ทางด้านดาริณีกับโจเซฟที่มีการได้ยินเท่ากับมนุษย์ธรรมดาเมื่อปิดประตูก็เข้านอนตามปกติ ไม่ได้มีกิจกรรมพิเศษอะไร ยกเว้นก็แต่หญิงสาวที่ต้องกล่อมลูกชายก่อนนอน พอเจ้าตัวแสบหมดฤทธิ์ก็ถึงคราวของเธอเข้านอนบ้าง“อันนี้เป็นยาแก้ปวด เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก็กินตามไปได้เลย” แพทย์ทหารส่งยาจากกระเป๋ายาสามัญของตนเองให้“ขอบคุณครับ” เฉินเฟิงรับมาอย่างไม่เกี่ยงงอน วันนี้เขาโดนทุกคนดุจนหูชาไปหมดแล้วหลังค่ายพันธมิตรถูกจัดตั้งได้หนึ่งสัปดาห์ คำถามต่าง ๆ ก็หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย และอีกหนึ่งที่เคยเป็นคำถามฮอตฮิตมาก่อนก็คือ มนุษย์ที่กลายพันธุ์ไปเป็นสัตว์นั้นมีการฟื้นฟูร่างกายหรือต่อต้านไวรัสที่ดีขึ้นหรือเปล่าคำตอบก็คือ... ใช่หากใครสามารถวิวัฒนาการตนเองเป็นแบบพวกเขาแล้วจะมีภูมิต้านทานในระดับหนึ่ง อย่างตุ่นที่มีแผลถูกเหล็กแทง แม้จะไม่ลึกมากแต่ถ้าเป็นคนทั่วไปอย่างไรก็ต้องเย็บหลายเข็มและล้างทำความสะอาดแผลอย่างดี แต่นี่แค่ล้างแผลครั้งแรก จากนั้นก็ปิดแผลและระมัดระวังการใช้ขาข้างนั้น ผ่านไปอีกสักสัปดาห์ก็จะหายดี ส่วนแผลที่เกิดจากซอมบี้ ถ้าถูกมันกัดก็จะไม่กลายเป็นพวกมันในทันทีถ้าสามารถเฉือนหรือตัดชิ้นส่วนที่เป็นแผลนั้นทัน
จากนั้นชายหนุ่มที่เตรียมจะเดินไปหยิบวัตถุดิบเพิ่มเติม ในหลุมเก็บอุณหภูมิเพื่อนำมาทำเมนูหมากก่อต่อเป็นอันต้องชะงัก เพราะเมื่อครู่มัวแต่คิดเรื่องเมนูอาหารจึงไม่ทันได้ยินว่ามีใครอีกคนเดินมาด้านหลังตนตั้งแต่เมื่อไหร่ถ้าเป็นซอมบี้ ป่านนี้เขาโดนกัดคอตายไปแล้ว!“ตกใจหมดเลยครับ” เจ้ากระต่ายมองคุณหมีกริซลี่ในสภาพเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงทหารลายพราง “ทำไมถึงมาเงียบ ๆ ล่ะครับ”สาบานนะว่าเพิ่งตื่น ทำไมเหมือนกำลังจะไปถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสารเลยล่ะครับพ่อคุณ…“นั่นเพราะคุณกำลังจดจ่อกับการทำอาหารต่างหาก เลยไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว ว่าแต่แผลเป็นยังไงบ้าง”“อ๋อ ไม่ปวดเลยครับ ที่บวมก็ยุบลงไปแล้ว” เฉินเฟิงขยับศีรษะไปมาให้เห็นใบหูสีขาวพลิ้วไหว ไม่ลู่ลงอย่างเมื่อวาน“ถ้าปวดต้องบอกนะ” นิโคลัสยังคงไม่วางใจ“แน่นอนครับ” อดีตคนไข้ยิ้มกว้าง เท่านี้เขาก็จะไม่โดนดุแล้ว“แล้ว…” นิโคลัสมองผ่านไปยังกองไฟที่มีบางอย่างถูกต้มอยู่ในกระป๋อง“อาหารเช้าครับ ผมกำลังเตรียมอยู่”“มีอะไรให้ช่วยไหม”“ถ้าอย่างนั้นรบกวนไปหยิบปลากระป๋องซอสสามรสมาให้หน่อยได้ไหมครับ สัก 5 กระป๋อง”“ได้” คุณหมอหมีรับคำสั่งอย่างว่าง่าย เดินไปหยิบมาให้ท
