พินอาภาครุ่นคิดก่อนจะยอมขยับกายแต่ว่า... มันเจ็บคงเป็นไปไม่ได้หรอกที่เธอจะเดินไป บอดี้การ์ดหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่สบอารมณ์อย่างแรงทำไมต้องมาซวยเจอเธอก็ไม่รู้“ขี่หลังผมไปแทนก็แล้วกัน...”เขากัดฟันพูดเขาย่อกายลง พินอาภาล้มตัวลงบนหลังพลางโอบรัดรอบคอเขาแน่น ท่อนแขนของเขารั้งเรียวขาไว้เพื่อความมั่นคง ใบหน้าเธอกำลังแดง แต่เมื่อเห็นเขาไม่ได้มีท่าทีอะไรใจที่เต้นโครมครามค่อยสงบลงทันทีที่ถึงบ้านร่างบางรีบตะเกียกตะกายหาเสื้อผ้าเพื่อนตนเองทันที แต่... มันไม่มีเลย เธอจะทำยังไงดีจะให้ใส่เสื้อผ้าแบบนี้เหรอ บอดี้การ์ดคนอื่นก็เริ่มมองมาที่เธอแล้ว“ไม่มีเลยแล้วฉันจะใส่อะไร!”มาติชเดินไปที่ห้องตนเอง ก่อนคว้าเสื้อกับกางเกงขาสั้นให้กับเธอ หญิงสาวรับมาอย่างงงๆ แต่ก็ย่อมดีกว่าไอ้แจ็กเก็ตหนังที่ใส่อยู่“รถคุณจอดไว้ที่นี่ก่อนเดี๋ยวผมจะไปส่งคุณที่บ้าน หรือคุณอยากจะไปหาหมอ?”“ไม่ค่ะ ฉันอยากกลับบ้าน”เขาเดินนำหญิงสาวออกมาด้านนอกพลางสตาร์ทรถรอ พินอาภารีบนั่งลงข้างคนขับเขาเหยียบคันเร่งรถออกไปทันที... อาการจุกแน่นของเธอเริ่มดีขึ้นมากแล้วเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเขาแล้วรู้สึกดีใจหากวันนี้คู่อริเธอไม่มาช่วยไว้ป่
เสียงฝีเท้าแว่วดังเข้ามา ในห้องซึ่งชายชรากำลังทอดสายตามองวิวด้านนอก เมแกนอดีตผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในฝรั่งเศส หันกลับมาสบตาหนุ่มหน้าเข้มผมสีบลอนด์ในชุดหนังสีดำสนิท“สืบว่าได้ความว่ายังไง” เขาถามเสียงแผ่ว“คุณชายอยู่กับผู้หญิงไทยคนหนึ่ง แล้วก็เด็กผู้อีกคน ผมสืบมาได้ว่าเด็กคนนั้นเป็นหลานท่านครับ”“หลานของฉันนะหรือ?”“ครับ”“งั้นแสดงว่าเด็กคนนั้น ก็เป็นทายาทของตระกูลอัลเบอร์ทีนสินะ!”สีหน้าครุ่นคิดตั้งแต่วันที่เกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ในคฤหาสน์วันนั้น เขากับบุตรชายไม่เคยเข้าหน้ากันติดีอกเลย แต่การตายของมาเรียทำให้บุตรชายเขาเข้มแข็งและมีทุกวันนี้ได้สำหรับ เขาถือว่าคุ้มแล้ว“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”“จากที่สืบเธอเป็นเด็กกำพร้าครับ คุณชายพบเธอเมื่อหกปีก่อนที่ฝรั่งเศสโดยบังเอิญ”“สืบต่อไปแล้วมารายงานฉันต่อ!”“ครับท่าน”น่าแปลก... ทำไมบุตรชายเขาถึงได้ลากผู้หญิงเช่นนั้นมาอยู่บ้านด้วย คนอย่างลุคส์ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ แสดงว่ามีอะไรพิเศษมากกว่านั้น เขาหวังว่าบุตรชายคงไม่คิดอะไรไร้สาระ ไปมีความรักปัญญาอ่อน เพราะเขาจะไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด ผู้หญิงที่จะได้ครอบครองลุคส์มีเพียง เอมม่า แค
