22:30น.
โรงแรมDS “นี่อีลิซ มันจะไม่โป๊เกินไปเหรอว่ะ”แซนนี้รั้งแขนฉันไว้ตอนที่ฉันกำลังจะเดินเข้าไปในงาน แต่ก็ต้องหยุดชะงักหันกลับไปมองแรงใส่แซนนี้เพื่อนสนิทสุดเยิ้มของฉันเองที่จริงฉันเป็นคนมีเพื่อนเยอะมากแต่สนิทที่สุดคงมีแซนนี้แล้วก็ฮันนี่แหละ “ไม่โป๊หรอกมึง มึงดูใครๆเขาก็ใส่กัน”ฉันชี้นิ้วเข้าไปในงานที่มีผู้หญิงผู้ชายพากันเดินกอดก่ายกันในชุดว่ายนำ้สุดโป๊ ฉันอยู่ในชุดทูพีชสีดำคลุมด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาว ส่วนแซนนี้มันอยู่ในชุดทูพีชสีขาวเข้ากับหุ่นของมันดีเหมือนกันนั้นแหละ “เออ เอากับมันสิ นี้มึงชอบพี่หมอกรูฟของมึงมากเลยเหรอว่ะ”แซนนี้เอ่ยถามฉัน ฉันก็หันไปมองหน้ามันพร้อมกับก้มหน้าลงไปใกล้ๆหน้ามัน “ป่ะป๊าของลูกกู เข้าใจป่ะ”ฉันบอกมันเสร็จก็สบัดผมสั้นของฉันใส่มันและถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวของฉันทิ้งลงพื้นและรีบดึงแขนมันเดินเข้าไปในงานทันที “คนเยอะมาก พี่หมอกรูฟอยู่ไหน”ฉันพึมพำกับตัวเองและเริ่มส่องสายตามองหาร่างของคนที่ฉันกำลังตามหาอยู่ และสายตาของฉันก็ไปสดุดเข้ากับผู้ชายในสภาพเปลือยท่อนบนโชว์แผงอกสุดลำ่ที่ขาวนวลน่าสัมผัสใส่เพียงแค่กางเกงขาสั้นสีฟ้ารองเท้าแตะกำลังยืนกระดกแก้วเหล้าในมืออยู่อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงสายตาจับจ้องไปยังสระว่ายนำ้ที่มีนารีพากันแหวกว่ายเล่นนนำ้กันอยู่ในชุดบิกินีสุดแสนเซ็กซี่ ข้างกายของเขามีผู้ชายหน้าตาทะเล้นขี้เล่นยืนอยู่ด้วย “อีเฮียตัวดี!”ฉันเอ่ยพูดขึ้นอย่างนึกแค้นที่เฮียเอเครู้เห็นเป็นใจหลอกฉันว่าพี่หมอกรูฟชอบผู้หญิงเรียบร้อยแสนดีเเม่ศรีเรือน “แม่ศรีเรือนบ้านม๊าเฮียสิ อีเฮียบ้าหึ๊ย!”ฉันกำมือแน่นบีบแขนแซนนี้แน่นเช่นกัน “โอ้ย!อีลิซกูเจ็บ!”แซนนี้ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ ฉันที่ได้สติเลยรีบปล่อยมือมัน “กูขอโทษ มึงช่วยอะไรกูหน่อยได้ไหม”ฉันเอ่ยคำขอโทษเสร็จก็รีบทำหน้าอ้อนปนขอร้องมัน มันที่กำลังลูบข้อมือตัวเองอยู่ก็เงยหน้าระเเวงๆของมันมามองฉัน “ช่วยอะไร?”มันถามฉัน ฉันก็มองไปที่พี่หมอกรูฟกับเฮียเคที่ยืนอยู่อีกฝั่งของสระน้ำ แซนนี้ก็มองตามฉันไป “ไปแยกป่ะป๊าของลูกกูออกจากเฮียตัวดีของกูหน่อย”ฉันบอกมันไปทั้งๆทีสายตาฉันยังคงจับจ้องร่างกายสุดแกร่งที่ขาวดังหลอดนีออนของพี่หมอกรูฟอย่างหลงไหล “ห้ามมึงง๊าบพี่หมอของกูไปกินเด็ดขาด!”ฉันยื่นคำขาดบอกมัน และแซนนี้ก็คงไม่แย่งพี่หมอกรูฟไปจากฉันแน่ๆเพราะเมื่อกี้ตอนที่ฉันกำลังมองพี่หมอกรูฟอยู่นั้น สายตาที่แหลมคมของฉันดันไปสบสายตาเข้ากับรุ่นพี่ที่มหาลัยที่อเมริกาของฉันกับแซนนี้เคยเรียนน่ะสิ ซึ่งรุ่นพี่คนนั้นก็คือสามีสุดหล่อและแสนดีของแซนนี้ยังไงล่ะคะ “กูขอโทษน่ะเพื่อนรัก”ฉันหันไปบอกมันและรีบผลักหลังมันให้เดินไปอีกฝั่งของสระน้ำ “1ล้าน”ฉันบอกแซนนี้ไปเมื่อมันมีทีท่ายึกยักเหมือนไม่ยอมทำตามที่ฉันบอก เมื่อฉันเสนอเงินหนึ่งล้านให้มันไป มันรีบเดินอย่างไวเพื่ออ้อมไปอีกฝั่งของสระเลยค่ะ อีเพื่อนหน้าเงิน และฉันก็แอบเดินตามมันไปเงียบ เมื่อแซนนี้เดินไปถึงตัวของพี่หมอกรูฟและกำลังพูดคุยอะไรสักอย่างกับพี่หมอกรูฟอยู่นั้นร่างของแซนนี้ก็ถูกใครสักคนกระชากอย่างแรงจนร่างของมันเซไปซบอกเปลือยเปล่าของรุ่นพี่สุดหล่อและสามีสุดน่ารักของนางแซนนี้ยังไงล่ะคะ จนตอนนี้เพื่อนๆของสามีเเซนนี้และเพื่อนๆของพี่หมอกรูฟพากันยืนมองหน้ากันจนรอบๆข้างเกิดความชุลมุนวุ่ยวายไปหมด และในจังหวะนั้นเองที่อีเฮียตัวดีของฉันค่อยๆเดินถอยหลังออกมาจากวงล้อมนั้น เพราะเฮียเอเคของฉันไม่ต่อยกับใครเพราะเขากลัวใบหน้าหล่อๆของเขาจะเสียโฉมยังไงล่ะคะ “อุ๊ย!”เฮียเคร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อฉันเดินเข้าไปกระชากแขนเฮียเคอย่างเเรง “อะอลิซ😧”เฮียเคเมื่อหันมาเห็นว่าใครเป็นคนกระชากแขนเขาก็ร้องขึ้นเรียกฉันเสียงหลง"หึๆๆเฮียกล้ามากที่กล้าหลอกอลิซ!”ฉันเอ่ยบอกเฮียเคไปพลางกระชากแขนเขาให้เดินออกมาจากชนหมู่มากนั้น ไปหาที่ลับตาและปลอดผู้คนคุยกันเพื่อฉันจะได้จัดการเฮียได้ง่ายๆยังไงล่ะ“เดี๋ยวก่อนจ๊ะ อลิซจ๋า ดื่มนำ้เย็นๆก่อนนะ เผื่ออารมณ์จะได้เย็นลง”เมื่อฉันพาเฮียเคเดินมาในที่ห่างไกลผู้คนฉันที่กำลังยืนหอบด้วยความเหนื่อยก็ถูกเฮียเคยื่นแก้วใสใส่น้ำสีฟ้าส่งมาให้ฉันดื่ม“อลิซไม่ดื่ม!”“โห้อลิซ เฮียแค่หลอกเราเล่นนิดๆหน่อยๆเองนะ อย่าซีเรียสสิคะคนดี”เฮียเคเห็นว่าฉันโกรธเขามากจึงใช้ลูกอ้อนเข้าประจบฉันทันทีเฮียทำหน้าใสซื่อใส่ฉัน“นิดๆหน่อยๆเองเหรอคะ 3เดือนเนี่ยน่ะ นิดๆหน่อยๆของเฮียอ่ะ!”ฉันขึ้นเสียงใส่เฮียเคจนเฮียเคสะดุ้งสุดตัว ใครๆก็รู้ว่าถ้าฉันโมโหล่ะก็สิ่งที่อยู่รอบๆตัวฉันจะต้องเละเเน่ๆ“นี้จ๊ะอลิซ อลิซดื่มนี้หน่อยน่ะ เพื่อจะได้มีเสียงด่าเฮียต่อยังไงล่ะ เฮียจะยืนให้อลิซด่าเฮียทั้งคืนเลยครับ ดื่มนะครับนะนะ”เฮียเคพยายามเกลี้ยกล่อมฉันให้ฉันดื่ม ฉันที่กำลังคอแห้งก็เลยรับแก้วนำ้สีฟ้ามีจากเฮีย“หมดแก้วเลยจ๊ะ จะได้มีแรงด่าเฮียเยอะๆไง”ฉันกระดกแก้วเหล้าในมือหมดแก้วตามคำบอกของเฮียเคเพราะฉันจะด่าอีเฮียมันทั้งคืนแน่ๆเผลอๆ
เฮล ปรมะ...“อย่าทำอะไรฉันน่ะไอโรคจิต!”เธอตะโกนเสียงดังจนแก้วหูผมแทบแตกแหนะ คำนี้ช่างสะเทือนวงการนักล่าอย่างผมมาก “พี่หล่อขนาดนี้แถมรวยโคตรๆจะเป็นโรคจิตได้ไงล่ะจ๊ะคนสวย หืมม ฟอดดดดด”ผมก้มหน้าลงไปบอกเธอพลางหอมแก้มสีชมพูระเรื่อนั้นไปฟอดหนึ่ง แก้มนุ๊มนุ่มแถมห๊อมหอมอีกด้วย ตัวก็นุ่มนิ่ม“หึ!หล่อตายแหละ!”คนในอ้อมแขนผมตะโกนขึ้นมาอีกรอบพลางดีดดิ้นตัวจนหลุดจากการกอดของผม เพราะผมตกใจกับคำพูดของเธอ เธอหันหลังให้ผมเตรียมเดินหนีผม หล่อตายแหละอย่างนั้นเหรอ เธอหมายถึงว่าหน้าอย่างผมไม่หล่ออย่างนั้นเหรอ?“ดูดีๆสิจ๊ะคนสวย มองหน้าพี่ดีๆดิ”ผมเดินเข้าไปดักหน้าเธอที่เดินหันหลังหนีผม แต่เธอหนัผมไม่พ้นหรอกครับเพราะเธอมองเดินเซๆเดินหน้าหนึ่งก้าวถอยหลังสองก้าวอ่ะ สงสัยจะเมาแน่ๆเลยครับ“อะไรของนายหนักหนา ฉันบอกว่าไม่หล่อก็คือไม่หล่อดิ!!”เธอขึ้นเสียงหงุดหงิดใส่ผม พลางยื่นมือน้อยๆของเธอทั้งสองข้างมาผลักหน้าอกผมให้หลบทางเธอ แต่มีหรือที่คนอย่างผมจะปล่อยผู้หญิงน่ารักๆแบบนี้ไปฟรีๆน่ะเหรอครับ หึไม่มีทางซ่ะหรอกครับ“ว๊าย!ปล่อยฉัน!”เธอขัดขืนเมื่อผมจับตัวเธออุ้มขึ้นแล้วพาเดินไปยังรถสปอร์ตคันสีดำของผมที่จอดอยู่ที่ชั้นจอ
