- ฉินอันอันแบกท้องไปทำอะไรกับผู้ชายในโรงแรมต ทุกคนน่าจะรู้ดีนะ? [หัวสุนัข] - เพื่อนของฉันที่ทำงานที่สนามบินบอกว่าฉินอันอันบินไปต่างประเทศเมื่อเช้านี้ ดูเหมือนว่าเธอจะหนีไปต่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องที่โดนแฉ! - ฉันกลัวมาก! เพื่อนของฉันโพสต์ภาพหน้าจอวิดีโอของฉินอันอัน และบัญชีของเขาก็ถูกบล็อก คำว่า ‘ฉินอันอัน’ ต่อไปจะกลายเป็นคำต้องห้ามหรือเปล่า? คำพูดของคนบนอินเทอร์เน็ตก็เป็นจริง ครึ่งชั่วโมงต่อมา คำว่า ‘ฉินอันอัน’ สามคำนี้ไม่สามารถเผยแพร่ทางออนไลน์ได้อีกต่อไป เหตุการณ์นี้กระตุ้นให้เกิดความโกรธเคืองของคนบนอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก และในเวลาไม่นานฉินกรุ๊ปก็ถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อการค้นหาที่มาแรง ไมค์อ่านความคิดเห็นของคนบนโลกอินเทอร์เน็ต ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเขาก็เต็มไปด้วยความเยือกเย็น เขาควรตามฉินอันอันไปประเทศบี แต่เหตุการณ์เกิดขึ้นในประเทศ เขาควรอยู่ในประเทศเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทดำเนินกิจการได้ตามปกติ “ไมค์ คือว่า...” รองประธานเปิดประตูห้องทำงานของไมค์แล้วพูดอ้ำอึ้ง “คุณฉิน...เธอโอเคไหม?” ไมค์ “เธอไปประเทศบี” “อ๋อ... แล้วเธอโอเคไหม?” ไมค์ยกคิ้วหนา “คนอื่นไม่เชื่อฉิน
ฉินอันอันคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่ หรือประโยคนี้ยากเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจ ตอนนี้เธออยู่บ้านสบายดี จะเกิดอะไรขึ้นกับเธอได้? “อันอัน ก่อนหน้านี้เธอเคยทำเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายตอนไปโรงแรมซีซาร์หรือเปล่า?” ไมค์เห็นว่าเธอตะลึงและไม่พูด เขาจึงถามขึ้นเสียเอง “ทำอะไร?” เธอถามอย่างสับสน “ก็เรื่องอย่างว่านั่นไง...” ไมค์อึดอัดที่จะพูดตรง ๆ ขณะที่เขาอ้ำอึ้ง เธอก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว “ทำไมนายถึงพูดแบบนั้น?” เธอหยิบโทรศัพท์แล้วเดินไปที่ห้องของเธอ “ไมค์ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” “ฉันจะส่งวิดีโอไปให้เธอดูว่าเป็นเธอหรือเปล่า” ไมค์กลัวว่าเธอจะโกรธหลังจากดูวิดีโอจึงรีบพูดเสริมว่า “ฉันรู้ว่าผู้หญิงในวิดีโอนั้นไม่ใช่เธอ แต่เธอแกล้ง ๆ เปิดดูหน่อย มันเหมือนเธอมากเลยนะ…” ฉินอันอันเดาได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เธอวางสายโทรศัพท์และดูวิดีโอที่ไมค์ส่งมา เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วคลิกวิดีโอ เสียงของผู้หญิงในวิดีโอมาถึงหูของเธอก่อน หลังจากได้ยินเสียงที่คุ้นเคยนี้ เธอก็ขนลุกไปทั้งตัว เป็นแบบนั้นได้ยังไง? ทำไมเสียงของผู้หญิงคนนี้ถึงเหมือนกับเสียงของเธอทุกอย่างเลย? จู่ ๆ เธอก็จำสิ่งที่เสิ่นอวี๋พูดก่อน
