หยางเสี้ยวพาไพร่พลที่เหลือ 7 นายถ้วนรวมถึงตัวเองเดินทางไปแคว้นฉู่ ความจริงแล้วเขาเองก็ไม่อยากจะรบราฆ่าฟันหรือทำสงครามกับผู้ใดเลย เพียงแต่ครั้งนี้เขาไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอดของชาวบ้าน หากเกิดสงครามระหว่างแคว้นคนที่ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบที่สุดคงไม่พ้นชาวบ้านตาดำ ๆแคว้นฉู่ค้าข
“รู้ แต่ถึงรู้เขาก็ยังไม่เอ่ยพาดพิงถึงใคร ยอมออกมาเจรจากับพวกเรา ไม่คิดต่อต้านและพร้อมจะลงจากบัลลังก์ ข้าถึงได้ปล่อยเขาไป เพราะเขาหาใช่คนเลวไม่”“อืม ก็น่าสงสารจริง ๆ”“ฟ่อ กลับมาแล้ว ส่งสารเลวกลุ่มหนึ่งไปสถานีปุ๋ยแล้ว มีหญิงร้ายชายชั่วด้วย”“อร่อยหรือไม่”“ฟ่อ อร่อยมากเลยอาเสี้ยว เอ้านี่ สินสงคราม
ตอนที่ปักษานำคนมาถึง ก็พบว่าท้องพระโรงอันเคยเป็นสถานที่ว่าราชการกลายเป็นที่เลี้ยงเด็กทารกไปเสียแล้ว ท่านอ๋องอี้ชิงหลงมองโหวจื่อที่นั่งไกวเปลเด็กที่หยางเสี้ยวให้ทหารต่อขึ้นมาแบบลวก ๆ ส่วนเจ้าโหวจื่อมันรู้สึกว่ามีคนกำลังจ้องมองมันด้วยสายตาอันร้อนแรง จึงได้หันหน้าไปดูพลางแยกเขี้ยวใส่อี้ชิงหลง “เสด็จอา
“เฟิ่งหวง ฉีหลิน เผาหลังคา”“ตกลง เผาแค่หลังคาเองรึ” เฟิ่งหวง“เดี๋ยวค่อยเผาต่อ ตอนนี้เผาหลังคาก่อน”“ก็ได้ ก็ได้”เฟิ่งหวงพ่นไฟใส่หลังคาตำหนัก ตอนนี้ไฟเริ่มลุกไหม้ ฉีหลินเองก็พ่นไฟใส่ห้องบรรทมของสนมกุ้ยเฟยที่ตอนนี้กำลังถวายการรับใช้อยู่ ยังไม่ทันที่จะได้ถวายการรับใช้ก็ต้องรีบแต่งตัววิ่งหนีตายกันออก
ปักษากับเพิ่งหวงทั้งสองตัวบินไปรับคนที่ถูกส่งมาปกครองที่รัฐต้าไห่ ตอนแรกที่ท่านอ๋องอี้เทียนหลงเห็นปักษากับเฟิ่งหวงทั้งสองตัวบินมาร่อนลงตรงบริเวณใกล้ ๆ ที่ค่ายพักแรมก็ตกใจมาก จนกระทั่งเฟิ่งหวงบินมาทิ้งจดหมายลง พอได้อ่านแล้วถึงได้รู้ว่าท่านแม่ทัพรัตติกาลส่งมารับอี้เทียนหลงสั่งให้ทุกคนเก็บของเตรียมตัว
อี้เหวินหลงฮ่องเต้เพียงแต่ตอบกลับไปว่า ต้าโจวเองไม่ต้องการเป็นศัตรูกับผู้ใดและไม่เคยคิดรุกรานผู้ใดก่อน หากแต่ว่า ใครคิดที่จะรุกรานต้าโจวนั้นให้คิดให้รอบคอบเสียก่อน เพราะต้าโจวเองก็จะไม่อ่อนข้อให้กับผู้ใดทั้งสิ้น ขอให้ทุกแคว้นอยู่ด้วยกันอย่างสันติ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันก็พอ เพื่อความสงบสุขของแคว้นและประช
หลังจากที่ฉีเล่ยกลับขึ้นไปแดนเทพ ก็ไปขอให้เทพแห่งการสร้างลงมาสร้างตำหนักหมอกทมิฬที่ยอดเขาไท่หลง นอกจากนี้ยังได้ขอให้เทพีพฤกษาปลูกต้นท้อวิญญาณ และยังได้ไปขูดรีดหินรวมปราณมาจากเทพทั้งหลาย จนสามารถนำมาสร้างเป็นเสารวมปราณได้สำเร็จ หยางเสี้ยวเองเพราะตำแหน่งอ๋องทมิฬหล่นทับเขามาโดยที่เจ้าตัวไม่อยากได้ ทำ
หลังจากฉีเล่ยกลับไปแล้ว ทุกคนก็ต่างแยกย้ายกัน ท่านปู่หยางไห่กับปู่ใหญ่ไปจุดธูปไหว้ป้ายวิญญาณบรรพบุรุษ ทั้งสองคนดีใจเป็นอย่างมากที่สามารถกอบกู้ตระกูลหยางกลับมาอีกครั้ง และลูกหลานในตระกูลยังยึดถือกฎของตระกูลอย่างเคร่งครัด ขอให้บรรพบุรุษตระกูลหยางทุกคนหลับให้สบาย “อาเสี้ยว พวกเราจะไปไห่เหอเมื่อไหร่” ห
“อืม เด็กต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู เราเข้าใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”หลังจากลับมาจากจวนจ้านหยางอ๋อง เจ้ากรมพิธีการก็จัดการขายสาวใช้ที่ยุแยงและคอยให้ท้ายบุตรสาวของเขา ออกไปจนหมด นอกจากนี้แล้วยังตำหนิฮูหยินเอกที่ไม่อบรมบุตรสาวให้ดี ฮูหยินเองก็ไ
หลังจากหยางอันทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป สองนายบ่าวกลับจวนไปด้วยความหวานหวั่นในใจ หวาดกลัวว่าหยางอันจะพาจ้านหยางอ๋องบุกมาที่จวน ตอนนี้คุณหนูห้าผู้ที่เคยหยิ่งผยองกลับร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว สาวใช้ที่ติดตามข้างกายเช่นอิ๋งชุนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ต่างโทษกันไปมาสุดท้ายแล้วจึงไปขอค
“พี่เจวี๋ยพวกเราไม่ผิด เหตุใดต้องยอมด้วย เจ้ากรมพิธีการแล้ว อย่างไร หน้าใหญ่มากหรือเจ้าคะ พระสนมเอกแล้วอย่างไร ทำอันใดได้เจ้าคะ ผิดคือผิด ถูกคือถูก จะมาเห็นผิดเป็นถูกกลับขาวเป็นดำแบบนี้หรือเจ้าคะ บอกเลยต่อให้สิบเจ้ากรมพิธีการข้าก็ไม่กลัว หึ” หยางอันสะบัดหน้าหยางอันไม่ยอมเดินกลับไปตามที่เมิ่งเจวี๋ย
เมิ่งเจวี๋ยพาหยางอันเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ ทั้งสองคนเพียงแค่อยากรู้ว่ารสชาติของถังหูลู่ที่เมืองหลวงกับรสชาติที่บ้านเกิดของพวกเขาถังหูลู่ที่ไหนจะอร่อยกว่ากันเท่านั้น นอกจากนี้การนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบๆไม่ใช่สิ่งที่หยางอันชอบ “พี่เจวี๋ยท่านดูสิถังหูลู่ของเมืองหลวงมีขนาด
“ท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหาแววไม่ ขอท่านอ๋องอภัยด้วยพะย่ะค่ะ”“ลุกขึ้นเถอะเจ้าจะทำให้เรื่องใหญ่โตไปทำไม ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ”“ขอบใจเช่นนั้นเราขอตัวก่อน”รถม้าของหยางเสี้ยวเคลื่นที่เข้าไปในเมืองและวิ่งออกไปจนลับสายตา ทหารรักษาประตูเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก อ๋องทมิฬแม้จ
หลังจากหยางเสี้ยวฝึกจนสำเร็จแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพ จำเป็นต้องสะสางงานก่อน ในระหว่างที่เขาเก็บตัวฝึกเป็นท่านพ่อหยางเทียนกับท่านลุงหยางเทาคอยรับรายงานเรื่องราวต่างๆและคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแทนเขาอยู่เสมอ โชคดีที่เจ้าเมืองทั้ง 7 หัวเมืองเป็นคนใจซื่อมือสะอาด อีกทั้งยังได้ท่านลุงตู้ป๋อ
“พวกเจ้ามาหาผู้ใดเช่นนั้นรึ”“ท่านพ่อ ข้าเองขอรับ หยางเสี้ยว”“อาเสี้ยวหรือ ใช่อาเสี้ยวจริง ๆ ด้วย เจ้าโตขึ้นมากจนพ่อจำไม่ได้ สามปีแล้วที่เจ้าไม่ได้กลับมาบ้านเลย ตอนนี้ฝึกสำเร็จแล้วหรือไม่ แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน สหายของลูกหรือ”“นั่นลวี่เช่อ เฮยเช่อ ปักษา ต้าไป๋ โหวจื่อ ไป๋หู่ เต่าดำ หลันเช่อ ฉีหลิน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยางเสี้ยวเก็บตัวฝึกอยู่สามปี ในที่สุดก็เลื่อนขั้นมาจนถึงขั้นมหายานได้สำเร็จ ตอนนี้เขาสามารถเดินทางขึ้นไปแดนเทพได้แล้ว อีกทั้งสามารถเปิดใช้งานค่ายกลทางขึ้นลงแดนเทพกับตำหนักหมอกทมิฬได้เช่นเดียวกัน จากเด็กน้อยเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้กลับกลายมาเป็นหนุ่มน้อยวัย 14 ย่าง 15 ปี หน้า
ลมหนาวสายหนึ่งพัดมา หยางเสี้ยวรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เขามาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามปีแล้ว พอผ่านปีใหม่ครั้งนี้เขาก็จะมีอายุ 11 ปี ในโลกนี้ เวลาเกือบสามปีตระกูลหยางมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ตัวเขาเองก็มีภาระแสนหนักอึ้งบนบ่า แต่ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดีแล้ว ตระกูลหยางจะมี