“จูบอลิซหน่อยได้ไหมคะ”เธอทำเสียงออดอ้อนใส่ผมเหมือนขอร้องไปในที แต่เท่าที่จับใจความได้เธอคงจะคิดว่าผมเป็นใครสักคนที่เธอรู้จักและตอนนี้เธอกำลังจะขอให้ผมจูบเธอถึงเเม้ว่าเธอจะไม่ได้อยากให้ผมจูบเธอแต่ผมขอแฝงตัวเป็นคนคนนั้นที่เธอขอให้เขาจูบเธอแล้วกันน่ะ“ได้สิครับ”ผมตอบเธอด้วยความเต็มใจ และเธอก็ยิ้มขึ้นมาผมก็ค่อยๆเอื้อมใบหน้าหล่อๆของผมเข้าไปใกล้ๆโครงหน้าหวานฝามือของผมเอื้อมขึ้นไปประกองแก้มขาวสีชมพูระเรื่ออย่างแผ่วเบา“อื้อออออ”ผมครางออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อผมได้สัมผัสริมฝีปากหวานสีแดงที่ถูกแต่งเติมด้วยลิปสติกสีแดงของเธอ เธอก็จูบตอบผมเหมือนคนจูบไม่เป็น ผมเลยค่อยๆจูบอย่างช้าๆเพื่อให้เธอเคลิ้มตามจูบของผม“อื้อออออ จ๊วฟฟฟ จ๊วฟฟฟ”ผมดูดดึงหยอกเย้าริมฝีปากนุ่มนิ่มของเธอมือก็เริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนของเธอ ร่างของเธอสั่นสะท้านไปทั้งร่างเหมือนคนไม่เคยถูกมือชายสัมผัส ริมฝีปากบางก็ดูดดึงริมฝีปากหนาของผมคืนเหมือนกันเราทั้งคู่ต่างบดขยี้ริมฝีปากของกันและกันอย่างเนิ่นนาน จนผมและเธอเกี่ยวปลายลิ้นหยอกเย้าวนเล่นกัน เธอช่างเรียนรู้เร็วจริงๆ“จูบแรกเหรอครับ?”ผมค่อยๆถอนริมฝีปากของผมออกมาจากริมฝีปากของเธอ
“อื้ออออ ไม่ดีมั่งคะ”เธอร้องท้วงผมขึ้นเมื่อผมก้มหน้าจะลงไปดูดชิมยอดอกของเธอ จับก็ยังไม่ได้จับเฮ้อ! “ดีสิครับ เชื่อพี่”ผมบอกเธอไปและรีบคว้าร่างของเธอเข้ามาสวมกอดไว้อย่างแน่น จนเธอเริ่มดิ้นตัวไปมา “จะทำอะไรคะ!”เธอร้องถามผมเสียงดังมือของเธอก็พยายามดันไหล่กว้างของผมให้ออกจากเธอแต่มีเหรอผมจะยอม ผมจะกินนม “ขอพี่กินนมหน่อยนะ พี่หิวนมมากเลย”ผมเงยหน้าขึ้นไปบอกเธอ และไม่รอคำอนุญาตจากเธอ “อื้ออ จ๊วฟฟฟฟ แผล๊บ แผล๊บ”ผมดูดดึงยอดอกอวบอิ่มของเธอและเอาใบหน้าหล่อๆของผมซุกไซร้ทรวงอกทั้งสองข้างของเธออยากจะเอามือมาจับแต่ก็ทำไม่ได้เพราะผมต้องกอดเธออยู่น่ะครับ “อื้อ อร่อย นำ้นมชั้นดี ทั้งหวาน ทั้งหอม^_^”ผมเอ่ยชมเธอทั้งๆที่ผมยังไม่ได้เอาริมฝีปากออกจากยอดอกของเธอและผมก็เริ่มรู้สึกได้ว่าร่างเล็กที่ผมกอดอยู่นั้นได้แน่นิ่งไปแล้ว ผมรีบเงยหน้าขึ้นไปมองเธอทันที “อ้าวชิบแล้ว หลับซะงั้น เฮ้ออ”ผมบ่นขึ้นกับตัวเองเบาๆ อดซะแล้วไอเฮล เพราะผมไม่ชอบมีอะไรกับผู้หญิงนอนหลับมันไม่ได้ฟิวอ่ะครับ รอให้เธอตื่นดีกว่าเนอะ “กลับโรงแรมกับพี่ดีกว่าเนอะ^_^”ผมเอ่ยบอกเธอที่ยังคงหลับตาพริ้ม ขนาดหลับยังน่ารักเลย อดใจไม่ไหวซะเเล้วสิ
“อะไรล่ะครับ คนสวย”เขาค่อยๆลุกขึ้นนั่งมองฉันที่ลงมายืนอยู่ข้างล่างเตียงนอนคิงไซส์ด้วยสายตางัวเงียแต่เเค่แปปเดียวดวงตาของเขาก็ลุกวาวขึ้นมาทันทีทำให้ฉันรู้สึกตัวว่าร่างกายของฉันมันเย็นๆวูบๆวาบๆยังไงแปลกๆฉันจึงก้มหน้าลงไปสำรวจร่างกายของตัวเอง“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดอุ๊บอื้อออ”เมื่อฉันเห็นสภาพตัวเองที่ยืนเปลือยเปล่าท้าทายสายตาของเขาก็ร้องกรี๊ดขึ้นมาทันทีจนเขาวิ่งเอามือมาปิดปากฉันอย่างไว“จุ๊ๆๆๆเงียบๆหน่อยสิครับ เมียจ๋า”เขากระซิบบอกฉันที่ข้างหูทำให้ฉันขนลุกซู่กับลมหายใจอุ่นๆของเขาที่เป่าลดต้นคอของฉัน“งั๊บ”“โอ้ย!พี่เจ็บนะครับ”เขาร้องโอดโอยขึ้นเมื่อฉันกัดฟันงับลงไปที่ฝามือของเขาที่ปิดปากฉันอยู่จนทำให้เขายอมปล่อยมือออกจากปากของฉัน แต่เขาไม่ยอมปล่อยมืออีกข้างจากการกอดฉันน่ะสิ“เรื่องของนาย ฉันไม่ได้เจ็บหนิ อ้อแล้วใครเป็นเมียนายห๊ะพูดให้มันดีๆหน่อย ปล่อยฉัน!ได้แหละไอโรคจิต”ฉันหันหน้าไปมองมองค้อนเขาตาขว้างพลางเอ่ยบอกเขาเสียงดัง แต่คนตัวโตกว่าไม่มีทีท่ากลัวหรือสำนึกผิดใดๆเลย“ก็หนูไงเป็นเมียพี่ เมื่อคืนนี้เรา เราสนุก”เขามองหน้าฉันพลางส่องสายตาแทะโลมร่างกายฉัน“หยุด!หยุดพูด ฉันไม่อยากฟัง!
“พี่หมออะไรของหนูนั้นน่ะเหรอ?”“นายรู้ได้ยังไง?”“ก็จะไม่รู้ได้ยังไงล่ะครับ ก็ตลอดเวลาที่พี่ปรนเปรอความสุขให้หนูเนี่ย หนูพรำ้เพ้อถึง แต่พี่หมอคะ พี่หมอขา”เขาว่าพลางจีบปากจีบคอพูดล้อเลียนฉัน“รักเขามากขนาดนั้นเลย”“อืม”ฉันตอบเขาไปทำให้เขาคลายท่อนแขนใหญ่ออกจากร่างของฉัน“พี่ขอโทษ”เขาพึมพำบอกฉันแล้วเขาก็เดินหายเข้าไปในห้องอะไรสักอย่างฉันมองตามเขาจนร่างของเขาลับหายไป ฉันก็ค่อยๆเดินไปอีกห้องที่อยู่ตรงข้ามกับห้องที่ผู้ชายคนนั้นเดินหายเข้าไป เมื่อฉันเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับตู้เสื้อขนาดใหญ่ฉันรีบเดินเข้าไปหาเสื้อผ้าที่จะเอาพอมาใส่เพื่อจะกลับบ้านได้ โทรศัพท์ก็ไม่มีตังค์ติดตัวสักบาทก็ไม่มี “อีลิซ แกจะซวยอะไรขนาดนี้วะ ซิงก็เสียให้ใครก็ไม่รู้ เวรกรรมๆ”ฉันเลือกเสื้อผ้าไปด้วยบ่นไปด้วย ตู้เสื้อผ้าถูกจัดเป็นระเบียบมากเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกแขวนไว้ในตู้เดียวกัน ฉันจึงหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวออกมาจากตู้ตัวหนึ่งพลางรีบสวมร่างกายที่เปลือยเปล่าของฉันทันทีและเดินออกมาจากห้องเเต่งตัวเดินไปตู้ที่ตู้เก็บกุญแจรถที่ถูกติดตั้งไว้บนผนังห้องที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวดำตามสไตล์ลุคแบดบอยของเจ้าของห้อง“โห้!รถสปอร์ตทุกคัน รวยอะไ
บ้านคุณหญิงเฟื้องฟ้าอลิซ อลิศา....“กูโอนเงินเข้าบัญชีมึงแล้วนะ”ฉันพูดกับปลายสายทันทีเมื่อมีคนกดรับ(อีลิซซซ!!!!!!!)เมื่อปลายสายได้ยินเสียงฉัน มันก็แหกปากเรียกชื่อฉันซะเสียงดัง จนฉันยกโทรศัพท์ออกจากหูแทบไม่ทัน“หูฉันจะแตก”ฉันพูดกับมันไปด้วยนำ้เหนื่อยๆแล้วก็นอนหลับตาลงอยู่บนที่นอนสีชมพูลายแมวเหมียวสีชมพู ห้องของฉันถูกตกแต่งโทนสีชมพู(แกหายไปไหนมา แล้วทำไมนำ้เสียงฟังดูแปลกๆ)แซนนี้เอ่ยถามฉันด้วยนำ้เสียงสงสัย ฉันจึงถอนหายใจออกมา ฉันเก็บตัวอยู่แต่ในห้องนอนของฉันมา3วันเต็มๆแล้ว ม๊าให้ป้าแม่บ้านเอาข้าวมาขุนฉันถึงในห้องนอนน่ะ ต้องใช้คำว่าขุนนะคะเพราะม๊าเฟื้องฟ้าเรียกแบบนี้“ไม่ได้หายไปไหน กูก็อยู่บ้าน”ฉันตอบมันไปด้วยน้ำเสียงเเผ่วเบา(ออกมาเจอกูหน่อย เร็วๆด้วยกูให้เวลามึง30นาที มึงต้องรับผิดชอบที่ทำให้กูเดินไม่ได้ไป2วันเต็มๆ)อะไรของมัน มันเดินไม่ได้แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันวะ “มึงเดินไม่ได้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกู”(กรี๊ดดดดด!)แซนนี้กรี๊ดใส่โทรศัพท์เครื่องหรูของฉันซะเสียงดัง จนแก้วหูฉันจะแตกจริงๆแล้วล่ะ“โอ้ย!มึงจะกรี๊ดทำไม กูแสบหู!”ฉันโวยใส่มัน(มึงยังจะว่าไม่เกี่ยวกับมึงอีกเหรอ มึงรู้ไหมว่าพี