เธอไม่กล้าจินตนาการถึงปฏิกิริยาของฟู่สือถิงหลังจากดูวิดีโอนี้เลย เธอหวังว่าเขาจะเชื่อในตัวเธอโดยไม่มีเงื่อนไข แต่เธอก็รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนมีเหตุผลมาก จนกว่าเธอสามารถแสดงหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่าผู้หญิงในวิดีโอไม่ใช่เธอได้ เธอก็ไม่กล้าตั้งความหวังกับเขา “ใช่” ไมค์ถอนหายใจ “เรื่องอื้อฉาวแบบนี้แพร่กระจายเร็วมาก ถึงฉันจะบล็อกวิดีโอออนไลน์และหัวข้อที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว แต่ทุกคนก็รู้เรื่องนี้แล้ว” ข้อเท้าของฉินอันอันอ่อน เกือบจะล้มลง “อันอัน ยังไงก็ไม่ใช่เธอ เราต้องตามหาผู้หญิงในวิดีโอให้เจอ! ไม่อย่างนั้นต่อไปมันจะปลอมเป็นเธอและทำสิ่งเลวร้ายอีก!” ไมค์กัดฟันพูด “เธอไม่ต้องไปดูข่าวในประเทศพวกนั้นหรอก คนพวกนั้นพูดจาไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่ ฉันกลัวว่าจะส่งผลกระทบกับเด็กในท้อง” “เราจะหาเจอได้ยังไง?” นิ้วของฉินอันอันจับโทรศัพท์ไว้แน่น รู้สึกปวดขมับ “ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร?!”“ฉันคิดว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดคือนั่วนั่ว” ไมค์วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล “เธอทำให้ใบหน้าของตัวเองเหมือนเธอ และมันสมจริงมากจนแทบแยกไม่ออก ใคร ๆ ก็เดาออกว่าความตั้งใจของเธอคืออะไร ฉันจะไม่แปลกใจเลยถ้าเธอทำอะไรอุกอาจแบบนี้”
โทรศัพท์มือถือของโจวจื่ออี้ดังขึ้น ทุกคนมองเขา เหงื่อไหลออกมาบนหลัง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเห็นว่าเป็นสายจากไมค์ เขาอยากรับสายแต่ไม่กล้ารับสายเพราะเขากลัวจะพลาดพูดข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวกับฉินอันอัน เขาลังเลครู่หนึ่งก่อนรับโทรศัพท์ต่อหน้าทุกคน “โจวจื่ออี้ เจ้านายของคุณมีปฏิกิริยายังไงบ้างหลังจากได้ดูวิดีโอนี้?” ไมค์ถาม เมื่อได้ยินสิ่งนี้ โจวจื่ออี้ก็เหลือบมองฟู่สือถิง สีหน้าของฟู่สือถิงย็นชา น่ากลัว และดวงตาคมราวกับเหยี่ยวของเขาดูเหมือนจะฆ่าคนได้! โจวจื่ออี้ถือโทรศัพท์มือถือแล้วรีบหนีออกจากออฟฟิศไป! “บ้าจริง! คุณถามคำถามได้แย่มาก! คุณคิดว่าเจ้านายของผมจะมีปฏิกิริยายังไงล่ะ?” หลังจากที่โจวจื่ออี้ออกจากออฟฟิศ เขาก็ถอนหายใจอย่างแรง “คุณได้ติดต่อกับฉินอันอันบ้างไหม?” “ติดต่อแล้ว” ไมค์ต้องการพูดคำพูดเดิมของฉินอันอันซ้ำกับเขาด้วยความตื่นเต้น แต่น่าเสียดายที่ไม่มีหลักฐานและเขาคงไม่เชื่อแน่ ดังนั้นน้ำเสียงของเขาจึงดูทื่อเล็กน้อย “ผมบอกไปแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ฉินอันอัน” “เธอบอกว่าไม่ใช่เธอ?” โจวจื่ออี้กลืนน้ำลาย “ใช่! เธอบอกว่ามีคนปลอมตัวเป็นเธอ โจวจื่ออี้ คุณไม่รู
