[จวนตระกูลหลิว]“ตายแล้ว ๆ เสี่ยวฟางนั่นพาใครมากันเล้านั่น เอ้าวางก่อน ๆ ”“ข้าบังเอิญเจอเขาเข้าระหว่างทางเจ้าค่ะแม่รอง เขาบาดเจ็บและขอให้ข้าช่วย ขะข้าจึง คือข้าเห็นคนเจ็บแล้วไม่ช่วย เกรงว่าจะไร้มนุษยธรรมเกินไปเจ้าค่ะ” เสี่ยวฟางเอ่ยชี้แจงกับฮูหยินรอง“โธ่ เสี่ยวฟางนะ เสี่ยวฟาง ใครก็ไม่รู้เนี่ยเจ้าพาเขามา เอ้าคนมาแล้วก็ย่อมรักษา เจิ้งซินให้คนไปตามหมอมาที”“ไม่ได้นะเจ้าคะ! แม่รองคนผู้นี้ถูกตามทำร้ายหากพวกเราไปเชิญหมอมาที่บ้าน หากพวกเขาจะสืบหาละก็ต้องตามเขาเจอเป็นแน่” ไม่ได้จะไปตามหมอมารักษาไม่ได้อย่างเด็ดขาด“เช่นนั้น แม่นมมู่เจ้าไปเตรียมของมาทำแผลให้ชายผู้นี้ก่อนก็แล้วกัน”“เจ้าค่ะฮูหยิน”หลังทำแผลให้ชายแปลกหน้าเสร็จเรียบร้อยเสี่ยวฟางจึงได้พาเขามาพักที่เรือนรับรอง ในใจนึกสงสัยในตัวตนของชายปริศนาผู้นี้อยู่ไม่น้อย ในตอนที่เปิดชุดเพื่อทำแผลนั้นแผลเขาเพียงถูกโดนถากไปประมาณหนึ่ง แต่เนื่องจากเสียเลือดมากจนทำให้บุรุษผู้นี้สลบไป แต่ผิวพรรณและหน้าตารวมถึงป้ายหยกเนื้อดีที่ห้อยอยู่ที่เอว ‘ฉู่’ ฉู่อย่างงั้นหรอ พลันก็ทำให้นึกคิดไปถึงคำพูดของฟู่หลางเทียนที่บอกจะให้นางไปฝึกการค้ากับสหายเขาที่แคว้นฉู่
นึกแล้วก็ช่างเจ็บใจยิ่งนักเหล่าองครักษ์ถูกพวกมันล่อไปอีกทางทำให้เกิดการชุลมุนขึ้นซึ่งตัวเขานั้นไม่ประสงค์ที่จะต้องให้ชาวบ้านต้องเดือดร้อนบาดเจ็บจึงล่อพวกมันออกมาอีกด้านจนเสียจังหวะพลาดพลั้งขึ้น บังเอิญโชคดีที่พบเจอสองสตรีผ่านมา หากไม่ได้พวกนางช่วยไว้เกรงว่าจะสิ้นชื่ออ๋องหกแคว้นฉู่เสียแล้ว“อ่อ ฉู่ยู่หลง นามข้า วันหน้าหากเจ้าผ่านไปเมืองหน้าด่านแล้วเดือดร้อนสิ่งใดต้องการให้ช่วยบอกนามนี้ออกไป ข้าจะมาช่วยเจ้า”ก่อนออกไปฉู่ยู่หลงไม่ลืมที่จะพูดทิ้งท้ายบอกชื่อเสียงเรียงนามต่อผู้มีพระคุณซักหน่อย สตรีนางนี้ถือว่าแปลกยิ่งนักสตรีเจียงซีล้วนผอมบางร่างเล็กส่วนนางกลับอวบอิ่มเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลนับว่างามอยู่ไม่น้อย น่าเสียดายนักหากมีเวลากว่านี้คงมิลังเลที่จะทำความรู้จักกับนาง แต่ช่างเถอะหากมีวาสนาต่อกันแล้วในภายหน้าคงต้องพบเจอกันอีกในสักวัน“ดะเดี๋ยวสิ เจ้า”“ฮือ ขะเขาไปแล้วรึเจ้าคะ”“อืม คนผู้นี้เร่งรีบไปไหนกันข้าอุตส่าห์ช่วยเขาไว้แท้ ๆ อยู่พูดคุยเสียหน่อยก็ไม่ได้ ชิ” หลิวฟางอี้บ่นอุบให้กับบุรุษที่นางช่วยไว้“ช่างเถอะเจ้าค่ะคุณหนู ตอนนี้ใกล้ได้ฤกษ์พิธีแล้วหากท่านยังมิรีบไปผลัดแป้งแต่งตัวเกรงจะไม่ทั