มือหนาดันกำแพงในห้องน้ำไว้ก่อนจะก้มลงให้สายน้ำรดบนศีรษะเพื่อไล่ความคิดทั้งหมด... เขากำลังมีความสุขแต่ก็กลัวกลัวที่จะรักใคร ห้ามใจแล้วแต่ทำไม่ได้เลยพยายามแข็งใส่แต่ใจกลับอ่อนระทวยทำไมกัน! เขาจะรักเธอไม่ได้รักของเขาจะทำร้ายเธอจะทำให้เธอต้องเจ็บปวด เขาจะทำยังไงดีร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูพันกาย ตาของเขาสบเขากับดวงตาที่ยังเรื่อไปด้วยน้ำใสๆ เธอชะงักแล้วพยายามหลบสายตาจากเขา ไม่อยากถูกเห็นความอ่อนแอเลย“หายไปไหนมา?”เขาถามเสียงเข้ม“ออกไปดื่มน้ำมาค่ะ”“งั้นเหรอ ห้องน้ำว่างแล้วไปอาบน้ำสิจะได้มานอน พรุ่งนี้ได้พาไทม์ไปเที่ยวด้วยกัน”“ค่ะ”ร่างบางเดินเลี่ยงเข้าห้องน้ำไป ลุคส์จัดการแต่งตัวพลางเหลือบมอง เธอเป็นอะไรทำไมถึงได้ร้องไห้... เขาเห็นดวงตาคู่นั้นที่มีแววหม่นเศร้า การอยู่กับเขาคงทำให้เธอทรมานมาก เขาขอแค่มีความสุขสักพักจะได้ไหม รู้ดีว่าต้องปล่อยเธอไป แค่คิดหัวใจก็สั่นไหวไปหมดแล้ว มือหนากุมไปที่อกซ้าย พยายามจับจังหวะหัวใจกำลังเต้นระรัว ขอรับมันไว้บ้างไม่ได้หรือไง ไอ้สิ่งที่เรียกว่าความสุข... ทำไมเขาจะต้องเกิดมาแล้วได้รับโชคชะตาแบบนี้ด้วยนะหญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำ สายตาเหลื
เอมม่ายืนจ้องหน้าคู่หมั้นแววตาตัดพ้อ และขอภาวนาอย่าให้มันเป็นอย่างที่คิด แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้ามันเป็นเครื่องยืนยันได้ดี อะไรกัน! แค่ผ่านไปไม่กี่เดือนทำไมคู่หมั้นเธอถึงได้กลายเป็นอื่นไป แบบนี้ก็รู้อยู่หรอกว่าเธอควบคุมเขาไม่ได้ แต่เธอไม่มีวันปล่อยเขาไปเด็ดขาด เธออยู่กับเขามานานรู้นิสัยใจคอดี หากคนอย่างเขาไม่แคร์ มีหรือจะให้แม่ลูกมาอยู่ที่บ้านแบบนี้“ทำไมคุณทำกับเอมม่าแบบนี้คะลุคส์”“ผมทำอะไร!”“คุณรู้อยู่แก่ใจ ทำไมคุณถึงได้เอาผู้หญิงอื่นมาอยู่ในบ้านเดียวกับคุณ!” เอมม่าเริ่มตัดพ้อด้วยความไม่พอใจ“ผมจะทำอะไรมันก็เรื่องของผม เอมม่า คุณอย่ามายุ่งดีกว่า!”“เอมม่าเป็นคู่หมั้นคุณนะคะ ทำไมคุณทำแบบนี้ เอมม่าซื่อสัตย์ต่อคุณเพียงคนเดียวมาตลอด ไหนคุณบอกว่าเลิกยุ่งกับเธอไปแล้วยังไง แล้วทำไมถึงได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้!”“กลับฝรั่งเศสไปซะ ผมจะจัดการเรื่องคุณทีหลัง!”เขาสั่งเสียงกร้าว“ไม่! เอมม่าไม่ยอมเด็ดขาด”ไทม์มองดูพ่อกำลังสนทนากับหญิงสาวอีกคน ปรางค์ปรียารรีบรั้งลูกให้ก้าวตาม เธอไม่อยากให้ลูกต้องมาเสียใจอีกแล้ว มือเล็กๆ บีบมือมารดาไว้แน่น เขากำลังหาที่พึ่งทางใจเพียงหนึ่งตลอดระยะเวลาเติบโต คนเป็นแม่ยิ