หลีเสี่ยวเถียนเดินผ่านเขาเข้าไปในห้องทำงานของฟู่สือถิง โจวจื่ออี้หยอกเย้าเฮ่อจุ่นจือ “ดูเหมือนภรรยาของคุณจะมาสร้างเพื่อปัญหาที่นี่นะครับ” เฮ่อจุ่นจือถอนหายใจ “ผมไม่ได้อยากให้เธอมา แต่เธอยืนกรานที่จะมาเอง เธอยืนยันว่าผู้หญิงในวิดีโอไม่ใช่ฉินอันอัน แต่ผมดูอย่างละเอียดแล้ว ผมก็ยังคิดว่าเธอคนนั้นคือฉินอันอัน!” โจวจื่ออี้ตอบกลับ “พวกเธอเป็นเพื่อนสนิทกัน แน่นอนว่าเธอต้องอยู่ข้างฉินอันอัน ไมค์ก็เหมือนกัน เขาบอกผมว่าผู้หญิงในวิดีโอคือนั่วนั่ว นั่วนั่วเลียนแบบเสียงของเธอและที่ท้องเธอป่องก็เป็นเพราะเอฟเฟกต์พิเศษ...เขาพูดจริงจังจนผมเกือบจะเชื่อไปแล้ว” เฮ่อจุ่นจือไม่เชื่อ “เขาคิดว่ากำลังถ่ายหนังอยู่หรือยังไง?!” โจวจื่ออี้ดันแว่นบนดั้งจมูกขึ้น “ที่เขาพูดนั้นก็เป็นไปได้ แต่ความเป็นไปได้นั้นมีไม่มาก พวกเขายอมรับที่ฉินอันอันเป็นผู้หญิงแบบนั้นไม่ได้มากกว่า” “คุณพูดถูก หลีเสี่ยวเถียนแทบจะเสียสติหลังจากได้ดูวิดีโอนี้ ผมไม่สามารถแม้แต่จะพยายามโน้มน้าวเธอได้เลย” “เจ้านายของผมก็เหมือนกัน แม้ว่าจนถึงตอนนี้เขาจะยังไม่ได้ทำอะไรแย่ ๆ แต่ผมคิดว่าเขาอาจจะระเบิดเมื่อไรก็ได้ ผมไม่กล้าเข้าไปตอนนี้หรอก
เขาไม่คิดว่าทันทีที่กดโทรออกก็มีคนรับสายทันที “พรุ่งนี้ฉันจะกลับไป” เสียงของเธอนิ่งสงบ “ไว้เราค่อยคุยกัน” ความโกรธและความกลัวในใจของเขาถูกระงับในทันที เขานึกถึงคำพูดของเซิ่งเป่ย เซิ่งเป่ยบอกว่าเธอรู้วิธีควบคุมเขาและเธอทำได้อย่างง่ายดาย ในตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของคำที่เซิ่งเป่ยพูดแล้ว เขาโดนฉินอันอันควบคุมอย่างอยู่หมัด เธอพูดเพียงประโยคเดียว เขาก็เชื่อใจเธอโดยไม่ลังเล แม้ว่าหลักฐานทั้งหมดจะชี้ให้เห็นว่าเธอทรยศเขาก็ตาม “ฉินอันอัน” ก่อนที่จะวางสาย เขาเรียกชื่อเธอด้วยเสียงแหบแห้ง เธอรู้สึกได้ถึงความทรมานใจผ่านน่ำเสียงของเขา เขาคงได้ดูวิดีโอนั้นแล้วและต้องสงสัยเธอแน่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เจ็บปวดขนาดนี้หรอก “ฟู่สือถิง ฉันรู้ว่ามันยากสำหรับคุณที่จะเชื่อฉัน” เธอพูดอย่างไม่เต็มใจ ไม่สามารถทนต่อบรรยากาศที่น่าหดหู่ได้ในขณะนี้ “ตอนที่ฉันเห็นวิดีโอ ฉันก็เกือบจะคิดว่าเป็นตัวเองแล้วเหมือนกัน” เขาฟังเสียงของเธออย่างเงียบ ๆ และอารมณ์ที่ไม่สามารถควบคุมและกระสับกระส่ายของเขาก็สงบลงทีละน้อย “ฉันพยายามดูมันซ้ำแล้วซ้ำอีก” เสียงของเธอติดขัด “ฟู่สือถิง นั่นไม่ใช่ฉัน” หลังจากที่เธอพ