งานแต่งงานของบุตรสาวพ่อค้าตระกูลใหญ่อย่างตระกูลฟู่และบุตรชายตระกูลบัณฑิตมู่อ่าวอี้ ต่างได้รับเสียงชื่นชมมากมายจากผู้คนที่ออกมารอชมขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และงดงาม ตลอดเส้นทางไปจวนตระกูลมู่นั้นประดับตกแต่งด้วยผ้าสีแดง โคมไฟสีแดง และดอกไม้หอมนา ๆ พรรณอย่างงดงาม ด้านหน้าขบวนเกี้ยวเจ้าสาวคือบุรุษท่วงท่าสง่างามใบหน้าหล่อเหลาหากแต่เย็นชาราวน้ำแข็งเป็นผู้ขี่ม้านำขบวน ‘ฟู่หลางเทียน’ ความองอาจหล่อเหลาราวเทพจุติทำให้บรรดาสาว ๆ ถึงกับเคลิ้มไหวกับความงดงามองอาจสมบุรุษของเขา หากแต่ยิ่งใกล้เวลาส่งตัวเจ้าสาวเท่าไหร่ในใจคุณชายฟู่นั้นกลับร้อนลุ่ม ‘ไม่อยากทำร้ายนาง’ คือเสียงจากก้นบึ้งหัวใจแกร่งแต่ในภาวะเช่นนี้ก็คงจำต้องยอมจำนนเสียแล้ว ‘คู่สวรรค์สร้าง ๆ จริง ๆ’‘คุณหนูฟู่กับคุณชายมู่ คือคู่สวรรค์สร้างจริงแท้’เสียงเซ็งแซ่ชื่นชมของผู้คนตามท้องถนนทำให้เจ้าสาวอย่างฮวาซินนั้นแย้มยิ้มจนแก้มปริ ‘ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงวันที่นางและพี่มู่จะได้เป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์เสียที’“เฮ้อ” ฟู่ฮวาซินลอบถอนหายใจอันที่จริงนับตั้งแต่พี่ชายนางรับปากจะกีดกันยัยคุณหนูหลิวออกจากพี่มู่ของนาง นางก็ไม่เห็นยั
“เสี่ยวฟาง!”“พี่มู่ข้านึกว่าจะมาไม่ทันเสียแล้ว นี่ของขวัญวันแต่งงานเจ้าค่ะ” หลิวฟางอี้ยืนหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย นางเร่งเดินเร็วด้วยความกลัวว่าจะไม่ทันพิธีในงาน พร้อมไม่ลืมยื่นของขวัญที่ตั้งใจเตรียมให้แก่ผู้เป็นดั่งพี่ชายแท้ ๆ“ย่อมทัน ๆ ” มู่ฮ่าวอี้มองดูน้องสาวที่เขานั้นรักเหมือนน้องแท้ ๆ ด้วยสายตาเอ็นดู นี่นางโตเป็นสาวแล้วจริง ๆ สินะ“ยัยหนูหลิว”“คารวะท่านลุง ท่านป้ามู่เจ้าค่ะ”“อั๊ย! ไม่มากพิธี ๆ ดูสิไม่เจอเจ้าเสียนานนี่เจ้าโตเป็นสาวแล้วรึนี่ งดงามนัก” นายท่านมู่และฮูหยินต่างปรี่เข้ามาหาคุณหนูหลิวพร้อมมองนางด้วยสายตาเอ็นดู สตรีน้อยนางนี้ช่างน่าสงสารคราเด็กแม่แท้ ๆ ก็ตายจากไป ครั้นในตอนนี้บิดาก็ล้มป่วยแถมมีหนี้สินมากมายอีก นี่นางยืนหยัดได้ในทุกวันนี้ก็ย่อมเก่งมากแล้ว“เจ้าสาวมาแล้ว บรรเลงเพลงตระกูลสามัคคี สองตระกูลปรองดองฟ้าดินเป็นพยาน!”สตรีในชุดแดงปักลวดลายด้วยดิ้นด้ายทองงดงาม สวมใส่ประดับเครื่องหัวด้วยเครื่องประดับที่ทำอย่างประณีตจากทองคำสมฐานะคุณหนูรองตระกูลใหญ่ ในมือถือพัดยกปิดหน้า ส่วนอีกข้างก็ยกจับแขนแกร่งของผู้เป็นพี่ชายเดินเข้ามายังลานพิธีตระกูลมู่พลันสายตาคมของฟู่หลาง
หลิวฟางอี้เมื่อแลเห็นฟู่หลางเทียนที่ยืนเคียงข้างท่านลุงฟู่ก็เดินตรงเข้าไปหาก่อนจะต้องชะงักเมื่อฟ่านหลี่หลินผู้เป็นสหายรักเดินตัดหน้านางไปกอดแขนแกร่งของเขาอย่างสนิทชิดเชื้อ“นี่มันเรื่องอะไรกัน” เท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้ากลับหนักอึ้งคล้ายมีหินก้อนใหญ่ถ่วง ตากลมโตพยายามมองสบดวงตาคมหากแต่ฟู่หลางเทียนทำคล้ายกับว่ามองไม่เห็นนาง ทั้ง ๆ ที่นางก็ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขาแท้ ๆ“อ้าวยัยหนูหลิวมา ๆ มานี่มาใกล้ ๆ วันนี้ข้าฟู่ตี้เหรินมีข้าวดีเรื่องที่สองของตระกูลฟู่ที่จะประกาศ”“ข้าขอแนะนำคุณหนูเจ็ด ฟ่านหลี่หลินคนรักของบุตรชายข้า ฟู่หลางเทียน!”