“ดูเหมือนว่าสัตว์ปีศาจพวกนี้ออกมาจากก้นเหวน้อยกว่าเดิมแล้วนะ” ผังหนงชักชวนให้ทุกคนมองไปยังปากเหว ที่สัตว์ปีศาจห้าขาขึ้นมาจากด้านล่างน้อยกว่าเดิม และเวลานี้พวกมันยังหยุดขนไข่ผ่านช่องทางนี้อีกด้วย“ปีศาจห้าขาคงเป็นเพียงกลุ่มแรกที่พวกมันส่งมาดูความสามารถของมนุษย์ ต่อไปมันอาจจะหาช่องทางอื่นพบแล้วเป็นไปได้ว่าจะส่งสัตว์ปีศาจที่มีความสามารถสูงขึ้นมาแทน” ฝูซีให้ความเห็น“ข้าว่าก็ไม่เท่าไรนะ ดูอย่างพวกที่อยู่ในไข่สิยังไม่ทันไรพวกเราก็จัดการเก็บกวาดได้ราบคาบ มีมาอีกเราก็สังหารทิ้งเสียก็หมดเรื่อง!!” จงหลีถ่มน้ำลายลงพื้น เบะปากอย่างลำพองใจ“อย่าชะล่าใจไป อย่าลืมว่าบนแดนสวรรค์ก็มีคนที่สูงส่งเกินจินตนาการมนุษย์ แดนปีศาจก็คงไม่ต่างกัน มนุษย์อย่างเราจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด”“ที่ปากเหวแห่งนี้มีต้าโหวจื้อคอยเฝ้าระวังเอาไว้แล้ว ข้าคิดว่าพวกเราควรกระจายตัวกันออกไปทางอื่นบ้าง ข้าว่าทางเหนือก็มีเทือกเขาสูงและมีหุบเหวลักษณะเดียวกันนี้ไม่น้อย” เวยวั่งซูพิจารณาว่าสัตว์ปีศาจอาจค้นหาเส้นทางขึ้นจากก้นเหวที่อื่นดังเดิม “เช่นนั้นพี่ชายเวยก็นำกำลังคนไปทางเหนือ ส่วนข้าคิดจะนำคนส่วนหนึ่งตามน้องสาวกลับไปทางใต้"ฝูซีพยั
แดนสวรรค์มหาเทพทั้งสามรวมทั้งเหล่าทวยเทพยืนมองภาพแดนมนุษย์เบื้องล่างผ่านเนตรเทวะ หลายคนกำหมัดแน่นด้วยความรันทดใจกับภาพการต่อสู้ห้ำหั่นกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ปีศาจที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว พวกมันไม่ได้ปรากฏตัวเพิ่มขึ้นเพียงทางทะเลเท่านั้น แต่ยังเปิดช่องทางเข้าแดนมนุษย์จากทางทิศเหนือได้อีกทางตามที่เวยวั่งซูคาดเดาเอาไว้ เวลานี้สงครามระหว่างมนุษย์และสัตว์ปีศาจจึงเกิดไปทั่วทุกทิศทางและรุนแรงมากขึ้นทุกวัน“ถึงเวลาที่พวกเราจะลงไปแดนมนุษย์แล้วกระมัง สัตว์ปีศาจเหล่านั้นเริ่มส่งตัวตนระดับสูงขึ้นมาไม่หยุด อีกไม่นานพวกเขาจะต้านทานเอาไว้ไม่ไหว” มหาเทพสิงเทียนกลั้นหายใจอยู่หลายอึดใจ เขาเพิ่งได้เห็นภาพสุนัขจิ้งจอกกับปลาหมึกตายไปอย่างน่าเวทนาในเวลาใกล้เคียงกันถึงสองตัว“แท้จริงแล้วมนุษย์รับมือพวกมันไม่ไหวมาระยะหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ ที่พวกเขายังยืนหยัดอยู่ได้ก็เป็นเพราะสัตว์เลี้ยงของเหยาจีทั้งสิ้น เราจะทนมองเห็นพวกเขาล้มตายไปจนหมดได้หรือท่านทั้งสาม!” เหล่าทวยเทพเริ่มออกเสียงประท้วงมหาเทพทั้งสามองค์ใบหน้าเรียบเฉยของมหาเทพฮ่าวเทียนยังคงจดจ้องไปที่เนตรเทวะ แต่แววตาของเขาก็แฝงไปด้วยความเจ็
