“มาแล้วค่า” เสียงมาก่อนที่เจ้าแก้มจะเดินถือถาดขนมมาถึงห้องนั่งเล่นเสียอีก“คุณพ่อคุณแม่ลองชิมดูนะคะ อร่อยมากเลยค่ะขนมเจ้านี้” เจ้าแก้มถือถาดขนมมาวางไว้ตรงหน้าพ่อแม่ของเธอแล้วเชิญชวนทั้งสองให้กินซึ่งปกติแล้วคุณหมอทั้งสองก็ไม่ได้เคร่งมากนักในเรื่องการกิน ขนมหวานเพียงเล็กน้อยจึงกินได้ แต่ก็มีการควบคุมบ้าง ในบ้านมีเพียงเจ้าแก้มเท่านั้นที่ชื่นชอบของกินเป็นชีวิตจิตใจ“จ้ะลูก” คุณหมอกัลย์สุดาตอบรับแล้วหยิบช้อนมาตักขนมกิน“พี่โซ่คะ” เจ้าแก้มหันไปมองโซ่ตาแป๋วแล้วยิ้มน้อย ๆ“ครับ?” โซ่จึงหันมาสบตาเธอแล้วเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างตั้งคำถามเจ้าแก้มจึงทำตาขยุบขยิบไปทางพ่อแม่ของเธอ“หือ??” ซึ่งโซ่รู้แล้วว่าเจ้าแก้มต้องการสื่ออะไร แต่ท่าทางน่ารักนั้นทำให้เขารู้สึกอยากจะแกล้งเธอขึ้นมาเสียอย่างนั้น“เป็นอะไรเจ้าแก้ม?” คุณหมอเกรียงไกรและคุณหมอกัลย์สุดามองลูกสาวด้วยสายตาแปลกใจแล้วถามขึ้น เพราะเจ้าแก้มมีท่าทางลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“พี่โซ่มีเรื่องจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ค่ะ” เจ้าแก้มจึงรีบโยนเผือกร้อนนี้ไปให้โซ่ทันที“หือ? เรื่องอะไรครับ?” โซ่ทำเป็นไม่รู้เรื่องเพราะอยากจะแกล้งเจ้าแก้มยิ่งได
“แม่อย่าไปเปิดทางให้มันแบบนั้นสิครับ” หมอกราฟแม้จะยอมอ่อนให้กับโซ่แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะเปิดทางและไว้ใจอีกฝ่ายขนาดนั้น เขาจึงขัดขึ้นอย่างไม่ยอม ที่จะให้น้องสาวไปค้างคืนที่อื่น“น้องเรากับโซ่เป็นแฟนกันแล้วนะยะหวงอะไรนักหนา” หมอกัลย์สุดาจึงถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยย้ำสถานะของเจ้าแก้มกับโซ่ในตอนนี้ทำให้หมอทั้งสองเถียงไม่ออกแต่ยังคงมีท่าทางฮึดฮัดอยู่“ไปเถอะลูก อย่าสนใจพวกขี้หวงนี่เลย” หมอเกรียงไกรส่ายหน้าให้บุตรชายทั้งสอง จากนั้นก็บอกให้โซ่กับเจ้าแก้มรีบไป“สวัสดีครับ” โซ่ยกมือไหว้ทุกคน แล้วเดินไปเปิดประตูรอเจ้าแก้ม“เจ้าแก้มไปนะคะ” เจ้าแก้มลาทุกคนแล้วโบกมือให้“ขับรถกันดี ๆ”รถหรูของโซ่เคลื่อนตัวออกมาจากบ้านของเจ้าแก้มแล้วมุ่งตรงไปยังบ้านของเขาที่เป็นสถานที่จัดงานวันเกิดของคุณหญิงพิมอรในวันนี้ทันทีจนมาถึงบ้านเขาแล้ว โซ่หันไปมองเจ้าแก้มที่นั่งกุมมืออยู่และมีสีหน้าประหม่า“ถึงแล้วครับ” เขาเอ่ยบอก แต่เจ้าแก้มยังคงนั่งนิ่ง จนโซ่ต้องยกมือขึ้นสะกิดเธอ“เจ้าแก้ม”“คะ?” จึงทำให้เจ้าแก้มได้สติ หันไปมองโซ่ทันที“ถึงแล้วครับ” โซ่จึงบอกกับเธออีกครั้ง“ถึงแล้วเหรอคะ?” เจ้าแก้มหันไปมองรอบ ๆ ด้วยสายตาตื่นกล
