แต่งงานปุ๊บก็มีเรื่อง ชีวิตแต่งงานจือเยว่จะราบรื่นมั้ย ^-^"
รับทัณฑ์สายฟ้าแล้วเทพสงครามก็กลับมายังตำหนักฝูหรง ร่างสูงใหญ่เดินมั่นคงไม่มีทีท่าของอาการบาดเจ็บ โดยหลี่เหอที่จือเยว่สั่งให้ตามไปคอยดูสามีตนนำทางพาไปยังห้องของเขา ด้านหลี่เอินที่คอยดูต้นทางให้นายตนเห็นก็รีบไปรายงานทันที“เทพสงครามกลับมาแล้วเจ้าค่ะท่านหญิง”ผู้ที่นั่งจิบชารออยู่ในห้องตนลุกพรวด หากก็ชะงักลังเลเมื่อจะก้าวเดิน“ทัณฑ์สายฟ้าคงไม่ระคายผิวเทพสงครามกระมัง”ร่างอรชรนั่งลงเช่นเดิมอย่างไม่ใส่ใจนัก“หากท่านหญิงเป็นห่วง รอถามหลี่เหอก็น่าจะได้เจ้าค่ะ”“ใครบอกว่าเป็นห่วง”จือเยว่สวนทันใดทำเอาหลี่เอินหน้าเจื่อนพูดไม่ออก เห็นท่าทางกระวนกระวายนั่งไม่ติดมาครู่ใหญ่ ทั้งยังสั่งให้นางรอหน้าตำหนักจึงเข้าใจว่านายตนเป็นห่วงเทพสงคราม“เจ้าค่ะ ไม่เป็นห่วง เช่นนั้นก็คงไม่จำเป็นต้องเอายาไปให้”ใบหน้างามหันมองคนสนิทของตนแล้วขมวดคิ้วมุ่น“เจ้าคิดว่าศิษย์พี่จะบาดเจ็บหรือ”“ลงทัณฑ์สายฟา ต่อให้แข็งแกร่งอย่างไรก็ต้องบาดเจ็บเจ้าค่ะ อาจไม่หนักมากแต่หากได้ยาสมานแผลก็จะช่วยบรรเทาให้ดีขึ้นในเร็ววันเจ้าค่ะ”เมื่อได้ยินเช่นนั้นจือเยว่ก็ลุกขึ้นพร้อมสั่ง“จัดยาตามข้ามา”“ท่านหญิง”หลี่เหอที่กำลังจะกลับไปรายงานนา
วันต่อมาเทพสงครามก็รับราชโองการไปปราบกับกบฏในเผ่าจิ้งจอก โดยราชาจิ้งจอกไม่ได้มาร่วมงานแต่งของเทพสงครามกับ จือเยว่ ทว่าเป็นน้องชายมาแทน แม้ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่กลับมีหนึ่งในผู้ติดตามลอบทูลรายงานองค์จักรพรรดิเป็นการส่วนตัวว่าท่านอ๋องชิงหลุนน้องชายราชาจิ้งจอกซ่องสุมกำลังต่อต้านราชาจิ้งจอก และเวลานี้ราชาจิ้งจอกได้หายตัวไปโดยน้องชายอ้างว่าป่วย ขุนนางบางส่วนสงสัยจึงหาทางลอบแจ้งเรื่องราวขอความช่วยเหลือจากสวรรค์“ศิษย์พี่”ผู้ที่กำลังจะเดินทางจำต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียก หันกลับไปก็เห็นร่างอรชรเร่งรีบมาพร้อมกับหลี่เอิน เวลานี้หลี่เหอกลายเป็นผู้ติดตามเทพสงครามตามคำสั่งของท่านหญิงแล้ว“ท่านหญิง มีสิ่งใดหรือ”“ข้าจะไปด้วย”คิ้วเข้มกระตุก มองภรรยาของตนด้วยสีหน้าหนักใจ“ท่านจะไปได้อย่างไร”ชายหนุ่มตั้งใจเข้าไปในเผ่าจิ้งจอกอย่างเงียบๆ เพื่อตามหาราชาจิ้งจอกให้พบเสียก่อน พูดคุยได้ความจริงว่าอย่างไรค่อยวางแผนจัดการกับผู้ที่คิดกบฏ ถึงเวลานั้นค่อยมีคำสั่งเรียกกำลังกองทัพสวรรค์ไปสมทบก็ยังได้“ข้ามีหน้าที่ช่วยงานท่านพ่อ ท่านพ่ออนุญาตให้ไปได้ แม้มีท่านรับผิดชอบดูแลแล้วแต่ไท่จื่อสวรรค์ย่อมไม่อาจล
