“แต่ขอโทษนะ เผอิญฉันเป็นผู้หญิงหิวเงิน...เอาเงินสักร้อยสองร้อยล้านมาวางเป็นค่าตัว แล้วจะพาฉันไปตกนรกขุมไหนก็ตามสบาย...คุณมีปัญญาหามาจ่ายไหมล่ะ”“อู้...ค่าตัวเธอแพงไปหน่อยไหมเอแคลร์ ฉันยังไม่แน่ใจเลย ว่าจะได้เป็นคนแรกของเธอหรือเปล่า ถ้าใช่มันก็น่าสนใจดีอยู่น่ะ”สายตาเป็นประกายแปลบปลาบเหมือนสายฟ้าฟาด ทำให้ชายหนุ่มอมยิ้ม “ในเมื่อเธอกล้าเสนอมา ฉันก็คงต้องเอากลับไปคิดแล้วละ ว่าพอจะไปขุดคุ้ยหาไอ้เจ้าเงินในหีบ ในไห ในลังใส่เสื้อผ้า มาเป็นค่าตัวแลกเปลี่ยนพาตัวเธอไปเสพสวาทได้หรือเปล่า”รอยยิ้มแต้มบนมุมปากหนา อติกานต์ทำเป็นปากกล้า แต่พอเขาคิดจะเอาจริงใบหน้ากลับซีดเผือด ดวงตาตื่นตระหนกขลาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แต่เมื่อเสนอมาแล้ว...อย่างเขาหรือจะไม่รีบตะครุบเอามาอยู่ในอุ้งมือน่ะ“ว่าแต่ตอนนี้บอกได้หรือยัง คิดอะไรอยู่ถึงได้เดินไม่มองดูทาง ไม่รู้หรือไงนี่มันต่างถิ่นนะ อันตรายแค่ไหนรู้บ้างไหมหากเจอคนไม่ดีเข้าน่ะ” ชายหนุ่มถามอย่างเป็นห่วง พานโกรธไปถึงไอ้ตัวซวยที่ไม่รู้ไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่บอกไม่เตือนให้ระวังตัวกันบ้าง หรือคิดว่าตัวเองใหญ่พอดูแลได้ทั่วถึง จนลืมไปหรือเปล่า แม้เป็นโรงแรมใหญ่ การป้
“รับรองได้ว่าฉันจะไม่ถูกตีจนหัวแบะ แถมยังจะได้พาเอแคลร์ออกไปเต้นรำ...รำลึกความหลังหวานๆ ด้วย”อติกานต์ผ่อนลมหายใจออกจากปากหนักๆ ไม่ว่าจะเล่นงานยังไง เธอก็ต้องพ่ายโมฮาหมัดตลอด เธอเลยเลือกสะบัดแขนออกจากมือใหญ่และหาทางเดินย้อนกลับไปยังส่วนร้านขายเสื้อผ้าของโรงแรม ทว่า...“เดี๋ยวพาไปเอง แต่ตอนนี้...ขอนิดนะ”ไม่ทันได้ถามว่าเขาขอสิ่งใด แขนแกร่งก็สอดรัดรอบเอวคอดกิ่ว ดึงรั้งร่างอรชรเข้าไปแนบชิด ปลายนิ้วยาวสอดใต้ปลายคางมนดันให้แหงนขึ้น พร้อมใบหน้าคร้ามแกร่งเปื้อนยิ้มละมุนละไมก้มลงมาอย่างเชื่องช้า ปากหนาหยักแนบบนหน้าผากนวล ไต่ไล่ลงมาตามตามแก้มนุ่มหอม“ฉันอยากทำอย่างนี้กับเธอตลอดเลยรู้ไหมเอแคลร์” ชายหนุ่มเอ่ยเว้าวอนเสียงเบาขณะแนบจูบบนปากอิ่มนุ่มแผ่วบางเบาราวกับผีเสื้อโบยบินไปเกาะบนกลีบกุหลาบ ขบกัดดูดย้ำกลีบปากหวานฉ่ำก่อนเปิดแย้มกลีบดอกไม้ เลาะเล็มซอกซอนหาความหวานปานน้ำผึ้งจนพอใจ ถึงได้ถอนจุมพิตออกอย่างเสียดายและคลายแขนออกจากร่างอรชร เปลี่ยนเป็นเกี่ยวก้อยเล็กพาคนที่ยังเพริดอยู่กับจูบหวานๆ ให้เดินตามไปจัดหาข้าวของที่จำเป็นต้องใช้อย่างเริงร่าอติกานต์สลัดความรู้สึกแปลกๆ กับการใกล้ชิดโมฮาหมัด ชายที่
