“คิดอะไรออกเหรอ?” เจอรัลด์ถาม "ใช่แล้วล่ะ! พอมาคิด ๆ ดูแล้ว ดูเหมือนว่าคุณคือร่างที่เก้าของเจ้านายผม! ถ้าคุณไม่ว่าอะไร กรุณาบอกผมทีได้ไหมว่าคุณดูเหมือนเจ้านายของผมหรือเปล่า” กระบี่หยกประสานเอ่ยถามอย่างกระวนกระวายใจ แม้ว่าเจอรัลด์จะปฏิเสธอย่างแข็งขันว่าเขาไม่ใช่ร่างจุติของลีมิสมาโดยตลอด แต่คราวนี้เขารู้สึกว่าจำเป็นต้องตอบอย่างตรงไปตรงมา ด้วยเหตุนี้ เจอรัลด์จึงพยักหน้า “ใช่แล้วล่ะ! ผมดูเหมือนกับเขาเป๊ะเลย!” “ที่นี้ก็ลงล็อกแล้ว! คุณคือร่างจุติครั้งที่เก้าของเจ้านายผมอย่างแท้จริง! ถึงกระนั้น นับตั้งแต่ที่ผมได้พบเขาครั้งสุดท้ายก็นานมากแล้วจริง ๆ… เมื่อนึกย้อนกลับไปในตอนที่จาเอลตราตกอยู่ในความโกลาหล ในตอนที่ผมได้พบกับนายท่านครั้งสุดท้าย… ในเวลานั้น เทพแห่งดวงอาทิตย์ทั้งสามของสหพันธ์ดวงอาทิตย์ได้ร่วมมือกันเพื่อจัดการกับนายท่าน ลำพังแค่พวกเขาสามคนก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับนายท่านหรอก แต่สิ่งต่าง ๆ เริ่มกลับตาลปัตร เมื่อพวกยังไวเกอร์กล้าเข้ามามีส่วนร่วม แค่มองแวบเดียวก็เห็นเลยว่าพวกยังไวเกอร์และ พวกเทพแห่งดวงอาทิตย์วางแผนที่จะผนึกกำลังกันก่อนที่สงครามจะเริ่ม เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะกำจัดนา
“จริงสิ… พอพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ผมขอถามได้ไหมว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณต้องมาที่นี่ นายท่าน? อีกอย่าง คุณบอกว่าตอนนี้คุณล็อคแลนด์เองก็อยู่ในโลกมนุษย์ด้วย ใช่ไหม?” กระบี่หยกประสานถาม โดยยังคงก้มหน้าอยู่ต่อหน้าเจอรัลด์ "ใช่แล้วล่ะ แต่เธอก็อยู่ในฐานะวิญญาณในโลกนั้นเท่านั้น น่าเศร้าที่ผมไม่แข็งแกร่งพอในตอนที่ราชาประตูมิติแห่งการพิพากษามาตามล่าพวกเรา นั่นเพราะผมไม่อาจป้องกันตัวเองได้ ไซล่าจึงใช้ตัวเองเข้าล่อเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของราชาประตูมิติแห่งการพิพากษาให้ตามเธอไป หลังจากเหตุการณ์นั้น ผมก็ตามหาเธอไปทั่วแผ่นดินโลก น่าเสียดายที่ไม่ว่าที่ไหนก็ไม่มีเบาะแสของเธอเลย! เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมถึงได้สังหรณ์ใจว่าเธออาจจะกลับไปที่จาเอลตราแล้วก็เป็นได้!” “ส่วนเรื่องเหตุผลที่ผมมาที่นี่ ก็ต้องนับว่าการพาลีมิสไปส่งคืนให้กับไซล่าก็ถือเป็นหนึ่งในเหตุผลของผมด้วย ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมมาที่นี่ ก็เพราะพี่สาวของผมถูกตระกูลควอเตอร์เมนลักพาตัวไป! ตอนนี้เธอกำลังทรมาน ผมถึงต้องช่วยเธอให้ได้! แต่เพื่อให้ผมมีชีวิตอยู่ต่อไปให้นานพอ ผมจึงต้องค้นหาพรีโมโคโรสที่จะสามารถช่วยให้ผมทะลวงเข้าสู่อาณาจักรแห่งนักปราชญ์ให้ได