ฮึก! ‘ไม่จริงจะเป็นไปได้เช่นไรกัน ไม่จริงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’ เที่ยวฟางพลันเย็นวาบจนนิ่งแข็ง“ไม่จริง คุณชายฟู่นี่เป็นเรื่องจริงรึไม่”“ฮ่า ๆ ย่อมจริงแท้ยัยหนูหลิวเดี๋ยวได้ฤกษ์ก็จะให้แม่สื่อไปสู่ขออย่างเป็นทางการ เอาล่ะ ๆ เชิญทุกท่านดื่มด่ำสนุกสนานให้เต็มที่ครั้งหน้าต้องถึงคราวต้องเชิญทุกท่านในที่นี่ไปที่จวนตระกูลฟู่เป็นแน่ เอาล่ะคนแก่เช่นข้าวันนี้พอแค่นี้ขอตัวกลับจวนก่อน เชิญพวกท่านสนุกสนานให้เต็มที่เถิด ยัยหนูหลิวลุงกลับก่อนนะอ่ะ ไป
“ฮึก ๆ ” เสี่ยวฟางเวลานี้ทำได้เพียงยืนนิ่งสะอื้นไห้ นางกำลังรอฟังว่าพวกเขานั้นรวมหัวกันกลั่นแกล้งนางเช่นไรอีก ‘เสี่ยวฟาง ฟังให้พอ คนพวกนี้มีสิทธิ์อะไรมาล้อเล่นกับความรู้สึกนางเช่นนี้กัน’“เจ้าคิดจริง ๆ นะหรือเสี่ยวฟางว่าพี่ฟู่จะชอบเจ้าจริง ๆ เฮอะ! อัปลักษณ์เช่นเจ้านะหรือไม่รู้จักเจียมตัวเสียเลยนะ ข้าจะใจดีบอกเจ้าให้แล้วกันในฐานะที่เจ้าและข้า...หึ” ฟ่านหลี่หลินใช้นิ้วเรียวจิ้มลงช้า ๆ ที่ไหล่ของหลิวฟางอี้ก่อนจะออกแรงผลักจนคุณหนูหลิวที่ไม่ระวังตัวเซล้มลงไปกองที่พื้น“โอ๊ย! ฮึก” มืออวบค่อย ๆ กำแน่นปิดเปลือกตาแน่นด้วยหัวใจที่บีบรัดจนเจ็บ นางไม่น่าเลย ไม่น่าเลยจริง ๆ ไม่น่าไปหลงกลคุณชายปีศาจเช่นฟู่หลางเทียน หึ! บุรุษรูปงามและเพียบพร้อมรอบด้านเช่นเขาจะมาหลงรักสตรีเช่นนางได้เช่นไรกัน ‘เสี่ยวฟางเจ้าตื่นเถิด’“เสี่ยวฟาง” ฟู่หลางเทียนไม่อาจทนเห็นนางถูกรังแกได้อีกต่อไป กายแกร่งเตรียมถลาเข้าไปหานางหากแต่ถูกเจียวมิ่งรั้งไว้เสียก่อน“คุณชายใจเย็นขอรับ สงวนท่าทีก่อนแผนเรายังไม่สำเร็จ” เจียวมิ่งนึกสงสารคุณหนูหลิวนางอยู่ไม่น้อย และเชื่อเต็มบ่าว่าคุณชายของตนนั้นก็ย่อมมีใจให้นางเช่นกันแต่หากปล่อยให้คุณชา
“พี่ฟู่เจ็บรึไม่เจ้าคะ ดูสิเสี่ยวฟางนางป่าเถื่อนยิ่งนัก” ฟ่านหลี่หลินรีบเข้าไปหาฟู่หลางเทียนด้วยความเป็นห่วง“คุณหนูฟ่านวันนี้ข้าเหนื่อยมากรู้สึกปวดหัวนิด ๆ เช่นนั้นไว้วันหลังข้าจะชดเชยให้เจ้าแล้วกันนะ วันนี้ไม่อาจไปส่งได้ ข้าไปล่ะ” ก่อนจะหันไปเอ่ยสั่งเจียวมิ่งให้เก็บหยกทุกเม็ดที่แตกกระจายนำกลับไปให้ตนด้วย“ดะเดี๋ยวสิเจ้าคะ พี่ฟู่ ๆ” ฟ่านหลี่หลินมองไปรอบข้างก็พลันได้สติกลับมาเมื่อครู่นางเผลอรักษากริยาตอนนี้คงต้องรีบหลบไปก่อนเพื่อไม่ถูกนินทาไปมากกว่านี้“ฮึ! พวกท่านมองอะไรกันไม่เคยเห็นคนรึอย่างไร หึ!” ฟ่านหลี่หลินเดินออกจากงานพิธีมงคลด้วยอาการฟึดฟัดอย่างขัดใจ[จวนฟู่เฮ่อเหยา]ฉู่ยู่หลงพาผู้มีพระคุณของตนมายังจวนรับรองที่สหายฟู่จัดไว้ให้โดยมีสาวใช้นางติดตามมาด้วย