สองหนุ่มสาวที่เดินเคียงคู่กันมาตกเป็นเป้าสายตาอีกครั้ง“หิวหรือเปล่า?” โซ่หันไปถามเจ้าแก้มอย่างห่วงใย เพราะนี่ก็ค่ำแล้ว เขากลัวว่าเจ้าแก้มจะหิว“ไม่หิวค่ะ” เจ้าแก้มจึงส่ายหน้าตอบกลับเขาไป“ถ้าอย่างนั้นไปหาคุณย่าพี่กันเถอะ”โซ่จึงจับมือเธอเข้าไปห้อง ๆ หนึ่งที่อยู่ไม่ไกล ซึ่งในห้องนี้มีเพียงครอบครัวของเขาที่นั่งอยู่ มีคุณย่า อาสาวและอาเขยของเขากำลังพูดคุยกันอยู่“นั่นไงคะ ตาโซ่มาแล้ว”เมื่อคุณอาของโซ่หันมาเห็นหลานชายก็รีบบอกผู้เป็นแม่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เพราะคุณย่าของโซ่กำลังบ่นหาหลานชายสุดที่รักอยู่พอดี“พาใครมาด้วยละนั่น?” ซึ่งพอเห็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักเดินเคียงข้างโซ่เข้ามาก็ถามขึ้นด้วยความแปลกใจ“สวัสดีครับ” โซ่ยกมือไหว้ครอบครัวตัวเอง“สวัสดีค่ะ” ส่วนเจ้าแก้มก็ไหว้ตามด้วยท่าทางนอบน้อม“นี่เจ้าแก้ม แฟนของผมเองครับ” โซ่แนะนำเจ้าแก้มให้คนในครอบครัวเขารู้จัก“หือ? แฟน” สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก ทั้งสามคนจึงหันไปมองเจ้าแก้มเป็นตาเดียว“ครับอา” โซ่พยักหน้าให้กับผู้เป็นอาที่ถามขึ้น“ที่เขาบอกว่าช่วงนี้ไปป้วนเปี้ยนแถวคณะเภสัช คนนี้สินะ?” ส่วนอาเขยของเขาที่ได้ข่าวว่าหลานชายตามจีบเ
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินผ่านกลุ่มคนเข้าไปด้านใน“เจ้าแก้ม!!” ก็มีคนเรียกชื่อเจ้าแก้มเอาไว้เสียก่อน“คุณอา?” เจ้าแก้มหันไปมองก็เห็นว่าคนที่เรียกเธอคือคุณอาหมอที่เป็นเพื่อนกับแม่ของเธอ เป็นศัลยแพทย์มือทองของโรงพยาบาล ที่คิวยาวไปจนถึงปีหน้า ไม่ต่างจากแม่ของเธอ“มาที่นี่ได้อย่างไร?” คุณหมอธนินทร์มองหลานสาวที่ยืนเคียงข้างโซ่ด้วยสายตาแปลกใจ“เจ้าแก้มมากับพี่โซ่ค่ะ” เจ้าแก้มจึงตอบขึ้นแล้วชี้มือไปที่โซ่“หือ?” นั่นทำให้คุณหมอหันไปมองโซ่อย่างพิจารณา และรู้ว่าโซ่คือใคร ทำไมเขาจะไม่รู้จักทายาทเพียงคนเดียวของเจ้าสัวพิพัฒน์ล่ะ“แฟนเจ้าแก้มเองค่ะ” แต่พอเจ้าแก้มแนะนำอีกสถานะก็ทำให้คุณหมอชะงักไปทันที“สวัสดีครับ” “สวัสดีลูก มีแฟนแบบนี้ เสือสองตัวที่บ้านไม่คลั่งตายแล้วเหรอ?” คุณหมอรับไหว้โซ่แล้วหันไปถามเจ้าแก้มติดตลก“แฮ่ ๆ เกือบ ๆ ค่ะ” เจ้าแก้มจึงยิ้มแหยแล้วตอบกลับมาทั้งสามคุยกันท่ามกลางสายตาของคนที่มองมา ซึ่งไม่มีใครไม่รู้จักคุณหมอธนิน โดยเฉพาะเหล่าคุณหญิงคุณนายที่เรียงคิวไปใช้บริการ แต่ที่สงสัยคือก่อนหน้ามีการพูดคุยกันเรื่องแฟนของโซ่เป็นเด็กสาวบ้านจน แต่ถ้ามารู้จักคนระดับนี้ได้ก็ไม่ธรรมดาอย่างท
“จะไม่ให้น้องค้างที่นี่จริงเหรอ?” คุณหญิงพิมอรมาส่งลูกชายและเจ้าแก้มขึ้นรถและถามขึ้นด้วยความเสียดาย“ไม่ล่ะครับ พรุ่งนี้คงวุ่นวายน่าดู” แต่โซ่ปฏิเสธ เพราะพรุ่งนี้ต้องมีคนมากมายมาช่วยกับเก็บของที่ใช้จัดงาน เขาไม่ชอบความวุ่นวาย จึงไม่อยากอยู่ต่อซึ่งพ่อแม่ของเขาก็พอจะเข้าใจนิสัยของลูกชายดี