หลังจากนั้นเสียงระเบิดก็ดังขึ้น! ทุกคนทำได้เพียงเบิกตากว้างเมื่อใบไม้ที่อยู่รอบ ๆ เริ่มรวมตัวกันต่อหน้ายูเซฟ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกของเขา... จากนั้นใบไม้เหล่านั้นก็เริ่มม้วนตัวขึ้น และเมื่อใบไม้รวมตัวกันจนกลายเป็นลูกบอลทรงกลมขนาดใหญ่ ยูเซฟก็เริ่มกระโดดพร้อมกับใช้หน้าอกผลักลูกบอลใบไม้ไปข้างหน้า! ในขณะนั้นเอง เสียงระเบิดก็ดังขึ้นอีกครั้งจากลูกบอลใบไม้ที่พุ่งเข้าใส่เจอรัลด์อย่างรวดเร็ว จนแทบจะมองตามกันไม่ทัน! เจอรัลด์โต้ตอบการจู่โจมนั้นโดยการตั้งนิ้วขึ้นเป็นรูปดาบ ก่อนที่จะพึมพำในใจของเขาว่า 'ไปจัดการมันเดี๋ยวนี้ ดาบเจ้าพายุ!' หลังจากนั้น เจอรัลด์ก็ตวัดนิ้วไปทางลูกบอลใบไม้ ซึ่งส่งผลให้ดาบแสงพุ่งออกไปโจมตีฝ่ายตรงข้าม! การระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่าเกิดขึ้นตามมาอย่างต่อเนื่องเมื่อทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างรุนแรง… จนกระทั่งในที่สุด ลูกบอลใบไม้ขนาดใหญ่ก็ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน ทำให้เกิดเสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวตามมาเป็นครั้งสุดท้าย! ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นได้แต่ผงะถอยไปสองสามก้าวด้วยความตกตะลึงกับพลังมหาศาลที่พวกเขาเพิ่งได้เห็น "…อะไรกันเนี่ย?" ยูเซฟที่กำลังงุนงงพึมพำ เด็กคนนั้น… เขารับ
หลังจากที่เธอถูกคนจากตระกูลควอเตอร์เมนจากจาเอลตราจับตัวมา เจสสิก้าก็ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสทุกวัน แม้จะถูกทำร้ายอย่างต่อเนื่อง แต่เธอยังคงแข็งแกร่งและแน่วแน่อยู่เสมอ เธอเชื่อว่าวันหนึ่งเจอรัลด์จะต้องมาช่วยเธอจากสถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ เธอจึงรู้ว่าเธอจำเป็นต้องอยู่รอดให้ได้จนกว่าจะถึงวันนั้น แต่เธอไม่รู้เลยว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้ ท้ายที่สุด เจอรัลด์ก็เดินทางมาถึงจาเอลตราแล้ว ซ้ำเขายังยอมเลื่อนการต่อสู้ระหว่างเขากับยูเซฟออกไป เนื่องจากเขาให้ความสำคัญกับการช่วยชีวิตพี่สาวของเขามากกว่า ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ตอนนี้เขาได้เข้าสู่ระดับที่เก้าของอาณาจักรรูนแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าเขากำลังเข้าใกล้อาณาจักรแห่งนักปราชญ์มากขึ้นทุกที ด้วยเหตุนี้ เขาจึงรู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องกลัวการเผชิญหน้ากับพวกควอเตอร์เมนอีกต่อไป ตอนนี้เขามีความสามารถมากพอที่จะช่วยพี่สาวของเขาได้แล้ว! ไม่นานนักเจอรัลด์ก็มาถึงเมืองบาริโอ เขาสวมเสื้อคลุมตัวยาวและเดินไปตามถนนในเมืองอย่างช้า ๆ เพียงลำพัง ตลอดถนนหนทาง เจอรัลด์เห็นผู้คนที่แต่งตัวด้วยชุดที่ดูหรูหรายืนอยู่ทั่วเมือง ซึ่งบ่งบอกอย่างชัดเจ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนก็ร่าเริงทันที! ในทางกลับกัน เจอรัลด์ยังคงเฝ้ามองอย่างเงียบ ๆ ในมุมมืดของโถงจัดเลี้ยง สำหรับเขาแล้ว วันนี้ไม่ใช่วันฉลองวันเกิดของเยเซิร์น