“ขอเป็นอย่างอื่นได้ไหมนี่” ขอขวัญเอ่ยกึ่งระอากึ่งเหนื่อยหน่ายใจไม่แพ้ใบหน้าซึ่งพยักรับด้วยความเซ็งจับจิต “ก็ได้ๆ ไปก็ได้” หญิงสาวเอ่ยอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนร่างอรชรอ้อนแอ้นผุดลุกจากเตียงนอน พร้อมเดินหน้ามุ่ยไปคว้าผ้าขนหนูตรงหน้ากระจกมากอดอกไว้“อยากหายตัวได้จังเลย จะได้ไม่ต้องไปงานเลี้ยงบ้าๆ นั่น”อติกานต์อดยิ้มกับคำพูดอ่อนอกอ่อนใจที่ดังมาแตะโสตประสาทหู ด้วยเธอเองก็อยากทำได้อย่างนั้นเหมือนกัน“หรือเราสองคนจะทำแบบว่า...หนีกันดีไหมคุณเอแคลร์”“หนีไปไหนล่ะ ออกจากโรงแรมไปยังไม่ทันถึงครึ่งวัน คงได้เป็นลมล้มพับอยู่กลางทะเลทรายที่แดดร้อนเปรี้ยงอย่างกับจะเผาให้ไหม้เกรียมเสียมากกว่า”ขอขวัญยกมือกุมอกและปล่อยร่างเซถลา พลางส่ายศีรษะไปมาเล็กน้อย “อู้ย...พูดแบบนี้ได้ยังไงกันล่ะคะคุณเอแคลร์เจ้าขา ดูถูกตัวเองชะมัดเลย อย่างเราสองคนน่ะ มีรูปโฉมเป็นทรัพย์ มีปากเป็นศรี เจรจาพาทีหวานๆ สักหน่อย ก็มีผู้ชายหน้าเหม็นมาคอยเป็นสารถีและองครักษ์พิทักษ์แล้วล่ะค่ะ”อติกานต์หัวเราะกับใบหน้าและท่าทางตลกเพี้ยนๆ ยืนเซไปเซมาอย่างกับคนเมาเหล้าของขอขวัญ จนใบหน้าหม่นหมองกระจ่างสดใสขึ้นมา “ฉันกลัวเจอปากเปราะๆ ที่พูดโดยลืมกล
“ปล่อยฉันนะ!!” ขอขวัญแผดร้องเสียงดังลั่น สองมือกำหมัดระดมทุบไปบนกายแกร่งกำยำรัวเร็วแรงเท่าที่จะทำได้ อย่างลืมตัวไปว่าการเคลื่อนไหวจะยิ่งทำให้ปมผ้าขนหนูคลายออกมากขึ้น“เอา...ร้องเข้าไป ร้องไห้ดังๆ นะ แล้วก็เคลื่อนไหวให้เร็วกว่านี้ด้วย ฉันจะได้เห็นรูปร่างเธอชัดๆ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอ เมื่อครู่เขาหงุดหงิดอารมณ์เสียอยู่นะ ด้วยใกล้ถึงเวลาสำคัญทว่าสองสาวที่ควรต้องไปยืนเคียงข้างกลับไม่ยอมโผล่หน้าไปสักคน จนต้องตามมาดู จึงได้เห็นอติกานต์เดินออกไปด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ อยากตรงเข้าไปทักและเอ่ยถาม...ไม่ใช่เพราะสนใจใคร่รู้อะไรหรอกนะ เพียงแค่เขามีหน้าที่ดูแลเธอให้อยู่รอดปลอดภัย แต่เอาเข้าจริงๆ เขากลับยืนรอปล่อยให้หญิงสาวเดินผ่านไป เพื่อเขาจะได้มาหาอีกคนในห้องนี้ จัดการลงโทษคนไม่รักษาเวลาแทนให้หนักๆเหมือนสวิตช์ไฟที่เปิดอยู่ถูกสับให้ปิด มือนุ่มนิ่มยกขึ้นพร้อมนิ้วกางออก จุดหมายคือใบหน้าครึ้มด้วยหนวดและเคราที่ได้รับการตัดตกแต่งอย่างดี มองแล้วไม่น่าเกลียด มิหนำซ้ำยังมีเสน่ห์แฝงออกมา พานทำให้คนเห็นหัวใจกระตุกหยุดชะงักความตั้งใจเดิม เปลี่ยนเป็นจับปมผ้าขนหนูที่เริ่มคลายออกอย่างเร็วไว“อ้าว
ขอขวัญตวัดค้อนขวับๆ ยื่นมือไปไขว่คว้าผ้าขนหนูและปัดป้องไม่ให้คนหน้าด้านได้เห็นเรือนกายถนัดถนี่ ฟันกรามขบกัดกรอดๆ ด้วยเป็นเดือดเป็นแค้นอยากกางนิ้วมือทั้งสิบนิ้วออกแล้วลากข่วน พร้อมจิกเข้าไปในดวงตาคมเข้มที่มองอย่างกับจะกลืนกินด้วยความปรารถนาและ...“จะปิดไปทำไม ไม่นานฉันก็จะได้จับได้ต้องจนหมดทุกซอกทุกมุมอยู่แล้ว”“คุณมัน...ไปตายซะ ไอ้คนบ้า!” ขอขวัญกระฟัดกระเฟียดเพราะโกรธจัด เครียดจนอยากจะร้องไห้ เมื่อหาทางออกและเอาคืนคนตัวใหญ่ไม่ได้“คนอย่างฉันแม้แต่พระเจ้ายังเมิน ไม่อยากรับเอาวิญญาณไปด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มเอ่ยประชดเสียงกระด้างดุกร้าว “แล้วยังไม่ได้พาเธอเที่ยวลำนาวาสวรรค์เลย จะรีบตายไปไหนกันล่ะ”ขอขวัญรู้สึกเหมือนกับในกายเต็มไปด้วยเพลิงไฟที่พร้อมปะทุด้วยความโกรธชายตรงหน้าที่ยังมีรอยยิ้มตรงมุมปาก แต่ไม่ใช่ใบหน้าและดวงตาซึ่งดุดันและแข็งกร้าว น่ากลัวจนสองขาเพรียวยาวถึงกับสั่น ที่เธอยังฮึดฮัดเรียกความกล้าออกมาสู้ เรื่องอะไรจะให้ผู้ชายที่ไม่รู้จักมาย่ำยีร่างกายและทำร้ายหัวใจกันเล่า“ปากอย่างคุณนะ ไปลงนรกขุมที่สิบแปดไม่ต้องผุดต้องเกิดดีกว่า” ขอขวัญตวัดค้อนใส่คนที่ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ดวงตากลับแข็งกร้าว
“ขอโทษนะคะ ฉันอยากอยู่คนเดียว” หญิงสาวเอ่ยเสียงเย็นอย่างคิดว่าสามารถตัดปัญหาไปได้ ทว่า...รอยยิ้มตรงมุมปากที่ได้เห็นช่างคุ้นตามากเหลือเกิน จนทำให้ไพล่คิดไปถึงใครบางคนที่ชอบทำให้เธอโกรธ ที่พ่วงกับอีกหนึ่งความรู้สึกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ ทว่าอติกานต์ก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไป ด้วยไม่เชื่อว่าเขาคนนั้นจะกล้าเข้ามาประกาศตัวว่าสนใจเธอในอาณาจักรแห่งนี้ ด้วยเข้ามาแล้วอาจไม่ได้กลับออกไปอย่างคนอาการครบสามสิบสอง“อยู่คนเดียวเหงาออก ผู้คนมากมายล้วนแล้วแต่แปลกหน้าทั้งนั้น ผมว่าคุณผู้หญิงมีเพื่อนคุยคอยเป็นเกราะคุ้มกันน่าจะดีกว่านะครับ”ท่ามกลางสรรพเสียงที่ดังกระหึ่ม เพียงเธอปรากฏกายขึ้นเท่านั้น ทุกอย่างกลับเงียบลง สายตาทุกคู่โฟกัสมาที่ร่างเพรียวบางในชุดสีครีมลูกไม้แนบเน้นให้เห็นความงดงามของกายสาว ผู้ชายมองด้วยความรู้สึกอยากสานสัมพันธไมตรีด้วย ขณะที่ผู้หญิงมองด้วยความอิจฉาริษยาในความงดงาม ภายใต้ใบหน้าและส่วนบนของศีรษะจะมีผ้าลูกไม้ฉลุปกคลุมอยู่“ไม่จำเป็น ฉันเอาตัวรอดได้”“อย่าเสี่ยงดีกว่าครับ ตอนนี้ใครต่อใครต่างก็หมายใจอยากเข้าใกล้ เพื่อเต้นรำกับสาวสวยอย่างคุณ”“ไม่เว้นแม้แต่คุณ...แต่ขอโทษด้วย ฉันมาท
“ไม่อยากได้ยินเธอกรีดร้องเสียงแหลมแสบไส้ บาดลึกจนแก้วหูแทบแตก แต่ขอเป็นร้องครางหวานๆ ยั่วเย้าเว้าวอนขอให้ฉันรีบทำอย่างอื่นเร็วไวดีกว่าไหมขอขวัญ”ใบหน้าผุดผาดซีดเผือดแหงนขึ้นมองหน้าคมเข้มอย่างงุนงง ดวงตาเข้มดุวามวาวคล้ายลูกแก้วสะท้อนแสงไฟ ทำให้หัวใจดวงน้อยคล้ายมีความหวาดกลัวระคนอยากรู้อยากเห็น ก่อนความทรงจำร้ายๆ จะผุดขึ้นในสมอง พร้อมความเจ็บปวดราวกับผิวเนื้อถูกทิ่มแทงจากเข็มนับร้อยเล่ม“...” เสียงผลักไสกลายเป็นเพียงแค่เสียงกระอึกกระอักในลำคอ สองมือที่ทาบผลักบ่ากว้างก็สั่นสะท้าน เมื่อชายหนุ่มละเลียดไล้บดคลึงอย่างอ่อนโยนราวกับปีกขนนกโบยบิน