“เจ้าควรจัดการเรื่องการแบ่งผลท้อทั้ง 14 ผลออกไปให้เร็วที่สุด เวลานี้กลิ่นของมันดึงดูดสัตว์ปีศาจให้มุ่งมาที่เกาะลอยเพียงแห่งเดียวแล้ว อย่าชักช้าอยู่เลยน้องสี่” “คุณชายใหญ่กล่าวได้ถูกแล้ว หากผลท้อถูกกินไปทั้งหมดไม่แน่ว่าสัตว์ร้ายเหล่านี้อาจกลับไปยังแดนปีศาจของมันดังเดิมก็ได้" มู่สี่เสินรีบสนับสนุนคำกล่าวของอ๋าวหลวนเซี่ยอีกเสียงอ๋าวหลวนหลงได้รับความช่วยเหลือจากมารดาและฮูหยินผู้เฒ่ากัวให้ลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง กล่าวตามจริงเขาก็ใคร่ครวญเรื่องผลท้อทั้ง 14 ผลมานานพอสมควรว่านอกจากตนเอง มู่เหยาจี ฝูซีและสี่เสินแล้ว อีกสิบผลที่เหลือส่วนหนึ่งก็คิดจะมอบให้กับสหายสี่-ห้าคนที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานาน อีกส่วนก็จะมอบให้กับทายาทสายหลักสกุลอ๋าวเพื่อความมั่นคงของสายตระกูลแต่สถานการณ์รอบเกาะลอยในเวลานี้ทำให้ชายหนุ่มต้องตัดสินใจใหม่อีกครั้ง“ฝูซี สี่เสิน เหยาจี พวกเจ้ารับกันไปก่อนคนละผล” การตัดสินใจนี้ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนที่อยู่ในเรือน แต่มู่เหยาจีกลับมีสีหน้าลังเลใจ“ด้านนอกกำลังมีศึกใหญ่ ข้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนสายพฤกษาเท่านั้น ยามนี้ผลท้อน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่แข็งแกร่งมากกว่า
ท้องทะเลรอบเกาะลอย“ต้านไว้ไม่อยู่แล้ว!! คุ้มกันเกาะลอย!! ไปรวมตัวกันที่เกาะลอยเร็วเข้า!” ผังหนงตะโกนสุดเสียงเขากับเวยวั่งซูแต่เดิมคอยคุ้มกันทางเข้าจากทิศเหนือและถูกกดดันจนต้องถอยร่นลงมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้องแบ่งแยกคนส่วนน้อยเอาไว้กับทางต้าโหวจื้อด้านทิศตะวันตก ส่วนที่เหลือก็พากันมาตั้งหลักอยู่บนบริเวณชายฝั่งไม่ให้สัตว์ปีศาจจากบนแผ่นดินหลุดรอดลงไปทางน้ำ แต่เมื่อขาดกำลังคนที่แข็งแกร่งรวมทั้งสัตว์ปราณอีกหกตัวที่ต้องรีบกินผลท้อ กำแพงมนุษย์ที่บริเวณชายฝั่งก็เริ่มต้านเอาไว้ไม่อยู่ ตะขาบก็ถูกฉีกร่างตายไปอีกสองตัว สุนัขจิ้งจอกที่เหลือก็รีบว่ายน้ำไปที่เกาะลอยเพื่อรักษาที่มั่นสุดท้ายร่วมกับสัตว์น้ำที่เหลือเช่นกัน“มีปีศาจชนิดใหม่โผล่ขึ้นมาทางน้ำ!! โจมตี!!”ผู้ฝึกตนหลายคนผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัวไปครึ่งก้าว ครั้งนี้แดนปีศาจไม่ได้ส่งสัตว์ปีศาจรูปร่างประหลาดออกมาอีกแล้ว แต่กลับส่งปีศาจซากศพคล้ายมนุษย์ตัวเขียวส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ “บัดซบพวกมันว่ายน้ำได้ไม่มีเหน็ดเหนื่อย และยังฆ่าไม่ตายอีก!!”กลุ่มผู้ฝึกตนที่ลอยเรืออยู่รอบเกาะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าพวกเขาไม่ได้เป็นฝ่ายได้เปรียบแต่อย่างใด
