“ฮือ เรื่องอันใดรึ” ฟู่หลางเทียนที่ในตอนนี้จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแม้นในยามนี้มือแกร่งจะลูบไล้ผมยาวสลวยของคนรักไปมา หากแต่กลับพบว่ามันกลับไม่ลื่นมือเท่า ....’ ฟู่หลางเทียน! หยุดความคิดของเจ้าซะ นางคือปีศาจที่คอยยั่วยวนบุรุษเจ้าอย่าไปติดกับดักนางเป็นอันขาด’“วันนั้น เอ่อข้าเห็นเสี่ยวฟางนาง คือ”“หือ สหายอัปลักษณ์ของเจ้านั่นรึ” เพียงได้ยินชื่อนาง เสียงที่ตะโกนหักห้ามใจก่อนหน้าก็ถูกลบล้างไปเสียสิ้น“เจ้าค่ะ วันที่พ่อนางบาดเจ็บหลี่หลินไปเยี่ยมที่เรือน บังเอิญเห็น...” คุณหนูเจ็ดเอ่ยอย่างมีจริตพร้อมกับลอบมองปฏิกิริยาของคุณชายฟู่ก่อนจะพบว่ากลับเรียบเฉยคล้ายกับไม่สลักสำคัญเฉกเช่นเป็นเรื่องทั่วไปผู้ใดจะไปรู้ดีไปกว่าฟู่หลางเทียนที่ในยามนี้หูผึ่งตั้งใจสิ่งที่คนรักจะเล่าอย่างร้อนใจ“เห็นนางกอดกับบัณฑิตมู่ หลี่หลินเพียงคิดว่าบุรุษสตรีมิใช่พี่น้องร่วมมารดา ทำเช่นนี้ไม่เหมาะยิ่งนัก ยิ่งเอ่อคุณชายมู่มีสัญญาหมั้นกับฮวาซินแล้วด้วย” ฟ่านหลี่หลินเล่าไปพร้อมกับช้อนตาสังเกตคุณชายฟู่แต่กลับพบว่ายังคงนิ่งเฉยราวมิสนใจ‘เสี่ยวฟาง! เจ้าเอาอีกแล้วงั้นรึ!’ มือฟู่หลางเทียนที่ลูบผมฟ่านหลี่หลินอยู่พลันเปลี่ยนเป็
~คุณหนูหลิว เจ้าจะมีปัญญาเอาเงินที่ไหนมาจ่ายพวกข้ากันละฮึ~~ใช่ ๆ นี่ก็จะถึงกำหนดจ่ายเงินเดือนแล้ว ไหนล่ะเงิน~~หากวันนี้ไม่ได้ข้อสรุปข้าไม่กลับ~~ใช่ ๆ ไม่กลับ~เพล้ง!“ฮึก!” หลิวฟางอี้ที่พยายามข่มใจทำท่าทีเข้มแข็งให้น่าเกรงขามไม่แสดงความกลัวให้บรรดาพ่อค้าได้เห็นก็ต้องสะดุ้งตกใจกับเสียงเหล็กที่ถูกทิ้งลงพื้นอย่างแรง“บัดซบ!” ฟู่หลางเทียนที่นั่งมองอยู่ถึงกลับนั่งไม่ติด“พวกท่านใจเย็น ๆ ก่อนนะ มีสิ่งใดค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันก็ได้” หลิวฟางอี้พยายามตั้งสติเพื่อเจรจา ฟู่หลางเทียนเหตุใดวันนี้ท่านถึงมารับข้าช้านัก รีบมาสิ รีบมา ได้โปรด!~จะใจเย็นได้เช่นไรเล่าคุณหนู ข่าวว่าพวกท่านติดเงินตระกูลเจียงตั้งเท่าไหร่เช่นนี้จะมีปัญญาที่ไหนมาจ่ายให้พวกข้ากันเล่า หึ!~“ไม่เช่นนั้นเอาเช่นนี้ดีรึไม่ จวนนี้ก็ออกจะใหญ่โตขายเลยสิ! แล้วเอาเงินมาจ่ายพวกข้า ฮ่า ๆ”~ขายเลย! ขายเลย!~ท่าทางคุกคามที่จะเดินเข้าไปหาหลิวฟางอี้นั้นทำให้ฟู่หลางเทียนทนไม่ไหวอีกต่อไป เอาเถิดครั้งนี้จะช่วยนางไปก่อนก็แล้วกัน ไม่รอให้รถม้าได้เคลื่อนไปให้เสียเวลา ร่างสูงรีบก้าวกระโดดลงจากรถและก่อนที่มือพ่อค้าสกปรกจะได้เอื้อมแตะหลิวฟางอี้ ทัน