“พอคิดแบบนี้แล้ว พลังพฤกษานี่สุดยอดไปเลยนะคะ จำเป็นมากในยุคนี้จริง ๆ” ยุคที่ข้าวปลาอาหารหายากยิ่งกว่าทองเฉินเฟิงก้มมองฝ่ามือตนเอง เขาโชคดีมากที่ได้รับพลังนี้มาครอบครอง ถ้าเป็นสายตาสู้ ป่านนี้เขาอาจจะยังอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อหาอาหารอยู่ก็เป็นได้“แกะเปลือกหมดแล้ว”“เอ๊ะ” เชฟมัวแต่คุย ลูกมือแกะเปลือกหมากก่อเสร็จก็ยังไม่รู้ตัว แถมยังแย่งหมากก่อในมือของเขาไปแกะเสร็จสรรพอีกต่างหาก“ให้ทำอะไรต่อ” นิโคลัสถาม“งั้นมาทำมื้อหลักของเรากันดีกว่าครับ” เฉินเฟิงว่าพลางหยิบปลากระป๋องสามรสขึ้นมาเปิดดาริณีเดินเลี่ยงออกมา ยิ้มขำกับท่าทางของคุณทหารรับจ้างผู้มีใบหูเหมือนหมี เมื่อครู่นี้คงไม่ได้จงใจพูดขัดขึ้นมาเพราะหึงเธอกับเฉินเฟิงหรอกใช่ไหมแต่คู่นี้ก็เหมาะกันดี... หมีกระต่าย แค่คิดก็ฟินแปลก ๆมื้อเช้าวันนี้จึงประกอบไปด้วยหมากก่อผัดปลากระป๋องสามรสที่ถูกเจ้ากระต่ายนำไปผัดในกระทะปิกนิก ใส่ผักชีและแครอทหันเต๋าเพิ่มสีสันแล้วค่อยปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อย พอซอสสามรสคลุกเคล้ากับหมากก่อจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันก็เป็นอันเสร็จ กินคู่กับเผือกเผาก็ทำให้อิ่มท้องไม่ต่างจากการกินกับข้าวสวยร้อน ๆ สักจาน อ้อ… มีกล้
กลุ่มทหารรับจ้างค่อนข้างแปลกใจกับขนมที่ดู เอ่อ... ไม่เป็นขนมหงส์เป็นหญิงสาวที่ชื่นชอบของหวานมาก มีช่วงก่อนหน้านี้ที่เธอต้องงดมันเพื่อไม่ให้น้ำหนักเกินเกณฑ์ที่ครูฝึกกำหนด แต่วันสิ้นโลกแบบนี้จะมีใครมากำหนดกฎกับเธออีกล่ะจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ อยากกินอะไรก็กินไปเถอะ!ดังนั้นตอนที่คุณเจ้าของบ้านบอกว่ามีขนมเสิร์ฟปิดท้าย เธอจึงเป็นคนแรกที่ร้องแสดงความต้องการเสียงดังแต่พอเห็นหน้าตาของมันเธอถึงกับคิดหนักก้อนสีเขียวนี่กินได้จริงหรือ?“นี่เป็นวุ้นที่ผมคั้นใบบัวบกโขดมาทำครับ” เฉินเฟิงเอ่ยอธิบายเมนูอย่างเคยชิน“ใช่ที่เขากำลังนิยมทำเป็นไม้ประดับห้องหรือเปล่าครับ?” ทีโอถาม เขาเคยเห็นเพื่อนที่คลั่งความเป็นมินิมอล[1]ปลูกอยู่ต้นหนึ่ง ทั้งห้องของเพื่อนคนนี้มีเพียงอุปกรณ์สำหรับนอน โต๊ะเขียนหนังสือ และกระถางบัวบกโขดหนึ่งต้นถ้วน ไม่มีของตกแต่งอย่างอื่นอีกเลย แม้แต่คอมพิวเตอร์ก็อาศัยของมหาลัยทำงานส่งอาจารย์เสมอเขาจึงรู้จักเจ้าต้นนี้ดี เพราะมีเพียงมันเท่านั้นที่ทำให้ห้องสีขาวโปร่งของเพื่อนมีสีสันอื่นประดับอยู่บ้าง“มันกินได้ด้วยเหรอครับ” เขานึกว่าเป็นไม้ประดับอย่างเดียว“ได้ครับ ปกติมันก็ขึ้นตามภูเขาใ
