หยางเสี้ยวกินๆนอนๆ อยู่ต้าเหลียงหลายวันแล้ว แต่ละวันนอกจากกิน นอน และออกไปสำรวจแต่ละหัวเมืองต่าง ๆ ไปสอดส่องดูความเป็นอยู่ของประชาชน การประกอบอาชีพของประชาชน สำรวจแหล่งน้ำ สำรวจภูเขา สำรวจไร่นา เพื่อเก็บข้อมูลเอาไว้เป็นแนวทางพัฒนารัฐต่อไป “แคว้นเหลียงค่อนข้างมีอัญมณีมาก มิน่าเล่าวัน ๆ ไม่ทำอันใด จ้
“น่าจะสองแสนนายเป็นอย่างต่ำ เจ้าจะกินเยี่ยงไรหมดทีเดียว”“ฟ่อ หมดสิหมด ข้ามีวิธี ไป ไปจัดการพวกมัน” ลวี่เช่อฮึกเหิมมาก“หลันเช่อไป ไปจัดการพวกมัน”“อาเสี้ยว เผาเรือพวกมันเลยดีหรือไม่ หรือว่าคว่ำเรือ”“ไม่ดี เอาลวี่เช่อไปปล่อยลงเรือก่อน ส่วนเฮยเช่อ เจ้าหยุดเวลาได้หรือไม่ หรือทำให้หลงอยู่ในห้วงมิติก็ไ
เช้าวันรุ่งขึ้น กองทัพทั้งสองแคว้นเกิดเรื่องโกลาหลขึ้น เมื่อเสบียงอาหารของพวกเขาทั้งสองแคว้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทหารเดินเวรยามยืนยันว่าไม่พบเห็นใครเข้ามาในค่ายของพวกเขา ที่สำคัญเสบียงมากมายเพียงนั้นจะขนไปเยี่ยงไรภายในเวลาไม่นาน ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางขนไปได้หมดในเวลาอันสั้น ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าต้าโจวเ
“ตกลง”อี้เชวียนอินเหล่ตามองทัพของหยางเสี้ยว นี่มันออกจะเกินไปอยู่บ้าง คนอื่นจัดทัพออกรบล้วนเป็นทหารทั้งหมด แต่นี่มันทหารขั้นไหนกัน เกรงว่ายังไม่ทันได้ทำอันใด ทั้งสองแคว้นก็คงวิ่งป่าราบกันหมดแล้วกระมัง เอาเถอะ ในเมื่อแม่ทัพสั่งให้ไปจัดทัพเขาก็จะไปจัดทัพ ทหารที่ติดตามมาล้วนแล้วแต่เป็นแม่ทัพนายกองทั้ง
หยางเสี้ยวพาอี้เชวียนอินพร้อมทั้งทหาร 10 นาย ขี่ม้ามุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงของแคว้นหนาน ต้าเฮยวิ่งสุดฝีเท้าจนทิ้งพวกของอี้เชวียนอินเอาไว้ข้างหลัง เมื่อเห็นว่าตัวเองนำหน้ามาไกลแล้วจึงได้ให้ต้าเฮยผ่อนฝีเท้าลง ไม่นานอี้เชวียนอินกับทหารก็ตามมาทัน หยางเสี้ยวไม่ได้มีการวางแผนอะไร เพียงแค่มุ่งหน้าไปให้ถึงจุ
“พวกเจ้าสองคน รีบแต่งตัวให้เรียบร้อย นี่มันกลางวันแสก ๆ ยังทำเรื่องอย่างว่าได้ นี่สนมหรือนางโลมกัน เร็วสิ หรือจะให้ข้าช่วย”หลังจากทั้งสองคนแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ทหารได้คุมตัวออกมาหาหยางเสี้ยวที่นั่งรออยู่ที่โถงด้านนอก นี่เป็นครั้งแรกที่ฮ่องเต้แคว้นหนานอย่างหนานกงเฟยได้รับความอยุติธรรมเช่นนี้ ไม่รู้ว
หยางเสี้ยวพาไพร่พลที่เหลือ 7 นายถ้วนรวมถึงตัวเองเดินทางไปแคว้นฉู่ ความจริงแล้วเขาเองก็ไม่อยากจะรบราฆ่าฟันหรือทำสงครามกับผู้ใดเลย เพียงแต่ครั้งนี้เขาไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอดของชาวบ้าน หากเกิดสงครามระหว่างแคว้นคนที่ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบที่สุดคงไม่พ้นชาวบ้านตาดำ ๆแคว้นฉู่ค้าข
“รู้ แต่ถึงรู้เขาก็ยังไม่เอ่ยพาดพิงถึงใคร ยอมออกมาเจรจากับพวกเรา ไม่คิดต่อต้านและพร้อมจะลงจากบัลลังก์ ข้าถึงได้ปล่อยเขาไป เพราะเขาหาใช่คนเลวไม่”“อืม ก็น่าสงสารจริง ๆ”“ฟ่อ กลับมาแล้ว ส่งสารเลวกลุ่มหนึ่งไปสถานีปุ๋ยแล้ว มีหญิงร้ายชายชั่วด้วย”“อร่อยหรือไม่”“ฟ่อ อร่อยมากเลยอาเสี้ยว เอ้านี่ สินสงคราม
“อืม เด็กต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู เราเข้าใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”หลังจากลับมาจากจวนจ้านหยางอ๋อง เจ้ากรมพิธีการก็จัดการขายสาวใช้ที่ยุแยงและคอยให้ท้ายบุตรสาวของเขา ออกไปจนหมด นอกจากนี้แล้วยังตำหนิฮูหยินเอกที่ไม่อบรมบุตรสาวให้ดี ฮูหยินเองก็ไ
หลังจากหยางอันทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป สองนายบ่าวกลับจวนไปด้วยความหวานหวั่นในใจ หวาดกลัวว่าหยางอันจะพาจ้านหยางอ๋องบุกมาที่จวน ตอนนี้คุณหนูห้าผู้ที่เคยหยิ่งผยองกลับร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว สาวใช้ที่ติดตามข้างกายเช่นอิ๋งชุนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ต่างโทษกันไปมาสุดท้ายแล้วจึงไปขอค
“พี่เจวี๋ยพวกเราไม่ผิด เหตุใดต้องยอมด้วย เจ้ากรมพิธีการแล้ว อย่างไร หน้าใหญ่มากหรือเจ้าคะ พระสนมเอกแล้วอย่างไร ทำอันใดได้เจ้าคะ ผิดคือผิด ถูกคือถูก จะมาเห็นผิดเป็นถูกกลับขาวเป็นดำแบบนี้หรือเจ้าคะ บอกเลยต่อให้สิบเจ้ากรมพิธีการข้าก็ไม่กลัว หึ” หยางอันสะบัดหน้าหยางอันไม่ยอมเดินกลับไปตามที่เมิ่งเจวี๋ย
เมิ่งเจวี๋ยพาหยางอันเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ ทั้งสองคนเพียงแค่อยากรู้ว่ารสชาติของถังหูลู่ที่เมืองหลวงกับรสชาติที่บ้านเกิดของพวกเขาถังหูลู่ที่ไหนจะอร่อยกว่ากันเท่านั้น นอกจากนี้การนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบๆไม่ใช่สิ่งที่หยางอันชอบ “พี่เจวี๋ยท่านดูสิถังหูลู่ของเมืองหลวงมีขนาด
“ท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหาแววไม่ ขอท่านอ๋องอภัยด้วยพะย่ะค่ะ”“ลุกขึ้นเถอะเจ้าจะทำให้เรื่องใหญ่โตไปทำไม ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ”“ขอบใจเช่นนั้นเราขอตัวก่อน”รถม้าของหยางเสี้ยวเคลื่นที่เข้าไปในเมืองและวิ่งออกไปจนลับสายตา ทหารรักษาประตูเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก อ๋องทมิฬแม้จ
หลังจากหยางเสี้ยวฝึกจนสำเร็จแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพ จำเป็นต้องสะสางงานก่อน ในระหว่างที่เขาเก็บตัวฝึกเป็นท่านพ่อหยางเทียนกับท่านลุงหยางเทาคอยรับรายงานเรื่องราวต่างๆและคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแทนเขาอยู่เสมอ โชคดีที่เจ้าเมืองทั้ง 7 หัวเมืองเป็นคนใจซื่อมือสะอาด อีกทั้งยังได้ท่านลุงตู้ป๋อ
“พวกเจ้ามาหาผู้ใดเช่นนั้นรึ”“ท่านพ่อ ข้าเองขอรับ หยางเสี้ยว”“อาเสี้ยวหรือ ใช่อาเสี้ยวจริง ๆ ด้วย เจ้าโตขึ้นมากจนพ่อจำไม่ได้ สามปีแล้วที่เจ้าไม่ได้กลับมาบ้านเลย ตอนนี้ฝึกสำเร็จแล้วหรือไม่ แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน สหายของลูกหรือ”“นั่นลวี่เช่อ เฮยเช่อ ปักษา ต้าไป๋ โหวจื่อ ไป๋หู่ เต่าดำ หลันเช่อ ฉีหลิน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยางเสี้ยวเก็บตัวฝึกอยู่สามปี ในที่สุดก็เลื่อนขั้นมาจนถึงขั้นมหายานได้สำเร็จ ตอนนี้เขาสามารถเดินทางขึ้นไปแดนเทพได้แล้ว อีกทั้งสามารถเปิดใช้งานค่ายกลทางขึ้นลงแดนเทพกับตำหนักหมอกทมิฬได้เช่นเดียวกัน จากเด็กน้อยเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้กลับกลายมาเป็นหนุ่มน้อยวัย 14 ย่าง 15 ปี หน้า
ลมหนาวสายหนึ่งพัดมา หยางเสี้ยวรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เขามาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามปีแล้ว พอผ่านปีใหม่ครั้งนี้เขาก็จะมีอายุ 11 ปี ในโลกนี้ เวลาเกือบสามปีตระกูลหยางมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ตัวเขาเองก็มีภาระแสนหนักอึ้งบนบ่า แต่ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดีแล้ว ตระกูลหยางจะมี