แต่เขากลับมองว่ามันเป็นวันจัดพิธีรำลึกถึงเยเซิร์นต่างหาก เมื่อมองดูทุกคนดื่มด่ำกับความสุข เยเซิร์นไม่ได้ตระหนักด้วยซ้ำว่าอันตรายใหญ่หลวงกำลังจะเกิดขึ้นกับเขา... เจอรัลด์เคยได้ยินคำกล่าวหนึ่งที่เหมาะสมกับสิ่งที่เขากำลังจะทำเป็นอย่างมาก โดยพื้นฐานแล้ว 'การสิ้นสุดของงานเลี้ยงเป็นเวลาที่ดีที่สุดเสมอสำหรับการทำธุระสำคัญให้เสร็จ' ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น เจอรัลด์ก็ดึงผ้าคลุมของเขาลงมาปิดบังใบหน้า ก่อนที่จะกระโจนขึ้นไปในอากาศ! ไม่กี่วินาทีต่อมา ทุกคนที่อยู่ในงานก็ได้เห็นภาพของชายที่ดูแข็งแกร่งคนหนึ่งร่วงลงมาจากเพดานของห้องจัดเลี้ยง…ก่อนจะร่อนลงบนโต๊ะอาหารโต๊ะหนึ่ง! ด้วยความตกใจกับเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว และภาพของโต๊ะอาหารที่แตกออกครึ่งหนึ่ง แขกที่อยู่รอบข้างจึงรีบวิ่งหนีออกจากบริเวณนั้นด้วยความกลัวทันที! เนื่องจากความผิดปกติอย่างกะทันหัน บรรยากาศที่สนุกสนานในตอนแรกหายไปอย่างรวดเร็วและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกตึงเครีย
เมื่อเห็นเช่นนั้น เจอรัลด์เพียงแค่ดันฝ่ามือของเขาไปข้างหน้า ส่งผลให้บอดี้การ์ดทั้งสองคนลอยกระเด็นถอยหลังทันทีจากแรงระเบิดของพลังลมปราณอันทรงพลัง! เมื่อร่างทั้งสองร่วงลงสู่พื้น เยเซิร์นก็ตระหนักได้ว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว เพียงครั้งเดียวเท่านั้น! เจอรัลด์ใช้การโจมตีเพียงครั้งเดียวเพื่อฆ่าบอดี้การ์ดที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาทั้งสองคน…! ตอนนี้เขารู้ตัวแล้วว่าพลังและอำนาจของเขาไม่สามารถเทียบกับเจอรัลด์ได้เลย เยเซิร์นผู้หวาดกลัวกำลังตัวสั่นในขณะที่เขาค่อย ๆ ถอยหลังไปสองสามก้าวพร้อมกับขู่ว่า “ถอยไป...! ถ้าแกกล้าแม้แต่จะแตะต้องฉัน ครอบครัวของฉันไม่มีทางไว้ชีวิตแกอย่างแน่นอน…!” แม้ว่าเยเซิร์นจะรู้ว่าความตายของเขากำลังคืบคลานเข้ามาใกล้แล้ว แต่เขาก็ยังพยายามยกอำนาจของควอเตอร์เมนขึ้นมาข่มขู่เจอรัลด์ อย่างไรก็ตาม เจอรัลด์ตัดสินใจเดินทางมาที่นี่คนเดียวเพื่อจัดการกับครอบครัวของเขา ด้วยความที่เขาเป็นคนบ้าบิ่น เจอรัลด์จึงมั่นใจว่าคนที่ไร้ความรู้สึกอย่างเขาคงไม่ตกเป็นเหยื่อของการคุกคาม ถูกต้องหรือไม่…? ความหวังของเยเซิร์นสำหรับสถานการณ์ดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นคนที่โง่เง่าเพียงใด เยเซ
หลังจากนั้น มือของเจอรัลด์ก็เปลี่ยนเป็นกรงเล็บที่แหลมคมเช่นกัน! ก่อนที่มิเกลจะทันได้ลงมือโจมตี เจอรัลด์ก็คว้าคอชายวัยกลางคนอย่างง่ายดาย ก่อนจะยกร่างของเขาขึ้นแล้วเหวี่ยงไปด้านข้าง! ตอนนี้คอของเขามีเลือดไหล มิเกลที่ได้รับบาดเจ็บค่อย ๆ คุกเข่าด้วยความยากลำบาก ก่อนจะพึมพำ “…แก… ไม่… คิดเลยว่าแก… จะรู้วิธี… ใช้หมัดทะลวงวิญญาณด้วย…!” ด้วยเลือดของมิเกลที่พุ่งออกมาจากปากของเขาในตอนนี้ ชายที่กำลังจะตายไม่สามารถแม้แต่จะจบประโยคของเขาได้ อย่างไรก็ตาม เขาได้รู้ความจริงที่ว่าเจอรัลด์ใช้วิชามังกรทะลวงวิญญาณในการโจมตีเขา… จากที่กล่าวมา มิเกลไม่คาดคิดเลยว่าเจอรัลด์จะใช้ทักษะที่เขาภาคภูมิใจเพื่อใช้เป็นวิธีในการจบชีวิตของเขา… เมื่อรู้ว่าเขาคงไม่สามารถไถ่โทษตัวเองจากความอัปยศอดสูนี้ได้ ในที่สุดมิเกลก็ยอมแพ้ เขาล้มลงจมกองเลือดของเขาจนตาย... หลังจากได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เยเซิร์นก็รู้สึกหวาดกลัวมากจนเขาแทบจะขาดสติ! เขานั่งยอง ๆ เพื่อพยายามควบคุมร่างกายที่สั่นเทาของเขาให้สมดุล เยเซิร์นกำลังคิดว่า '...แม้แต่มิเกล ราชาแห่งจักระระดับหก และผู้พิทักษ์ของตระกูลควอเตอร์เมน ก็ยังไม่สามารถจั
ทันทีที่เจอรัลด์พูดจบ เสียง 'แกร๊ก' ของบางอย่างที่แตกหักก็ดังขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากนั้น เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของเยเซิร์นก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ! เจอรัลด์เพิ่งหักแขนข้างหนึ่งของเยเซิร์น สีหน้าของนายน้อยผู้ไร้ทางสู้แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดแสนสาหัส เมื่อเห็นอย่างนั้น ความโกรธของเฮนริกก็ยิ่งทวีคูณขึ้น ในขณะที่เขาจ้องไปที่เจอรัลด์พร้อมกับตะโกนว่า “แก…!” “ดูซะให้เต็มตา ไอ้แก่สารเลว! ลูกชายของแกตกอยู่ในกำมือของฉันแล้ว และถ้าแกต้องการให้เขามีชีวิตอยู่ในตอนจบของเรื่องราวทั้งหมดนี้ แกก็ควรปล่อยตัวพี่สาวของฉันซะ! ฉันแน่ใจว่าแกเองก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา ถ้าแกไม่ทำตามที่ฉันสั่ง!” เจอรัลด์โต้กลับอย่างตรงไปตรงมา เพราะเขาไม่อยากเสียเวลากับเฮนริกมากเกินกว่าที่ควร เห็นได้ชัดว่ามันเป็นข้อเสนอที่เฮนริกไม่สามารถปฏิเสธได้ เว้นแต่เขาจะไม่สนใจลูกชายของเขา และทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็รู้ดี อย่างไรก็ตาม เฮนริกกลับชี้ไปที่เจอรัลด์พร้อมกับตะโกนว่า “ฟังนะ ถ้าลูกชายของฉันตาย แกกับพี่สาวของแกก็ไม่มีทางเอาชีวิตรอดไปจากจาเอลตราได้เหมือนกัน!” 'แกต้องการแบบนั้นจริง ๆ ใช่ไหม?' เจอรัลด์คิดกับตัว
พวกเขาได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วในตอนที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่มีใครหรือรถคันอื่นใดอยู่รอบ ๆ เลยแม้แต่คันเดียว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เฒ่าฟลินท์ก็ยังอยู่ในรถเพียงลำพังด้วยนั่นหมายความว่าสถานการณ์ที่ผู้เฒ่าฟลินท์พบกับอุบัติเหตุนั้นแปลกประหลาดอย่างยิ่งในวิดีโอที่ได้จากกล้องวงจรปิดนั้นแสดงให้เห็นว่ารถของผู้เฒ่าฟลินท์ลื่นไถลและหลุดการควบคุมไปเองในทันทีเจอรัลด์และเรย์ได้รับการปล่อยตัวในช่วงบ่ายนั้นเองพวกเขานั่งแท็กซี่กลับไปที่สำนักงานระหว่างทางกลับ เรย์มองเจอรัลด์ด้วยสีหน้างุนงงอย่างหนักแล้วถามว่า “เจอรัลด์ คุณคิดเห็นยังไงกับการตายของผู้เฒ่าฟลินท์?