ตลอดทางที่มาสตรีผู้นี้ร่ำไห้อย่างหนักราวกับจะขาดใจ ก่อนที่ครู่ต่อมากลับนิ่งสงบและมีอาการเหม่อลอย ในใจของนางนั้นเขาก็ไม่อาจรู้ได้ว่านางคิดเช่นไรอยู่ แต่นับตั้งแต่เกิดมาเขามิเคยได้ปลอบประโลมสตรีใดจึงทำได้เพียงสละอกแกร่งให้นางได้อิงซบเพื่อคลายโศกลงจนชุดเปียกเปื้อนน้ำตานางเป็นวงกว้าง“นี่มัน จะจวนตระกูลฟู่หนิ” ทันทีที่เงยหน้ามองป้ายจ
[จวนตระกูลหลิว]“คุณหนูเราจะไปที่นั่นจริง ๆ รึเจ้าคะ” เจิ้งซินที่กำลังช่วยคุณหนูของนางเก็บข้าวของที่จำเป็นลงหีบ“อืม” หลิวฟางอี้ในยามนี้ไม่สดใสดั่งเดิมอีกต่อไป ใบหน้าเรียบนิ่งที่ยังเจือกระแสเสียงสะอื้นน้อย ๆ และดวงตาที่มีริ้วความเสียใจพาดผ่านยังมีออกมาให้ได้เห็น“โธ่! คุณหนู” เจิ้งซินที่เห็นคุณหนูของตนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็สงสารอยู่ไม่น้อย“เจ้าเลิกถามมากแล้วไปเก็บของได้แล้วหากจะไปกับข้า หากไม่ไปละก็”“ไป ๆ เจ้าค่ะ ไป ๆ” เจิ้งซินหน้าตาเลิ่กลั่นรีบกุลีกุจอวิ่งออกจากห้องของหลิวฟางอี้ทันทีเสี่ยวฟางทำได้เพียงส่ายหน้าช้า ๆ ให้กับสาวใช้ตัวน้อย เมื่ออยู่คนเดียวคล้ายความคิดหวนกลับไปนึกถึงอดีต พลันทำให้น้ำตาไหลกลิ้งลงมาอีกรอบ สายตาเหลือบมองไปเห็นข้าวของที่เคยได้รับจากฟู่หลางเทียนพลันเกิดความวูบโหวงขึ้นที่อกจนต้องลุกไปคว้ากวาดทั้งหมดลงในหีบไม้เตรียมส่งคืนไปให้เขา ความทรงจำหลอกลวงไม่จำเป็นต้องมีมันอีกต่อไป ต่อแต่นี้ไปนางจะใช้ชีวิตของนางให้ดี นางจะต้องพาตระกูลหลิวออกจากเงาตระกูลฟู่ให้ได้ภายใต้ท้องรัตติกาลอันมืดมิด ปรากฏบุรุษชุดดำกะโดดเร้นกายไปในความมืด เท้าวิ่งไต่ไปตามหลังคาเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็
“ข้ากับเสี่ยวฟางเอ่อเราทั้งคู่รักกันขอรับ ข้าจะให้แม่สื่อมาสู่ขอกับนายท่านหลิวในวันพรุ่งขอรับ”“เฮ้ย! บ๊ะ! ฟู่หลางเทียนเจ้าลูกบ้า! หน้าที่หาแม่สื่อมันเป็นของข้าต่างหากเล่า นี่เจ้าใจร้อนจัดหาเองเลยรึ ห๊า!” ฟู่ตี้เหรินตบเข่าฉาดใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นชี้หน้าบุตรชายแสร้งโมโห‘บ๊ะ!ไอ้เจ้าลูกคนนี้ครั้งนั้นทำเป็นปฏิเสธยัยหนูหลิว มาครานี้มันจัดแจงเองเสียเสร็จสรรพ ไม่ได้การล่ะ! กลับไปข้าต้องไปจัดเตรียมสินสอดให้เสียยิ่งใหญ่ ตระกูลฟู่จะมีงานมงคลจะให้น้อยหน้าไม่ได้’“โธ่ท่านพ่อ” ฟู่หลางเทียนแสร้งโอดโอย“ฮ่า ๆ ดี ๆ ดียิ่งนักเสี่ยวฟางเราในที่สุดก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที เฒ่าฟู่ข้ากับเจ้าในที่สุดก็ได้เกี่ยวดองกันแล้วสิ” หลิวตงหยางเอ่ยอย่างปลื้มปิติ ลูกเขยคนนี้ทำสิ่งต่าง ๆ มากมายแม้ไม่มีสินสอดสักตำลึงตนก็ย่อมเห็นดีเห็นงาม“ฮ่า ๆ นั่นสิ ๆ ข้าต้องรีบกลับไปเตรียมสินสอดเสียก่อนนะเฒ่าหลิว จะให้น้อยหน้าไม่ได้ ๆ” ฟู่ตี้เหรินลุกขึ้นเตรียมกลับจวนอย่างตื่นเต้น“ไม่รีบ ๆ เฒ่าฟู่ ฮ่า ๆ ”ฟู่หลางเทียนและเสี่ยวฟางมองภาพครอบครัวที่ชื่นมื่นยินดีกับพวกตนด้วยแววตาเปี่ยมล้นด้วยความสุข มือใหญ่โอบรั้งดึงเอาร่างอวบเข้ามากอดแนบอก