เฟยอวี่ชะงักไป ก่อนจะขบกรามแน่น ดวงตาคู่คมกริบจ้องดวงตาคู่งามแสนหวานด้วยแววขุ่นจัด ก่อนจะเดินหนีไปโดยไม่เอ่ยสิ่งใดจือเยว่มองแผ่นหลังกว้าง ขบริมฝีปากตนเองพลางยกมือขึ้นราวจะซัดพลังใส่ผู้เป็นเทพสงครามหากก็ไม่ได้ทำ แล้วเดินตาม ชายหนุ่มไปด้วยท่าทางขัดอกขัดใจ ทำเอาหลี่เหอกับหลี่เอินต่างก็เหลือบมองกันแล้วลอบยิ้มออกมานอกโรงเตี๊ยม แม้จะคิดว่าตนต้องช่วยเฟยอวี่สืบข่าวในเผ่าจิ้งจอก ทว่าจือเยว่กลับเพลินตาเพลินใจกับข้าวของที่ตนไม่คุ้นเคยรวมถึงอาหารก็น่าลองเพราะตนเพิ่งเคยมายังโลกมนุษย์ในฐานะเทพเซียนครั้งแรก แม้วิญญาณเคยมารับวิบากกรรมทว่าแต่ละชาติภพที่ผ่านมานางจำไม่ได้ ร่างอรชรเข้าไปยืนมองอย่างสนใจ“ซาลาเปาอร่อยนะคุณหนู ซื้อสักลูกสองสิขอรับ”“อื้อ ได้ เอามาสองลูก”นางพยักหน้ารับโดยง่าย ทว่าเมื่อเถ้าแก่ห่อกระดาษส่งมาให้และบอกราคาจือเยว่กลับหน้าเสียแล้วหันสบตาหลี่เอินที่คอยตามตนไม่ห่าง“ว่ายังไง แค่ซาลาเปาสองลูกไม่มีเงินจ่ายหรือ”“เอ่อ...”มือหนายื่นผ่านหน้าจือเยว่ที่กำลังอึกอัก ส่งเหรียญวงกลมมีรูให้เถ้าแก่ไปและก็ได้เงินทอนมา ดวงตาคู่งามมองตามโดยไม่ละสายตาแล้วก็เห็นว่าเทพสงครามมีเงินทองเต็มถุง และสอด
“เอานี่ไปกินทั้งหมดเลย”“แต่...ลูกท้อขายไม่ได้แล้ว จะพาท่านแม่ไปหาหมอได้อย่างไร ฮือๆ”“ยังเหลือพอขายได้อยู่บ้างน่าเหยียนเอ๋อร์ เดี๋ยวเราเก็บเอามาขายใหม่ก็ได้ รวมกันก็พอมีเงินพาท่านแม่ไปหาหมอได้แล้ว”ผู้เป็นพี่สาวพยายามปลอบน้องชาย“อืม ใช่ ข้าบอกแล้วว่าจะซื้อทั้งหมด รวมถึงที่พวกเจ้าจะเก็บมาขายในวันพรุ่งนี้ด้วย”จือเยว่ย้ำคำพูดของตน ทำเอาสาวน้อยมองนางอย่างไม่แน่ใจ“ท่านจะซื้อลูกท้อตั้งมากมายไปทำสิ่งใดหรือ”“เจ้าบอกว่าลูกท้อของพวกเจ้าอร่อยที่สุดใช่หรือไม่”“อื้อ ใช่ อร่อยที่สุด”คราวนี้เป็นเด็กชายยืนยัน“ข้าอยากเลี้ยงคนทั้งตลาดนี้ด้วยลูกท้อสุดแสนอร่อยของพวกเจ้า”สาวน้อยมีสีหน้างุนงง ขณะที่จือเยว่ยิ้มมั่นอกมั่นใจ แล้วบอกกับเจ้าตัวเสียงเบาลง“ถือว่าให้คนทั้งตลาดได้ลองชิม ต่อไปพวกเจ้าเก็บมาขายเมื่อใด รับรองว่าหมดด้วยความรวดเร็วเป็นแน่”“แต่เหตุใดท่านต้องสิ้นเปลืองเงินทองเพื่อช่วยเหลือข้ากับน้อง”“พวกเจ้าต้องการเงินไปใช้รักษามารดาไม่ใช่หรือ ข้าอยากช่วยแต่ไม่อยากให้พวกเจ้าลำบากใจถือเป็นบุญคุณ ข้าจึงซื้อลูกท้อของพวกเจ้าอย่างไรเล่า”เจ้าตัวยังทำหน้าราวไม่อยากเชื่อนัก จือเยว่จึงคิดบางอย่างขึ้นมา