วัตถุดิบตามธรรมชาติ แถมยังใช้ทดแทนบางสิ่งที่ไม่มี เครื่องปรุงเองก็จำกัดแล้วถ้าที่นี่มีทุกอย่างครบครันตามที่ชายหนุ่มอยากได้ล่ะ“...” กลุ่มทหารรับจ้าง คุณแม่และลูกชายเผลอแลบลิ้นเลียปากโดยไม่รู้ตัว“เข้าเมืองเหรอครับ” เฉินเฟิงมองนิโคลัสที่เอ่ยปากชักชวนกันไปหาของใช้ในเมือง“อืม ตัวอำเภอของที่นี่มีค่ายพักชั่วคราวที่ถูกจัดตั้งโดยส.ส.ในท้องถิ่น คิดว่าในละแวกใกล้เคียงคงมีการเข้าตรวจค้นบ้างแล้ว อาจจะไม่เจอซอมบี้มากเท่าไร” ถึงของที่อยากจะได้จะหายากด้วยเหมือนกันก็ตามแต่ความปลอดภัยของทุกคนควรมาก่อน“ไปครับ ผมเองก็อยากได้เครื่องครัวกับเสื้อผ้าเพิ่มเหมือนกัน”“แล้วเรื่องบ้านของคุณ” นิโคลัสลองถาม ถ้าชายหนุ่มต้องการความช่วยเหลือ เขาก็พร้อมจะใช้กระสุนปืนทั้งหมดที่มีจัดการกับเจ้าพวกโจรชั่วที่บังอาจทำให้เจ้ากระต่ายเสียใจ“ผมต้องไปทวงมันคืนสักวันแน่นอนครับ” เฉินเฟิงบอกด้วยสายตาแน่วแน่ “และผมไม่ลืมที่จะขอความช่วยเหลือจากทุกคนด้วย” อยู่ด้วยกันแล้วก็ไม่ใช่คนอื่นไกลเขาชอบการอยู่บนเขา แต่บ้านหลังนั้นเองก็มีความทรงจำของพ่อกับแม่อยู่มากมาย ถ้าจะต้องเสียมันไปให้กับคนอื่นสู้เขาเผามันให้ไหม้เป็นจุณยังดีเสียกว่
“ขอบคุณครับ ไว้ผมจะลองทำดู” เฉินเฟิงพยักหน้าหงึกหงัก หูกระต่ายเคลื่อนไหวไปตามแรงสั่นของศีรษะคุณหมีมองตามก้อนขนสีขาวนุ่มฟูส่ายไหวไปมา สุดท้ายก็อดใจไม่ไหวยื่นมือไปจับตรงโคนหูติดกับหนังศีรษะและเส้นผมสีขาวนุ่มนิ่มหมับ“อื้อ”“...”“มะ... มีอะไรติดอยู่เหรอครับ” เฉินเฟิงละล่ำละลักถาม มองลำแขนแกร่งที่พาดผ่านอยู่เหนือศีรษะ แต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือเขาเปล่งเสียงอะไรออกป๊ายยย! แถมยังรู้สึกหวิวตรงช่องท้องอีก“…”“ถะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอ ขอไปนอนก่อนนะครับ” เจ้ากระต่ายที่ทำตัวไม่ถูกรีบเผ่นกลับเข้าบ้านของตนไปด้วยความไวแสง ทิ้งให้คุณหมอหมียืนอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืด“นุ่ม” นิโคลัสยืนมองประตูบ้านของผู้ช่วยเชฟ ก่อนจะเบือนสายตามาที่มือของตน พลางขยับนิ้วมือเข้าหากันสองสามครั้งสัมผัสนุ่มนิ่มนั้นเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก ทั้งนุ่มและลื่นมือ“...” แพทย์ทหารหนุ่มยกมืออีกข้างขึ้นมาปิดปาก ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจัดจนร้อนอ๊ากกกกก!! เขาเผลอทำอะไรลงไปเนี่ย!!!เช้าวันนี้จึงมีสองสัตว์เล็กใหญ่ที่ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องเจอหน้ากันในตอนเช้า“แม่ พี่เขาเป็นอะไรกันอะครับ” เด็กชายดลกระตุกชายเสื้อคนเป็นแม่ ตอนนี้พว
“มีคนกำลังเดินขึ้นมา” เฉินเฟิงเตือนทีโอ“มีกี่คน” โจเซฟเองก็ได้รับรายงานเรื่องนี้เช่นกัน“ราว ๆ 5 คน น่าจะมีบางคนกลายพันธุ์ด้วยเหมือนกัน พวกเขากำลังหยุดฟังเรา” ชายหนุ่มวิเคราะห์“จะหลบหรือจะเผชิญหน้าดีล่ะ” ทีโอถาม“หงส์ล่ะ ว่ายังไง”“ไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ อาจเพราะยังไม่มีจิตมุ่งร้าย” หญิงสาวยักไหล่ อีกอย่างมันยังไกลเกินไป“โอเค