เช้าตรู่ยามยามเฉิน [07.00 น.] คนทั้งสองตระกูลได้มารวมกันที่ว่าการอำเภอพร้อมพยานทั้งหมดที่ฟู่หลางเทียนติดตามหามาได้จนครบถ้วนไม่ต้องหล่น ส่วนอีกฝั่งเป็นคนจากตระกูลเจียงและตระกูลฟ่าน และรอเพียงไม่นานผู้ว่าการศาลต้าหลี่ก็นั่งประจำตำแหน่ง“เอ้าล่ะ ไหนคุณชายฟู่เจ้าลองว่ามาเหตุใดจึงกล่าวหาว่าการปล้นในครานั้นเป็นฝีมือของคนตระกูลเจียง!”“ข้าล้วนสืบจนแน่ชัด” ฟู่หลางเทียนลุกขึ้นมายืนตรงกลาง ก่อนจะเอ่ยต่อ“ข้าสงสัยว่าสินค้าจำนวนไม่น้อยและเงินจำนวนมากหายไป ทำไมคนตระกูลเจียงถึงไม่เดือดร้อนเท่าที่ควร ข้าจึงให้คนของข้าไล่กว้านซื้อผ้าไหมทั้งเจียงซีและแคว้นโดยรอบมาไว้เองเสียหมดเพื่อปั่นราคาผ้าไหมให้แพงขึ้นบีบให้...คนร้ายนำของกลางออกมาขาย”เอือก! ที่แท้พ่อค้าที่ต้องการผ้าไหมจำนวนมากและซื้อในราคาแพงคือ ฟู่หลางเทียนรึนี่ เฮอะ! เล่นกันเช่นนี้เลยรึ เหงื่อกาฬเจียงจื่อหยวนและขุนนางฟ่านเริ่มไหลแตกพลั่ก ๆ อย่างนึกหวั่นใจ ไม่นึกว่าไอ้หนูหน้าอ่อนนี้จะใช้วิธีเช่นนี้มาล่อพวกตน“และข้าพบว่าผ้าไหมที่ตระกูลเจียงนำมาขายให้ข้านั้น เท่ากับสินค้าที่ถูกปล้นไปไม่ขาดไม่เกิน! ขอรับ” ฟู่หลางเทียนพูดจบก็แสยะยิ้มร้ายอย่างน่
หลิวฟางอี้ได้ฟังก็ได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ให้ตายเถอะนางช่างไม่ชินกับคุณชายฟู่ในครั้งนี้เอาเสียเลย“ดูท่านสิ! ชักเหลวไหลไปใหญ่”“เจ้าไม่ต้องห่วงข้าได้ให้คนไปลอบสืบมาแล้วล่ะ สินค้าในครานั้นที่ถูกปล้นไปล้วนเป็นคนในปล้นกันเอง และข้าได้ซื้อกลับมาไว้เองเสียหมดแล้ว วันพรุ่งไปที่ว่าการอำเภอกัน พรุ่งนี้ข้าจะทำให้ตระกูลเจียงหายไปจากเจียงซี พ่อค้าชั่วช้าเช่นนี้สมควรได้รับโทษให้สาสม”“ฮื้อ! เช่นไรกันเจ้าคะ”“ไว้เจ้ารอดูพรุ่งนี้ก็แล้วกันขอแค่เชื่อมั่นในข้า ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้าและนายท่านหลิวเอง” ฟู่หลางเทียนที่แอบสืบเรื่องนี้มานานในที่สุดความจริงก็ได้กระจ่าง“ขะข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านเช่นไร” หลิวฟางอี้มองฟู่หลางเทียนอย่างนึกขอบคุณ“ทุกอย่างล้วนทดแทนที่ข้าทำไม่ดีกับเจ้า เฮ้อ! ช่วยพ่อตานับว่าเป็นเรื่องที่ควรทำมิใช่รึ ฮ่า ๆ”“ฟู่หลางเทียนท่านคิดไปเองเก่งเสียจริง อ๊ะ!” ยังพูดมิทันจบปากบางก็ถูกปากหนาปิดประทับ ก่อนที่หลางเทียนจะค่อย ๆ อ้อยอิ่งถอนออกอย่างนึกเสียดาย“พี่หลาง เสี่ยวฟาง ต่อไปเรียกข้าพี่หลางเด็กดี” หลางเทียนมองใบหน้าอิ่มเอิบเนียนใสของสตรีตรงหนาด้วยแววตาเอ็นดูระคนรักใคร่‘อันตรายน