“ลองให้คนของข้าช่วยดูอาการให้หรือไม่”มารดาของเสวี่ยถงกับเสวี่ยเหยียนล้มป่วยกะทันหัน ทั้งสองนำเงินที่นางให้เมื่อวานพาท่านไปรักษากับหมอแล้ว ทว่ากลับได้รับคำตอบว่ายากเกินจะเยียวยา สีหน้าของทั้งคู่ไม่ดีนักขณะแจกลูกท้อให้กับผู้คนในตลาด จือเยว่ไต่ถามและได้รู้เรื่องราวจึงถือโอกาสออกตัวช่วยเหลือ เพื่อจะได้เข้าไปยังเผ่าจิ้งจอกได้เสวี่ยถงดูลังเล ทว่าเสวี่ยเหยียนรีบมาเกาะแขนนางด้วยท่าทางยินดี“จริงหรือ พวกท่านช่วยรักษาท่านแม่ได้จริงหรือ”“คนของข้าพอจะมีความรู้ด้านการรักษาอยู่บ้าง หากช่วยได้ข้าก็อยากช่วย”หลี่เอินศึกษาด้านการรักษาเยียวยามามาก รู้จักยาสมุนไพรทั้งในดินแดนมนุษย์และยาวิเศษมากมาย ปรุงยารักษาดีๆ พกติดตัวหลายชนิด บิดาตั้งใจคัดเลือกผู้ดูแลนางที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้เพื่อความปลอดภัยของนางเองด้วย“ท่านพี่พาพวกเขาไปดูท่านแม่นะ”เด็กชายหันไปบอกพี่สาว เสวี่ยถงยังไม่มั่นใจจือเยว่จึงเดินเข้าไปใกล้จับไหล่บางแล้วก้มลงไปกระซิบ“ไม่ต้องห่วง ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเป็นใคร พวกข้าเองก็ไม่ใช่มนุษย์เช่นกัน”สีหน้าเสวี่ยถงมีความเคลือบแคลงสงสัย นางจึงล้วงตราขุนพลสวรรค์จากด้านในเสื้อตนมาให้อีกฝ่ายดู เจ้าตัวตะล
“หากยังมีชีวิตอยู่ ก็เป็นไปได้ที่ราชาจิ้งจอกจะยังอยู่ในวัง ในเมื่อท่านอ๋องชิงหลุนบอกกับขุนนางต่างๆ ว่าป่วยหนักจนไม่สามารถพบผู้ใด ยกเว้นมีคนช่วยพาหลบหนีออกมาซ่อนตัวที่อื่นแล้ว”เทพสงครามออกความเห็น ร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกอยู่ริมระเบียงตรงชานหน้ากระท่อมเล็ก จือเยว่นั่งที่โต๊ะกับเสวี่ยถง ส่วน หลี่เหอกับหลี่เอินยืนห่างนายตนเล็กน้อย“ข้ากับหลี่เอินจะเข้าไปดูในวังเองขอรับ”หลี่เหอคิดว่าเพียงตนกับน้องสาวก็สามารถจัดการได้“ข้านำทางพวกท่านไปที่นั่นได้”เสวี่ยถงอาสา เวลานี้เสวี่ยเหยียนเข้านอนไปแล้ว มีเพียงพี่สาวที่รับรู้ความเป็นมาระหว่างมารดาตนกับราชาจิ้งจอก เจ้าตัวขุ่นเคืองอย่างมาก ทว่าอย่างไรก็ต้องช่วยคนผู้นั้นเพื่อมารดาตน แม้จริงแล้วมารดาของนางเป็นคู่ชีวิตของราชาจิ้งจอกก่อนเขาขึ้นครองบัลลังก์ ทว่ากลับถูกทอดทิ้ง เสียใจจนไม่อยากมีชีวิตอยู่พยายามฆ่าตัวตาย แต่บิดาตนซึ่งเป็นคนดูแลสวนท้อช่วยเอาไว้ กว่ามารดาจะยอมรับความรักจากบิดาก็ผ่านไปนาน“อย่าเลย เจ้าอยู่ดูแลท่านน้าซ่งกับเสวี่ยเหยียนที่นี่เถิด เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่พวกข้าเอง”จือเยว่ห้ามด้วยไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องเสี่ยงอันตราย และพวกนางก็มาที่นี่เพื่
สองสามีภรรยานั่งอยู่คนละมุมไม่มองหน้านับแต่นั้น ต่างก็เงียบไม่พูดจากัน แม้จะเกิดบรรยากาศอึมครึมบ่อยครั้งระหว่างทั้งคู่ หากครั้งนี้ดูจะหนักที่สุด จือเยว่พูดคุยเพียงกับคนของตน ถามไถ่อาการหลี่เอิน ถามเรื่องการเข้าไปหาราชาจิ้งจอกในวังกับหลี่เหอ“ดูเหมือนราชาจิ้งจอกจะไม่ได้อยู่ในวังแล้วขอรับ”“เช่นนั้นจะตามหาอย่างไร”จือเยว่ถอนหายใจแล้วเงียบไปหลี่เหอที่เวลานี้นั่งสุมไฟเพิ่มเหลือบมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่พิงต้นไม้อีกต้นห่างออกไปจากรัศมีกองเพลิง