หลังจากทุกคนเดินเข้ามานั่งรวมกันที่โถงของจวนใหญ่ ในระหว่างที่รอดื่มชาอยู่นั้น ฟู่หลางเทียนได้ดึงหลิวฟางอี้ให้ปลีกตัวออกมาเพื่อพูดคุยนี่นับเป็นเหตุการณ์ที่นางจะได้เรียนรู้ด้วยตัวนางเองเขาจะเพียงแค่ช่วยเหลือเล็กน้อยก็เท่านั้น“เสี่ยวฟาง นี่เป็นโอกาสของเจ้าข้าเองอยู่ช่วยเจ้าได้ไม่เสมอไปหรอกนะ เพราะฉะนั้นเจ้าลองใช้โอกาสนี้เจรจากับพวกพ่อค้าร้านตระกูลหลิวดู” น้ำเสียงและถ้อยคำที่เอ่ยเรียกชื่อนางอย่างสนิทสนมทำให้เสี่ยวฟางรู้สึกอุ่นวาบในหัวใจอย่างน่าประหลาด หากในใจนางก็นึกกังวลอยู่ไม่น้อย“แต่ว่าข้า ไม่มั่นใจเอาเสียเลย พ่อค้าพวกนี้ข้าก็ไม่รู้จักสนิทสนมเลยซักคน มีเพียงพบเจอกันแบบผิวเผินยามที่ข้าผ่านไปร้านกับท่านพ่อเพียงเท่านั้น”“หากไม่ลองจะรู้ได้เช่นไรกันเล่า อย่ากลัวไปเลยไม่มีอะไรหรอก หากการเจรจาล้มเหลวข้าจะช่วย ไม่ต้องกลัวนะ” สีหน้าที่กังวลคิดไม่ตกของนางทำให้หลางเทียนอดที่จะใช้มือหน้ากอบกุมใบหน้าบังคับเชยใบหน้าอวบอิ่มหากแต่เปล่งปลั่งผุดผาดของนางให้เงยขึ้นมามองให้ชัดถนัดตาเสียไม่ได้ สายตาคมสบตากับดวงตาสุกวาวราวกวางป่าตื่นของนางอย่างค้นหา ริมฝีปากแดงระเรื่อราวลูกเชอรี่สดหวานราวน้ำผึ้งที่เขาเค
“อืม วุ่นวายพอควร เอาล่ะวันนี้เปลี่ยนไปตรวจร้านอื่นในเจียงซีแทนแล้วกัน ไปต่างเมืองเกรงจะค่ำมืดเสียเปล่า”“ขอรับ”ในระหว่างนั่งภายในรถม้าคันใหญ่หลิวฟางอี้รอบมองฟู่หลางเทียนที่นั่งหลับตานิ่ง ๆ อย่างเหม่อลอยในใจนึกคิดตีวนจนสับสน‘เขาเป็นคนเช่นไรกันแน่นะ และที่ทำเช่นนั้นกับนางต้องการสิ่งใดกันแน่’“มองพอรึยัง! ฮึ”เฮือก!“ว้าย! อื้อ ฟู่หลางเทียนเจ้าปล่อยข้านะ!”ตาที่หลับนิ่งอยู่จู่ ๆ ก็เปิดตากว้างขึ้นทำเอาหลิวฟางอี้ตกใจไม่น้อย ก่อนจะตกใจอีกคราเมื่อมือใหญ่รวบเอานางขึ้นไปนั่งเกยบนตักแกร่งของเขาอย่างรวดเร็ว“ชู่ว! เจ้าอยากให้สองคนนั้นรู้รึไง ฮืม ว่าข้ากำลังทำอะไรเจ้า ฟอด!” หลางเทียนยกมือขึ้นปิดปากบางที่กรีดร้องตกใจเสียงดังเมื่อครู่ โน้มใบหน้าเข้าสูดดมที่แก้มเนียนใสอิ่มเอิบของนางอย่างเต็มปอด“อื้อ” ดวงตากลมโตตวัดมองบุรุษตัวโตที่กอดนางไว้ทั้งตัวคล้ายต่อว่า“คุณหนู! เกิดอันใดขึ้นรึเจ้าค่ะ เมื่อครู่เจิ้งซินได้ยินเสียงท่าน” เสียงเจิ้งซินที่ตะโกนถามพร้อมกับรถม้าที่หยุดลง“บอกนางไปสิ! หึ หึ” ฟู่หลางเทียนจงใจยื่นใบหน้าของตัวเองเข้าไปกระซิบใกล้ชิดใบหูขาวสะอาดของนาง จมูกโด่งคมชิดใกล้แก้มเนียนใสก่อนจะใช
หลิวฟางอี้ลืมตาขึ้นมาก็ต้องสะดุ้งตกใจรีบเปิดม่านดูอย่างร้อนรน รอบข้างเป็นวิวแม่น้ำและทิวเขาหาใช่ในตลาดที่ควรไปไม่ พลันใบหน้าแดงระเรื่อรีบดีดเด้งตัวจากตักแกร่งอย่างร้อนรนด้วยอาการตกใจอย่างรนลาน ทำให้หลางเทียนรู้สึกตัวงัวเงียเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเสียไม่ได้“เอ่อคือว่าท่านเอ่อ ท่านหลับไปเสียนาน”“เอ่อ อืม” หลางเทียนเองเพียงครางรับในลำคอแก้เก้อ ใบหูร้อนผ่าวน้อย ๆ หากหลิวฟางอี้สังเกตสักนิดจะพบว่ามันแดงก่ำตัดกับผิวขาว ๆ ราวหิมะของเขาอย่างเห็นได้ชัด แขนแกร่งถูกยกขึ้นบิดไปมาอย่างเมื่อยขบแต่ความรู้สึกกลับสดชื่นราวกลับนอนพักผ่อนมานานเต็มที่อย่างน่าประหลาด กลิ่นดอกไม้หอมกรุ่นเป็นเอกลักษณ์ยังกรุ่นกลิ่นติดตรึงที่ปลายจมูกจนอดที่จะยกยิ้มเสียไม่ได้“อะแฮ่ม ฮืม! วันนี้คงไม่ไปตรวจร้านแล้ว เช่นนั้นเห็นแก่เหตุการณ์ระทึกที่เจ้าพึ่งพบเจอมาในวันนี้ เอาเป็นว่าข้าจะเสียสละเป็นเพื่อนพาเจ้าเที่ยวแล้วกัน”“ฮื้อ” หลิวฟางอี้ครางอย่างแปลกใจ ท่าทางที่ทำราวกับว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นทำให้หลิวฟางอี้อัศจรรย์ในใจกับความสามรถของคุณชายฟู่เป็นยิ่งนัก ‘เช่นนั้นก็ดี หากเขาเอ่ยถึงนางเองก็ไม่รู้จะทำสีหน้าเช่นไร
“ขะขอรับ ซื้อหมดเลยรึขอรับ”“อืม”เจียวมิ่งมองผู้เป็นนายด้วยแววตาสงสัยเดือนนี้รู้สึกว่าคุณชายของตนนั้นจะใช้เงินมากเป็นพิเศษ เงินเดือนคุณชายมากกว่าครึ่งถูกหักจากการซื้อชุดอาภรณ์ใหม่ให้คุณหนูหลิวไปเมื่อคราก่อน ซ้ำค่าอาหารโรงเตี๊ยมฟู่ฉือวันนั้นก็มิใช่น้อย ๆ นี่ยังมาสั่งให้เขาซื้อทุกอย่างที่นางจับอีก เจียวมิ่งเกรงว่าเดือนหน้าทั้งเดือนคุณชายต้องเบิกเงินนายท่านเพิ่มเสียแล้วละขอรับ เฮ้อ!“คุณชายรอข้าด้วยขอรับ”ภาพสตรีร่างอวบที่เดินเคียงคู่มากับคุณชายรูปงามทำให้ผู้คนที่เดินสวนผ่านไปมาต้องเหลียวหลังมอง หนึ่งในนั้นคือคุณหนูฟ่านและสหายใหม่ของนางอย่างฟู่ฮวาซิน“ฮวาซินเจ้าดูสิ! ฮือ คราแรกข้าคิดว่าข้าทนได้แต่ในตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าคิดผิด นะนั่นเจ้าดูสิ! พวกเขา ๆ ” ฟ่านหลี่หลินไม่อาจเก็บอาการของตนเองได้อีกต่อไปเตรียมปรี่เข้าไปหาคนทั้งคู่เพื่อจะพูดคุยให้รู้เรื่อง แต่ยังไม่ได้ไปอย่างใจนึกก็ถูกคุณหนูฟู่รั้งไว้เสียก่อน“นี่! หลี่หลินเจ้าใจเย็นสิข้าบอกแล้วไง นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในแผนการของพี่ฟู่เพื่อทำให้นางตายใจ เจ้าเข้าไปในตอนนี้ไม่ดีแน่”“แต่ว่า... ฮึ่ย! ก็ได้ ๆ ” ฟ่านหลี่หลินหลับตากำมือแน่นทั้งสองข้างอย่
“อะแฮ่ม...ก็แค่อยากซื้อหนะ”“เจียวมิ่งเจ้าเอาของไปเก็บที่รถก่อนเถอะ”“ขอรับคุณชาย ดีขอรับบ่าวหนักไปหมดแล้วขอรับ แฮะ ๆ”“คุณหนูเดี๋ยวเจิ้งซินมานะเจ้าคะ ช่วยเจียวมิ่งเอาของไปเก็บครู่เดียวเจ้าค่ะ”“อืม ไปเถอะ”หลังบ่าวทั้งสองเดินออกไปในยามนี้เหลือเพียงคุณชายผู้มีใบหน้าราบเรียบหากแต่งามสง่า กับสตรีรูปร่างผิดแปลกจากสตรีทั่วไปของเจียงซีหากแต่ใบน่ากลับน่ารักเมื่อพินิจแล้วล้วนจัดว่างามอยู่ไม่น้อย และอาภรณ์ที่สวมใส่อยู่นั้นทำให้เดาได้ว่านางมาจากตระกูลใหญ่ฟู่หลางเทียนเปลี่ยนจากเดินรั้งตามหลังมาเดินเคียงข้างนางแทน ก่อนจะเป็นคนที่เริ่มบทสนทนาและดึงมือนางมากอบกุมไว้โดยให้เหตุผลกับนางว่าโรงละครผู้คนพลุ่กพล่านเดี๋ยวจะพัดหลงกันเอาได้ มิวายต้องวุ่นวายต้องตามหากันให้วุ่นวายอีกใยเขาต้องเสียเวลากัน สู้ป้องกันไว้เสียก็สิ้นเรื่อง“วันนี้เป็นวันซ่างซื่อ เป็นเทศกาลแห่งความรักข้าเห็นหลายเดือนมานี้เจ้าเอาแต่ตรากตรำเรียนการค้ากับข้าไม่ได้ออกเที่ยวเล่นเสียนาน วันนี้ของที่ขายล้วนเป็นสิ่งที่สตรีชื่นชอบจึงได้ถือโอกาสพาเจ้ามา”~กระทงสวย ๆ ~~กระทงขอรับ กระทงดอกบัว อ๊ะ! คุณหนูคุณชายสนใจกระทงรึไม่ขอรับ~“อืม! อืมเท่า
เช้าตรู่วันนี้รถตระกูลฟู่มาจอดรอท่าคุณหนูหลิวที่หน้าประตูจวนตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะไปตรวจดูกิจการนอกเมือง หลิวฟางอี้หลังจากจัดการธุระเสร็จก็ไม่ลืมที่จะแวะไปดูผู้เป็นบิดาและถามไถ่อาการจากท่านหมอ ซึ่งทำให้นางร้อนรนและกังวลใจอยู่พอสมควร“คุณหนูอาการนายท่านหลิวภายนอกดูราวปกติ แต่หากภายในในตอนนี้ไม่ค่อยดีนักเกรงว่าหากในเดือนนี้นายท่านไม่ฟื้นขึ้นมา คุณหนูและตระกูลหลิวเอ่อ...” ท่านหมอมีสีหน้าลำบากใจที่จะเอ่ย“ท่านพ่อจะเป็นอันใดงั้นรึท่านหมอ ท่านอย่ารอช้ารีบตอบข้ามาเถิดเจ้าค่ะ” หลิวฟางอี้เอ่ยถามอย่างร้อนรน“เอ่อ...นายท่านคงไม่ได้อยู่กับท่านแล้วล่ะขอรับ”“ไม่นะท่านหมอ ฮือ ฮึก! ท่านพ่อต้องหายสิเจ้าคะ ท่านหมอ ๆ ” หลิวฟางอี้รู้สึกราวสติกำลังแตกนางร้อนรนอย่างนึกกลัว ไม่ ๆ ไม่จริง ท่านพ่อต้องหาย สองมือยกขึ้นปัดป่ายเช็ดน้ำตา สูดลมหายใจเข้าอย่างตั้งสติ“ท่านหมอเท่าไหร่ข้าย่อมจ่าย ท่านหมอท่านพอมีทางรักษาท่านพ่อข้า รึว่า! ท่านรู้จักหมอท่านใดที่เก่ง ๆ รึไม่เจ้าคะ ได้โปรดบอกข้าทีเถิด ฮึก ฮือ”“โธ่คุณหนู! เป็นข้าที่ไร้ความสามารถโรคที่นายท่านหลิวเป็นในตอนนี้ล้วนไม่เคยพบเจอ แต่ได้ยินมาว่าช่วงนี้ห
“ข้ากับเสี่ยวฟางเอ่อเราทั้งคู่รักกันขอรับ ข้าจะให้แม่สื่อมาสู่ขอกับนายท่านหลิวในวันพรุ่งขอรับ”“เฮ้ย! บ๊ะ! ฟู่หลางเทียนเจ้าลูกบ้า! หน้าที่หาแม่สื่อมันเป็นของข้าต่างหากเล่า นี่เจ้าใจร้อนจัดหาเองเลยรึ ห๊า!” ฟู่ตี้เหรินตบเข่าฉาดใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นชี้หน้าบุตรชายแสร้งโมโห‘บ๊ะ!ไอ้เจ้าลูกคนนี้ครั้งนั้นทำเป็นปฏิเสธยัยหนูหลิว มาครานี้มันจัดแจงเองเสียเสร็จสรรพ ไม่ได้การล่ะ! กลับไปข้าต้องไปจัดเตรียมสินสอดให้เสียยิ่งใหญ่ ตระกูลฟู่จะมีงานมงคลจะให้น้อยหน้าไม่ได้’“โธ่ท่านพ่อ” ฟู่หลางเทียนแสร้งโอดโอย“ฮ่า ๆ ดี ๆ ดียิ่งนักเสี่ยวฟางเราในที่สุดก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที เฒ่าฟู่ข้ากับเจ้าในที่สุดก็ได้เกี่ยวดองกันแล้วสิ” หลิวตงหยางเอ่ยอย่างปลื้มปิติ ลูกเขยคนนี้ทำสิ่งต่าง ๆ มากมายแม้ไม่มีสินสอดสักตำลึงตนก็ย่อมเห็นดีเห็นงาม“ฮ่า ๆ นั่นสิ ๆ ข้าต้องรีบกลับไปเตรียมสินสอดเสียก่อนนะเฒ่าหลิว จะให้น้อยหน้าไม่ได้ ๆ” ฟู่ตี้เหรินลุกขึ้นเตรียมกลับจวนอย่างตื่นเต้น“ไม่รีบ ๆ เฒ่าฟู่ ฮ่า ๆ ”ฟู่หลางเทียนและเสี่ยวฟางมองภาพครอบครัวที่ชื่นมื่นยินดีกับพวกตนด้วยแววตาเปี่ยมล้นด้วยความสุข มือใหญ่โอบรั้งดึงเอาร่างอวบเข้ามากอดแนบอก