หลิวเสี่ยวฟางเดินสำรวจดูห้องใหญ่ไปมาก่อนจะก้มลงเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่เพื่อรอเวลา เสียงแว่วขับเพลงทุ่มเบา ๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องอาบน้ำให้ได้ยิน ทำเอาหลิวฟางอี้ส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ คุณชายฟู่ช่างดูแตกต่างจากเมื่อก่อนเสียสิ้นเชิงสินะด้านในอ่างอาบน้ำไม้เนื้อดีมีร่างแกร่งของบุรุษแช่กายอยู่ภายใน มือแกร่งตั้งใจถูไถ อาบน้ำอย่างพิถีพิถันกว่าทุกครา นึกอยากเรียกเจียวมิ่งเข้ามาขัดตัวให้เสียจริงเชียว มือใหญ่จับผ้าถูไปมาตามมัดกล้ามเนื้อหนั่นแน่นจนมั่นใจว่าสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้ว จึงลุกก้าวออกจากอ่างสวมเพียงอาภรณ์ชุดคลุมเดินออกมาใช่! เขาชินแต่มีคนคอยเตรียมไว้ให้ไปเสียหมดจนลืมไปเสียสนิทยังดีหน่อยที่เจียวมิ่งยังทิ้งเสื้อชุดคลุมไว้ด้านในอยู่บ้าง“สูด ฮืม!”“อ๊ะ!” หลิวฟางอี้ตกใจที่ฟู่หลางเทียนเข้ามาสวมกอดจากด้านหลังโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำเอานางที่เก็บของที่กระจายเกลื่อนเต็มพื้นอยู่ต้องตกใจ“อื้ม ตัวเจ้าหอมข้าชอบยิ่งนัก ชักอดใจไม่ไหวเสียแล้วสิ วันพรุ่งข้าให้ท่านพ่อจัดหาแม่สื่อไปสู่ขอเจ้าเลยดีรึไม่ หื้ม” ฟู่หลางเทียนคิดเช่นนั้นจริง ๆ เขาอยากไปขอหมั้นนางให้เป็นทางการเสียทีหลัง
“ฮึก ฮือ ขะข้าทนไม่ไหว ข้าไม่อาจแสร้งว่าไม่รู้สึกกับท่านได้ ฮึก ฮื้อ ทั้ง ๆ ที่ขะข้า อยากจะลืมท่านไปเสียสิ้น ฮือ ฮึก ๆ” ยิ่งได้ฟังสิ่งที่หลิวฟางอี้เอื้อนเอ่ย ฟู่หลางเทียนคล้ายกับปลาได้น้ำในหน้าแล้ง ใจแกร่งสั่งไหวเบ่งบานอย่างดีใจด้วยความหวัง ใจที่หนักอึ้งหมดอาลัยกับทุกสิ่งโปร่งโล่งอย่างอัศจรรย์ ใบหนาคมคายเผยยิ้มกว้างออกมาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำน้อย ๆ อย่างปิติดีใจอย่างเหลือล้น“เสี่ยวฟาง! ข้าได้ยินแล้วข้าช่าง ๆ ดีใจยิ่งนัก เด็กดีข้าคิดถึงเจ้า คิดถึงเหลือเกิน” ฟู่หลางเทียนคลายอ้อมกอดเพื่อจะได้พินิจจ้องมองใบหน้านางได้อย่างเต็มรัก มือหนาสั่นน้อย ๆ ค่อย ๆ ยกขึ้นลูบไล้กอบกุมที่กรอบหน้าของนางอย่างทะนุถนอม นิ้วแกร่งเกลี่ยเช็ดน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ จรดฝังริมฝีปากหนาลงช้า ๆ กับริมฝีปากบางนุ่นแผ่วเบา เพียงเท่านี้คล้ายมีกระแสดึงดูด จูบที่เพียงแผ่วเบาราวผีเสื้อโบยเมื่อครู่ เริ่มจะดุดันวาบหวามขึ้นอย่างดูดดื่ม ลิ้นหนาสอดแทรกความดูดดึงทุกซอกทุกมุมทั่วปากเล็กอย่างเต็มรักก่อนจะค่อย ๆ ถอนจุมพิตออกอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่งอย่างนึกตัดใจ หากไม่แล้วฟู่หลางเทียนกลัวห้ามใจตนเองไม่ได้ เขาไม่อยากหักหาญน
