงหว่านเยวี่ยให้ผู้จัดการหงซื้อก็เริ่มปรับตัวสูงขึ้น
“หานชวน?”เจียงหนานเซิงสังเกตเห็นว่าใบหูของฟู่หานชวนแดงก่ำ สีหน้าของเขาในตอนนี้เป็นแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน“พี่หว่านเยวี่ยตะคอกนายว่าไงเหรอ?”สีหน้าของฟู่หานชวนดูยากที่จะคาดเดา “เธอยังงอนฉันอยู่”ฟู่หานชวนเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่ด่าเขาเมื่อกี้นี้เป็นเจียงหว่านเยวี่ยจริงๆ เหรอ?“พี่หว่านเยวี่ยอาจจะเข้าวัยทองแล้วมั้ง” เจียงหนานเซิงพูดพลางหัวเราะ “ได้ยินมาว่าผู้หญิงที่เคยคลอดบุตรจะแก่เร็ว”*เจียงหว่านเยวี่ยระบายอารมณ์เสร็จแล้วก็วางสาย เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้พ่อบ้านพ่อบ้านถึงกับตัวแข็งทื่อเจียงหว่านเยวี่ยยกมือขึ้น พ่อบ้านรับโทรศัพท์คืนแล้ววิ่งออกไปทันที เหมือนกลัวว่าถ้าอยู่ต่ออีกสองวินาทีจะโดนเจียงหว่านเยวี่ยด่าเอาตอนนี้เจียงหว่านเยวี่ยอยากออกจากบ้านพักตากอากาศที่ปี้ไห่ชิงหลัน เธอจึงชวนโจวโจว “ไปเยี่ยมอาจารย์ของแม่ด้วยกันไหม?”“ไปค่ะ!”ก่อนจะออกเดินทางไปบ้านตระกูลเสิ่น เจียงหว่านเยวี่ยโทรหาเสิ่นอั้นก่อนเธอไปซื้อดอกไม้ที่ร้านดอกไม้ แล้วก็ไปที่ร้านเครื่องเขียนเพื่อเลือกกระดาษเขียนพู่กันแบบที่เสิ่นถงหัวเคยชอบใช้เมื่อเจียงหว่านเยวี่ยมาถึงหน้าประตูบ้านตระกูลเสิ่น เธอไม่เห็
ราวกับมีเชือกที่มองไม่เห็นรัดคอเจียงหว่านเยวี่ย ทำให้เธอหายใจไม่ออกเสิ่นถงหัวสวมชุดลำลองผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้ม รูปร่างผอมแห้ง ผมหงอกขาวโพลนทั้งหัว หลังค่อมเล็กน้อยเจียงหว่านเยวี่ยเปิดปาก เธออยากจะเรียกอีกฝ่ายว่า “อาจารย์” ออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่กลับพบว่าเธอไม่มีคุณสมบัติที่จะเรียกแบบนั้นอีกแล้วเธอไม่คู่ควรทันใดนั้น สายตาเธอก็พร่ามัว“สวัสดีค่ะคุณปู่!”เสียงใสๆ ของโจวโจวดังขึ้น เหมือนสายฝนโปรยปรายในฤดูใบไม้ผลิ “คุณปู่คือเสิ่นถงหัว นักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ นักคณิตศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องที่แม่หนูพูดถึงบ่อยๆ ใช่ไหมคะ?”เสิ่นถงหัวจ้องมองโจวโจวที่น่ารักน่าชัง ใบหน้าที่บึ้งตึงของเขาก็เริ่มผ่อนคลายลง“ลูกสาวเธอเหรอ?”เจียงหว่านเยวี่ยตอบอย่างรวดเร็ว “ค่ะ ลูกสาวหนูชื่อโจวโจว”มีคนข้างๆ พูดอย่างตื่นเต้น “ศาสตราจารย์เสิ่น โจทย์ที่ท่านตั้งเอาไว้ เธอแก้มันได้แล้ว!”