“เฮียเค!”เมื่อฉันหันไปกำลังจะเอ่ยคำด่าเจ้าของมือปริศนานั้นก็ต้องเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจกับเจ้าของมือคือเฮียเอเคลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง ม๊าของเฮียเคเป็นพี่สาวแท้ๆของม๊าเฟื้องฟ้าฉันเอง เราทั้งคู่สนิทกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว บ้านก็อยู่ในซอยเดียวกัน“HIน้องอลิซ^_^”เฮียเคยกมือขึ้นมาโบกทักทายฉันพลางยิ้มจนตาปิดให้ฉัน ฉันยังไม่ได้เคลียร์กับเฮียเลยนะเรื่องวันนั้น“เฮียพร้อมเจ็บตัวแล้วเหรอคะ ถึงได้กล้าเจออลิซแล้วน่ะ”ฉันเอ่ยถามเฮียเคไปพามองไปที่มือหนาของเขาที่จับข้อมือของฉันไว้ เฮียเคยิ้มหยีให้ฉันพลางค่อยๆคลายมือที่จับฉันอยู่ออก ในจังหวะนั้นฉันรับรู้ได้ถึงสายตาหลายๆคู่ของคนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับเฮียเคกำลังมองมาที่ฉัน แต่ฉันไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองหน้าใครฉันขี้เกียจยุ่งน่ะ“นั่งก่อนสิครับ กินนำ้ให้ใจเย็นๆก่อนนะ^_^”แหนะมามุกเดิมอีกแล้ว ฉันค่อยๆนั่งลงที่นั่งข้างๆเฮียเคที่มันเหลือเพียงที่เดียวของฝั่งนี้อีกฝั่งก็เหลือที่นั่งอีกที่คือฝั่งตรงข้ามกับฉัน ฉันมองแก้วนำ้เปล่าที่เฮียเคยื่นส่งมาให้ฉันดื่มอย่างระแวง ฉันเข็ดนะ“เฮียไม่ได้ใส่อะไรไว้เลยครับ นำ้เปล่าแก้วของเฮียเอง จริงๆครับน้องอลิซ”เฮียเคบอกฉัน แต่เหม
“พี่เฮลนี้มันเกาะส่วนตัวเหรอคะ?”ฉันเมื่อมองไปรอบๆของหมู่เกาะนี้ก็ต้องร้องขึ้นอย่างตกใจเงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่เฮลทันที เกาะนี้อยู่ห่างไกลจากเกาะอื่นๆและยังอยู่ตรงใจกลางของทะเลที่สวยงามที่นี้อีก บ้านหลังสวยงามนั้น ที่นี้ช่างน่าอยู่ซะเหลือเกิน มูลค่าของเกาะนี้น่าจะไม่ตำ่กว่าพันล้าน “ครับ เกาะส่วนตัวของพี่เองและพี่เพิ่งซื้อเมื่อเดือนที่เเล้ว ที่เราแต่งงานกัน พี่สั่งคนมาสร้างบ้านที่นี้เพื่อให้เป็นเรือนหอของเราสองคน^_^”พี่เฮลเอ่ยบอกฉันทันทีหลังจากที่เราทั้งคู่หยุดมองพื้นที่รอบๆบ้าน ฉันเอนตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาและยื่นมือขึ้นไปโอบรอบคอของพี่เฮล “เกาะนี้เป็นของน้องอลิซครับ ชื่ออลิซเบลีซ^-^”พี่เฮลเอ่ยบอกฉัน และเราทั้งคู่ก็ยิ้มให้กัน “ที่จริงพี่เฮลไม่ได้มาเจรจาธุรกิจใช่ไหมคะ?”ฉันเออ่ยถามเขาไป พี่เฮลก็ยิ้มแหะๆให้ฉันและพยักหน้าหล่อไปให้ฉัน “ฟอดดด ฟอด ขอบคุณนะคะที่ใส่ใจคำพูดของอลิซและยังจะจดจำทุกรายละเอียดที่อลิซชอบ^_^”ฉันเขย่งปลายเท้าขึ้นไปหอมแก้มพี่เฮลทั้งสองข้าง ดวงตาของพี่เฮลเบิกโตขึ้น ฉันกลับมายืนดังเดิมและเอ่ยบอกเขา ฉันทราบซึ้งใจจริงๆที่เขาใส่ใจคำพูดของฉันและนู้ว่าฉันชอบอะไร บ้านที
ประเทศ เบลีซ ทะเลแคริบเบียน “น้องอลิซครับ มองกล้องหน่อยครับ”พี่เฮลที่ยืนถือกล้องที่คล้องคอเขาอยู่เอ่ยขึ้น ฉันจึงหันไปมองเขา แชะ “เมียใครเนี่ย สวยที่สุดเลย^_^”เสียงร่าเริงของพี่เฮลเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างของเขาที่วิ่งเข้ามานั่งเเนบชิดกับร่างกายของฉัน ฉันจึงเบี่ยงตัวและหันไปหาเขา“ไหนพี่เฮลบอกว่ามีเจรจาธุรกิจ?”ฉันเอ่ยถามข้อข้องใจของตัวเองออกไปทันที เพราะตอนนี้เราทั้งคู่กำลังเดินทางโดยสารเรือสปีชโบ๊ทเพื่อไปยังหมู่เกาะที่อยู่รอบๆของทะเลแคริบเบียนน่ะสิ ฉันก็เลยงงอยู่เนี่ย พี่เฮลถอดเเว่นกันแดดสีชาออกพร้อมกับยิ้มที่พิฆาตใจสุดๆมาให้ฉัน นับวันพี่เฮลยิ่งน่ารักน่าหยิกขึ้นไปทุกที อ้อนยิ่งกว่าลูกแมวเหมียวอีกน่ะ“ก็มีครับ แต่ต้องไปที่หมู่เกาะทางด้านนู้นนนนน่ะ”พี่เฮละอ่ยบอกฉันพลางชี้นิ้วไปที่เกาะน้อยๆที่ห่างออกไป ฉันก็มองตามปลายนิ้วของเขาไป“เห้อ ไกลจัง อลิซเริ่มเหนื่อยแล้วนะคะ”ฉันหันมาบอกพี่เฮลและเริ่มเอื้อมมือไปกอดเอวเขาและซุกใบหน้าไปซบกับแผงอกของสามีผู้น่ารักทันที สามีของฉันเขาก็โอบกอดร่างฉันและเอามือลูบศีรษะฉันเบาๆ สัมผัสอ่อนโอนและอบอุ่นของเขาทำให้ฉันค่อยๆหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า เราออกเดินทางจาก