งั้นเดินลงเขาเส้นทางปกติเลยก็แล้วกัน” เจอก็เจอสิ“หัวหน้าจะบวกเหรอคะ” หงส์ยิ้มหัวเราะ“บวกอะไรเล่า ต้องไปดูเจตนาก่อนสิ” บนเขาใช่ว่าไม่มีคนอยู่นี่นา ยังดีที่ตุ่นอยู่บนนั้นด้วยอีกคน โจเซฟเลยค่อนข้างวางใจที่จะออกไปสำรวจเมืองเพื่อหาของได้จริงอยู่ว่าภูเขาลูกนี้ค่อนข้างใหญ่ ขึ้นไปก็ใช่ว่าจะได้เจอกับบ้านของพวกเขา แต่ถ้าอีกฝ่ายเป็นกลุ่มคนที่ชำนาญพื้นที่ อาจเจอร่องรอยการใช้ชีวิตแล้วเดินไปจนถึงบ้านต้นไม้ได้ถ้ามาดีก็ปล่อยผ่าน อาจเป็นแค่ชาวบ้านที่ขึ้นมาหาอาหารแต่ถ้ามาร้าย…ก็กลายเป็นปุ๋ยต้นไม้อยู่ที่ตีนเขานั่นแหละ“อาจเป็นคนในหมู่บ้าน” เฉินเฟิงตั้งข้อสังเกต“ที่คุณอยู่น่ะเหรอ” นิโคลัสถาม เจ้ากระต่ายชะงักไปเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนถาม ก่อนจะกระแอมเสียงอึกอักในลำคอพยักหน้าตอบ แ
แต่แล้วการปล้นบ้านที่ควรจะเป็นเรื่องราวที่ทำประจำเป็นอันต้องสะดุดลงเมื่อเขาได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านในชนบทแห่งนี้เริ่มแรกพวกเขามองหาบ้านที่เหมาะสมแก่การพักอาศัยจึงไปสะดุดตาเข้ากับบ้านของเฉินเฟิงเข้า บ้านที่มีทั้งกลิ่นทำอาหารและมีรั้วรอบขอบชิด จะมีอะไรเหมาะสมไปมากกว่านี้อีกล่ะ เมื่อลูกน้องยืนยันจำนวนคนอยู่อาศัยได้ เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะลงมือการบุกปล้นเป็นไปอย่างราบรื่น เครื่องกีดขวางหน้าประตูไม่เป็นปัญหาสำหรับลูกน้องที่มีความสามารถด้านกำลังกายจากรายงานของทศที่กลายพันธุ์เป็นหนู แม้ว่าในระยะไกลการได้ยินจะไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าใกล้เพียงแค่นี้ก็สามารถระบุได้ว่าคนในบ้านนั้นไปรวมกันอยู่ที่ไหนหลังบ้านเป็นจุดที่พวกเขาคาดการณ์ไว้ จึงแบ่งคนออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งอยู่นอกบ้าน และอีกส่วนไปดักทางออกที่ประตูหลังตั้งแต่เด็กจนโต ดินไม่เชื่อเรื่องความรัก ไม่เชื่อทุกสิ่งอย่าง สิ่งที่เขาเชื่อคือกำลังของตนและสิ่งที่เขาปล้นชิงมาได้เพียงเท่านั้นแต่วินาทีแรกที่ได้สบตาสีแดงราวกับเลือดของชายหนุ่มเจ้าของบ้านก็ราวกับเวลาทั้งหมดได้หยุดชะงักลง เขาไม่ได้ออกคำสั่งให้ลูกน้องออกไปตามหาในทันที บ้านหลังนี้มีห้องนอน 2 ห้
โจเซฟผู้ผ่านเหตุการณ์สงครามมากมาย บ่อยครั้งก็เคยเห็นประชาชนถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายทารุณกรรมแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้ง ในใจของเขากลับยิ่งโกรธเกรี้ยวมากขึ้นเป็นเท่าทวีพวกมันถือสิทธิ์อะไร!ถือสิทธิ์อะไรมาช่วงชิงอิสระภาพของคนอื่น ถือสิทธิ์อะไรมาทำให้ใครสักคนต้องเจ็บปวดเพื่อสนองความต้องการแสนโสโครกในจิตใจของมัน!ดีแล้วที่พวกเขาฆ่ามันไปจนหมด ถ้าปล่อยให้หนึ่งในพวกมันหนีไปได้ เขาคงยิ่งเกลียดโกรธตัวเองไปชั่วชีวิต!