เสิ่นถงหัวชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเดินไปที่ห้องรับรอง เจียงหว่านเยวี่ยพบว่าเสิ่นถงหัวเดินได้อย่างมั่นคง ไม่ได้อ่อนแอขี้โรคเหมือนที่เสิ่นอั้นบอกเสิ่นถงหัวยืนอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด มองสูตรการแก้โจทย์ที่เจียงหว่านเยวี่ยเขียนไว้ ไหล่ผอม
เสิ่นถงหัวขมวดคิ้วแน่น คำว่า ‘ไร้ยางอาย’ แทบจะหลุดออกมาจากปากของเขาร่อมร่อ“แกปล่อยตัวเองให้มีสภาพแบบนี้ได้ยังไง”เสิ่นอั้นก็ใส่เสื้อผ้าอยู่แท้ๆ แต่ทำไมมันดูวาบหวิวกว่าไม่ใส่อะไรเลยล่ะ!คิ้วเข้มของเสิ่นถงหัวกระตุกยิกๆ“โดนฝนสาดน่ะ” เขาตอบกลับสั้นๆเสิ่นอั้นเสยผมที่เปียกไปด้านหลังจากมุมมองของเจียงหว่านเยวี่ย เธอเห็นร่างกายด้านข้างของเสิ่นอั้น เผยให้เห็นสัดส่วนใบหน้าที่งดงามราวกับรูปสลักทองคำสันจมูกโด่งเหมือนสไลเดอร์ ทำให้ใจสั่นไหว ด้านที่หันมาทางเจียงหว่านเยวี่ย มีลักยิ้มบุ๋มลง ดึงดูดสายตาเป็นอย่างยิ่งเสิ่นถงหัวถูกเสิ่นอั้นพยุงขึ้นมายืน อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาบังตาเขาต้องการแว่นกันแดด แสงที่เปล่งประกายออกมาจากตัวลูกชายมันแสบตาเหลือเกิน!“พ่อ ผมพยุงพ่อไปนอนบนเตียงดีกว่า อย่าฝืนเลย!”“ฉันฝืนอะไร” คนที่ฝืนน่ะมันแกต่างหาก! แกฝืนแต่งตัวเป็นนกยูงโชว์เสน่ห์พร่างพราวเชียวนะ!เสิ่นถงหัวพูดจบก็เห็นเจียงหว่านเยวี่ยมองมาด้วยความเป็นห่วงเสิ่นถงหัวยังไม่ทันได้เข้าใจสถานการณ์ก็ถูกเสิ่นอั้นกดลงไปนอนบนเตียงเสิ่นอั้นตบหมอนแรงๆ จนฝุ่นฟุ้งกระจาย เสิ่นถงจึงหัวไอออกมาเจียงหว่านเยวี่ยรี
“พ่อ ตีเบาๆ หน่อย!”เสิ่นอั้นไม่ได้หลบ เลยโดนเสิ่นถงหัวฟาดเข้าเต็มๆเสิ่นถงหัวใช้ไม้เท้าจิ้มเสื้อที่แนบสนิทอยู่ที่เอวของเสิ่นอั้น“ทำตัวให้มันเรียบร้อยหน่อยได้มั้ย! อับอายขายหน้าจริงๆ! โดนผีจิ้งจอกเข้าสิงรึไง! แก! แก! แก! ไปอ่อยเขาทำไม?!”“ชู่ว! พูดเบาๆ หน่อย!” เสิ่นอั้นรีบเตือน“ฉันก็ควรจะเบาเสียงจริงนั่นแหละ แกคิดว่ามันน่าภูมิใจนักรึไง?” เสิ่นถงหัวรู้สึกว่าหน้าแก่ๆ ของตัวเองแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่แล้วเสิ่นอั้นพูดว่า “ถ้าได้ยินแล้วผมจะอ่อยเธอยังไงล่ะ!”