มู่เหยาจีจงใจไม่กินผลท้อที่อยู่กับตัวลงไปในทันทีเพราะนางต้องการยื้อเวลาให้พวกอ๋าวหลวนหลงและพี่ชายเอาไว้ให้มากที่สุด“พวกมันมุ่งหน้าไปที่ต้นท้อสวรรค์! หวางผางเจ้าเฝ้าพวกเขาไว้! ทุกคนไปรีบไปที่ถ้ำเร็วเข้า!!” อ๋าวซีซวนชักชวนให้กลุ่มผู้ฝึกตนทิ้งคนทั้งหกไว้กับหวางผาง ส่วนสัตว์ใหญ่อีกหกตัวก็ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ภายในสวนท้อธรรมดาด้านหลังของหวางผางเช่นกันในน้ำเวลานี้เหลือเพียงปลาหมึกสามตัว เต่าและหอยนางรมที่เป็นกำลังหลักในการป้องกันพื้นที่ทางน้ำ แต่สัตว์ปีศาจรวมทั้งซากศพส่วนใหญ่ก็พากันขึ้นมาบนเกาะลอยได้สำเร็จ บนเกาะลอยมีสุนัขจิ้งจอกห้าตัวและลิงยักษ์อีกสองตัวที่ได้รับบาดเจ็บจนเลือดท่วมแต่ยังคงต่อสู้เคียงข้างกับมนุษย์อย่างไม่ยอมแพ้มู่เหยาจีวิ่งมาจนถึงต้นท้อสวรรค์ นางมองจากที่สูงเห็นได้ชัดว่านางถูกปีศาจล้อมนางและต้นท้อเอาไว้ตรงกลางโดยมีกลุ่มมนุษย์และสัตว์เลี้ยงของนางพยายามตีฝ่าเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ในขณะที่หญิงสาวยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรต่อไป ร่างมหึมาของหวางเซี่ยและคู่ของมันก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจากอีกด้านของเกาะลอย“พวกเขาตื่นแล้ว!!” หญิงสาวระบายลมหายใจออกทางปากพร
“ฟังคำสั่งข้า!!” มหาเทพมู่ซีวาดสองมือออกไปในอากาศปล่อยชายแขนเสื้อสีชมพูยาวโบกสะบัดพลิ้วไหว เพียงครู่เดียวผีเสื้อเกล็ดแก้วนับหมื่นก็โบยบินมาหานางเพื่อรอฟังคำสั่ง“พวกเจ้าหกพันตัวจงลงไปแดนมนุษย์เพื่อปกป้องมู่เหยาจี จากนี้ไปเจ้าทั้งหกพันตัวจะอยู่ภายใต้คำสั่งของนาง!”“มหาเทพมู่ซี!! เราจะไม่เข้าไปแทรกแซงสงครามในแดนมนุษย์!" มหาเทพฮ่าวเทียนยืนกรานคำเดิม“แน่นอนว่าข้ารู้ดี แต่ยามนี้ข้าให้ทูตสวรรค์ทั้งหกพันลงไปเพื่อปกป้องต้นท้อสวรรค์ต่างหาก ท่านไม่เห็นหรือว่าพวกปีศาจกำลังขโมยมันไป”มหาเทพสิงเทียนตาเหลือกค้างไปชั่วอึดใจ คำตอบเช่นนี้มหาเทพมู่ซีก็ยังคิดขึ้นมาได้!! ปกป้องต้นท้อสวรรค์ก็ต้องมีเหตุให้ลงไม้ลงมือกับเหล่าปีศาจอยู่ดี หลีกเลี่ยงว่าไม่เข้าไปแทรกแซงได้ด้วยหรือ? มหาเทพสายสรรพสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ยักไหล่ข้างหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ผู้ใดจะคิดอย่างไรก็ช่างเขาไม่อาจส่งเทพสัตว์อื่นๆ ลงไปได้โดยสะดวก มหาเทพมู่ซีกล้าเสนอเขาก็กล้าสนับสนุน!“ผีเสื้อเกล็ดแก้วถือกำเนิดจากน้ำค้างของต้นท้อ ไม่แปลกที่พวกมันจะปกป้องคุ้มครองต้นท้อสวรรค์ให้อยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม อีกทั้งเราก็ไม่มีเหตุให้ต้องริบเอาพลังความสามารถของพวก
เสียงระเบิดดังก้องอยู่ในร่างของชายหนุ่มที่ยังนอนหลับใหลอยู่ใต้ร่างของหวางผางอย่างปลอดภัย ร่างกายของเขาขับเอาของเสียที่เป็นพิษทั้งหมดออกมาเป็นเมือกสีดำเหนียวข้นครู่หนึ่งก็แห้งกลายเป็นแผ่นและสลายหายไปกับอากาศเปิดเผยให้เห็นผิวเนื้อที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม“ผ่านไปอีกระดับแล้ว” อ๋าวหลวนหลงสำรวจร่างกายของตนเองอยู่ในห้วงความคิดการดูดซับเอาพลังปราณจากผลท้อสวรรค์ที่ค่อยๆ ช้าลงและเขาคิดว่ามันจะหยุดไปแล้วตั้งแต่เข้าสู่ระดับขั้นจักรพรรดิ แต่พลังปราณกลับยังคงไหลเวียนเติมเต็มทะเลปราณในร่างกายของตนอย่างต่อเนื่องจนบรรลุขั้นหลอมรวมและยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุด“เขาบรรลุถึงขั้นแปดแล้ว คุณชายใหญ่ส่งลูกแก้วมังกรให้กับเขาเร็วเข้า!!” ฝูซีมองไม่เห็นแต่เขาได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของอ๋าวหลวนหลงผ่านผีเสื้อเกล็ดแก้วที่คอยรายงานทุกเรื่องอยู่ใกล้ๆอ๋าวหลวนเซี่ยและทายาทสกุลอ๋าวล้อมวงกันเฝ้ามองร่างของน้องชายสี่ที่ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง พอได้ยินคำของฝูซีเขาก็รีบส่งสมบัติล้ำค่าที่วางอยู่บนแท่นศาลเทพมังกรมานานหลายชั่วอายุคนให้กับอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ“เขาจะทำอะไรกับมันได้ ในเมื่อเขายังไม่ตื่น?” อ๋าวซีซวนไม่แน่ใจ
อ๋าวหลวนหลงเดินตามฝูซีและกลุ่มพี่น้องเข้ามาในเรือนด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำ เมื่อเข้ามาด้านในก็พบร่างของมู่สี่เสินกำลังก้มหน้านิ่งสีหน้าเคร่งเครียด เวยวั่งซูและซินหรูอี้ประกบอยู่ข้างกายเขาและกำลังพูดคุยกันเสียงเบาคล้ายกำลังปลอบประโลมอีกฝ่ายอยู่ก้อนโทสะและความหวาดกลัวอันแน่นไปทั่วร่างของชายหนุ่ม คาดเดาการหายไปของเกาะลอยบางส่วนได้อย่างรวดเร็ว“คนที่ได้กินผลท้อสวรรค์ทุกคนล้วนอยู่ที่นี่ยกเว้นมู่เหยาจี!!” อ๋าวหลวนหลงกัดกรามเอาไว้แน่น จ้องมองไปที่ดวงตาของมู่สี่เสินไม่กะพริบ หากมู่สี่เสินมีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว เขาก็พร้อมจะระเบิดอารมณ์ออกมาไม่ยั้งเช่นกัน!!ลมหายใจของอ๋าวหลวนหลงขาดห้วงไปนานหลายอึดใจ และในที่สุดมู่สี่เสินก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาดีเหลือเกิน!! แววตาของมู่สี่เสินมีเพียงความโกรธแค้นและทุกข์ใจหาได้มีน้ำตาไหลออกมาเฉกเช่นคนที่สูญเสีย!!อ๋าวหลวนหลงถึงกับพรั่งพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด หัวใจที่แขวนเอาไว้สูงเมื่อครู่ค่อยๆ ลดลงมาถึงระดับปกติ แต่สีหน้ายังคงมีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย“ข้าพร้อมแล้วฝูซี เล่ามา!!”ฝูซีเล่าเหตุการณ์ในช่วงสี่วันที่อ๋าวหลวนหลงหลับไม่ได้สติออกมาช้าๆ
อ๋าวหลวนหลงเดินตามฝูซีและกลุ่มพี่น้องเข้ามาในเรือนด้วยหัวใจที่เต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำ เมื่อเข้ามาด้านในก็พบร่างของมู่สี่เสินกำลังก้มหน้านิ่งสีหน้าเคร่งเครียด เวยวั่งซูและซินหรูอี้ประกบอยู่ข้างกายเขาและกำลังพูดคุยกันเสียงเบาคล้ายกำลังปลอบประโลมอีกฝ่ายอยู่ก้อนโทสะและความหวาดกลัวอันแน่นไปทั่วร่างของชายหนุ่ม คาดเดาการหายไปของเกาะลอยบางส่วนได้อย่างรวดเร็ว“คนที่ได้กินผลท้อสวรรค์ทุกคนล้วนอยู่ที่นี่ยกเว้นมู่เหยาจี!!” อ๋าวหลวนหลงกัดกรามเอาไว้แน่น จ้องมองไปที่ดวงตาของมู่สี่เสินไม่กะพริบ หากมู่สี่เสินมีน้ำตาไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว เขาก็พร้อมจะระเบิดอารมณ์ออกมาไม่ยั้งเช่นกัน!!