มาติชช้อนร่างของปรางค์ปรียาไว้ในอ้อมแขน พาไปวางไว้บนโซฟาในห้องนั่งเล่น กดหาเบอร์โทรศัพท์ของผู้หญิงคนนั้น เขาจำเธอได้“ว่าไงจ๊ะปรางค์”พินอาภารับสาย“คุณเป็นเพื่อนคุณปรางค์ใช่ไหม!”“นั้น! นายเป็นใครกัน”“ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณลุคส์”“แล้วนายโทรมาเบอร์นี้ได้ยังไง!”“คุณอย่าเพิ่งซักอะไรผมเลย มาช่วยคุณปรางค์ก่อน เธอเป็นลมอยู่ที่บ้าน”“เกิดอะไรขึ้น!”พินอาภาร้องเสียงลั่น“ผมบอกว่าอย่าเพิ่งถามยังไงล่ะ มาดูเพื่อนคุณก่อน”“ได้ๆ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”พินอาภาเดินเข้ามาในบ้าน เห็นเขายืนนิ่งมองดูเพื่อนสาวตนเองกำลังนอนสลบไม่ได้สติอยู่บนโซฟาด้วยสีหน้างงๆ เธอเดินเข้าไปหามองดูเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น มือบางรีบคว้ายาดมในกระเป๋าจ่อจมูกเพื่อนด้วยความเป็นห่วง“เกิดอะไรขึ้น?”เขานิ่งเพราะเขาเองก็บอกอะไรไม่ถูกเหมือนกัน เรื่องราวทุกอย่างมันรวดเร็วมาก แล้วถ้าหากว่าเธอรู้เรื่องนี้จะอาละวาดหรือเปล่า“ผมขอไม่ตอบ”“ฉันชักจะหมดความอดทนกับคุณแล้วนะ!”พินอาภาตวาดลั่นร่างสูงชะงักเมื่อเห็นแววตากร้าวส่งมา คนเป็นลูกน้องมักจะน้ำท่วมปากแบบเสมอแล้วจะให้ทำยังไง เขาจำเป็นต้องปกป้องศักดิ์ศรีของนายไว้ก่อน“อย่าม
ดวงตาสีน้ำทะเลมองด้วยความสะเทือนใจ... เขาไม่คิดว่าคู่หมั้นจะทำเช่นนั้น ปกติเอมม่าจะไม่กล้าขัดคำสั่งเขาเลย และไม่เคยตามมาตอแย น่าแปลก... ทำไมถึงมาที่นี่ได้ลุคส์เดินเข้าไปใกล้บุตรชายปรางค์ปรียามองเขา ก่อนเดินมาขวางไว้“อย่ามายุ่งกับลูกฉันอีก!”“ไทม์เป็นลูกของผมเหมือนกัน!”“ไทม์ไม่ใช่ลูกของคุณอีกต่อไปแล้ว ต่อไปนี้ฉันจะไม่ให้คุณเข้าใกล้ไทม์อีก!”เขาขบกรามแน่นพยายามระงับความโกรธเอาไว้ ทุกอย่างเขาผิดเอง เขาเข้าใจที่เธอต้องโกรธ แต่หากมากไปกว่านี้ เขาก็ชักหมดความอดทนแล้ว ไม่เคยมีใครกล้าตบหน้าเขา และไม่เคยมีใครกล้ายืนว่าเขาฉอดๆ แบบนี้“อย่ามาห้ามปรางค์ปรียา อย่าให้ฉันหมดความอดทน!”เขาเริ่มขู่“ทำไมคะ คุณจะฆ่าฉันหรือไงเชิญซิฆ่าเลย! ทุกวันนี้ฉันก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”เธอต่อว่าเขาน้ำตาคลอมือหนาคว้าท่อนแขนไว้ ปรางค์ปรียากัดฟันแน่น เธอจะไม่มีวันยอมเขาอีกแล้ว เธอจะปกป้องไทม์เท่าชีวิต“อย่าทำอะไรเพื่อนฉันนะ!”พินอาภารีบห้ามชายหนุ่มสะบัดท่อนแขนออกพร้อมถอนหายใจหนักออกมา จ้องหน้าเธอก่อนเดินออกจากห้องไป... ไอ้ตัวไหนที่บังอาจเล่นตลกกับเขา เขาจะไม่ไว้หน้ามันเด็ดขาดทันทีที่รถเลี้ยวเข้ามาถึงเขตบ้านที่
เขาไม่ตอบอะไร ลุคส์เดินเลี่ยงออกมา หย่อนกายนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องทำงาน มือหนากุมขมับแน่น ไม่รู้ว่าพ่อของเขากำลังคิดทำอะไร หวังว่าสิ่งที่เขาคิดคงไม่เป็นจริงหรอกนะสุดท้ายเธอก็ต้องยอมจากเขาไป เอมม่าข่มใจเดินออกมาจากบ้านของชายที่ตนเองรัก เวลานี้เธอจะยอมไปก่อน เมื่อไหร่ที่เขากลับมาฝรั่งเศส เธอจะทวงทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอคืน รถของเธอเลี้ยวออกไปจากบ้านหลังงามสไตล์ฝรั่งเศสลุคส์เงี่ยหูฟังครู่หนึ่ง แล้วเอนกายพิงเก้าอี้ตามเดิมเมแกนขบกรามแน่น เมื่อลูกัสลูกน้องคนสนิทรายงานเรื่องของบุตรชายที่เขาตั้งความหวังไว้มากที่สุด สุดท้ายก็ไม่พ้นเรื่องบ้าๆ แบบนี้อีกแล้ว ความรัก! บัดซบ! ทายาทในตระกูลของเขาไม่ควรมีความรัก ทุกอย่างที่ทำแค่เพียงการมีทายาทก็พอความรักจะทำให้คนเราอ่อนแอ“นายจะให้ผมทำยังไงครับ?”