เสิ่นถงหัวกลอกตาไปมา แทบจะเป็นลม*เจียงหว่านเยวี่ยหาหนังสือการ์ตูนให้โจวโจวอ่านสองสามเล่ม แล้วยืมกระดาษกับสีไม้จากคนรับใช้มาให้เธอโจวโจวเป็นเด็กที่มีสมาธิ เธอสามารถนั่งอ่านหนังสือและวาดรูปเงียบๆ ได้เป็นเวลาหลายชั่วโมง“สวัสดีค่ะ ศาสตราจารย์เสิ่นให้ฉันทำข้อสอบที่เขาเป็นคนออกโจทย์”หลังจากจัดการเรื่องของโจวโจวเรียบร้อยแล้ว เจียงหว่านเยวี่ยก็ไปขอข้อสอบโอลิมปิกคณิตศาสตร์จากนักเรียนของเสิ่นถงหัวนักศึกษาชายคนนั้นก็ถามว่า “คุณก็เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยปักกิ่งเหรอ?” เขาเหลือบมองโจวโจววัยห้าขวบอย่างลังเล“ฉันจบจากมหาวิทยาลัย
เจียงหว่านเยวี่ยรีบหันหลังเดินออกไปทันทีเวลาไม่เคยรอใคร เธอต้องรีบหาสถานที่ที่มีเน็ตและไฟฟ้า เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ออนไลน์เจียงหว่านเยวี่ยไปร้านกาแฟใกล้ๆ แต่กลับพบว่าร้านกาแฟไม่มีสัญญาณเช่นกันเจียงหว่านเยวี่ยกดปุ่มโทรออกฉุกเฉิน เธอโทรหาลู่ฟ่าง“พี่ใหญ่ ฉันขอไปใช้เน็ตที่ฟิตเนสของคุณได้ไหม ที่นี่ไม่มีสัญญาณเน็ตเลย”เสียงของลู่ฟ่างดังมา “ขอโทษด้วย หว่านเยวี่ย ตอนนี้ฟิตเนสปิดเพราะเหตุไฟ้ไหม้น่ะ”“พี่ว่าไงนะ?!”มันจะบังเอิญขนาดนี้เชียว?ลู่ฟ่างก็รู้สึกแปลก ๆ “ห้องเช่าของฉันก็โดนตัดไฟวันนี้เหมือนกัน ฉันจะโทรถามการไฟฟ้าดู”“ไม่ต้องแล้ว” เจียงหว่านเยวี่ยพูด “พี่ ฉันทำให้พี่เดือดร้อนแล้ว”ลู่ฟ่างรู้ทันทีว่าทำไมเจียงหว่านเยวี่ยถึงรู้สึกผิดกับเขาสีหน้าของลู่ฟ่างเคร่งขรึมขึ้นมาทันที “ฟู่หานชวนเป็นคนทำงั้นเหรอ? เขาบล็อกสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านเธอ?”“พี่ ฉันมีเรื่องสำคัญต้องทำ ฉันเชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น!”เจียงหว่านเยวี่ยไม่มีเวลาคุยกับลู่ฟ่างมาก เธอวางสายกอดโน้ตบุ้คเอาไว้แล้วเดินฝ่าสายฝนสายฝนเบาบางโปรยปรายลงมาบนตัวเจียงหว่านเยวี่ย เธอใช้เสื้อโค้ทของตัวเองห่อหุ้มโ
ฟู่หานชวนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คุณยังอยากจะเอาชนะเด็กอีกเหรอ? ตอนนี้ตูตูมีอาการคอบวม อันตรายมาก”“คุณฟู่ แค่โอนเงินห้าล้านบาท ใช้เวลาแค่สามวินาทีเอง”ลมหายใจเย็นยะเยือกพุ่งออกจากจมูกของฟู่หานชวน เขาเกลียดความรู้สึกที่ถูกควบคุมแบบนี้“เจียงหว่านเยวี่ย! คุณใจร้ายมาก! คุณไม่คู่ควรจะเป็นแม่คน!”ขณะที่พูด ฟู่หานชวนก็กดโอนเงินห้าล้านให้เจียงหว่านเยวี่ยหลังจากได้รับการแจ้งเตือนว่าเงินเข้าบัญชีแล้ว เจียงหว่านเยวี่ยก็โทรคุยกับหมอ แจ้งประวัติการแพ้ของตูตูให้ทางโรงพยาบาลทราบ“ฟู่หานชวน”เสียงของเจียงหว่านเยวี่ยดังมาจากโทรศัพท์ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเหยียดหยาม “ว่าไง พอได้เงินห้าล้านไปแล้วเกิดเปลี่ยนใจงั้นเหรอ?”