“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” เฉินเฟิงไม่ทันเห็นสภาพในห้องก็ถูกแผ่นหลังของคุณหมอหมีบังเสียมิดชิด ใบหูได้ยินเสียงเสียดสีของเสื้อผ้า แสดงว่ามีคนอยู่ในห้องของพ่อแม่เขา แต่พวกโจรก็ตายหมดแล้วนี่?ยิ่งได้ยินเสียงพูดคุยกัน เด็กทั้งสองยิ่งกอดกันแน่นขึ้น“มีเด็กถูกจับมา” นิโคลัสบอกสั้น ๆ เขาในฐานะหมอกำลังคิดว่าควรเริ่มพูดอะไรกับเด็กทั้งสองคนดี เขาอยากเข้าไปตรวจและทำแผลให้ก่อน“เด็กเหรอครับ!” เฉินเฟิงตระหนก ถ้าถูกจับมาก็ต้องเป็นเด็กในหมู่บ้านแน่ ๆ เจ้ากระต่ายพุ่งตัวออกจากหลังของคุณหมอหมี แม้จะเห็นหน้าของเด็กทั้งสองไม่ชัด แต่ก็จำได้ว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนกับเด็กชายดล“น้องพลอย! น้องปอนด์!” เฉินเฟิงถ
“ในตัวอำเภอมีพวกร้านขายส่งบ้างไหม” โจเซฟถาม“มีอยู่สองสามแห่งครับ” เพราะพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมเกือบทั้งหมด ทำให้ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แต่ถ้าเป็นร้านขายส่งที่บรรดาแม่ค้าไปรับสินค้ามาขายละก็ มีแน่นอน“คือ... เราจะเดินไปกันเหรอครับ” เวลานี้พ้นแนวป่าแล้ว เริ่มเห็นทุ่งนาสลับกับไร่ข้าวโพดประปรายทีโอไม่ขัดถ้าต้องเดินเท้าหากไม่มียานพาหนะจริง ๆ แต่ถ้ามันสามารถหาได้ก็คงช่วยทุ่นเวลาไปได้มากโขสายตาทั้ง 4 คู่หันมามองเฉินเฟิงพร้อมกันเจ้ากระต่ายอึกอัก ที่บ้านของเขาก็ไม่มีรถยนต์เช่นกัน เวลาที่ต้องไปซื้อของใช้ในตัวเมืองเขาจะปั่นจักรยานไปฝากไว้ที่บ้านของคนรู้จักแล้วขึ้นรถประจำทางไป มาวันนี้เสียใจแล้ว ในตอนนั้นเขาควรออกรถสักคัน“ถ้ายังไงลองไปดูที่หมู่บ้านผมก่อนดีไหมครับ เผื่อจะมีสักคนที่ให้ยืม” เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกโจรได้ทำอะไรกับคนในหมู่บ้านบ้างหรือเปล่า แล้วก็จำได้ว่าบ้านของลุงกำนันมีรถกระบะคันใหญ่ ถ้าเจ้าตัวให้ยืมเขาก็จะรับฝากขนอาหารที่จำเป็นมาให้ด้วย ถ้ายังไม่กลายเป็นซอมบี้ไปเสียก่อนน่ะนะการเดินเท้ามาถึงหมู่บ้านของเจ้ากระต่ายนั้นใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ตอนที่เฉินเฟิ
ก็ได้แค่คิด ในความเป็นจริงเจ้ากระต่ายขึ้นขี่หลังคุณหมีเป็นที่เรียบร้อย นิโคลัสกระชับใต้เข่าของเฉินเฟิงอย่างแน่นหนา ไม่ปล่อยให้ชายหนุ่มหล่นร่วงไประหว่างการเดินทางถ้านำเชือกมามัดผูกติดกันได้เขาก็พร้อมจะทำ“โอเค ออกเดินทางกันต่อได้” โจเซฟ“โอ้ว~” ลูกทีมต่างยกแขนชูขึ้นพร้อมเดินทาง มีเพียงเจ้ากระต่ายที่กำเป็นหมัดเล็ก ๆ อยู่บนแผ่นหลังกว้างอย่างอ่อนแรง พออยู่แบบนี้นานเข้าก็ผล็อยหลับไป“หลับแล้ว” โจเซฟมองกระต่ายขาวประจำกลุ่มที่พิงซบบนแผ่นหลังของนิโคลัสแล้วหลับไปทั้งแบบนั้น“เดินไป อย่าเสียงดัง” นิโคลัสมองหัวหน้าของตนตาขุ่น“...” โจเซฟมุมปากกระตุก