ลมหายใจของอ๋าวหลวนหลงขาดห้วงไปนานหลายอึดใจ และในที่สุดมู่สี่เสินก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขาดีเหลือเกิน!! แววตาของมู่สี่เสินมีเพียงความโกรธแค้นและทุกข์ใจหาได้มีน้ำตาไหลออกมาเฉกเช่นคนที่สูญเสีย!!อ๋าวหลวนหลงถึงกับพรั่งพรูลมหายใจออกมายาวเหยียด หัวใจที่แขวนเอาไว้สูงเมื่อครู่ค่อยๆ ลดลงมาถึงระดับปกติ แต่สีหน้ายังคงมีความกังวลใจอยู่ไม่น้อย“ข้าพร้อมแล้วฝูซี เล่ามา!!”ฝูซีเล่าเหตุการณ์ในช่วงสี่วันที่อ๋าวหลวนหลงหลับไม่ได้สติออกมาช้าๆ
เสียงระเบิดดังก้องอยู่ในร่างของชายหนุ่มที่ยังนอนหลับใหลอยู่ใต้ร่างของหวางผางอย่างปลอดภัย ร่างกายของเขาขับเอาของเสียที่เป็นพิษทั้งหมดออกมาเป็นเมือกสีดำเหนียวข้นครู่หนึ่งก็แห้งกลายเป็นแผ่นและสลายหายไปกับอากาศเปิดเผยให้เห็นผิวเนื้อที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม“ผ่านไปอีกระดับแล้ว” อ๋าวหลวนหลงสำรวจร่างกายของตนเองอยู่ในห้วงความคิดการดูดซับเอาพลังปราณจากผลท้อสวรรค์ที่ค่อยๆ ช้าลงและเขาคิดว่ามันจะหยุดไปแล้วตั้งแต่เข้าสู่ระดับขั้นจักรพรรดิ แต่พลังปราณกลับยังคงไหลเวียนเติมเต็มทะเลปราณในร่างกายของตนอย่างต่อเนื่องจนบรรลุขั้นหลอมรวมและยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุด“เขาบรรลุถึงขั้นแปดแล้ว คุณชายใหญ่ส่งลูกแก้วมังกรให้กับเขาเร็วเข้า!!” ฝูซีมองไม่เห็นแต่เขาได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของอ๋าวหลวนหลงผ่านผีเสื้อเกล็ดแก้วที่คอยรายงานทุกเรื่องอยู่ใกล้ๆอ๋าวหลวนเซี่ยและทายาทสกุลอ๋าวล้อมวงกันเฝ้ามองร่างของน้องชายสี่ที่ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง พอได้ยินคำของฝูซีเขาก็รีบส่งสมบัติล้ำค่าที่วางอยู่บนแท่นศาลเทพมังกรมานานหลายชั่วอายุคนให้กับอีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ“เขาจะทำอะไรกับมันได้ ในเมื่อเขายังไม่ตื่น?” อ๋าวซีซวนไม่แน่ใจ
“ฟังคำสั่งข้า!!” มหาเทพมู่ซีวาดสองมือออกไปในอากาศปล่อยชายแขนเสื้อสีชมพูยาวโบกสะบัดพลิ้วไหว เพียงครู่เดียวผีเสื้อเกล็ดแก้วนับหมื่นก็โบยบินมาหานางเพื่อรอฟังคำสั่ง“พวกเจ้าหกพันตัวจงลงไปแดนมนุษย์เพื่อปกป้องมู่เหยาจี จากนี้ไปเจ้าทั้งหกพันตัวจะอยู่ภายใต้คำสั่งของนาง!”