แต่กระนั้นความเย็นชื้นของป่าในยามดึกก็คงไม่ระคายกายทิพย์อันแข็งแกร่งของเทพสงครามเท่าใดนัก รอว่าอีกฝ่ายจะวางแผนอย่างไรทว่าเจ้าตัวกลับเงียบ“เอ่อ ท่านเทพสงครามจะทำอย่างต่อไปขอรับ”สุดท้ายเขาก็เอ่ยถาม ในเมื่องานต้องเดินหน้า เรื่องส่วนตัวเทพสงครามกับท่านหญิงต้องจัดการด้วยตนเอง“เราสองคนจะปลอมเป็นทหารเผ่าจิ้งจอก ไม่นานคงได้ข่าวคราว หรือไม่ก็น่าจะรู้ว่าผู้ใดภักดีต่อราชาจิ้งจอก จากนั้นคงได้หารือกัน ไม่แน่อาจได้พบผู้ช่วยเหลือราชาจิ้งจอกด้วย”ริมฝีปากอิ่มถูกขบจนเจ็บ อย่างไรเฟยอวี่ก็คิดกันนางออกมาอยู่ดีสินะ แม้ไม่พอใจแต่เพราะหลี่เอินบาดเจ็บอยู่ นางไม่อาจทิ้ง อีก
“ข้าระลึกถึงนางอยู่ทุกขณะจิต”ราวมีบางอย่างบีบหัวใจของนาง คิ้วเรียวขมวดมุ่นพลางส่ายหน้าไปมาอย่างต้องการสลัดมันทิ้ง ไม่ชอบอาการแปลกๆ เช่นนี้ของตนนักและพยายามดึงมือออกจากอีกฝ่าย“เช่นนั้นก็ระลึกไว้ด้วยว่า ข้าไม่ต้องการการคุ้มครองจากท่าน ข้าดูแลตนเองได้ แม้หลี่เหอหลี่เอินจะมีหน้าที่ดูแลข้า แต่ข้าก็ไม่ต้องการให้พวกเขาต้องมีภัยเพราะช่วยเหลือข้า อย่าคิดว่าท่านเป็นสามีข้าแล้วจะบังคับข้าได้ ท่านไม่ใช่ท่านปู่ท่านย่า ท่านพ่อท่านแม่ของข้า”ทั้งร่างอรชรถูกกระตุกไปใกล้ร่างแกร่งยิ่งขึ้น ใบหน้าคมคายก้มลงมาจนลมหายใจร้อนรินรดแก้ม รับรู้ได้ถึงความระอุกรุ่นโกรธจากชายหนุ่ม“ท่านคงเข้าใจสิทธิ์ของสามีผิดไปแล้วท่านหญิง เมื่อแต่งงานแล้วสตรีย่อมเป็นสิทธิ์ของสามีเต็มตัว แม้ทุกคนต้องเชื่อฟังท่าน แต่ท่านต้องเชื่อฟังข้า”ริมฝีปากสวยอิ่มเม้มอย่างขัดอกขัดใจและพยายามบิดข้อมือของตนให้หลุดจากมือหนา“ชีวิตจิตใจเป็นของข้าเอง ข้าไม่ยอมให้ท่านบังคับได้อีกเป็นครั้งที่สองแน่ ปล่อย!”เฟยอวี่ไม่ทำตามและเขากลับเกี่ยวเอวนางไว้ด้วยแขนกำยำ ดึงให้เบียดชิดเรือนกายที่แตกต่างกัน จือเยว่ตกใจ ภาพริมฝีปากตนเองถูกประทับด้วยปากได้รูป กับต
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”ร่างสูงใหญ่เคลื่อนมาหานางพร้อมกับหลี่เหอจือเยว่ยืนนิ่งเพราะรู้สึกถึงแรงบีบถี่ในท้องของตน มือบางกุมท้องและทรุดกายลง เฟยอวี่ก็รีบช่วยประคอง“ปวดท้องหรือ”นางพยักหน้าให้สามี ก่อนจะพูดเสียงสั่น“ข้าทนไม่ไหวแล้ว”เฟยอวี่ตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็อุ้มภรรยาของตนไปยังดินแดนมนุษย์ หลี่เหอช่วยเนรมิตกระท่อมขึ้นมา“ทำอย่างไรดี หากหลี่เอินอยู่ที่นี่ด้วยก็คงดี”เขาอดคิดถึงน้องสาวไม่ได้เทพสงครามวางร่างอรชรที่งอตัวแล้วร้องดังขึ้นเรื่อยๆ พายุที่หยุดไปเมื่อครู่เริ่มกระหน่ำลงมาอีกครั้ง ฟ้าแลบฟ้าร้องดังสนั่น จือเยว่ยิ่งดิ้นทุรนทุราย ขณะที่เขาทำได้เพียงจับมือบางและโอบกอดอีกฝ่าย“เฟยอวี่...