จึงไม่ได้ห้ามอีก“แล้วมาหาแม่อีกนะลูก” คุณหญิงพิมอรหันไปพูดคุยกับเจ้าแก้มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“ได้ค่ะ” เจ้าแก้มยิ้มรับจนตาหยี“ลานะครับ” โซ่เป็นฝ่ายเอ่ยลาก่อน“สวัสดีค่ะ” เจ้าแก้มเองก็ยกมือขึ้นไหว้ทั้งสองท่านแล้วเดินไปขึ้นรถทันทีรถหรูของโซ่เคลื่อนตัวออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่แล้วแล่นไปตามทาง“พี่โซ่จะพาแก้มไปไหนคะ?” เจ้าแก้มเห็นเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย“คอนโดพี่” ซึ่งโซ่ก็ตอบกลับมาหน้านิ่ง ๆ“อะไรนะคะ!!!” แต่เจ้าแก้มกลับตกใจเป็นอย่างมาก จ้องหน้าเขาตาถลน“ทำไม?” โซ่จึงหันมามองเธออย่างแปลกใจ“ปะ ไปส่งเจ้าแก้มที่บ้านได้ไหมคะ?” เจ้าแก้มถามเขาขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ดึกแล้ว ไปพักที่คอนโดพี่ดีกว่า” แต่โซ่กลับไม่ยอมทำตามอึกเจ้าแก้มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“แค่อยากอยู่ด้วย” โซ่หันมามองหน้
“อ๊ะ”เขาจับขาของเจ้าแก้มให้แยกออกจากกันแล้วแล้วสอดนิ้วเข้ามา จนเจ้าแก้มต้องเกร็งท้องเอาไว้เสียงดูดหน้าอกกับเสียงด้านล่างดังขึ้นแข่งกับเสียงครางของของเจ้าแก้ม“พะ พี่โซ่ พอ” เจ้าแก้มร้องบอกเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว โซ่เงยหน้าขึ้นมามองเจ้าแก้มที่มองเขาอย่างต้องการแล้วเขาก็ผละออกไปเพื่อถอดชุดพรึบ โซ่ถอดชุดออกหมดอย่างเร็วแล้วนั่นทำให้เจ้าแก้มต้องมองเขาตาค้างผ่านความมืดที่มีแสงกระทบเข้ามาร่างกายกำยำของเขาทำให้เจ้าแก้มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเธอจ้องเขม็งไปที่ส่วนนั้นของโซ่ด้วยความตกตะลึงและไม่ทันได้คิดอะไรนอกจากตะลึงกับส่วนนั้นของโซ่ เขาก็เข้ามาทิ้งตัวนอนทาบทับเธอทันทีช่วงล่างของเขาดันขาเจ้าแก้มให้แยกออกแล้วแทรกตัวเข้ามาที่หว่างขาของเธอมือร้อนของเขาบีบเค้นที่หน้าอกเธออย่างเมามัน เพื่อปลุกเร้าอารมณ์เจ้าแก้มอีกครั้ง ปากร้ายนั่นเข้ามาดูดดึงเต้าทั้งสองสลับกันไปมาอย่างกับกลัวว่ามันจะน้อยใจ เจ้าแก้มระบายความเสียวซ่านด้วยการจับเข้าที่หัวของโซ่แล้วขยุ้มกดให้หน้าเขาจมกับหน้าอกตัวเองอย่างระบายอารมณ์“อ๊ะ เจ็บ” เจ้าแก้มร้องขึ้นเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรดันเข้ามาในร่างกาย มันแน่นจนเธอรู้
แสงแดดที่ส่องเข้ามาทำให้ร่างทั้งสองร่างที่นอนกอดกันอยู่บนเตียงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพรึบจากนั้นก็สบตากันนิ่ง ดวงตากลมโตของเจ้าแก้มจ้องไปที่โซ่แล้วขมวดคิ้วเบา ๆ แต่จู่ ๆ ในหัวของเธอก็ปรากฏภาพเมื่อคืนเกิดขึ้นเจ้าแก้มเบิกตากว้างมากขึ้น จากนั้นหน้าของเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาทันทีมะ เมื่อคืนเธอกับเขา....