เขาตายได้ยังไง?”ใบหน้าของเจอรัลด์เคร่งเครียดมาก เขาเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็มั่นใจว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุธรรมดาแน่นอน“นี่หมายความว่าเอ็มเบอร์ลอร์ดยังไม่ตายเหรอ?”วินาทีต่อมา ความคิดอันบ้าบิ่นก็ผุดขึ้นในใจของเรย์เจอรัลด์รู้สึกว่าการคาดเดานี้เป็นไปได้น้อยมาก นั่นก็เพราะเอ็มเบอร์ลอร์ดตายไปต่อหน้าต่อตาเขาเอง แล้วเขาจะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?“เรากลับก่อนเถอะ บางทีมันอาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุจริง ๆ ก็ได้!”เจอรัลด์บอก
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่เจอรัลด์และเรย์ยังคงหลับอยู่ กริ่งที่ประตูก็ปลุกพวกเขาให้ตื่นเรย์เดินออกจากห้องไปที่ประตูในลักษณะกึ่งหลับกึ่งตื่นแล้วเปิดประตูออกเมื่อประตูถูกเปิดออก เขาก็ได้เห็นชายสองสามคนซึ่งกำลังสวมเครื่องแบบยืนอยู่ข้างนอก เมื่อเห็นตราบนเครื่องแบบของพวกเขา พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนเหล่านี้มาจากรัฐบาลกลาง“ขออภัย คุณเจอรัลด์ คลอฟอร์ดและคุณเรย์ เลห์ตันอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพุ่งตัวเข้ามาถามเรย์พยักหน้าและตอบว่า “ผมนี่แหละเรย์ มีอะไรเหรอ?""พาเขาออกไป!"เมื่อเขาได้ยินคำพูดของเรย์ เจ้าหน้าที่คนนั้นก็สั่งคนของเขา และทันใดนั้นเอง เจ้าหน้าที่อีกสองคนก็เข้ามาคว้าแขนของเรย์แล้วลากเขาออกไปข้างนอก"เฮ้ย! นี่มันอะไรกัน?!"เรย์ตะโกนทันทีความโกลาหลดังกล่าวทำให้เจอรัลด์ จูโน่ และโนริตื่นขึ้นพวกเขาออกจากห้องอย่างรวดเร็ว"คุณเป็นใคร?"เมื่อเจอรัลด์ออกมา เขาก็มองดูเจ้าหน้าที่พวกนั้นด้วยความประหลาดใจและเอ่ยถามขึ้น“คุณคงเป็นคุณเจอรัลด์ คลอฟอร์ด เรากำลังสงสัยว่าคุณเกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรม สารวัตรเลค หรือที่รู้จักกันในชื่อผู้เฒ่าฟลินท์ ดังนั้นเราต้องการนำคุณไปสอบ
ในเวลาเดียวกัน หมอกควันสีทมิฬของเอ็มเบอร์ลอร์ดได้ล้อมรอบกายของชายชราเอาไว้หลังจากนั้นไม่นาน หมอกควันสีทมิฬดังกล่าวก็ดูดกลืนวิญญาณและพลังงานของชายชราไป ทำให้ชายกลายเป็นศพแห้งกรังเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกสิ่งนี้ทำให้เอ็มเบอร์ลอร์ดตระหนกเป็นอย่างมาก เขาไม่ได้คาดหวังให้เกิดผลลัพธ์เช่นนี้ ยิ่งกว่านั้น เขาไม่คิดแล้วว่าชายชราจะมาสกัดกั้นการโจมตีจากเจอรัลด์แทนเขาแบบนี้“เอ็มเบอร์ลอร์ด คุณฆ่าคนบริสุทธิ์อีกแล้ว!”เจอรัลด์ตะโกนใส่เอ็มเบอร์ลอร์ดด้วยความโกรธเมื่อพูดเช่นนั้น เจอรัลด์จึงตัดสินใจใช้ทักษะต้องห้ามของตัวเองเพื่อทำลายเอ็มเบอร์ลอร์ดให้สิ้นซากในขณะนี้เอ็มเบอร์ลอร์ดเสียสติไปแล้ว เขายืนนิ่งไม่ขยับ ราวกับสูญเสียจิตวิญญาณของตัวเองไป “วิชาทลายสหัสภพ!”เจอรัลด์ตะโกนและขว้างดาบแอสตราบิซในมือใส่เอ็มเบอร์ลอร์ดเมื่อดาบแทงเข้าไปในร่างของเอ็มเบอร์ลอร์ด มันก็เปล่งแสงเจิดจ้าออกมาและกลืนกินเอ็มเบอร์ลอร์ดไปจนสิ้น“อ๊าก!”เอ็มเบอร์ลอร์ดกรีดร้องวินาทีต่อมา เอ็มเบอร์ลอร์ดก็กลายเป็นเถ้าถ่านในที่สุด เจอรัลด์ก็กวาดล้างเอ็มเบอร์ลอร์ดลงได้แล้วเจอรัลด์ล้างแค้นให้ชาวบ้านในหมู่บ้านฟ้าทมิฬได้แล้ว