ช่วยด้วย กรี๊ดดดด!!”จือเยว่กรีดร้องออกมาลั่นทั่วทั้งป่า ก่อนแสงสว่างเรืองรองจะวาบขึ้นแล้วปรากฏร่างเด็กทารกใกล้ร่างบอบบางที่หมดสติเฟยอวี่มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างทำตัวไม่ถูก ขณะที่หลี่เหอถึงกับตกตะลึง หากก็รีบเข้ามาอุ้มร่างเล็กที่กำลังแผดเสียงร้องจ้าขึ้นเวลาเดียวกันนั้น ท้องฟ้ามืดมิดสว่างไสวในชั่วพริบตา พายุฝนฟ้าคะนองเลือนหายราวไม่เคยเกิดสภาพอากาศแปรปรวนโหดร้ายก่อนหน้านี้สองหนุ่มสบตา
สองร้อยปีต่อมา...“ให้ลูกไปเถิดนะท่านแม่”“เวลาเช่นนี้สุ่มเสี่ยงเกินกว่าที่ลูกจะไปเสี่ยงอันตราย ท่านย่ารู้ว่าแม่ให้ลูกไปต้องโกรธมากแน่”“ท่านพ่อ”จือเยว่หันไปหาบิดาให้ช่วยเหลือเมื่อมารดาส่ายหน้า ทว่าไท่จื่อจิ่นลี่กลับเหลือบสายตาไปยังภรรยา“ยังไงลูกก็จะไป”ใบหน้างดงามงอง้ำด้วยความขัดอกขัดใจ“เยว่เอ๋อร์ หากในเวลาปกติ พ่อก็คิดว่าเจ้าสมควรไป แต่เวลานี้...”ไท่จื่อสวรรค์ถอนหายยาว“พ่อไม่อนุญาต”จือเยว่มองบิดามารดาอย่างน้อยใจแล้วหันไปยังสามีซึ่งยืนเงียบทั้งยังมีสีหน้าลำบากใจ ริมฝีปากอิ่มสวยก็เม้มขุ่นเคือง“ลูกแข็งแรงดี ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติ ก่อนหน้านี้ก็ยังลงไปช่วยเผ่าปีศาจพร้อมกับเฟยอวี่ ครั้งนี้ไยจึงไปไม่ได้”“เวลานั้นลูกไปโดยที่ไม่บอกผู้ใดว่าตั้งครรภ์ แต่ตอนนี้คนรู้ทั่วทั้งสวรรค์ ยิ่งท่านปู่ท่านย่าของลูก ยิ่งไม่ต้องการให้ลูกทำงานราชกิจใด อีกอย่างก็น่าจะจวนเจียนคลอดแล้ว”“ลูกยังไม่รู้สึกว่าจะถึงเวลา”ผู้ที่ตั้งครรภ์ทว่าท้องไม่ได้โตขึ้นแม้แต่น้อยแย้งมารดา“แม่ก็คลอดลูกหลังตั้งครรภ์ไม่นานนัก”ด้วยบุญญาธิการของชนชั้นสูงเผ่าสวรรค์นั้นไม่อาจล่วงรู้ได้ ฤกษ์งามยามดีเหมาะสมเกิดจากญ
“จะไม่ให้ข้าได้พักเลยหรือ”“ท่านอยากพักก็พัก ข้าไม่ได้ห้าม”ใบหน้างดงามยังงอง้ำ ดวงตาคู่หวานซึ้งฉายแววขุ่นเคือง ทว่าเฟยอวี่ไม่รู้สึกเกรงกลัวทั้งยังเอ่ยหน้าตาย“ถึงท่านพัก ข้าก็ทำได้ โอ๊ย!”ชายหนุ่มสะดุ้งเพราะนิ้วเล็กจิกแล้วบิดอกหนาของตน“ตรงนี้มันเจ็บนะ”หญิงสาวสะบัดหน้าหนี เขาจึงจับมือที่ประทุษร้ายตนมาจูบ แล้วพาร่างอรชรลงไปนอนสบายๆ ส่วนตนตะแคงข้างกวาดมองเรือนกายเย้ายวน มีเสื้อรั้งอยู่ส่วนแขนและด้านหลัง หากก็แทบจะเปลือยเปล่า“เพิ่งบอกว่าคิดถึงข้า ตอนนี้มางอนเสียแล้ว”“ถึงข้าจะต้องการท่านมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้ท่านเอาแต่ใจกับข้า”“อืม ส่วนท่านเอาแต่ใจกับข้าได้”“เฟยอวี่”จือเยว่เสียงเข้มขึ้น