นี่หรือเปล่าที่เขาเรียกว่าทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาป[1]“จากตรงนี้ถึงตีนเขาน่าจะกินเวลาหลายชั่วโมง ลงไปถึงหวังว่าอาเฟิงจะตื่นนะ” ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครนำทางพวกเขาเข้าเมืองกันล่ะ ระบบการเดินทางผ่านดาวเทียมในตอนนี้เป็นอัมพาตอยู่ด้วย“ถ้าเขาไม่ตื่นก็เดินไป” คุณหมอหมีเอ่ยเสียงเรียบ แต่นั่นกลับทำให้ใบหน้าของเพื่อนร่วมทีมเรียบยิ่งกว่า“...” หมอนี่เป็นเอามากแล้วคิดว่าจากตีนเขาถึงตัวเมืองมันระยะทางเท่าไรกันฮะ!ใครก็ได้ไปดึงความรักออกจากตามันที!! “อือ…”
ปัง!เฉินเฟิงหลับตาปี๋เมื่อได้ยินเสียง ถึงจะคลุกคลีอยู่กับกลุ่มคนที่สามารถปรับตัวเข้ากับวันสิ้นโลกได้แล้ว เขาก็ยังไม่ชินอยู่ดี พอได้รับการยืนยันว่าโจรหมดลมหายใจแล้ว เขาก็ยิ่งออกห่างจากหลุมนั้น ไม่กล้าก้มลงไปมองสภาพของคนตายอีกการปลิดชีวิตคนคนหนึ่งนั้นช่างง่ายดายเหลือเกินง่ายดายจนน่าใจหาย…“จะเลื่อนวันลงไปสำรวจเมืองไหม” โจเซฟเสนอ พวกเขาสามารถลงไปในเมืองได้ในวันนี้ แต่คุณกระต่ายล่ะ เพิ่งเจอการต่อสู้ที่ต้องใช้พลังไปพอสมควร... จะไหวหรือเปล่าไหนจะสภาพจิตใจอีก เขายังจำในตอนที่ตนได้เหนี่ยวไกยิงคนครั้งแรกในสงครามได้ดี ไม่ว่าจะผ่านการฝึกฝนมากหนักหนาแค่ไหน การเห็นคนคนหนึ่งล้มลงไปต่อหน้าต่อตาด้วยน้ำมือของเราก็เป็นประสบการณ์ที่แย่เกินกว่าสามัญสำนึกจะรับไหว“ก็ดีนะครับ” ทีโอเห็นด้วย ตอนนี้พวกเขาได้ทำการตรวจสอบข้าวของในตัวพวกโจรเรียบร้อยแล้ว อะไรที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ก็ปลดออกมา จากนั้นก็นำศพของโจรทุกคนมาวางลงไปในหลุมเดียวกับหัวหน้าโจร จัดการฝังกลบด้วยดิน ยกเว้นศพของสามีดาริณีที่ถูกขุดฝังแยกไปอยู่อีกหลุมหนึ่ง จะอย่างไรก็เคยเป็นคนที่เฉินเฟิงรู้จัก แล้วค่อยให้เฉินเฟิงนำต้นไม้ใหญ่มาปลูกทับลงไปอีกที
การต่อสู้ทางฝั่งของนิโคลัสและดินนั้นเป็นไปอย่างดุเดือด ด้วยคุณหมีไม่อยากใช้พลังไฟของตนมากนักเพราะเขายังพลิกแพลงมันให้เหมาะกับการต่อสู้ระยะประชิดที่ตนถนัดได้ไม่ดี อีกทั้งที่นี่ยังเป็นพื้นที่ป่า ถ้าหากเผลอทำไฟไหม้ภูเขาขึ้นมาล่ะได้เป็นเรื่องใหญ่แน่ เพราะเหตุนั้นจึงทำให้ทั้งคู่ดูเหมือนสามารถสู้ได้สูสีทัดเทียมกันนอกจากการโจมตีแรกที่ดินเผลอประมาทไปเพราะไม่ได้คำนึงถึงภูมิประเทศโดยรอบทำให้เกิดข้อผิดพลาดน่าอาย การเคลื่อนไหวในระยะหลังจึงมีความประณีตมากกว่าเดิมนิโคลัสเองก็เห็นถึงจุดนี้เช่นกัน แพทย์ทหารลอบสบถในใจ ครั้งแรกที่อีกฝ่ายพลาดพลั้งเขาน่าจะซ้ำให้ซี่โครงแตกไปเลย“แฮ่ก ๆ” ดินถอยออกมาจากระยะการโจมตีของนิโคลัส ริมฝีปากอ้าออกรับอากาศเข้าปอดอย่างหนักหน่วง แม้ภายนอกจะดูเหมือนว่าเขามีความสามารถสูสีกับอีกฝ่าย แต่คงมีเพียงเขาที่รู้ว่ามันยากลำบากเพียงใด ดีเท่าไรที่การกลายพันธุ์ของเขาไม่ได้มีเพียงกรงเล็บที่เป็นลักษณะพิเศษของตัวกินมดเท่านั้น แต่ยังมีเส้นขนตามตัวและผิวหนังที่ถูกพัฒนาให้มีความทนทานไม่ต่างจากสายพันธุ์ดั้งเดิม แค่ไม่ได้อยู่ในรูปลักษณ์ปุกปุยเฉกเช่นตัวกินมดในสารคดีเท่านั้นถึงอย่างนั้นก็ไ