ทั้งสามรีบมองออกไปข้างนอก ก่อนจะเห็นว่าชายชราออกจากบ้านไปตามลำพังโดยถือตะกร้าติดตัวไปด้วยขณะที่เขามุ่งหน้าไปยังกระท่อมไม้ของยามิเล็ต เฟซเมื่อเห็นสิ่งนี้ ทั้งสามก็สบตากันพวกเขาพบว่ามันค่อนข้างแปลกที่ชายชราคิดจะถือตะกร้าออกไปกลางดึกเช่นนี้ นี่จะต้องมีความลับบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้ซ่อนอยู่เป็นแน่ไม่นานหลังจากนั้น เจอรัลด์และทั้งสองก็ออกจากบ้านและติดตามชายชราไปอย่างเงียบ ๆพวกเขาติดตามชายชราไปจนถึงกระท่อมไม้ จากนั้นพวกเขาเห็นเขาหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าเพื่อปลดล็อคประตูเมื่อประตูถูกปลดล็อค ชายชราผู้นั้นสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างระมัดระวัง หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ เขาก็ผลักประตูเปิดออกแล้วเดินเข้าไปอย่างมั่นใจเจอรัลด์และอีกสองคนก็เดินไปที่กระท่อมไม้ทันทีและยืนอยู่ตรงหน้ากระท่อมหลังนั้น“เจอรัลด์ ดูเหมือนว่าชายชรากำลังปิดบังอะไรบางอย่างกับเรา เพราะเขามีกุญแจบ้านหลังนี้อยู่กับตัว!”เรย์กระซิบกับเจอรัลด์ตอนนี้พวกเขาตระหนักได้แล้วว่าชายชราไม่ใช่คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างที่คิด เขาต้องมีความสัมพันธ์บางอย่างกับเอ็มเบอร์ลอร์ดแน่“เรย์ ผู้เฒ่าฟลินท์ คุณสองคนไปซ่อนตัวก่อน เ
“เอ๋ นี่ก็ดึกแล้วนะ! ผมว่าคนที่คุณกำลังรออยู่คงไม่มาหรอก มาเถอะไปที่บ้านของผมและพักผ่อนกันจะดีกว่า!”ชายชราถอนหายใจและยื่นข้อเสนอให้ทั้งสามคนเมื่อผู้เฒ่าฟลินท์ได้ยินเช่นนั้น เขาก็หันกลับมาที่เจอรัลด์เพื่อสอบถามความคิดเห็นของเขาเจอรัลด์เห็นปฏิกิริยาของเขาและพยักหน้าอย่างช้า ๆเนื่องจากพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น ตอนนี้พวกเขาทำได้เพียงไปพักผ่อนที่บ้านของชายชราเท่านั้นนอกจากนี้ ท้องฟ้ามืดสนิท และไม่ปลอดภัยเลย ไม่รู้เลยว่าข้างนอกนี่มีอะไรรอพวกเขาอยู่?หลังจากพูดคุยกัน เจอรัลด์และคนอื่น ๆ ก็ติดตามชายชราออกจากกระท่อมไม้ไปชายชราพาเจอรัลด์และคนอื่น ๆ ไปที่บ้านของเขา บ้านของเขาดูไม่เก่าเท่าไหร่ ราวกับเพิ่งถูกซ่อมแซมใหม่ก่อนหน้านี้“ผู้เฒ่า หมู่บ้านนี้เหลือคุณอยู่เพียงคนเดียวหรือเปล่า?”เมื่อพวกเขาอยู่ในบ้านของชายชรา ผู้เฒ่าฟลินท์ก็ถามอย่างสงสัย"หึหึ!" ชายชราหัวเราะเบา ๆ"ใช่ คนอื่น ๆ ย้ายไปอยู่ในเมืองกันหมด ที่นี่เลยเหลือแค่ฉันคนเดียว!”หลังจากที่เขาหัวเราะแล้วเขาก็ตอบ“แล้วทำไมคุณไม่ย้ายเข้าเมืองด้วยล่ะ? อยู่ในเมืองไม่สบายกว่าเหรอ?”ผู้เฒ่าฟลินท์ยังคงถามต่อไป“อนิจจา ผมมันไร้ญา