คล้ายต้องการจะปลอบโยนและปัดเป่าความหวาดกลัวภายในใจขอขวัญให้จางหายไปทีละน้อยท่อนแขนกำยำรัดร่างบอบบางแนบสนิทชิดจนได้สัมผัสโนมเนื้อนุ่มนิ่ม ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังบอบบาง ไต่ไปจับรั้งท้ายทอยมนให้รับจุมพิตอ่อนหวานเว้าวอนให้ยินยอมพร้อมใจ ฟันคมๆ กดย้ำบนกลีบปากอิ่มนุ่มจนขอขวัญรู้สึกหนาวสะท้านจนขนกายลุกเกรียว พอๆ กับเสียงของหัวใจที่กระหน่ำเต้นรัวเร็ว แม้มีความเจ็บปวดสอดแทรกอยู่บ้างแต่ก็น้อยนิดเมื่อเทียบกับครั้งแรก สัมผัสที่มาพร้อมความรู้สึกวาบหวามปั่นป่วนในช่
“ไม่ว่าจะไปนรกขุมไหน แค่มีเธอไปด้วย ฉันก็ยินดีไปโดยไม่รีรอเลยละ” ชายหนุ่มโต้กลับพร้อมละสายตาจากการมองสบกับดวงตากลมโตเปล่งประกายลุกเรืองรองและสองแก้มใสซึ่งแดงระเรื่อด้วยโกรธกริ้วไปยังมุมหนึ่งของห้อง เมื่อรู้สึกเหมือนกับถูกมองด้วยสายตาเป็นอริ แต่ก็ได้เห็นเพียงหลังไวๆ ของใครบางคน ความรู้สึกบอกว่าใช่! คนที่เขาตามหาตัวอยู่ แม้ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ที่ไม่ได้เห็นหน้าให้ตามไล่ล่าตัวถูกง่ายๆ แต่เขาก็รู้อีกฝ่ายใช่จะเป็นหนูให้ถูกแมวตะครุบได้ง่ายๆ แต่เป็นหมูเขี้ยวตันที่มีมันสมองและเป็นพันธุ์หมาป่า ถึงได้ปราดเปรียวและเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด แต่คนเราต่อให้เก่งฉกาจสักแค่ไหน ทว่าก็ยังมีวันพลาดเผลอกระโจนลงสู่หลุมกับดักจนได้นั่นแหละ!“คุณมัน...ไอ้บ้า!” เมื่อไม่รู้จะโต้กลับอีกฝ่ายไปได้ยังไง ขอขวัญจึงถลึงตาใส่และเบี่ยงใบหน้าหนีดวงตาเหมือนจะยิ้มได้คู่นั้น ทำให้ได้เห็นอติกานต์ที่เดินตามหลังใครบางคนมา ใบหน้าแม้จะเรียบเฉย ทว่าดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นกลับฉายแววประหวั่นพรั่นพรึงอย่างกักเก็บไว้ไม่มิด“อยากไปก็ได้นะขอขวัญ แต่ฉันไม่รับประกันว่าเพื่อนเธอจะปลอดภัย” มือใหญ่สอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและหันไปพยักหน้าให้ลูกน
“ว้าย! ทำอะไรนะคะคุณซีกัลป์” แขนกลมกลึงรีบยกขึ้นโอบรัดรอบแผงคอแกร่ง เมื่ออยู่ดีๆ อันเดซาอีก็ช้อนร่างเธอมานอนราบบนเตียงนอนผ้าขนสัตว์เนื้อนุ่ม “ปล่อยฉันก่อน...นะคะ” ขอขวัญยกสองมือยันแผงอกกว้าง กลืนน้ำลายคงคออย่างฝืดเคืองเมื่อเจอกับสายตาร้อนแรงแฝงไว้ด้วยความปรารถนาที่ปกปิดเอาไว้ไม่มิด “ไอย่าค่อนข้างจะขี้อาย แค่ถูกฉันจับมือนิดหน่อยก็อายจนหน้าแดงปลั่งแล้ว ผิดกับเธอที่...” ปลายนิ้วยาวตวัดลากไล้ไปบนผิวเนื้อนวลเนียนนุ่ม“เหมือนจะอ่อนหวาน อ่อนโยน แต่เอาเข้าจริงก็ร้อนแรงประหนึ่งน้ำมันราดลงไปบนกองไฟ”อยากจะบอกว่า...ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้ก็ได้ นี่มันยังกลางวันอยู่เลย อีกอย่างให้เวลานับจากนี้พิสูจน์คำพูดของเขา ทว่าเพียงใบหน้าคร้ามแกร่งโน้มลงมา สัมผัสแผ่วเบาที่แนบหน้าผากกว้าง ไต่ลงมาเรื่อย ๆ จนถึงกลีบปากอิ่มนุ่ม ค่อย ๆ บดคลึงลงไปอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน“ฉันอยากให้ทั้งตัวเองและเธอมั่นใจ คนที่อยู่ด้วยคือแม่ของขวัญที่เดินทางมากับนกเหล็ก มาเพื่อให้ฉันแกะกล่องด้วยความเสน่หา ที่ฉันจะบอกทุก ๆ วัน ย้ำให้เธอแน่ใจในทุก ๆ สัมผัส”ปากหนาเม้มกัดสลับบดคลึง พลางสอดแทรกเรียวลิ้นอุ่นชื้นเข้าไปกระหวัดกวาดไล้ดื่มด่ำ
ทั้งที่อยากจะถามตรงๆ ทว่าเห็นดวงตาที่ฉายแววตัดพ้อก็ทำให้เกิดพูดไม่ออกขึ้นมาฉับพลัน อีกทั้งถึงจะใช่คนเดียวกัน แต่ตอนนี้ต่างภพต่างความทรงจำ ต่างคนต่างก็มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกันไปแล้ว ย่อมที่จะไม่ใช่คนเดียวกัน!ขอขวัญพยักหน้ารับ “ค่ะ ฉันพอจะจำเรื่องราวที่คุณเจอกับคุณไอซาย่าในตลาดได้ สาวน้อยที่อยู่ดีๆ ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นโจร ช่วงเวลาที่คุณสองคนอยู่ด้วยกัน รอบกายอบอวนไปด้วยความรักและความสุข แม้กระทั่งวันที่คุณบอกรัก”เจ็บแปลบในทุกคำที่เอื้อนเอ่ยออกมา เหมือนกับหัวใจถูกกรีดเป็นชิ้นๆ “และ...ขอแต่งงาน” เสียงของเขายังดังสะท้อนก้องอยู่ในหูเธอ เสมือนจะตอกย้ำความรักของอันเดซาอีและไอซาย่าให้เธอถึงระลึกเอาไว้ อย่าริอ่านทำตัวเป็นมารสอดแทรกกึ่งกลาง“แต่ที่ฉันไม่รู้คือเรื่องราวของอดีต การข้ามภพข้ามชาติมาจุติใหม่ ฉันจะใช่คุณไอซาย่ากลับมาเกิด เพื่อจะชดเชยวันเวลาที่คนซึ่งรักกันถูกพรากให้ห่างกัน ได้รักและให้คุณรักหรือเปล่า” แต่สิ่งหนึ่งที่รู้ ณ ห้วงเวลานี้ ทั้งตัวเธอเองและไอซายาต่างก็ปรารถนาในสิ่งเดียวกัน! ทำให้อันเดซาอีมีความสุขที่สุด ได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ตราบนานเท่านาน แม้เธอจะต้องเจ็บปวดก็ยอมจะให้เขาคิดอ
“ว่าแต่...มันเรื่องอะไรกันล่ะ” ปลายนิ้วยาวลากไล้บนพวงแก้มนุ่มซับสีเลือดฝาดอย่างอ่อนโยน “เธอจะยอมบอกความจริงกับฉันได้หรือยัง มีเหตุผลกลใดที่ชักนำให้เธอตัดสินใจเดินทางมาที่นี่...ขอขวัญ”ชายหนุ่มจับคางมนให้แหงนขึ้น ปลายนิ้วยาวลูบไล้บนกลีบปากนุ่มแผ่วเบา “มาเป็นของขวัญให้กับผู้ชายที่จมอยู่กับห้วงแห่งความทุกข์ใจ โหยหาใครสักคนมาเติมความรู้สึกที่ขาดหาย พร้อมอยู่เคียงข้างกันตลอดไป”แม้จะผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่พอจะให้เอ่ยปากบอกถึงเหตุผลที่ทำให้ตัวเองต้องมาที่นี่ ที่บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนกับว่าเรื่องลี้ลับที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่เรื่องเหลวไหล ฝันก็คือฝันมิอาจนำมาพิสูจน์ความจริงและอ้างเป็นหลักฐาน ทำให้คนอื่นเชื่อไม่ได้ด้วย“ทำไมล่ะ หรือเธอยังไม่ไว้ใจฉัน”ขอขวัญผ่อนลมหายใจออกจากปอด คิดว่าอันเดซาอีคงจะสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่ยังคงมียามถูกเขาแตะเนื้อต้องตัว หรือไม่ก็ออกมาทางความฝันที่ทำให้เธอสะดุ้งตื่นมาพร้อมหยาดน้ำตาที่เอ่อไหลอาบแก้ม“ไม่ใช่ค่ะ เพียงแค่ฉัน...ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังคุณยังไงดี” ขอขวัญเอ่ยด้วยความงุนงงกับสิ่งที่พานพบมา ถึงตอนนี้เธอสับสนด้วยแยกไม่ค่อยออก สิ่