“มหาเทพมู่ซี!! เราจะไม่เข้าไปแทรกแซงสงครามในแดนมนุษย์!" มหาเทพฮ่าวเทียนยืนกรานคำเดิม“แน่นอนว่าข้ารู้ดี แต่ยามนี้ข้าให้ทูตสวรรค์ทั้งหกพันลงไปเพื่อปกป้องต้นท้อสวรรค์ต่างหาก ท่านไม่เห็นหรือว่าพวกปีศาจกำลังขโมยมันไป”มหาเทพสิงเทียนตาเหลือกค้างไปชั่วอึดใจ คำตอบเช่นนี้มหาเทพมู่ซีก็ยังคิดขึ้นมาได้!! ปกป้องต้นท้อสวรรค์ก็ต้องมีเหตุให้ลงไม้ลงมือกับเหล่าปีศาจอยู่ดี หลีกเลี่ยงว่าไม่เข้าไปแทรกแซงได้ด้วยหรือ? มหาเทพสายสรรพสัตว์ผู้ยิ่งใหญ่ยักไหล่ข้างหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ผู้ใดจะคิดอย่างไรก็ช่างเขาไม่อาจส่งเทพสัตว์อื่นๆ ลงไปได้โดยสะดวก มหาเทพมู่ซีกล้าเสนอเขาก็กล้าสนับสนุน!“ผีเสื้อเกล็ดแก้วถือกำเนิดจากน้ำค้างของต้นท้อ ไม่แปลกที่พวกมันจะปกป้องคุ้มครองต้นท้อสวรรค์ให้อยู่ในสถานที่ที่เหมาะสม อีกทั้งเราก็ไม่มีเหตุให้ต้องริบเอาพลังความสามารถของพวก
มู่เหยาจีจงใจไม่กินผลท้อที่อยู่กับตัวลงไปในทันทีเพราะนางต้องการยื้อเวลาให้พวกอ๋าวหลวนหลงและพี่ชายเอาไว้ให้มากที่สุด“พวกมันมุ่งหน้าไปที่ต้นท้อสวรรค์! หวางผางเจ้าเฝ้าพวกเขาไว้! ทุกคนไปรีบไปที่ถ้ำเร็วเข้า!!” อ๋าวซีซวนชักชวนให้กลุ่มผู้ฝึกตนทิ้งคนทั้งหกไว้กับหวางผาง ส่วนสัตว์ใหญ่อีกหกตัวก็ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ภายในสวนท้อธรรมดาด้านหลังของหวางผางเช่นกันในน้ำเวลานี้เหลือเพียงปลาหมึกสามตัว เต่าและหอยนางรมที่เป็นกำลังหลักในการป้องกันพื้นที่ทางน้ำ แต่สัตว์ปีศาจรวมทั้งซากศพส่วนใหญ่ก็พากันขึ้นมาบนเกาะลอยได้สำเร็จ บนเกาะลอยมีสุนัขจิ้งจอกห้าตัวและลิงยักษ์อีกสองตัวที่ได้รับบาดเจ็บจนเลือดท่วมแต่ยังคงต่อสู้เคียงข้างกับมนุษย์อย่างไม่ยอมแพ้มู่เหยาจีวิ่งมาจนถึงต้นท้อสวรรค์ นางมองจากที่สูงเห็นได้ชัดว่านางถูกปีศาจล้อมนางและต้นท้อเอาไว้ตรงกลางโดยมีกลุ่มมนุษย์และสัตว์เลี้ยงของนางพยายามตีฝ่าเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง ในขณะที่หญิงสาวยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรต่อไป ร่างมหึมาของหวางเซี่ยและคู่ของมันก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจากอีกด้านของเกาะลอย“พวกเขาตื่นแล้ว!!” หญิงสาวระบายลมหายใจออกทางปากพร
ท้องทะเลรอบเกาะลอย“ต้านไว้ไม่อยู่แล้ว!! คุ้มกันเกาะลอย!! ไปรวมตัวกันที่เกาะลอยเร็วเข้า!” ผังหนงตะโกนสุดเสียงเขากับเวยวั่งซูแต่เดิมคอยคุ้มกันทางเข้าจากทิศเหนือและถูกกดดันจนต้องถอยร่นลงมาเรื่อยๆ สุดท้ายก็ต้องแบ่งแยกคนส่วนน้อยเอาไว้กับทางต้าโหวจื้อด้านทิศตะวันตก ส่วนที่เหลือก็พากันมาตั้งหลักอยู่บนบริเวณชายฝั่งไม่ให้สัตว์ปีศาจจากบนแผ่นดินหลุดรอดลงไปทางน้ำ แต่เมื่อขาดกำลังคนที่แข็งแกร่งรวมทั้งสัตว์ปราณอีกหกตัวที่ต้องรีบกินผลท้อ กำแพงมนุษย์ที่บริเวณชายฝั่งก็เริ่มต้านเอาไว้ไม่อยู่ ตะขาบก็ถูกฉีกร่างตายไปอีกสองตัว สุนัขจิ้งจอกที่เหลือก็รีบว่ายน้ำไปที่เกาะลอยเพื่อรักษาที่มั่นสุดท้ายร่วมกับสัตว์น้ำที่เหลือเช่นกัน“มีปีศาจชนิดใหม่โผล่ขึ้นมาทางน้ำ!! โจมตี!!”