“งื้อออ เอาเมียทุกคืนยังหาว่าพี่ไม่สนใจอีกเหรอครับ แล้วถ้าแบบที่เขาเรียกว่าสนใจเนี่ยต้องเอาทุกเวลาเลยรึป่าวครับ^_^”นำ้เสียงเเละเเววตาเจ้าเล่ห์เริ่มส่องประกายวิบวับของเขา ทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวขึ้นมา ฉันจึงเบะปากใส่เขาและเลิกสนใจเขาหันมาหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูมาช้อปปิ้งเสื้อผ้าให้ลูกฉันดีกว่า ที่เขาพูดมามันก็จริงนั้นแหละ ไม่ว่าพี่เฮลจะกลับดึกแค่ไหน ต้องมาแหย่ฉันที่นอนหลับอยู่ให้ตื่นทุกทีและเราก็เริ่มบรรเลงเพลงรักมอบความสุขให้กันและกันทุกคืน ตลอดเวลาที่เราแต่งงานกันมา เขาไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงมาทำให้ฉันเจ็บใจ เขามีเเค่ฉันเพราะฉันส่งสายสืบให้ไปตามติดชีวิตเขา และสายสืบเพิ่งจะรายงานผลงานว่าพี่เฮลวันๆหนึ่งนั่งอยู่แต่โต๊ะทำงานกับกองเอกสารกองโต มือกุมขมับเพราะเครียดที่ไม่มีเวลาให้ฉัน กิจการของพี่เฮลเริ่มเติบโตขึ้นทุกวัน ตอนนี้บริษัทและโรงแรมของสามีฉัน โด่งดังไปทั่วโลกยอดเข้าพักในแต่ละเดือนก็ทะลุหนึ่งพันล้านบาททุกเดือนในทุกๆสาขา ลูกฉันจะต้องเกิดมาบนกองเงินกองทองแน่ๆมีแด๊ดดี้ขยันขนาดนี้“อาทิตย์หน้าพี่ต้องไปเจรจาธุรกิจที่เบลีซ น้องอลิซไปกับพี่ได้ไหมครับ?”พี่เฮลพูดขึ้นด้วยนำ้เสียงอ้อนๆฉันที่กำล
“ร้านนี้เพิ่งเปิดใหม่เหรอ”ฉันที่เหลือบสายตาเห็นร้านนมสดเปิดใหม่และร้านถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ฉันจึงเปิดไฟเลี้ยวและเลี้ยวหัวรถเข้าจอดที่ร้านแห่งนี้ทันทีแต่ในจังหวะนั้น สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของผู้ชายในชุดสูทสีดำที่คุ้นตาฉัน“พี่เฮล มาทำอะไรที่นี่?”ฉันพูดขึ้นเมื่อมองไปที่ป้ายของร้านดอกไม้ เขามาซื้อดอกไม้ไปให้ใคร “สันดานเดิมๆกลับมาเหรอ?”ฉันพูดขึ้นในจังหวะที่ฉันเห็นพี่เฮลยืนพูดคุยยิ้มหวานกับผู้หญิงที่อยู่ในชุดเดรสสีขาวนั้นเธอเองก็ยิ้มให้พี่เฮลอย่างมีความสุข ฉันกำหมัดแน่นมองทั้งคู่ที่พูดคุยกันกระหนุงกระหนิงพรึบ“หึ มาทำอะไรกันเหรอคะ!!!”ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของคนสองคนนี้ได้ยังไง พี่เฮลมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าตกใจผู้หญิงคนนั้นก็มองมาที่ฉันและยิ้มแหย่ๆมาให้ฉัน“น้องอลิซ มาได้ไงครับ ออกมาทำไมเดี๋ยวไม่สบายน่ะ!”พี่เฮลรีบเดินเข้ามาหาฉันและเขากำลังจะเอื้อมมือมาจับตัวฉัน แต่ฉันเหวี่ยงตัวหลบทำให้เขาจับตัวฉันไม่โดน“คุณอลิซเหรอคะ?”ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยถามขึ้นพี่เฮลก็มองหน้าฉันสลับกับหน้าผู้หญิงคนนั้น“ใช่ครับ นี้คุณอลิศาภรรยาของผมเอง”พี่เฮลเดินมายืนข้างฉันและผายมือมาที่ฉันเพื่