“หึหึ เรย์ อย่าลืมสิว่าเอ็มเบอร์ลอร์ดไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว เขาน่ากลัวกว่าผีเสียอีก กับอีกแค่สถานที่แบบนี้นายคิดว่าเขาจะกลัวเหรอ”เจอรัลด์หัวเราะและเตือนเรย์เมื่อเรย์ได้ยินเช่นนั้น เขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดสมเหตุสมผล “สำรวจกันตามสบายเลย ผมคงต้องไปก่อน!”ชายชราพูดกับทั้งสามคน“ได้เลย ผู้เฒ่า ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของคุณมากเลย!"ผู้เฒ่าฟลินท์ขอบคุณชายชราผู้นั้นอย่างรวดเร็ว“ไม่เป็นไรหรอก!”ชายชราตอบพลางโบกมือหลังจากที่ชายชราผู้นั้นจากไป เจอรัลด์และอีกสองคนก็ยืนอยู่หน้ากระท่อมไม้ จ้องมองออกไปอย่างว่างเปล่าพวกเขาไม่รู้ว่าต้องทำอะไร พวกเขาไม่อาจเข้าไปในกระท่อมได้ และไม่รู้ด้วยว่าจะเข้าไปเช่นไร“พี่เจอรัลด์ ผู้เฒ่าฟลินท์ ทีนี้เราจะทำยังไงดี? เปิดประตูออกไปเลยดีไหม?”เรย์มองไปที่เจอรัลด์และผู้เฒ่าฟลินท์แล้วถาม“ไม่ นั่นไร้สาระมาก เราบุกรุกเข้าไปไม่ได้!”ผู้เฒ่าฟลินท์ปรามเรย์ทันทีแม้ว่ายามิเล็ต เฟซจะไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว แต่กระท่อมหลังนี้ยังคงเป็นของเธอ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อาจทำตามอำเภอใจได้“แล้วเราควรทำยังไง? เราไม่มีกุญแจ”เรย์ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้“เ
ไม่มีทางที่ข้อเท็จจริงทั้งสองนี้จะเป็นเรื่องบังเอิญได้ เพราะฉะนั้นนั่นก็อาจหมายความได้ว่าเอ็มเบอร์ลอร์ดกำลังซ่อนตัวอยู่ที่นั่น แต่เพราะนี้คือคำใบ้ที่เอ็มเบอร์ลอร์ทิ้งไว้ให้พวกเขา จึงเป็นไปได้ว่าแทนที่จะไปพบเขาที่นั่น พวกเขาจะออกค้นหาตำแหน่งของเหยื่อรายต่อไปแทน หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผู้เฒ่าฟลินท์ก็สตาร์ทรถและเหยียบคันเร่งไปทันที! พวกเขาจำเป็นต้องมุ่งหน้าไปที่บ้านของยามิเล็ต เฟซเดี๋ยวนี้! “คุณแน่ใจจริง ๆ เหรอว่า เอ็มเบอร์ลอร์ดจะซ่อนอยู่ที่นั่น พี่เจอรัลด์…?” เรย์ถามระหว่างทางไปที่นั่น เจอรัลด์ส่ายหน้าแล้วตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า “บอกตามตรง ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน นั่นก็เพราะเอ็มเบอร์ลอร์ดเป็นคนจู้จี้จุกจิกและไม่เคยทำตามกฎเกณฑ์ ฉันเดาว่าเลขพวกนี้จะนำเราไปสู่เหยื่อรายต่อไป แต่ในการตามหาเหยื่อรายนั้น เราจะเข้าใกล้ที่กบดานของเอ็มเบอร์ลอร์ดอีกก้าวหนึ่งอย่างแน่นอน!” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เรย์ก็พยักหน้าเข้าใจ... หลังจากขับรถไปประมาณสี่สิบนาที ในที่สุดทั้งสามก็มาถึงบ้านคุณยายของเอ็มเบอร์ลอร์ด ยามิเล็ตอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ อันห่างไกล และไม่นานทั้งสามก็เดินอยู่ในถนนของหมู่บ้าน