ลูกัสถามเสียงเข้ม“แกไปเมืองไทยซะลูกัส!”“ให้ผมไปเมืองไทยเหรอครับ”“ใช่! จัดการฆ่าผู้หญิงคนนั้นซะ แกต้องทำให้สำเร็จอย่าให้ลุคส์จับได้!”“ได้ครับนาย!”นักฆ่าเลือดเย็นขบกรามแน่นก่อนเค้นยิ้มออกมา ในที่สุดเขาก็จะได้ลับฝีมือที่เขาฝึกฝนมาสักทีแต่ไม่นึกว่างานแรกของเขาคือการฆ่าผู้หญิงเมแกนเหม่อมองออกไปยังทิวทัศน์แม่น
ร่างบางนิ่งงันน้ำตากำลังไหลออกมาอีกครั้ง ทำไม! เขาต้องใจร้ายกับเธอมากขนาดนี้ หัวใจทำด้วยอะไรกัน เธอเกลียดเขา! เกลียดเขามากเหลือเกิน...“อย่าเพิ่งไป!”เธอเรียกเขาทั้งน้ำตาลุคส์ชะงักก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวอีกครั้ง“มีอะไร”“อย่าทำกับฉันแบบนี้เลยได้โปรด ไทม์เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของฉันอย่าพรากเขาไป... ฮือๆๆๆ”“ฉันไม่เคยคิดพรากไทม์ไป ขอแค่เพียงเธอยอมอยู่กับฉันเหมือนเดิมแค่นั้น!”ให้เธออยู่กับเขาเหมือนเดิมอย่างนั้นเหรอ ในฐานะอะไร! เป็นอะไร เธอเป็นผู้หญิงหากินหรือไง! ศักดิ์ศรีของเธอถูกเขาทำลายจนย่อยยับไปเมื่อหลายปีก่อน นี่เขายังจะมาตอกย้ำทำลายให้ย่อยยับไปอีกครั้งอย่างนั้นหรือ!“คุณเห็นฉันเป็นอะไร อีตัว! หรือผู้หญิงข้างถนน! หรืออีกชื่อที่เขาเรียกกันว่า กระ... อุ๊บ!”คำพูดบางคำยังไม่ทันได้ออกมาจากปาก ริมฝีปากบางก็ถูกปิดลง มือหนารั้งเอวบางเข้ามาแนบชิด บดขยี้เพื่อสั่งสอนผู้หญิงที่พูดจาหยาบคาย เขาไม่เคยคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงหากินหรืออะไรทั้งนั้นก็แค่... รู้สึกดี มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้ครอบครอง และได้เป็นครอบครัวแต่... ความรักของเขาจะทำลายเธอให้ย่อยยับ และบางทีอาจทำให้เธอต้องเจ็บปวด
หญิงสาวมีท่าทีลังเลเล็กน้อย เธอหันไปสบตาบอดี้การ์ดคู่ใจสามี กลับเห็นแต่แววตาจริงจังหญิงสาวจึงยอมทำตาม แต่ก่อนที่จะไป ร่างบางหันกลับไปหามาติชอีกครั้ง“แล้วพินละ!”“รอสักครู่นะครับเดี๋ยวผมไปตามเธอมา”ประตูห้องเปิดออก พินอาภาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ยิ่งเห็นเขาเดินดุ่มๆ มาคว้าแขนเธอแล้วลากไปชั้นล่างยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดเข้าไปใหญ่“นี่คุณจะทำบ้าอะไร ปล่อยฉันนะ!”เสียงตวาดแว๊ดดังตลอดระยะทางที่เขาลากเธอมาข้อมือบางถูกปล่อยในขณะที่พินอาภามองหน้าเพื่อนด้วยความแปลกใจ“เกิดอะไรขึ้นปรางค์?”“ไม่มีเวลาแล้วพิน ไปกันเถอะ”ปรางค์ปรียาบอกแล้วรีบใช้มือข้างที่ว่างอยู่ดึงมือเพื่อนให้ตามไป“ปรางค์เกิดอะไรขึ้น!”