1เดือนต่อมาบ้าน รัตนบูรภาพิทักษ์14:30น.อลิซ อลิศา...“เป็นไงมึง เมื่อคืนหนักป่ะ?”เสียงหวานของฮันนี่เอ่ยถามฉันดังมาแต่ไกล ฉันจึงหันกลับไปมองหน้ามันพร้อมกับเบะปากมองบนใส่มัน สภาพมันเหมือนคนอดหลับอดนอนเหนื่อยล้าเหมือนฉันนี้แหละ มันเพิ่งจะเดินกลับมาจากบ้านพี่รามน่ะ บ้านพี่รามอยู่ข้างๆบ้านของฮันนี่นี้แหละ ฉันกับพี่เฮลแต่งงานกันแล้ว งานเเต่งของเราสองคนถูกจัดอย่างยิ่งใหญ่สมกับฐานะทางบ้านของเราทั้งคู่ งานเช้าเราจัดกันที่บ้านฉันและงานหมั้นและงานแต่งสวมแหวนเราจัดกันตอนเช้าพร้อมกันเลยและตอนมืดเราไปกินเลี้ยงกันที่โรงแรมหรูในเครือรัตนบูรภาพิทักษ์กัน มี๊กับแด๊ดของพี่เฮลท่านใจดีมากรักและเอ็นดูฉัน มี๊ของพี่เฮลมองจะเห่อๆๆหลานลูกในท้องฉันมากเลย ทำเฟื้องฟ้าของฉันก็แอบกระซิบวันที่มี๊กับแด๊ดของพี่เฮลและพี่เฮลพากันไปสู่ขอฉันที่บ้านของฉัน ม๊าฉันบอกว่าผู้ชายคนนี้แหละที่มารอที่บ้านฉันทุกเช้าเมื่อตอนที่ฉันเข้าไปดูงานในบริษัทคนที่หล่อๆๆที่ม๊าฉันชมก็คือพี่เฮลนี้แหละ แหละที่สำคัญน่ะพี่เฮลน่ะประจบประแจงม๊าฉันจนม๊าฉันหลงพี่เฮลไปอีกคนแล้วอ่ะ“หนักคงจะสู้ของมึงไม่ได้ มองท่าเดินเหมือนขาอ่อนหมดแรง”ฉันพูดด้วยนำ้เสียง
พี่เฮลเดินเข้ามาหาฉัน ฉันก็ลุกขึ้นยืน“น้องอลิซพูดจริงเหรอครับ?”พี่เฮงเดินทาหยุดอยู่ตรงหน้าฉันและเอ่ยถามฉัน นำ้เสียงของเขาช่างตื่นเต้นและดีใจใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของเขาตอนนี้มันกลับทำให้ฉันลืมความผิดของเขาที่เคยทำให้ฉันร้องไห้เสียใจกับเรื่องเดิมๆไม่รู้กี่หนหดหายไปหมดเลย“ค่ะ ทำไมพี่เฮลถึงไม่บอกอลิซล่ะคะ ว่าพี่เฮลคือพี่ชายคนนั้น”ฉันเอ่ยถามเขาไปในจังหวะที่พี่เฮลยื่นมือของเชามาจับมือฉันไปกุมไว้ข้างหนึ่ง“พี่ไม่รู้ว่าหนูยังรอพี่”เขาพูดขึ้นด้วยนำ้เสียงเศร้าๆพลางก้มหน้าลง ฉันจึงยิ้มขึ้นและเอื้อมมือไปกุมโครงแก้มของพี่เฮลพลางยกใบหน้าของเขาให้กลับมามองสบตากับฉัน“ทำไมจะไม่รอล่ะคะ ก็เราสัญญากันไว้แล้วหนิ^_^”ฉันพูดขึ้นพี่เฮลเบิกตาโตมองหน้าฉันด้วยสีหน้าแปลกใจ สงสัยเขาจะจำไม่ได้ ฉันเองก็จำไม่ได้เพียงแต่ว่าฉันเอารูปถ่ายทั้งสองใบมาเรียงต่อกันและพลิกด้านหลังดูก็พบข้อความตัวหนังสือที่ถูกเขียนด้วยดินสอสีดำตัวสะอดาเรียบร้อยแต่ไม่ค่อยสวยเหมือนรายมือของผู้ชาย“สักวันเราจะเป็นแฟนกันสัญญาน่ะ”ฉันพูดขึ้นและหยิบรูปถ่ายทั้งสองใบที่ฉันถือมาด้วยให้พี่เฮลดู พี่เฮลก็มองรูปถ่ายทั้งสองใบสลับกับหน้าฉัน“ลองต่อกันและพ
12:00น.นำ้ตกอลิซ อลิศา...ซึบ จุ๋ม “เขามาทำอะไรน่ะ?”ฉันที่เดินหาพี่เฮลจนขึ้นมาที่นำ้ตกก็ต้องตกใจปนแปลกใจกับแผ่นหลังของผู้ชายที่คุ้นเคยตรงสะพานนั้น เขากำลังขยี้อะไรอยู่สักอย่างเสื้อผ้าที่เขาใส่คือชุดหม้อฮ้อมสีนำ้เงินและกางเกงขาก๊วยสีนำ้เงินเช่นเดียวกัน“ซักผ้าเหรอ?”ฉันมองไปที่กะละมังสองลูกที่วางอยู่บนสะพานไม้ที่ชาวบ้านมาทำกันไว้เพื่อเวลามาซักผ้าที่นี้จะได้สะดวกปกติคุณน้าเป็นคนซักผ้าให้ฉันน่ะ“พี่เฮลคะ!”