"สวัสดี? เจอรัลด์มีอะไรหรือเปล่า?” ผู้เฒ่าฟลินท์ถามจากอีกฟากหนึ่งของสาย “ผู้เฒ่าฟลินท์ ถึงผมจะรู้ว่าคุณไม่อาจยอมให้เราเข้าร่วมการสืบสวนได้ แต่ผมก็หวังว่าคุณจะสามารถช่วยเราได้ นั่นก็แปลว่าหากคุณต้องการคลี่คลายคดีและจับเอ็มเบอร์ลอร์ดให้ได้ ก็ช่วยตั้งใจฟังผมและเชื่อผมด้วย ทุกสิ่งที่ผมกำลังจะบอกคุณต่อไปนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งทีเดียว!” เจอรัลด์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้เฒ่าฟลินท์ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ทว่าในที่สุดเขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาสามารถไว้ใจเจอรัลด์ได้ ดังนั้นเขาจึงเต็มใจที่จะเสี่ยงเหนือสิ่งอื่นใด ทั้งเขาและเด็กหนุ่มต่างก็ต้องการให้คดีคลี่คลายลงและจับตัวเอ็มเบอร์ลอร์ดได้ในท้ายที่สุด “…เอาล่ะ บอกมาว่าฉันจะช่วยยังไงได้บ้าง!” “มุ่งหน้าไปที่สำนักงานเขตเดี๋ยวนี้เลย ผมเองก็จะไปที่นั่นด้วยเช่นกัน แล้วเมื่อเราพบกันที่นั่นผมจะบอกข้อมูลเพิ่มเติมกับคุณทีหลัง!” เจอรัลด์ตอบก่อนจะวางสาย ครึ่งชั่วโมงต่อมาเรย์และเจอรัลด์ได้พบกับผู้เฒ่าฟลินท์ ณ สถานที่ที่พวกเขานัดกัน “เรามาทำอะไรที่นี่ เจอรัลด์…?” ผู้เฒ่าฟลินท์เอ่ยถามอย่างสับสน “ฟังนะ ผมต้องการให้คุณตรวจสอบประวัต
เมื่อตระหนักว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงผู้เฒ่าฟลินท์ เจอรัลด์และเรย์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกผู้เฒ่าฟลินท์อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วเล็กน้อยในขณะที่เขาถามอย่างงุนงงว่า “…พวกนายสองคนเองเหรอ? มาทำอะไรกันที่นี่? แล้วเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?”หัวหน้าสารวัตรมีคำสั่งไม่ให้เขาติดต่อกับเจอรัลด์อีกต่อไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้รับแจ้งว่าเจอรัลด์ไม่ได้รับอนุญาตให้มาช่วยในการสืบสวนอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ ผู้เฒ่าฟลินท์จึงทำได้เพียงเชื่อฟังผู้บังคับบัญชาของเขาเท่านั้น“เรามาตามหาเบาะแส!” เจอรัลด์ตอบ “ฟังนะ ฉันต้องขอโทษ ด้วย แต่นายสองคนไม่ได้รับอนุญาตให้มายุ่งย่ามกับคดีนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะฉะนั้นได้โปรดออกไปเสีย! ถ้านายกลับมาที่นี่อีกครั้ง เราก็จำเป็นต้องจับพวกนายกลับไปกับเราด้วย!” ผู้เฒ่าฟลินท์เตือน เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจอรัลด์ก็ทำเพียงแค่พยักหน้า ด้วยความที่ไม่อยากสร้างเรื่องยุ่งยากให้แก่ตาเฒ่าคนนี้ เจอรัลด์จึงตอบกลับไปว่า “รับทราบ!” ขณะที่เขากำลังจะจากไปพร้อมกับเรย์ เขาก็ได้ยินเสียงผู้เฒ่าฟลินท์ตะโกนว่า "เดี๋ยวก่อน! ตอนที่อยู่ที่นี่นายได้พบเบาะแสอะไรบ้างหรือเปล่า? ถ้ามีล่ะก็ช่วยมอบมันให้เราด้วย!” เ