ฆาตกรหนุ่มมองชายที่เป็นคู่ต่อสู้ของตน ในหัวพลันนึกถึงตอนที่เจอหน้ากันเป็นครั้งแรก ชายคนนี้ยืนอยู่ด้านหน้า ถ้าไม่ใช่คนนำทางก็ต้องเป็นหัวหน้าโจเซฟไม่ปล่อยให้เต๋าได้คิด พุ่งตัวเข้าไปหาก่อนเป็นคนแรก จากข้อมูลที่เฉินเฟิงเล่าให้ฟัง หมอนี่คงมีพลังเกี่ยวกับกำลังกาย ภายนอกยังเป็นมนุษย์แต่พละกำลังมากล้นเหมือนดาริณี ดังนั้นเขาต้องระมัดระวังไม่ให้ถูกโจมตีไม่ว่าจะเป็นสมรภูมิแบบไหน โจเซฟก็ยังคงใช้รูปแบบการต่อสู้เดิมของตนเสมอ นั่นคือไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้สามารถตั้งตัวได้ ชิงใส่ก่อนเพื่อประเมินสถานการณ์ได้เปรียบเสียเปรียบ ฟังดูบ้าบิ่น แต่กับชายคนนี้มันได้ผลเสมอตูม!เต๋าที่กำลังวิเคราะห์ว่าตนควรตั้งรับหรือเสี่ยงบุกเข้าไปถึงกับผงะเมื่อเห็นชายหนุ่มวิ่งเข้ามาหาตรง ๆ พร้อมกับมีดสั้นและมีดยาว เพราะไม่สามารถคาดเดาว่าอีกฝ่ายมีพลังพิเศษใดอยู่ในร่าง ฆาตกรหนุ่มจึงยกหินที่ใกล้มือที่สุดขว้างไปทางโจเซฟหัวหน้ากลุ่มทหารเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดายโดยไม่แม้แต่จะชะงักฝีเท้าของตน เป็นผลให้คู่ต่อสู้ต้องคว้าหินก้อนที่ใหญ่กว่าเดิมขึ้นมา คล้ายอยากให้เจ็บหนักด้วยการโจมตีในครั้งนี้ไม่สิ ถ้าตายไปได้เลยยิ่งดี!ตูม!!เสียงหินก้อ
กรงเล็บของตัวกินมดนับได้ว่าเป็นอาวุธที่สำคัญในการปกป้องตัวมันจากนักล่าชนิดอื่น ดูจากการแทงครั้งเดียวก็สามารถแทงจากข้างหลังทะลุไปด้านหน้าได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความคมของมันจะมากขนาดไหน“ถ้าไม่อยากเป็นรายต่อไปก็ไสหัวไป” ดินพูดขู่ เขาไม่อยากสู้ยืดเยื้อจนเป็นผลให้เฉินเฟิงมีโอกาสหนีไปได้อีก ยิ่งอยู่ในภูเขาแบบนี้ การตามหาตัวจึงเป็นเรื่องยากสำหรับคนไม่เคยเดินป่าแบบเขา“...” นิโคลัสหยิบมีดสั้นของตนขึ้นมา แม้จะเหลือเพียงด้ามเดียวก็ไม่มีปัญหา“ถือว่านั่นเป็นคำตอบก็แล้วกัน” ดินหรี่ตา ขยับมือกรีดกรายกรงเล็บ เสี้ยววินาทีต่อมาก็พุ่งไปทางเป้าหมาย เล็บในมือขวาถูกเงื้อขึ้นเหนือศีรษะ หมายจะตวัดลงให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นถูกกรีดเป็นทางยาวแพทย์ทหารไม่ได้ถอยหลบ แต่เลือกที่จะก้มตัวลงหยิบท่อนซุงที่หมายตาไว้ปาไปด้านหน้าก่อนที่การโจมตีนั้นจะมาถึงตัวท่อนไม้ถูกกรงเล็บแหลมคมตัดผ่านแยกออกเป็นสองท่อน คุณหมอหมีใช้จังหวะนั้นย่อตัวลงต่ำแล้วถีบตัวขึ้นมาในจังหวะที่โจรปล้นบ้านชักกรงเล็บกลับเตรียมโจมตีใหม่ดินเห็นดังนั้นก็รีบถอยหลังเพื่อสร้างระยะห่าง แต่เพราะภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา สภาพพื้นจึงไม่ได้อยู่ในแนวราบ อีกทั้งยังมี