เช้าตรู่ยามยามเฉิน [07.00 น.] คนทั้งสองตระกูลได้มารวมกันที่ว่าการอำเภอพร้อมพยานทั้งหมดที่ฟู่หลางเทียนติดตามหามาได้จนครบถ้วนไม่ต้องหล่น ส่วนอีกฝั่งเป็นคนจากตระกูลเจียงและตระกูลฟ่าน และรอเพียงไม่นานผู้ว่าการศาลต้าหลี่ก็นั่งประจำตำแหน่ง“เอ้าล่ะ ไหนคุณชายฟู่เจ้าลองว่ามาเหตุใดจึงกล่าวหาว่าการปล้นในครานั้นเป็นฝีมือของคนตระกูลเจียง!”“ข้าล้วนสืบจนแน่ชัด” ฟู่หลางเทียนลุกขึ้นมายืนตรงกลาง ก่อนจะเอ่ยต่อ“ข้าสงสัยว่าสินค้าจำนวนไม่น้อยและเงินจำนวนมากหายไป ทำไมคนตระกูลเจียงถึงไม่เดือดร้อนเท่าที่ควร ข้าจึงให้คนของข้าไล่กว้านซื้อผ้าไหมทั้งเจียงซีและแคว้นโดยรอบมาไว้เองเสียหมดเพื่อปั่นราคาผ้าไหมให้แพงขึ้นบีบให้...คนร้ายนำของกลางออกมาขาย”เอือก! ที่แท้พ่อค้าที่ต้องการผ้าไหมจำนวนมากและซื้อในราคาแพงคือ ฟู่หลางเทียนรึนี่ เฮอะ! เล่นกันเช่นนี้เลยรึ เหงื่อกาฬเจียงจื่อหยวนและขุนนางฟ่านเริ่มไหลแตกพลั่ก ๆ อย่างนึกหวั่นใจ ไม่นึกว่าไอ้หนูหน้าอ่อนนี้จะใช้วิธีเช่นนี้มาล่อพวกตน“และข้าพบว่าผ้าไหมที่ตระกูลเจียงนำมาขายให้ข้านั้น เท่ากับสินค้าที่ถูกปล้นไปไม่ขาดไม่เกิน! ขอรับ” ฟู่หลางเทียนพูดจบก็แสยะยิ้มร้ายอย่างน่
หลิวฟางอี้ได้ฟังก็ได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ให้ตายเถอะนางช่างไม่ชินกับคุณชายฟู่ในครั้งนี้เอาเสียเลย“ดูท่านสิ! ชักเหลวไหลไปใหญ่”“เจ้าไม่ต้องห่วงข้าได้ให้คนไปลอบสืบมาแล้วล่ะ สินค้าในครานั้นที่ถูกปล้นไปล้วนเป็นคนในปล้นกันเอง และข้าได้ซื้อกลับมาไว้เองเสียหมดแล้ว วันพรุ่งไปที่ว่าการอำเภอกัน พรุ่งนี้ข้าจะทำให้ตระกูลเจียงหายไปจากเจียงซี พ่อค้าชั่วช้าเช่นนี้สมควรได้รับโทษให้สาสม”“ฮื้อ! เช่นไรกันเจ้าคะ”“ไว้เจ้ารอดูพรุ่งนี้ก็แล้วกันขอแค่เชื่อมั่นในข้า ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้าและนายท่านหลิวเอง” ฟู่หลางเทียนที่แอบสืบเรื่องนี้มานานในที่สุดความจริงก็ได้กระจ่าง“ขะข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านเช่นไร” หลิวฟางอี้มองฟู่หลางเทียนอย่างนึกขอบคุณ“ทุกอย่างล้วนทดแทนที่ข้าทำไม่ดีกับเจ้า เฮ้อ! ช่วยพ่อตานับว่าเป็นเรื่องที่ควรทำมิใช่รึ ฮ่า ๆ”“ฟู่หลางเทียนท่านคิดไปเองเก่งเสียจริง อ๊ะ!” ยังพูดมิทันจบปากบางก็ถูกปากหนาปิดประทับ ก่อนที่หลางเทียนจะค่อย ๆ อ้อยอิ่งถอนออกอย่างนึกเสียดาย“พี่หลาง เสี่ยวฟาง ต่อไปเรียกข้าพี่หลางเด็กดี” หลางเทียนมองใบหน้าอิ่มเอิบเนียนใสของสตรีตรงหนาด้วยแววตาเอ็นดูระคนรักใคร่‘อันตรายน