เขาไม่สามารถพูดเรื่องนี้กับแม่ตรง ๆ ได้ ไม่อย่างนั้นแม่จะไม่เห็นด้วย สายตาของเขามุ่งมั่น น้ำเสียงของเขาจริงจัง พร้อมกับแต่งเรื่องโกหกขึ้นมา “ผมเหนื่อยกับการเข้าค่ายฤดูร้อนครั้งนี้มาก” ฉินอันอันรับปากเขาอย่างสงสาร “ลูกรัก ต่อไปถ้าเรียนหนักหรือกดดันมาก ลูกต้องบอกแม่นะ ถึงแม้การเรียนจะสำคัญ แต่สุขภาพสำคัญกว่า” เสี่ยวหานพยักหน้า ประเทศเอ บ้านตระกูลฟู่ เวลาสองทุ่ม เซิ่งเป่ยรินไวน์ให้ฟู่สือถิง แต่ฟู่สือถิงปฏิเสธ “ฉันดื่มไม่ไหวแล้ว” เขาเพิ่งดื่มไปสองแก้ว และตอนนี้ผิวหนังและดวงตาของเขาแดงเพราะความเมา พรุ่งนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับฉินอันอัน หากคืนนี้เขาดื่มมากเกินไป จะส่งผลต่อสภาพของเขาในวันพรุ่งนี้ “ก็ได้ ฉันดื่มเอง” เซิ่งเป่ยหยิบแก้วไวน์ของเขาขึ้นมาแล้วดื่มทันที “นายดื่มให้น้อย ๆ หน่อย” ฟู่สือถิงเงยหน้าขึ้นมองเขา “ฉันรู้ว่านายทำเพื่อฉัน แต่…” “แต่อะไร? นายคงไม่ทำให้ฉินอันอันอับอายใช่ไหม? นายโหดร้ายกับเธอไม่ได้ก็เพราะลูก” เซิ่งเป่ยวางแก้วไวน์ของเขาลง “ฉันแค่อยากจะเตือนนาย นายมีแต่จะต้องเสียเงินไปกับเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้านายไม่ออกมาตั้งแต่ตอนนี้ ฉันเกรงว่านายจะไม่มีโอกาสอีกแ
“เซิ่งเป่ย นี่คือเรื่องระหว่างฉันกับเขา” ฉินอันอันโกรธกับคำพูดของเขาและเตือนเขาเสียงดัง เซิ่งเป่ยถามกลับ “ตอนที่หลีเสี่ยวเถียนมาหาพวกเราและตะโกนเหมือนคนปากร้ายเพราะคุณ ผมควรตอบเธอเหมือนคุณใช่ไหม?” คำพูดของเซิ่งเป่ยทำให้มือและเท้าของฉินอันอันรู้สึกเย็นเฉียบ และตัวแข็งอยู่กับที่ วันนี้เธอมาที่นี่เพื่ออธิบายให้ฟู่สือถิงฟังว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นที่โรงแรม ในความคิดเธอไม่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ เธอต้องบอกเขาเพื่อที่อย่างน้อยเธอก็จะได้ไม่รู้สึกเสียใจ แต่ตอนนี้มันดูไร้สาระไปหน่อย เธอลืมหลีเสี่ยวเถียนไปได้ยังไง? เสี่ยวเถียนปกป้องเธอขนาดนั้น เธอคงบอกพวกเขาไปก่อนแล้วว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น เมื่อพิจารณาจากปฏิกิริยาตอนนี้ พวกเขาไม่เชื่อคำพูดของเสี่ยวเถียนอย่างแน่นอน ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาอีกต่อไป “ถ้าคุณคิดว่าผู้หญิงในวิดีโอคือฉัน อย่างนั้นก็เป็นฉันเอง!” เธอพูดอย่างเย็นชา “คิดเสียว่าฉันไม่เคยมาที่นี่แล้วกัน” หลังจากที่เธอพูดจบ เธอก็หันหลังกลับ เตรียมจะจากไป ฟู่สือถิงจับแขนของเธอ “ฉินอันอัน! ผมไม่ให้คุณไป!” เขาหายใจถี่ เสียงแข็งกร้าว “ผมอยากฟังคำอธิบายจาก
ฉินอันอันที่นอนหลับเต็มอิ่มรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า แต่เพราะสายเรียกเข้านี้ทำให้ใจของเธอร้อนรนอีกครั้งหลังจากวางสายแล้ว เธอก็ได้รับที่อยู่ของมหาวิทยาลัยชิงซานที่รองประธานส่งมาต่อจากนี้เธอต้องจองตั๋วเครื่องบินแล้วรีบไปให้ทันขณะที่เธอกำลังเปิดแอปจองตั๋วเครื่องบินอยู่ จู่ ๆ หน้าจอโทรศัพท์ก็เด้งขึ้นมาเป็นโปรแกรมนาฬิกาปลุก ทำให้เธอเกือบจะปาโทรศัพท์ทิ้งเธอเอามือปิดหน้าอก หายใจเข้าลึก ๆทำไมต้องรีบร้อนขนาดนี้ด้วย?