เจ้าแก้มอยู่ในอาการตกตะลึงและกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากโซ่เห็นท่าทางนั้นแล้วกระตุกยิ้มเบา ๆ จากนั้นก็ค่อยโน้มหน้าเข้าไปจุ๊บที่ปากเจ้าแก้ม“อรุณสวัสดิ์ครับ” พอผละออกแล้วเขาก็เอ่ยกับเธอเสียงนุ่ม“พะ พี่โซ่” เจ้าแก้มอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง“หึ ๆ” โซ่เห็นแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้“ลุกไหวไหม?” โซ่ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“วะ ไหวค่ะ” เจ้าแก้มจึงตอบกลับมาแล้วรีบลุกขึ้นทันที“อ๊ะ” แต่พอเธอรีบลุก ความเจ็บตรงกายสาวก็เข้ามาครอบงำ เจ้าแก้มร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด จนน้ำตาเล็ดออกมา“พี่ว่าไม่น่าไหวนะ” โซ่ลุกขึ้นแล้วมองเธอด้วยสายตาเป็นกังวล“พี่โซ่!!” เจ้าแก้มถลึงตามองโซ่ ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน เพราะเธออายเขามากจริง ๆ“พี่พาไปเข้าห้องน้ำครับ” โซ่จึงอาสาพาเธอไปเข้าห้องน้ำเอง“จะ เจ้าแก้มไปเองได้” เจ้าแก้มรีบปฏ
“พี่ไม่ได้เข้าไปด้วยนะ ว่าจะแวะไปหาแม่ที่บ้าน” โซ่บอกกับเธอแล้วนาฬิกาขึ้นมาดูเล็กน้อย เขากะว่าจะเข้าไปพูดคุยกับผู้เป็นแม่เสียหน่อย เพราะเมื่อคืนคนเยอะ และคุณหญิงพิมอรก็มีแขกมากมาย จึงยังไม่ได้อวยพรและให้ของขวัญกับท่านเลย“ค่ะ ขับรถดี ๆ นะคะ ฝากสวัสดีคุณแม่ด้วยค่ะ” เจ้าแก้มพยักหน้ารับและฝากทักทายพ่อแม่ของเขาด้วย“ครับ” โซ่พยักหน้ารับแล้วมองเจ้าแก้มด้วยสายตาละมุนเจ้าแก้มเปิดประตูลงจากรถมาก็มีแม่บ้านมารอรับแต่พอกำลังจะก้าวขาเข้าไปในบ้าน สายตาของเธอก็เหลือบไปมองที่โรงจอดรถเสียก่อน“พี่กราฟพี่กลูมไม่ได้ไปทำงานเหรอคะ?” ขาของเธอหยุดชะงักและรู้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก เพราะเห็นรถของพี่ชายทั้งสองจอดอยู่ จึงถามแม่บ้านทันที“ไม่ค่ะ แต่นั่งรอคุณหนูตั้งแต่เช้าแล้ว” แม่บ้านจึงตอบกลับมา“อึก” นั่นทำให้เจ้าแก้มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก“ขอบคุณค่ะ” เธอยื่นของในมือให้กับแม่บ้านแล้วเอ่ยขอบคุณจากนั้นก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ เรียกความมั่นใจให้กับตัวเองเดินเข้าบ้านไปเจ้าแก้มเดินเจียมตัวเข้ามาในห้องรับแขกทันทีที่เธอก้าวขาเข้ามาก็เจอเข้ากับสายตาดุดันของพี่ชายทั้งสอง“พี่กราฟ พี่กลูม” เธอยิ้มแหย
“คะ?” เจ้าแก้มชะงักไปทันที แล้วหันมามองโซ่อย่างตั้งคำถามอีกครั้ง“...” เพียงแต่โซ่ไม่ตอบอะไร เขามองเธอนิ่ง “เจ้าแก้มไม่ได้โกรธค่ะ” เจ้าแก้มส่ายหน้าเบา ๆ และขบคิดด้วยความสับสน“แล้วเป็นอะไร?” โซ่จึงจี้ถาม แม้จะมั่นใจแล้วก็ตามว่าเธอเป็นอะไร“เจ้าแก้มก็ไม่รู้” เจ้าแก้มส่ายหน้าตอบกลับมา เพราะเธอไม่รู้จริง ๆ ว่าตัวเองเป็นอะไร มันอธิบายความรู้สึกไม่ได้ในตอนนี้“เห็นรูปนั้นใช่ไหม?” “ค่ะ” เมื่อถูกถามอย่างนั้น เจ้าแก้มยอมรับไปตรง ๆ แล้วก้มหน้าลงทันที“พี่ไม่รู้เรื่องด้วย ไม่รู้จัก ไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ” โซ่อธิบายให้เธอฟังอย่างใจเย็น เขาไม่รู้จักรุ่นน้องคนนั้นมาก่อน และไม่มีความคิดที่จะนอกใจเจ้าแก้มเลยสักครั้ง“อีกอย่างรูปนั้นพี่สั่งให้ไอ้ลีนไปลบให้แล้ว” แล้วก็บอกเล่าว่าเขาสั่งให้เพื่อนไปลบรูปนั้นแล้ว“พี่ดีใจนะ”“ดีใจอะไรเหรอคะ?” เจ้าแก้มเงยหน้าขึ้นแล้วมองโซ่อย่างแปลกใจ ที่จู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่าดีใจ“ก็ดีใจที่เจ้าแก้มหึงพี่” โซ่กล่าวแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มออกมาอย่างอารมณ์ดี“บ้า ใครหึงกัน ไม่มีนะ” ทำให้เจ้าแก้มหน้าร้อนขึ้นมาแล้วรีบปฏิเสธทันที เธอไม่ได้หึงเขาเสียหน่อย แค่ไม่พอใจที่เห็นเขากับคนอื่นก็เ
เจ้าแก้มมึนตึงกับโซ่เป็นอย่างมาก จนกลายเป็นความอึดอัดใจ“วันนี้พี่ไปส่งนะ” เขาอาสาไปส่งเธอที่บ้านด้วยตัวเอง เพื่อที่จะได้คุยกัน“พี่กราฟจะมารับค่ะ” แต่เจ้าแก้มกลับปฏิเสธมาเสียอย่างนั้น“เดี๋ยวพี่จะโทรบอกพี่กราฟเอง” โซ่จึงอาสาโทรหากราฟเอง เพราะอย่างไรวันนี้ต้องได้คุยกันก่อนทำให้เจ้าแก้มไม่สามารถปฏิเสธได้“พี่ไปนะ” โซ่จำใจต้องลาเจ้าแก้ม เพื่อไปเรียน แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ไม่น้อย“แกตึงใส่เขาเกินไปหรือเปล่า?” เมื่อโซ่เดินออกไปแล้ว ชิงชิงก็หันมาถามเจ้าแก้มทันที“นั่นสิ” หนูดีเองก็เห็นด้วย ว่าเจ้าแก้มเฉยชากับแฟนหนุ่มของเธอมากไปจริง ๆ“เจ้าแก้มไม่รู้” คำพูดของเพื่อนทั้งสองทำให้เจ้าแก้มรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดีในตอนนี้“ถ้าแกไม่รู้ แกควรจะถาม หรือพูดคุยกับเขาไปนะเจ้าแก้ม ไม่ควรทำแบบนี้” ชิงชิงจึงค่อย ๆ พูดให้เจ้าแก้มคิด และเข้าใจ“เจ้าแก้มงี่เง่าไปเหรอ?” เข้าแก้มจึงถามกลับมา เธอไม่อยากเป็นอย่างนี้เลย เพียงแต่จัดการกับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้จริง ๆ“ไม่ใช่หรอก แต่แกก็รู้ว่าพี่โซ่เขารักแกแค่ไหน”“ใช่ ตึงใส่เขาไปแบบนั้นจะเรียนรู้เรื่องไหมน่ะ” คำพูดของหนูดีทำให้เจ้าแก้มชะงัก แล
“พี่ไลอ้อน” เจ้าแก้มหยุดชะงักแล้วยกมือไหว้เพื่อนสนิทของแฟนหนุ่ม“ไม่เห็นไอ้โซ่บอกเลยว่าเราจะมา?” ไลอ้อนรับไหว้แล้วพึมพำขึ้น เพราะก่อนหน้านี้โซ่ไม่เห็นจะบอกพวกเขาเลยว่าเจ้าแก้มจะมากินข้าวที่โรงอาหารของพวกเขา“เจ้าแก้มไม่ได้บอกพี่โซ่น่ะค่ะ” เจ้าแก้มบอกกับเขาไปเสียงนิ่ง“อ้าว” นั่นทำให้ไลอ้อนขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ และไหนจะอาการมึนตึงของเจ้าแก้มอีก เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่“ขอตัวไปสั่งข้าวก่อนนะคะ” เจ้าแก้มตัดบทแล้วขอตัวไปสั่งข้าวทันทีไลอ้อนมองตามหลังของเธอไปด้วยความงงงัน“น้องชิงชิง?” จากนั้นก็หันมามองชิงชิงอย่างตั้งคำถาม“ขอตัวนะคะ” แต่ชิงชิงไม่สามารถพูดอะไรได้เช่นกัน