ทั้งยังมองสามีตนด้วยแววตาดุ“โธ่ เมื่อครู่เป็นท่านเองที่ปลุกเร้าข้า ทั้งที่ข้าอุตส่าห์ห้ามใจ เพราะเห็นว่าท่านเพิ่งบาดเจ็บและยังเศร้าเสียใจ”“ท่านโทษข้า”เฟยอวี่ยิ้มเจื่อน รู้แล้วว่าหากไม่ยอมก็คงไม่จบ จึงเปลี่ยนไปเป็นง้อภรรยาแทน“ไม่ได้โทษท่าน ข้าดีใจยิ่งนักที่ท่านต้องการข้าถึงเพียงนี้ ข้าผิดที่เย้าท่านให้ได้อาย อย่าโกรธเคืองข้าเลยนะจือเยว่”ชายหนุ่มส่งสายตาอ้อนวอนปริบๆ จือเยว่จึงพยักหน้า
เฟยอวี่ไม่ยอมเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียว ขยับริมฝีปากได้รูปจูบร้อนแรงกลับไป ขณะยกร่างอรชรให้ขยับขึ้นมาคร่อมตักตน อีกฝ่ายยอมทำตามโดยง่าย มือบางเลื่อนสอดเข้าไปในกลุ่มผมนวดคลึงพลางพัวพันลิ้นเล็กกับลิ้นตนเร่าร้อนจนหายใจลำบาก ทว่าปากนุ่มยังขยับมาเม้มใบหูของเขาต่อทำเอาชายหนุ่มครางครึ้ม“อืม จือเยว่ เวลาร้อยปีทำให้ท่านใจร้อนขึ้นมากนัก”“เพราะข้าคิดถึงอ้อมกอดของท่าน ช่วงเวลาแห่งความสุขแสนสั้นเกินไป”ชายหนุ่มต้องกัดริมฝีปากตนเพราะเจ้าตัวตอบเบาชิดหูทั้งยังกัดติ่งหูเขาหยอกเย้า“ท่านยั่วเย้าเก่งเกินไปแล้ว ข้าคิดว่าท่านคงลืมเลือนสัมผัสจากข้าไปเสียแล้ว”“ข้าเพียงทำตามเสียงเรียกร้องแห่งปรารถนา”บอกแล้วนางก็ไล่เม้มลำคอแกร่ง มือกระชากเสื้อคลุมอีกฝ่ายออกด้วยเวทของตน ก่อนจะไต่สองมือบางไปตามบ่าหนากับแขนกำยำ ทั้งยังจิกปลายนิ้วครูดไปตามแผ่นหลังกว้างเร้าอารมณ์หนุ่มพร้อมแนบหน้าอกตนชิดอกแกร่งเปลือยเปล่า ขยับบดเบียดเชิญชวนมือหนาเลื่อนมาวางแนบเอวบางค่อยๆ ปลดชุดสวยอย่างไม่เร่งร้อนผิดกับอีกฝ่าย ตั้งใจปลดเปลื้องเรือนกายอ้อนแอ้นให้เผยอย่างช้าๆ เพียงด้านหน้า ดูเย้ายวนกระตุ้นเลือดหนุ่มฉกรรจ์ให้ทะยานอยากมากยิ่งขึ้นชายห
“หากไม่คิดบัญชีกับเจ้า ข้าก็ไม่อาจตายตาหลับ ฆ่ามัน!”นางสั่งเสียงเข้ม ฝูงจิ้งจอกก็กระโดดจู่โจม จือเยว่เหินลอยตัวสูงพร้อมหลี่เหอหลี่เอิน และฟาดพันพลังใส่จิ้งจอกที่ถูกวิชามารควบคุม แต่ละตัวตาแดงก่ำน่ากลัวจิ้งจอกกระเด็นไปไกลแต่ก็ผุดยืนขึ้นรวดเร็วราวไม่บาดเจ็บ คงกลายเป็นปีศาจจิ้งจอกแล้ว ทั้งยังกระโดดได้สูงผิดจิ้งจอกทั่วไปและมีไอดำรอบกายซูเจินเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย นางพุ่งเข้ามาพร้อมสะบัดแขนส่งพลังทำลายล้างสีดำทะมึนเข้ามาใส่ จือเยว่หันไปตั้งรับขณะหลี่เหอหลี่เอินพะวงกับฝูงจิ้งจอก แม้นางจะสกัดพลังทมิฬนั้นได้และผลักดันกลับไปจนอีกฝ่ายผงะ ทว่ากลับมีจิ้งจอกตัวหนึ่งพุ่งมาใส่ หญิงสาวถอยหนีอย่างกะทันไปจนถึงหน้าผา เป็นเวลาเดียวกับที่ซูเจินตั้งตัวได้ซัดพลังตามมา ร่างอรชรถูกกระแทกจากไอดำหงายหลังลงหน้าผาโดยมีจิ้งจอกตัวนั้นตามมาเพื่อขย้ำจือเยว่ลอยลิ่ว กำหนดจิตได้ยากเพราะบาดเจ็บ แล้วอยู่ๆ กลับมีลูกไฟพุ่งลงมายังตัวจิ้งจอกจนถูกเผาไปต่อหน้า รวมทั้งซูเจินกับจิ้งจอกตัวอื่นก็ถูกลูกไฟตามๆ กันขณะได้ยินเสียงซูเจินกรีดร้องหญิงสาวรู้สึกได้ว่าร่างสูงใหญ่โผวูบเข้ามารองรับร่างตนและพาลอยสูงขึ้น ผู้ที่บาดเจ็บเหลือบมอง แ