หลิวเสี่ยวฟางเดินสำรวจดูห้องใหญ่ไปมาก่อนจะก้มลงเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่เพื่อรอเวลา เสียงแว่วขับเพลงทุ่มเบา ๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องอาบน้ำให้ได้ยิน ทำเอาหลิวฟางอี้ส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ คุณชายฟู่ช่างดูแตกต่างจากเมื่อก่อนเสียสิ้นเชิงสินะด้านในอ่างอาบน้ำไม้เนื้อดีมีร่างแกร่งของบุรุษแช่กายอยู่ภายใน มือแกร่งตั้งใจถูไถ อาบน้ำอย่างพิถีพิถันกว่าทุกครา นึกอยากเรียกเจียวมิ่งเข้ามาขัดตัวให้เสียจริงเชียว มือใหญ่จับผ้าถูไปมาตามมัดกล้ามเนื้อหนั่นแน่นจนมั่นใจว่าสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้ว จึงลุกก้าวออกจากอ่างสวมเพียงอาภรณ์ชุดคลุมเดินออกมาใช่! เขาชินแต่มีคนคอยเตรียมไว้ให้ไปเสียหมดจนลืมไปเสียสนิทยังดีหน่อยที่เจียวมิ่งยังทิ้งเสื้อชุดคลุมไว้ด้านในอยู่บ้าง“สูด ฮืม!”“อ๊ะ!” หลิวฟางอี้ตกใจที่ฟู่หลางเทียนเข้ามาสวมกอดจากด้านหลังโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำเอานางที่เก็บของที่กระจายเกลื่อนเต็มพื้นอยู่ต้องตกใจ“อื้ม ตัวเจ้าหอมข้าชอบยิ่งนัก ชักอดใจไม่ไหวเสียแล้วสิ วันพรุ่งข้าให้ท่านพ่อจัดหาแม่สื่อไปสู่ขอเจ้าเลยดีรึไม่ หื้ม” ฟู่หลางเทียนคิดเช่นนั้นจริง ๆ เขาอยากไปขอหมั้นนางให้เป็นทางการเสียทีหลัง
“ฮึก ฮือ ขะข้าทนไม่ไหว ข้าไม่อาจแสร้งว่าไม่รู้สึกกับท่านได้ ฮึก ฮื้อ ทั้ง ๆ ที่ขะข้า อยากจะลืมท่านไปเสียสิ้น ฮือ ฮึก ๆ” ยิ่งได้ฟังสิ่งที่หลิวฟางอี้เอื้อนเอ่ย ฟู่หลางเทียนคล้ายกับปลาได้น้ำในหน้าแล้ง ใจแกร่งสั่งไหวเบ่งบานอย่างดีใจด้วยความหวัง ใจที่หนักอึ้งหมดอาลัยกับทุกสิ่งโปร่งโล่งอย่างอัศจรรย์ ใบหนาคมคายเผยยิ้มกว้างออกมาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำน้อย ๆ อย่างปิติดีใจอย่างเหลือล้น“เสี่ยวฟาง! ข้าได้ยินแล้วข้าช่าง ๆ ดีใจยิ่งนัก เด็กดีข้าคิดถึงเจ้า คิดถึงเหลือเกิน” ฟู่หลางเทียนคลายอ้อมกอดเพื่อจะได้พินิจจ้องมองใบหน้านางได้อย่างเต็มรัก มือหนาสั่นน้อย ๆ ค่อย ๆ ยกขึ้นลูบไล้กอบกุมที่กรอบหน้าของนางอย่างทะนุถนอม นิ้วแกร่งเกลี่ยเช็ดน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ จรดฝังริมฝีปากหนาลงช้า ๆ กับริมฝีปากบางนุ่นแผ่วเบา เพียงเท่านี้คล้ายมีกระแสดึงดูด จูบที่เพียงแผ่วเบาราวผีเสื้อโบยเมื่อครู่ เริ่มจะดุดันวาบหวามขึ้นอย่างดูดดื่ม ลิ้นหนาสอดแทรกความดูดดึงทุกซอกทุกมุมทั่วปากเล็กอย่างเต็มรักก่อนจะค่อย ๆ ถอนจุมพิตออกอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่งอย่างนึกตัดใจ หากไม่แล้วฟู่หลางเทียนกลัวห้ามใจตนเองไม่ได้ เขาไม่อยากหักหาญน