ยามซวี [20.00 น.]ในที่สุดหลิวฟางอี้ก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่านางไม่รู้สึกใด ๆ กับฟู่หลางเทียน ร่างอวบอิ่มภายใต้ชุดคลุมเดินตรงเข้าไปยังเรือนที่ป้ายเขียนด้วยอักษรจีนโบราณ[เรือนซูเมิ่ง ตระกูลฟู่]หลิวฟางอี้เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อเรือน ก่อนจะหยุดแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ เมื่อเรียกกำลังให้ตัวเองแล้วนางทำใจอยู่พักใหญ่ เท้าเล็กค่อย ๆ ก้าวเดินไปตามทางเดินที่ประตูจวนเปิดอ้าไว้คล้ายกับรู้ว่านางจะมาอย่างไรอย่างนั้น“คุณหนู! เจียวมิ่งรู้อยู่แล้วว่าท่านจะมา” เจียวมิ่งถลาวิ่งเข้ามาหานางด้วยความดีใจ“อืม” หลิวฟางอี้เพียงขานรับเล็กน้อยอย่างสงวนท่าที“คุณชายอยู่ในนี้ขอรับ เชิญขอรับ”พรึบ!“อ๊ะ” หลิวฟางอี้ตกใจที่หลังจากนางก้าวเข้าไปในห้องเจียวมิ่งก็ปิดประตูลงทันที และทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องพลันจมูกนางก็ได้กลิ่นเหม็นแรงของเหล้าคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง จนหลิวฟางอี้อดที่จะยกมือขึ้นมาปัดไล่กลิ่นพร้อมทั้งยกมืออีกข้างขึ้นปิดจมูกเพื่อบรรเทากลิ่นเหม็นแรงฉุนที่ลอยตีปะทะคลุ้งไปทั่วเสียไม่ได้ ดวงตากลมโตพยายามมองฝ่าความมืดสลัวเพื่อมองหาเป้าหมายที่ทำให้นางต้องถ่อมาหาถึงที่ตึก ตึก ตึก! ฟู่หลาง
“เจียวมิ่ง! ลุกขึ้นเถอะอย่าทำเช่นนี้ให้ข้าต้องลำบากใจเลย” คุณหนูหลิวที่เห็นเจียวมิ่งนั่งคุกเข่าก็ตรงเข้ามาพยุงให้ยืนขึ้น นางจะทำเช่นไรดี ‘เขาช่วยพ่อข้าจริงงั้นรึ แล้วเขาทำไปเพื่อสิ่งใดกัน แล้วนางจะเชื่อคนพวกนี้ได้แค่ไหนกัน ’ ในใจตีรวนจนสับสนแต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขากระทำกับนางในใจก็ยากที่จะให้อภัยได้โดยง่าย“พวกท่านกลับไปเสียเถอะ ข้าคงไปกับพวกเจ้าไม่ได้ กลับไปเสียเถอะ! เจิ้งซิน ๆ ไปส่งพวกเขาทีข้ารู้สึกอยากพักผ่อนเสียแล้ว” เสี่ยวฟางเบือนหน้าหนีจากสายตาตัดพ้อผิดหวังและต่อว่าของคนตระกูลฟู่”เจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวฟาง! เจ้า ๆ ช่างใจดำนักเพียงขอให้เจ้าไปพบพี่ข้า เจ้าช่าง ๆ เหอะ! ไปเถอะเจียวมิ่งเห็นเช่นนี้แล้วใจนางคงไม่อยากแม้แต่จะเหลียวดูพี่ชายข้าแล้วล่ะ กลับกันเถอะ!” ฟู่ฮวาซินรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากนางอุตส่าห์ลดทิฐิมาขอร้องนางด้วยตัวเองพร้อมขอโทษกับเรื่องราวทั้งหมด นึกไม่ถึงว่าพี่ชายจะหลงรักสตรีที่ใจมืดบอดเช่นนี้“คุณหนูหลิว…หากท่านเปลี่ยนใจ คุณชายรอท่านที่เรือนซูเมิ่งนะขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยออกมาคล้ายละเมอ ความหวังสุดท้ายที่หวังจะช่วยคุณชายหลุดลอยไปเสียต่อหน้า ก้มหน้าลงอย่างผิดหวังก่อนจะ