“ช่างเถอะ ทีแรกว่าจะเตือนคุณสักหน่อย แต่คิดว่าไม่จำเป็นแล้วล่ะ” เจียงหว่านเยวี่ยตัดสายทิ้งทันทีเธอตั้งใจจะบอกฟู่หานชวนว่าตูตูนอนหลับยาก ถ้าเข้าโรงพยาบาลแล้วต้องนอนพักฟื้น ต้องใช้หมอน ผ้าปูที่นอน ปลอกผ้านวมและชุดนอนของที่บ้านเท่านั้นก่อนหน้านี้เธอเป็นคนเตรียมทุกอย่าง เธอขับรถพาตูตูไปโรงพยาบาล คนรับใช้ที่บ้านไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลยคิดว่าฟู่หานชวนคงไม่รู้เรื่องพวกนี้แน่ๆเจียงห
ฟู่หานชวนพุ่งเข้าไปในห้องเด็ก เห็นตูตูนอนนิ่งอยู่บนเตียง มีผื่นแดงขึ้นเต็มตัว เขาแพ้อาหารอีกแล้ว!“โทรหาหมอประจำบ้าน” ฟู่หานชวนขมวดคิ้วแต่คนรับใช้รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมาะ “อาการของคุณชายน้อยแย่มาก! อาจจะรอหมอไม่ไหวค่ะ!”ฟู่หานชวนอุ้มตูตูตรงไปที่โรงจอดรถเมื่อฟู่หานชวนอุ้มตูตูลงจากรถ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็พาหมอเด็กมารออยู่ที่หน้าประตูโรงพยาบาลแล้ว“คุณฟู่!” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลให้ความเคารพฟู่หานชวนอย่างมากฟู่หานชวนวางตูตูลงบนเตียงเคลื่อนที่ พยาบาลเข็นเตียงเข้าไปในลิฟต์ หมอเปิดเสื้อตูตูเพื่อตรวจชีพจร“คุณชายน้อยแพ้อะไรไหมครับ?” หมอถามฟู่หานชวนมองไปที่ป้าหวังป้าหวัง “ฉันไม่รู้ค่ะ!”ป้าหวังก้มหน้าพูดเบาๆ “มีคุณนายคนเดียวที่รู้”ฟู่หานชวนสั่ง “โทรหาเจียงหว่านเยวี่ย”ป้าหวังมีสีหน้าลำบากใจ “คุณนายบล็อกเบอร์ฉันไปแล้วค่ะ”ฟู่หานชวนพูดกับพยาบาลคนหนึ่ง “เอาโทรศัพท์มือถือมาให้ฉัน”ฟู่หานชวนถามป้าหวัง “เบอร์เจียงหว่านเยวี่ยเบอร์อะไร?”พยาบาลเบิกตากว้าง ผู้ชายคนนี้จำเบอร์โทรศัพท์ภรรยาตัวเองไม่ได้งั้นเหรอ?ป้าหวังบอกเบอร์ ฟู่หานชวนกดเลขแล้วโทรออกไม่นานก็มีเสียงผู้หญิงเรียบราบไร
“เย้! พี่เซิง ผมจะรอพี่นะครับ!”ตูตูวางสายด้วยความดีใจเจียงหนานเซิงมองฟู่หานชวนด้วยสายตาภาคภูมิใจ “เป็นไงล่ะ~ฉันเก่งใช่ไหมล่ะ? ลูกชายนายตอนนี้เชื่อฟังฉันทุกอย่างเลย!”ฟู่หานชวนกำชับ “อย่าพาเขาไปทำอะไรอันตรายล่ะ”“รู้แล้วน่า! ฉันรู้จักขอบเขตตัวเองดี! ตูตูต้องอยู่กับฉัน ถึงจะได้เป็นลูกผู้ชายตัวจริง!”