จึงค้อมหัวให้รุ่นพี่เล็กน้อย จากนั้นก็วิ่งตามหลังเจ้าแก้มไปติด ๆทิ้งให้ไลอ้อนได้แต่เกาหัวแกรก ๆ มองตามหลังไปทางด้านของโซ่ ในตอนนี้เขากำลังรอเจ้าแก้มตอบกลับข้อความ หลังจากที่เขาส่งไปหาเธอตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว“มึงเห็นนี่ยัง?” แล้วจู่ ๆ พายัพก็ยื่นโทรศัพท์ของเขาไปให้กับโซ่ซึ่งโซ่ก็มองด้วยความแปลกใจ และรับไปดูก็เห็นว่าเป็นรูปตอนที่เขาไปทำบุญเมื่อเช้านี้ และมีรุ่นน้องคนหนึ่ง มาอยู่ข้าง ๆ ซึ่งเขาไม่ได้รู้จัก หร
เช้าวันต่อมา ในวันนี้เจ้าแก้มมาเรียนโดยมีพี่ชายมาส่ง เพราะโซ่มีนัดกับรุ่นน้องแต่เช้า เพื่อมาทำบุญคณะกัน เจ้าแก้มจึงไม่ได้รบกวนเขาในขณะที่นั่งรอเรียนอยู่นั้น ก็มีเสียงฮือฮาดังขึ้นเป็นระยะ และเจ้าแก้มเองก็รู้สึกว่ามีสายตาของหลายคนมองมาที่เธอแปลก ๆเจ้าแก้มจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงงงัน จนหันมาเห็นสายตาของเพื่อนสนิททั้งสองนี่แหละ“มีอะไรเหรอ?” เจ้าแก้มถามขึ้นด้วยความสงสัย“ดูนี่สิ”“หือ?” เจ้าแก้มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย จากนั้นก็รับโทรศัพท์จากมือของหนูดีมาดูซึ่งบนหน้าจอกำลังโชว์ภาพของโซ่และผู้หญิงคนหนึ่งกำลังทำบุญอยู่ข้างกัน พร้อมกับแคปชันหวานซึ้งเจ้าแก้มเลื่อนอ่านเม้นก็มีแต่คนพูดว่าเหมาะสมกัน และถามถึงเธอด้วย“โอเคนะ?” ชิงชิงถามขึ้นแล้วมองเจ้าแก้มด้วยสายตาเป็นกังวลเพราะสีหน้าเจ้าแก้มมีความเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังกำโทรศัพท์ในมือแน่นเจ้าแก้มได้สติเงยหน้าขึ้นมาเพื่อนสนิททั้งสองแล้วถามขึ้น“ใครเหรอ?”“เห็นบอกว่าเป็นรุ่นน้องปีหนึ่งน่ะ” หนูดีเป็นฝ่ายตอบ เพราะเธอได้ถามมาแล้วก่อนที่จะเอารูปให้เจ้าแก้มดู คนรู้จักของเธอบอกว่าเป็นรุ่นน้องปีหนึ่ง“อื้ม” เจ้าแก้มพยักหน้ารับรู้แล้วทำเป็น
โซ่เองก็ให้เจ้าแก้มมานั่งข้าง ๆ เขาเช่นกัน แล้วหยิบน้ำมาเปิดฝาให้เธอ“ขอบคุณค่ะ” เจ้าแก้มรับน้ำมาแล้วเอ่ยขอบคุณโซ่“หิวไหม?” โซ่จึงถามอย่างใส่ใจ เพราะทุกครั้งเวลานี้เจ้าแก้มจะต้องได้กินของว่าง แต่เขาติดธุระ ไม่มีเวลาไปรับเธอเลย คิดแล้วก็มีสีหน้ารู้สึกผิดขึ้นมาทันที“ไม่ค่อยหิวค่ะ” เจ้าแก้มรู้สึกหิวเล็กน้อย เพราะความเคยชินที่ได้กินอาหารเวลานี้ แต่ก็ไม่อยากรบกวนโซ่ จึงตอบกลับไป“แสดงว่าหิว?” แต่คำว่า ไม่ค่อย ของเธอนั้นทำให้โซ่ขมวดคิ้วแล้วหรี่ตามองเธอ“แฮ่ ๆ” เจ้าแก้มไม่อยากโกหกว่าไม่หิวจึงยิ้มแหยให้เขาไป“รอก่อนนะ เดี๋ยวพี่พาไปหาอะไรกิน” โซ่จึงพูดขึ้นแล้วหันไปมองตามรับน้องของคณะตัวเองด้วยความหงุดหงิด ใจเขาอยากจะเข้าไปปล่อยรุ่นน้องและพาเจ้าแก้มกลับตอนนี้เลย แต่ไม่สามารถทำได้อย่างที่คิด“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ากินตอนนี้ กลับบ้านไปคงกินข้าวไม่ได้” เจ้าแก้มเห็นสีหน้าโซ่จึงรีบบอกกับเขาไป เพราะเวลานี้เธอคงกินอะไรไม่ได้แล้ว เพราะว่าต้องกลับไปกินข้าวกับที่บ้านต่อด้วย“อื้ม” โซ่เองก็พึ่งนึกขึ้นได้จึงพยักหน้าเข้าใจรอไม่นานกลุ่มพี่ว้ากก็มีการปล่อยรุ่นน้องให้กลับบ้านทำให้โซ่เองก็พาเจ้าแก้มกลับได้เช่นก