ขอขวัญทำเสียงขลุกขลักในลำคอ ก่อนจะตวัดค้อนใส่พ่อจอมวางแผนวงโต ถ้าไม่ติดว่าอยากให้เพื่อนมีความความสุขด้วยละก็นะ...เธอจะภาวนาให้อติกานต์ใจแข็ง ไม่ยอมยกโทษให้ง่ายๆ“อ้าว...ไหนว่าสงสาร อยากให้เอแคลร์มีความสุขไง ทำไมถึงได้หน้าตายุ่งเหยิงแบบนี้ล่ะ”“มันก็ใช่อยู่หรอก แต่เล่นมาหลอกลวงกันอย่างนี้ใช้ได้ที่ไหน คนเดียวกันแท้ๆ แต่กลับทำเป็นไม่รู้เรื่องตอนคุณเอแคลร์เอ่ยทัก แถมยังจะปฏิเสธหน้าตายอีก”“ฮัลด์ก็มีเหตุผลในส่วนของเขาที่ต้องทำอย่างนั้น ซึ่งเราสองคนที่คนนอกไม่ล่วงรู้ แต่เมื่อเรื่องทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดีแล้ว เราก็ควรที่จะอวยพรให้ชีวิตคู่ของเขาสองคนมีความสุขตลอดไป...ใช่ไหม”ขอขวัญพยักหน้ารับ เอนกายอรชรแนบชิดอกกว้าง “ใช่ค่ะ...ทุกคนมีความสุขกันแล้วสินะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงเบาหวิวยามคิดถึงเหล่าผู้คนที่อยู่รอบกายกับหนทางที่เขาเหล่านั้นได้เลือกแล้ว ฮารินะเพื่อแก้แค้นให้กับพ่อแม่ แม้รู้ว่าอันตรายก็ไม่หวาดหวั่น เข้าต่อกรกับโจรร้ายจนตัวเองแพ้พ่าย แต่ก็มีความสุข เมื่อได้กลับไปซบอกอุ่นท่องเที่ยวไปทั่วพื้นทรายที่รัก แม่โซไรยากับโอซามุที่ก็ผ่านเรื่องร้ายๆ มามากมาย กลายเป็นเพื่อนสนิทที่เข้าใจกันอติกา
“บ้า! ใครรักคุณกันล่ะยะ เปล่าสักหน่อย”“อืม...นั่นสิ ฉันยังไม่ได้ยินคำบอกรักเลยนี่นา อย่างนี้คงต้องขอเบิ้นอีกสักรอบ เอ๊ะ...หลายรอบๆ ดีกว่า จะได้มั่นใจไอ้ที่ได้ยินเมียจ๋าบอกเมื่อกี้มันแว่วๆ สงสัยจะหูฝาดไปจริงๆ นั่นแหละ”“ไม่! ฉันบอกแล้ว...บอกแล้ว” อติกานต์รีบพูดจนลิ้นพัวพันกัน มือหนึ่งยกขึ้นดันใบหน้าคร้ามแกร่งที่ก้มลงมาหา อีกมือก็รีบตะครุบมือหนาที่โอบอุ้มทรวงอกกลมกลึง ค่อยๆ นวดคลึงทำให้เธอวาบหวามเสียวซ่าน ลมหายใจเริ่มจะขาดเป็นห้วงๆ“ถ้าไม่รัก ฉันคงไม่ยอมปล่อยให้เรื่องเมื่อกี้เกิดขึ้นหรอก” ดวงตากลมโตหลุบมองลอนกล้ามเนื้อบึกบึน พลางกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองเพราะกายแกร่งที่แนบชิด“ฉันเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่มาจากต่างบ้านต่างเมือง หัวเดียวกระเทียมลีบ คุณกรุณาปรานีผู้หญิงคนนี้ที่เผลอรักคุณไป ทั้งก่อนหน้านั้นคุณเป็นจอมโจรร้ายอยู่เลย อุ๊ย!” อติกานต์หลุดเสียงอุทานออกมา เมื่อกายสาวอันตรธานลอยไปพำนักบนลำตัวแข็งแกร่ง ใบหน้านวลผ่องร้อนผ่าวและคิดว่าคงจะแดงปลั่งจรดลำคอระหง ยามนิ้วยาวลูบไล้นวดคลึงแผ่นหลังบอบบางอย่างช้าๆ“คุณ...ฮัลด์ หยุดก่อนสิคะ” อติกานต์เว้าวอนขอเสียงแหบพร่า เมื่อปทุมถันกลมก