ฉันตะโกนเรียกพี่เฮล ที่ตอนนี้เขากำลังนั่งเอามือปาดเหงื่อตัวเองอยู่เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นตามใบหน้าหล่อของเขาใบหน้าซีดและริมฝีปากซีดๆหันหน้ามามองฉันทันทีที่ได้ยินเสียงฉันที่ตะโกนเรียกเขา“น้องอลิซอย่าเดินมาตรงนี้น่ะครับ พื้นมันลื่นหนูกลับไปรอพี่ที่บ้านก่อนนะครับ แดงร้อนเดี๋ยวจะไม่สบายเอาน่ะ”พี่เฮงเอ่ยพูดบอกฉันทั้งแววตาและน้ำเสียงของเขาสื่อถึงความเป็นห่วงได้อย่างชัดเจน ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านำ้ตาของฉันมันกำลังจะไหลออกมา“พี่เฮลมาซักผ้าให้อลิซทำไมคะ?”ฉันเอ่ยถามเขากลับไปและเริ่มส่องสายตามองหาที่ร่มๆเพื่อจะเดินเข้าไปเพราะตอนนี้ฉันเริ่มร้อนขึ้นมาแล้วสิ“พี่อยากจะทำอะไรให้น้องอลิซมั่งน่ะครั
“ก็ได้ค่ะ!!”ฉันพูดบอกเขาพลางจับมือของเขาให้ปล่อยแขนฉันและฉันก็เดินขึ้นไปนอนบนที่นอนพี่เฮลก็ยืนยิ้มให้ฉัน “รีบไปทำสิคะ อลิซหิวจนจะกินหัวพี่เฮลได้อยู่แล้วเนี่ย!”ฉันตะโกนใส่เขาพลางทำตาดุๆใส่ “ครับๆๆไปเดี๋ยวนี้ครับ”พี่เฮลรีบรนรานเดินผิดเดินถูกและรีบเปิดประตูวิ่งลงบันไดบ้านไป ฉันก็ส่ายศีรษะไปมาหัวเราะๆเบากับท่าทางของเขา และฉันก็ยื่นมือไปลูบหน้าที่แลนราบท้องของตัวเอง “ป่ะป๊าเขาจะรักแม่จริงๆรึป่าวคะลูก?”ฉันเหลือบตามองไปยังหน้าท้องของฉันพลางเอ่ยพูดคุยปรับทุกข์และถามเขา บางทีตอนนี้ฉันกำลังจะเป็นแม่คนแล้ว ฉันควรจะคิด คิดเยอะๆเพราะฉันไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว 07:00น. “ฟอดดดด ฟอดดดด”สัมผัสหนักๆกดลงมาบนแก้มทั้งสองข้างของฉัน “อื้อออ อย่ายุ่งคนกำลังนอนอยู่!!”ฉันบ่นไปอย่างหงุดหงิดพลางผลิกตัวหันมานอนตะแคงแทน พรึบ “อื้อออ”ฉันครวญครางขึ้นอย่างขัดใจเมื่อมีมือหนาโอบกอดเอวของฉันแผ่นหลังของฉันไปกระทบเข้ากับแผงอกสุดเเกร่งของใครสักคนแต่ตอนนี้ความง่วงของฉันมันไม่สามารถทำให้ฉันลืมตามามองหน้าเขาได้ เห็นไหมล่ะฉันบอกแล้วว่าตอนนี้น่ะฉันขี้เซาเป็นอันดับสองอ่ะ เพราะอันดับหนึ่งคือเรื่องกิน “พี่คิดถึงหนูแ
บ้านพักของอลิซบนดอยสูงที่ห่างไกลความเจริญ05:00น.อลิซ อลิศา...“อื้อออ”ฉันครางขึ้นเล็กน้อยและบิดขี้เกียจไปมา และค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่งออดดดด“หิวอะไรเวลานี้ล่ะคะลูกขา หนูรู้ไหมว่าม๊าน่ะกลัวผี”ฉันพูดกับลูกของฉันพลางเอามือลูบหน้าของตัวเองไปด้วย ฉันหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูก็ต้องเบะปากทำหน้าเศร้า เพิ่งจะตีห้าหิวข้าวซ่ะงั้น จะเดินไปหาคุณน้าก็เกรงใจเธอ จะลงไปข้างล่างก็กลัวจะเจอเข้ากับสิ่งลี้ลับ “เอ่อจริงสิ ฉันซื้อขนมมานี้หน่า”ฉันพูดขึ้นอย่างดีใจและนำไม้ขีดไฟจุดเข้าไปที่ตะเกียงเพื่อทำให้ห้องนี้สว่างขึ้นมา ฉันอยู่ที่นี้คนเดียวมาเป็นอาทิตย์ได้ยังไงเนี่ยแกะๆๆๆๆ“อื้ออ ของอร่อย^_^”ฉันพูดขึ้นอย่างดีใจที่ตอนนี้ฉันใช้จมูกสูดดมกลิ่นขนมปังข้างในยัดใส่สตอเบอร์รี่ของโปรดของฉันที่เพิ่งจะไปซื้อกับคุณน้ามาเมื่อวานที่ไปหาหมอ“กินแล้วนะคะ กินน่ะลูก นี้น่ะของชอบของม๊าเลยน่ะ ถ้าหนูเป็นผู้หญิงม๊าจะให้หนูชื่ออลิน จะได้เข้ากับชื่อของม๊า^_^”ฉันกัดขนมปังไปพลางพูดถึงชื่อลูกไปและทำหน้าฟินกับความอร่อยของขนมปังก้อนใหญ่ที่อยู่ในมือฉัน“ฮึ”เสียงหัวเราะของใครสักคนดังขึ้นเบาๆทำให้ฉันหยุดการกระทำในการกินขนมปังและหันไปทางต้น