ผู้ฝึกตนหลายคนผงะถอยหลังโดยไม่รู้ตัวไปครึ่งก้าว ครั้งนี้แดนปีศาจไม่ได้ส่งสัตว์ปีศาจรูปร่างประหลาดออกมาอีกแล้ว แต่กลับส่งปีศาจซากศพคล้ายมนุษย์ตัวเขียวส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ “บัดซบพวกมันว่ายน้ำได้ไม่มีเหน็ดเหนื่อย และยังฆ่าไม่ตายอีก!!”กลุ่มผู้ฝึกตนที่ลอยเรืออยู่รอบเกาะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าพวกเขาไม่ได้เป็นฝ่ายได้เปรียบแต่อย่างใด
“เจ้าควรจัดการเรื่องการแบ่งผลท้อทั้ง 14 ผลออกไปให้เร็วที่สุด เวลานี้กลิ่นของมันดึงดูดสัตว์ปีศาจให้มุ่งมาที่เกาะลอยเพียงแห่งเดียวแล้ว อย่าชักช้าอยู่เลยน้องสี่” “คุณชายใหญ่กล่าวได้ถูกแล้ว หากผลท้อถูกกินไปทั้งหมดไม่แน่ว่าสัตว์ร้ายเหล่านี้อาจกลับไปยังแดนปีศาจของมันดังเดิมก็ได้" มู่สี่เสินรีบสนับสนุนคำกล่าวของอ๋าวหลวนเซี่ยอีกเสียงอ๋าวหลวนหลงได้รับความช่วยเหลือจากมารดาและฮูหยินผู้เฒ่ากัวให้ลุกขึ้นมานั่งอยู่บนเตียง กล่าวตามจริงเขาก็ใคร่ครวญเรื่องผลท้อทั้ง 14 ผลมานานพอสมควรว่านอกจากตนเอง มู่เหยาจี ฝูซีและสี่เสินแล้ว อีกสิบผลที่เหลือส่วนหนึ่งก็คิดจะมอบให้กับสหายสี่-ห้าคนที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันมานาน อีกส่วนก็จะมอบให้กับทายาทสายหลักสกุลอ๋าวเพื่อความมั่นคงของสายตระกูลแต่สถานการณ์รอบเกาะลอยในเวลานี้ทำให้ชายหนุ่มต้องตัดสินใจใหม่อีกครั้ง“ฝูซี สี่เสิน เหยาจี พวกเจ้ารับกันไปก่อนคนละผล” การตัดสินใจนี้ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนที่อยู่ในเรือน แต่มู่เหยาจีกลับมีสีหน้าลังเลใจ“ด้านนอกกำลังมีศึกใหญ่ ข้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนสายพฤกษาเท่านั้น ยามนี้ผลท้อน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่แข็งแกร่งมากกว่า
แดนสวรรค์มหาเทพทั้งสามรวมทั้งเหล่าทวยเทพยืนมองภาพแดนมนุษย์เบื้องล่างผ่านเนตรเทวะ หลายคนกำหมัดแน่นด้วยความรันทดใจกับภาพการต่อสู้ห้ำหั่นกันระหว่างมนุษย์และสัตว์ปีศาจที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว พวกมันไม่ได้ปรากฏตัวเพิ่มขึ้นเพียงทางทะเลเท่านั้น แต่ยังเปิดช่องทางเข้าแดนมนุษย์จากทางทิศเหนือได้อีกทางตามที่เวยวั่งซูคาดเดาเอาไว้ เวลานี้สงครามระหว่างมนุษย์และสัตว์ปีศาจจึงเกิดไปทั่วทุกทิศทางและรุนแรงมากขึ้นทุกวัน“ถึงเวลาที่พวกเราจะลงไปแดนมนุษย์แล้วกระมัง สัตว์ปีศาจเหล่านั้นเริ่มส่งตัวตนระดับสูงขึ้นมาไม่หยุด อีกไม่นานพวกเขาจะต้านทานเอาไว้ไม่ไหว” มหาเทพสิงเทียนกลั้นหายใจอยู่หลายอึดใจ เขาเพิ่งได้เห็นภาพสุนัขจิ้งจอกกับปลาหมึกตายไปอย่างน่าเวทนาในเวลาใกล้เคียงกันถึงสองตัว“แท้จริงแล้วมนุษย์รับมือพวกมันไม่ไหวมาระยะหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ ที่พวกเขายังยืนหยัดอยู่ได้ก็เป็นเพราะสัตว์เลี้ยงของเหยาจีทั้งสิ้น เราจะทนมองเห็นพวกเขาล้มตายไปจนหมดได้หรือท่านทั้งสาม!” เหล่าทวยเทพเริ่มออกเสียงประท้วงมหาเทพทั้งสามองค์ใบหน้าเรียบเฉยของมหาเทพฮ่าวเทียนยังคงจดจ้องไปที่เนตรเทวะ แต่แววตาของเขาก็แฝงไปด้วยความเจ็