*เจียงหว่านเยวี่ยกลับมาที่สนามมวย ครูฝึกมวยช่วยโจวโจวฝึกซ้อมไปแล้วครึ่งชั่วโมงกว่าโจวโจวสวมนวมสีชมพู ถักเปียสองข้างน่ารักเธอชกกระสอบทรายเป็นจังหวะ ส่วนครูฝึกที่จับกระสอบทรายต้องรับแรงกระแทกจากโจวโจวครั้งแล้วครั้งเล่าครูฝึกเหงื่อท่วมตัว เหมือนคนเพิ่งขึ้นมาจากน้ำเขาหอบขณะเอ่ยถาม “หนูไหวไหม? จะพักก่อนก็ได้นะ”ผิวของโจวโจวขาวใส ไม่มีเหงื่อเลยสักหยด “หนูยังชกได้อีกหนึ่งร้อยครั้ง! หนึ่ง สอง สาม!”เสียงตะโกนของโจวโจวเต็มไปด้วยพลังหนึ่งชั่วโมงต่อมา ครูฝึกก็กอดกระสอบทราย นอนแผ่หมดสภาพอยู่บนพื้นเจียงหว่านเยวี่ยเดินเข้ามาจะถามโจวโจวว่าเป็นยังไงบ้าง แต่คำพูดที่ออกมาคือ “ครูฝึกคะ ครูฝึกเป็นอะไรรึเปล่าคะ?”ดวงตาของครูฝึกดูว่างเปล่าไร้วิญญาณ “ปกติคุณให้ลูกสาวกินอะไรเนี่ย? แอบกินเวย์โ
“ชิ” ฟู่หานชวนวางโทรศัพท์ลงด้วยความไม่พอใจ เจียงหว่านเยวี่ยยังไม่เลิกทะเลาะกับเขาสักที“โอ๊ย! อย่าไปกังวลเรื่องพี่หว่านเยวี่ยเลยน่า!”เจียงหนานเซิงโอบคอฟู่หานชวน ตบลงบนอกเขาสองสามทีอย่างไม่ถือสาฟู่หานชวนไม่ได้ขัดขืนการกระทำของเธอเจียงหนานเซิงก็เลยเกาะฟู่หานชวนแบบนั้น แล้วกลับไปที่ห้องส่วนตัวด้วยกันเหล่าคนรวยในห้องส่วนตัวกำลังคุยกันเรื่องหุ้นหลายตัวที่ปรับตัวสูงขึ้นในตลาดหุ้นวันนี้“ฉันได้ยินมาว่าเมื่อสองวันก่อนตระกูลฟู่ลงทุนไปสามร้อยล้านที่บริษัทหลักทรัพย์หัวไท่”พวกคุณชายคุณหนูเหล่านี้รู้ข่าวสารไว การซื้อขายหลักร้อยล้านระหว่างเจียงหว่านเยวี่ยกับบริษัทหลักทรัพย์หัวไท่ ไม่มีทางเล็ดรอดหูตาของพวกเขาไปได้สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องไปที่ฟู่หานชวนฟู่หานชวนนิ่งไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกว่าเจียงหว่านเยวี่ยแค่โชคดีเท่านั้นฟู่หานชวนนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายๆ พูดอย่างไม่ใส่ใจ “ภรรยาผมแค่ดวงดีเท่านั้นเอง”เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเจียงหว่านเยวี่ยได้ยินข่าววงในเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์ ตอนที่เข้าไปในห้องทำงานของเขาหรือเปล่าไม่งั้นเธอจะมีความกล้าถึงขนาดที่เอาเงินทั้งหมดไปลงทุนในตลาดหุ้นได