เวลาล่วงเลยมาร้อยปี จากขุนพลสวรรค์จือเยว่สามารถขึ้นเป็นแม่ทัพสวรรค์ได้แล้ว นางเป็นผู้ดูแลราชกิจทั่วทั้งหกพิภพแทนไท่จื่อจิ่นลี่เต็มตัว แม้ผู้นำทัพสวรรค์ยังเป็นไท่จื่อ รวมถึงหน้าที่รับผิดชอบของเทพสงครามจือเยว่ก็เป็นผู้จัดการโดยปราศจากการแต่งตั้งเทพสงครามคนใหม่ หญิงสาวคิดว่าองค์จักรพรรดิสวรรค์ยังไม่เห็นว่าผู้ใดมีความสามารถเพียงพอ และตัวนางเองยังต้องได้รับความไว้วางใจจากขุนนางสวรรค์กับหกพิภพถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ตำแน่งใดไม่สำคัญ นางอยากทำหน้าที่ของตนกับเฟยอวี่ให้ดีที่สุด ให้เหมือนกับเทพสงครามยังคงอยู่“ชายแดนเผ่าจิ้งจอกติดกับดินแดนมนุษย์มีอสูรร้ายอาละวาดกินผู้คนเป็นอาหาร ท่านแม่ทัพจะไปจัดการด้วยตนเองหรือให้ข้าไปแทนขอรับ”หลี่เหอถามขณะหารือในเรื่องฎีกาที่ส่งมา บางส่วนสามารถจัดการได้โดยไม่ต้องทูลฮ่องเต้สวรรค์ก่อน แม่ทัพจือเยว่จะเป็นผู้ตัดสินใจหรือไม่ก็ปรึกษาไท่จื่อ ด้วยเวลานี้องค์จักรพรรดิวางมือในหลายส่วนแล้วจือเยว่นิ่งงันไป ชายแดนเผ่าจิ้งจอกกับดินแดนมนุษย์ก็หมายถึงเขตรอยเชื่อมต่อที่เคยไปครั้งก่อน ครั้งที่ทำให้นางสูญเสียที่สุดในชีวิต นางไม่ควรไปหากไม่ต้องการเจ็บปวด ทว่าก็คิ
“ท่านย่ารู้เรื่องนี้ด้วยหรือเพคะ”ฮองเฮาฮุ่ยเฟิ่งอึกอักอ้ำอึ้ง ทว่าเห็นหลานรักเป็นเช่นนี้ก็ไม่อยากปิดบังไว้อีก“ผู้ที่รู้เรื่องนี้ มีท่านปู่ของหลาน ย่า อาจารย์ปู่กับอาจารย์ของหลาน”จือเยว่มองย่าของตนอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ฮองเฮายังบอกเล่าต่อไป“เฟยอวี่เคยช่วยชีวิตหลาน เขาปลดผนึกวิชาแปลงกายจากตัวหลานทำให้กลายร่างเป็นหญิง และด้ายแดงก็ผูกพันชะตาหลานทั้งสองไว้นับแต่นั้น ในตอนที่เขาพาหลานมาให้อาจารย์ช่วยรักษา อาจารย์ของหลานจึงบอกให้เฟยอวี่ช่วยเก็บความลับนี้ไว้ อาจารย์ปู่สำนักเทียนซานส่งสารลับแจ้งมายังท่านปู่ ท่านปู่ของหลานจึงรับสั่งให้สะกดอารมณ์ความรู้สึกในหัวใจของหลานเอาไว้ ไม่ต้องการให้หลานผูกพันใจกับผู้ใดแม้แต่เฟยอวี่ และอาจารย์ของหลานก็มอบหมายหน้าที่ให้เขาลงไปขุนเขากลางเวหา”ริมฝีปากอิ่มเผยอ ยิ่งฟังก็ยิ่งเจ็บปวด เพราะศิษย์พี่ของนางเก่งกาจที่สุดในสำนัก นางจึงไม่แปลกใจ ทว่าจากนั้นไม่นานบิดาก็ส่งจางหย่งมารับตัวนางกลับสวรรค์ และไม่ได้พบเฟยอวี่อีกเพราะถูกเวทสะกดใจไว้นี่เอง นางจึงมักรู้สึกปวดหัวใจราวถูกบีบหรือทิ่มแทงทุกครั้งที่อารมณ์เฉียดใกล้ความรู้สึก ‘รัก’‘นางมีหน้าที่อันยิ่งใหญ่รออยู่ ชีว