แค่การฝึกอบรมครั้งเดียว ถึงจะไปสายหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไรสมัยเรียนเธอก็ไปสายตั้งบ่อย นี่เธอไม่ได้เป็นนักศึกษาแล้วนี่นาแถมนี่ก็ไม่ใช่การฝึกอบรมที่เธอสมัครเอง แค่ตอบตกลงว่าจะไปก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว ทำไมต้องทำให้ตัวเองเครียดขนาดนี้ด้วย?คิดได้ดังนั้น เธอก็ล้มตัวนอนลงบนเตียง ตั้งใจจะนอนต่อสักหน่อยเธอเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหาหลีเสี่ยวเถียน : เสี่ยวเถียน ฉันต้องออกไปธุระไกล ๆ ประมาณหนึ่งสัปดาห์ถึงจะกลับ สองวันนี้หลังจากที่ไปพบจิตแพทย์แล้ว อย่าลืมมาบอกฉันด้วยนะตอนนี้ยังเช้ามาก เธอคิดว่าหลีเสี่ยวเถียนคงยังนอนอยู่ ดังนั้นหลังจากส่งข้อความเสร็จแล้ว เธอก็วางโทรศัพท์ลง
“อันอัน คุณคงเหนื่อยมากเลย!” ป้าจางพูดกับเธอ “ฉันมาบอกคุณว่า ของขวัญที่เสี่ยวหานและรุ่ยลาได้รับวันนี้ ฉันเอาไปเก็บไว้ที่โกดังชั้นหนึ่งแล้วนะคะ”“ค่ะ พรุ่งนี้ฉันค่อยไปจัดการ” ฉินอันอันลูบศีรษะทุยของจื่อชิวเบา ๆ “ลูกรัก วันนี้สนุกไหมจ๊ะ? พอครบหนึ่งขวบเมื่อไหร่ แม่จะจัดงานวันเกิดให้ลูกนะ”ป้าจางพูดด้วยรอยยิ้ม “เวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ แป๊บเดียวจื่อชิวก็ครึ่งขวบแล้ว!”“ค่ะ”“อันอัน รีบกลับห้องไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะค่ะ! พรุ่งนี้ต้องกลับไปทำงานแล้ว!” ป้าจางเตือนฉินอันอันพยักหน้าแล้วเดินไปที่ห้อง เธอตั้งใจจะอาบน้ำก่อนนอน แต่พอเข้าไปในห้อง เตียงนอนขนาดใหญ่ดูเหมือนจะมีเวทมนตร์ดึงดูดเธอเธอมองไปที่เตียงแล้วล้มตัวนอนลง ตั้งใจจะพักสักหน่อย พอมีแรงแล้วค่อยลุกไปอาบน้ำ แต่หลังจากนอนลงไม่นาน เธอก็นอนหลับสนิทปกติแล้วเธอมีนิสัยชอบฝันร้าย ไม่ว่าจะพยายามปรับยังไงก็ปรับไม่ได้ ภาพที่เธอฝันถึงบ่อยที่สุดก็มีอยู่ไม่กี่อย่างอย่างแรกคือตอนที่พ่อเสียชีวิต พ่อจับมือเธออยู่ในห้อง ขอโทษเธอและขอให้เธอให้อภัย ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไร พ่อก็สิ้นใจไปเสียก่อน กลายเป็นความเสียใจตลอดชีวิตของเธออย่างที่สองคือแม่ประสบอุบั
ตลอดชีวิตที่ผ่านมา อวิ๋นซื่อเจี๋ยไม่เคยกลัวอะไรเลยแต่ตอนนี้ เมื่อเขาเห็นใบหน้าเย็นชาและดุร้ายของฟู่สือถิง เขากลับรู้สึกกลัวเป็นครั้งแรก!รู้สึกว่าถ้าเขาทำให้ฟู่สือถิงโกรธมากขึ้นไปอีก เขาคงถูกทุบตีจนตายอยู่ที่นี่แน่ ๆคำพูดที่กำลังจะหลุดออกมาจากปากถูกกลืนลงไปอย่างยากลำบากเขาทำพลาดไป! ประเมินอารมณ์ของฟู่สือถิงผิดถนัด! เขาไม่ควรมาที่นี่อย่างประมาทเช่นนี้ตอนนี้เขาอยากแค่หนีรอดออกไปให้ได้“ป้าหง! กระดูกซี่โครงผมหัก! รีบโทรเรียกรถพยาบาลให้ผมหน่อย!” เขาไม่กล้าพูดกับฟู่สือถิง จึงตะโกนเรียกป้าหงเสียงดังป้าหงเห็นเขาเลือดอาบ นอนอยู่บนพื้นและกระตุกเกร็งอย่างควบคุมไม่ได้ ด้วยความตกใจ เธอรีบคว้าโทรศัพท์เพื่อโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน“ป้าหง อย่าใจอ่อนกับพวกกากเดนประเภทนี้!” ฟู่สือถิงตะโกนห้ามป้าหงได้สติกลับคืนมาทันที “คุณผู้ชาย สั่งให้บอดี้การ์ดจับเขาโยนออกไปเถอะค่ะ! ต่อไปนี้ฉันจะไม่ให้เขาก้าวเข้ามาในบ้านอีกเด็ดขาด!”