เธอชูแขนขึ้น เจียงหว่านเยวี่ยกำลังจะเตือนโจวโจวให้เบาแรงหน่อย แต่โจวโจวดันปล่อยหมัดออกไปแล้วครูฝึกมวยโดนต่อยกระเด็นเสียหลักล้มลงกับพื้น สมองขาวโพลนไปหมด“โค้ชคะ เป็นอะไรรึเปล่าคะ” โจวโจวิ่งไปหาครูฝึกทันทีครูฝึกรู้สึกว่าตัวเองโดนแรงมหาศาลยกขึ้นมาเขากุมอกไอไม่หยุด โจวโจวตบหลังเขาเบาๆ“แหวะ!”อาหารเช้าที่ยังย่อยไม่หมดพุ่งออกมาจากปากครูฝึก เลอะเทอะไปทั่วพื้น“ชิ!” ลู่ฟ่างสบถออกมาอย่างรังเกียจเจียงหว่านเยวี่ยรีบไปหยิบไม้ถูพื้นมาช่วยทำความสะอาดไม่ไกลนัก มีคนแอบถ่ายเจียงหว่านเยวี่ยด้วยโทรศัพท์มือถือเขาส่งวิดีโอไปให้เจียงหนานเซิง“เนี่ยเหรอพี่สาวไม่ได้เรื่องของแก?”เจียงหนานเซิงจ้องวิดีโอในมือถืออยู่นาน ก่อนจะหัวเราะออกมาเธอหันหลังเดินเข้าไปในห้องส่วนตัว เสียงประตูกระแทกกำแพงทำให้ผู้ชายสิบกว่าคนที่อยู่ในห้องหันมามองวันนี้เจียงหนานเซิงใส่เสื้อคลุมออกกำลังกายสีดำรัดรูป กางเกงเลกกิ้งรัดรูปเน้นให้เห็นช่วงขาเรียวยาวเธอสะบัดผมสีดำสนิท ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างฟู่หานชวน“หานชวน ช่วยพูดกับพี่หว่านเยวี่ยหน่อยสิ เธอไปทำงานเป็นคนทำความสะอาดที่ฟิตเนส!”เจียงหนานเซิงเปิดวิดีโอที่เจี
ลู่ฟ่างเห็นเสิ่นอั้นอุ้มโจวโจว เขาจึงผลักประตูรถลงมาลู่ฟ่างสูงเกือบหนึ่งเมตรเก้าสิบเซน ร่างกายกำยำล่ำสัน เสื้อยืดแขนสั้นสีดำที่เขาสวมใส่ถูกดันจนเห็นรูปร่างของกล้ามเนื้อที่ชัดเจน“ส่งเธอมาให้ฉัน”ลู่ฟ่างยื่นมือไปหาเสิ่นอั้น กล้ามเนื้อที่แขนเป็นมัดๆเสิ่นอั้นจึงยื่นโจวโจวให้ลู่ฟ่างลู่ฟ่างอุ้มโจวโจวด้วยมืข้างเดียว หันไปบอกเจียงหว่านเยวี่ยว่า “ไปกันเถอะ”เจียงหว่านเยวี่ยกล่าวลาเสิ่นอั้น แล้วขึ้นรถของลู่ฟ่างลู่ฟ่างวางโจวโจวไว้ที่เบาะหลัง ปิดประตูรถ แล้วเดินไปที่เบาะคนขับ สายตาเย็นชาของเขากวาดมองเสิ่นอั้นเสิ่นอั้นไม่สนใจลู่ฟ่าง มองเจียงหว่านเยวี่ยด้วยสายตาที่อ่อนโยน “เดินทางปลอดภัยนะ”เขายิ้มมุมปาก รอยยิ้มไม่ได้ดูสนิทสนมจนเกินไป หนำซ้ำยังดูห่างเหินเล็กน้อยเสิ่นอั้นมองรถออฟโรดขับออกไปลู่ฟ่างเหลือบมองกระจกหลัง “เมื่อกี้ใครน่ะ?”“ลูกชายของศาสตราจารย์เสิ่น เสิ่นอั้น”ลู่ฟ่างครุ่นคิด “ฉันเคยเห็นเขาที่มหาลัยของเธอ”เจียงหว่านเยวี่ยไม่ได้คิดอะไร “เขาอาจจะมาหาพ่อเขามั้ง”เท่าที่เจียงหว่านเยวี่ยรู้ เสิ่นอั้นไม่ใช่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยปักกิ่งลู่ฟ่างนึกถึงตอนที่เขาไปมหาวิทยาลัยข