โจเซฟรอจังหวะนี้อยู่แล้ว เขาตั้งใจปั่นประสาทดูว่าจะมีใครสามารถเป็นคู่มือให้กับทีโอและเฉินเฟิงด้านหลังได้บ้าง ดูทรงแล้วคงจะเป็นพ่อหนุ่มหูหนูคนนี้นี่แหละ หัวร้อนเหมาะกับให้มือใหม่ลงมือส่วนพวกที่มีสติและคิดอ่านรอบคอบก็ปล่อยให้เขา หงส์ และนิโคลัสจัดการดีกว่าหัวหน้ากลุ่มทหารเบี่ยงตัวหลบฉากออกจากการพุ่งเข้ามาชกอย่างง่าย ๆ แม้จะมีความเร็วไม่เท่า แต่ปฏิกิริยาตอบสนองกลับมีมากกว่าพลั่กทศที่สูญเสียเป้าหมายไปอย่างฉับพลัน แม้จะตั้งตัวได้แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีแต่ต้นไม้ทำให้สะดุดเข้ากับรากของไม้ยืนต้นแล้วล้มลงแทบเท้าของหนุ่มพลังโลหะและพฤกษาจากนั้นก็เป็นนิโคลัสที่พุ่งตัวเข้าไปหาหัวหน้าของกลุ่มโจรอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย โจเซฟที่ถูกแย่งคู่ต่อสู้ที่หมายตาจำต้องไปจับคู่กับโจรที่ถูกห้ามไม่ให้หัวร้อนไปก่อนหน้านี้ดินมองลูกน้องคนหนึ่งถูกแยกออกไปและอีกคนหนึ่งที่มองตามผู้หญิงด้วยดวงตาเป็นประกาย เหลือบไปมองชายตาแดงในชุดฮู้ดตัวเดิมเฮ้อ...กลายเป็นแบบนี้ไปเสียแล้วแต่เท่านี้ก็รู้แล้วว่าความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาเป็นนั้นคืออะไรวันนี้เขาต้องปล้นคนคนนี้ไปให้ได้!“เหอะ ทำเป็นพูดพล่าม สุดท้ายก็อยากจะลุยตั้งแ
“ถ้าอย่างนั้นไม่อ้อมค้อมเลยก็แล้วกัน มีอะไรก็ส่งมาให้หมด พวกเรามาปล้น” ดินก้าวเดินออกมาด้านหน้า ใช้กรงเล็บชี้ไปยังเป้าหมาย“ปล้นทำไม” โจเซฟเด็ดใบไม้ใกล้มือมาหนึ่งใบ “บนเขานี่ของกินเยอะแยะ หาได้ก็เอาไปกินสิ” นำใบไม้นั้นเข้าปากเคี้ยวสองสามครั้งก็กลืนลงคอ “แบบนี้” ขยิบตาให้อีกหนึ่งทีเฉินเฟิงมองต้นที่ชายหนุ่มเด็ดใบมากิน ลอบโล่งอกที่คุณหัวหน้าทหารรับจ้างหยิบใบชะมวง[1]มากิน อีกทั้งยังเป็นใบอ่อนที่มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย จะว่าไป… ถ้ามีเนื้อหมูสักหน่อยก็นำมาทำหมูต้มใบชะมวงได้เลยนี่นาอ่า… แค่นึกถึงรสชาติหวานเปรี้ยวก็น้ำลายสอแล้ว‘อ๊ะ ไม่ได้สิ ตอนนี้กำลังเคร่งเครียดกันอยู่’เจ้ากระต่ายส่ายหัวไล่เมนูอาหารออกจากสมองก่อนชั่วคราว ถ้าเจ้าตัวถอดฮู้ดออกคงได้เห็นใบหูสีขาวส่ายไปมา“จะว่าไปแล้วนายก็หน้าคุ้น ๆ นะ” โจเซฟมองชายหนุ่มหูหนู “เหมือนเคยเห็นในใบประกาศจับข้อหาพรากผู้เยาว์เด็กผู้ชาย ได้ข่าวว่าโดนจับไปแล้วนี่นา” หัวหน้าทหารทำหน้านึก ก่อนจะแสร้งทุบลงบนมือของตนสีหน้าของกลุ่มโจรดูระมัดระวังตัวมากขึ้น จริงอยู่ว่าใบประกาศจับนั้นอาจเปิดเผยให้สาธารณชนรับรู้ได้ แต่ใครจะไปนั่งจำหน้าตาคนร้าย หากไม่ใช่ผู้ที่ได้