“ไว้เราค่อยบอกนะ ไปกันก่อน”ปรางค์ปรียารีบสาวเท้าเดินโดยอุ้มบุตรชายไว้แนบอกโดยที่มีเพื่อนสาวเดินตามมาติดๆ เอมม่ารีบเปิดประตูรถให้ทุกคนเข้าไปด้านในแล้วรีบสตาร์ทรถออกไป ชายฉกรรจ์หลายคนเดินเข้าสวนในจังหวะที่รถขับออกไป ลูกัสขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เดินตรงไปยังสถานที่ที่เป็นเป้าหมายมาติชเร้นกายอยู่ในมุมหนึ่งของบ้านโดยที่สั่งให้ลูกน้อง พยายามแอบซ่อนตามจุดต่างๆ เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ เพราะจำนวนคนน้อยกว่า ในขณะท
ร่างสูงใหญ่ก้าวออกจากรถ เดินเข้าในคฤหาสน์ที่เคยอาศัยอยู่กับแม่มาก่อน เขาไม่เคยคิดจะกลับมาที่นี่อีก แต่ครั้งนี้จำต้องยอมทำเพื่อลูกและผู้หญิงที่เขารัก ลูกัสเดินยิ้มออกมานอกบ้าน ในขณะที่ลุคส์เหลือบไปมองหนุ่มนักฆ่าด้วยสายตานิ่งสนิท“เชิญครับ ท่านเมแกนสั่งให้ท่านเดินเข้าไปด้านใน...”ลูกัสบอกพลางผายมือ“ขอบใจ”ลุคส์เดินเข้าไปด้านในห้องหนังสือ เห็นชายสูงวัยยืนถือไม้เท้าหันหน้าออกไปด้านนอกหน้าต่าง ชายหนุ่มรีบนั่งลงบนเก้าอี้สีครีมอ่อนที่วางไว้สำหรับรับแขก ชายชราหันมาสบตาเขาทันทีใบหน้าของชายที่เรียกได้ว่าเป็นพ่อที่เขาไม่ได้พบเห็นมานาน เขาไม่ได้เห็นพ่อตั้งแต่อายุยี่สิบปีจนเวลานี้อายุเข้าปาไปสามสิบสามปีแล้ว เขาไม่เคยอยากพบผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย เขายังใจดีเห็นว่าเป็นพ่อ ถึงได้เหลือบ้านไว้ให้กับหุ้นบางส่วนในบริษัทเพื่อให้มีกินมีใช้ไม่ลำบาก แต่ดูเหมือนพ่อเจ้าบงการยังไม่สิ้นฤทธิ์เดชเมแกนทอดกายนั่งลงแล้ววางไม้เท้าลงข้างๆ ใบหน้าเหี่ยวย่นเชิดขึ้นเหมือนนิสัยส่วนตัว หยิ่งทะนงไม่ยอมใครและทำราวกับว่าตนเองมีอำนาจเหนือใคร“แกต้องการพบฉันเรื่องอะไร!”เมแกนเอ่ยปาก“ผมต้องการพูดกับคุณเรื่องที่คุณสั่งให้ลูกัสไป
ดวงตาสีน้ำทะเลหรี่ลง เห็นมาติชทะยานรถออกจากรั้วบ้านพัก ละสายตาไปยังพินอาภา ซึ่งเดินปาดน้ำตามายืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ลุคส์ถอนหายใจแล้วหย่อนกายลงบนโซฟา“พ่อครับ”เสียงเรียกเล็กๆ ปลุกจากภวังค์ทันทีที่เห็นพ่อ ร่างเล็กรีบกระโจนกอดแล้วพลิกกายนั่งลงบนตัก เด็กชายเงยหน้ามองบิดาแล้วยิ้มออกมาด้วยความสุข ยิ่งเห็นลูกมีความสุขแบบนี้เขายิ่งต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกไว้ให้ได้เสียงหยอกล้อส่งผลให้คนที่กำลังเดินมาหยุดชะงัก มองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็นบุตรชายมีความสุขในอ้อกอดของพ่อเขา ลุคส์เหลือบมองหญิงสาว จังหวะนั้นบุตรชายเลยรีบเดินมาหาแม่แล้วจูงมาร่วมวงด้วยกันไทม์แทรกตัวอยู่ระหว่างพ่อกับแม่ ดวงตาสองคู่สบกัน หัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมา เมื่อพรุ่งนี้เขาจะต้องไปจัดการปัญหาทุกอย่างให้จบเสียที เขาไม่อยากไป... เพราะไม่รู้ว่าจะมีเรื่องอะไรรออยู่ข้างหน้า ทว่าจำต้องทำเพื่อเมียและลูกบอดี้การ์ดหนุ่มยืนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ค่อยๆ ก้าวอย่างเชื่องช้า ในมือถือดอกกุหลาบสีขาวที่อดีตภรรยาชอบ ความรู้สึกทั้งมวลตีตื้นขึ้นมาไม่หยุดหย่อน ยิ่งเห็นป้ายหลุมศพ ยิ่งพาให้ใจร้าวร้าน ย่อกายลงวางดอกไม้ไว้ด้านหน้าเอื้อมมือปัดฝุ่น
ลูกัสหายไปตั้งแต่นั้น และเขามารู้อีกครั้งก็ตอนที่มันกลายเป็นนักฆ่าฝีมือดีไปแล้ว และมันก็คอยตามจองล้างจองผลาญเขาไม่เลิกราไม่ว่าจะทำอะไร“แกคงโดนเป่าหูมามากสินะลูกัส แกถึงได้บ้าไม่เลิก แกต้องการอะไรพูดมาตรงๆ ดีกว่า!”มาติชถามเสียงกร้าว“วันพรุ่งนี้ วันเดียวกับที่นายของฉันกับแกนัดไปเจอกัน เรามาสะสางเรื่องของเราที่หลุมศพของเรนิต้า”ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปชั่วครู่ เขาจะปล่อยทุกคนที่ต้องคุ้มครองอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน“ไม่ได้ ฉันมีธุระต้องจัดการ!”“ทำไม แกกลัวว่าฉันจะบุกไปจัดการผู้หญิงของเจ้านายแกหรือไงมาติช!”“ใช่! คนอย่างแกมันเล่นไม่ซื่ออยู่แล้วนี่ไอ้ลูกัส”นักฆ่าหนุ่มขบกรามแน่น เขาต้องลากมาติชออกมาจากบ้านหลังนี้ให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะไม่เป็นไปตามแผน“ถ้าแกไม่ไป รับรองว่าฉันจะถล่มที่นี่ให้ยับโดยไม่สนว่าใครจะตายหรือไม่ตาย!”แววตากร้าวกับคำพูดสุดอำมหิต ส่งผลให้ร่างกำยำเกร็งแน่น แทบขยับเข้าไปจัดการคู่อริให้ย่อยยับคามือ“ถ้าแกทำอย่างที่แกพูด รับรู้ไว้ได้เลยไอ้ลูกัส หากฉันฆ่าแกไม่ได้จะไม่เลิกรา!”“คนอย่างฉันไม่กลัวตายหรอกมาติช เพราะฉันตายไปนานแล้ว!”“ไสหัวไปซะ แล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก!”เสียงกร้าว
มือบางคว้าท่อนแขนเขาไว้ เธอไม่ได้อยากจะทำแบบนี้ แต่หัวใจกลับเรียกร้องให้ทำ เธอกลัว ทำไมแววตาของเขาถึงได้บอกกับเธอว่าเขากำลังจะจากไป ชายหนุ่มนิ่งงันก่อนหันมาเผชิญหน้า“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”เธอถามเสียงเบาแววตาเต็มไปด้วยความกังวลคำถามเบาๆ ออกมาจากริมฝีปากบาง สร้างความรู้สึกหวั่นไหวให้เขาได้มากมายนัก ทั้งๆ ที่พยายามทำใจที่จะออกห่างจากเธอ เพราะบางทีการไปพบพ่อของเขาคราวนี้ อาจไม่ได้กลับมาพบเธออีก เพียงแค่ได้เห็นสีหน้าแววตาแสดงความห่วงใย หัวใจเขากลับเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับมือหนาคว้าร่างบางมากอดไว้แน่นราวกับไม่ต้องการจะให้เธอหนีหายไปไหน น้ำใสๆ ที่เริ่มเอ่อล้นออกมา มันกำลังไหรริน กลั้นมันไม่ไหวแล้วจริงๆ เธอและลูกคือของขวัญสุดแสนวิเศษที่พระเจ้ามอบให้ แต่เขาคงไม่ดีพอที่จะได้รับมันใช่ไหม กายแกร่งที่กำลังสั่นไหวส่งผลให้ใจเธอสะท้าน มือบางลูบไล้แผ่นหลังเขาเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบประโลม“ไม่เป็นอะไรนะคะ...”เสียงแผ่วเบาออกมาจากริมฝีปากบางอีกครั้ง“ปรางค์ผมขอโทษ...”เสียงสั่นเครือเบาๆ ออกมาจากริมฝีปากหนาชายชรานั่งยิ้มอยู่บนโต๊ะทำงาน ก่อนยกหูโทรศัพท์ต่อสายถึงลูกน้องคนสนิททันที ได้โอกาสที่จะจัดการทุกอย่