“เจ้าทำสิ่งใด ฮวาซิน! ลุกขึ้นนะ เจ้ากลับไปเสียเถอะเช่นไรข้าก็ไม่ไป ข้าไม่อยากเห็นแม้แต่...หน้าของเขา” เสี่ยวฟางตกใจไม่น้อยกับการกระทำของฟู่ฮวาซิน รีบปรี่เข้าไปดึงนางให้ลุกขึ้นทันที ก่อนจะเอ่ยยืนยันในคำพูดว่าเช่นไรนางก็ไม่ไปพบพี่ชายนางและนั่นทำให้คุณหนูฟู่ผู้ไม่เคยต้องอดทนกับสิ่งใด และยอมให้ใครถึงกับมีอารมณ์ ในเมื่อนางขอร้องดี ๆ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่าก็แล้วนางก็ยังมิยอมเช่นนั้นอย่ามาว่าข้าเสียมารยาทก็แล้วกันนะเสี่ยวฟาง“เสี่ยวฟาง! เจ้ารู้รึไม่เพื่อจะไถ่โทษที่พี่หลางเทียนทำกับเจ้าแล้วพี่ข้าต้องพบเจอสิ่งใดบ้าง เจ้าฟังนะ! ” คุณหนูฟู่ตะโกนใส่คุณหนูหลิวด้วยอารมณ์โกรธขึ้นหน้า กายสั่นระริกหายใจหอบรัวเร็ว ก่อนจะกำหมัดแน่นหลับตานิ่ง สูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์“เอาล่ะเจ้าฟังนะ พี่ชายข้าเพื่อเจ้าแล้วเข้าลงทางใต้หาได้ไปค้าขายไม่ พี่หลางเทียนไปเสาะตามหาหมอเทวดาต่างหาก เจียวมิ่งเล่าให้ข้าฟังว่าชายแดนใต้นั้นหนาวเหน็บทุกพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะพี่ชายข้าต้องร่ำดื่มสุราอย่างหนักเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและเพื่อเป็นหุ่นทดลองยาให้กับหมอเทวดานั่นจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนในตอนนี้เขาเป็นโรคพิษสุราเรื
ฟู่ฮวาซินนึกไม่ถึงว่าผู้เป็นพี่จะมีสภาพเช่นในตอนนี้ นางไม่อาจยอมรับได้คุณชายตระกูลพ่อค้าใหญ่ สง่างามแถมเก่งไปเสียรอบด้านในเวลานี้ดูแล้วไม่ต่างจากขอทานข้างถนนเลยซักนิด“สามวันที่แล้วคุณชายตั้งใจจะไปหาคุณหนูหลิว บังเอิญไปเห็นนางอยู่กับสหายรักอย่างคุณชายยู่หลง แล้วเอ่อพวกเขากำลังเอ่อ...เช่นไรคุณหนูช่วยคุณชายของเจียวมิ่งด้วยนะขอรับ คราวนี้คุณชายเสเพลไร้สตินักขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าและแววตาคล้ายจะร้องไห้อยู่ในที“ข้าช่วยแน่ เจ้าเจียวมิ่งมากับข้า! เร็วเข้า” ช่วยแน่เป็นตายร้ายดีเช่นไรนางย่อมต้องช่วย ‘พี่หลางเทียน พี่ทำเพื่อข้ามามากครั้งนี้ข้าจะทำเพื่อท่านนะเจ้าคะ’“อ้าวนั่น ฮวาซินเจ้าจะไปไหนล่ะนั่น!”“ไปช่วยพี่หลางยังไงละเจ้าคะท่านพ่อ!” เอ่ยเพียงเท่านั้นนางก็เร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นรถม้า มุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวที่หมายทันที[ตระกูลหลิว]“คารวะท่านลุง ฮูหยินรองเจ้าค่ะ ฮวาซินมาขอพบเสี่ยวฟางไม่ทราบว่า...”“อ้าว ฮวาซินนั่นเอง มาหาเสี่ยวฟางเรอะเมื่อครู่นางพึ่งกลับไปเรือนของนาง เดี๋ยวข้าให้คนพาไปก็แล้วกันนะ เด็ก ๆ ”“เจ้าค่ะ”“ไปส่งคุณหนูรองที่เรือนคุณหนูที” หลิวตงหยางเอ่ยโดยที่ในใจน