ฟู่สือถิงส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ด บอดี้การ์ดจึงคว้าแขนอวิ๋นซื่อเจี๋ยแล้วลากเขาออกไปฟู่สือถิงมองดูสภาพที่ยับเยินของอวิ๋นซื่อเจี๋ย สั่งบอดี้การ์ดเสียงเย็นเยียบว่า “เอาตัวไปทิ้งให้ไ
เพื่อนร่วมงานได้รับข้อความแล้วตอบกลับทันทีว่า “ทราบแล้วเปลี่ยน! ลงมือเลย!”ประมาณห้านาทีต่อมา เสียงต่อยตีและเสียงร้องโหยหวนของผู้ชายดังมาจากนอกบ้าน!ป้าหงได้ยินเสียงดังนั้นจึงรีบวิ่งออกมาดูเห็นบอดี้การ์ดสองคนกำลังทำร้ายร่างกายผู้ชายคนหนึ่ง จึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? คนคนนี้เป็นใคร?”“ป้าหง คนคนนี้แหละคือนักถ้ำมองเมื่อคืน! เขาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่แถวกำแพง ถึงแม้เขาไม่ได้คิดจะทำเรื่องไม่ดี แต่ก็ต้องจัดการเขาซะ!” บอดี้การ์ดคนหนึ่งหยุดมือ แล้วอธิบายให้ป้าหงฟัง “ไม่งั้นเขาจะมาทุกวัน เจ้านายต้องไม่พอใจแน่ ๆ”“อ้อ…” ป้าหงมองดูชายวัยกลางคนคนนั้นที่กำลังนอนอยู่บนพื้นอย่างระมัดระวัง“ป้าหง จำผมได้ไหม?” ชายวัยกลางคนคนนั้นเงยหน้าขึ้น สะบัดผมที่หน้าผากออก ดวงตาที่เฉียบคมและแดงก่ำจ้องมองป้าหงอย่างตรงไปตรงมาบอดี้การ์ดได้ยินชายวัยกลางคนคนนั้นพูดกับป้าหง จึงหยุดทำร้ายเขาทันทีคนคนนี้รู้จักกับป้าหงงั้นเหรอ? ถ้ารู้จักป้าหงทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก?“คุณคือ…” แสงสลัวทำให้ป้าหงมองใบหน้าของเขาไม่ชัด จึงจำไม่ได้เลยแม้แต่น้อย“คุณอาจจะจำผมไม่ได้ ผมเคยทำงานที่บ้านเดิมกับคุณ” อวิ๋นซื่อเจี๋ยยิ้มแล้วลุกขึ้นจ
ฟู่สือถิงจ้องมองภาพถ่ายของชายวัยกลางคนอีกครั้ง แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่เข้าใจเขาไม่เคยเห็นคนคนนี้มาก่อนอาจเป็นไปได้ว่าชายคนนี้มีปัญหาทางจิต จึงมาปรากฏตัวอยู่ใกล้บ้านเขาเมื่อคืนแล้วฉีกยิ้มใส่ฟู่สือถิงขยำกระดาษทิ้งลงถังขยะ เดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็วแล้วปิดประตูในครัว ป้าหงเห็นฟู่สือถิงขึ้นไปชั้นบนแล้ว จึงรีบโทรหาป้าจาง“ได้ยินว่าคุณผู้ชายกับจิ้นซือเหนียนทะเลาะกัน” ป้าจางกล่าว “แต่ไม่ใช่เขาที่เริ่มก่อน ทะเลาะกันเสร็จแล้วทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไป”ป้าหง “อ๋อ มิน่าล่ะถึงได้กลับมาเร็วขนาดนี้”“คุณผู้ชายอารมณ์เป็นยังไงบ้าง?” ป้าจางถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่ค่อยดี แต่ก็ยังพอถูไถ” ป้าหงถามต่อ “วันนี้เขาอยู่กับลูก ๆ แล้วเป็นยังไงบ้าง?”