ร่างสูงกำยำเร่งฝีเท้าเมื่อถึงสนามบิน ด้านหน้ามีรถตู้สีขาวดจอดรอรับ ลูกัสก้าวขึ้นรถขบกราบแน่นนึกแค้นใจที่ตนถูกตลบหลัง มองวิวด้านนอกกระจกรถแววตาแข็งกร้าว ราวหนึ่งชั่วโมงถัดมารถเลี้ยวเข้าสู่เขตคฤหาสน์หลังงาม ลูกัสสูดหายใจเข้าปอดเพราะรู้ว่าจุดหมายจะต้องเจอสิ่งใดเพียะ!ฝ่ามือหนักกระทบลงบนใบหน้าคมเข้ม นักฆ่าหนุ่มกัดฟันแน่นเลียริมฝีปากซึ่งมีเลือดไหลซึมออกมา“แกมัวไปทำบ้าอะไรอยู่! ถึงได้ให้มันพาผู้หญิงคนนั้นมาถึงฝรั่งเศส มันยากนักหรือไงแค่จัดการผู้หญิงตัวเล็กๆ!”เมแกนตวาดกร้าวลมหายใจหนักหน่วงบอกอารมณ์ของผู้พูดได้ดี“ถ้าหากไม่มีมาติชทุกอย่างมันต้องสำเร็จไปตามแผนแน่นอนครับนาย”เมแกนขบกรามแน่นสายตากร้าวจ้องมองไปยังลูกน้องคนสนิท มาติช! เขาได้ยินแต่ชื่อนี้ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว หากไม่มีผู้ชายคนนี้ การควบคุมลุคส์คงเป็นไปได้ไม่ลำบาก แต่เพราะหมอนี่ดันเป็นมือดีที่เขาปลุกปั้นมา พอได้ดีกลับทรยศไปอยู่กับลูกชายเขาเสียได้ หากได้มือดีอย่างมาติชมาอยู่ข้างกายคงดีไม่น้อย“ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้งลูกัส จัดการเก็บผู้หญิงคนนั้นให้ได้ แล้วจับตัวหลานฉันมา... ฉันจะเอาไว้ต่อรองกับไอ้ลูกชายจองหอง ดูสิว่ามันจะยังหยิ่งจองหอง
มาติชพอข้าใจ เจ้านายเคยเป็นชายที่ได้ชื่อว่าโหดร้ายและป่าเถื่อนในการทำธุรกิจ หากสิ่งใดขวางทางเป็นกำจัดเรียบไม่เคยไว้หน้าใคร แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อเจ้านายได้พบกับหญิงไทยคนนั้น เมแกนคงจะรู้สึกขุ่นเคืองมากเมื่อลูกอ่อนแอลงเพียงเพราะผู้หญิงคนเดียว“แล้วนายจะให้ผมทำยังไงครับ หากลูกัสกลับมาที่นี่”กรามขบเป็นสันนูน เขาไม่รู้ว่าพ่อมีอำนาจมากแค่ไหนในเวลานี้ แต่ที่สำคัญปรางค์ปรียาและไทม์จะต้องปลอดภัย“หามือดีมามาติช หามาให้ได้มากที่สุด ก่อนที่พ่อฉันจะเริ่มไล่ล่าปรางค์”“ได้ครับ”“แล้วอีกอย่างแกจัดการลูกัสให้ได้ ส่วนที่เหลือฉันจะจัดการเอง”“ครับนาย!”มาติชรับคำแล้วหันกายเพื่อเดินออกจากห้อง“มาติช...” ชายหนุ่มเรียกลูกน้องเสียงแผ่วเบา“ครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มหันมาเผชิญหน้ากับเจ้านายอีกครั้ง“มะรืนนี้เป็นวันตายของเรนิต้าไม่ใช่เหรอ เธอถูกฝั่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แกควรจะไปเยี่ยมเธอนะ”แววตาคนฟังหม่นลงไปชั่วครู่ ร่างกำยำรีบหันหลังกลับออกมาโดยไร้คำพูดใดๆ เมื่อความรู้สึกเจ็บปวดตีตื้นขึ้นมา ลุคส์มองตามแผ่นหลังของลูกน้องคนสนิท ใครจะรู้... หน้าตาท่าทางอันเรียบเฉยจะแฝงไว้ด้วยอดีตอันแสนปวดรวดร้าวไม่ต่างจากเขาบ