“อือ...” อติกานต์ร้องประท้วงเล็กน้อย เมื่อฝ่ามือหนาครอบครองทรวงอกอิ่มและนวดเฟ้นอย่างหนักหน่วงจะว่าไปเขาเคยเพียงแค่สัมผัสไม่เคยยลบัวตูมเต่งตึงของอติกานต์ชัดๆ สักครั้ง ชายหนุ่มจึงไม่รอช้า รีบถอนจูบและลากริมฝีปากไต่ลงไปตามแนวคาง ขบเม้มลำคอขาวผ่องแผ่วเบา ก่อนจะเคลื่อนไปหาทรวงอกกลมกลึงที่ไหวกระเพื่อม ที่เพียงแค่ได้เห็น...มิคาอิลก็หลุดเสียงคำรามออกมาพร้อมกับความกระหายราวกับเลือดในกายเดือดพล่านสองมือหนาสอดช้อนปทุมถันกลมกลึงขึ้นมา ปลายนิ้วยาวลากไล้ไปบนผิวเนื้อนุ่มๆ ใบหน้าคร้ามแกร่งเปื้อนยิ้ม ดวงตาเข้มเปล่งประกายด้วยปรารถนาขณะเหลือบขึ้นมองสบกับดวงตากลมโต“ฉันคิดไว้ไม่ผิด ไม่แค่นุ่มแต่ยัง...”เนื้อตัวอติกานต์สั่นสะท้าน วาบหวามเสียวซ่านจนเผลอหลุดเสียงร้องครางออกมา เมื่อมือหนานวดเคล้นสลับปลายนิ้วยาวลากไล้บนปลายยอดถันหดเกร็ง ปากอุ่นยังจะเลาะเล็มไปทั่วก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นอย่างเย็นใจ เพียงปลายลิ้นร้อนตวัดไล้วนไปทั่วป้านบัวสีหวานและขบเม้มดึงเข้าสู่อุ้งปาก เธอก็เปล่งเสียงหวานพร่าด้วยวาบหวามจนท้องไส้ปั่นป่วน สองขาเรียวยาวสั่นระริก ปลายเล็บมนจิกลงบนแผ่นหลังกว้าง พลางเคลื่อนไหวไต่ขึ้นไปพัวพันกับเส้นผมหนา
“จะโกรธกันลงจริงๆ หรือเอแคลร์ ฉันรักเธอจริงๆ นะ ที่ทำทุกอย่างลงไปก็เพราะรัก เพราะอยากจะรู้ความจริงในใจของเธอนั่นแหละ คนอะไรไม่รู้ ทำเป็นเย็นชาเฉยเมยเสียจริงๆ จนฉันอดสงสัยไม่ได้ ว่าไอ้เสน่ห์ที่มีนี่ใช้กับเธอไม่ได้เลยหรือไง”“ตอนนี้ก็ได้รู้แล้วไง ฉันรักโมฮาหมัด ไม่เคยรักคุณ หรือถึงฉันจะเคย...รัก! แต่เล่นมาหลอกลวงกัน เห็นเป็นตัวตลกอย่างนี้ ฉันก็เลิกรักได้เหมือนกัน”มิคาอิลยิ้มกว้าง “สายไปเสียแล้วล่ะจ้ะเมียจ๋า ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าเมียทั้งรักและห่วงแค่ไหน เรื่องอะไรจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ล่ะ น่า...นะ รับรักฉันนะจ๊ะ...ที่รักจ๋า”“ไม่!” เรื่องอะไรจะยอมรับรักและให้อภัยกันง่ายๆ ล่ะ กลั่นแกล้งทำให้เธออารมณ์เสียตั้งมากมาย หากำไรทำให้เธอหวั่นไหวไปตั้งเยอะ มันต้องเอาคืนหนักๆ หน่อยสิ“อีกอย่าง...ฉันแต่งงานกับโมฮาหมัดนะ ไม่ได้แต่งกับมิคาอิล ฮัลด์ อามูร์ สักหน่อย ยังถือว่าไม่ได้เป็นภรรยาของคุณนะคะคุณมิคาอิล ฮัลด์ อามูร์” อติกานต์พูดกลั้วหัวเราะลงคอบ้าง ดวงตากลมโตกลอกไปมา ใบหน้านวลผ่องแย้มยิ้มรื่นเริง“ถอยออกไปได้แล้ว ไม่ใช่เด็กๆ นะ ทับลงมาได้ หนักจะตาย อ้อ...ถ้ารักกันจริง ก็ต้องรอกันได้ ใช่ไหมล่ะ” สองมือเล