ป้าจางหัวเราะทางโทรศัพท์ “วันนี้เขาไม่ได้อยู่คลุกคลีกับเด็ก ๆ หรอก เขาคอยต้อนรับแขกในงานทั้งวัน อันอันเป็นคนกำชับให้เขาคอยอยู่กับแขก”ป้าหงหน้าแดง “ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะดูใกล้ชิดกันมากขึ้นนะ”“ใช่! ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว หวังว่าต่อไปจะไม่ทะเลาะกันอีก” ป้าจางพูดด้วยความเป็นห่วง “ไม่งั้นลูก ๆ ทั้งสามคนคงน่าสงสารมาก”“อืม ฉั
ฉินอันอันรู้ดีว่าฟู่สือถิงและจิ้นซือเหนียนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นเมื่อเห็นทั้งสองคนยืนอยู่ด้วยกัน เธอจึงรู้สึกแปลก ๆ“ไม่ได้คุยอะไรกันหรอก” ฟู่สือถิงมองจิ้นซือเหนียนอย่างเย็นชา ตอบฉินอันอัน “จิ้นซือเหนียนแค่เป็นห่วงความสุขของคุณ เลยเตือนผมให้ออกกำลังกายมากขึ้นหน่อย”“พวกคุณนี่ลามกกันจริง ๆ!” ฉินอันอันหน้าแดง เดินหนีไปด้วยความโกรธจิ้นซือเหนียนเห็นฉินอันอันโกรธ ความสงบสุขบนใบหน้าของเขาก็หายไป “ฟู่สือถิง คุณนี่มันไร้ยางอายจริงๆ!”ฟู่สือถิงพูดอย่างไม่รีบร้อน “ผมว่าคุณนั่นแหละที่ไร้ยางอาย ผู้ชายจะไหวหรือไม่ไหว ไม่ได้อยู่ที่ปาก ไม่ต้องทำมาเป็นห่วงหรอกว่าผมจะไหวหรือไม่ไหว รีบไปหาผู้หญิงสักคนมาพิสูจน์ว่าคุณไม่ได้ด้อยเรื่องนี้ให้ได้ก่อนเถอะ”จิ้นซือเหนียนโกรธจนเดินหนีไปดื้อ ๆ!“คุณตายแน่” ไมค์พูดกับฟู่สือถิง “เดี๋ยวถ้ารุ่ยลารู้ว่าคุณทำให้จิ้นซือเหนียนโกรธ เธอก็จะพาลมาโกรธคุณอีก!”ฟู่สือถิงปวดหัวทันทีเขาไม่สามารถตามจิ้นซือเหนียนกลับมาได้แต่เขาก็ไม่อยากทำให้รุ่ยลาโกรธ“ผมมีวิธีหนึ่ง” ไมค์คิดแผนขึ้นมาทันที “คุณกลับไปก่อน แบบนี้รุ่ยลาก็จะไม่โกรธคุณ”ฟู่สือถิงขมวดคิ้วเข
“คุยอะไร ตอนนี้ไม่สะดวกคุยเหรอ?” เธอโพล่งถามออกไป ทั้งที่ในใจรู้ดีอยู่แล้วความเข้าใจผิดระหว่างเธอกับเขานั้นได้คลี่คลายไปแล้ว สิ่งที่เขาต้องการคุยก็คือการขอโอกาสอีกครั้งจากเธอครั้งก่อนเธอปฏิเสธเขาไปอย่างสุภาพ ตอนนี้เธอก็ยังไม่สามารถตอบตกลงได้ไม่ใช่ว่าเธอเกลียดเขา แต่เธอรู้สึกว่าตัวเองยังไม่หนักแน่นพออีกทั้งตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก็ดีอยู่แล้ว ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ได้สนิทสนมหรือห่างเหินเกินไป แบบนี้ก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?“คุยตอนนี้คงไม่ได้ผลหรอก” เพียงแค่ดูสีหน้าของเธอก็เดาได้แล้วว่าเธอคิดอะไรอยู่“คุณคิดว่าพอกลับมาจากต่างเมือง พอคุยกันแล้วจะได้ผลเหรอ?” ฉินอันอันถามอย่างไม่เข้าใจ “คุณจะไปนานแค่ไหน?”“หนึ่งอาทิตย์”“อ๋อ งั้นอีกหนึ่งอาทิตย์ค่อยว่ากันใหม่!” เธอก้มหน้าลง มองไปที่มือของเขาที่กำลังจับแขนเธออยู่ “คุณเพิ่งเล่นไพ่เสร็จ ยังไม่รีบไปล้างมืออีก?”เธอรู้สึกว่ามือเขาสกปรกเขาอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะดึงเธอไปที่ห้องน้ำ “งั้นเราไปล้างมือด้วยกัน!”ทั้งสองคนเดินผ่านห้องจัดเลี้ยงไปท่ามกลางสายตาของผู้คนมากมาย“คุณสังเกตไหมว่าวันนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองค
เสี่ยวตง “พ่อเธอยังไม่มาอีกเหรอ?”รุ่ยลา “มาแล้ว! ตอนนี้ก็ยังอยู่ในห้องจัดเลี้ยง!”เสี่ยวตงขมวดคิ้ว มองไปรอบ ๆ“พ่อเธอคนไหนล่ะ? ทำไมเขาไม่เห็นมาเล่นกับพวกเธอเลย? เขาขี้เกียจทำงานใช่ไหม? เลยทำให้แม่เธอไม่ยอมคบกับเขา และทำให้พวกเธอไม่ชอบเขาด้วยใช่ไหม?” เสี่ยวตงคิดไปเรื่อยเปื่อยรุ่ยลาตกใจ แต่เธอก็ไม่ยอมบอกความจริงกับเสี่ยวตง “พ่อฉันเปล่าขี้เกียจทำงานซะหน่อย! ฉันไม่บอกหรอกว่าพ่อเป็นใคร พี่บอกว่าพี่เก่งกว่าพี่ชาย งั้นพี่ก็ไปหาเองสิ!”ไมค์หัวเราะ “เสี่ยวตง ทำไมเธอดูอยากรู้จังเลยล่ะว่าพ่อของเสี่ยวหานกับรุ่ยลาเป็นใคร?”เสี่ยวตง “ผมก็แค่อยากรู้! แม่ผมบอกว่าพ่อของเสี่ยวหานก็คือฟู่สือถิง แต่พ่อผมบอกว่าไม่ใช่ พวกเขาทะเลาะกันเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว”ไมค์หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง “งั้นเธอเชื่อแม่หรือว่าเชื่อพ่อล่ะ?”“ผมเชื่อพ่อ เพราะพ่อผมดีกับผมมากกว่า” เสี่ยวตงพูดอย่างมั่นใจ “ถ้าพ่อของเสี่ยวหานเป็นฟู่สือถิงจริง ๆ เสี่ยวหานคงไม่เมินพ่อของเขาแบบนั้นแน่! ฟู่สือถิงน่ะเก่งมากเลย! เขาเป็นไอดอลของผม!”เสี่ยวหานได้ยินที่เสี่ยวตงพูดก็ไม่สนใจที่จะโต้เถียง เดินออกไปเงียบ ๆไม่นาน เสียงเปียโนอันไพเราะ
เสียงหัวเราะดังขึ้นจากกลุ่มคนรอบข้าง “ผู้ช่วยของคุณฟู่ไปเอาเงินสดมาแล้วล่ะครับ ดูเหมือนวันนี้คุณฟู่จะตั้งใจจะทุ่มสุดตัวเลยนะ!” ทุกคนหัวเราะคิกคักใบหน้าของฉินอันอันขึ้นสีเล็กน้อย ไม่คิดว่าฟู่สือถิงจะพยายามขนาดนี้เพื่อสร้างความบันเทิงกับแขก“พวกคุณอย่าเล่นกันจริงจังเกินไปนะคะ” เธอเตือน“อันอัน เพิ่งเริ่มเองนะ คุณก็เริ่มห่วงกระเป๋าเงินของคุณฟู่แล้วเหรอ?” เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งฟู่สือถิงมองเธอด้วยแววตาสนใจ แล้วถามว่า “หรือว่าคุณจะมานั่งข้าง ๆ คอยเป็นที่ปรึกษาให้ผมดีล่ะ?”ฉินอันอันหลบสายตาที่ลึกซึ้งของเขา แล้วพูดกับคนอื่น ๆ ว่า “พวกคุณเล่นกันเต็มที่เลยค่ะ ไม่ต้องไว้หน้าเขาหรอก”พูดจบเธอก็อุ้มลูกเดินออกไปเฮ่อจุ่นจือถือจานอาหารเดินมาจากโซนบุฟเฟ่ต์“อันอัน อย่าห่วงพี่สือถิงเลย เขาไม่ล้มละลายหรอก”ฉินอันอันแก้ตัวเสียงแข็ง “ฉันไม่ได้ห่วงเขา”“แล้วทำไมเมื่อกี้พวกเขาถึงหัวเราะกันเสียงดังขนาดนั้นล่ะ?” เฮ่อจุ่นจือพูดแทงใจดำเธออย่างไม่ไว้หน้า “เมื่อกี้หลีเสี่ยวเถียนพูดอะไรกับคุณตอนอยู่ข้างนอกบ้างเหรอ? หรือว่าพูดถึงเรื่องเมื่อคืนของพวกเรา?”เฮ่อจุ่นจือรู้สึกอายเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่อง