ยามซวี [20.00 น.]ในที่สุดหลิวฟางอี้ก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่านางไม่รู้สึกใด ๆ กับฟู่หลางเทียน ร่างอวบอิ่มภายใต้ชุดคลุมเดินตรงเข้าไปยังเรือนที่ป้ายเขียนด้วยอักษรจีนโบราณ[เรือนซูเมิ่ง ตระกูลฟู่]หลิวฟางอี้เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อเรือน ก่อนจะหยุดแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ เมื่อเรียกกำลังให้ตัวเองแล้วนางทำใจอยู่พักใหญ่ เท้าเล็กค่อย ๆ ก้าวเดินไปตามทางเดินที่ประตูจวนเปิดอ้าไว้คล้ายกับรู้ว่านางจะมาอย่างไรอย่างนั้น“คุณหนู! เจียวมิ่งรู้อยู่แล้วว่าท่านจะมา” เจียวมิ่งถลาวิ่งเข้ามาหานางด้วยความดีใจ“อืม” หลิวฟางอี้เพียงขานรับเล็กน้อยอย่างสงวนท่าที“คุณชายอยู่ในนี้ขอรับ เชิญขอรับ”พรึบ!“อ๊ะ” หลิวฟางอี้ตกใจที่หลังจากนางก้าวเข้าไปในห้องเจียวมิ่งก็ปิดประตูลงทันที และทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องพลันจมูกนางก็ได้กลิ่นเหม็นแรงของเหล้าคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง จนหลิวฟางอี้อดที่จะยกมือขึ้นมาปัดไล่กลิ่นพร้อมทั้งยกมืออีกข้างขึ้นปิดจมูกเพื่อบรรเทากลิ่นเหม็นแรงฉุนที่ลอยตีปะทะคลุ้งไปทั่วเสียไม่ได้ ดวงตากลมโตพยายามมองฝ่าความมืดสลัวเพื่อมองหาเป้าหมายที่ทำให้นางต้องถ่อมาหาถึงที่ตึก ตึก ตึก! ฟู่หลาง
“เจียวมิ่ง! ลุกขึ้นเถอะอย่าทำเช่นนี้ให้ข้าต้องลำบากใจเลย” คุณหนูหลิวที่เห็นเจียวมิ่งนั่งคุกเข่าก็ตรงเข้ามาพยุงให้ยืนขึ้น นางจะทำเช่นไรดี ‘เขาช่วยพ่อข้าจริงงั้นรึ แล้วเขาทำไปเพื่อสิ่งใดกัน แล้วนางจะเชื่อคนพวกนี้ได้แค่ไหนกัน ’ ในใจตีรวนจนสับสนแต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขากระทำกับนางในใจก็ยากที่จะให้อภัยได้โดยง่าย“พวกท่านกลับไปเสียเถอะ ข้าคงไปกับพวกเจ้าไม่ได้ กลับไปเสียเถอะ! เจิ้งซิน ๆ ไปส่งพวกเขาทีข้ารู้สึกอยากพักผ่อนเสียแล้ว” เสี่ยวฟางเบือนหน้าหนีจากสายตาตัดพ้อผิดหวังและต่อว่าของคนตระกูลฟู่”เจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวฟาง! เจ้า ๆ ช่างใจดำนักเพียงขอให้เจ้าไปพบพี่ข้า เจ้าช่าง ๆ เหอะ! ไปเถอะเจียวมิ่งเห็นเช่นนี้แล้วใจนางคงไม่อยากแม้แต่จะเหลียวดูพี่ชายข้าแล้วล่ะ กลับกันเถอะ!” ฟู่ฮวาซินรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากนางอุตส่าห์ลดทิฐิมาขอร้องนางด้วยตัวเองพร้อมขอโทษกับเรื่องราวทั้งหมด นึกไม่ถึงว่าพี่ชายจะหลงรักสตรีที่ใจมืดบอดเช่นนี้“คุณหนูหลิว…หากท่านเปลี่ยนใจ คุณชายรอท่านที่เรือนซูเมิ่งนะขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยออกมาคล้ายละเมอ ความหวังสุดท้ายที่หวังจะช่วยคุณชายหลุดลอยไปเสียต่อหน้า ก้มหน้าลงอย่างผิดหวังก่อนจะ