เวลาผ่านไป หลังจากวันนั้นที่โซ่ง้อเจ้าแก้มได้สำเร็จ ทั้งสองก็ตัวติดกันตลอด ไม่ห่างไปไหนช่วงปิดเทอมบ้านของเจ้าแก้มก็มีโซ่ไปเป็นแขกประจำ จนคุ้นเคยกับทุกคนในบ้านพี่ชายทั้งสองของเจ้าแก้ม เห็นโซ่ดูแลน้องสาวของพวกเขาเป็นอย่างดีก็อ่อนให้โซ่แล้ว ไม่มีจิกกัดเหมือนแต่ก่อนจวบจนเปิดเทอม เจ้าแก้มขึ้นปี 3 ส่วนโซ่ก็เป็นรุ่นพี่ปี 4 แล้วในวันนี้เจ้าแก้มมาที่มหาวิทยาลัยโดยมีโซ่มาส่ง ส่วนตัวเขานั้นยังไม่ได้มีการเรียนอะไร มีเพียงคอยดูแลเรื่องการรับน้องในคณะก็เท่านั้นซึ่งโซ่ได้รับเลือกเป็นประธานสภาของมหาวิทยาลัย เขาจึงวุ่นวายเป็นอย่างมากส่วนเจ้าแก้มนั้นขึ้นปีสาม เป็นปีของพี่ว้าก ที่ไม่ต้องไปวุ่นวายการรับมากนัก แต่วันนี้เธอถูกเพื่อนสนิทลากมาดูพี่ว๊าก ซึ่งก็คือเพื่อนปีเดียวกันกับเธอลงว้ากเป็นครั้งแรก“เงียบ!!”เสียงว๊ากที่ดังขึ้นทำให้น้อง ๆ ที่กำลังฮือฮากันอยู่เงียบเสียงลงทันทีบรรยากาศโดยรอบกำลังเกิดเดดแอร์ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าแก้มที่เผลอเกร็งไปกับน้อง ๆ ด้วย“ดุชะมัด” ชิงชิงหันไปกระซิบกับหนูดีเพราะพี่ว้ากปีของพวกเธอ มาจากกลุ่มผู้ชายที่ดูจะนุ่มนวลที่สุดแล้ว ทุกคนจึงไม่เชื่อนักว่าพวกเขาจะว้ากได้จริง จึ
พรึบเขาดึงแขนเธอเข้าไปประชิดตัวเองไว้ จากนั้นก็ดันหลังเธอชนกับกำแพงห้องแล้วฉกจูบลงมา“อื้อออออ” เจ้าแก้มเบิกตากว้างอย่างตกใจแล้วก็เอามือดันไหล่เขาไว้“พะ พี่โซ่” เธอพยายามห้ามเขาที่กำลังซุกไซ้ซอกคอของเธออยู่ในตอนนี้“พี่ขอโทษ” เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าแก้มด้วยสายตาอ้อนวอน ขอให้เธอหายโกรธเขาซึ่งในตอนนี้เจ้าแก้มไม่ได้โกรธเขามากขนาดนั้นแล้วจึงใจอ่อน“นะครับ” โซ่ทำเสียงออดอ้อน จากนั้นก็มองเธออย่างอ้อนวอน“เจ้าแก้มหายโกรธก็ได้ แต่พี่โซ่อย่าทำแบบนั้นอีกนะคะ”เจ้าแก้มจึงยอมใจอ่อน หายโกรธเขา แต่ก็ยังกำชับไม่ให้เขาพูดแบบนั้นอีก เพราะเธอไม่ชอบจริง ๆ“ครับ” โซ่ตอบรับแล้วยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจโซ่ทำการช้อนตัวเจ้าแก้มขึ้นอุ้มโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว“พี่โซ่!!” เจ้าแก้มหวีดร้องด้วยความตกใจแล้วยกมือขึ้นโอบรอบคอโซ่ไว้กันไม่ให้ตัวเองตกโซ่พาเธอเข้ามาในห้องนอนแล้ววางเธอลงบนเตียงอย่างทะนุถนอมหลายวันที่ผ่าน ไม่ได้คุยกับเจ้าแก้มแล้วเขารู้สึกจะคลั่งตาย โซ่สบตามองเจ้าแก้มอย่างลึกซึ้งจนเจ้าแก้มรู้สึกเขินอายฟอดดดด“ขอนะครับ” โซ่โน้มหน้ามาหอมแก้มเธอแล้วกระซิบข้างหูเสียงแหบพร่าเขาค่อย ๆ ทำการโน้มน้าวโลม