“หวังว่าจะได้ประลองฝีมือกับรุ่นพี่ในสนามแข่งนะ!”“ถ้าได้ที่โหล่ คงสนุกพิลึก” ชายหนุ่มที่สวมแว่นกรอบดำพูดเยาะเย้ย“การแข่งขันคณิตศาสตร์ ALI ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักศึกษา มีคนส่งกระดาษเปล่าเยอะแยะ ในรายชื่อผู้เข้าแข่งขันทุกปี มีคนได้ศูนย์คะแนนเพียบเลย แถมยังประกาศชื่อและสถานะของผู้เข้าแข่งขันด้วย”“รุ่นพี่เตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ!”เจียงหว่านเยวี่ยยังคงยิ้มแย้ม “ถ้าฉันได้อันดับสูงกว่านาย นายต้องใส่เสื้อยืดสกรีนข้อความว่า 'ฉันได้อันดับในการแข่งขัน ALI ต่ำกว่าเจียงหว่านเยวี่ย xx อันดับ' เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ คิดว่าไง?”นี่ถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามนักศึกษาหัวกะทิที่อยู่ในหอคอยงาช้างอย่างร้ายกาจเพราะเขาก็ต้องใส่เสื้อยืดแบบนั้น เดินไปเดินมาในมหาวิทยาลัยปักกิ่งชายหนุ่มที่สวมแว่นกรอบดำถูกเจียงหว่านเยวี่ยยั่วโมโห “ได้เลย! จะบอกอะไรให้นะ ฉันไม่ได้ต้องการให้อันดับเธอต่ำกว่าฉัน ขอแค่อันดับเธอต่ำกว่าสองร้อย เธอก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียนที่บ้านอาจารย์เสิ่นกับพวกเราแล้ว!”“เหวยอัน เธอแก้โจทย์ในกระดาษคำถามได้แค่สามข้อภายในหนึ่งชั่วโมง...”มีนักศึกษาคนอื่นๆ กำลังจะห้ามปรามเขา“แค่ทำข้อสอบได้แล้วไง? การแข่งข
นักศึกษาของอาจารย์เสิ่นถงหัวต่างพากันมามุงดู หลายคนมีสีหน้าเหมือนกำลังรอชมละครสนุกๆ“เชอะ! ดูลายมือที่เธอเขียนสิ…” นักศึกษาชายที่สวมแว่นกรอบดำเริ่มวิพากษ์วิจารณ์สูตรที่อยู่ใต้โจทย์ทีละบรรทัดแต่เมื่อเขาอ่านคร่าวๆ จบแล้ว คำพูดที่กำลังจะเอ่ยกลับติดอยู่ในลำคอ“เธอ…แก้โจทย์ได้แล้ว!!”การแก้โจทย์ของเจียงหว่านเยวี่ยเข้าใจง่ายกว่าที่เขาเขียนมาก นักศึกษาชายแทบอยากจะตบหัวตัวเอง ทำไมเขาถึงคิดวิธีนี้ไม่ออกนะ?!“เป็นไปไม่ได้! เธอเขียนคำตอบแล้วมันจะถูกต้องได้ยังไง?”นักศึกษาอีกคนแย่งกระดาษคำตอบจากมือของเขา คนอื่นๆ ต่างยืดคอออกมา พวกเขามองการแก้โจทย์ทีละขั้นตอนของเจียงหว่านเยวี่ย ไม่มีใครพูดอะไรออกมาพักใหญ่บ้าน่า เธอไม่เพียงแต่เขียนคำตอบได้เร็วเท่านั้น แต่ยังสามารถแก้โจทย์ที่อาจารย์เสิ่นถงหัวตั้งได้ทั้งหมด!นักศึกษาชายหลายคนมองไปที่เจียงหว่านเยวี่ย สายตาของพวกเขาเปลี่ยนไป“รุ่น...รุ่นพี่ครับ พี่แก้โจทย์เร็วมากเลยนะครับ!”“ข้อสอบชุดนี้ ผมทำมาสองวันแล้วยังทำโจทย์ได้ไม่เท่าที่พี่ทำในหนึ่งชั่วโมงเลย”พวกเขารู้สึกเหลือเชื่อ เจียงหว่านเยวี่ยพูดว่า “ในเมื่อมันเป็นข้อสอบโอลิมปิกคณิตศาสตร์ ก็ต้อง