“เจ้าทำสิ่งใด ฮวาซิน! ลุกขึ้นนะ เจ้ากลับไปเสียเถอะเช่นไรข้าก็ไม่ไป ข้าไม่อยากเห็นแม้แต่...หน้าของเขา” เสี่ยวฟางตกใจไม่น้อยกับการกระทำของฟู่ฮวาซิน รีบปรี่เข้าไปดึงนางให้ลุกขึ้นทันที ก่อนจะเอ่ยยืนยันในคำพูดว่าเช่นไรนางก็ไม่ไปพบพี่ชายนางและนั่นทำให้คุณหนูฟู่ผู้ไม่เคยต้องอดทนกับสิ่งใด และยอมให้ใครถึงกับมีอารมณ์ ในเมื่อนางขอร้องดี ๆ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่าก็แล้วนางก็ยังมิยอมเช่นนั้นอย่ามาว่าข้าเสียมารยาทก็แล้วกันนะเสี่ยวฟาง“เสี่ยวฟาง! เจ้ารู้รึไม่เพื่อจะไถ่โทษที่พี่หลางเทียนทำกับเจ้าแล้วพี่ข้าต้องพบเจอสิ่งใดบ้าง เจ้าฟังนะ! ” คุณหนูฟู่ตะโกนใส่คุณหนูหลิวด้วยอารมณ์โกรธขึ้นหน้า กายสั่นระริกหายใจหอบรัวเร็ว ก่อนจะกำหมัดแน่นหลับตานิ่ง สูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์“เอาล่ะเจ้าฟังนะ พี่ชายข้าเพื่อเจ้าแล้วเข้าลงทางใต้หาได้ไปค้าขายไม่ พี่หลางเทียนไปเสาะตามหาหมอเทวดาต่างหาก เจียวมิ่งเล่าให้ข้าฟังว่าชายแดนใต้นั้นหนาวเหน็บทุกพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะพี่ชายข้าต้องร่ำดื่มสุราอย่างหนักเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและเพื่อเป็นหุ่นทดลองยาให้กับหมอเทวดานั่นจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนในตอนนี้เขาเป็นโรคพิษสุราเรื
ฟู่ฮวาซินนึกไม่ถึงว่าผู้เป็นพี่จะมีสภาพเช่นในตอนนี้ นางไม่อาจยอมรับได้คุณชายตระกูลพ่อค้าใหญ่ สง่างามแถมเก่งไปเสียรอบด้านในเวลานี้ดูแล้วไม่ต่างจากขอทานข้างถนนเลยซักนิด“สามวันที่แล้วคุณชายตั้งใจจะไปหาคุณหนูหลิว บังเอิญไปเห็นนางอยู่กับสหายรักอย่างคุณชายยู่หลง แล้วเอ่อพวกเขากำลังเอ่อ...เช่นไรคุณหนูช่วยคุณชายของเจียวมิ่งด้วยนะขอรับ คราวนี้คุณชายเสเพลไร้สตินักขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าและแววตาคล้ายจะร้องไห้อยู่ในที“ข้าช่วยแน่ เจ้าเจียวมิ่งมากับข้า! เร็วเข้า” ช่วยแน่เป็นตายร้ายดีเช่นไรนางย่อมต้องช่วย ‘พี่หลางเทียน พี่ทำเพื่อข้ามามากครั้งนี้ข้าจะทำเพื่อท่านนะเจ้าคะ’“อ้าวนั่น ฮวาซินเจ้าจะไปไหนล่ะนั่น!”“ไปช่วยพี่หลางยังไงละเจ้าคะท่านพ่อ!” เอ่ยเพียงเท่านั้นนางก็เร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นรถม้า มุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวที่หมายทันที[ตระกูลหลิว]“คารวะท่านลุง ฮูหยินรองเจ้าค่ะ ฮวาซินมาขอพบเสี่ยวฟางไม่ทราบว่า...”“อ้าว ฮวาซินนั่นเอง มาหาเสี่ยวฟางเรอะเมื่อครู่นางพึ่งกลับไปเรือนของนาง เดี๋ยวข้าให้คนพาไปก็แล้วกันนะ เด็ก ๆ ”“เจ้าค่ะ”“ไปส่งคุณหนูรองที่เรือนคุณหนูที” หลิวตงหยางเอ่ยโดยที่ในใจน