และนี่ก็สามวันแล้วที่เจ้าแก้มโกรธโซ่ ไม่ยอมพูดคุยด้วย อีกทั้งยังเมิน หลบหน้าเขาอีกด้วย จนโซ่ต้องมานั่งซึมแบบนี้ผับ F “ท่าทางจะอาการหนักว่ะ” ไลอ้อนหันไปพูดกับพายัพติดตลกแล้วมองไปที่โซ่“เออ กูก็ว่างั้น” ซึ่งพายัพเองก็เห็นด้วยเป็นอย่างมากเพราะในตอนนี้โซ่กำลังนั่งเหม่อถือแก้วเหล้ากระดกเป็นน้ำเปล่า ไม่ยอมพูดจากับใครทั้งสิ้น“มันเป็นอะไร?” คำพูดของทั้งสองทำให้คนบนโต๊ะหันไปมองโซ่เป็นตาเดียว และก็มีคนถามขึ้น“เจ้าแก้มงอนมันน่ะสิ” เรย์จึงเป็นฝ่ายตอบแล้วหยิบขวดเหล้ามารินให้กับตัวเอง“หือ?” นั่นทำให้ทุกคนที่ได้ยินขมวดคิ้วสงสัย เนื่องจากเจ้าแก้มอ่อนหวานและเรียบง่ายแบบนั้น โซ่ไปทำอะไรให้อีกฝ่ายโกรธมากันจากนั้นก็มีคนหนึ่งที่ทำการสอดส่องสาว ๆ อยู่เขาสะดุดอยู่ที่โต๊ะหนึ่งแล้วหรี่ตามอง“อะไร?” จนเพื่อน ๆ เห็นท่าทางนั้นแล้วรู้สึกสงสัย จึงถามขึ้น“มึงช่วยกูดูหน่อย ว่านั่นใคร?” คนนั้นจึงชี้ไปที่โต๊ะหนึ่งทันทีทำให้สายตาของทุกคนยกเว้นโซ่หันไปมองตาม“กะ กูไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมว่ะ?” ไลอ้อนพูดขึ้นแล้วขยี้ตาเพราะที่พวกเขาเห็นคือเจ้าแก้มและกลุ่มเพื่อนของเธอนั่นเอง“ไอ้โซ่” ลีออนจึงหันไปเรียกโซ่ที่นั่งนิ่ง
“สวัสดีครับ”“คะ?” เจ้าแก้มหันไปมองหนุ่มหล่อหน้าตาดีในชุดมหาวิทยาลัยอื่นที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาแปลกใจ“ผมเซนนะครับ” อีกฝ่ายจึงรีบแนะนำตัวทันที“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เจ้าแก้มพยักหน้ารับรู้แล้วถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ“เอ่อ ผมจะมาขอไลน์คุณน่ะครับ” เซนยื่นโทรศัพท์ในมือมาให้เจ้าแก้ม เพื่อขอช่องทางการติดต่อของเธอตามที่พูด“เอ่อ” นั่นทำให้เจ้าแก้มมีท่าทีอึกอัก ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที“ไม่ทราบว่าคุณชื่อ?” เซนทำเป็นไม่เห็นท่าทางลำบากใจของเธอ และทำเป็นถามชื่อ ในตอนแรกที่เขาเห็นเธอก็รู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก และมองจนเพื่อนของเขารู้ พร้อมกับเชียร์ให้เขาเข้าหาเธอ“เจ้าแก้ม” เจ้าแก้มยังไม่ทันได้ตอบอะไรไป ก็มีเสียงเรียกเธอดังขึ้นเสียก่อน“พี่โซ่!” เจ้าแก้มหันมองก็เห็นว่าเป็นโซ่นั่นเองที่ยืนหน้านิ่งอยู่ในชุดนักกีฬา“มีอะไรหรือเปล่า?” โซ่เดินเข้ามาแล้วถามขึ้น พร้อมกับปรายตามองไปที่ผู้ชายคนนั้นเล็กน้อยเขากำลังจะมาหาเจ้าแก้ม แต่กลับเห็นเธอยืนคุยกับผู้ชายคนอื่นอยู่ จึงเกิดความไม่พอใจ“คือว่า” เจ้าแก้มกำลังจะอธิบายให้แฟนหนุ่มของเธอฟัง“ผมมาขอไลน์คุณเจ้าแก้มน่ะครับ” แต่เซนกลับพูดขึ้นเสียก่อน ทำให้เธอช