คิดตามคำพูดที่ฟังดูแปลกๆ ของมิคาอิลแล้วอติกานต์อดขมวดคิ้วเข้าหากันไม่ได้ “คุณอยากจะพูดอะไรกันแน่คุณมิคาอิล ช่วยพูดตรงๆ ดีกว่า เพราะฉันตามไม่ทัน”“หลายปีมาแล้วที่บ้านหลังนี้เกิดโศกนาศกรรมขึ้น ผู้คนมากมายที่มาร่วมงาน ถ้าไม่ล้มตายก็ถูกทำร้าย ไม่เว้นแม้กระทั่งน้าซีกัลป์ที่เจ็บหนักมากจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด คนรักก็ถูกโจรร้ายแย่งเอาตัวไป ระหว่างเดินทางกลับชุมโจรก็ได้เจอกับหนูน้อยมิคาอิล ฮัลด์ อามูร์ ซึ่งบาดเจ็บที่ศีรษะเดินโซซัดโซเซอยู่เลยช่วยเหลือเอาไว้ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าพวกโจรนั้นโหดเหี้ยมขนาดไหน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกทำร้ายซ้ำอีก พี่ไอซาย่าเลยบอกว่าฉันเป็นญาติห่างๆ จำได้ลางๆ ว่าตอนถูกถามชื่อ เหมือนฉันจะหลุดปากเรียกชื่อพ่อออกไป ทุกคนเลยเรียกฉัน...โมฮาหมัด!”อติกานต์ถึงกับอ้าปากค้าง หมอกที่ปกคลุมใจอยู่ถูกไขจนกระจ่างแจ้งในบัดดล ความเชื่อของเธอไม่ผิดแม้แต่น้อย เพราะอย่างนี้เธอถึงได้สะดุด จากใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ละม้ายเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียวกัน มาถึงท่วงท่าการเดินเหิน น้ำเสียงยามพูดคุยและหัวเราะ ดวงตาเข้มเปล่งประกายพร่างพราวระยับที่ซุกซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้ไม่มิด“คุณ...อย่ามาพูดพล่อยๆ แบบนี้นะ เ
“โดยเฉพาะกับการหาเรื่องเอารัดเอาเปรียบผู้หญิงใช่ไหมล่ะ” อติกานต์ย่นจมูกใส่คนหน้าเป็นอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ในเมื่อทำทุกทาง...หยิกข่วนและตีจนเจ็บมือแล้วแต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจสักนิด ยังจะจับมือนุ่มนิ่มมาจับและบีบกระชับสลับนวดคลึงหลังมือนุ่มนิ่มทำให้เธอใจสั่นไหวระรัว“ตอนนี้ฉันไม่หนีแล้วไง ปล่อยได้แล้ว กอดรัดมาได้ กระดูกกระเดี้ยวจะหักแล้ว รู้บ้างไหม”เห็นท่าทางกระเง้ากระงอดตวัดค้อนขวับๆ ของหญิงสาวแล้วเขาอดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงไปจรดจมูกโด่งลงไปบนแก้มนุ่มแรงๆ ไปสองสามครั้ง กำลังขยับไถลไปหวังจะจูบปากอิ่มนุ่มช่างจำนรรจาอติกานต์เผอิญรู้เท่าทันเสียก่อน จึงเบี่ยงหน้าหนีและหยิบเอาหนังหนาขึ้นมาบิดเต็มแรง จนเขาต้องยอมแพ้ แต่ก็ทำเสียงฮ่ำๆ ฮึ่มๆ อย่างต้องการจะบอกเธอว่า...‘ฝากไว้ก่อนเถอะ ถึงเวลาเอาคืนเมื่อไหร่ จะคิดดอกทบต้นชนิดไม่ให้ขาดสักนิดเดียวเชียว’“ไม่ต้องมาทำตาวาวใส่ฉันเลยนะตาบ้า ถ้ามาเพื่อรังแกกันแบบนี้ก็ออกจากห้องฉันไปเลยนะ ฉันเหนื่อยใจกับคุณจริงๆ มือไม้นี่ให้มันอยู่นิ่งบ้างได้ไหมฮึ!”มิคาอิลยิ้มกว้าง “ถ้าไม่รังแกก็อยู่ได้ใช่ไหมล่ะ” เอ่ยถามน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ดวงตาพร่างพราวระยับ อติกานต์กลอกตาไปมาด้วย