ร่างบอบบางมุ่งหน้าเข้าป่าลึกภายในสำนักเทียนซาน มีผู้อื่นที่ว่องไวคล่องแคล่วกว่าตนหลายคน ทำให้ต้องเร่งฝีเท้ากระโดดลอยเหาะไปเกาะตามต้นไม้ใหญ่ ธงชัยสำหรับผู้ชนะในการประลองความเร็วนี้มีเพียงห้าคนเท่านั้น และนางก็อยากคว้ามันมาให้ได้จือเยว่ในเวลานี้อายุเพียงพันสองร้อยปี ยังเยาว์วัยและรูปร่างผอมบางสะโอดสะองกว่าบุรุษวัยเดียวกัน ฝีมือก็อ่อนด้อยกว่าศิษย์รุ่นเดียวกัน เพราะไม่มีผู้ใดรู้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็นสตรี หากคว้าชัยเป็นหนึ่งในห้าได้นางจะไม่ถูกมองว่าอ่อนแอเหมือนคนขี้โรคอีกทว่าเมื่อมองเห็นธงชัยที่อยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง นางก็รีบกระโจนไปให้ถึงโดยเร็ว หากก็มีศิษย์อีกคนเห็นด้วยเช่นกัน ต่างก็เร่งฝีเท้าและปีนป่ายเกาะต้นไม้นั้น แต่ที่ไม่มีใครทันสังเกตคือมีอสรพิษขดอยู่ด้านบนเหนือธงขึ้นไปราวเฝ้าระวัง ทั้งสองต่างขัดแข้งขัดขาช่วงชิงโอกาสที่จะไปให้ถึงธงนั้นก่อนอีกฝ่ายและจือเยว่ก็พลาดถูกเตะจนร่วงหล่นลงมายังดีที่คว้ากิ่งไม้ไว้ได้ นางเร่งปีนกลับขึ้นไปใหม่ เป็นจังหวะเดียวกับที่ศิษย์อีกคนเห็นว่ามีงูอยู่ เขาใช้เวทโจมตีเพื่อให้งูตกลงไป ทว่าโชคไม่ดีที่หล่นมาถูกจือเยว่ด้านล้าง และนางก็ถูกอสรพิษนั้นกัดเข้าที่แขน
“ระวังตัวด้วย”เทพสงครามสั่งเสียงดัง มั่นใจว่าชิงหลุนคงไม่ละมือโดยง่าย และก็เป็นอย่างที่คิด ชิงหลุนยกสองมือชูขึ้น ชั่วอึดใจท้องฟ้าด้านบนก็ดำทะมึนก่อนเหวี่ยงกรงเล็บจิ้งจอกทมิฬมาพร้อมพลังสายฟ้าฟาด ราวตั้งใจใช้พลังโจมตีทั้งหมดที่ตนมีเพื่อทำลายศัตรูเฟยอวี่พยายามเคลื่อนกายไปด้านหน้า หากรอรับเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถจัดการอีกฝ่ายได้ หลี่เหอเองก็ถอยไปบังร่างอรชรของนายตนไว้อย่างรู้ใจเทพสงครามว่าจะหาโอกาสเปลี่ยนรับเป็นรุกจากหลังเฟยอวี่ใช้พลังบังคับทวนให้หมุนสกัดกรงเล็บโดยไม่หยุดแล้ว เขาก็ร่ายเวทเพลิงวิหค ปล่อยพลังซัดเข้าหาชิงหลุน อีกฝ่ายตีลังกาหลบได้อย่างเฉียดฉิว นั่นทำให้กรงเล็บจิ้งจอกทมิฬหยุดลงชั่วขณะ เทพสงครามรีบคว้าทวนแล้วโผเข้าฟาดฟันอีกฝ่ายก็ปัดป้องด้วยพลังได้ทุกครั้งสายตาของชิงหลุนเหลือบไปยังจือเยว่ชั่วแวบ ก่อนจะหลบทวนของเทพสงครามหายวับไปใกล้ร่างอรชร ส่งกรงเล็บใส่หลี่เอินเพื่อให้พ้นทางก่อน“โอ๊ะ”“หลี่เอิน”ทั้งจือเยว่กับหลี่เหอต่างตะโกนขึ้นพร้อมกัน หลี่เหอรีบมาขวางแต่เพราะความกังวลห่วงน้องสาวที่กระเด็นไปไกลทำให้เกือบจะหลบพลังของชิงหลุนไม่ทัน ไม่ได้มองว่านายตนพุ่งกายไปหาหลี่เอิน นั่