บ่ายสามโมง ร่างบางเดินทอดน่องออกมาจากบ้าน หยุดยืนอยู่ด้านหลังซึ่งมีลำธารเส้นน้อยตัดผ่าน น้ำใสไหลผ่านสายตา มันใสเสียจนมองเห็นพื้นด้านล่าง และฝูงปลามากมาย คนแถวนี้คงไม่นิยมจับพวกมันมาขาย คงนำพวกมันมาแค่พอรับประทานเท่านั้น ที่นี่อากาศดี แถมยังมีอาหารอุดมสมบูรณ์ เธอชอบมัน แต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสได้อยู่อีกนานไหมเสียงฝีเท้าเบื้องหลังทำให้หญิงสาวชะงักเล็กน้อย แต่ไม่ได้หันกลับไป จนกระทั่งมีเสียงทุ่มต่ำดังขึ้น“ผมมีข่าวดีจะบอก...”ร่างบางหันมาเผชิญหน้า แล้วสบตากับอีกฝ่าย“ข่าวอะไรคะ”“เพื่อนของคุณกำลังจะมาที่นี่”“พินนะเหรอคะ!”หญิงสาวร้องออกมาด้วยความตกใจ“ใช่แล้ว”หญิงสาวระบายยิ้มออกมาทันที หลังจากได้รับข่าวดี กระโจนกอดคนบอกข่าวด้วยความสุขใจ นี่เป็นข่าวดีที่เธอได้รับเลยทีเดียว ลุคส์จึงถือโอกาสโอบกอดตอบ ลูบไล้แผ่นหลังไว้เบาๆ ปรางค์ปรียาชะงักเมื่อรู้สึกว่าเขากำลังจะเขยิบไปทำอย่างอื่นแทน เธอรีบคลายอ้อมกอด หากนานกว่านี้คงได้เสียเปรียบอีกแน่“เสียดายจังครับ” ลุคส์ยิ้มเจ้าเล่ห์“ฉะ...ฉันจะไปดูลูกแล้ว”เธอแค่รู้สึกแปลกๆ ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปมากจนหัวใจเริ่มหวั่นไหวอย่างไม่คาดคิด ทำไมเธอถึงมีความรู้
สายถูกตัดไปแล้ว... แต่ใจเขากลับเต้นตุบๆ ไปด้วยความกังวล และรู้สึกไม่ไว้ใจอะไรเลย อยากอยู่แบบนี้ให้นานเท่าที่จะทำได้ ร่างสูงใหญ่หันไปมองภายในบ้าน มันไม่ใหญ่โตแต่แสนอบอุ่น ภาพลูกหัวเราะ และภาพเธอกำลังป้อนอาหารให้ลูก ยิ่งทำให้เขาสะเทือนใจเทราซ่าเหลือบมองหลานชาย เมื่อเห็นแววตาหม่นเศร้ายิ่งทำให้เธอกังวล เมื่อไหร่หนอหลานของเธอจะมีความสุขจริงๆ เสียที ลุคส์ฝืนยิ้มเดินเข้ามาในตัวบ้าน นั่งลงข้างหญิงสาว เธอหันมาทางเขา อ้ำอึ้งอยู่นานถึงได้เอ่ยปากออกมา“จะทานอะไรหรือเปล่าคะ เดี๋ยวปรางค์จะไปเตรียมให้”“อยากทานข้าวต้มฝีมือเมียมีไหมครับ?” ชายหนุ่มแสร้งเย้าแล้วยิ้มกว้างใบหน้าเรียวสวยแดงซ่านขึ้นมา ไทม์ยิ้มระรื่นแล้วกระโจนขึ้นนั่งตักบิดา ลุคส์เลยก้มลงจุมพิตแก้มอิ่มของลูกแทนด้วยความหมั่นเขี้ยวเทเรซ่ามองภาพนั้นแล้วยิ้มอ่อนโยน ปลีกตัวออกมาให้พ่อลูกได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน เดินมาถึงครัวเพื่อช่วยหลานสะใภ้ทำอาหารแทน เห็นแม่ครัวจำเป็นกำลังงกๆ เงินๆ หาของในตู้เย็นเลยรีบเข้าช่วย“หาอะไรจ๊ะ?”“หากุ้งค่ะน้าเทเรซ่า”หญิงสาวตอบพลางหลบสายตาเทเรซ่าค้นตู้เย็นหยิบกุ้งออกมาให้ แล้วยืนมองใบหน้าเรียวสวย พินิจพิจารณาอยู่นาน