“ดูเหมือนว่าสัตว์ปีศาจพวกนี้ออกมาจากก้นเหวน้อยกว่าเดิมแล้วนะ” ผังหนงชักชวนให้ทุกคนมองไปยังปากเหว ที่สัตว์ปีศาจห้าขาขึ้นมาจากด้านล่างน้อยกว่าเดิม และเวลานี้พวกมันยังหยุดขนไข่ผ่านช่องทางนี้อีกด้วย“ปีศาจห้าขาคงเป็นเพียงกลุ่มแรกที่พวกมันส่งมาดูความสามารถของมนุษย์ ต่อไปมันอาจจะหาช่องทางอื่นพบแล้วเป็นไปได้ว่าจะส่งสัตว์ปีศาจที่มีความสามารถสูงขึ้นมาแทน” ฝูซีให้ความเห็น“ข้าว่าก็ไม่เท่าไรนะ ดูอย่างพวกที่อยู่ในไข่สิยังไม่ทันไรพวกเราก็จัดการเก็บกวาดได้ราบคาบ มีมาอีกเราก็สังหารทิ้งเสียก็หมดเรื่อง!!” จงหลีถ่มน้ำลายลงพื้น เบะปากอย่างลำพองใจ“อย่าชะล่าใจไป อย่าลืมว่าบนแดนสวรรค์ก็มีคนที่สูงส่งเกินจินตนาการมนุษย์ แดนปีศาจก็คงไม่ต่างกัน มนุษย์อย่างเราจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด”“ที่ปากเหวแห่งนี้มีต้าโหวจื้อคอยเฝ้าระวังเอาไว้แล้ว ข้าคิดว่าพวกเราควรกระจายตัวกันออกไปทางอื่นบ้าง ข้าว่าทางเหนือก็มีเทือกเขาสูงและมีหุบเหวลักษณะเดียวกันนี้ไม่น้อย” เวยวั่งซูพิจารณาว่าสัตว์ปีศาจอาจค้นหาเส้นทางขึ้นจากก้นเหวที่อื่นดังเดิม “เช่นนั้นพี่ชายเวยก็นำกำลังคนไปทางเหนือ ส่วนข้าคิดจะนำคนส่วนหนึ่งตามน้องสาวกลับไปทางใต้"ฝูซีพยั
“หุบเขาทางฝั่งตะวันตก!!” สถานที่อันดับแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของมู่สี่เสินก็คือใจกลางหุบเขาตะวันตกอันเป็นที่อยู่อาศัยเดิมของสัตว์ทั้ง 14 ตัว“เป็นไปได้เลยทีเดียว เจ้าตัวน่ารังเกียจพวกนั้นปรากฏตัวในฝั่งตะวันตกมากกว่าทิศทางอื่น ข้าก็อาศัยอยู่ทิศนี้มาตั้งนานทำไมข้าจึงคิดไม่ได้นะ!” ต้าโหวจื้อทุบกำปั้นข้างหนึ่งเข้ากับฝ่ามือตนเอง “ที่นั่นมองจากด้านนอกจะไม่เห็นว่ามีหุบเขาลึกลับอยู่ด้านใน แม้แต่ข้าเองที่เคยไปมาแล้วครั้งหนึ่งกลับไปอีกทีก็ยากที่จะหาทางเข้าพบ ทางที่ดีเรารีบพาคนเข้าไปสำรวจกันเลยจะดีกว่า" มู่สี่เสินหันไปมองกลุ่มสัตว์ยักษ์ที่อยู่ใกล้กับเขา เวลานี้มีวานร 1 ตัว สุนัขจิ้งจอก 2 และนกอินทรีอีก 1"พวกเจ้าทั้งสามนำทางพวกเราไปที่นั่น ส่วนเจ้าคอยบินส่งข่าวให้ฝูซี หากเราพบว่าเป็นที่นั่นเป็นทางเข้าออกจริงก็ให้รีบส่งคนตามไป!!”ข่าวเรื่องการเข้าไปสำรวจหุบเขาลึกลับตะวันตกแพร่กระจายไปยังกลุ่มผู้ฝึกตนที่กระจายตัวกันอยู่ทางทิศตะวันตกอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานพวกเขาก็แบ่งกำลังคนแต่ละจุดให้มาเข้าร่วมเดินทางไปกับมู่สี่เสินสัตว์ยักษ์ทั้งสามตัวเคยอาศัยอยู่ในหุบเขาลึกลับแห่งนั้นมาร่วม 500 ปี เวลานี้ได้รับค